LOGIN“หรือว่านายกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ เวลาที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับฉันทุกวัน?”
เพลิงกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบฉายแวววาววับอย่างคนไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มไม่เพียงไม่ถอย แต่ยังก้าวยาว ๆ เข้าไปหาหญิงสาวอย่างรวดเร็วและทรงพลัง ก่อนที่เจสสิก้าจะได้ทันตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ก็โน้มตัวลงมาคร่อมร่างระหงเอาไว้ มือหนาทั้งสองข้างยันลงกับเบาะโซฟาปิดทางหนีไว้แน่นหนาล็อกร่างบางในชุดนอนเนื้อนุ่มให้อยู่ใต้พันธนาการ เพลิงโน้มใบหน้าคมคายลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดแผ่วเบาบนผิวแก้วเนียนละเอียดน่าสัมผัส
เจสสิก้าชะงักกึกดวงตาคู่สวยตื่นตระหนกออกมาวูบหนึ่ง เธอไม่เคยคิดเลยว่า เด็กหนุ่มที่คอยระมัดระวังและรักษาระยะห่างกับเธอมาโดยตลอด จะกล้าเดินเกมบุกโต้อย่างอุกอาจขนาดนี้ หัวใจดวงน้อยกระตุกไหวและเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ทว่าด้วยศักดิ์ศรีและความฉลาดเฉลียว หญิงสาวสู้กลับสุดฤทธิ์ที่จะกดเก็บอารมณ์ตื่นตระหนกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าเลือดในกายกลับแล่นพล่านแก้มของทั้งข้างแดงแจ๋อย่างปิดไม่มิด
“กลัวเหรอครับ? อย่าคิดว่าผมจะยอมเป็นหมากให้พี่เดินเกมอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าพี่ชอบเล่นกับไฟก็ควรรู้ไว้ด้วยนะครับว่าไฟมันร้อน.....และพร้อมจะเผาพี่ได้ทุกเมื่อ” เพลิงกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากบาง จ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นระริก
เจสสิก้าสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง แม้ใบหน้าจะร้อนผ่าวจนแทบไหม้ แต่เธอกลับยกระดับสายตาขึ้นสบตาเขาอย่างท้าทาย ยักคิ้วให้ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ยังคงความถือดีไว้ได้อย่างน่าทึ่ง
“งั้นเหรอ...” เธอเปรยเสียงนุ่มเล็ดลอดผ่านริมฝีปากฉ่ำวาว “ถ้าคิดว่าแน่พอจะเผาฉันได้... ก็ลองดูสิ เพลิง”
คำท้าทายยังไม่ทันหายลับไปจากริมฝีปากบาง เพลิงก็ไม่ปล่อยให้เธอได้มีโอกาสตั้งตัวอีกต่อไป ชายหนุ่มประทับจูบลงมาอย่างหนักหน่วงและรวดเร็ว สัมผัสอันร้อนแรงจู่โจมบดเบียดริมฝีปากบางอย่างโหยหา ลิ้นหนาแทรกซึมเกี่ยวกระหวัดกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากหวานอย่างไม่ยอมให้หลีกหนี จูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์รุ่มร้อนและเคมีที่ปะทุขึ้นฉับพลันทำให้เจสสิก้าถึงกับครางประท้วงในลำคอ แต่กลับถูกรสจูบอันดุดันกลืนหายไปจนหมดสิ้น
“อื้อ..ไม่...เพลิง!”
ในยามที่สติของเธอเริ่มพร่ามัวเพราะรสสัมผัสอันชวนหลงใหล ฝ่ามือใหญ่อบอุ่นของเพลิงก็เลื่อนต่ำลง สอดซุกล้วงเข้าไปสัมผัสผิวเนื้อเนียนลื่นใต้ชายหระโปรงชุดนอนซาตินอย่างอุกอาจ สัมผัสจาบจ้วงตรงจุดำวต่อความรู้สึกทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจอย่างแท้จริง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง ความเชี่ยวชาญและเกราะป้องกันที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา มือเรียวเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ หัวใจเต้นระรัวราวกับว่าจะทะลงออกจากอก เมื่อตระหนักได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่คนที่เธอจะควบคุมหรือเล่นสนุกด้วยได้อีกง่าย ๆ อีกต่อไป
“ไม่ เพลิง หยุดนะ!”
“ไม่หยุด....”
อารมณ์ดิบที่ปะทุขึ้นยากจะรั้งอยู่ เพลิงเพิ่มแรงบีบกระชับสะโพกมน ดันตัวเข้าหาร่างระหงจนไร้ช่องว่าง ริมฝีปากที่บดจูบเมื่อครู่วกกลับมาจูบอีกครั้ง หนักหน่วงและจาบจ้วงขึ้นทุกวินาที ลิ้นหนารุกรานอย่างตักตวงจนเจสสิก้าแทบขาดอากาศหายใจ ฝ่ามือใหญ่ที่แทรกซึมอยู่ใต้ชุดนอนกระโปรงเนื้อนุ่มบีบเฟ้นจุดอ่อนไหวอย่างดุดัน ร้อนแรงจนเรือนร่างระหงสั่นสะท้านไปทั้งตัว ความวูบวาบและซ่านสยิวรุนแรงจนสติของเธอหลุดลอย แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะเกินเลยไปไกลกว่านี้ หญิงสาวที่สู้สุดฤทธิ์ก็ฝืนเบี่ยงหน้าออกเล็กน้อยก่อนจะขับฟันลงบนใบหูของชายหนุ่มแล้วกัดเต็มแรง
“อึก....”
“โอ๊ย! เจสสิก้า” ความเจ็บแปลบทำให้เพลิงร้องเสียงหลง ชายหนุ่มผละริมฝีปากออก หายใจหอบหนักหน่วง ดวงตาคมกริบจ้องมองคนใต้ร่างด้วยอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่น เจสสิก้ายันกายลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว จัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ ท่ามกลางเสียงหายใจหอบถี่ของทั้งคู่
แปลกที่เธอไม่ได้เอ่ยปากด่าทอหรือโวยวายเลยสักคำ หญิงสาวเพียงแค่ตวัดสายตาดุจัดจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง ทว่าภาพที่เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนด้วยเรือนร่างที่ยังคงสั่นสะท้ายเบา ๆ และเดินตรงกลับเข้าห้องนอนไปนั้น กลับเย้ายวนตาจนคนมองแทบหยุดหายใจ
เพลิงทอดสายตามองตามหลังเรือนร่างทรงเสน่ห์จนกระทั่งประตูห้องนอนของเธอปิดลง เสียงล็อกดัง แกร๊ก ชายหนุ่มยกมือข้างที่เพิ่งละออกมาจากใต้ชุดนอนขึ้นมาตรงหน้า หยาดน้ำหวานฉ่ำใสที่ติดเปรอะเปื้อนเรียวนิ้วสะท้อนกับแสงไฟสลัว เพลิงยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะส่งเรียวนิ้วนั้นเข้าปากแล้วดูดชิมความหวานอย่างหน้าตาเฉย นัยน์ตาทอประกายวับวาวกับรสสัมผัสที่ยังติดปลายลิ้น
เสียงกลอนประตูห้องนอนถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว เจสสิก้ายืนทิ้งแผ่นหลังพิงประตูไม้เย็นเยือก อกอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจหัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักก้องอยู่ในรูหูจนฟังดูคล้ายเสียงกลองเพล ร่างกายของเธอยังคังสั่นเทาไม่ใช่แค่เพราะความตกใจจากการหนีรอดออกมาได้ แต่เป็นเพราะสัมผัสวาบหวามที่ยังคงหลงเหลืออยู่ทั่วเรือนร่าง
เธอค่อย ๆ ยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเองเบา ๆ ความร้อนผ่าวระอุขึ้นมาบนใบหน้าขนแก้มทั้งสองข้างกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ความรู้สึกบกเบียดของริมฝีปากหนาและรสสัมผัสชื้อแฉะของเพลิงยังคงติดแน่น ไม่ว่าจะพยายามเช็ดออกสักกี่ครั้งก็ไม่อาจลบเลือนความทรงจำนั้นได้เลย“คนฉวยโอกาส.....ไอ้บ้าเอ๊ย!”เจสสิก้าสบถพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่สับสนและโกรธกรุ่น เธอเดินไปที่เตียงนอนแล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง นึกถึงการกระทำอันป่าเถื่อนของชายหนุ่ม เขาไม่ได้เพียงแค่ตักตวงความหวานจากริมฝีปากเธอเท่านั้น แต่ยังถือดีรุกล้ำเข้าไปยังพื้นที่สงวนที่เธอไม่เคยยินยอมให้ใครได้เฉียดใกล้ ผ่านปราการชิ้นน้อยยังคงทำให้ท้องน้อยของเธอปั่นป่วนจนต้องบีบมือเข้าหากันแน่น“คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน... มีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนี้!”เธอก่นด่าเขาในความเงียบ เสียงลมหายใจถี่รวนค่อย ๆ ปรับระดับลง แต่น้ำตาแห่งความกรุ่นโกรธและความอับอายกลับเอ่อคลอที่หน่วยตา เจสสิก้าซุกหน้าลงกับหมอนใบโต พยายามสลัดภาพใบหน้าคมคายและสายตาเร่าร้อนของเพลิงออกจากหัว แต่ยิ่งพยายามลืม สัมผัสที่เขารุกล้ำของสงวนของเธอกลับยิ่
“หรือว่านายกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ เวลาที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับฉันทุกวัน?”เพลิงกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบฉายแวววาววับอย่างคนไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มไม่เพียงไม่ถอย แต่ยังก้าวยาว ๆ เข้าไปหาหญิงสาวอย่างรวดเร็วและทรงพลัง ก่อนที่เจสสิก้าจะได้ทันตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ก็โน้มตัวลงมาคร่อมร่างระหงเอาไว้ มือหนาทั้งสองข้างยันลงกับเบาะโซฟาปิดทางหนีไว้แน่นหนาล็อกร่างบางในชุดนอนเนื้อนุ่มให้อยู่ใต้พันธนาการ เพลิงโน้มใบหน้าคมคายลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดแผ่วเบาบนผิวแก้วเนียนละเอียดน่าสัมผัสเจสสิก้าชะงักกึกดวงตาคู่สวยตื่นตระหนกออกมาวูบหนึ่ง เธอไม่เคยคิดเลยว่า เด็กหนุ่มที่คอยระมัดระวังและรักษาระยะห่างกับเธอมาโดยตลอด จะกล้าเดินเกมบุกโต้อย่างอุกอาจขนาดนี้ หัวใจดวงน้อยกระตุกไหวและเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ทว่าด้วยศักดิ์ศรีและความฉลาดเฉลียว หญิงสาวสู้กลับสุดฤทธิ์ที่จะกดเก็บอารมณ์ตื่นตระหนกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าเลือดในกายกลับแล่นพล่านแก้มของทั้งข้างแดงแจ๋อย่างปิดไม่มิด“กลัวเหรอครับ? อย่าคิดว่าผมจะยอมเป็นหมากให้พี่เดินเกมอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าพี่ชอบเล่นกับไฟก็ควรรู้ไว้ด้วยนะ
“เจสสิก้าก็แค่บอกว่าตอนนี้เธอกับเพลิงมีสถานะเป็นสามีภรรยากันแล้ว แล้วเพลิงก็ไม่ปฏิเสธอะไรเลยทำเหมือนไม่เคยมีเยื่อใยต่อกัน”ปกป้องกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมฉายแววดูแคลนออกมาอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกไปถึงข้างใน“เยื่อใยต่อกันเหรอ...” ปกป้องหัวเราะเบา ๆ ในคอ เสียงนั้นเต็มไปด้วยการสบประมาท “เบลล์... เธอไม่ได้เอะใจเลยเหรอ? ที่ผ่านมาเพลิงเข้าหาเธอ ทำเป็นสนิทกับเธอ ก็เพราะต้องการเข้าหาเจสสิก้าทั้งนั้น”เฌอเบลล์ชะงักกึก สบตาชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกใจ“นายพูดเรื่องบ้าอะไร...”“น่าสงสารนะ” ปกป้องเว้นจังหวะ มองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาเวทนาเชิงสมเพช “โดนเขาใช้เป็นสะพานข้ามไปหาญาติตัวเองแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด ปล่อยให้เขาหลอกใช้เป็นเครื่องมือตั้งนาน พอเขาได้สิ่งที่ต้องการ... เขาก็ข้ามหัวเธอไปเลย เห็นหรือยังล่ะ?”คำพูดทุกคำของปกป้องเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ความจริงที่แทงใจดำรวมกับน้ำเสียงเย้ยหยันทำให้เลือดในกายของเฌอเบลล์สูบฉีดจนหน้าแดงผ่าว มือเรียวขยำกระดาษทิชชูบนโต๊ะแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความโกรธจัดและอับอายอย่างถึงที่สุด“ปกป
“พี่เบลล์ เลิกคิดเข้าข้างตัวเองได้แล้วครับ...” ฌานเอ่ยเสียงเรียบ “คนเราพอเติบโตขึ้น ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนกันได้ พี่เพลิงเขาอาจจะเห็นเสน่ห์หรือมุมความเป็นผู้ใหญ่ของพี่เจสสิก้าที่พี่ไม่มีก็ได้ แล้วอีกอย่าง ต่อให้เขามีเรื่องอะไรกัน มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของสามีภรรยาเขา เราเป็นคนนอก เป็นลูกจ้าง จะไปยุ่งหรือจับผิดเขาทำไม”“ฌาน!” เฌอเบลล์ถลึงตาใส่ฌานอย่างเหลืออด ความอัดอั้นตึงแน่นจนหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นน้องชายแท้ ๆ คอยปกป้องศัตรูหัวหัวใจไม่หยุดหย่อน“สรุปว่าใครเป็นพี่น้องแท้ ๆ ของแกกันแน่ฮะ?! ฉันหรือเจสสิก้า! ทำไมแกถึงได้เข้าข้างมันทุกคำขนาดนี้!”“ผมเข้าข้างความจริงต่างหากพี่เบลล์!” ฌานสบตาพี่สาวโดยไม่เกรงกลัว “ผมไม่อยากเห็นพี่จมอยู่กับความเกลียดชังจนไม่เป็นอันทำมาหากิน ถ้ารับไม่ได้กับชีวิตตรงนี้ก็นึกถึงคำพี่เจสสิก้าไว้สิ... ลาออกไปซะ แต่ถ้ายังอยากมีเงินใช้ อยากมีอนาคต ก็เลิกคิดเรื่องพี่เพลิง แล้วตั้งใจทำงานซะที!”ขณะที่เฌอเบลล์กำลังบึ้งตึงใส่น้องชายตัวเองอยู่นั้น ร่างสูงของปกป้องก็เดินเข้ามาในร้าน สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเธอพอดี ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะเขาเข้าใจว่าเฌอเบลล์มากับผู้ชายคน
“ไหนคุณเจสสิก้าบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าตำแหน่งงานว่างในบริษัทมีแค่สองตำแหน่ง! แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมีตำแหน่งผู้ช่วยเลขาฯ เพิ่มขึ้นมาสำหรับเพลิงคนเดียวได้ล่ะ? แบบนี้มันสองมาตรฐานชัด ๆ” เฌอเบลล์แย้งเสียงสูง สายตามองเจสสิก้าสลับกับเพลิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ เจสสิก้าชะงักเท้าหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเฌอเบลล์อย่างช้า ๆ ร่างบางยืดตัวตรง แผ่รังสีความทรงอำนาจและเย็นชาออกมาจนคนรอบข้างต้องกลืนน้ำลาย“ฉันคิดว่าเธอคงเข้าใจอะไรผิดไปนะเฌอเบลล์....”เจสสิก้ากระตุกยิ้มมุปากเป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนและเหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง“ตำแหน่งพนักงานทั่วไปมันว่างแค่นั้นจริง ๆ แต่ตำแหน่งผู้ช่วยเลขฯ นี้นะ...มันคือตำแหน่งที่ฉันพิจารณาจัดตั้งขึ้นมาใหม่เป็นการส่วนตัว”เจสสิก้าเว้นจังหวะก้าวขยับเข้าไปใกล้เฌอเบลล์อีกหนึ่งก้าว สายตาคมสวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคู่ปรับพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเน้นหนักชัดเจนทุกคำ“และที่สำคัญ.....ในฐานะที่เพลิงเป็นสามีของผู้บริหารระดับสูงอย่างฉัน ฉันย่อมมีสิทธิ์เด็ดขาดในการตัดสินใจเพิ่มตำแหน่งใหม่ให้เขาตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากพนักงานระดับต้อนรับอย่างเธอ”เฌอเบลล์หน้าชวาบเหมือนถูกตบ
จูบที่เริ่มต้นด้วยความโหยหากลับกลายเป็นความดูดดื่มลึกซึ้ง ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานแทบเป็นเนื้อเดียว ร่างบางของเจสสิก้าเปลอบิดเกร็งก่อนจะปล่อยให้อารมณ์พาไป มือเรียวละจากอุปกรณ์ทำแผลขึ้นปทาบบนแผงอกกว้างของชายหนุ่ม เสียงจูบดูดื่มหวานซาบซ่าดังแผ่วอยู่ในห้องที่เงียบสงบ เพลิงกดจูบเน้นย้ำซ้ำ ๆ ราวกับจะซึบซับความหวานนี้ไว้ให้ได้มากที่สุดทว่าความเจ็บแปลบจากแผลที่แตกอยู่มุมปากทำให้เพลิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาอย่างช้า ๆ เขามองใบหน้าเนียนที่บัดนี้ซับสีเลือด และริมฝีปากที่เจ่อขึ้นจากการกระทำของเขา เพลิงมองลึกเข้าไปในดวงตาหวานเชื่อมของเจสสิก้าด้วยความรู้สึกโหยหาอย่างจับใจ แต่ก็ต้องจำใจผละเว้นระยะห่างออกมา สายตาของชายหนุ่มมีความเสียดายอย่างปกปิดไม่มิด ที่ต้องยับยั่งชั่งใจไว้เพียงเท่านี้หญิงสาวปรับลมหายใจที่ยังคงติดขัดให้กลับมาราบรื่นดังเดิม รอยยิ้มพราวเสน่ห์จุดประกายขึ้นบนใบหน้าเนียน ด้วยความเป็นผู้ใหญ่และมีประสบการณ์ในชีวิตมากกว่า เธอไม่ได้แสดงอาการเขินอายอย่างสาวน้อยวัยแรกแย้ม แต่กลับยืดตัวขึ้นนั่งตรงอย่างสง่างาม สายตาคมสวยทอดมองเพลิงที่กำลังทำหน้าไม่ถูกอย่างพิจารณา“ทำไ







