Share

ตอนที่ 9

last update publish date: 2026-10-09 11:46:00

ในขณะที่รถม้ากำลังแล่นไปเรื่อย ๆ ตามเส้นทางของเมืองหลวง อยู่ ๆ คนบังคับม้าก็หยุดรถกะทันหัน โชคดีที่หยางซูหนี่พยุงตัวเองเอาไว้ได้ทันทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ หากแต่ในเวลาต่อมาหนิงอ๋องก็เข้ามาในรถม้าของนางทำให้หยางซูหนี่ถึงกับขมวดคิ้วแล้วตั้งคำถามกับเขาด้วยความประหลาดใจ

"เกิดอันใดขึ้นงั้นหรือเจ้าคะ ?"

"ข้างหน้ามีกลุ่มคนอพยพขวางทางอยู่ ดูเหมือนว่าไม่ช้าจะเกิดเหตุความรุนแรงขึ้น" หนิงอ๋องกล่าว หยางซูหนี่พึ่งจำได้ว่าหลังจากนี้จะมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นระหว่างทหารรักษาเมืองกับกลุ่มคนที่อพยพเข้ามาในเมืองหลวง ซึ่งเหตุการณ์ควรจะเกิดหลังจากนี้อีกประมาณหนึ่งเดือน แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นเร็วกว่าในชีวิตก่อนของนางมากนัก

"เช่นนั้นพวกเราย้อนกลับไปเส้นทางเดิมดีหรือไม่เจ้าคะคุณหนู ?" เพ่ยเปาเอ่ยกับนายสาว

"ให้สาวใช้ของเจ้าไปกับรถม้า ส่วนเจ้าไปกับข้า"

"เอ๊ะ ! เหตุใดเล่า ?"

"ดูเหมือนว่าหนึ่งในกลุ่มของคนที่อพยพจะจับจ้องรถม้าที่ดูหรูหรากว่าทุกคันแล้วจับตัวหญิงสาวเหล่านั้นไว้เป็นตัวประกัน"

"เช่นนั้นสาวใช้ของข้าเล่า ?"

"สาวใช้ย่อมไม่มีปัญหา พวกนางไม่ใช่เป้าหมายของพวกมัน" หนิงอ๋องกล่าว

"แต่ข้าไม่ไว้ใจ ข้าจะไม่ยอมทิ้งสาวใช้ของข้าเด็ดขาดเจ้าค่ะ" หยางซูหนี่กล่าวเสียงแข็งจ้องมองไปที่ชายหนุ่มเพื่อยืนยันว่านางจะไม่ยอมทอดทิ้งสาวใช้คนสนิท ชายหนุ่มจึงยอมเข้าใจแล้วเรียกองครักษ์ออกมาพร้อมกับม้าอีกหนึ่งตัว สาวใช้ถูกส่งขึ้นหลังม้าขององครักษ์แล้วทะยานออกไป ส่วนหยางซูหนี่เองก็ถูกลากขึ้นม้าอีกตัวก่อนที่ชายหนุ่มจะกระโดดขึ้นหลังม้าซ้อนหลังของนางแล้วควบม้าย้อนกลับไปอีกเส้นทาง

หญิงสาวมองเห็นเหตุการณ์จากระยะไกล ดูเหมือนว่าจำนวนของผู้อพยพจะมีมากกว่าที่เคยเป็น ทำให้หยางซูหนี่เกิดความรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

"ในกลุ่มคนเหล่านั้นมิใช่ผู้อพยพงั้นหรือ ?" หยางซูหนี่เอ่ยถามเขา

"ถูกต้องแล้ว พระชายาเก่งกาจยิ่งนักเพียงแค่มองก็สามารถแยกแยะได้ดีถึงเพียงนี้" หยางซูหนี่อยากจะกลอกตาเมื่อได้ยินคำยกยอของอีกฝ่าย

"แล้วพวกเขาเป็นใครกันเจ้าคะ ?"

"กลุ่มนักฆ่าและกลุ่มชนเผ่านอกด่าน" หยางซูหนี่พยักหน้า เป็นไปตามสิ่งที่นางรู้มาจากชีวิตก่อนไม่ผิดแม้แต่น้อย คนกลุ่มนี้เข้ามาเพื่อฉวยโอกาสปล้นเสบียง สร้างความวุ่นวาย ส่วนหนึ่งก็เพื่อสังหารคนเพราะยามที่เหตุการณ์วุ่นวายเช่นนี้ย่อมไม่สามารถจับมือผู้ใดดมได้ ช่างเป็นเวลาที่เหมาะสมกับการจัดการคนเป็นอย่างยิ่ง

"แล้วท่านจะทำเช่นไรเจ้าคะ ?" หยางซูหนี่อยากจะรู้ว่าชายหนุ่มมีแผนการในการรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร ? ถึงอย่างไรนางและเขาก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว หากว่าเขามีแผนการใดที่นางสามารถสนับสนุนได้นางย่อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่แน่นอน

"พระชายาคิดว่าข้าควรทำเช่นไรดี ?"

"ช่วงเวลานี้สิ่งที่ดีที่สุดย่อมต้องเป็นการแจกทาน แจกอาหาร อย่างไรชื่อเสียงของท่านก็ล้วนไม่ค่อยดีมาตลอด เช่นนั้นในยามที่ได้รับราชโองการสมรสจากฝ่าบาทเช่นนี้ ข้าผู้เป็นว่าที่ภรรยาของท่านย่อมต้องช่วยส่งเสริมท่านให้มีชื่อเสียงที่ดีขึ้น" หนิงอ๋องได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มจนแก้มปริ แต่ในขณะที่หยางซูหนี่หันกลับไปเพื่อสบตากับเขาอย่างต้องการความเห็นอีกฝ่ายก็เพียงทำสีหน้านิ่งเฉยไม่แสดงออก

"ตามแต่เสบียงของเจ้า เช่นนั้นสามีจะตอบแทนความดีของเจ้าได้อย่างไรบ้าง เอาเป็นว่าสามีมอบทั้งตัวและหัวใจให้เจ้าเป็นการตอบแทนดีหรือไม่ ?" หยางซูหนี่ได้แต่กลอกตาไปมาอีกครั้งก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ

"ใครเขาต้องการตัวท่านกัน ?"

"แต่สามีอยากให้ ได้แล้วเจ้าก็รับ ๆ ไว้เถิด"

"หึ"

ระหว่างนั้นก็ดูเหมือนว่าถนนแต่ละเส้นจะเริ่มวุ่นวายไปด้วยจำนวนผู้อพยพ ไม่เว้นแม้กระทั่งถนนฝั่งทิศตะวันออกของเมืองที่เต็มไปด้วยจวนของขุนนางชั้นสูงและจวนของเหล่าเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย ส่วนจวนตระกูลหยางอยู่ทางทิศเหนือของเมืองหลวงซึ่งจะเป็นจวนพระราชทานและจวนของเหล่าขุนพลเป็นส่วนใหญ่

"เหตุใดจำนวนผู้อพยพจึงได้มากมายเช่นนี้เจ้าคะ"

"แน่นอนว่าย่อมต้องมีใครบางคนปล่อยให้พวกเขาเข้ามาอย่างง่ายดายเกินไป"

เดิมทีจำนวนผู้อพยพมากมายถึงเพียงนี้ทางการไม่ควรปล่อยให้พวกเขาเข้าเมือง เพราะหากปล่อยเข้ามาง่าย ๆ แน่นอนว่าย่อมเป็นปัญหาตัวอย่างเช่น ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย พวกเขาควรจัดสรรพื้นที่ให้คนเหล่านี้อยู่อย่างเป็นหลักแหล่งเพื่อที่จะได้ไม่เข้ามาสร้างปัญหาให้แก่ประชาชนที่อยู่มาก่อนแล้ว

แต่ถ้าหากว่าพวกเขาต้องการฉวยโอกาสนี้ทำเรื่องเลวร้าย แน่นอนว่าย่อมต้องทำให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลายยิ่งวุ่นวายมากเท่าใดก็ยิ่งดี เมื่อเป็นเช่นนี้หยางซูหนี่คาดการณ์เอาไว้ว่าไม่เกินเจ็ดวันจะต้องเกิดปัญหาใหญ่ตามมาอย่างแน่นอน

"หากปล่อยไว้เช่นนี้อาจจะเกิดเรื่องใหญ่ได้นะเจ้าคะ ยกตัวอย่างเช่น..."

"โรคระบาด/โรคระบาด" ทั้งคู่เอ่ยออกมาพร้อม ๆ กันก่อนที่หยางซูหนี่จะพยักหน้า

"หากเป็นเช่นนั้นก็น่าเป็นกังวลอย่างยิ่ง"

"เสบียงของข้านอกจากอาหารหลายหมื่นต้านแล้วยังมียารักษาโรคที่จำเป็นด้วยเจ้าค่ะ หากว่าท่านต้องการใช้ก็สามารถใช้งานได้ในทันที แต่ถ้าหากท่านมีการเคลื่อนไหว ฝ่าบาทก็อาจจะทรงเกิดความระแวงท่านมากยิ่งขึ้น มิเช่นนั้นมิสู้ให้ตระกูลหยางของข้าออกหน้าแทนดีหรือไม่เจ้าคะ ?"

"ย่อมดี ! เพียงแต่เจ้าจะรับมือไหวแน่หรือ ?"

"ก็คงต้องขอรบกวนคนของท่านแล้วเจ้าค่ะ" หญิงสาวเอ่ย

"ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว คนของสามีก็คือคนของเจ้า เจ้าสามารถเรียกใช้งานได้เลยไม่ต้องขออนุญาตสามี" องครักษ์ที่คอยติดตามหนิงอ๋องอยู่ห่าง ๆ ถึงกับเลิกคิ้วเพราะคิดว่าตนเองหูฝาด แม้ว่าภายนอกหนิงอ๋องจะดูเสเพลเข้าถึงง่าย หากแต่ถ้ารู้จักจริง ๆ จะรู้ว่าเขาเป็นบุรุษที่หวงของอย่างมาก ทั้งยังไม่ชอบให้ผู้ใดเรียกใช้งานคนของตนเป็นอันขาด แต่นี่กลับยกพวกเขาให้กับพระชายาอย่างหน้าตาเฉย พวกเขาคงจะประเมินความคลั่งรักของเจ้านายน้อยเกินไปจริง ๆ

"เช่นนั้นก็ต้องขอรบกวนท่านแล้ว" หยางซูหนี่ยิ้มอย่างพอใจ อยู่ ๆ ก็ได้กลุ่มคนฝีมือดีมาเพิ่มอีกหลายสิบคนนางย่อมมีความสุขเป็นอย่างมาก อย่างน้อยการกระทำในครั้งนี้ก็จำเป็นที่จะต้องรัดกุมเข้าไว้ นางเองก็ไม่อาจรู้ได้ว่าในกลุ่มของผู้อพยพนั้นเป็นคนของใครกันบ้าง และไม่รู้ว่านางและหนิงอ๋องจะเป็นหนึ่งในเป้าหมายของคนเหล่านั้นหรือไม่

"เอ๊ะ ! ท่านอ๋องระวังเพคะ !" ระหว่างที่ม้ากำลังวิ่งฝ่าฝูงชนไปอย่างไม่ได้เร่งรีบนักอยู่ ๆ ก็มีชายผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาขวางทางม้าของพวกนางเอาไว้ทำให้ม้าเกิดตกใจ ก่อนที่หนิงอ๋องจะพยายามควบคุมมันไว้อย่างสุดแรง พร้อมทั้งโอบรอบเอวหยางซูหนี่เอาไว้เพื่อไม่ให้นางได้รับบาดเจ็บ

กรี๊ด !

เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกับชายผู้นั้นที่ล้มลงไปกองกับพื้น และในขณะเดียวกันเมื่ออีกฝ่ายตั้งตัวได้ก็รีบพยุงตัวลุกขึ้นก่อนที่จะคว้าบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ หนิงอ๋องที่สายตาว่องไวมองเห็นแสงแวววับที่คล้ายอาวุธสะท้อนกับแสงแดดทำให้เขาดีดตัวขึ้นจากหลังม้าแล้วเตะที่ข้อมืออีกฝ่ายจนกระทั่งอาวุธกระเด็นออกไปไกล ไม่นานเหล่าองครักษ์ก็ปรากฏตัวออกมาพร้อมกับจับตัวชายผู้นั้นเอาไว้ในทันที

"เจ้าบาดเจ็บหรือไม่ ?" หนิงอ๋องรีบหันมาเอ่ยถามหญิงสาวก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อเห็นหยางซูหนี่ส่ายหน้าปฏิเสธทำให้เขาถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะหันไปมองชายผู้นั้นด้วยสายตาอาฆาต หากจะทำร้ายเขาเพียงผู้เดียวเขาจะไม่รู้สึกโกรธถึงเพียงนี้ หากแต่วันนี้กลับมีหยางซูหนี่มาด้วยเขาย่อมไม่ให้อภัยเป็นอันขาด

"จับคนผู้นี้ไปแล้วสืบความให้ชัด ! เปิ่นหวางไม่เคยมีปัญหากับผู้ใดเหตุใดจะต้องคิดปองร้ายกัน"

"พ่ะย่ะค่ะ"

เพียงไม่นานองครักษ์ก็พาตัวชายผู้นั้นไป หนิงอ๋องจึงหันกลับมาสำรวจหญิงสาวอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่านางไม่ได้รับบาดเจ็บจริง ๆ

"ข้าไม่เป็นอันใดจริง ๆ เจ้าค่ะ เอ๊ะ ! เหตุใดมือของท่านจึงมีเลือด ท่านได้รับบาดเจ็บหรือเจ้าคะ ? เช่นนี้ก็ต้องรีบทำแผล"

"อื้ม เช่นนั้นเจ้าไปที่จวนของข้าก่อนดีหรือไม่ ? ต้องรบกวนให้เจ้าช่วยทำแผลแล้ว" หยางซูหนี่พยักหน้าอย่างไม่รอช้า ก่อนที่อีกฝ่ายจะลอบยิ้มอย่างพอใจ โชคดียิ่งนักที่เมื่อครู่มือของเขาถูกเชือกบังคับม้าบาดแรงจนเกิดแผล ทำให้มีโอกาสใกล้ชิดนางมากขึ้นอีกสักนิด

"เช่นนั้นก็รีบกลับไปที่จวนของท่านกันเถิดเจ้าค่ะ บาดแผลแม้จะไม่ใหญ่แต่อาจจะกลายเป็นแผลเรื้อรังได้หากว่าดูแลไม่ดี"

หลังจากนั้นองครักษ์ของหนิงอ๋องก็นำม้าตัวใหม่มาส่งให้เขา หยางซูหนี่ตั้งใจจะขี่ม้าเองหากแต่หนิงอ๋องไม่ยินยอม จึงทำให้แผลที่แต่เดิมเล็ก ๆ กลายเป็นแผลที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นอีก หยางซูหนี่ที่ทั้งทำแผลทั้งยังพร่ำบ่นเขาไม่หยุด แต่ดูเหมือนว่านอกจากหนิงอ๋องจะไม่โกรธแล้วยังดูเหมือนชอบอีกด้วย เหตุการณ์นี้ทำให้เหล่าองครักษ์ยิ่งมึนงงกันไปใหญ่ หากเป็นเมื่อก่อนแค่องครักษ์ทำผิดเพียงเล็กน้อยยังต้องทำโทษโบยยี่สิบไม้เป็นอย่างต่ำ ไม่ได้การแล้วพวกเขาจะต้องไม่เผลอทำให้พระชายาไม่พอใจ มิเช่นนั้นชีวิตของพวกเขาเองก็อาจจะรักษาเอาไว้ไม่ได้ ก็ท่านอ๋องทรงคลั่งรักพระชายาถึงเพียงนี้พวกเขามิอาจอดทนดูได้อีกต่อไปแล้วจริง ๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 11

    เวลาผ่านไปกว่าเจ็ดวันในที่สุดตระกูลติงก็ประสบกับปัญหาขาดแคลนอาหาร ในขณะที่หยางซูหนี่ประกาศตั้งแต่แรกว่าจะช่วยเท่าที่พอช่วยได้เป็นเวลาราวสิบวัน เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้ตระกูลใหญ่อื่น ๆ ได้มีโอกาสทำดีร่วมกันบ้างจะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าทำเพื่อเอาหน้าเพียงตระกูลเดียว เมื่อติงอี้เหรินได้ยินเช่นนั้นก็ชวนให้นึกขัน นางจึงไม่ยอมแพ้และยังคงแจกจ่ายอาหารต่อไปจนกระทั่งเกิดปัญหาขาดแคลนเสบียงขึ้นชาวบ้านที่ได้รับการแจกจ่ายอาหารทุกวันในตอนนี้มีทั้งผู้อพยพและชาวบ้านที่แต่เดิมอาศัยอยู่ในเมืองหลวงอยู่แล้ว เพราะหลังจากที่ผู้อพยพเพิ่มมากขึ้นพวกเขาก็ไม่สามารถทำมาหากินได้ดังเดิม ก่อนที่จะเปลี่ยนวิธีการมารับอาหารที่แจกจ่ายในแต่ละวันแทน อย่างน้อยก็ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อแต่พออาหารที่มีเริ่มไม่เพียงพอก็กลายเป็นว่าตระกูลติงตั้งใจให้พวกเขาได้รับความลำบากโดยที่ไม่คิดจดจำบุญคุณที่ตระกูลติงเคยแจกจ่ายอาหารแก่พวกเขาแม้แต่น้อย ในขณะเดียวกันผู้คนที่เคยได้รับแจกจ่ายอาหารก็เริ่มก่อความวุ่นวายและรุนแรงมากขึ้นจนไม่อาจระงับเหตุไว้ได้ ทหารรักษาเมืองจึงเข้ามาระงับเหตุ แต่กลับกลายเป็นว่าทหารรักษาเมืองเหล่านั้นทำให้เรื

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 10

    หยางซูหนี่เริ่มต้นจัดตั้งโรงทานตระกูลหยางทางด้านทิศใต้ของเมือง พื้นที่บริเวณนี้คือพื้นที่ที่มีจำนวนผู้อพยพอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งยังเป็นพื้นที่ของเหล่าคนจรทำให้ชุมชนแถบนี้ดูแออัดมากที่สุด แม้ว่าจะเป็นการสุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมากที่ทำเช่นนี้แต่ก็เป็นทางเดียวที่จะหลอกล่อคนกลุ่มนั้นออกมาแล้วค่อย ๆ จัดการหลายวันก่อนที่หญิงสาวกลับมาจากจวนของลิ่งไท่เฟยก็มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นที่ถนนทางด้านทิศตะวันออกของเมือง ก่อนที่ทหารรักษาเมืองจะเข้าควบคุมเหตุการณ์และเกิดเป็นเหตุความรุนแรงจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนไม่น้อย มาวันนี้ผู้อพยพส่วนใหญ่จึงทยอยกันเคลื่อนตัวมายังถนนทางทิศใต้ หากแต่ทางการก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะจัดการกับคนกลุ่มนี้เสียที หยางซูหนี่คิดว่าการที่นางตั้งโรงทานในแถบบริเวณนี้นอกจากจะได้ช่วยเหลือผู้อพยพที่แท้จริงแล้ว นางยังจะสามารถหลอกล่อกลุ่มนักฆ่าเหล่านั้นให้ออกมาอีกด้วย หากว่าพวกมันมีเป้าหมายเป็นหนิงอ๋องเช่นนั้นคนเหล่านั้นจะต้องเข้ามาเพื่อสร้างความวุ่นวายให้กับโรงทานของนางอย่างแน่นอนหากแต่หยางซูหนี่จัดตั้งโรงทานได้ไม่ถึงครึ่งค่อนวัน อีกฟากของถนนก็เกิดโรงทานแห่งใหม่ขึ้นซึ่งก็คื

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 9

    ในขณะที่รถม้ากำลังแล่นไปเรื่อย ๆ ตามเส้นทางของเมืองหลวง อยู่ ๆ คนบังคับม้าก็หยุดรถกะทันหัน โชคดีที่หยางซูหนี่พยุงตัวเองเอาไว้ได้ทันทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ หากแต่ในเวลาต่อมาหนิงอ๋องก็เข้ามาในรถม้าของนางทำให้หยางซูหนี่ถึงกับขมวดคิ้วแล้วตั้งคำถามกับเขาด้วยความประหลาดใจ"เกิดอันใดขึ้นงั้นหรือเจ้าคะ ?""ข้างหน้ามีกลุ่มคนอพยพขวางทางอยู่ ดูเหมือนว่าไม่ช้าจะเกิดเหตุความรุนแรงขึ้น" หนิงอ๋องกล่าว หยางซูหนี่พึ่งจำได้ว่าหลังจากนี้จะมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นระหว่างทหารรักษาเมืองกับกลุ่มคนที่อพยพเข้ามาในเมืองหลวง ซึ่งเหตุการณ์ควรจะเกิดหลังจากนี้อีกประมาณหนึ่งเดือน แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นเร็วกว่าในชีวิตก่อนของนางมากนัก"เช่นนั้นพวกเราย้อนกลับไปเส้นทางเดิมดีหรือไม่เจ้าคะคุณหนู ?" เพ่ยเปาเอ่ยกับนายสาว"ให้สาวใช้ของเจ้าไปกับรถม้า ส่วนเจ้าไปกับข้า""เอ๊ะ ! เหตุใดเล่า ?""ดูเหมือนว่าหนึ่งในกลุ่มของคนที่อพยพจะจับจ้องรถม้าที่ดูหรูหรากว่าทุกคันแล้วจับตัวหญิงสาวเหล่านั้นไว้เป็นตัวประกัน""เช่นนั้นสาวใช้ของข้าเล่า ?""สาวใช้ย่อมไม่มีปัญหา พว

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 8

    หยางซูหนี่ถูกพามายังเรือนด้านในสุดของจวนซึ่งเป็นเรือนต้องห้ามมิให้คนนอกเข้า มีเพียงผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าไปได้ หญิงสาวลอบสังเกตเส้นทางก่อนจะมองไปรอบ ๆ อย่างไม่ไว้ใจหนึ่งคือนางไม่อาจทราบได้ว่าลิ่งไท่เฟยผู้นี้เป็นคนมีนิสัยเช่นไร แต่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสนมนางในของฮ่องเต้ที่สามารถมีชีวิตรอดและครองอำนาจมาได้ขนาดนี้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา ลูกไม้โง่ ๆ ที่นางเจอเมื่อตอนเดินทางมาที่ตำหนักนี้ทำให้หญิงสาวมั่นใจว่าย่อมไม่ใช่แผนการของอีกฝ่ายเป็นแน่"คุณหนูใหญ่หยางเชิญด้านนี้เจ้าค่ะ" เมื่อเดินเข้ามาในเรือนหยางซูหนี่ก็พบว่านางกำนัลอาวุโสอีกคนต่างหากที่เป็นคนสนิทตัวจริงของลิ่งไท่เฟย ส่วนอู๋หมัวมัวผู้นั้นคงจะเป็นตัวหลอกเสียมากกว่า"หม่อมฉันหยางซูหนี่ขอคารวะลิ่งไท่เฟยเพคะ" หยางซูหนี่คารวะอีกฝ่ายก่อนจะลอบสังเกตสีหน้าของลิ่งไท่เฟยผู้นั้นแล้วก้มหน้าลง"เจ้าคือหยางซูหนี่ ?""เพคะ หม่อมฉันคือหยางซูหนี่""ได้ยินเรื่องของเจ้ามาไม่น้อย เชิญเจ้านั่งตามสบายเถิดไม่ต้องมากพิธี ที่นี่มีเพียงข้าและคนสนิทเท่านั้น""ขอบพระทัยเพคะ""เจ้าคงจะได้เห็นแ

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 7

    เช้าวันต่อมา มีนางกำนัลอาวุโสผู้หนึ่งมาขอเข้าพบหยางซูหนี่ตั้งแต่เช้าก่อนจะแจ้งว่าลิ่งไท่เฟยต้องการพบนางเพื่อทำความรู้จักเป็นการส่วนตัว หยางซูหนี่พอจะคาดการณ์เอาไว้บ้างแล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องเรียกตัวนางเข้าพบในเร็ววันนี้ในเมืองหลวงแห่งนี้มีผู้ใดไม่ทราบบ้างว่าลิ่งไท่เฟยเป็นคนเช่นไร นางเคยเป็นสตรีที่อดีตฮ่องเต้ทรงโปรดปรานที่สุด ต่อมาก็ถูกพระสวามีตีตัวออกหากก็เพราะคิดว่านางต้องการแย่งชิงบัลลังก์ของเขา จากนั้นเป็นต้นมาแม้ว่านางจะไม่ได้รับความสำคัญแล้วหากแต่การที่นางเคยเป็นสตรีที่ถูกให้ความสำคัญสูงสุดย่อมไม่อาจปล่อยวางความสำคัญของตนเองไปได้"หมัวมัวกรุณารอสักครู่ คุณหนูของข้าน้อยกำลังผลัดเสื้อผ้าอยู่เจ้าค่ะ" เพ่ยเปาเอ่ยกับนางกำนัลอาวุโสอย่างนอบน้อมไม่มีท่าทางหวาดเกรงให้เสียกิริยาด้วยสายตาชื่นชม พร้อมกับคิดคำนวณในใจเพียงลำพัง"เจ้าเองก็ไปดูแลคุณหนูของเจ้าเถิด เวลาไม่เช้าแล้วเดี๋ยวลิ่งไท่เฟยจะทรงรอนาน""เจ้าค่ะ" เพ่ยเปาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่รับคำก่อนจะเดินจากไปเมื่อก้าวเข้ามาในห้องหยางซูหนี่ก็ได้เห็นสีหน้าอึดอัดใจของสาวใช้หากแต่อีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยออกมานางจ

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 6

    ราชโองการที่ได้รับเมื่อเช้าทำให้หยางซูหนี่ถึงกับนั่งไม่ติด นางไม่รู้ว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร ? แม้จะรู้ดีว่าแผนการทั้งหมดเป็นฝีมือของหนิงอ๋องก็ตาม หากแต่การแต่งงานกับเขาเช่นนี้ดูเหมือนว่ามันจะมิได้อยู่ในข้อตกลงมิใช่หรือ ? แล้วเขาจะต้องการแต่งงานกับสตรีที่เคยผ่านพิธีแต่งงานมาแล้วเช่นนางไปเพื่อการใดกัน ? หรือว่าเขาเองก็ถูกฝ่าบาทบังคับเช่นนี้ เพราะจวนหย่งอันโหวเองก็ถูกพระราชทานงานแต่งกับองค์หญิงสิบสี่เช่นกัน ต้องใช่แน่ ๆ เขาเองก็คงจะถูกบีบบังคับเช่นกันในขณะที่หยางซูหนี่กำลังเดินวนไปวนมาภายในห้อง อยู่ ๆ ก็มีเสียงของใครบางคนกล่าวขึ้นทำเอานางตกใจจนตัวโยน"เจ้าจะเดินกลับไปกลับมาอีกนานหรือไม่ ? ข้ามองดูจนตาลายไปหมดแล้ว""ท่าน ! นี่ท่านเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ?""ก็ตั้งแต่ที่เจ้าเริ่มเดินกลับมากลับมานั่นละ" โจวฉางเยว่กล่าวก่อนจะยกน้ำชาขึ้นดื่ม"ท่านรู้เรื่องราชโองการแล้วหรือไม่ ? จริงสิ ท่านต้องรู้แล้วเป็นแน่ !""ก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องราวใหญ่โตอันใด""ฝ่าบาทต้องการควบคุมท่าน ต้องการ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status