LOGINเย็นวันต่อมา กานต์สินีกลับมาถึงบ้านพร้อมของสดที่ซื้อจากตลาด เปิดประตูบ้านเข้าไปเห็นธันเมธนอนอยู่บนโซฟา ส่วนเพื่อนๆ ของเขานั่งที่พื้นเล่นเกมกันอย่างสนุกสนาน
“กลับมาแล้วเหรอ” คนที่ถามเป็นคนแรกไม่ใช่ธันเมธ แต่เป็นทีปกร เพื่อนตัวแสบของเขา
“สวัสดีค่ะ เฟย์กลับมาแล้ว”
“ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลย ให้พี่ช่วยถือนะ” ปณัยตรงเข้าไปช่วยถือของเข้าไปในครัว ธันเมธเห็นท่าทางกระตือรือร้นของเพื่อนแล้วรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาทันที
“ไม่มาเล่นเกมแล้วเหรอ” ธันเมธถาม
“เดี๋ยวค่อยเล่น ช่วยน้องสาวมึงยกของก่อน วันนี้จะทำอะไรกินเหรอ ซื้อกับข้าวมาเยอะแยะเลย” ปณัยถามพร้อมกับเปิดถุงดูโน่นดูนี่ ธันเมธกรอกตาขึ้นมองเพดานบ้านอย่างเหนื่อยใจ
“ข้าวผัด ต้มยำกุ้ง ผัดผักค่ะ พี่อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ”
“พี่อยากกินไข่เจียวหมูสับ อ้อ... พี่ไม่ค่อยกินเผ็ด ทำแกงจืดให้พี่ด้วยได้ไหม” ปณัยได้ทีก็เอาใหญ่ รีเควสสิ่งที่ตัวเองอยากกิน กานต์สินียิ้ม
“ได้ค่ะ”
“มึงอยากกินก็สั่งมาสิ จะไปรบกวนเฟย์ทำไม เพิ่งกลับมาจากโรงเรียนเหนื่อยๆ ยังต้องมาทำกับข้าวให้พวกมึงกินอีก มีแค่ไหนก็กินแค่นั้นสิวะ!” ธันเมธตะโกนด่า ปณัยทำหน้าทะเล้น
“ไม่กี่อย่างเอง ทำแป๊บเดียวก็เสร็จ”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูไปช่วยเฟย์ทำเอง กูพอทำกับข้าวเป็น” ปณิธานวางเกมแล้วลุกขึ้นไปที่เคาน์เตอร์ครัว ธันเมธเม้มริมฝีปากแน่น สิ่งที่เขาต้องการคือจัดการเจ้าพวกเพื่อนบ้าไม่ให้ไปยุ่มย่ามกับเด็กสาว แต่ทำไปทำมากลายเป็นพวกมันพากันเข้าครัวเสียอย่างนั้น
“กู...”
“ไอ้ธาม มึงนอนเฉยๆ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพวกกูช่วยน้องเฟย์เอง” ทีฆทัศน์เป็นฝ่ายพูดขึ้นบ้าง เขาก็เป็นอีกคนที่ลุกขึ้นไปในครัว
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเฟย์ขอตัวขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ”
“ได้เลยครับ”
กานต์สินีขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้น เธอรีบร้อนเดินลงมาเพราะเกรงใจเพื่อนของธันเมธ พอเดินผ่านโซฟา ธันเมธถลึงตามองเธออย่างดุๆ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย เมื่อหันไปในครัว เห็นพวกเพื่อนตัวแสบของเขาแต่ละคนมองเด็กสาวด้วยสายตาที่ซุกซน พวกมันเล่นจ้องมองแต่ขาอ่อนขาวๆ ของเธอ ตอนนั้นธันเมธเอามือลูบหน้าอกตัวเอง บอกให้ใจเย็นๆ เข้าไว้
“มาแล้วค่ะ”
“พี่ช่วยหั่นผัก ล้างเนื้อสัตว์ให้นะครับ” ปณิธานบอก แม้ว่ามือจะง่วนอยู่กับผักในกะละมังใบเล็ก แต่สายตากลับมองที่ใบหน้าและเรือนร่างของเธอ มองจนธันเมธถึงกับกำมือแน่น
“ขอบคุณมากค่ะ” เธอเดินไปเปิดตู้เย็น ก้มลงหยิบผักสดออกมาเพิ่ม จังหวะนั้นเจ้าพวกเพื่อนตัวดีหันไปมองเธอกันหมด
ทนไม่ไหวแล้วโว๊ย!
“เฟย์!” ธันเมธเรียกเสียงดุจนเธอสะดุ้ง พวกเพื่อนตัวดีต่างหลบตากันเป็นพัลวัน
“คะ?”
“มานี่หน่อยสิ!” เขากวักมือเรียก กานต์สินีเดินไปหาเขาทันที
“มีอะไรเหรอคะ”
“ไปเปลี่ยนกางเกงเดี๋ยวนี้!” เขากระซิบเสียงดุ กานต์สินีก้มมองกางเกงของตัวเอง แม้จะเป็นกางเกงขาสั้น แต่ก็ไม่ได้สั้นมากจนน่าเกลียด ความยาวเกือบจะถึงเข่าอยู่แล้ว
“ทำไมเหรอคะ”
“พี่บอกให้ไปเปลี่ยนก็ไปเปลี่ยนสิ ถามมาก!” เขาดุเธออีก ทีฆทัศน์นั่งอยู่ไม่ไกลนัก ได้ยินสิ่งที่เพื่อนพูดถึงกับกลั้นหัวเราะจนหน้าแดง
“ค่ะๆ” เธอรับคำแล้วรีบขึ้นไปเปลี่ยนกางเกงทันที พอหญิงสาวเดินขึ้นบันไดไป ทีฆทัศน์ก็เดินไปกระเซ้า
“รับบทพี่ชายหวงน้องสาวตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”
“ตั้งแต่พวกมึงเข้ามาอยู่ในบ้านกูนี่แหละ!”
“ไอ้ธาม มึงนี่นะ ทำเป็นหวงน้องเฟย์ ยังไงซะน้องเขาก็ไม่ได้เป็นสายเลือดเดียวกัน ไม่ได้คลานตามมึงมา มึงจะหวงอะไรนักหนา” ทีปกรได้ยินแล้วอดไม่ได้ เดินเข้ามาแหย่ ธันเมธทำหน้าไม่ถูก
“พวกมึงมันไว้ใจไม่ได้!”
“ไอ้คนขาหัก กูถามมึงจริงๆ มึงหวงเฟย์ขนาดนี้เพราะอยากจะกั๊กหรือเปล่าวะ!” ทีปกรโอบไหล่เพื่อน มองด้วยสายตาคาดคั้น
“กั๊กเกิ๊กอะไรกัน! พ่อแม่ฝากฝังให้กูดูแลยัยเด็กนั่นให้ดี กูรับปากพ่อแม่ไว้แล้วก็ต้องทำให้ได้ ดูแลให้ดีนั่นก็คือไม่ให้พวกมึงมาเต๊าะน้องสาวกู พวกมึงมันเสือผู้หญิง เดี๋ยวจะพาน้องสาวกูเสียผู้เสียคน!” ธันเมธว่าเข้าให้ ทุกคนได้ยินแล้วหัวเราะครืน
“ไม่ใช่ว่ามึงจะเก็บไว้กินเองนะ น้องสาวแท้ๆ ก็ไม่ใช่ แถมยังอยู่ด้วยกันสองต่อสองในบ้านนี้อีก” ปณัยหรี่ตามอง ธันเมธคว้าไม่ค้ำยันยกขึ้นเตรียมจะฟาดเพื่อนตัวดี แต่มันก็ไว กระโดดหลบทัน
“ปากมึงนี่นะ!”
“เฮ้ยๆ เบาๆ น้องเขาลงมาแล้ว” ราชินทร์เตือนเพื่อน กานต์สินีลงมารอบนี้ เธอสวมกางเกงผ้าขายาวปกปิดมิดชิด ปิดยันตาตุ่ม แต่ดูแล้วก็น่ารักในสายตาคนมอง เธอเดินเข้าไปทำกับข้าวในครัว เพื่อนของธันเมธจึงยุติบทสนทนาแล้วไปช่วยเธอทำกับข้าวจนเสร็จ อาหารหลากหลายเมนูถูกจัดวางที่โต๊ะอย่างสวยงาม ปณัยประคองธันเมธไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว โต๊ะกินข้าวบ้านเขามีเก้าอี้แค่ 4 ตัว คนอื่นๆ ที่ไม่มีเก้าอี้นั่งก็ยืนกิน
“อื้อหือ... กับข้าวฝีมือน้องเฟย์อร่อยมากเลย แบบนี้พี่ขอมากินข้าวที่บ้านทุกวันเลยได้ไหม” ทีปกรถาม ยังไม่ได้ทันที่เธอจะอ้าปากตอบ ธันเมธก็สวนขึ้นก่อน
“บ้านมึงไม่มีข้าวให้กินหรือไง!”
“มี แต่ไม่อร่อยเท่าเฟย์ทำ” ทีปกรตักข้าวกินอย่างเอร็ดอร่อย กานต์สินีนั่งยิ้ม รู้สึกดีที่เพื่อนๆ ของเขาชอบกินกับข้าวฝีมือเธอ
“กูว่านะ พวกเราต้องเปลี่ยนสถานที่สังสรรค์กันแล้ว ตอนนี้ไอ้ธามก็ขาเดี้ยง ออกไปกินเหล้าที่ผับก็ไม่ได้ งั้นพวกเรามาเปิดตี้ที่บ้านมันดีไหม” ปณัยถาม
“ดีๆ กูเห็นด้วย เราอย่าทำให้ขาของมันเป็นอุปสรรคในการกินเหล้า” ทีปกรพูดเสริม ทุกคนเห็นด้วย
“ใช่ๆ”
“แต่พี่ๆ จะกินเหล้าแล้วขับรถไม่ได้นะคะ เฟย์ไม่อยากเห็นใครเกิดอุบัติเหตุอีกแล้ว” เธอพูดแทรกด้วยความเป็นห่วง
“น้องเฟย์ไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าพี่เมาพี่ก็นอนค้างที่นี่...”
“ใครอนุญาตมิทราบ!” ธันเมธถามควับ ทีปกรปิดปากเงียบสนิท
“อ้าว... กูก็นึกว่ามึงเห็นดีเห็นงามด้วย”
“พวกมึงมาปาร์ตีสังสรรค์กันที่บ้านกู ถามหน่อยกินเสร็จแล้วใครจะทำความสะอาดบ้าน เดี๋ยวพวกมึงก็ทำบ้านเลอะเละเทะ ต้องมาเหนื่อยเฟย์อีก” ธันเมธดุ
“ไม่ต้องห่วงๆ พวกกูกินแล้วจะเก็บให้เรียบร้อยสะอาดเอี่ยมอ่องเลย”
“ใช่ๆ มึงไม่ต้องห่วงน้องเขาหรอก พวกกูจะไม่ทำตัวให้เป็นภาระน้องเฟย์เลย”
“อีกอย่าง... ให้พวกกูมาอยู่นี่ จะได้ช่วยดูแลมึงด้วย จะได้ไม่ลำบากน้องเฟย์” ปณิธานพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าหญิงสาว
“กูไม่ยักรู้ว่าพวกมึงจะมีน้ำใจขนาดนี้...”
“แน่นอน พวกกูเป็นคนดี” ปณัยพูดไม่อย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่สนด้วยว่าเจ้าของบ้านพูดประชด
“กินข้าวเสร็จ พวกมึงก็กลับบ้านกันไปได้แล้ว ขอบคุณมากที่ไปรับ”
“ไล่กลับบ้านอีกแล้ว เอะอะก็ไล่กลับบ้าน ใช่สิ... ตอนนี้มึงมีน้องเฟย์อยู่ด้วยแล้วนี่ พวกกูไม่สำคัญกับมึงแล้ว” ราชินทร์ตัดพ้อ
“กูไม่ได้ไล่ พวกมึงเป็นอะไรกันวะเนี่ย” ธันเมธยีผมตัวเอง
“เอาล่ะๆ ไม่แกล้งแล้ว เดี๋ยวกินข้าวเสร็จพวกฉันล้างจานกันเอง ล้างจานเสร็จก็จะกลับกันแล้ว” ทีฆทัศน์ตัดบท เดี๋ยวคนเจ็บจะเครียดจนไม่หาย ดูท่ามันหวงน้องสาวนอกไส้ของมันมาก
“ดี!” ธันเมธวางช้อนส้อมถอนหายใจโล่งอก
“พี่ธามกินยาด้วยค่ะ” กานต์สินีลุกขึ้นไปหยิบยามาให้ เขารับยามากิน ส่วนเพื่อนๆ พากันเก็บจานชามไปล้าง ทำความสะอาดครัวคนละไม้คนละมือก็เสร็จเรียบร้อย
“เสร็จแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่...”
“กูบอกแล้วไงว่าไม่ต้องมา พวกมึงทำงานทำการบ้างเถอะ” ธันเมธแทบจะยกมือไหว้พวกเพื่อนตัวแสบ ทุกคนพากันหัวเราะร่วน
2 เดือนผ่านไปในที่สุดความฝันของธันเมธก็เป็นจริง กานต์สินีตั้งครรภ์ได้ 8 สัปดาห์แล้ว เธอมีอาการแพ้ท้อง ทั้งขมปากขมคอ อยากกินของเปรี้ยวตลอดเวลา ง่วงนอนทั้งวัน ธันเมธเฝ้าประคบประหงมเป็นอย่างดี คอยซื้ออาหารบำรุงมาให้ คอยเอาอกเอาใจไม่ห่าง ขณะที่ธารินทร์และจิตราภรณ์มาเยี่ยมลูกสะใภ้บ่อยๆ รวมถึงเพื่อนๆ ของธันเมธด้วย“สวัสดีจ้าเฟย์” ทีปกรส่งเสียงมาแต่ไกล เธอนอนหนุนตักธันเมธอยู่บนโซฟา ได้ยินเสียงเรียกจึงตื่นขึ้น“ไอ้ทอย มึงเบาๆ หน่อยได้ไหมวะ เมียกูตื่นแล้วเนี่ย!” ธันเมธหันไปดุเพื่อน“อ๊ะ! โทษทีๆ ไม่รู้ว่านอนอยู่”“คนท้องง่วงนอนตลอดเวลาอยู่แล้ว เฟย์ต้องพักผ่อนเยอะๆ นะ ไม่ต้องสนใจพวกพี่ เดี๋ยวพวกพี่เข้าครัวทำกับแกล้มกันเบาๆ” ปณิธานบอกอย่างเกรงใจ นอกจากพวกเขาแล้วยังมีพ่อกับแม่ของธันเมธอยู่ในบ้านด้วย“ไม่เป็นไรค่ะ เฟย์ตื่นแล้ว เดี๋ยวไปช่วยพี่ทำ...”“ไม่ต้องเลย ท้องอ่อนๆ อยู่จะไปยืนทำกับข้าวนานๆ ได้ยังไง นอนอยู่นี่แหละ ถ้านอนไม่หลับก็ไปนอนที่ห้อง” ธันเมธดุ ธารินทร์เห็นลูกชายออกอาการเป็นห่วงเมียแล้วก็หันไปยิ้มกับจิตราภรณ์“แต่เฟย์ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ เฟย์ปกติดี”“ปกติดีก็ไม่ได้...”“เอาล่ะๆ เฟย์ไม่ต้
งานแต่งงานของธันเมธและกานต์สินีถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเป็นลูกชายเอกอัครราชทูต ประกอบกับตัวธันเมธเองเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ที่มีคอนเนกชันมากมาย ทำให้มีคนมาร่วมงานจำนวนมาก งานเช้าเป็นพิธีสงฆ์ ส่วนตอนค่ำเป็นพิธีฉลองมงคลสมรส กานต์สินีสวมชุดเจ้าสาวสีขาวลายลูกไม้ฟูฟ่องสวยงาม ขณะที่ธันเมธเองก็สวมชุดเจ้าบ่าวดูหล่อเหลามากในสายตาคนมองธันวา เพื่อนของธันเมธทั้ง 5 คน และกิรณา บงกช ภูผา รวมถึงเพื่อนรุ่นเดียวกันสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของกานต์สินี คอยช่วยอำนวยความสะดวกให้กับแขกในงาน คนที่ยิ้มไม่หุบตั้งแต่เช้าจรดค่ำไม่ใช่เจ้าบ่าวเจ้าสาว แต่เป็นธารินทร์และจิตราภรณ์ ดีใจที่ลูกชายคนเล็กสุดดื้อรั้นจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา อีกทั้งลูกสะใภ้ยังเป็นผู้หญิงที่ดีมากอีกด้วย เมื่อถึงเวลาเข้าห้องหอ กานต์สินีและธันเมธก้มลงกราบเท้าบิดามารดาอย่างนอบน้อม ธารินทร์และจิตราภรณ์ลูบศีรษะลูกๆ ด้วยความเอ็นดู น้ำตาคลอ“ถึงตอนนี้พ่อกับแม่คงไม่ต้องกำชับให้ธามดูแลน้องให้ดีๆ แล้ว เพราะที่ผ่านมาธามทำได้ดีมาก พ่อกับแม่อยากให้ธามเสมอต้นเสมอปลายกับน้องแบบนี้ตลอดไป ชีวิตคู่คือการเรียนรู้ การดูแลเอาใจใส่ ให้อภัยซึ่งกันและกัน” ธารินทร์บอกกับทั้
“เริ่มหิวแล้วค่ะ”“ใกล้ๆ มีร้านอร่อย เดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกันนะ” ธันเมธพูดพลางเอามือลูบไปที่เอวบาง เธอหยัดกายขึ้นมองชายหนุ่มเอามือวางไว้บนหน้าอกแกร่ง ลูบไล้เล่นๆ แล้วก็เอ่ยปากถาม“ได้ค่ะ เดี๋ยวเฟย์ไปจัดเสื้อผ้าใส่ตู้ก่อนนะคะ”“อย่าเพิ่งไปสิ...” เขารั้งตัวเธอไว้ กานต์สินีมองเขาอย่างระแวง“จะทำอะไรคะ”“ทำอะไรดีน้า... ให้ทายว่าพี่จะทำอะไร” ว่าแล้วเขาก็พลิกตัวเธอนอนลง ร่างกำยำเป็นฝ่ายคร่อมเรือนร่างบางเอาไว้ กานต์สินีหัวเราะคิก เอาแขนโอบรัดรอบคอชายหนุ่ม ผงกหัวขึ้นมาจูบปากเขาเบาๆ“ไม่เหนื่อยเหรอคะ เดินทางตั้งไกลแทนที่จะนอนพัก”“เหนื่อย แต่อยากเอา จบไหม” ชายหนุ่มพูดไปตามตรง กานต์สินียิ้มกว้าง โน้มคอเขาลงมาจูบอย่างรู้งาน ธันเมธลูบไปตามร่างกายของหญิงสาว ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นๆ จนร่างบางเปล่าเปลือย จากนั้นเขาค่อยถอดเสื้อผ้าของตัวเองจนเหลือแต่กางเกงขายาว กานต์สินีนำหน้าอกอวบไปไว้ที่ใบหน้าของเขา ให้เขาดูดกลืนเต้าทรวงอวบอัด เขาดูดเสียงดังจ๊วบสลับกันทั้งสองข้าง ใช้นิ้วมือสอดเข้าไปในช่องทางสวาท ขยับข้อมือกับดูดกลืนหน้าอกพร้อมกันจนเธอพรักพร้อม ค่อยถอดกางเกงสอดกายเข้าหาเธอทันทีเธอนอนหงายอ
“อยากไปประเทศไหน” เขาถามต่อ กานต์สินีเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจ“พี่ธามไม่ห้ามเฟย์เหรอคะ”“พี่จะห้ามทำไม ในเมื่อเฟย์อยากไป อีกอย่าง... การได้ไปเรียนต่อต่างประเทศจะทำให้เฟย์มีโอกาส มีอนาคตที่ดี” ธันเมธพูดอย่างเป็นผู้ใหญ่ กานต์สินียิ้มกว้างหอมแก้มเขาฟอดใหญ่“ขอบคุณมากนะคะที่เข้าใจเฟย์ เฟย์อยากไปเรียนต่อแคนาดาค่ะ”“แอบศึกษาดูลู่ทางไว้แล้วใช่ไหม” เขาหยิกจมูกเธออย่างหมั่นเขี้ยว“ก็นิดหน่อยค่ะ แต่ถ้าเฟย์ไปอยู่ที่แคนาดาจริงคงคิดถึงพี่ธาม...”“พี่จะไปหาเฟย์บ่อยๆ ไม่ต้องห่วง พี่ไม่ทำให้เฟย์เหงาหรอก”“พี่จะไปยังไงคะ พี่มีงานที่ต้องทำ...” เธอเอียงคอถาม เขาก้มลงจูบปากเธอเบาๆ“พี่มีวิธีก็แล้วกัน เฟย์ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม”“ดีแล้วค่ะ”“ได้... ถ้าอย่างนั้นพี่จะช่วยจัดการเรื่องเอกสารและการสมัครเรียนให้ แต่มีข้อแม้นะ...” เขาพูดค้างจ้องตาเธอนิ่ง กานต์สินีนั่งเกร็งไปหมด จู่ๆ เขาก็เข้าสู่โหมดเคร่งขรึม“อะไรเหรอคะ”“เรียนจบปริญญาโทแล้วต้องแต่งงานกับพี่ ห้ามเลี้ยวห้ามเหลวไหลห้ามแอบมีกิ๊ก!” เขาออกคำสั่ง กานต์สินีหัวเราะออกมาทันที“โธ่... เฟย์จะไปมีคนอื่นได้ยังไงล่ะคะในเมื่อเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ต่อ
“รู้ใจพี่จังเลยนะ” เขาเปรยเสียงแผ่ว เอามือคลึงเนื้อนวลกลางร่าง“เฟย์รู้ว่าพี่ธามชอบชุดนี้มากที่สุด อ่าส์...” เธอร้องครางเบาๆ ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งแล้วเป็นฝ่ายเริ่มจูบเขาก่อน เธอกำลังให้รางวัลตอบแทนที่เขาจัดงานวันเกิดให้เธอ หลังจากจูบจนพอใจเขาก็เริ่มพูดในสิ่งที่คิดไว้นานแล้ว“เฟย์... วันหยุดนี้เราไปสำนักงานเขตกันนะ”“ไปทำไมคะ” เธอเอียงคอถามอย่างน่ารัก“ไปจดทะเบียนสมรสกัน”“อะไรนะคะ!” เธออุทานด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง“อายุ 18 ปี บรรลุนิติภาวะแล้ว จริงๆ ตามกฎหมายเฟย์สามารถแต่งงานได้แล้ว แต่พี่อยากให้เฟย์เรียนให้จบปริญญาตรีก่อน ระหว่างรอให้ทุกอย่างพร้อม พี่อยากจดทะเบียนสมรสกับเฟย์”“เฟย์รู้สึกว่ามันยังเร็วไป”“ถามว่าเร็วไหม มันก็เร็วจริงๆ นั่นแหละ แต่พี่มาคิดดูดีๆ แล้ว เฟย์ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย เฟย์อยู่ตัวคนเดียว ถ้าหากวันใดวันหนึ่งเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นมาจะทำยังไง พี่ไม่ได้แช่งนะ ถ้าเฟย์เกิดอุบัติเหตุต้องผ่าตัดด่วน ถ้าเฟย์ป่วยหนัก ต้องหาคนเซ็นรับรอง เราจะทำยังไง พี่อยากดูแลเฟย์ไม่ให้ขาดตกบกพร่องทั้งเรื่องความรักและการใช้ชีวิตคู่ รวมถึงสิทธิ์ทางกฎหมายต่างๆ ส่
เธอดึงเสื้อชั้นในลงจนเห็นยอดปทุมถันสีชมพูเปล่ง ธันเมธครอบครองยอดอกของเธอเต็มอุ้งปาก ดูดเลียสลับกันสองข้าง กานต์สินีเสียวซ่านนัก เธอบดเบียดกายเข้าหาความแข็งขึงที่อยู่ภายใต้กางเกงยีนส์ของเขา“อู้ว... ขึ้นขย่มหน่อย” ชายหนุ่มปลดเข็มขัดและกระดุมกางเกงออก งัดความเป็นชายออกมาสาวระรัว กานต์สินีถลกกระโปรงขึ้น ถอดกางเกงในตัวเองออกแล้วสอดกายเข้าหาแท่งเนื้ออุ่นร้อนของเขาทันที“อ๊าส์...”“ใส่ชุดนักศึกษาแล้วเสียวจัง กลับมาจากมหาวิทยาลัยแล้วมาให้พี่เอาทุกวันเลยได้ไหม” เขาหรี่ตามองเธออย่างเร่าร้อน เธอพยักหน้ารับ“อื้อ... อ๊ะๆๆๆ ได้ค่ะ” เธอโยกกายขึ้นลงสลับกับบดเบียดกายเข้าหา ผมยาวสยายของเธอสะบัดไปด้านหลัง ยิ่งทำให้เธอดูเซ็กซี่มากไปกว่าเดิม ธันเมธลูบไล้หน้าอก ดูดกลืนความนุ่มหยุ่นขณะที่เธอขยับโยกไม่พัก เขาปล่อยให้เธอโยกจนเสร็จแล้วค่อยกระแทกกายสวนขึ้นไปจนเต้านมกระเพื่อมขึ้นลงอย่างน่ากลัว เธอหวีดร้องเสียงดังลั่นก่อนจะเกร็งกระตุกสะท้านไหววาบเขาจับเธอคุกเข่าบนโซฟาเป็นท่าด็อกกี้ สอดกายเข้าทางด้านหลัง ถลกชายกระโปรงไปถึงเอวแล้วซอยไม่ยั้ง เธอร้องครางเสียงหลง ร้องจนเขาแทบทนไม่ได้ ยามที่เธอเสร็จไปอีกครั้ง เขาพลิ







