LOGIN“ไหนคุณเจสสิก้าบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าตำแหน่งงานว่างในบริษัทมีแค่สองตำแหน่ง! แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมีตำแหน่งผู้ช่วยเลขาฯ เพิ่มขึ้นมาสำหรับเพลิงคนเดียวได้ล่ะ? แบบนี้มันสองมาตรฐานชัด ๆ” เฌอเบลล์แย้งเสียงสูง สายตามองเจสสิก้าสลับกับเพลิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ เจสสิก้าชะงักเท้าหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเฌอเบลล์อย่างช้า ๆ ร่างบางยืดตัวตรง แผ่รังสีความทรงอำนาจและเย็นชาออกมาจนคนรอบข้างต้องกลืนน้ำลาย
“ฉันคิดว่าเธอคงเข้าใจอะไรผิดไปนะเฌอเบลล์....”เจสสิก้ากระตุกยิ้มมุปากเป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนและเหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง
“ตำแหน่งพนักงานทั่วไปมันว่างแค่นั้นจริง ๆ แต่ตำแหน่งผู้ช่วยเลขฯ นี้นะ...มันคือตำแหน่งที่ฉันพิจารณาจัดตั้งขึ้นมาใหม่เป็นการส่วนตัว”
เจสสิก้าเว้นจังหวะก้าวขยับเข้าไปใกล้เฌอเบลล์อีกหนึ่งก้าว สายตาคมสวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคู่ปรับพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเน้นหนักชัดเจนทุกคำ
“และที่สำคัญ.....ในฐานะที่เพลิงเป็นสามีของผู้บริหารระดับสูงอย่างฉัน ฉันย่อมมีสิทธิ์เด็ดขาดในการตัดสินใจเพิ่มตำแหน่งใหม่ให้เขาตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากพนักงานระดับต้อนรับอย่างเธอ”
เฌอเบลล์หน้าชวาบเหมือนถูกตบหน้ากลางสี่แยก ความเจ็บปวดและความอับอายจุกแน่นอยู่ในอกเมื่อได้ยินคำว่าสามีของผู้บริหารจากปากเจสสิก้าเต็มสองรูหู
“ถ้าเธอรับเรื่องนี้ไม่ได้ หรือรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมจนทนทำงานต่อไปไม่ไหว....ใบลาออกอยู่ที่ฝ่ายบุคคล เขียนแล้วยื่นได้เลยฉันพร้อมจะเซ็นอนุมัติให้ทันที”
เจสสิก้าปรายสายตามองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก่อนจะตอกหน้าปิดท้ายอย่างไม่แยแส
เสียงดนตรีสดจังหวะอะคูสติกเบา ๆ ภายในร้านอาหารนั่งชิลยามค่ำคืนไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ของเฌอเบลล์เย็นลงได้เลย แสงไฟสีส้มสลัวกระทบแก้วคอกเทลในมือที่เธอถือเอาไว้แน่น เฌอเบลล์ยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวหมด ก่อนจะวางกระแทกโต๊ะเสียงดังด้วยความอัดอั้น
“พี่ไม่ชอบมันเลยฌาน...ไม่ชอบเลยสักนิด! เจสสิก้ามันถือว่าตัวเองเป็นเจ้าของบริษัท เป็นผู้บริหารสูงส่งแล้วจะกดหัวพวกเรายังไงก็ได้เหรอ?” เฌอเบลล์เริ่มเปิดฉากบ่นกับน้องชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าสวยเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และแรงอารมณ์
ฌานถอนหายใจออกมาแผ่วเบา รินน้ำเปล่าส่งให้พี่สาว
“พี่เบลล์ ก็ใจเย็น ๆ ก่อนเถอะ ดื่มเบา ๆ หน่อย”
“จะให้พี่ใจเย็นได้ยังไง! ที่ฉันเกลียดมันที่สุดไม่ใช่เรื่องที่มันให้พี่ไปนั่งเป็นพนักงานต้อนรับหรอกนะ.....แต่เป็นเรื่องเพลิง เพลิงกับฉันกำลังจะไปได้ดีอยู่แล้วเชียว แต่มันกลับใช้ความร่ำรวยใช้ตำแหน่งผู้บริหารแย่งเพลิงไปจากพี่!” เฌอเบลล์เค้นหัวเราะในลำคอ ดวงตาฉายแววเจ็บปวดและแค้นเคือง เฌอเบลล์กุมมือตัวเองแน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจเมื่อนึกถึงภาพความสำเร็จของอีกฝ่าย
“มองดูมันสิฌาน....ทำไมชีวิตมันถึงได้เพียบพร้อมขนาดนั้น มีทั้งเงิน มีทั้งอำนาจหน้าที่การงานก็ก้าวหน้าจนพี่ตามแทบไม่ทัน แล้วดูเราสิ ดูเราตอนนี้สิฌาน ต้องมานั่งฉีกยิ้มให้คนอื่นที่หน้าเคาน์เตอร์ พี่ยอมรับไม่ได้หรอกนะ!”
ฌานมองพี่สาวด้วยสายตาหนักใจ เขาประสานมือไว้บนโต๊ะแล้วตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แต่มั่นคง
“พี่เบลล์ แต่ผมว่าพี่กำลังอคติกับพี่เจสเกินไปนะ” คำพูดของน้องชายทำเอาเฌอเบลล์ชะงัก มองหน้าฌานอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“ฌาน! นี่แกเข้าข้างมันเหรอ?”
“ผมไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ผมพูดตามความเป็นจริง พี่เจสเขาเป็นญาติเรานะพี่เบลล์ ที่เขารับเราทำงาน และให้เราเริ่มจากงานระดับล่าง มันก็เป็นระบบของบริษัทเขา ถ้ามองตามจริง พี่เจสเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเขาเรียนจบมา เขาสร้างบริษัทขึ้นมาด้วยความสามารถของตัวเองทั้ง ๆ ที่เขาไม่มีพ่อ” ฌานเอ่ยขัดขึ้นก่อนที่พี่สาวจะโวยวายไปมากกว่านี้
“ส่วนพี่เพลิง....ถ้าพี่เพลิงเขาเลือกที่จะอยู่ตรงนั้นมันก็เป็นเพราะตัวของพี่เพลิงเอง ไม่ใช่เหรอครับ? พี่เบลล์จะไปโยนความเกลียดชังทั้งหมดให้พี่เจสคนเดียวได้ยังไง”
“แก....” เฌอเบลล์อ้าปากค้าง หน้าชาไปแถบหนึ่งเมื่อถูกน้องชายแท้ ๆ ตอกกลับเข้าให้ ความรู้สึกเคว้งคว้างและทับถมด้วยความริษยายิ่งแล่นริ้วขึ้นมาจนเธอพูดอะไรไม่ออก ได้แต่จ้องหน้าน้องชายด้วยความขุ่นเคือง
“แกไม่ต้องทำมาเป็นพูดดีเลยฌาน! แกไม่สงสัยบ้างหรือไง ที่อยู่ ๆ สองคนนั้นไปแต่งงานกัน ไปเป็นสามีภรรยากันตอนไหน? ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ของสองคนนั้นฉันไม่เคยได้ยินหรือรู้เรื่องมาก่อนเลย ฉันเชื่อว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นด้วยซ้ำ พวกเขาแทบจะไม่เคยคุยกันเลยด้วยซ้ำ!” เฌอเบลล์ตวาดเสียงเข้ม กระแทกแก้วคอกเทลลงบนโต๊ะจนน้ำกระฉอกขอบแก้ว
เฌอเบลล์ขมวดคิ้วแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความระแวงและจับผิด ขณะที่หวนนึกถึงอดีตที่ผ่านมา เพลิงเคยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เธอ เคยมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น แต่จู่ ๆ วันหนึ่งเขากลับเดินข้างเจสสิก้าในฐานะ 'สามีของผู้บริหาร' อย่างหน้าตาเฉย
“มันต้องมีเรื่องอะไรปิดบังอยู่แน่ ๆ... เพลิงไม่มีทางมองเจสสิก้าแน่ ๆ ถ้ามันไม่ใช้กลอุบายหรือเอาเงินเอาตำแหน่งไปล่อ!”
ฌานมองอาการฟูมฟายของพี่สาวแล้วได้แต่สลดใจ เขาส่ายหน้าเบา ๆ พลางถอนหายใจยาว
เธอค่อย ๆ ยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเองเบา ๆ ความร้อนผ่าวระอุขึ้นมาบนใบหน้าขนแก้มทั้งสองข้างกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ความรู้สึกบกเบียดของริมฝีปากหนาและรสสัมผัสชื้อแฉะของเพลิงยังคงติดแน่น ไม่ว่าจะพยายามเช็ดออกสักกี่ครั้งก็ไม่อาจลบเลือนความทรงจำนั้นได้เลย“คนฉวยโอกาส.....ไอ้บ้าเอ๊ย!”เจสสิก้าสบถพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่สับสนและโกรธกรุ่น เธอเดินไปที่เตียงนอนแล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง นึกถึงการกระทำอันป่าเถื่อนของชายหนุ่ม เขาไม่ได้เพียงแค่ตักตวงความหวานจากริมฝีปากเธอเท่านั้น แต่ยังถือดีรุกล้ำเข้าไปยังพื้นที่สงวนที่เธอไม่เคยยินยอมให้ใครได้เฉียดใกล้ ผ่านปราการชิ้นน้อยยังคงทำให้ท้องน้อยของเธอปั่นป่วนจนต้องบีบมือเข้าหากันแน่น“คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน... มีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนี้!”เธอก่นด่าเขาในความเงียบ เสียงลมหายใจถี่รวนค่อย ๆ ปรับระดับลง แต่น้ำตาแห่งความกรุ่นโกรธและความอับอายกลับเอ่อคลอที่หน่วยตา เจสสิก้าซุกหน้าลงกับหมอนใบโต พยายามสลัดภาพใบหน้าคมคายและสายตาเร่าร้อนของเพลิงออกจากหัว แต่ยิ่งพยายามลืม สัมผัสที่เขารุกล้ำของสงวนของเธอกลับยิ่
“หรือว่านายกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ เวลาที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับฉันทุกวัน?”เพลิงกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบฉายแวววาววับอย่างคนไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มไม่เพียงไม่ถอย แต่ยังก้าวยาว ๆ เข้าไปหาหญิงสาวอย่างรวดเร็วและทรงพลัง ก่อนที่เจสสิก้าจะได้ทันตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ก็โน้มตัวลงมาคร่อมร่างระหงเอาไว้ มือหนาทั้งสองข้างยันลงกับเบาะโซฟาปิดทางหนีไว้แน่นหนาล็อกร่างบางในชุดนอนเนื้อนุ่มให้อยู่ใต้พันธนาการ เพลิงโน้มใบหน้าคมคายลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดแผ่วเบาบนผิวแก้วเนียนละเอียดน่าสัมผัสเจสสิก้าชะงักกึกดวงตาคู่สวยตื่นตระหนกออกมาวูบหนึ่ง เธอไม่เคยคิดเลยว่า เด็กหนุ่มที่คอยระมัดระวังและรักษาระยะห่างกับเธอมาโดยตลอด จะกล้าเดินเกมบุกโต้อย่างอุกอาจขนาดนี้ หัวใจดวงน้อยกระตุกไหวและเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ทว่าด้วยศักดิ์ศรีและความฉลาดเฉลียว หญิงสาวสู้กลับสุดฤทธิ์ที่จะกดเก็บอารมณ์ตื่นตระหนกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าเลือดในกายกลับแล่นพล่านแก้มของทั้งข้างแดงแจ๋อย่างปิดไม่มิด“กลัวเหรอครับ? อย่าคิดว่าผมจะยอมเป็นหมากให้พี่เดินเกมอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าพี่ชอบเล่นกับไฟก็ควรรู้ไว้ด้วยนะ
“เจสสิก้าก็แค่บอกว่าตอนนี้เธอกับเพลิงมีสถานะเป็นสามีภรรยากันแล้ว แล้วเพลิงก็ไม่ปฏิเสธอะไรเลยทำเหมือนไม่เคยมีเยื่อใยต่อกัน”ปกป้องกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมฉายแววดูแคลนออกมาอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกไปถึงข้างใน“เยื่อใยต่อกันเหรอ...” ปกป้องหัวเราะเบา ๆ ในคอ เสียงนั้นเต็มไปด้วยการสบประมาท “เบลล์... เธอไม่ได้เอะใจเลยเหรอ? ที่ผ่านมาเพลิงเข้าหาเธอ ทำเป็นสนิทกับเธอ ก็เพราะต้องการเข้าหาเจสสิก้าทั้งนั้น”เฌอเบลล์ชะงักกึก สบตาชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกใจ“นายพูดเรื่องบ้าอะไร...”“น่าสงสารนะ” ปกป้องเว้นจังหวะ มองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาเวทนาเชิงสมเพช “โดนเขาใช้เป็นสะพานข้ามไปหาญาติตัวเองแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด ปล่อยให้เขาหลอกใช้เป็นเครื่องมือตั้งนาน พอเขาได้สิ่งที่ต้องการ... เขาก็ข้ามหัวเธอไปเลย เห็นหรือยังล่ะ?”คำพูดทุกคำของปกป้องเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ความจริงที่แทงใจดำรวมกับน้ำเสียงเย้ยหยันทำให้เลือดในกายของเฌอเบลล์สูบฉีดจนหน้าแดงผ่าว มือเรียวขยำกระดาษทิชชูบนโต๊ะแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความโกรธจัดและอับอายอย่างถึงที่สุด“ปกป
“พี่เบลล์ เลิกคิดเข้าข้างตัวเองได้แล้วครับ...” ฌานเอ่ยเสียงเรียบ “คนเราพอเติบโตขึ้น ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนกันได้ พี่เพลิงเขาอาจจะเห็นเสน่ห์หรือมุมความเป็นผู้ใหญ่ของพี่เจสสิก้าที่พี่ไม่มีก็ได้ แล้วอีกอย่าง ต่อให้เขามีเรื่องอะไรกัน มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของสามีภรรยาเขา เราเป็นคนนอก เป็นลูกจ้าง จะไปยุ่งหรือจับผิดเขาทำไม”“ฌาน!” เฌอเบลล์ถลึงตาใส่ฌานอย่างเหลืออด ความอัดอั้นตึงแน่นจนหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นน้องชายแท้ ๆ คอยปกป้องศัตรูหัวหัวใจไม่หยุดหย่อน“สรุปว่าใครเป็นพี่น้องแท้ ๆ ของแกกันแน่ฮะ?! ฉันหรือเจสสิก้า! ทำไมแกถึงได้เข้าข้างมันทุกคำขนาดนี้!”“ผมเข้าข้างความจริงต่างหากพี่เบลล์!” ฌานสบตาพี่สาวโดยไม่เกรงกลัว “ผมไม่อยากเห็นพี่จมอยู่กับความเกลียดชังจนไม่เป็นอันทำมาหากิน ถ้ารับไม่ได้กับชีวิตตรงนี้ก็นึกถึงคำพี่เจสสิก้าไว้สิ... ลาออกไปซะ แต่ถ้ายังอยากมีเงินใช้ อยากมีอนาคต ก็เลิกคิดเรื่องพี่เพลิง แล้วตั้งใจทำงานซะที!”ขณะที่เฌอเบลล์กำลังบึ้งตึงใส่น้องชายตัวเองอยู่นั้น ร่างสูงของปกป้องก็เดินเข้ามาในร้าน สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเธอพอดี ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะเขาเข้าใจว่าเฌอเบลล์มากับผู้ชายคน
“ไหนคุณเจสสิก้าบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าตำแหน่งงานว่างในบริษัทมีแค่สองตำแหน่ง! แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมีตำแหน่งผู้ช่วยเลขาฯ เพิ่มขึ้นมาสำหรับเพลิงคนเดียวได้ล่ะ? แบบนี้มันสองมาตรฐานชัด ๆ” เฌอเบลล์แย้งเสียงสูง สายตามองเจสสิก้าสลับกับเพลิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ เจสสิก้าชะงักเท้าหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเฌอเบลล์อย่างช้า ๆ ร่างบางยืดตัวตรง แผ่รังสีความทรงอำนาจและเย็นชาออกมาจนคนรอบข้างต้องกลืนน้ำลาย“ฉันคิดว่าเธอคงเข้าใจอะไรผิดไปนะเฌอเบลล์....”เจสสิก้ากระตุกยิ้มมุปากเป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนและเหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง“ตำแหน่งพนักงานทั่วไปมันว่างแค่นั้นจริง ๆ แต่ตำแหน่งผู้ช่วยเลขฯ นี้นะ...มันคือตำแหน่งที่ฉันพิจารณาจัดตั้งขึ้นมาใหม่เป็นการส่วนตัว”เจสสิก้าเว้นจังหวะก้าวขยับเข้าไปใกล้เฌอเบลล์อีกหนึ่งก้าว สายตาคมสวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคู่ปรับพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเน้นหนักชัดเจนทุกคำ“และที่สำคัญ.....ในฐานะที่เพลิงเป็นสามีของผู้บริหารระดับสูงอย่างฉัน ฉันย่อมมีสิทธิ์เด็ดขาดในการตัดสินใจเพิ่มตำแหน่งใหม่ให้เขาตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากพนักงานระดับต้อนรับอย่างเธอ”เฌอเบลล์หน้าชวาบเหมือนถูกตบ
จูบที่เริ่มต้นด้วยความโหยหากลับกลายเป็นความดูดดื่มลึกซึ้ง ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานแทบเป็นเนื้อเดียว ร่างบางของเจสสิก้าเปลอบิดเกร็งก่อนจะปล่อยให้อารมณ์พาไป มือเรียวละจากอุปกรณ์ทำแผลขึ้นปทาบบนแผงอกกว้างของชายหนุ่ม เสียงจูบดูดื่มหวานซาบซ่าดังแผ่วอยู่ในห้องที่เงียบสงบ เพลิงกดจูบเน้นย้ำซ้ำ ๆ ราวกับจะซึบซับความหวานนี้ไว้ให้ได้มากที่สุดทว่าความเจ็บแปลบจากแผลที่แตกอยู่มุมปากทำให้เพลิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาอย่างช้า ๆ เขามองใบหน้าเนียนที่บัดนี้ซับสีเลือด และริมฝีปากที่เจ่อขึ้นจากการกระทำของเขา เพลิงมองลึกเข้าไปในดวงตาหวานเชื่อมของเจสสิก้าด้วยความรู้สึกโหยหาอย่างจับใจ แต่ก็ต้องจำใจผละเว้นระยะห่างออกมา สายตาของชายหนุ่มมีความเสียดายอย่างปกปิดไม่มิด ที่ต้องยับยั่งชั่งใจไว้เพียงเท่านี้หญิงสาวปรับลมหายใจที่ยังคงติดขัดให้กลับมาราบรื่นดังเดิม รอยยิ้มพราวเสน่ห์จุดประกายขึ้นบนใบหน้าเนียน ด้วยความเป็นผู้ใหญ่และมีประสบการณ์ในชีวิตมากกว่า เธอไม่ได้แสดงอาการเขินอายอย่างสาวน้อยวัยแรกแย้ม แต่กลับยืดตัวขึ้นนั่งตรงอย่างสง่างาม สายตาคมสวยทอดมองเพลิงที่กำลังทำหน้าไม่ถูกอย่างพิจารณา“ทำไ







