LOGIN“บ่าวรู้เจ้าค่ะว่านายท่านเป็นคนใจร้ายแค่ไหน สังเกตจากสีหน้าและคำพูดก็พอจะเอาออกแล้ว” นางตอบกลับไปอย่างไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายเลย แถมยังยืนส่งยิ้มให้ราวกับเด็กสาวที่ใสซื่อบริสุทธิ์เสียอย่างนั้น
“นี้เจ้ากล้าว่าข้างั้นหรือ ไม่กลัวข้าเลยสักนิดเชียวหรือ!” ชายหนุ่มตวาดแหวต่อหน้าสาวใช้ด้วยความโมโห นางเพิ่งจะเข้ามาวันแรกก็ปากดีเสียแล้ว ผิดจากสาวใช้คนอื่น ๆ ที่ค่อนข้างจะหัวอ่อนและยอมอยู่ในโอวาท
“บ่าวมิกล้า บ่าวแค่พูดไปตามความรู้สึกเท่านั้นเองเจ้าค่ะ หากทำให้นายท่านไม่สบายใจข้าต้องขออภัยด้วย” นางรีบค้อมตัวประสานมือก้มหน้ายอมรับความผิดที่พลั้งปากไป
“สำนึกผิดจริงหรือแสร้งทำ”
“บ่าวสำนึกผิดจริง ๆ เจ้าค่ะ”
“ออกไปอยู่ข้างนอก ข้าไม่อยากให้ใครเข้ามาอยู่ในห้องกับข้าด้วย หากไม่สั่งให้เข้ามาก็ไม่ต้องเข้ามา”
“บ่าวคงทำอย่างนั้นไม่ได้เจ้าค่ะ เพราะฮูหยินสั่งให้บ่าวอยู่รับใช้นายท่านอย่างใกล้ชิด หากนายท่านเป็นอันใดไป บ่าวจะมีความผิดนะเจ้าคะ”
“แต่มันคือคำสั่งของข้า!”
“มิได้จริง ๆ เจ้าค่ะ”
“เฮ้อ เจ้านี่มันช่างดื้อด้านเสียจริง” หยางจื่อถงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย กับความดื้อด้านของสาวใช้คนใหม่ ไม่เคยมีใครขัดใจเขาแม้แต่คนเดียว มีแต่นางเด็กเมื่อวานซืนผู้นี้เท่านั้นที่กล้าหือ มันน่าจับตีก้นให้หลาบจำเสียเหลือเกิน อายุอานามก็น่าจะเท่าน้องสาวตนเอง ยังคงเป็นเด็กไม่รู้ประสาสินะ ถึงได้กล้าอย่างนี้
“เอาอย่างนี้ นายท่านนอนพักผ่อนไปนะเจ้าคะ บ่าวจะช่วยจัดระเบียบทำความสะอาดห้องให้ใหม่เอี่ยมอ่องเลยเจ้าค่ะ”
“แล้วแต่เจ้า อย่ามายุ่งวุ่นวายกับข้าเป็นพอ”
นายท่านรูปงามกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ เอี้ยวตัวไปหยิบดาบขึ้นมา แต่ทว่าเหม่ยหวาใช้ความคล่องตัวรีบคว้ามันมาไว้ในมือเสียก่อน ยืนยิ้มให้กับชายหนุ่มอย่างผู้ชนะ
“เอ๊ะ! เอาดาบข้ามา”
“มิได้เจ้าค่ะ นายท่านต้องนอนพักผ่อนเสียก่อน หากฮูหยินรู้เข้ามีหวังโดนดุเอานะเจ้าคะ นายท่านไม่กลัวหรอกหรือ”
“ข้ามิใช่เด็กเยี่ยงเจ้านะ เอาคืนมาอย่าให้ข้าอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นเจ้าจะเดือดร้อนแน่”
“บ่าวให้ไม่ได้จริง ๆ เจ้าค่ะ” เหม่ยหวารีบถือดาบเดินออกห่าง ทว่าหยางจื่อถงพยุงตัวลุกขึ้นจะเดินตาม ทำให้รู้สึกปวดที่แผลบริเวณทั้งจนต้องร้องเสียงหลง ทรุดตัวลงนั่งที่เดิม เห็นอย่างนั้นสาวน้อยเหม่ยหวาก็รีบวางดาบไว้หลังตู้ รีบเดินเข้ามาพยุงตัวชายร่างกำยำไม่ให้ล้มลงเสียก่อน
“นายท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
“ปล่อยข้า อย่างบังอาจมาจับตัวข้า”
“ปล่อยไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ไปนอนบนเตียงเถอะเจ้าคะ เดี๋ยวจะอาการแย่ไปกว่านี้”
นางจะช่วยพยุงเขาให้นอนเอนหลังบนเตียง แต่โดนท่านแม่ทัพหยางสั่งให้ออกห่างจากตัว จึงยอมยืนมองดูความอวดเก่งของเขาอย่างนั้น บุรุษท่านนี้ช่างถือตัวยิ่งกว่าสตรีเสียอีก นางได้แต่นินทาผู้เป็นนายในใจ
“จริง ๆ แล้วนายท่านออกจะเก่งกาจในเรื่องการศึก แต่ทำไมถึงได้โดนฟันมาแผลใหญ่ขนาดนี้เจ้าคะ นายท่านเก่งจริง ๆ หรือมันเป็นแค่ข่าวลือกันแน่” จู่ ๆ เหม่ยหวาก็นั่งถามคนที่นอนพักกายอยู่บนเตียง เปลือกตาที่เพิ่งจะปิดลงเปิดขึ้นอีกครั้ง เอียงหน้ามามองบ่าวรับใช้อย่างไม่พอใจเป็นที่สุด
“เจ้านี่มันช่างไร้สาระเสียจริง ข้าไม่เคยพบเจอสาวใช้ที่ปากมากเช่นเจ้ามาก่อน ตอนเป็นเด็กโดนบังคับไม่ให้พูดหรืออย่างไร จึงได้พูดไม่หยุดปากเช่นนี้”
“เปล่านะเจ้าคะ ท่านแม่ของข้าชอบเวลาที่ข้าพูด ท่านนั่งฟังแล้วก็ยิ้มตามตลอด ท่านบอกว่าฟังข้าพูดแล้วมีความสุขมาก นั่นเลยทำให้ข้าชอบพูด เพราะจะทำให้คนที่ฟังมีความสุขเจ้าค่ะ”
“เฮอะ! หลงตัวเอง คำพูดของเจ้ามันน่ารำคาญมากกว่าสร้างความสุขให้ผู้อื่นเสียมากกว่า หุบปากแล้วนั่งเงียบ ๆ อย่าให้ข้าต้องลงไม้ลงมือกับเจ้า”
“ก็ได้เจ้าค่ะ”
เหม่ยหวายอมทำตามคำสั่งเจ้านายคนใหม่แต่โดยดี นางนั่งเอามือค้ำคางจ้องมองร่างที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง กลอกลูกตามองไปรอบห้องอย่างรู้สึกเซ็ง ๆ ไม่เคยพบเจอบุรุษคนไหนที่มีนิสัยเช่นนี้ คอยดูเถอะนางจะทำให้นายท่านผู้นี้หายจากอาการถือตัวและเย็นชาให้จงได้
“ได้ เดี๋ยวข้าจะออกไป”“ขอรับ”“ต้องมีเรื่องแน่ ๆ รีบออกไปกันเถอะ”ทั้งหมดเดินออกไปที่หน้าจวนพร้อมกัน หยางฮูหยินได้สั่งให้คนไปเรียกบุตรีออกมาด้วย เพราะเข้าใจว่าคงจะเป็นเรื่องสำคัญเป็นแน่ ไม่เช่นนั้นเหวินกงกงคงไม่มาเยือนถึงที่จวนเช่นนี้เมื่อทุกคนออกมาอย่างพร้อมหน้ากันแล้ว เหวินกงกงก็เริ่มอ่านพระราชโองการจากองค์ฮ่องเต้ทันที“รับราชโองการ ด้วยโองการแห่งฟ้า ฮ่องเต้มีบัญชา หยางซินอวี่บุตรีแห่งตระกูลหยาง ผู้ซึ่งเคยหมิ่นพระเกียรติเมื่อครั้งเข้าไปเฝ้าอาการป่วยของแม่ทัพหยางจื่อถงในวังหลวง จึงมีรับสั่งให้ลงอาญาโดยการให้เข้าไปรับใช้อย่างใกล้ชิดในวังหลวง ตำแหน่งพระสนมเอก เพื่อให้นางได้สำนึกและไถ่โทษกับสิ่งที่ได้กระทำไว้ จบราชโองการ”ซินอวี่สั่นไปทั้งตัวเมื่อได้ฟังพระราชโองการจากองค์ฮ่องเต้ นางรับราชโองการมาแล้วแต่มือยังคงสั่นเทา ใบหน้าซีดเซียวไร้ซึ่งเลือดฝาด ไม่นึกว่าการลงอาญาขององค์ฮ่องเต้จะออกมาในรูปแบบนี้ มันเป็นการลงอาญาที่นางควรจะดีใจ...แต่ไม่เลย“พรุ่งนี้ฝ่าบาทจะเสด็จมารับพระสนมที่จวนด้วยพระองค์เอง พระสนมเตรียมตัวให้พร้อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าไม่รับตำแหน่งไม่ได้หรือเจ้าคะ”“มิได้พ่ะย่ะค่ะ หาม
“ข้าก็มีความสุขเช่นกันเจ้าค่ะ ไม่นึกเลยว่า...ฮึก...ฝ่าบาทจะทรงมีพระเมตตาต่อสตรีต่ำต้อยเช่นข้าเยี่ยงนี้ ข้าดีใจจนไม่รู้จะหาคำไหนมาเปรียบ” นางร้องไห้ออกมาเมื่อมีโอกาสได้กล่าวความในใจ หากไม่เปิดผ้าคลุมออกคงไม่มีโอกาสได้ยลโฉมและช่วยปาดน้ำตาให้ หยางจื่อถงใช้ช่วงเวลานี้เปิดผ้าคลุมศีรษะนางออก ยื่นมือเรียวไปเชยคางขึ้นมาให้สบตากัน“ข้าไม่อยากให้น้ำตามาบดบังความงดงามของเจ้าเลย หยุดร้องเสียเถอะข้าอยู่ตรงนี้แล้ว เมียรักของข้า” ท่านแม่ทัพหยางใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากพวงแก้มขาว แม้กำลังร้องไห้แต่นางก็ยังคงงดงาม งดงามกว่าทุกครั้งที่เคยเห็น แต่หยางจื่อถงเห็นมากกว่านั้น เขาเห็นความงดงามภายในใจของนางผู้นี้มาโดยตลอด“เจ้าค่ะท่านแม่ทัพ” นางยิ้มแล้วโผเข้ากอดเขาอย่างแนบแน่น แม้เปลือกตาจะปิดลงสนิททว่าหยาดน้ำตายังคงไม่หยุดไหล นางปล่อยโฮออกมาราวกับได้ปลดปล่อยความอึดอัดในใจออกมาจนหมดสิ้น หยางจื่อถงได้แต่ยิ้มพลางยกมือขึ้นลูบที่แผ่นหลังบางเพื่อปลอบประโลมใจ“ต่อไปนี้เจ้าคือฮูหยินของข้าแล้วนะ เรียกข้าว่าท่านพี่สิถึงจะถูก ข้าสัญญาว่าจะไม่มีอนุคนไหนอีก จะมีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้น”“เรื่องนี้ข้าไม่ว่าอะไ
“พร้อมแล้วขอรับ”“ถ้าเช่นนั้นไปกันเถอะ เดี๋ยวจะเสียฤกษ์เสียยาม”“ขอรับท่านแม่”“เจ้าไหวแน่นะจื่อถง” หยางฮูหยินถามเมื่อเห็นสีหน้าอมทุกข์ของลูกชาย“ไหวขอรับท่านแม่ มันคือความรับผิดชอบของข้า” คนพูดทำเป็นส่งยิ้มให้หยางฮูหยินยิ้มตอบวางมือบนไหล่บุตรชายบีบเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ จากนั้นทั้งหมดก็เดินออกไปตั้งขบวนที่หน้าจวน เพื่อไปรับตัวเจ้าสาวที่บ้าน ทว่าในขณะกำลังจะเคลื่อนขบวนไปนั้น ก็มีรถม้าคันหนึ่งวิ่งตรงมาขวางทางไว้ คนที่ลงมาไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเหวินกงกงนั่นเอง“คารวะเหวินกงกง”“รับราชโองการ”เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนต่างก็นั่งคุกเข่าประสานมือคารวะอย่างพร้อมเพรียง รอให้เหวินกงกงประกาศพระราชโองการจากองค์ฮ่องเต้“ด้วยโองการแห่งฟ้า ฮ่องเต้มีบัญชา ด้วยแม่ทัพหยางจื่อถงสร้างคุณประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองจนเป็นที่น่าพอใจ ปราบกบฏที่ชายแดนเมืองฉางเจิ้นจนสำเร็จ อีกทั้งยังได้นำตัวนักโทษผู้อยู่เบื้องหลังความไม่สงบมารับโทษที่เมืองหลวง จึงประกาศแต่งตั้งให้เป็นรองแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นซวิ่นนับจากนี้เป็นต้นไป ในการนี้ยังได้จัดพิธีสมรสพระราชทานขึ้นระหว่างแม่ทัพหยางจื่อถงและหานเหม่ยหวา เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนสำหรับ
เหม่ยหวากลับมาอยู่บ้านหลังจากช่วยจัดเตรียมงานวิวาห์ท่านแม่ทัพหยางจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว แม้ตัวจะอยู่ที่นี่แต่ใจกลับอยู่ที่จวน แม้จะบอกเขาว่าไม่เป็นไรแต่ในใจกลับทุกข์ระทม เหตุใดช่วงเวลาแค่วันเดียวที่รอให้งานวิวาห์ผ่านพ้นไป มันช่างยาวนานกว่าเมื่อครั้งที่เขาออกไปทำศึกเสียอีก“พี่เหม่ยเหมยมานั่งทำอะไรตรงนี้ขอรับ”“เปล่า ข้าแค่กำลังคิดถึงเสี่ยวซู” นางส่งยิ้มให้น้องชาย แต่ลืมไปว่าที่พวงแก้มขาวนั้นมีคราบน้ำตาเกาะอยู่“รู้ตัวหรือไม่ว่าโกหกไม่เนียน ข้ารู้ว่าท่านพี่เสียใจมาก แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งรอเพียงเท่านั้น...ใช่หรือไม่ขอรับ”“อื้ม ข้าคงทำได้เพียงเท่านี้จริง ๆ ฮือ ๆ”นางปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย เมื่อถูกน้องชายกระตุกต่อมน้ำตาเข้าให้ หานไห่ฉวนรีบโผเข้ากอดพี่สาวด้วยความสงสารจับใจ รู้สึกโกรธอยู่เหมือนกันที่พี่สาวเป็นได้เพียงอนุภรรยา ทั้งที่ให้กำเนิดทายาทคนโตของตระกูลหยางแล้วก็ตาม“เดี๋ยวมันก็ผ่านไปขอรับ ท่านพี่ร้องออกมาให้พอใจ เอาความทุกข์ออกมาพร้อมกับน้ำตาให้หมด”“ข้าเคยคิดว่าจะทำใจได้ แต่พอถึงเวลาจริง ๆ มันกลับเจ็บปวดเหลือเกินอาไห่ ข้าต้องอดทนเพื่อเสี่ยวซูใช่ไหม ข้าต้องทำให้ได้ใช่ไหม ฮือ ๆ”“ท
เมื่อท่านหมอหลวงเดินออกไปจากห้องแล้ว ทั้งหมดก็รีบเข้ามายืนข้างเตียงอย่างพร้อมหน้ากัน หยางจื่อถงได้ยินเสียงจางหมิงซวนเรียกดังกว่าใครจึงกลอกลูกตาไปตามเสียง เมื่อรู้ว่าเป็นคู่หมั้นก็ทำเป็นไม่สนใจ เพราะคนที่เขาอยากเจอหน้าที่สุดตอนนี้คือเหม่ยหวาและบุตรชาย“เหม่ยเหมย ซินอวี่ สะ...เสี่ยวซูลูกพ่อ”ท่านแม่ทัพหยางพยายามเปล่งเสียงออกมา หยาดน้ำตาไหลหลั่งเมื่อเห็นคนที่รักพร้อมหน้า แม้จะเหลือมารดาอีกหนึ่งคนที่อยากเจอหน้า แต่แค่นี้ก็ดีใจเหลือเกินแล้ว เมื่อไม่ได้รับความสนใจเหมือนอย่างคนอื่น จางหมิงซวนก็โกรธจนหน้าแดงก่ำ แสดงสีหน้าเกี้ยวกราดใส่ทุกคนแล้วเดินออกไปทันที เห็นอย่างนั้นซินอวี่ก็ยิ้มุมปากอย่างพอใจ“ไปซะได้ก็ดีก้างขวางคอชิ้นโต” กล่าวแล้วก็หันมาเอ่ยกับพี่ชาย “ท่านพี่ปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ วันพรุ่งท่านแม่ถึงจะกลับมาเยี่ยมอีกครั้ง”หยางจื่อถงพยักหน้ายิ้ม ๆ จากนั้นสายตาคมจึงเลื่อนไปมองดูเด็กชายตัวน้อยที่ยืนน้ำตาคลอ ลูกชายของเขาสินะ ช่างน่ารักน่าชัง แม้ไม่เคยเห็นหน้ากันสักครั้งแต่ก็รู้สึกรักมากเหลือเกิน เมื่อได้สบตากับอดีตสาวใช้ตัวป่วนน้ำตายิ่งไหลพรากกว่าเดิม ไม่นึกว่าชาตินี้จะได้มีโอกาสพบหน้า เขานึกว่
เมื่อองค์ฮ่องเต้เสด็จเข้ามาในห้องพักฟื้น ทุกคนที่อยู่ภายในห้องต่างก็อยู่ในอาการสงบ รู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อพระองค์บอกให้ทำตัวตามสบายก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เมื่อได้เห็นความเป็นกันเองของพระองค์ท่านทว่ามีเพียงคนเดียวที่อยู่ในอาการเดือดเนื้อร้อนใจนั่นคือซินอวี่ นางยืนก้มหน้าไม่กล้าแม้จะเงยขึ้นดูว่าตอนนี้พระองค์ทรงทำอะไรอยู่ หลังจากเหวินกงกงตามเข้ามาแล้ว ยังมีหมอหลวงอีกสามคนที่เข้ามาสมทบ คอยรายงานอาการของหยางจื่อถงให้ทรงทราบ“ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะใช้ความสามารถทำให้แม่ทัพหยางฟื้นขึ้นมาได้นะ”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท พวกกระหม่อมจะรักษาท่านแม่ทัพหยางอย่างสุดความสามารถ” หมอหลวงท่านหนึ่งกล่าวตอบรับพร้อมทั้งค้อมตัวประสานมือคารวะ“ฝากพวกเจ้าด้วย หากแม่ทัพหยางฟื้นขึ้นมาแล้ว รีบรายงานข้าด้วยเข้าใจหรือไม่”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อฝากฝังให้บรรดาหมอหลวงดูแลแล้ว องค์ฮ่องเต้ก็เดินเอามือขัดหลังในท่วงท่าสง่าผ่าเผยเตรียมตัวจะกลับเข้าพระตำหนัก โดยมีเหวินกงกงเดินตามหลังด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ขณะก้าวเท้าไปนั้นพระองค์ทรงชำเลืองตามองหญิงสาวที่เอาแต่ยืนก้มหน้า ก็จำได้ว่าเคยเจอกับนางก่อนเข้ามานี่เอง ไม่เ







