LOGINเวลา 14.00 น.ทับทิมนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงกว้างในสภาพสวมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของคิง ที่เธอยึดมาเป็นสมบัติส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว มือข้างหนึ่งถือเครื่องคิดเลข อีกข้างจิ้มหน้าจอโทรศัพท์มือถืออย่างเคร่งเครียด“เหลืออีกสามล้านสี่แสน” เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ขืนรอให้เฮียแกเกิดอารมณ์แล้วค่อยลดหนี้ทีละห้าหมื่น ฉันคงท้องโย้ก่อนจะใช้หนี้หมดแน่”ถึงแม้บทรักของคิงจะเร่าร้อนและถึงใจจนเธอเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าติดใจ แต่ทับทิมไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมนอนรอวาสนาอยู่เฉยๆ เธอคือ Working Woman คือพริตตี้และนางแบบตัวท็อปที่มีศักดิ์ศรีในเมื่อเธออยู่ที่นี่ ในดงของผู้ชายรวยๆ ที่ชอบความเร็วและความสวยงาม ทำไมเธอจะไม่ใช้โอกาสนี้หาเงินล่ะทับทิมกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิททันที“ฮัลโหลหยก! แกว่างไหม เย็นนี้หอบกระเป๋าเครื่องสำอางชุดใหญ่มาหาฉันด่วน! มีงานด่วนให้ทำ!”...เวลา 18.30 น. ณ ประตูทางเข้าโซน Staffหญิงสาวร่างเล็กแต่ดูทะมัดทะแมงในชุดเสื้อยืดครอปสีดำโชว์รอยสักรูปมังกรที่เอวคอด กางเกงยีนส์ขาดเข่า และรองเท้าบูทหนัง กำลังยืนเท้าเอวเถียงกับยักษ์ปักหลั่นหน้าประตูอย่างเผ็ดร้อนหยก ช่างสักสาวเท่และช่างแต่งหน้ามือโปร เพื่อนสน
คำท้าทายเรื่อง “ลดหนี้หนึ่งแสนแลกกับท่าพิสดาร” ดูเหมือนจะไปกระตุกต่อมดิบเถื่อนของราชสีห์เข้าอย่างจัง คิงไม่ปล่อยให้ทับทิมได้พักหายใจนานนัก เขาคว้าข้อมือเล็กแล้วดึงร่างเปลือยเปล่าของเธอให้ลุกขึ้นจากเตียงนุ่มที่ชุ่มเหงื่อ“ลุกมานี่” เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม“เฮีย... จะไปไหนอีก” ทับทิมถามเสียงสั่น ขาแข้งอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ แต่ก็จำใจต้องเดินตามแรงดึงมหาศาลของเขาไปคิงลากเธอมาหยุดอยู่ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ที่กรุด้วยกระจกเงาบานใหญ่สูงจรดเพดาน เขาผลักร่างของทับทิมให้หันหน้าเข้าหากระจก ฝ่ามือหนากดไหล่เธอลง บังคับให้เธออยู่ในท่าโก้งโค้ง มือสองข้างยันกระจกเย็นเฉียบเอาไว้เพื่อพยุงตัวภาพสะท้อนในกระจกทำให้ทับทิมหน้าแดงก่ำผู้หญิงผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายขาวผ่องที่เต็มไปด้วยรอยจูบสีแดงช้ำ กำลังแอ่นสะโพกกลมกลึงไปด้านหลัง รอรับการรุกรานจากผู้ชายร่างยักษ์ที่มีรอยสักเต็มตัว“มองในกระจก” คิงสั่งเสียงพร่า ขณะที่เขาประกบตัวเข้ามาแนบชิดจากด้านหลัง ความแข็งขืนร้อนผ่าวของเขาดุนดันอยู่ที่ร่องก้นนิ่ม “ดูสภาพเธอตอนนี้ทับทิม ดูว่าเธอร่านแค่ไหนเวลาที่ฉันเอา”“เฮีย... มันน่าอาย...”“อายสิดี ฉันชอบ!”
ประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกพร้อมกับร่างของทับทิมที่ถูกเหวี่ยงออกมาโดยฝีมือของชายหนุ่มร่างยักษ์ที่เดินตามหลังมาติดๆ คิงในสภาพเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ย กระดุมหายไปเกือบครึ่งแถบ และผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงจากการถูกขย้ำ ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรังสีอำมหิตที่พุ่งพล่านยิ่งกว่าพายุฝนด้านนอก“โอ๊ย! เฮีย! เบาๆ หน่อยสิ กระดูกหนูจะหักหมดแล้วนะ!”ทับทิมโวยวายขณะพยุงตัวลุกขึ้นจากพรมหน้าลิฟต์ ขาของเธอสั่นพั่บๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะบทรักมาราธอนในรถสปอร์ตเมื่อครู่มันกินพลังงานเธอไปจนเกือบหมด รถคันแคบๆ กับผู้ชายตัวโตๆ อย่างคิง มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย“หุบปาก!” คิงตะคอกเสียงแหบพร่า เขาเดินตรงเข้ามาคว้าแขนเธอแล้วลากถูลู่ถูกังเข้าไปในโซนห้องนั่งเล่น“ในรถมันแค่เรียกน้ำย่อย... ของจริงมันเริ่มต่อจากนี้ต่างหาก”“เดี๋ยวก่อนเฮีย! หนูเหนื่อย... หนูหิวข้าว... หนูอยากอาบน้ำ...” ทับทิมพยายามยื้อตัวไว้ แต่แรงมดหรือจะสู้แรงช้างสาร“อยากอาบน้ำใช่ไหม ได้!”คิงเปลี่ยนทิศทาง ลากเธอตรงดิ่งไปยังห้องน้ำขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีดำสุดหรู เขาผลักประตูเข้าไป แล้วเหวี่ยงร่างของทับทิมลงไปในอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ที่ยังไม่มีน้ำ“ว้าย!”ทั
เช้าวันต่อมา ทับทิมตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ บทลงโทษเมื่อคืนนั้นหนักหน่วงและยาวนานสมราคาคุย เขาไม่ได้แค่ขู่ว่าจะตบแต่เขากระหน่ำยิงจนเธอแทบจะคลานลงจากเตียงไม่ได้“ไอ้คนบ้าพลัง ไปตายอดตายอยากมาจากไหน”เธอบ่นอุบอิบขณะพยุงร่างระบมลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว วันนี้เธอมีนัดสำคัญที่ต้องไปเคลียร์ข้าวของที่คอนโดเก่า และต้องแวะไปเอารถรถยนต์คันเล็กของเธอที่จอดทิ้งไว้ที่อู่ซ่อมรถเพราะน้องชายตัวดีเอาไปเฉี่ยวชนมาแม้คิงจะสั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหน แต่ทับทิมก็คือทับทิม เธออาศัยจังหวะที่คิงกำลังวุ่นวายกับการประชุมเครียดกับพวกแจ็คและเอซเรื่องคู่อริ เธอก็แอบย่องหนีออกมาจากพาเลซได้สำเร็จ...เวลา 18.00 น.ท้องฟ้ามืดครึ้มที่ตั้งเค้ามาตั้งแต่บ่าย ในที่สุดก็เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว พายุฝนฤดูร้อนซัดสาดจนมองไม่เห็นทาง ทับทิมยืนกอดอกตัวสั่นงันงกอยู่ที่ป้ายรถเมล์เก่าๆ หน้าอู่ซ่อมรถ แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบถี่ๆ เหมือนในหนังผี“ซวยซ้ำ ซวยซ้อน” เธอบ่นพึมพำ ฟันกระทบกันกึกๆรถของเธอยังซ่อมไม่เสร็จ แถมแบตเตอรี่มือถือเจ้ากรรมก็ดันหมดเกลี้ยงเพราะลืมชาร์จเมื่อคืน แอปเรียกรถก็ใช้ไม่ได้ แท็กซี่ก็ไ
เสียงกรีดร้องหวานใสของทับทิมเรียกความสนใจจากทุกคนให้เงยหน้าขึ้นมอง เธอวิ่งลงมาจากบันไดวนด้วยท่าทางตื่นตระหนก ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยพองาม ใบหน้าตื่นกลัวเหมือนลูกกวางน้อยหลงฝูง“ทับทิม!” คิงตวาดลั่นเมื่อเห็นเธอวิ่งลงมากลางดงปืน “ฉันบอกให้อยู่ในห้อง!”“เฮียคะ... ฮือ... หนู...”ทับทิมวิ่งฝ่าวงล้อมเข้าไปหาคิงทันที เธอไม่สนใจมังกรที่มองเธอตาค้างด้วยความตะลึงในความสวย เธอพุ่งเข้าไปหลบที่ด้านหลังของคิง ใช้แผ่นหลังกว้างของเขาเป็นเกราะกำบัง“โอ้โห ตัวจริงเด็ดกว่าในรูปอีกว่ะ” มังกรผิวปากแซว สายตาโลมเลียทับทิมอย่างจาบจ้วง “น้องทับทิมครับ สนใจเปลี่ยนเจ้าหนี้ไหม พี่ใจดีกว่าไอ้คิงเยอะนะ”“อย่ามองนะ! ไอ้คนน่ากลัว!” ทับทิมโผล่หน้าออกมาแว้ดใส่ แล้วรีบซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของคิง สวมกอดเอวสอบของเขาไว้แน่น“เฮียคะ หนูไม่อยากไปกับมัน เฮียช่วยหนูด้วยนะ”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือและออดอ้อนจนน่าสงสาร คิงที่กำลังโมโหเลือดขึ้นหน้า พอโดนกอดและอ้อนเข้าแบบนี้ กล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดก็กระตุกวูบ“ฉันยืนหัวโด่อยู่นี่ ใครกล้า” คิงบอกเสียงเข้ม โดยที่ตายังจ้องมังกรเขม็ง ปืนในมือยังคงเล็งเป้าหมายนิ่งสนิทแต่แล้ว ความรู้
ช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันเสียงอึกทึกครึกโครมจากด้านบนสนามเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเหล่าขาซิ่งและนักพนันเริ่มทยอยเข้ามาในสนามแข่ง ทับทิมที่ถูกขังลืมอยู่ในห้องนอนกว้างขวางของคิงเริ่มเดินวนไปวนมาอย่างหงุดหงิด เธอพยายามหมุนลูกบิดประตูเป็นรอบที่ร้อย แต่ก็พบว่ามันยังคงล็อกสนิท“ไอ้คนเผด็จการ! ขังกันจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย!” เธอเตะประตูไปทีหนึ่งเพื่อระบายอารมณ์“คิดว่าประตูแค่นี้จะขังทับทิมได้เหรอ ฝันไปเถอะ!”เธอเดินกลับไปที่โต๊ะหัวเตียง คว้ากิ๊บติดผมสีดำตัวเล็กออกมาดัดให้ตรง สมัยเรียนมหาลัยเธอเคยรับจ็อบพิเศษสารพัดอย่าง หนึ่งในนั้นคือการช่วยเพื่อนที่เป็นช่างกุญแจเปิดห้องเวลาลูกค้าลืมกุญแจ ทักษะเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เธอไม่เคยลืมกริ๊ก... แกรก...ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที เสียงกลไกภายในลูกบิดก็ดัง คลิก เบาๆ ทับทิมยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เธอค่อยๆ แง้มประตูออกดูลาดเลาทางเดินหน้าห้องเงียบกริบ การ์ดที่เคยเฝ้าหายไปไหนกันหมดทับทิมขมวดคิ้ว ปกติคิงต้องวางคนเฝ้าไข่ในหินอย่างเธอไม่ให้คลาดสายตาสิ หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเธอตัดสินใจย่องออกมาจากห้อง กดลิฟต์ออกมาจากเพ้นเฮ้าส์ที่อยู่ใต้ดิน เดินลัดเลาะไปตามระเบียงทางเดิน







