FAZER LOGIN“ถ้าเช่นนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่าเหม่ยเหมยก็แล้วนะ ตอนนี้อายุสิบแปดปีแล้ว รุ่นราวคราวเดียวกับอาซินลูกสาวของข้าเลย”
“แล้วคุณหนูอยู่ที่ไหนล่ะเจ้าคะ”
“นางกำลังเรียนหนังสือกับอาจารย์อยู่ที่ศาลาในสวนโน่น เอาไว้นางเรียนเสร็จแล้วจะมาแนะนำให้เจ้าได้รู้จัก”
“เจ้าค่ะ”
“อยู่ที่นี่ทำตัวให้ขยัน และที่สำคัญเจ้าต้องอดทนให้มาก ๆ เพราะหน้าที่ของเจ้ามันไม่ใช่ธรรมดา”
“หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ แต่ไม่ว่างานอะไรบ่าวก็ทำได้หมดล่ะเจ้าค่ะ ไม่ว่าจะเป็นซักผ้า ล้างชาม ทำอาหาร ทำไร่ ทำสวน บ่าวทำได้หมดเจ้าค่ะ” เหม่ยหวาตอบออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีสะดุด ความมั่นใจบวกกับสีหน้าที่มุ่งมั่น ทำให้หยางฮูหยินรู้สึกพอใจ และคิดว่าน่าจะรับมือกับลูกชายของนางได้เป็นอย่างดีแน่นอน
“งานของเจ้าก็คือดูแลรับใช้ลูกชายของข้า”
“ท่านแม่ทัพหยางหรือเจ้าคะ”
“ใช่ จื่อถงไปทำศึกได้รับบาดเจ็บกลับมา ไม่ค่อยชอบดูแลตัวเองสักเท่าไหร่ ข้ารับสาวใช้หลายต่อหลายคนเข้ามาทำหน้าที่นี้ แต่ก็ทนความเจ้าอารมณ์ของจื่อถงไม่ไหวน่ะสิ ข้าต้องบอกเจ้าไว้ก่อนว่าจื่อถงเป็นคนอารมณ์ร้อน พูดจาอ่อนหวานกับใครไม่เป็น เจ้าคิดว่าจะทำหน้าที่นี้ได้ไหม”
“ได้สิเจ้าคะ ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหน หากมันคือคำสั่งของเจ้านาย บ่าวก็ต้องทำให้ได้”
“ดีมาก หากเจ้าทำให้อาการของจื่อถงดีขึ้น ข้าจะมีรางวัลพิเศษมอบให้เจ้าด้วยล่ะ ก่อนอื่นข้าจะพาเจ้าไปแนะนำให้จื่อถงได้รู้จักเสียก่อน ตามข้ามา”
“เจ้าค่ะ”
เหม่ยหวาเคยได้ยินกิตติศัพท์ท่านแม่ทัพผู้นี้มาบ้าง รู้เพียงแต่ว่าท่านเป็นแม่ทัพที่เก่งกาจ หามีผู้ใดเปรียบได้ แต่เรื่องอุปนิสัยส่วนตัวนั้นหาได้รู้มาก่อน ก็เพิ่งจะได้ยินจากปากฮูหยินเมื่อครู่ ไม่ว่าจะอย่างไรนางก็จะทนให้ได้
ออกมาจากเรือนที่พักของฮูหยินมาตามทางเดินที่เชื่อมต่อไปยังเรือนอีกหลัง ซึ่งมีความใหญ่โตไม่แพ้กัน บรรยากาศรอบตัวเรือนนั้นมีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง มีสวนดอกไม้ มีสระน้ำขนาดใหญ่ มีสะพานให้เดินข้ามให้อาหารปลาในสระ นี่หรือบ้านคนมีอันจะกิน ช่างแตกต่างจากกระท่อมหลังเล็ก ๆ ของนางราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว
กำลังจะเดินไปถึงเรือนที่พักของบุตรชาย ฮูหยินก็สวนทางกับท่านหมอที่เพิ่งจะตรวจอาการของนายท่านเสร็จพอดี นางถามความคืบหน้าของการรักษา จึงได้คำตอบจากท่านหมอว่าตอนนี้แผลที่ถูกดาบฟันมากำลังสมานตัว แต่ต้องพยายามบังคับให้หยางจื่อถงนอนพักผ่อนให้มาก ๆ อย่าเพิ่งขยับตัวทำกิจกรรมที่มันกระทบกระเทือนต่อบาดแผล นั่นคือสิ่งที่ยากสำหรับการรักษาตัว เพราะหยางจื่อถงนั้นเป็นคนไม่ชอบอยู่กับที่ ชายชาตินักรบอย่างเขาจะต้องหากิจกรรมอะไรทำอยู่ตลอดเวลา
หยางฮูหยินเปิดประตูเข้าไปหาบุตรชายโดยไม่ส่งสัญญาณใด ๆ เพราะอยากจะรู้ว่าตอนนี้เจ้าของเรือนกำลังทำอะไรอยู่ในนั้นกันแน่ และสิ่งที่นางเห็นก็คือหยางจื่อถงกำลังนั่งเช็ดดาบคู่ใจอยู่บนเตียง ทั้งที่หน้าท้องยังคงพันผ้าเอาไว้ แถมยังมีเลือดซึมออกมาอีกต่างหาก
“ทำไมเจ้าไม่นอนพักผ่อนอาจื่อ ทำไมถึงมานั่งเช็ดดาบอยู่อย่างนี้”
“ท่านแม่”
เมื่อเห็นว่าใครมาก็วางดาบลงแล้วเงยขึ้นมองมารดา คิ้วเข้มขมวดเป็นปมเมื่อเห็นสาวน้อยแต่งกายด้วยเนื้อผ้าที่ดูเก่า ยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลังด้วยอีกคน เขาเดาออกว่ามารดาคงจะรับสาวใช้คนใหม่มาดูแลอีกแน่นอน แต่ละคนที่ส่งมานั้นชอบเจ้ากี้เจ้าการ บังคับให้เขาทำโน่นนี่นั่น ซึ่งเขาเองก็รู้ดีว่านางเหล่านั้นรับคำสั่งของมารดามา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแผลงฤทธิ์เพื่อที่จะให้ตัวเองมีพื้นที่ส่วนตัว เขาไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามกับชีวิตสักเท่าไหร่
“เจ้าจะให้แม่บอกอีกกี่ครั้งถึงจะยอมฟัง หากไม่รักษาตัวให้ดี จะหายไปทำงานต่อได้อย่างไร”
“ข้าแข็งแรงอยู่แล้ว ออกศึกพรุ่งนี้ก็ย่อมได้” คนพูดกล่าวอย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้าน สายตายังคงจ้องมองสาวใบหน้าสาวใช้คนใหม่อย่างข้องใจ
“แม่รู้ว่าเจ้าเก่ง แต่หากเจ้าเป็นอะไรไปสักคน แม่กับน้องจะอยู่กันอย่างไร เจ้าก็รู้ดีไม่ใช่หรือว่าพ่อของเจ้าจากพวกเราไปเพราะสาเหตุใด ไม่ใช่เพราะความอวดดีอวดเก่งหรอกหรือ”
“ข้าไม่เหมือนท่านพ่อ”
“เฮ้อ แม่ไม่รู้จะพูดอย่างไรกับเจ้าแล้ว วันนี้แม่พาบ่าวคนใหม่มารับใช้ เรียกนางว่าเหม่ยเหมยก็แล้วกัน”
“บ่าวยินดีรับใช้นายท่านเจ้าค่ะ บ่าวขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะเจ้าคะ”
“ไม่ต้อง ให้นางกลับไปซะ ข้าไม่ต้องการใครเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิต ข้าชอบอยู่คนเดียว”
“ไม่ได้ เจ้าต้องให้นางมาช่วยดูแล แผลของเจ้าจะได้หายเร็ว ๆ อย่างใดเล่า แค่นี้ทำให้แม่สบายใจไม่ได้เชียวหรือจื่อถง”
เห็นความตั้งใจของมารดาจึงยอมใจอ่อนลง หยางจื่อถงถอนหายใจเสียงดังอย่างจำยอม เขาเงียบแสดงว่ายอมรับเหมือนที่ผ่านมา แต่ถึงอย่างไรก็เชื่อว่าสาวใช้นางนี้คงอยู่รับใช้ได้ไม่กี่วันแน่นอน
“ก็ได้ขอรับ”
“ดีมาก ถ้าเช่นนั้นนับจากนี้ เจ้าจงมาช่วยปรนนิบัติดูแลนายท่านนะเหม่ยเหมย ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดี”
“เจ้าค่ะ”
“ข้าจะกลับแล้ว เจ้าช่วยดูแลลูกชายข้าต่อที่นี่นะ”
“เจ้าค่ะฮูหยิน”
ฮูหยินฝากฝังให้ดูแลบุตรชาย แล้วก็เดินกลับไปยังเรือนที่พัก ปล่อยให้หานเหม่ยหวายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ในห้องสองต่อสองกับนายท่านผู้แสนจะเย็นชา สายตาคมที่จ้องมองมานั้นหาได้มีความเมตตาหรือเป็นมิตรเลยสักนิด และเหม่ยหวาก็รู้ตัวดีว่าจะต้องเจอกับอะไร
“เจ้าคิดดีแล้วหรือที่จะมาดูแลข้า ข้าบอกไว้ก่อนนะว่าไม่ใช่คนใจดี”
“ได้ เดี๋ยวข้าจะออกไป”“ขอรับ”“ต้องมีเรื่องแน่ ๆ รีบออกไปกันเถอะ”ทั้งหมดเดินออกไปที่หน้าจวนพร้อมกัน หยางฮูหยินได้สั่งให้คนไปเรียกบุตรีออกมาด้วย เพราะเข้าใจว่าคงจะเป็นเรื่องสำคัญเป็นแน่ ไม่เช่นนั้นเหวินกงกงคงไม่มาเยือนถึงที่จวนเช่นนี้เมื่อทุกคนออกมาอย่างพร้อมหน้ากันแล้ว เหวินกงกงก็เริ่มอ่านพระราชโองการจากองค์ฮ่องเต้ทันที“รับราชโองการ ด้วยโองการแห่งฟ้า ฮ่องเต้มีบัญชา หยางซินอวี่บุตรีแห่งตระกูลหยาง ผู้ซึ่งเคยหมิ่นพระเกียรติเมื่อครั้งเข้าไปเฝ้าอาการป่วยของแม่ทัพหยางจื่อถงในวังหลวง จึงมีรับสั่งให้ลงอาญาโดยการให้เข้าไปรับใช้อย่างใกล้ชิดในวังหลวง ตำแหน่งพระสนมเอก เพื่อให้นางได้สำนึกและไถ่โทษกับสิ่งที่ได้กระทำไว้ จบราชโองการ”ซินอวี่สั่นไปทั้งตัวเมื่อได้ฟังพระราชโองการจากองค์ฮ่องเต้ นางรับราชโองการมาแล้วแต่มือยังคงสั่นเทา ใบหน้าซีดเซียวไร้ซึ่งเลือดฝาด ไม่นึกว่าการลงอาญาขององค์ฮ่องเต้จะออกมาในรูปแบบนี้ มันเป็นการลงอาญาที่นางควรจะดีใจ...แต่ไม่เลย“พรุ่งนี้ฝ่าบาทจะเสด็จมารับพระสนมที่จวนด้วยพระองค์เอง พระสนมเตรียมตัวให้พร้อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าไม่รับตำแหน่งไม่ได้หรือเจ้าคะ”“มิได้พ่ะย่ะค่ะ หาม
“ข้าก็มีความสุขเช่นกันเจ้าค่ะ ไม่นึกเลยว่า...ฮึก...ฝ่าบาทจะทรงมีพระเมตตาต่อสตรีต่ำต้อยเช่นข้าเยี่ยงนี้ ข้าดีใจจนไม่รู้จะหาคำไหนมาเปรียบ” นางร้องไห้ออกมาเมื่อมีโอกาสได้กล่าวความในใจ หากไม่เปิดผ้าคลุมออกคงไม่มีโอกาสได้ยลโฉมและช่วยปาดน้ำตาให้ หยางจื่อถงใช้ช่วงเวลานี้เปิดผ้าคลุมศีรษะนางออก ยื่นมือเรียวไปเชยคางขึ้นมาให้สบตากัน“ข้าไม่อยากให้น้ำตามาบดบังความงดงามของเจ้าเลย หยุดร้องเสียเถอะข้าอยู่ตรงนี้แล้ว เมียรักของข้า” ท่านแม่ทัพหยางใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากพวงแก้มขาว แม้กำลังร้องไห้แต่นางก็ยังคงงดงาม งดงามกว่าทุกครั้งที่เคยเห็น แต่หยางจื่อถงเห็นมากกว่านั้น เขาเห็นความงดงามภายในใจของนางผู้นี้มาโดยตลอด“เจ้าค่ะท่านแม่ทัพ” นางยิ้มแล้วโผเข้ากอดเขาอย่างแนบแน่น แม้เปลือกตาจะปิดลงสนิททว่าหยาดน้ำตายังคงไม่หยุดไหล นางปล่อยโฮออกมาราวกับได้ปลดปล่อยความอึดอัดในใจออกมาจนหมดสิ้น หยางจื่อถงได้แต่ยิ้มพลางยกมือขึ้นลูบที่แผ่นหลังบางเพื่อปลอบประโลมใจ“ต่อไปนี้เจ้าคือฮูหยินของข้าแล้วนะ เรียกข้าว่าท่านพี่สิถึงจะถูก ข้าสัญญาว่าจะไม่มีอนุคนไหนอีก จะมีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้น”“เรื่องนี้ข้าไม่ว่าอะไ
“พร้อมแล้วขอรับ”“ถ้าเช่นนั้นไปกันเถอะ เดี๋ยวจะเสียฤกษ์เสียยาม”“ขอรับท่านแม่”“เจ้าไหวแน่นะจื่อถง” หยางฮูหยินถามเมื่อเห็นสีหน้าอมทุกข์ของลูกชาย“ไหวขอรับท่านแม่ มันคือความรับผิดชอบของข้า” คนพูดทำเป็นส่งยิ้มให้หยางฮูหยินยิ้มตอบวางมือบนไหล่บุตรชายบีบเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ จากนั้นทั้งหมดก็เดินออกไปตั้งขบวนที่หน้าจวน เพื่อไปรับตัวเจ้าสาวที่บ้าน ทว่าในขณะกำลังจะเคลื่อนขบวนไปนั้น ก็มีรถม้าคันหนึ่งวิ่งตรงมาขวางทางไว้ คนที่ลงมาไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเหวินกงกงนั่นเอง“คารวะเหวินกงกง”“รับราชโองการ”เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนต่างก็นั่งคุกเข่าประสานมือคารวะอย่างพร้อมเพรียง รอให้เหวินกงกงประกาศพระราชโองการจากองค์ฮ่องเต้“ด้วยโองการแห่งฟ้า ฮ่องเต้มีบัญชา ด้วยแม่ทัพหยางจื่อถงสร้างคุณประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองจนเป็นที่น่าพอใจ ปราบกบฏที่ชายแดนเมืองฉางเจิ้นจนสำเร็จ อีกทั้งยังได้นำตัวนักโทษผู้อยู่เบื้องหลังความไม่สงบมารับโทษที่เมืองหลวง จึงประกาศแต่งตั้งให้เป็นรองแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นซวิ่นนับจากนี้เป็นต้นไป ในการนี้ยังได้จัดพิธีสมรสพระราชทานขึ้นระหว่างแม่ทัพหยางจื่อถงและหานเหม่ยหวา เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนสำหรับ
เหม่ยหวากลับมาอยู่บ้านหลังจากช่วยจัดเตรียมงานวิวาห์ท่านแม่ทัพหยางจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว แม้ตัวจะอยู่ที่นี่แต่ใจกลับอยู่ที่จวน แม้จะบอกเขาว่าไม่เป็นไรแต่ในใจกลับทุกข์ระทม เหตุใดช่วงเวลาแค่วันเดียวที่รอให้งานวิวาห์ผ่านพ้นไป มันช่างยาวนานกว่าเมื่อครั้งที่เขาออกไปทำศึกเสียอีก“พี่เหม่ยเหมยมานั่งทำอะไรตรงนี้ขอรับ”“เปล่า ข้าแค่กำลังคิดถึงเสี่ยวซู” นางส่งยิ้มให้น้องชาย แต่ลืมไปว่าที่พวงแก้มขาวนั้นมีคราบน้ำตาเกาะอยู่“รู้ตัวหรือไม่ว่าโกหกไม่เนียน ข้ารู้ว่าท่านพี่เสียใจมาก แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งรอเพียงเท่านั้น...ใช่หรือไม่ขอรับ”“อื้ม ข้าคงทำได้เพียงเท่านี้จริง ๆ ฮือ ๆ”นางปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย เมื่อถูกน้องชายกระตุกต่อมน้ำตาเข้าให้ หานไห่ฉวนรีบโผเข้ากอดพี่สาวด้วยความสงสารจับใจ รู้สึกโกรธอยู่เหมือนกันที่พี่สาวเป็นได้เพียงอนุภรรยา ทั้งที่ให้กำเนิดทายาทคนโตของตระกูลหยางแล้วก็ตาม“เดี๋ยวมันก็ผ่านไปขอรับ ท่านพี่ร้องออกมาให้พอใจ เอาความทุกข์ออกมาพร้อมกับน้ำตาให้หมด”“ข้าเคยคิดว่าจะทำใจได้ แต่พอถึงเวลาจริง ๆ มันกลับเจ็บปวดเหลือเกินอาไห่ ข้าต้องอดทนเพื่อเสี่ยวซูใช่ไหม ข้าต้องทำให้ได้ใช่ไหม ฮือ ๆ”“ท
เมื่อท่านหมอหลวงเดินออกไปจากห้องแล้ว ทั้งหมดก็รีบเข้ามายืนข้างเตียงอย่างพร้อมหน้ากัน หยางจื่อถงได้ยินเสียงจางหมิงซวนเรียกดังกว่าใครจึงกลอกลูกตาไปตามเสียง เมื่อรู้ว่าเป็นคู่หมั้นก็ทำเป็นไม่สนใจ เพราะคนที่เขาอยากเจอหน้าที่สุดตอนนี้คือเหม่ยหวาและบุตรชาย“เหม่ยเหมย ซินอวี่ สะ...เสี่ยวซูลูกพ่อ”ท่านแม่ทัพหยางพยายามเปล่งเสียงออกมา หยาดน้ำตาไหลหลั่งเมื่อเห็นคนที่รักพร้อมหน้า แม้จะเหลือมารดาอีกหนึ่งคนที่อยากเจอหน้า แต่แค่นี้ก็ดีใจเหลือเกินแล้ว เมื่อไม่ได้รับความสนใจเหมือนอย่างคนอื่น จางหมิงซวนก็โกรธจนหน้าแดงก่ำ แสดงสีหน้าเกี้ยวกราดใส่ทุกคนแล้วเดินออกไปทันที เห็นอย่างนั้นซินอวี่ก็ยิ้มุมปากอย่างพอใจ“ไปซะได้ก็ดีก้างขวางคอชิ้นโต” กล่าวแล้วก็หันมาเอ่ยกับพี่ชาย “ท่านพี่ปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ วันพรุ่งท่านแม่ถึงจะกลับมาเยี่ยมอีกครั้ง”หยางจื่อถงพยักหน้ายิ้ม ๆ จากนั้นสายตาคมจึงเลื่อนไปมองดูเด็กชายตัวน้อยที่ยืนน้ำตาคลอ ลูกชายของเขาสินะ ช่างน่ารักน่าชัง แม้ไม่เคยเห็นหน้ากันสักครั้งแต่ก็รู้สึกรักมากเหลือเกิน เมื่อได้สบตากับอดีตสาวใช้ตัวป่วนน้ำตายิ่งไหลพรากกว่าเดิม ไม่นึกว่าชาตินี้จะได้มีโอกาสพบหน้า เขานึกว่
เมื่อองค์ฮ่องเต้เสด็จเข้ามาในห้องพักฟื้น ทุกคนที่อยู่ภายในห้องต่างก็อยู่ในอาการสงบ รู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อพระองค์บอกให้ทำตัวตามสบายก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เมื่อได้เห็นความเป็นกันเองของพระองค์ท่านทว่ามีเพียงคนเดียวที่อยู่ในอาการเดือดเนื้อร้อนใจนั่นคือซินอวี่ นางยืนก้มหน้าไม่กล้าแม้จะเงยขึ้นดูว่าตอนนี้พระองค์ทรงทำอะไรอยู่ หลังจากเหวินกงกงตามเข้ามาแล้ว ยังมีหมอหลวงอีกสามคนที่เข้ามาสมทบ คอยรายงานอาการของหยางจื่อถงให้ทรงทราบ“ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะใช้ความสามารถทำให้แม่ทัพหยางฟื้นขึ้นมาได้นะ”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท พวกกระหม่อมจะรักษาท่านแม่ทัพหยางอย่างสุดความสามารถ” หมอหลวงท่านหนึ่งกล่าวตอบรับพร้อมทั้งค้อมตัวประสานมือคารวะ“ฝากพวกเจ้าด้วย หากแม่ทัพหยางฟื้นขึ้นมาแล้ว รีบรายงานข้าด้วยเข้าใจหรือไม่”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อฝากฝังให้บรรดาหมอหลวงดูแลแล้ว องค์ฮ่องเต้ก็เดินเอามือขัดหลังในท่วงท่าสง่าผ่าเผยเตรียมตัวจะกลับเข้าพระตำหนัก โดยมีเหวินกงกงเดินตามหลังด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ขณะก้าวเท้าไปนั้นพระองค์ทรงชำเลืองตามองหญิงสาวที่เอาแต่ยืนก้มหน้า ก็จำได้ว่าเคยเจอกับนางก่อนเข้ามานี่เอง ไม่เ







