Masukเช้าวันถัดมา ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกแปลก ๆ เหมือนเมื่อคืนยังมีภาพศศินค้างอยู่ในหัว ไม่ใช่แค่หน้าเขา แต่เป็นเสียงทุ้มนุ่มที่เรียก “หนู” แล้วเดินจากไปแบบไม่รีบร้อน ฉันส่ายหัวไล่ความคิดนั้นออกไป บอกตัวเองว่ามันบ้าเอ๊ย คนไข้คนเดียวทำไมถึงทำให้ฉันคิดมากขนาดนี้
แต่พอเปิดโทรศัพท์เช็ก LINE ก็ต้องชะงัก เพราะมีแจ้งเตือน “ศศิน จงธนธานี ได้แอดคุณเป็นเพื่อนแล้ว” พร้อมสติกเกอร์แมวโบกมือต้อนรับแบบน่ารักเกินคาด ฉันอ้าปากค้าง นึกในใจว่า “พี่คนนี้แอดฉันได้ยังไงวะ เมื่อวานไม่ได้ให้เบอร์เลยสักนิด” แต่ก่อนจะคิดอะไรต่อ ข้อความแรกก็เด้งขึ้นมา “สวัสดีครับหนู พี่ศศินเองครับ เมื่อวานขอบคุณที่อธิบายละเอียดมากนะครับ พี่แอบขอเบอร์จากชมพู่แล้วแอด LINE มาเลย หวังว่าหนูจะไม่ว่าอะไรนะครับ”
ฉันอ่านซ้ำสองรอบ หัวใจเต้นแรงขึ้นนิดนึง เพราะเขาเรียก “หนู” อีกแล้ว แถมยังแอบขอเบอร์จากพนักงานฉันอีก ฉันพิมพ์ตอบกลับแบบปากแข็ง “ได้ค่ะ พี่ศศิน เดี๋ยวแจ้งทีมให้เตรียมห้องฟอกสีฟันรอบแรกไว้เลยนะคะ” แล้วกดส่งไปแบบเร็ว ๆ ก่อนจะโยนโทรศัพท์ลงเตียงแล้วรีบลุกไปอาบน้ำ
ฉันยืนนิ่งใต้ฝักบัว น้ำอุ่นไหลลงตัว แต่ฉันรู้สึกวูบวาบในอกแทน นึกถึงตอนที่ชมพู่เดินมาถามเมื่อวาน “พี่จุ๊บแจงคะ หน้าแดงเพราะร้อนจริง ๆ เหรอคะ หรือเพราะคุยกับคุณศศินแล้วพี่เขิน” ฉันเถียงกลับทันควันว่า “ร้อนจริง ๆ นะเว้ย!” แต่ตอนนี้ฉันถึงยอมรับกับตัวเองว่ามันไม่ใช่ร้อน... มันคือเขินชิบหาย และที่แย่คือเขายังส่งสติกเกอร์หัวใจเล็ก ๆ มาปิดท้ายอีก
ฉันเดินลงมาที่ลานจอดรถคอนโด แล้วมอง MT-09 คันโปรดของฉันที่จอดเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงมุม รถสีเทาเข้มแบบ Matte ตัวถังโฉบเฉี่ยว ล้อสีดำเงา ระบบกันสะเทือน Ohlins ที่ฉันอัพเกรดเองเมื่อปีที่แล้ว ฉันลูบถังน้ำมันเบา ๆ เหมือนเป็นเพื่อนสนิท แล้วถอนหายใจ
“วันนี้มึงต้องพากูไปเจอผู้ชายที่ทำให้คิดมากอีกแล้วนะเว้ย แถมยังแอบแอด LINE มาอีก” ฉันสวมหมวกกันน็อก AGV รุ่น Pista GP RR ที่ชอบมากเพราะมันเบาและระบายอากาศดี แล้วสตาร์ทเครื่อง เสียงเครื่องยนต์ CP3 สามสูบ 890cc ดังกระหึ่มเบา ๆ แต่ทรงพลังจนฉันรู้สึกมั่นใจขึ้นมาทันที ฉันบิดคันเร่งเบา ๆ ออกจากคอนโด ซิกแซกผ่านรถติดกรุงเทพฯ ตอนเช้าที่ไม่มีวันจบสิ้น ระหว่างทางฉันแอบเปิดเพลงในหูฟังบลูทูธที่ต่อกับหมวก เปิดเพลงร็อกเบา ๆ เพื่อปลุกความแมนในตัว แต่ยิ่งขี่ ยิ่งนึกถึงข้อความใน LINE แล้วฉันก็หัวเราะกับตัวเองในหมวก
“บ้าเอ๊ย จุ๊บแจง มึงขี่ MT-09 ตัวโหดขนาดนี้ ยังจะไปเขินสติกเกอร์หัวใจของผู้ชายอีกเหรอเนี่ย” เกือบถึงคลินิก ฉันเห็นป้ายไฟแดงยาว ๆ เลยแอบเร่งเครื่องแซงเลนซ้ายแบบเนียน ๆ แล้วคิดในใจ “ถ้าพี่ศศินเห็นมึงตอนนี้ คงไม่กล้าเรียก ‘หนู’ ง่าย ๆ แล้วมั้ง” แต่ลึก ๆ ฉันก็รู้ว่าฉันอยากให้เขาเรียกอีก และที่สำคัญคือ... ฉันอยากเห็นหน้าเขาตอนอ่านข้อความที่ฉันตอบกลับ
พอถึงคลินิก ฉันจอด MT-09 ไว้ที่ลานด้านหน้าแบบคนมีที่จอดประจำ แล้วถอดหมวกกันน็อกออก ผมสั้นระต้นคอสีน้ำตาลทองยุ่ง ๆ นิดหน่อยแต่ฉันไม่แคร์ เดินก้าวยาว ๆ เข้าไปในตัวอาคาร แต่สายตาก็แอบกวาดไปที่โซฟารอคนไข้ทุกครั้งที่ผ่าน แล้วก็เจอเขาแล้วจริง ๆ นั่งอยู่ตรงมุมเดิม เสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มพับแขนเรียบร้อย หลังตรง ดูสุขุมนิ่งสงบเหมือนเดิม แต่พอเห็นฉันเดินมา เขาก็เงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มบาง ๆ
“สวัสดีครับ มาถึงก่อนเวลานัดเลยนะครับ” เขาพูดเสียงนุ่ม ๆ สุภาพเหมือนเคย แต่ทำให้ฉันสะดุ้งในใจทุกครั้ง ฉันพยักหน้า ยิ้มตอบแบบมืออาชีพ
“สวัสดีค่ะพี่ศศิน วันนี้หมอพร้อมแล้ว เดี๋ยวหนูพาไปห้องเลยนะคะ” แล้วฉันก็เดินนำเขาไปห้องฟอกสีฟัน แต่ระหว่างทางฉันรู้สึกได้ว่าเขากำลังมองแผ่นหลังฉันอยู่เบา ๆ ไม่ใช่มองแบบเจ้าชู้หยาบ ๆ แต่เป็นมองแบบคนที่กำลังสังเกตอะไรบางอย่างอย่างตั้งใจ จนฉันแอบเดินช้าลงนิดนึง แล้วหันไปแซวกลับ
“พี่ศศินคะ มองอะไรคะ กลัวหนูหลงทางในคลินิกตัวเองเหรอ” เขาหัวเราะเบา ๆ “เปล่าครับ แค่เห็นหนูเดินมาแบบนี้ แล้วนึกถึงตอนที่เห็นหนูขี่บิ๊กไบค์เข้าคลินิกวันแรก พี่เลยแอบคิดว่าหนูขี่ Yamaha MT-09 ใช่ไหมครับ”
ฉันชะงัก หันขวับ “พี่จำได้เหรอคะ” เขาพยักหน้า ยิ้มมุมปาก “จำได้ครับ รถเท่ ๆ แบบนั้น ขับโดยผู้หญิงแมน ๆ แบบหนู พี่จะลืมได้ยังไง”
ฉันหน้าแดง แต่ปากยังแข็ง “แหม พี่ก็... อย่ามาแซวหนูสิคะ เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน” เขายิ้มกว้างขึ้น “งั้นพี่ขอโทษครับ แต่พี่พูดจริงนะ หนูขี่ MT-09 แล้วดูเท่มากเลย”
ฉันสะดุดเท้าเล็กน้อย แต่รีบกลบเกลื่อน “เท่อะไรคะ หนูขี่รถเพื่อความสะดวก ไม่ได้ตั้งใจโชว์อะไรทั้งนั้น” เขาหัวเราะเบา ๆ “พี่รู้ครับ แต่พี่ชอบนะ หนูทั้งแมนทั้งน่ารักในเวลาเดียวกัน”
ฉันอ้าปากค้าง แต่ก่อนจะเถียงอะไรได้ เขาก็พูดต่อ “ถ้าวันไหนหนูว่าง พี่ขอซ้อนสักครั้งได้ไหมครับ พี่อยากรู้ว่าซ้อนหนูแล้วรู้สึกยังไง”
ฉันหัวเราะออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ “ฝันไปเถอะค่ะ ตัวพี่ใหญ่ขนาดนี้ หนูกลัวรถมันล้มค่ะ ฮ่าๆๆ ” เขายิ้มแบบขำ ๆ “งั้นพี่ต้องลดน้ำหนักก่อนสินะครับ เพื่อให้หนูยอมให้พี่ซ้อน”
พอถึงห้อง ฉันมอบเขาให้หมอแล้วเดินออกมา แต่ก่อนจะปิดประตู เขาหันมาพูดเบา ๆ “หนูว่างตอนเที่ยงไหมคะ ถ้าว่าง พี่อยากชวนหนูกินข้าวขอบคุณที่ดูแลพี่อย่างดี”
ฉันชะงัก หันกลับไปมองหน้าเขาเต็ม ๆ แล้วตอบแบบไม่คิดมาก “ว่างค่ะ พี่ศศิน แต่... หนูไม่ค่อยเก่งเรื่องกินข้าวกับคนไข้นะคะ เดี๋ยวคนอื่นเข้าใจผิด”
เขาหัวเราะเบา ๆ เสียงทุ้มนุ่ม “ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่ได้ชวนในฐานะคนไข้ ”
ฉันอ้าปากค้าง แต่ก่อนจะเถียงอะไรได้ เขาก็หันกลับไปคุยกับหมอต่อ ฉันปิดประตูออกมา หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ว่าหน้าแดงขึ้นมาเอง ในใจคิด บ้าเอ๊ย จุ๊บแจง มึงจะยิ้มอะไรนักหนาเนี่ยยย แค่แอด LINE แล้วชวนกินข้าวเอง แต่ลึก ๆ ฉันรู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ อีกต่อไปแล้ว เพราะตั้งแต่เขาแอด LINE ครั้งแรก ทุกอย่างในหัวฉันมันเริ่มไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว และที่แย่กว่านั้นคือ... ฉันเริ่มอยากให้มันไม่เหมือนเดิมจริง ๆ ซะด้วย โดยเฉพาะตอนที่เขาพูดถึง MT-09 ของฉันแบบนั้น ราวกับเขาเห็น ‘ฉัน’ ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ผู้จัดการคลินิกที่ต้องสุภาพเรียบร้อย แต่เป็นจุ๊บแจงที่ขี่บิ๊กไบค์ เมาเหล้ากับเพื่อนผู้ชาย และแอบฝันเปียกทุกคืน ฮ่าๆๆๆ
เช้านี้ฉันตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดอบอุ่นของพี่ศศิน ร่างกายยังอ่อนเพลียจากค่ำคืนที่ดุเดือด รู้สึกเหมือนทุกกล้ามเนื้อในตัวถูกใช้งานจนหมดแรง ฉันขยับตัวเบา ๆ แล้วซุกหน้าลงกับอกเขา กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวผู้ชายที่คุ้นเคยทำให้ฉันยิ้มโดยไม่รู้ตัว พี่ศศินยังหลับสนิท ใบหน้าสงบ ริมฝีปากบาง ๆ ยังคงมีรอยยิ้มจาง ๆ เหมือนฝันดี ฉันยกมือขึ้นลูบแก้มเขาเบา ๆ แล้วกระซิบ “เมื่อคืน...พี่เหนื่อยมากเลยใช่ไหมคะ”เขาขยับตัวเล็กน้อย แล้วลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาที่เพิ่งตื่นยังพร่ามัว แต่พอเห็นหน้าฉันก็ยิ้มกว้างทันที “หนู... ตื่นแล้วเหรอครับ” เขาดึงฉันเข้ามากอดแน่นขึ้น มือลูบหลังฉันเบา ๆ “เมื่อคืน... หนูทำให้พี่แทบไม่ไหวเลยครับ”ฉันหัวเราะคิกคักในอกเขา “หนูเมา... แต่หนูจำได้หมดเลยค่ะว่าพี่ทำอะไรกับหนู” ฉันเงยหน้ามองตาเขา “เมื่อคืนพี่ข่มขืนหนูอีกแล้วนะคะ”เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วจูบหน้าผากฉัน “พี่ขอโทษครับ แต่พี่ทนไม่ไหวจริง ๆ หนูยั่วพี่เก่งนี่นา”ฉันยิ้มร้าย แล้วขยับตัวขึ้นนั่งคร่อมเขาเบา ๆ “ถ้างั้น... เช้านี้หนูจะชดเชย
ระหว่างทางกลับคอนโด ฉันนั่งกอดแขนเขาแน่น กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวเขาลอยมาเตะจมูก ใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะจากเซอร์ไพรส์ใหญ่ แต่ในหัวกลับมีแผนร้ายเล็ก ๆ ที่แอบวางไว้เมื่อครู่ แผนที่ทำให้ฉันตื่นเต้นจนมือเย็นเฉียบ พอรถจอดหน้าคอนโด ฉันหันไปมองเขาแล้วยิ้มมุมปากแบบที่เขารู้ทันทีว่าฉันกำลังจะเล่นอะไร “หนูไม่ได้บอกว่าอยากกลับคอนโดซะหน่อย..” พี่ศศินเลิกคิ้ว “ห๊ะ? แล้วหนูจะไปไหนครับ” ฉันยิ้มร้ายกาจ “ลงมาค่ะ เดี๋ยวหนูขับเอง” พี่ศศินยอมสลับที่นั่งคนขับแต่โดยดี หน้าตายังงง ๆ แต่ฉันเห็นแววตาเริ่มตื่นตัว ไม่ถึงสิบนาที ฉันจอดหน้าล็อบบี้โรงแรมม่านรูดสุดหรูที่ฉันแอบจองห้อง “Fantasy Suite” ไว้เมื่อกี้ตอนเราออกโชว์รูมมา ห้องที่ออกแบบมาเพื่อคนที่อยากปลดปล่อยด้านมืดที่สุดของกันและกัน พี่ศศินลงจากรถ เดินมาหาฉัน “หนู…เซอร์ไพรส์พี่คืนเหรอครับ” ฉันจับมือเขา ลากขึ้นลิฟต์โดยไม่ตอบคำถามใด ๆ ประตูห้องเปิดออก ความมืดสนิทถูกฉีกด้วยแสงไฟสีแดงเลือดหมูสลัว ๆ ผนังหุ้มหนังสีดำ โซ่สแตนเลสเย็
หลังจากวันที่ฉันยอมให้พี่ศศินกลับเข้ามาในชีวิตอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ฉันรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ แต่ยังไม่สมบูรณ์แบบ ทุกเช้าเขายังคงมารอรับฉันที่คอนโด ทุกเย็นเขามารอรับกลับบ้าน บางคืนเรานอนกอดกันที่คอนโด บางคืนเขาพาฉันไปกินข้าวที่ร้านโปรด หรือแค่ขับรถวนไปเรื่อย ๆ ฟังเพลงที่เราชอบด้วยกันวันนี้เป็นวันหยุดที่ฉันกับกลุ่มเพื่อน ๆ นัดกันอีกครั้ง คราวนี้เป็นร้านแถวบ้านไอ้หยองที่ปากเกร็ด เพื่อนในกลุ่มอีกคนที่ไม่ค่อยได้เจอกันเพราะมันอยู่ไกล จะเจอกันก็แค่ตอนไปออกทริปใหญ่ ๆ ด้วยกัน ฉันไปถึงร้านก่อนใครตอน 18.30 เพราะบึ่งรถมาตั้งแต่ก่อน 18.00 บรรยากาศร้านเป็นฟีลร้านยุค 90 มีคราฟท์เบียร์ที่ฉันชอบ เปิดเพลงสากลเก่า ๆ สลับกับเพลงร็อคในตำนาน ลูกค้าในร้านยังไม่มีฉันเลยถือโอกาสเดินสำรวจรอบ ๆ ร้าน ถือว่าตกแต่งดีมากเลย ทั้งไฟ เฟอร์นิเจอร์ ทุกอย่างลงตัวไปหมด หาร้านแบบนี้แถวคอนโดฉันยากมาก ๆ ฉันเดินเล่นอยู่เกือบ 20 นาทีจึงหาโต๊ะนั่งแล้วสั่งเบียร์มาชิม"ขอ Hazy IPA 1 Tap ค่ะ" ฉันสั่งเฮซี่ไอพีเอที่ฉันชอบมาก พี่พนักรีบกดแล้วเสิร์ฟฉันอย่างไว แก้วนี้แอลก
ฉันดื่มหนักกว่าปกติมาก เบียร์หมดแก้วแล้วแก้วเล่า เริ่มรู้ตัวว่าเมาจนขี่รถไม่ไหวแล้ว คงเพราะแอลกอฮอล์แต่ละแก้วไม่ใช้น้อย ๆ พี่ศศินก็คงจะเมามากเหมือนกัน เพราะเพื่อนเปรตของฉันชงไม่หยุด ตีสองกว่า เราลุกออกจากร้าน ทุกคนเมากันหัวทิ่ม ไอ้ฮอนตะโกน “กลับบ้านกันเถอะเว้ย เดี๋ยวเมาแล้วตายที่ร้าน ลำบากเขาอีก” รันหัวเราะลั่น “มึงนี่เมาแล้วยังคิดถึงความตายอีกเหรอวะ ฮ่าๆๆ” เดลกับหยองช่วยประคองฮอนที่เดินเซ "พวกมึงนอนบ้านกูได้นะ มีห้องว่าง ไม่ต้องขี่รถหรอกอันตราย" หยองที่ดูเมาน้อยที่สุดในกลุ่มเสนอ "มึงให้ไอ้เหี้ยฮอนนอนเลย ดูสภาพแม่งดิ เดี๋ยวพวกกูกลับแท็กซี่" รันพูดพลางชี้ไปที่เพื่อนฮอน ส่วนไอ้ปรินซ์หนีกลับไปก่อนเพื่อนตั้งแต่เที่ยงคืนแล้วพี่ศศินหันมาหาฉัน “พี่เรียก You Drink I Drive นะครับ คืนนี้หนูเมามากแล้ว พี่ไม่อยากให้หนูขี่มอเตอร์ไซค์กลับ”ฉันหัวเราะคิกคัก เมาจนตาพร่า “หนู..ยังไหวอยู่นะคะ”เขายิ้มอ่อนโยน “ไม่ไหวหรอกครับ พี่จะดูแลหนูเอง”ฉันพยักหน้าแบบงง ๆ แล้วกอดแขนเขาแน่น พี่ศศินเปิดแอปเรียกคนขับรถ ภายในไ
หลังจากวันหยุดที่พี่ศศินพาฉันไปบ้านครอบครัวที่ชลบุรี ฉันรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเรากำลังกลับมาแข็งแรงขึ้นทีละน้อย ไม่ใช่เพราะคำพูดหวาน ๆ หรือของขวัญราคาแพง แต่เพราะการที่เขายอมเปิดใจให้ฉันเห็นด้านที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน ด้านของลูกชายคนเดียวที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบอบอุ่นแต่ก็กดดันจากความคาดหวังของครอบครัวธุรกิจใหญ่ เช้านี้พี่ศศินยังคงมารอรับฉันใต้คอนโดเหมือนเดิม เขายืนพิง Defender สีดำ มือกอดอก ใส่เสื้อเชิ้ตสีเทาแขนพับ กางเกงยีนส์ดำ รองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาด ผมเซ็ตเรียบร้อย เขายิ้มกว้างเมื่อเห็นฉันเดินลงมาจากลิฟท์ ถือกระเป๋าใบเล็กและหมวกกันน็อก“สวัสดีตอนเช้าครับ” เขาพูดเสียงนุ่มแล้วเดินเข้ามารับกระเป๋าให้ “วันนี้พี่มารับหนูไปทำงานนะครับ” ฉันยิ้มเล็กๆ “มาทุกวันแบบนี้ไม่เหนื่อยเหรอคะ”เขาหัวเราะเบา ๆ “เหนื่อยครับ แต่พี่ชอบเห็นหนูเดินออกมาจากลิฟท์ทุกเช้า” ฉันหน้าแดงนิด ๆ แล้วเดินไปขึ้นรถเขาเปิดประตูให้ฉันเหมือนเคย แล้วขับรถออกจากลานจอดรถ ระหว่างทางพี่ศศินขับรถไปเงียบ ๆ แล้วพูดขึ้นกับฉัน“หนูครับ..เย็นนี้พี่อยากพา
เช้านี้เป็นวันหยุดของฉันอีกวัน และแน่นอนว่าถูกหมาแก่นั่นจองไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว พี่ศศินมารับฉันที่คอนโดตอนเที่ยง วันนี้เขาแต่งตัวภูมิฐานที่ดูดีสุด ๆ จนฉันแปลกใจ (แต่งแบบนี้หล่อม้ากกกก กรี๊ดดด) เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแลคสีเทา รองเท้าหนังที่เงาวับ “วันนี้พี่อยากพาหนูไปช็อปปิ้งเครื่องสำอางหน่อยครับ” เขาพูดยิ้ม ๆ ขณะขับรถออกจากคอนโด “หนูชอบแต่งหน้าแบบไหน พี่อยากให้หนูได้ของที่หนูชอบจริง ๆ”ฉันหันมามองเขา “เอ่อ.. คือ.. หนูเลือกเครื่องสำอางไม่เป็นเลยนะคะ หนูใช้แค่แป้งพัฟกับลิปสติกสีเดียวมาตลอด”เขาหัวเราะเบา ๆ “ไม่เป็นไรครับ พี่จะให้ BA แนะนำให้ หนูแค่เลือกสีที่ชอบก็พอ”“ตามนั้นก็ดีค่ะ ลิปหนูใกล้หมดแล้วพอดี”เขายิ้มกว้าง “น่ารักที่สุดเลยครับ”เราขับไปห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง ร้านที่พี่ศศินพาเข้าก็เป็นร้านหรูชั้นนำที่มี BA มืออาชีพคอยแนะนำ ชั้นเครื่องสำอางเต็มไปด้วยเคาน์เตอร์แบรนด์ดัง แสงไฟสว่างจ้า พนักงานสาวยิ้มหวานต้อนรับทุกคน พี่ศศินพาฉันเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์แบรนด์ดังแบรนด์นึง แล้วเรียก BA สาวสวยมา
หลังจากวันนั้นที่พี่ศศินพาเพื่อน ๆ ไปอธิบายคลิปให้ฟัง ฉันยังคงไม่หายโกรธเต็มที่ ใจมันเหมือนมีก้อนอะไรติดค้างอยู่ตรงกลางอก ไม่ได้ปวดร้าวแบบวันแรก ๆ แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนมีคนเอาไม้จิ้มฟันมาแทงเบา ๆ ทุกครั้งที่นึกถึงภาพเด็กดริงค์นั่งใกล้พี่เขา ฉันยังไม่ปลดบล็อคเบอร์ ไลน์ เฟซบุ๊ก หรืออิ
หลังจากคืนที่ฉันและพี่ศศิน “ออกลาย” ฉันตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดเขาแบบตัวสั่นเบา ๆ ยังรู้สึกเสียวซ่านค้างคาจากเมื่อคืน ความรู้สึกที่ร่างกายทั้งตัวเริ่มปวดระบมจากฝีมือผู้ชายตรงหน้า“อรุณสวัสดิ์ค่ะ เจ้าหมาป่าแก่ พี่ทำหนูระบมหมดไปทั้งตัวเลยนะคะเนี่ย หึหึ” เขายิ้ม แล้วก้มลงจูบหน้าผากฉัน
“พอจะเป็นไปได้ไหมครับ ถ้าเราจะลองคบกันจริง ๆ”คำพูดของพี่ศศินดังขึ้นเบา ๆ แต่ชัดเจนในห้องนอนที่ยังมืดครึ้มจากม่านกันแสง ฉันนอนนิ่ง มองเพดาน แล้วรู้สึกหัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา ฉันหันไปมองหน้าเขา แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านรอยแยกม่านมาส่องใบหน้าคม ๆ ของเขา หนวดเคราบาง ๆ รอยยิ้มมุมปากที่ยังค้า
“ขอโทษค่ะ หนูยอมแล้ว ลงโทษยังไงดีคะ หนูกลัวจังเลยค่ะ” ฉันพูดแบบยั่ว ๆ แต่ในใจเต้นแรงจนแทบระเบิด เพราะฉันนึกถึงฝันเมื่อหลายคืนก่อน ฝันคืนนั้นที่ยังทำให้ฉันหมกมุ่นมาตลอดหลายวัน แต่มันโคตรจะฟินเลยพี่ศศินยิ้มมุมปาก แล้วลุกขึ้นอุ้มฉันแบบไม่ต้องถาม เขาเดินไปห้องนอน วางฉันลงบนเตียง แล้วเปิดลิ้







