Share

สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!
สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!
Penulis: มิณิณ/ชงฉีป๋อซาน

ตอนที่ 1

last update Tanggal publikasi: 2026-10-07 15:52:51

"ฮูหยินดื่มยาเสียหน่อยเถิดเจ้าค่ะ" ผิงซวงสาวใช้อาวุโสผู้เป็นแม่นมของหยางซูหนี่กล่าวกับนาง หากแต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าเพราะนางไม่ต้องการที่จะดื่มมันอีกต่อไปแล้ว

ท่ามกลางเสียงครึกครื้นรื่นเริงจากด้านนอกที่ดังลอดเข้ามาในเรือนอยู่ตลอด หยางซูหนี่ได้แต่ยิ้มเยาะกับตนเอง วันนี้เป็นวันมงคลของฟูฮุ่ยหมิงคุณชายใหญ่ตระกูลฟูบุตรชายคนโตของฟูซีฮันสามีของนางกับเผิงหยู่เยียนฮูหยินรอง

ย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบปีก่อน

หยางซูหนี่คือคุณหนูใหญ่ตระกูลหยางแห่งจวนกั๋วกง แม้ว่าบิดามารดาจะตายจากไปในสนามรบหากแต่นางก็ได้รับการดูแลและอบรมอย่างดีจากท่านปู่หรือหยางกั๋วกงผู้เฒ่าและฮูหยินเฒ่าผู้เป็นย่า จนกระทั่งนางได้แต่งเข้ามาในจวนตระกูลฟู โดยมีสามีของนางฟูซีฮันที่พ่วงด้วยตำแหน่งหย่งอันโหว หลังจากแต่งงานอีกฝ่ายก็ปฏิบัติต่อนางเป็นอย่างดีและหยางซูหนี่เองก็ปฏิบัติต่อเขาอย่างเคร่งครัดตามที่ท่านย่าได้สั่งสอนมา หากแต่ผ่านไปหลายปีนางกลับไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เสียที แต่เพราะสามีมักจะปลอบใจนางเสมอทั้งยังกล่าวว่าไม่สำคัญ สักวันก็คงจะตั้งครรภ์ได้เองจึงทำให้นางวางใจ

เพราะรักและเชื่อใจทำให้นางหลงเชื่อในวาจาของเขาเสมอมาจนกระทั่งในวันหนึ่งที่ทำให้นางรู้ว่าคำพูดและคำสัญญาที่มีให้นาง ไหนเลยจะสำคัญเท่าความกตัญญูต่อบรรพชน

ในยามที่เขากลับจากสนามรบพร้อมกับสตรีและเด็กน้อยตัวอวบอ้วนผู้หนึ่ง ความยินดีของหยางซูหนี่ก็เลือนหายไปในทันที เมื่อสามีให้เด็กผู้นั้นเรียกขานนางว่าท่านแม่ ไม่จำเป็นที่จะต้องอธิบายสิ่งใดต่อนางก็เข้าใจได้ในทันที ชายหนุ่มรับอีกฝ่ายเข้ามาทั้งยังจัดหาที่พักและเรือนอย่างดีให้อยู่พร้อมกับดูแลนางสองแม่ลูก

หลังจากนั้นหยางซูหนี่และเขาก็เหมือนเกิดกำแพงบางอย่างขึ้นต่อกัน ความห่างเหินที่แต่เดิมก็มีมากอยู่แล้วก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีก ในขณะนั้นทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนเอง จนกระทั่งวันหนึ่งที่หยางซูหนี่ล้มป่วย หญิงสาวสั่งให้สาวใช้ไปตามหมอจากด้านนอกทำให้ได้รู้ความจริงบางอย่างที่หยางซูหนี่แทบล้มทั้งยืน

เมื่อหมอผู้นั้นกล่าวว่ายาบำรุงที่นางได้ดื่มทุกวัน แท้จริงแล้วมีส่วนผสมของยาห้ามครรภ์ ซึ่งมันก็ตรงกับสาเหตุที่ว่าเหตุใดนางจึงมิตั้งครรภ์เสียที

ที่แท้คำกล่าวที่ว่าเขาไม่ได้ต้องการมีบุตรหาใช่ความจริงไม่ เขาเพียงไม่ต้องการมีบุตรกับนางเท่านั้น เด็กคนนั้นคือคำตอบแล้ว

หยางซูหนี่หัวเราะกับตัวเองราวกับคนบ้า นางหัวเราะออกมาพร้อมกับน้ำตา ไม่เคยคาดคิดว่าความเจ็บปวดที่เกิดจากความรักมันจะทำให้หัวใจของคนเราพังทลายได้ถึงเพียงนี้

ที่แท้แล้ว... สำหรับเขานั้นนางคืออะไรกันแน่ ! เพียงแค่ฮูหยินที่แต่งเข้ามาอย่างสมเกียรติ เป็นเพียงสตรีสูงศักดิ์ที่สามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับเขาเช่นนั้นหรือ ? เพราะสตรีผู้นั้นมีฐานะต่ำต้อยและไม่สามารถเชิดหน้าชูตาเขาได้เช่นนั้นหรือ ?

ในตอนนั้นนางเคยถามเขาว่าเคยรักนางบ้างหรือไม่ ? และคำตอบของเขาก็ทำให้หยางซูหนี่เข้าใจในที่สุดว่า ความดีไม่อาจข้ามผ่านและกลายเป็นความรักได้

"ขออภัยที่ข้าไม่อาจตอบรับความรู้สึกของเจ้า แต่ข้าจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดีในฐานะของฮูหยินเอกผู้หนึ่งไปชั่วชีวิต"

คำตอบของสามียังคงติดตรึงอยู่ในใจนางมาโดยตลอดยี่สิบปี

มาวันนี้ด้วยร่างกายที่อ่อนล้าและจิตใจที่แตกสลาย ท่ามกลางความมืดมนของบรรยากาศภายในเรือน ช่างแตกต่างจากบรรยากาศรื่นเริงด้านนอกยิ่งนัก

หยางซูหนี่ในวัยสามสิบเจ็ดที่ควรจะมีความสุขในชีวิตท่ามกลางลูกหลานรายล้อม หากแต่กลับต้องล้มหมอนนอนเสื่อร่างกายผ่ายผอมไร้คนเหลียวแล ไร้บุตร ไร้รัก มีเพียงสาวใช้ผู้ภักดีและแม่นมที่ดูแลนางมาตั้งแต่เกิด ไร้เงาสามีผู้นั้นของนาง กระนั้นหยางซูหนี่ก็ไม่คิดโทษผู้ใด หากต้องโทษก็ต้องโทษที่นางมองคนผิดและมอบใจให้ผิดคนเท่านั้น

เสียดายที่วันเวลามิอาจไหลย้อนกลับ

"ข้าอยากจะออกไปนั่งเล่นที่สวนสักหน่อย" หยางซูหนี่เอ่ยกับสาวใช้ ก่อนทั้งคู่จะพยักหน้าอย่างตามใจ

หลายวันแล้วที่ฮูหยินไม่ยอมดื่มยา นายท่านเองก็มิได้มาเยี่ยมเยือนฮูหยินนานแล้วเช่นกัน หลังจากที่ฮูหยินล้มป่วยเมื่อหลายเดือนก่อนทุกอย่างในเรือนก็ถูกส่งมอบให้ฮูหยินรองเผิงเป็นผู้ดูแลทั้งหมด

นางใช้ข้ออ้างในการลดค่าใช้จ่ายสั่งลดจำนวนสาวใช้ในเรือนของฮูหยินใหญ่ทั้งหมด เหลือสาวใช้และบ่าวในเรือนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น หากแต่ฮูหยินใหญ่กลับไม่ได้กล่าวสิ่งใด หยางซูหนี่เพียงเอ่ยถามว่าเรื่องเหล่านี้สามีของนางรับรู้แล้วหรือไม่ ? ยามที่ได้รับคำตอบนางก็เพียงพยักหน้ารับก่อนที่จะเงียบไปเท่านั้น

"ฮูหยิน ข้างนอกลมแรงยิ่งนักเจ้าค่ะ" ผิงซวงเป็นสาวใช้อาวุโส นางเป็นแม่นมที่ดูแลหยางซูหนี่มาตั้งแต่เกิด ดูแลหยางซูหนี่ยิ่งกว่าลูกในไส้เพราะฮูหยินและนายท่านต้องออกรบก่อนที่ทั้งคู่จะสละชีพตนเองเพื่อสังหารศัตรู คุณหนูของนางจึงกลายเป็นกำพร้า จวนหยางกั๋วกงจึงมีเพียงนางที่เป็นหลานสาวเพียงคนเดียว ท่านกั๋วกงผู้เฒ่าและฮูหยินผู้เฒ่าต่างรักและถนอมหยางซูหนี่ยิ่งนัก ในยามที่มีราชโองการสมรสให้กับคุณหนูใหญ่และหย่งอันโหว กั๋วกงผู้เฒ่าเองก็ไม่เห็นด้วยแม้แต่น้อยแต่เพราะหย่งอันโหวเป็นคนของฝ่าบาทและฝ่าบาทเองก็ต้องการควบคุมตระกูลหยาง ทำให้ในตอนนั้นตระกูลหยางไม่อาจปฏิเสธสมรสพระราชทานนี้ได้

หลังจากแต่งเข้าจวนหย่งอันโหวทุกอย่างก็ดูเหมือนจะราบรื่นเป็นอย่างดีจนกระทั่งท่านแม่ทัพต้องไปรบ สามปีให้หลังในยามที่เขากลับมากลับพาหญิงงามผู้หนึ่งกลับมาด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ยังพาเด็กน้อยผู้หนึ่งกลับมาพร้อมกับให้อีกฝ่ายเรียกขานคุณหนูของนางว่ามารดาและดูเหมือนว่านั่นจะเป็นรอยร้าวแรก หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ดูเหมือนจะห่างเหินกันมากขึ้นแต่คุณหนูของนางก็ยังทำหน้าที่ฮูหยินได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จนกระทั่งได้ทราบความจริงเรื่องที่สอง ยาบำรุงที่นางดื่มทุกวันกลับกลายเป็นยาที่มีส่วนผสมของยาห้ามครรภ์ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณหนูของนางไม่อาจตั้งครรภ์

ในครั้งนั้นคุณหนูของนางราวกับคนเสียสติ นางรู้ว่าคุณหนูเจ็บปวดเพียงใด หลังจากนั้นเป็นต้นมา ฮูหยินของนางก็กลายเป็นคนเย็นชาไม่สนใจสิ่งใดอีก นางเคยเอ่ยกับคุณหนูให้นางบอกกล่าวเรื่องนี้กับกั๋วกงผู้เฒ่าและฮูหยินผู้เฒ่า แต่หญิงสาวเพียงกล่าวสั้น ๆ ว่า

"ท่านปู่ท่านย่าชรามากแล้วและไม่อาจแบกรับเรื่องเช่นนี้ได้อีก"

กลับมาที่ปัจจุบัน

หยางซูหนี่นอนเอนกายอยู่บนเก้าอี้กุ้ยเฟยพร้อมกับแหงนหน้ามองต้นสาลี่ที่อยู่ในสวนของนาง ต้นสาลี่ต้นใหญ่ที่ดอกสีขาวของมันกำลังเบ่งบานสะพรั่งชูช่อแข่งขันกัน

ส่วนนางกลับกลายเป็นดั่งใบไม้ที่กำลังจะร่วงโรย นี่นางเดินทางมาถึงจุดนี้ได้เช่นไรกัน มาอยู่ในจุดที่โดดเดี่ยวอ้างว้างได้ถึงเพียงนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาหยางซูหนี่พยายามถามกับตนเองว่าชีวิตของนางจะดำเนินไปเช่นไร ความสุขของนางเล่าอยู่ที่ใด ? เหตุใดจึงมีเพียงนางเท่านั้นที่ต้องโดดเดี่ยว เคยคิดว่าหากวันนั้นนางเลือกที่จะปฏิเสธการแต่งงานนี้ชีวิตของนางจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ? นางเองก็ไม่สามารถตอบได้เช่นกัน

"ฮูหยินกลับเข้าเรือนดีหรือไม่เจ้าคะ ?" เพ่ยเปาสาวใช้คนสนิทที่เติบโตมาพร้อมกับหยางซูหนี่กล่าวขึ้น

"อาเปาเจ้าอยู่กับข้ามานานเพียงใดแล้ว"

"ฮูหยิน บ่าวอยู่กับท่านมาสามสิบสองปีแล้วเจ้าค่ะ"

"ปีนี้เจ้ามีหลานชายแล้วสินะ ?" หยางซูหนี่เอ่ยถึงหลานชายคนแรกที่เกิดจากบุตรชายคนโตของเพ่ยเปา นางพยักหน้าก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ นายสาว สาวใช้คนสนิทรู้ว่าคุณหนูของตนเองมีปมเรื่องทายาทแต่ฮูหยินกลับไม่เคยเอ่ยถึงความน้อยใจทั้งยังเอ็นดูบุตรชายบุตรสาวของนางเป็นอย่างมาก และเด็กทั้งสองก็กตัญญูต่อนายสาวของนางเป็นอย่างยิ่ง

"เจ้าค่ะ เดือนหน้าก็จะครบขวบปีแล้วเจ้าค่ะ"

"ดี ดียิ่งนัก" กล่าวจบหยางซูหนี่ก็หยิบป้ายหยกชิ้นหนึ่งขึ้นมาก่อนจะลูบไล้มันเบา ๆ ราวกับกลัวว่ามันจะแตกหักพร้อมกับนึกถึงบิดามารดาที่ตายจาก ความรักของบิดาที่มีต่อมารดาทำให้คนทั้งคู่ไม่อาจหักห้ามใจที่จะต้องพรากจากกันได้ ในยามที่จากไปก็ยังเคียงข้างกันไปจนช่วงเวลาสุดท้ายโดยไม่โดดเดี่ยว

หากว่าทำได้นางก็อยากจะเป็นเช่นพวกเขา จับมือเคียงข้างเดินข้ามแม่น้ำลืมเลือนไปพร้อม ๆ กัน

หยางซูหนี่หลับตาลงก่อนที่นางจะค่อย ๆ หลับไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายที่หมดลงอย่างช้า ๆ แม้ว่าสุดท้ายนางจะต้องโดดเดี่ยวเดียวดาย หากแต่นางกลับจากไปอย่างสงบและไม่ต้องทุกข์ทรมานอีกต่อไป

"ฮูหยินเจ้าคะ" เพ่ยเปาเขย่าตัวนายสาวเบา ๆ แต่ไร้การตอบรับ นางจึงค่อย ๆ ยื่นมือเข้าไปอังที่จมูกของนายสาว ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายได้จากไปแล้วอย่างสงบ ป้ายหยกที่ถือในมือร่วงหล่นตกกระทบลงบนพื้นพร้อมกับแตกออกเป็นสองเสี่ยงอย่างง่ายดาย ทั้ง ๆ ที่มันทำมาจากหยกชั้นดีที่หายากและแข็งแรงเป็นอย่างยิ่ง

เพ่ยเปาจำได้ว่าคุณหนูของนางเคยทำหล่นพื้นหลายครั้งหากแต่มันก็ไม่เคยมีแม้กระทั่งรอยบิ่น แต่ยามนี้ที่คุณหนูของนางจากไปเพียงแค่หล่นจากมือเบา ๆ กลับแตกออกเป็นเสี่ยงได้อย่างง่ายดาย

นี่กระมังที่เขากล่าวว่าเมื่อเจ้าของไม่อยู่แล้วข้าวของก็ได้จากไปด้วยเช่นกัน

เสียงร่ำไห้ของสาวใช้คนสนิททั้งสองทำให้สาวใช้และบ่าวรับใช้จำนวนไม่น้อยแตกตื่น แม้ว่าจะเป็นวันมงคลและด้านนอกเสียงดังมากเพียงใด หากแต่ไม่อาจสู้เสียงร่ำไห้ของเหล่าบ่าวรับใช้ในจวนจำนวนไม่น้อยได้เลย

เพราะการจากไปของฮูหยินใหญ่ทำให้บรรดาสาวใช้และบ่าวรับใช้ที่เคยได้รับความเมตตาจากนางถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่แม้ในวันมงคลเช่นนี้

เรื่องราวดูเหมือนจะเริ่มใหญ่โตมากขึ้นยิ่งทำให้ฮูหยินรองเผิงโมโหถึงกับอาละวาดยกใหญ่

"นางกล้าดีอย่างไรจึงได้กล้ามาตายในวันมงคลของบุตรชายข้า !" เผิงหยู่เยียนกล่าวอย่างมีน้ำโห สาวใช้คนสนิทรีบมองซ้ายมองขวาก่อนจะพบว่าไม่มีคนจึงเข้ามาปลอบอีก

"ฮูหยินท่านอย่าพึ่งโมโห นางตายไปก็ดีแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ ?" เผิงหยู่เยียนที่ได้ยินเช่นนั้นก็เปลี่ยนท่าที นางรอคอยตำแหน่งฮูหยินมาสิบกว่าปีในที่สุดก็ทำสำเร็จเสียที

"หึ แล้วท่านพี่เล่า ?"

"นายท่านดูเหมือนจะเดินทางไปที่เรือนของฮูหยินใหญ่ด้วยตนเองแล้วเจ้าค่ะ"

"เขาจะไปทำสิ่งใดกัน ? คนก็ตายไปแล้ว"

"ถึงอย่างไรนางก็เป็นฮูหยินเอกจวนหย่งอันโหว นายท่านย่อมให้เกียรตินางเจ้าค่ะ"

"หึ หยางซูหนี่ ในที่สุดข้าก็เอาชนะเจ้าได้สำเร็จ คนตายแล้วก็แล้ว จากนี้ไปจวนแห่งนี้ย่อมตกเป็นของข้า"

ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ภายในเรือนมู่อินของหยางซูหนี่ ชายผู้ที่นางเรียกว่าสามีกลับยืนเหม่อมองดูร่างไร้วิญญาณของนางด้วยสายตาที่ผู้ใดก็มิอาจคาดเดาความคิดได้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะสั่งการให้จัดงานศพให้นางอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติที่สุด เป็นเพราะครอบครัวของนางได้จากไปกันหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นบิดามารดาหรือกั๋วกงผู้เฒ่าและฮูหยินผู้เฒ่า เขาที่เป็นสามีจึงเป็นญาติสนิทเพียงคนเดียวที่นางเหลืออยู่ หากแต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยังทำให้นางจากไปอย่างโดดเดี่ยวไม่มีแม้แต่คำร่ำลา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 11

    เวลาผ่านไปกว่าเจ็ดวันในที่สุดตระกูลติงก็ประสบกับปัญหาขาดแคลนอาหาร ในขณะที่หยางซูหนี่ประกาศตั้งแต่แรกว่าจะช่วยเท่าที่พอช่วยได้เป็นเวลาราวสิบวัน เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้ตระกูลใหญ่อื่น ๆ ได้มีโอกาสทำดีร่วมกันบ้างจะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าทำเพื่อเอาหน้าเพียงตระกูลเดียว เมื่อติงอี้เหรินได้ยินเช่นนั้นก็ชวนให้นึกขัน นางจึงไม่ยอมแพ้และยังคงแจกจ่ายอาหารต่อไปจนกระทั่งเกิดปัญหาขาดแคลนเสบียงขึ้นชาวบ้านที่ได้รับการแจกจ่ายอาหารทุกวันในตอนนี้มีทั้งผู้อพยพและชาวบ้านที่แต่เดิมอาศัยอยู่ในเมืองหลวงอยู่แล้ว เพราะหลังจากที่ผู้อพยพเพิ่มมากขึ้นพวกเขาก็ไม่สามารถทำมาหากินได้ดังเดิม ก่อนที่จะเปลี่ยนวิธีการมารับอาหารที่แจกจ่ายในแต่ละวันแทน อย่างน้อยก็ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อแต่พออาหารที่มีเริ่มไม่เพียงพอก็กลายเป็นว่าตระกูลติงตั้งใจให้พวกเขาได้รับความลำบากโดยที่ไม่คิดจดจำบุญคุณที่ตระกูลติงเคยแจกจ่ายอาหารแก่พวกเขาแม้แต่น้อย ในขณะเดียวกันผู้คนที่เคยได้รับแจกจ่ายอาหารก็เริ่มก่อความวุ่นวายและรุนแรงมากขึ้นจนไม่อาจระงับเหตุไว้ได้ ทหารรักษาเมืองจึงเข้ามาระงับเหตุ แต่กลับกลายเป็นว่าทหารรักษาเมืองเหล่านั้นทำให้เรื

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 10

    หยางซูหนี่เริ่มต้นจัดตั้งโรงทานตระกูลหยางทางด้านทิศใต้ของเมือง พื้นที่บริเวณนี้คือพื้นที่ที่มีจำนวนผู้อพยพอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งยังเป็นพื้นที่ของเหล่าคนจรทำให้ชุมชนแถบนี้ดูแออัดมากที่สุด แม้ว่าจะเป็นการสุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมากที่ทำเช่นนี้แต่ก็เป็นทางเดียวที่จะหลอกล่อคนกลุ่มนั้นออกมาแล้วค่อย ๆ จัดการหลายวันก่อนที่หญิงสาวกลับมาจากจวนของลิ่งไท่เฟยก็มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นที่ถนนทางด้านทิศตะวันออกของเมือง ก่อนที่ทหารรักษาเมืองจะเข้าควบคุมเหตุการณ์และเกิดเป็นเหตุความรุนแรงจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนไม่น้อย มาวันนี้ผู้อพยพส่วนใหญ่จึงทยอยกันเคลื่อนตัวมายังถนนทางทิศใต้ หากแต่ทางการก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะจัดการกับคนกลุ่มนี้เสียที หยางซูหนี่คิดว่าการที่นางตั้งโรงทานในแถบบริเวณนี้นอกจากจะได้ช่วยเหลือผู้อพยพที่แท้จริงแล้ว นางยังจะสามารถหลอกล่อกลุ่มนักฆ่าเหล่านั้นให้ออกมาอีกด้วย หากว่าพวกมันมีเป้าหมายเป็นหนิงอ๋องเช่นนั้นคนเหล่านั้นจะต้องเข้ามาเพื่อสร้างความวุ่นวายให้กับโรงทานของนางอย่างแน่นอนหากแต่หยางซูหนี่จัดตั้งโรงทานได้ไม่ถึงครึ่งค่อนวัน อีกฟากของถนนก็เกิดโรงทานแห่งใหม่ขึ้นซึ่งก็คื

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 9

    ในขณะที่รถม้ากำลังแล่นไปเรื่อย ๆ ตามเส้นทางของเมืองหลวง อยู่ ๆ คนบังคับม้าก็หยุดรถกะทันหัน โชคดีที่หยางซูหนี่พยุงตัวเองเอาไว้ได้ทันทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ หากแต่ในเวลาต่อมาหนิงอ๋องก็เข้ามาในรถม้าของนางทำให้หยางซูหนี่ถึงกับขมวดคิ้วแล้วตั้งคำถามกับเขาด้วยความประหลาดใจ"เกิดอันใดขึ้นงั้นหรือเจ้าคะ ?""ข้างหน้ามีกลุ่มคนอพยพขวางทางอยู่ ดูเหมือนว่าไม่ช้าจะเกิดเหตุความรุนแรงขึ้น" หนิงอ๋องกล่าว หยางซูหนี่พึ่งจำได้ว่าหลังจากนี้จะมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นระหว่างทหารรักษาเมืองกับกลุ่มคนที่อพยพเข้ามาในเมืองหลวง ซึ่งเหตุการณ์ควรจะเกิดหลังจากนี้อีกประมาณหนึ่งเดือน แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นเร็วกว่าในชีวิตก่อนของนางมากนัก"เช่นนั้นพวกเราย้อนกลับไปเส้นทางเดิมดีหรือไม่เจ้าคะคุณหนู ?" เพ่ยเปาเอ่ยกับนายสาว"ให้สาวใช้ของเจ้าไปกับรถม้า ส่วนเจ้าไปกับข้า""เอ๊ะ ! เหตุใดเล่า ?""ดูเหมือนว่าหนึ่งในกลุ่มของคนที่อพยพจะจับจ้องรถม้าที่ดูหรูหรากว่าทุกคันแล้วจับตัวหญิงสาวเหล่านั้นไว้เป็นตัวประกัน""เช่นนั้นสาวใช้ของข้าเล่า ?""สาวใช้ย่อมไม่มีปัญหา พว

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 8

    หยางซูหนี่ถูกพามายังเรือนด้านในสุดของจวนซึ่งเป็นเรือนต้องห้ามมิให้คนนอกเข้า มีเพียงผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าไปได้ หญิงสาวลอบสังเกตเส้นทางก่อนจะมองไปรอบ ๆ อย่างไม่ไว้ใจหนึ่งคือนางไม่อาจทราบได้ว่าลิ่งไท่เฟยผู้นี้เป็นคนมีนิสัยเช่นไร แต่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสนมนางในของฮ่องเต้ที่สามารถมีชีวิตรอดและครองอำนาจมาได้ขนาดนี้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา ลูกไม้โง่ ๆ ที่นางเจอเมื่อตอนเดินทางมาที่ตำหนักนี้ทำให้หญิงสาวมั่นใจว่าย่อมไม่ใช่แผนการของอีกฝ่ายเป็นแน่"คุณหนูใหญ่หยางเชิญด้านนี้เจ้าค่ะ" เมื่อเดินเข้ามาในเรือนหยางซูหนี่ก็พบว่านางกำนัลอาวุโสอีกคนต่างหากที่เป็นคนสนิทตัวจริงของลิ่งไท่เฟย ส่วนอู๋หมัวมัวผู้นั้นคงจะเป็นตัวหลอกเสียมากกว่า"หม่อมฉันหยางซูหนี่ขอคารวะลิ่งไท่เฟยเพคะ" หยางซูหนี่คารวะอีกฝ่ายก่อนจะลอบสังเกตสีหน้าของลิ่งไท่เฟยผู้นั้นแล้วก้มหน้าลง"เจ้าคือหยางซูหนี่ ?""เพคะ หม่อมฉันคือหยางซูหนี่""ได้ยินเรื่องของเจ้ามาไม่น้อย เชิญเจ้านั่งตามสบายเถิดไม่ต้องมากพิธี ที่นี่มีเพียงข้าและคนสนิทเท่านั้น""ขอบพระทัยเพคะ""เจ้าคงจะได้เห็นแ

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 7

    เช้าวันต่อมา มีนางกำนัลอาวุโสผู้หนึ่งมาขอเข้าพบหยางซูหนี่ตั้งแต่เช้าก่อนจะแจ้งว่าลิ่งไท่เฟยต้องการพบนางเพื่อทำความรู้จักเป็นการส่วนตัว หยางซูหนี่พอจะคาดการณ์เอาไว้บ้างแล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องเรียกตัวนางเข้าพบในเร็ววันนี้ในเมืองหลวงแห่งนี้มีผู้ใดไม่ทราบบ้างว่าลิ่งไท่เฟยเป็นคนเช่นไร นางเคยเป็นสตรีที่อดีตฮ่องเต้ทรงโปรดปรานที่สุด ต่อมาก็ถูกพระสวามีตีตัวออกหากก็เพราะคิดว่านางต้องการแย่งชิงบัลลังก์ของเขา จากนั้นเป็นต้นมาแม้ว่านางจะไม่ได้รับความสำคัญแล้วหากแต่การที่นางเคยเป็นสตรีที่ถูกให้ความสำคัญสูงสุดย่อมไม่อาจปล่อยวางความสำคัญของตนเองไปได้"หมัวมัวกรุณารอสักครู่ คุณหนูของข้าน้อยกำลังผลัดเสื้อผ้าอยู่เจ้าค่ะ" เพ่ยเปาเอ่ยกับนางกำนัลอาวุโสอย่างนอบน้อมไม่มีท่าทางหวาดเกรงให้เสียกิริยาด้วยสายตาชื่นชม พร้อมกับคิดคำนวณในใจเพียงลำพัง"เจ้าเองก็ไปดูแลคุณหนูของเจ้าเถิด เวลาไม่เช้าแล้วเดี๋ยวลิ่งไท่เฟยจะทรงรอนาน""เจ้าค่ะ" เพ่ยเปาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่รับคำก่อนจะเดินจากไปเมื่อก้าวเข้ามาในห้องหยางซูหนี่ก็ได้เห็นสีหน้าอึดอัดใจของสาวใช้หากแต่อีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยออกมานางจ

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 6

    ราชโองการที่ได้รับเมื่อเช้าทำให้หยางซูหนี่ถึงกับนั่งไม่ติด นางไม่รู้ว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร ? แม้จะรู้ดีว่าแผนการทั้งหมดเป็นฝีมือของหนิงอ๋องก็ตาม หากแต่การแต่งงานกับเขาเช่นนี้ดูเหมือนว่ามันจะมิได้อยู่ในข้อตกลงมิใช่หรือ ? แล้วเขาจะต้องการแต่งงานกับสตรีที่เคยผ่านพิธีแต่งงานมาแล้วเช่นนางไปเพื่อการใดกัน ? หรือว่าเขาเองก็ถูกฝ่าบาทบังคับเช่นนี้ เพราะจวนหย่งอันโหวเองก็ถูกพระราชทานงานแต่งกับองค์หญิงสิบสี่เช่นกัน ต้องใช่แน่ ๆ เขาเองก็คงจะถูกบีบบังคับเช่นกันในขณะที่หยางซูหนี่กำลังเดินวนไปวนมาภายในห้อง อยู่ ๆ ก็มีเสียงของใครบางคนกล่าวขึ้นทำเอานางตกใจจนตัวโยน"เจ้าจะเดินกลับไปกลับมาอีกนานหรือไม่ ? ข้ามองดูจนตาลายไปหมดแล้ว""ท่าน ! นี่ท่านเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ?""ก็ตั้งแต่ที่เจ้าเริ่มเดินกลับมากลับมานั่นละ" โจวฉางเยว่กล่าวก่อนจะยกน้ำชาขึ้นดื่ม"ท่านรู้เรื่องราชโองการแล้วหรือไม่ ? จริงสิ ท่านต้องรู้แล้วเป็นแน่ !""ก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องราวใหญ่โตอันใด""ฝ่าบาทต้องการควบคุมท่าน ต้องการ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status