Share

สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง
สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง
Penulis: มายุมายูมายา

บทนำ

last update Tanggal publikasi: 2025-04-09 10:48:21

บทนำ

           

เขตวังหลวงเป็นสถานที่คนนอกอยากเข้ามาดูด้วยตาสักครา ทว่าหากมิใช่เหล่าขุนนางที่ต้องเข้ามาว่าราชการกับฮ่องเต้แห่งแคว้น ก็ต้องมีรับสั่งจากคนภายในอนุญาตให้เข้ามาได้เท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ย่างกายเข้ามา

...คนที่อาศัยอยู่ข้างในนั้นกลับมีความคิดอยากออกไปข้างนอกยิ่ง และก็ออกไปได้ยากเช่นกัน

ซุนเฟยเมี่ยวเองก็เป็นหนึ่งในคนที่เคยคิดอยากเข้าวังหลวงแต่พอได้มาอาศัยอยู่จริงแล้วกลับหาทางออกไปนอกวังหลวงเสียทุกวันและทุกเวลา

เฟยเมี่ยวมิใช่นางกำนัล และยิ่งไม่ใช่คนในราชวงศ์ที่ต้องอาศัยอยู่ในวังหลวงอันเปรียบเสมือนกรงทองแห่งนี้ แต่นางคือสตรีวัยสิบสี่ย่างเข้าสิบห้าใกล้วัยปักปิ่นที่ถูกบุพการีทอดทิ้ง !

บิดา มารดาของซุนเฟยเมี่ยวนั้น ทิ้งให้นางต้องเติบโตในวังที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบและลำดับขั้น ยศถาบรรดาศักดิ์ ที่ต้องพึงระลึกไว้เสมอ ไม่แพ้ข้าวสามมื้อที่ต้องกินทุกวันเลยล่ะ

หากเจอคนที่มีศักดิ์สูงกว่าไม่ว่าตนเองจะมีอายุมากน้อยเพียงใดก็ต้องน้อมเคารพเสมอ มิเช่นนั้นแล้วอาจลืมตาตื่นอีกทีในคุกหลวงก็เป็นได้

ทว่าสิ่งที่แม้ว่าทำถูก หากไม่เป็นที่ถูกใจก็ย่อมสามารถกลายเป็นผิดได้เสมอ อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้...

“พวกท่านช่างกล้าแย่งที่ประทับชมสวนขององค์หญิงสาม ที่แห่งนี้องค์หญิงเสด็จมาทุกวันหลังเสวยพระกระยาหารเช้าพวกท่านเข้าวังหลวงมานานจะไม่รู้เชียวหรือ ?!”

สตรีสามนางที่ถูกหาว่าแย่งที่ประทับองค์หญิงสาม คือ บุตรีของขุนนางขั้นสูงที่ได้รับเกียรติเข้ามาร่วมเรียนเป็นสหายของเหล่าองค์หญิงองค์ชายในวังนั่นเอง

หนึ่งในนั้นคือซุนเฟยเมี่ยว บุตรีของแม่ทัพใหญ่ซุนเหวินเชาที่ตอนนี้กำลังออกศึกกำราบเหล่าชนเผ่าเร่ร่อนประจำชายแดนในขณะนี้ คุณหนูตระกูลขุนนางฝ่ายบู๊ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง เพราะนอกจากนางแล้ว พี่ชายและน้องชายรวมถึงมารดาก็ล้วนตามไปประจำที่ชายแดนด้วยกันทั้งสิ้น

...จะไม่ให้เรียกว่า ถูกทิ้งได้อย่างไรเล่า ใช่ไหมล่ะ

ส่วนสตรีอีกสองนางที่มีชะตากรรมโชคร้ายร่วมกันในตอนนี้ก็เป็นลูกของขุนนางขั้นสูงไม่แพ้กัน แต่จะให้สูงส่งอย่างไรก็ไม่สามารถสู้ได้กับองค์หญิงสาม จ้าวลู่เอิน อันประสูติจากฮ่องเต้และฮองเฮา อีกทั้งยังเป็นองค์หญิงที่โปรดปราณที่สุดของฮ่องเต้อีกด้วย

หากพูดกันตามความจริงแล้ว ศาลาแห่งนี้เป็นที่ประจำของพวกนางทั้งสามคนมาหลายวันแล้วมากกว่า มีวันนี้นั่นล่ะที่อยู่ดีดีองค์หญิงสามเสด็จมา...

ทั้งสามคนที่ยังก้มหน้าจากการที่เพิ่งคำนับไปนั้นชะงักไปทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของนางกำนัลข้างกายขององค์หญิงสาม

คุณหนูคนซ้ายมือของเฟยเมี่ยว นามเหลียงซู เป็นบุตรีคนโตของตระกูลเลี่ยง ประมุขตระกูลเป็นถึงผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายตุลาการ คุณหนูนางนี้จึงมีนิสัยโดดเด่นคือรักความยุติธรรมยิ่ง ออกจะโผงผาง อันไม่เหมาะกับการต้องมาเป็นสหายของคนในราชวงศ์ยิ่งนัก เท่าที่เฟยเมี่ยวพูดคุยและอยู่ด้วยกันมาค่อนข้างเดาได้ว่าสหายของนางผู้นี้คงจะอยู่ในวังหลวงได้อีกไม่นานหรอก และวันนั้นอาจจะมาถึงแล้วด้วยน่ะสิ

เหลียงซูเงยหน้าขึ้นตอบโต้นางกำนัลที่กล่าวก่อนหน้าทันที

“เจ้าพูดผิดแล้ว ศาลาตรงนี้พวกเรามานั่งเล่นก่อนเข้าเรียนประจำมิเคยเห็นองค์หญิงสามเสด็จสักครา อันใดคือมาทุกวันกันเล่า”

เหลียงซูพูดมิผิด แต่นางผิดที่พูดในตอนนี้ต่างหาก !

กฎข้อที่หนึ่งของการอยู่รอดในวังหลวงคือ เชื้อพระวงศ์พูดอันใดย่อมถูกเสมอ ทั้งที่รู้ว่าผิดก็ต้องเงียบไว้ หากจะโต้แย้งจำเป็นต้องมีหลักฐานมารองรับ มิเช่นนั้นก็เตรียมรับบทลงโทษไว้ได้เลยในข้อหาหมิ่นเกียรติเชื้อพระวงศ์

“คุณหนูเลี่ยง มาเพียงไม่นานควรสงบปากไว้หน่อยเถอะเจ้าค่ะ ไม่กี่วันมานี้องค์หญิงทรงเบื่อไม่มาบ้างหาได้นับอันใด

ทรงไม่คิดว่าจะมีคนกล้าแย่งที่ประทับเสียได้ อีกทั้งยังกล้ากล่าววาจาจาบจ้วงหมิ่นพระเกียรติองค์หญิงสามอีก ทหารนำคุณหนูท่านนี้ไปรับโทษเสีย คราวหน้าจะได้เจียมตนเสียบ้าง!!!”

“เจ้าต่างหากที่กล้าตะคอกใส่ข้าอันเป็นบุตรีขุนนาง ข้ายังไม่ได้หมิ่นเกียรติองค์หญิงสามเสียสักคำเลย...โอ๊ย!”

เฟยเมี่ยวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอื้อมมือไปหยิกหลังเรียกสติสหายใหม่เสียหน่อย ก่อนที่โทษจะมากไปกว่านี้ ด้วยอำนาจของบิดาของเหลียงซูย่อมช่วยนางรอดได้อยู่แล้ว เพียงแต่นับจากวันนี้คงไม่เห็นเหลียงซูเข้ามาเรียนในวังหลวงอีกแล้วก็เท่านั้น

เหลียงซูยังมีทีท่าไม่ยอมเช่นเดิมแม้ได้รับสายตาสื่อความหมายจากเฟยเมี่ยวแล้วก็ตาม

“ข้าเป็นนางกำนัลคนสนิทขององค์หญิงสามย่อมพูดแทนองค์หญิง ใช่ไหมเพคะ?”

แน่นอนลู่เอินที่ยืนสงบนิ่งคอเชิดอยู่เบื้องหลังนางกำนัลปากเก่งย่อมหยักยิ้มให้แทนคำตอบ เพียงเท่านี้เหลียงซูก็ไร้คำใดกล่าวว่านางกำนัลผู้นั้นได้แล้ว

คุณหนูตระกูลเลี่ยงที่เพิ่งมีโอกาสเป็นพระสหายให้กับเหล่าราชวงศ์เพียงห้าวันก็ถูกปลดเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันนี้...

เฟยเมี่ยวได้แต่มองสหายใหม่ถูกพาตัวออกไป จนภายในศาลาหลังงามกลับเข้าสู่ความเงียบอีกคราจนได้ยินเสียงกอบัวในสระน้ำไหวเบาตามแรงลม

...เฟยเมี่ยวมิใช่ไม่อยากช่วย แต่ตอนนี้สำคัญกว่าคือต้องช่วยตนเอง เพราะอย่าหวังเลยว่านางทั้งสองจะถูกปล่อยไปง่าย ๆ

“พวกเจ้าสองคนคิดว่าควรทำอย่างไรโทษฐานมาแย่งที่นั่งชมสระบัวของข้า !”

องค์หญิงสาม หรือ ลู่เอิน เดินนำนางกำนัลมาข้างหน้า ผ่านไปนั่งยังตั่งยาว สีหน้านิ่งแต่แววตาเต็มไปด้วยความรื่นเริงอย่างคนกำลังรอชมความคลื้นเคลง

สตรีอีกคนที่ยืนข้างเฟยเมี่ยวนามว่า หนิงอัน มาจากตระกูลไป๋ มีบิดาเป็นถึงเสนาบดีกรมพิธีการ นางเข้ามาเป็นสหายเล่าเรียนในวังได้ปีกว่าแล้ว อยู่มานานย่อมรู้ดีว่าสถานการณ์เยี่ยงนี้ควรทำอย่างไร

“พวกเราสองคนขอให้องค์หญิงสามโปรดกรุณาพวกเราด้วยเพคะ คราวหน้าพวกเราจะไม่ทำอีกแล้วเพคะ พวกเราจะรีบไปเดี๋ยวนี้ไม่รบกวนเวลาสบายพระทัยองค์หญิงอีกแล้วเพคะ”

...ถูกแล้ว กฎของการเอาตัวรอดในวังหลวงอีกข้อก็คือ หากเจอคนในราชวงศ์ที่ใด ต้องหลบเลี่ยงเป็นการดีที่สุด

เมื่อถวายความเคารพเสร็จ หนิงอันก็รีบเดินนำออกมาจากศาลาทันที ตามด้วยเฟยเมี่ยวข้างหลัง

องค์หญิงเสด็จทั้งทีนางกำนัลเอย ขันทีเอย ติดตามมาไม่ต่ำกว่าสิบคนอยู่แล้ว สตรีทั้งสองเดินออกมาจากศาลาได้พ้นไม่ทันไร หนิงอันที่เดินนำหน้าก็ถูกหนึ่งในนางกำนัลคนติดตามขององค์หญิงสามผลักกระเด็นจนตกน้ำไปเสียแล้ว และพร้อมกันนั้นนางกำนัลอีกคนก็ผลักเฟยเมี่ยวด้วยเช่นกัน

ตูม !  ตูม !

เสียงแรกเป็นหนิงอันตกน้ำ

ส่วนอีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงของนางกำนัลที่ตั้งใจผลักเฟยเมี่ยวตก พลาดเป้าตกน้ำไปเสียเอง

“นั่น ๆ คุณหนูซุนกล้าผลักนางกำนัลขององค์หญิงสามตกน้ำหรือ ?! ท่านคิดจะหมิ่นเกียรติองค์หญิงใช่หรือไม่!!!”

นางกำนัลปากกล้าคนเดิมตะโกนออกมาจากศาลา ซึ่งก็ไม่เกินจากที่คาดไว้เลย เฟยเมี่ยวเบี่ยงหลบชะตากรรมเยี่ยง

หนิงอันได้ย่อมไม่พ้นชะตากรรมต่อไป เพราะสุดท้ายอย่างไรองค์หญิงสามมากอำนาจ และมากด้วยคนเอาใจย่อมไม่ปล่อยพวกนางสามคนให้สบายอยู่แล้ว

จัดการได้สองคนเหลืออีกหนึ่ง...

“ไยเจ้าคิดเยี่ยงนั้นได้ ข้าอยู่ใกล้ ๆ ย่อมเห็นว่าเป็นเพราะนางกำนัลคนนั้นเห็นคุณหนูหนิงอันพลัดตกน้ำจึงกระโดดไปช่วยต่างหาก”

“นั่นมัน...”

แน่นอนนางกำนัลปากมากก้าวขึ้นเป็นถึงคนสนิทขององค์หญิงสามได้ ทั้งวาจาและหัวสมองย่อมไม่โง่เป็นแน่

เฟยเมี่ยวรู้ดีว่าสตรีนางนี้ทำหน้าที่เยี่ยงมือขวาคอยใช้ปากหาเรื่องแทนเจ้านาย หากอยากจะหยุดปากนั่นได้ต้องเอ่ยอันใดที่ไม่ให้นางกำนัลปากเก่งต่อความเอามาเป็นโทษได้

เฟยเมี่ยวอาศัยในวังมาเป็นปีปะทะมาหลายครั้งแล้ว อยู่รอดมาได้ เป็นเพราะทักษะติดตัวนั่นล่ะ

“เจ้าอย่าได้สนทนาให้มากความกับนางเลย นางสติไม่ดี มิเช่นนั้นบิดามารดาจะทิ้งนางไว้กับเสด็จแม่ข้าหรือ”

มาแล้ว ท่าไม่ตายขององค์หญิงสามยามมิรู้จะจัดการกับเฟยเมี่ยวอย่างไร ก็มักจะจบด้วยการนำจุดด้อยของนางมาเอ่ยทวน ย้ำแล้วย้ำอีกเสมอ

อันใดก็สติไม่สมประกอบแล้วถูกทิ้ง หรือไม่ก็เป็นภาระของฮองเฮา มารดารักของนาง สิ่งที่เฟยเมี่ยวเจอมาล้วนมาจากการที่ลู่เอินอิจฉานางที่เป็นที่รักของฮองเฮามากกว่าตนเองซึ่งเป็นลูกแท้ ๆ ต่างหาก

องค์หญิงสามถูกไทเฮาขอไปเลี้ยงแต่เล็ก พอได้กลับสู่อ้อมอกผู้เป็นมารดาแท้ ๆ อย่างฮองเฮา กลับถูกเฟยเมี่ยวอันถูกสหายฝากฝังให้ช่วยเลี้ยงดู แย่งชิงความรักไปเสีย ก็ไม่แปลกที่

ลู่เอินจะคอยตามราวีเฟยเมี่ยวให้อยู่อย่างยากลำบากตลอดมา

เฟยเมี่ยวไม่ตอบโต้ ก็มิใช่ว่าจะยอมให้ถูกรังแก เพียงแต่นางยืนอยู่ตรงนี้เพื่อรอเวลาเท่านั้น...

อา อีกไม่นาน ท่านผู้นั้นก็น่าจะถึงแล้ว...

ทนอีกนิดเดียว นางเพียงรับคำกล่าวดูถูกและคำพูดเจ็บแสบให้ผ่านเข้าหูและปล่อยเลยออกไปเท่านั้น ไม่ตอบโต้อันใดเพียงยืนนิ่งให้ลู่เอินปลดปล่อยความอัดอั้นก็เท่านั้นเอง

ขันทีนายหนึ่งวิ่งจากที่ไกลเข้ามากระซิบกับนางกำนัลปากมากก่อนที่จะถูกถ่ายทอดไปสู่เจ้านายอย่างลู่เอิน

เฟยเมี่ยวสังเกตการสีหน้าของแต่ละคนที่ได้รับสารก็รู้แล้ว ในที่สุดเฟยเมี่ยวก็หลุดพ้นเสียที

“ฝากไว้ก่อนเถอะ หึ่ย!”

เฟยเมี่ยวรอจนขบวนเสด็จขององค์หญิงสามจากไปจนหมด ก็กวักมือเรียกบ่าวของตนเองนาม มู่กวา เป็นบ่าวสตรีร่างใหญ่สองเท่าของขนาดสตรีทั่วไป พละกำลังเทียบเท่าบ่าวบุรุษผู้ทำงานแบกหาม วิ่งเร็วไม่หยอก แต่มีข้อเสียตรงที่หัวทึบไปเสียหน่อย คิดอันใดเองไม่ค่อยเป็นทว่าทำตามคำสั่งได้ดียิ่ง

มู่กวาเป็นบ่าวที่มารดาของเฟยเมี่ยวทิ้งไว้ให้รับใช้ ถือว่าเป็นบุญคุณอย่างเดียวที่เฟยเมี่ยวซึ้งใจ

“พี่มู่ทำดียิ่ง ตอนนี้รีบลงไปช่วยหนิงอันขึ้นมาก่อนเถอะ แล้วรีบพานางไปตำหนักของข้า หาชุดให้เปลี่ยนเสีย”

สิ้นคำสั่ง เสียงตูมก็ดังตามมาเพียงไม่ถึงเค่อ หนิงอันที่คอยนิ่งในสระบัวส่วนตื้นก็ถูกอุ้มขึ้นมาและหายลับไปจากสายตาอีกคนทันใด

เฟยเมี่ยวให้มู่กวารีบวิ่งไปชวนฮองเฮาให้เสด็จมาทอดพระเนตรดอกบัวตั้งแต่เห็นขบวนขององค์หญิงสามมาแต่ไกล ๆ แล้ว เมื่อครู่ที่ลู่เอินยอมละเว้นนางก็เพราะไม่กล้าหาเรื่องเฟยเมี่ยวต่อหน้าฮองเฮานั่นล่ะ

ณ ที่ชั้นสามของตำหนักชมวิวสระบัวไม่ไกลนั้นเอง...

“เจ้าคิดว่าใครฉลาดสุด”

หนึ่งในสองบุรุษชุดดำทมึน พวกเขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในสวนของวังหลวง เอ่ยถามอีกคนด้วยน้ำเสียงทุ้มไร้อารมณ์เอนเอียงใด

“ย่อมเป็นองค์หญิงสามลู่เอินพะยะค่ะ นางเพียงอยู่นิ่งก็สามารถกำจัดคุณหนูสองนางได้ตามที่ใจหวัง ส่วนคุณหนูอีกท่านก็เกือบถูกจัดการ หากฮองเฮาไม่กำลังเสด็จมาเสียก่อนพะยะค่ะ”

“หึ อย่างนั้นรึ”

คนตอบอย่างมั่นใจก่อนหน้าเริ่มไม่มั่นใจเสียแล้ว เพราะดูเหมือนว่าเจ้านายของตนเจ้าของคำถามดูไม่ได้เห็นพ้องเช่นเดียวกัน

“...พะยะค่ะ”

“ผิดแล้ว เจ้ายึดติดเพียงแต่ผลลัพธ์ที่เห็นมากเกินไป...

เจ้าคิดว่า อยู่ดีดีไยฮองเฮาเสด็จมายังศาลาริมสระบัวตอนนี้กันเล่า หากไม่เพราะมีคนไปชักชวนมา...”

“พระองค์หมายถึงว่ามีหนึ่งในคุณหนูวางแผนให้ฮองเฮามาอย่างนั้นหรือขอรับ ?”

เจ้าของเสียงทุ้มทรงอำนาจหยักยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถกต่อ

“เดาหน่อยซิ เจ้าคิดว่าคุณหนูท่านใดเป็นผู้ลงมือ”

บุรุษผู้มีศักดิ์ต่ำกว่านิ่งคิดชั่วครู่ก่อนตอบ

“ไม่ใช่คุณหนูเลี่ยงแน่ เพราะนางเพิ่งเข้ามามิน่าคาดเดาได้ก่อนและดูเถรตรงไม่มากเล่ห์ มีนิสัยดุจบิดาของนางมิผิด

และก็ไม่น่าใช่คุณหนูไป๋ มิเช่นนั้นแล้วคงวางแผนให้ตนรอดพ้นได้เร็วก่อนที่จะตกน้ำแน่ ซึ่งคุณหนูซุนดูเป็นคนที่น่าเป็นไปได้มากที่สุดพะยะค่ะ

...เพียงแต่นางรู้ล่วงหน้าเพียงนั้น ไยไม่คิดช่วยเหลือสหายอีกสองคนให้พ้นภัยเล่าพะยะค่ะ หรือนางคิดถึงเพียงตนเองรอดเป็นพอ ส่วนสหายมิสนใจใยดี”

“หากมองเพียงผิวเผินย่อมคิดเยี่ยงนั้นไม่ผิด ผลลัพธ์ที่เห็นตรงหน้าล้วนมีเพียงคุณหนูซุนที่รอดพ้นในครานี้ ส่วนอีกสองคนไม่เจ็บตัวก็เจ็บใจ ทว่าหากวัดกันที่ผลลัพธ์ในระยะยาวหลังจากวันนี้ ย่อมต้องยกย่องความคิดหลักแหลม รอบครอบของคุณหนูซุนยิ่ง

...คุณหนูตระกูลเลี่ยงนั้นมีนิสัยเถรตรงไม่ยอมหักมิเหมาะกับสังคมภายในวังหลวงหรอก ครานี้นางถูกคาดโทษจากลู่เอินย่อมดีกว่าในอนาคตที่นางอาจพลาดครั้งยิ่งใหญ่กว่านี้ก็เป็นได้ ส่วนคุณหนูไป๋นั้นจิตใจอ่อนแออ่อนไหวง่าย ตกน้ำไปย่อมดีกว่าถูกลงโทษอื่นใดเป็นไหน ๆ อย่างน้อยนางก็ไม่ถูกคาดโทษไว้คิดทดคราหน้า อีกทั้งนางก็ว่ายน้ำเป็น สุดท้ายก็ถูกช่วยขึ้นมาอยู่ดีมิใช่หรือ

เจ้ายังคิดว่าคุณหนูตระกูลซุนไร้น้ำใจอีกหรือไม่”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย“ถวายพระพรชินอ๋องพะยะค่ะ”คนตระกูลซุนที่ออกมาต้อนรับยังไม่ทันลงไปทำความเคารพที่พื้นก็ต้องชะงักลงก่อนเพราะคำพูดแปลกประหลาดผู้สูงศักดิ์ที่มาใหม่นั่นเอง“ไม่ต้องเคารพถึงเพียงนั้นหรอกท่านว่าที่พ่อตา...”เฟยเมี่ยวอึ้งเช่นเดียวกันกับคนอื่น เพราะเขาไม่เห็นบอกนางล่วงหน้าให้ทำใจก่อนเล่า ใครจะคิดว่าอยู่ที่ดีก็ยกขบวนหมั้นหมายมาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า“ท่านอ๋องหมายความอันใดหรือ ? กระหม่อมไม่เข้าใจ”ขนาดไม่เข้าใจของบิดานางนะเนี่ย น้ำเสียงยังแข็งกร้าวขึ้นเปลี่ยนไปจากตอนแรกมากเลยดูท่าการเป็นอริอย่างเช่นข่าวลือบิดาของนางจะอินเกินจนเข้ากระแสเลือดไปแล้วกระมัง“ก็วันนี้ข้ามาสู่ขอเมี่ยวเมี่ยวไปเป็นพระชายาเอกอย่างไรเล่า เดี๋ยวก็คงจะได้เรียกพ่อตาแล้วในอนาคต”เฟยเมี่ยวเห็นประกายไฟระหว่างสองสายตาที่จ้องกันอยู่ตอนนี้ของแม่ทัพใหญ่ซุนเหวินเชาและชินอ๋องขึ้นมาลาง ๆ แล้ว ดีที่มารดาของนางรีบเข้ามายืนขวางหน้าซุนเหวินเชาเสียก่อน“ท่านอ๋องมาแล้วก็เชิญข้างในจวนก่อนเถอะเพคะ เรื่องนี้คงต้องคุยกันอีกยาว...”“ไม่ให้แต่ง อย่างไรก็ไม่ให้แต่ง !!!”“ใช่ขอรับ ลูกไม่ให้แต่งเช่นกัน!!”สองพ่อลูกตระกูลซุนตะโกนแทบจะพร้อมกันต่อ

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง   24 ตัดขาด

    24ตัดขาดภายในห้องรับรองตระกูลซุนสายรอง มีเจ้าของจวนนั่งเรียงหน้าเครียด โดยเฉพาะซุนเหวินเชา แม่ทัพไร้พ่ายที่หน้านิ่งแผ่รังสีความไม่พอใจ จนทำให้เหล่าแขกของจวนที่นั่งรวมกันอยู่ฝั่งที่นั่งแขกพากันนั่งเกร็งจนเฟยเมี่ยวที่มองอยู่แทบกลั้นขำไม่ไหวเหล่าแขกที่ว่าคือ พวกตระกูลซุนสายหลักนั่นเอง มีท่านลุงซุนโหว ท่านป้าสะใภ้ซูเม่ย และท่านย่า พวกเขามาคราวนี้เพื่อมาขอขมา ให้สายรองให้อภัยกับเรื่องที่เกิดขึ้น“อาเหวิน เจ้าก็ให้อภัยพี่ชายเจ้าหน่อยเถอะ อย่างไรก็คนตระกูลซุนเช่นเดียวกัน”ท่านย่าเอ่ยเสียงอ่อน รอยยิ้มเหี่ยวย่นของหญิงชราผู้นี้จืดเจื่อนยิ่งนัก แต่ก็ทำใจดีสู้เสือเอ่ยทั้งที่น้ำเสียงติดสั่นระริกจากรังสีกดดันของแม่ทัพไร้พ่าย“ท่านแม่มิคิดหรือเจ้าคะ หากอาเมี่ยวรักษาไม่ทันจะเป็นเช่นไร ท่านพี่สะใภ้นั้นอาจถูกหลอกใช้ก็จริง แต่ว่าอย่างไรเสียเมื่อไม่รู้แหล่งที่มาดีดีไยต้องเสี่ยงให้บุตรสาวของข้ากินด้วย หรือว่าเพราะไม่ใช่บุตรสาวของตนจึงจะให้กินอันใดก็ได้”“ไม่เลย ๆ น้องสะใภ้อย่าได้เข้าใจผิด ข้าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใครทั้งสิ้น เจ้าอย่าได้คิดเช่นนั้น ทว่าอย่างไรบุตรสาวเจ้าก็ไม่เป็นอันใดนี่ เจ้าสบายดีใช่ไหมอาเ

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง   23 ไปหาหลักฐาน

    23ไปหาหลักฐานเมื่อเป็นเรื่องความเป็นไประดับแคว้น พอเฟยเมี่ยวไปปรึกษากับชินอ๋องนางก็เพิ่งได้รู้ว่าเขากำลังติดตามเรื่องมีคนลักลอบจำหน่ายฝิ่นอยู่เช่นเดียวกัน พอเฟยเมี่ยวเอาสิ่งที่นางสืบมาโดยตลอดผนวกเข้ากับความจริงจากปากมารดามันทำให้เฟยเมี่ยวสงสัยไปที่ตระกูลซุนสายหลักโดยเฉพาะท่านป้าซูเม่ยทันที พอเอ่ยขอให้ชินอ๋องไปติดตามและสืบเชิงลึกที่ตระกูลหลิงก็พบเบาะแสบางอย่างที่พุ่งไปว่าเขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบค้าฝิ่นจริง โดยประมุขตระกูลหลิงที่เป็นถึงหัวหน้ากรมตุลาการหากลักลอบขายฝิ่นย่อมสะเทือนต่อแคว้นมากแน่ตอนนี้ขอเพียงหาหลักฐานมาก็สามารถจับกุมตัวการหลักแล้ว สิ่งที่ชินอ๋องกำลังทำอยู่ตอนนี้คือติดตามคนของตระกูลหลิงที่มีการเดินทางไปมาที่ชายแดนกับเมืองต่าง ๆ โดยแน่นอนว่าเฟยเมี่ยวขอติดตามมาด้วยซึ่งตอนแรกบิดานางจะไม่ให้ไปแต่เพราะชินอ๋องเอ่ยปากและบอกว่าให้พี่ใหญ่ตามมาด้วยได้ เฟยเมี่ยวจึงมีโอกาสได้ติดตามไปชายแดนเยี่ยงตอนนี้“อาเมี่ยวไหวหรือไม่อีกไม่ไกลก็ได้เข้าเมืองแล้ว”พี่ใหญ่เอ่ยถามนางมาตลอดทางทุก ๆ ครึ่งชั่วยาม เขาเป็นห่วงนางเกินไปจนเฟยเมี่ยวเหนื่อยจะตอบแล้ว คงเพราะการเดินทางครานี้รีบเร่งจนมิอ

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง   22 ไหน้ำส้มใครแตกกันนะ

    22ไหน้ำส้มใครแตกกันนะวันนี้เฟยเมี่ยวออกจากจวนไปร่วมงานชมดอกไม่ที่ตระกูลไป๋จัดขึ้น นางมาถึงก็มีเหล่าคุณหนูที่ยังไม่ออกเรือนมาบ้างแล้ว พอเลี่ยงเหลียงซูเห็นเฟยเมี่ยวเข้างานมาก็รีบมาเดินด้วยกันทันที ทำให้เฟยเมี่ยวไม่เดินเหงาคนเดียวอีกต่อไปรอเวลาผ่านไปจนเริ่มงานชมดอกไม้แล้ว บ่าวตระกูลไป๋จึงมาเชิญเหล่าคุณหนูไปยังลานนั่งล้อมโต๊ะที่มีชาดอกไม้กลิ่นหอมกรุ่นวางตรงหน้า เป็นการให้ลิ้มรสชาก่อนที่จะไปยังสวนเพื่อชมดอกไม้นั่นล่ะ“ชาดีทีเดียว หนิงอันยังมีรสนิยมดีเยี่ยงเดิมนะ”ท่านหญิงเจียวจินเอ่ยชมเป็นคนแรก แล้วคุณหนูคนอื่น ๆ ก็เอ่ยชมตามมาอีกไม่ขาดส่วนเฟยเมี่ยวนั้นมิได้มางานชมดอกไม้เพียงหาสหาย แต่นางต้องการมารับข่าวสารจากวงสตรีด้วย โดยเฉพาะเรื่องที่พี่ใหญ่สงสัยว่าตระกูลซุนสายหลักกำลังสู่ขอท่านหญิงตรงหน้านี้อยู่“ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านหญิงถูกใจข้าน้อยก็เบาใจลงมากเลยเจ้าค่ะ”หนิงอันยิ้มหวานน้อมรับคำชม บทสนทนาของเหล่าสตรีลื่นไหลอย่างหยุดไม่อยู่ ส่วนเฟยเมี่ยวนั้นก็มีคุยบ้างเป็นครั้งคราวไม่ให้เงียบและแปลกพวกเกินไป แต่ไม่มีใครเอ่ยเข้าประเด็นที่เฟยเมี่ยวอยากรู้เลย“ว่าแต่ท่านหญิงเจียวจินผ่านวัยปักปิ่นมาแล้ว ค

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง   21 ลอบเข้าตำหนักเฮยลู่

    21ลอบเข้าตำหนักเฮยลู่จากการที่มีข่าวลือในวันต่อมาว่ามีกลุ่มโจรซุ่มทำร้ายซุนฮูหยินที่ขอบเมืองหลวง สิ่งที่ชาวเมืองเดาไปต่าง ๆ นานา ก็คือกลุ่มโจรนั้นอาจเป็นคนของชินอ๋องก็ได้ เหตุเพราะการที่สองฝ่ายไม่ลงรอยกันนั่นเองเฟยเมี่ยวที่คุ้นชินกลยุทธ์การสร้างข่าวเท็จนี้มองออกทันที นางอยากไขข้อสงสัยมากจนตัดสินใจว่าจะไปสอบถามความจริงจากตัวการใหญ่ ทำให้ดึกคืนนั้นเองเฟยเมี่ยวในชุดดำล้วนอาศัยทางลับที่ตนสร้างไว้สมัยอยู่ในวังเข้ามาได้ในที่สุด นางพุ่งตรงไปยังตำหนักเฮยลู่ อันเป็นตำหนักที่มีเวรยามรัดกุมที่สุดจนนางไม่สามารถมีคนของตนในตำหนักแห่งนี้ได้เลยที่น่าแปลกคือ ตอนนี้เฟยเมี่ยวแอบเข้ามาจนจะถึงตำหนักหลักส่วนในแล้ว นางยังไม่เจอทหารเฝ้ายามเลยสักคน เฟยเมี่ยวคิดว่าตนเองอาจกำลังหลงกลไกการเฝ้ายามซับซ้อนอยู่นางจึงรีบหมุนตัวรีบกลับกลังทางเดิมเสียก่อนที่จะถูกจับได้ทันที“เมี่ยวเมี่ยวจะหนีอีกแล้ว เข้ามาไม่ใช่เพราะคิดถึงข้าหรือ ยังไม่ทันเจอก็จะกลับเสียแล้ว...”นั่นอย่างไร ที่แท้ชินอ๋องผู้นี้ก็คิดว่านางต้องมาหาเขาอยู่แล้ว ทหารเฝ้ายามจึงหายไปหมดเช่นนี้เมื่อเจอตัวการที่นางต้องการเจอแล้ว อันใดคือต้องหนีกันเล่า !“ทห

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง   20 อยากแสร้งเป็นลมล้มสลบให้ไม่ต้องพบหน้าใครอีก

    20อยากแสร้งเป็นลมล้มสลบให้ไม่ต้องพบหน้าใครอีกงืม ๆ“เช้าแล้วหรือ?...”“ใช่ เช้าแล้ว เมี่ยวเมี่ยวตื่นแล้ว ขี้เซายิ่งนัก”หืม นางไม่ได้นอนอยู่ในห้องคนเดียวหรือไร ไยรู้สึกเหมือนเสียงพูดเมื่อครู่เกิดขึ้นที่ข้างหูนางนี้เองกันนะ ลมที่พัดผ่านใบหูมันชวนให้จั๊กกะจี้จนต้องย่นคอหนีทั้งที่ยังหลับตา ไหนจะสัมผัสบางอย่างที่คลอเคลียแก้มจนทนไม่ไหวต้องลืมตาขึ้นดูแล้วค่อยหลับอีกคราก็แล้วกัน“ท่านอ๋องมาอยู่นี่ได้อย่างไร ! โอ๊ะ”ไม่สิ ตอนนี้นางนอนอยู่ในป่านี่นา นางลืมไปเสียได้ คงเพราะเมื่อวานเหนื่อยมากจนหลับไม่รู้เรื่องแน่เลย“แล้วไยถึงถูกท่านกอดได้ !! ปล่อยนะ”ได้สติแล้วเฟยเมี่ยวก็สังเกตว่าตนเองถูกเต๋อรุ่ยกอดอยู่ แก้มของนางแนบคางของเขาจนรู้สึกประหลาดไปหมด แต่แรงกอดรัดของคนที่บาดเจ็บนั้นเฟยเมี่ยวสู้ไม่ไหวจริง นี่ขนาดเขาบาดเจ็บนะแรงยังมากเพียงนี้เลย ไม่อยากจะคิดยามปรกติจะแรงเยอะเพียงใด แต่ที่แน่นอนคือแรงสตรีตัวเล็กอย่างนางสู้เขาไม่ได้แน่นอน“เมี่ยว ๆ กอดข้าเองนะ อีกทั้งยังกอดไม่ปล่อยอีกด้วย ข้าเลยต้องนอนรออยู่เยี่ยงนี้อย่างไรล่ะ”“แต่เมื่อคืนหม่อมฉันไม่ได้นอนท่านี้ หม่อมฉันเพียงให้ความอบอุ่นแก่พระองค์ผ่า

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง   11 ข่าวดีในรอบเกือบสองปีที่นางไม่ต้องการ

    11ข่าวดีในรอบเกือบสองปีที่นางไม่ต้องการ“คารวะท่านหญิงเฟยเมี่ยวเจ้าค่ะ”นางกำนัลที่เดินสวนมากับเฟยเมี่ยวหยุดยืน ย่อคารวะชั่วครู่และหยุดให้นางเดินก่อนพวกตนค่อยเดินผ่านไป บ่าวที่ตามหลังเฟยเมี่ยวคราวนี้นอกจากมู่กวา บ่าวร่างใหญ่อันเป็นบ่าวคนโปรดที่ตามติดนางเสมอก็มีนางกำนัลอิงอิง หรือพี่อิงที่ เฟยเมี่

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง   5 กลับไปเยี่ยมตระกูลซุนสายหลัก

    5กลับไปเยี่ยมตระกูลซุนสายหลักเฟยเมี่ยวมาถึงโรงสุราท้ายตรอกแล้ว โรงสุราแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่คนทั่วไปรู้จักกัน คนที่มาใช้บริการที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวยุทธภพที่เดินทางเข้าเมืองหลวง และอยากได้ที่พักราคาเป็นกันเองพร้อมกันนั้นแบบไม่ต้องการคนรับใช้มาก เพราะที่นี่ไม่มีเสี่ยวเอ้อให้เรียกรับใช้ มีเพียงห้องแ

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง   4 การเดิมพันอันแสนเท่าเทียม (2)

    “เจ้าอย่าได้เล่นลิ้น ตกลงเดิมพันกับข้าบัดเดี๋ยวนี้!!”นางไม่ตกลงวันนี้อย่างไรองค์หญิงสาวลู่เอินก็ต้องหาเหตุผลอื่นมาจัดการนางอีกอยู่ดี“หม่อมฉันไม่ใช่ไม่ตกลงเพคะ เพียงแต่หม่อมฉันคิดเพียงว่า แล้วหากพระองค์เป็นฝ่ายแพ้ล่ะ หม่อมฉันจะได้อันใดตอบแทนเพคะ” จะให้องค์หญิงมารับใช้เฟยเมี่ยวก็ไม่ได้อยู่แล้ว...

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง   4 การเดิมพันอันแสนเท่าเทียม (1)

    วันธรรมดาของเฟยเมี่ยวที่ไม่มีอันใดน่าตื่นเต้นตื่นตาใจก็เป็นเยี่ยงวันนี้ หลังจากไปเข้าเฝ้าคุยเล่นกันฮองเฮาแล้ว นางก็ต้องมาร่วมเรียนวิชาต่าง ๆ กับเหล่าองค์ชาย องค์หญิง และลูกหลานขุนนางคนอื่น ๆ ที่ได้รับสิทธิ์มาเรียนร่วมด้วย ที่ตำหนักศึกษานี้มีหลายห้องเลย วันนี้ถึงคราววิชาเขียนอักษรที่ เฟยเมี่ยวไม่อย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status