Se connecterเฉินรุ่ยฟางอายุได้แปดปี มีน้องชายนามว่าเฉินเฟยเทียน ยามอายุได้เจ็ดปี บิดาก็หาครูมาสอนถึงที่เรือน โดยมีน้องชายคอยพะเน้าพะนออยู่ด้วยไม่ห่าง ส่วนคนเป็นพี่ก็ยอมให้น้องนั่งอยู่ด้วยไม่ให้ห่างตัวเช่นกัน จนใครต่อใครต่างพูดว่าพี่น้องตระกูลเฉินนั้นรักกันดีเสียเหลือเกินและสิ่งที่ตอกย้ำว่าสองพี่น้องนี้รักกันมากก็คงไม่พ้นเรื่องที่เถ้าแก่โรงรับจำนำฝากบุตรชายมาเรียนด้วยที่เรือนห้าวัน เพราะอยากจะรู้ว่าจ้างครูมาสอนกับส่งไปร่ำเรียนที่อื่นนั้น ทางไหนจะดีกว่ากัน เถ้าแก่เฉินก็ใจกว้างด้วยว่าบุตรชายของเถ้าแก่ผู้นี้อายุไล่เลี่ยกับรุ่ยฟาง อีกทั้ง ภรรยาของเขาก็มิได้คิดห้ามปราม นี่เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่หากหยิบยื่นให้กันในวันนี้ วันหน้าอาจเกื้อกูลในเรื่องอื่นกันได้ทั้งคู่คิดเพียงเท่านี้ ไม่ได้คิดมากไปกว่านี้เลย แต่ใครจะไปรู้ มาเรียนด้วยกันวันเดียว บุตรชายของเถ้าแก่โรงรับจำนำก็ร้องไห้จ้า เพราะถูกเฟยเทียนไล่กัดแขนเสียจนแทบจะเป็นรูเฉินเฟยหยางรีบมาไต่ถามกับครูที่สอนจึงได้ความว่าบุตรชายของเถ้าแก่โรงรับจำนำนั้นแกล้งบุตรสาวของตนก่อน ทั้งเหย้าแหย่ ทั้งดึงผม ครูปรามแล้วก็ไม่หยุด จนเจ้าน้องชายที่เหลืออดลุกขึ้นแล้ววิ่
การตั้งครรภ์ในครั้งนี้ของฟ่านลี่นั้นต่างจากครั้งตั้งครรภ์รุ่ยฟางอยู่มาก นางกินอะไรได้น้อยลงจนเถ้าแก่เฉินต้องสรรหาอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ให้ได้กิน เพราะกลัวว่านางจะไม่มีแรงไปเสียก่อน ไหนจะอาเจียนเสียทุกเช้าค่ำ ตื่นมาต้องได้สำรอก ก่อนนอนก็ไม่เว้น จนเถ้าแก่เฉินต้องลุกขึ้นมาลูบหลังนางในทุกๆ วันจนเฉินเฟยหยางพูดอย่างขบขันว่าท้องนี้เห็นทีจะเอาคืนอาเตี่ยที่ดูแลอาเหนียงไม่ดีเสียกระมัง“ออกมาเห็นทีจะตั้งตัวเป็นอริกับอาเตี่ยเสียกระมัง”“ดูพูดเข้า ตอนนี้ยังไม่รู้ความเสียด้วยซ้ำ” ฟ่านลี่ปามคนที่นอนข้างๆ กัน แต่มือก็ยังลูบหน้าท้องกลมๆ ของนางไม่คลาย เฉินเฟยหยางรักรุ่ยฟางอย่างไร ก็รักลูกในท้องของนางยามนี้ไม่ได้ต่างกัน และก็ไม่ใช่ว่ามีลูกอีกคนจะละเลยลูกอีกคน เฉินเฟยหยางรู้ดีว่าต้องดูแลเอาใจใส่ลูกคนโตให้ดีไม่แพ้ลูกคนเล็กที่อยู่ในท้องของฟ่านลี่ไม่ว่าจะลูกคนไหน เถ้าแก่เฉินก็รักลูกอยู่ดีและฟ่านลี่เองก็เชื่อเช่นนั้นเหมือนกัน...เพราะในทุกๆ วันก่อนรุ่ยฟางจะหลับ เฉินเฟยหยางมักอุ้มลูกมานอนหนุนหน้าท้องของนางทุกวันแล้วคุยว่าน้องของรุ่ยฟางนั้นกำลังนอนอุตุอยู่ในท้องของอาเหนียงอาเตี่ยคุยกับลูกไปเรื่อยเปื่อยจนลูกหลับค
ฟ่านลี่มีอาการแปลกไป...ช่วงเดือนสองเดือนมานี้ภรรยาของเถ้าแก่เฉินนั้นเจริญอาหารกว่าปกติ แต่จะพูดเช่นนั้นก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะบทจะกินได้ก็กินอย่างไม่ยั้งปาก แต่บทจะกินไม่ได้ แม้แต่กลิ่นข้าวต้มก็ต้องวิ่งไปโก่งคอสำรอกออกมาเสียด้วยซ้ำ จนเขาผู้เป็นสามีก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้วันนี้ก็พูดว่าเวียนหัวไม่อยากออกไปไหน จนสุดท้ายเฉินเฟยหยางต้องออกมาร้านกับบุตรสาววัยสองขวบปีเพียงลำพัง“เตี่ย...อาเหนียง”“อาเหนียงไม่ได้ไป อาเหนียงไม่สบาย รุ่ยฟางอย่ากวนอาเหนียงเยอะนะ”“ไม่กวน”“ดีมาก แต่วันนี้รุ่ยฟางต้องไปร้านกับอาเตี่ย ไปอยู่ที่นั่นดีหรือไม่”“ดีเจ้าค่ะ”เฉินเฟยหยางยิ้มร่า อุ้มลูกสาวขึ้นออกเดินไปยังร้านค้าของตน ชีวิตอันราบเรียบนั้นทำให้เถ้าแก่ผู้นี้มีความสุขมากขึ้นเป็นเท่าทวี ตื่นเช้ามาได้เจอกับภรรยา ออกจากห้องมาได้เจอบุตรสาว ออกไปค้าขายก็ขายได้มีกำไร มีเงินกิน เงินใช้ จะไม่ให้เรียกความสุขได้อย่างไร ชีวิตของเขาก็หวังเพียงเท่านี้ส่วนสหายเก่าแก่อย่างหมิงอ๋องก็ยังครองเมืองชายแดนอยู่ไม่ห่างไปไหน บ่อนเบี้ยก็ยังคงอยู่ แต่เงินในนั้นก็ส่งเข้าท้องพระคลังแทบจะทุกเดือนจนท้องพระคลังมั่งคั่ง หมิงอ๋องกลายเป็นที่โปร
เฉินเฟยหยางกลับมาคุมร้านค้าอีกครั้ง เมื่อเรื่องราวต่างๆ ที่แสนวุ่นวายจบลง สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปและกลายเป็นภาพคุ้นตาของชาวบ้าน คือเถ้าแก่เฉินที่มักอุ้มบุตรสาวมานั่งตักอยู่หน้าโต๊ะบัญชีภายในร้านเสมอจนใครต่อใครต่างพูดว่าลูกสาวเถ้าแก่เฉินนั้นน่าเอ็นดู จนคนเป็นบิดาไม่อาจปล่อยให้คลาดสายตาได้โดยคำพูดพวกนั้นก็ไม่พ้นเข้าหูของเถ้าแก่เฉิน ที่เมื่อได้ยินก็ยิ้มรับโดยไม่นึกปฏิเสธ ด้วยว่าเป็นความจริงทุกประการ จนตอนนี้เมื่อกลับมาที่เรือนก็มิวายอุ้มลูกไม่ห่างอก โดยมีคนเป็นภรรยานอนมองอยู่บนเตียง“ใช่แล้ว น่าเอ็นดูเสียปานนี้จะให้อยู่ห่างหูห่างตาได้อย่างไร”ฟ่านลี่มองบุรุษที่ไม่พูดเปล่า แต่ก้มหน้าไปฟัดแก้มกลมๆ ของบุตรสาวเสียจนหนำใจ ลูกสาวของนางก็ร้องคิกคัก ราวกับถูกใจนักที่โดนอาเตี่ยหยอกเอินอยู่แบบนี้“พอก่อน ประเดี๋ยวลูกไม่นอนกันพอดี”เฉินเฟยหยางหัวเราะ แต่ก็เชื่อคำเตือนของภรรยา เขาอุ้มลูกกล่อมให้หลับอยู่ครู่ใหญ่ เมื่อรุ่ยฟางหลับใหลแล้วก็เรียกให้พี่เลี้ยงเข้ามารับตัวไปดูแลต่อดูแลลูกจบก็ได้เวลามาดูแลภรรยา ชีวิตของเฉินเฟยหยางนั้นมีความสุขเหลือเกินที่ได้อยู่กับภรรยาและลูกแบบนี้สุขเสียจนอยากกอดช่วงเวลาพ
ฟ่านลี่ที่ได้กลับมาเจอลูกอีกครั้งก็แทบไม่ปล่อยให้ลูกห่างจากอก นางลูบแก้มกลมอันแสนรักของลูกสาวที่โตกว่าตอนที่นางกลับไปฉางหยางนัก เด็กในช่วงวัยนี้โตวัยจนน่าใจหาย และน่าใจหายยิ่งกว่าเก่าเมื่อกลับมาแล้วรุ่ยฟางมีทีท่าคล้ายว่าจะจำนางไม่ได้แต่ก็ไม่แปลก นางไปตั้งแต่ก่อนที่รุ่ยฟางน้อยจะรู้เรื่องเสียอีก แต่อาจเพราะด้วยสัมพันธ์ของแม่ลูกกระมัง สุดท้ายพอได้อุ้มได้หอม รุ่ยฟางน้อยของนางก็หันมาออเซาะนาง อุ้มกล่อมกันได้ไม่เท่าไรก็หลับคอพับ ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง...ทว่าเมื่ออยู่ดูลูกจนหนำใจ ฟ่านลี่ก็มิได้หลงลืมว่านางมาที่นี่กับผู้เป็นสามี ที่ตอนนี้นางกล่อมลูกจนหลับไปแล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเฉินเฟยหยาง จนนางต้องมาตามตัว ไม่รู้ว่าถูกไล่ตะเพิดกลับไปหรือยังถึงยังไม่ได้โผล่หน้าเข้ามาหาลูก เดินตามหาได้ไม่เท่าไรก็พบตัว นางถึงได้รู้ว่าเฉินเฟยหยางยังไม่ถูกไล่ออกไป แต่กำลังเมามายกับบิดาของนางอยู่ต่างหาก“ดูเอาเถอะบุรุษพวกนี้พอกันไปหมด”“อาเหนียง”และไม่ใช่แค่นางที่ออกมาตามหาสามี มารดาของนางเองก็ออกตามหาบิดาด้วยเหตุว่ายังไม่เข้าห้องไป
เรื่องราวทุกอย่างผ่านพ้นไป ก็ถึงคราวชีวิตของคนตระกูลเฉินกลับมาเป็นปกติเสียที เมื่อมั่นใจว่าจะไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว มั่นใจว่าคนของชินอ๋องถูกสังหาร และถูกจับเข้าคุกกันไปหมดแล้ว ก็ถึงคราวที่ต้องพาลูกกลับสู่อ้อมอกเสียทีฟ่านลี่กลับมาที่บ้านเกิดด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนครั้งไหน นางปรารถนาจะไปพาลูกมาอยู่ด้วยกัน และหวังว่าครอบครัวต่อจากนี้จะไม่เกิดเรื่องอะไรที่น่าหวั่นใจอีก ส่วนสามีอย่างเฉินเฟยหยางเองก็ไม่ต่างกัน อีกฝ่ายเฝ้านับวันที่จะเดินทางมาที่ซุยโจวเสียด้วยซ้ำเถ้าแก่เฉินรักลูกสาวมาก ไม่ว่าจะตอนไหนๆ นี่คือเรื่องจริงที่ต่อให้สามีไม่พูดออกมานางก็รับรู้ได้มาโดยตลอด ยิ่งครั้งนี้นางยิ่งเห็นว่าเฉินเฟยหยางดีใจเพียงไรที่จะได้กลับไปรับลูกมาอยู่ด้วยกันแม้จะยังกล้าๆ กลัวๆ กับบิดาของนางอยู่ก็ตามที แต่ก็ยังใจดีสู้เสือเตรียมของมาฝากอีกมากมายราวกับไม่เข็ดขยาดกับเรื่องเมื่อครั้งก่อนที่บิดาของนางไล่ตะเพิดออกจากเรือนไป“ครั้งนี้ไม่เป็นแบบนั้นแน่ ข้าจะอธิบายทุกอย่างให้ใต้เท้าฟ่านได้รู้เอง”“เช่นนั้นรึ”“ใช่...ต่อให้ถูกไล่ออกไปอีก ก็จะหน้าด้านอยู่ต่อจนกว่าบิดาของเจ้าจะยินยอมให้ทั้งเจ้ากับลูกมาอยู่กับข้า
ฟ่านลี่ได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้แล้ว ต่อให้เรื่องเกิดที่หลังกำแพงแต่ก็ดังมาถึงเรือนหลังได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร เพราะไหนจากบ่าวที่คุยกันเสียจนทั่ว ไหนจะสาวใช้ของนางที่นำข่าวมารายงานอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าเนื้อความที่ซูมี่นำมาบอกแก่นาง“นายท่านมิให้นางเข้ามาข้างในด้วยซ้ำเจ้าค่
มาถึงก็นั่งร้องห่มร้องไห้อยู่หน้ากำแพง เศร้าโศกโศกาประหนึ่งถูกทิ้งก็มิปานทั้งๆ ที่เรื่องทุกอย่างนั้นไม่มีสิ่งใดที่ถูกต้องเลยตั้งแต่แรก การกระทำเช่นนี้มีหรือเขาจะดูไม่ออกว่านางจะทำให้คนทั้งเมืองมองภรรยาของเขาผิดไป เช่นว่าฟ่านลี่เมื่อให้กำเนิดบุตรก็ไม่คิดให้สามีออกจากเรือน เป็นภรรยาเอกที่ใจร้ายจนแม่น
หลังจากเกิดเรื่องในวันนั้น เถ้าแก่เฉินก็หันมาทำหน้าที่ของตัวเองที่ควรจะทำตั้งเนิ่นนานอย่างการหาคนมาช่วยดูแลลูกสาว ทั้งแม่นม ทั้งพี่เลี้ยงต่างๆ นานา มีคนคอยล้อมหน้าล้อมหลังคุณหนูตระกูลเฉินทุกย่างก้าว เพื่อแบ่งเบาภาระผู้เป็นมารดาเรื่องในเรือนนั้นก็ให้พ่อบ้านซุ่ยรับดูแลไป ไม่ต้องให้ฟ่านลี่ได้ทำอะไร น
“ทำไมข้าถึงจำอะไรไม่ได้เลย มู่เฉิน”“นายท่าน”เฉินเฟยหยางที่ปลีกตัวมาอยู่ในห้องหนังสือกำลังนั่งทบทวนเรื่องทุกอย่าง และถามซ้ำๆ ในเรื่องที่ได้ยินไปแล้วว่าตนนั้นทำตัวเช่นไรเมื่อก่อนหน้านี้ เพราะแม้แต่ตัวของเฉินเฟยหยางในยามนี้ ก็ไม่มั่นใจว่ารู้จักตัวเองดีนัก“ข้าจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าแม่นางเกาที่นายหญิงของ







