LOGINด้านมิลค์
มิลค์เดินกลับถึงบ้านหลังเล็กท้ายไร่ด้วยความเหนื่อยล้า เมื่อเปิดประตูก้าวเข้ามา เธอกวาดหยากไย่และเช็ดถูพื้นห้องจนสะอาดเรียบร้อย แม้บ้านจะเก่าและคับแคบ แต่ความเป็นคนรักความสะอาดทำให้เธอจัดทุกอย่างเป็นระเบียบ จัดการบ้านเสร็จท้องก็เริ่มส่งเสียงร้อง มิลค์เดินไปเปิดตู้กับข้าวพบไข่ไก่ไม่กี่ฟอง เธอจึงลงมือทอดไข่เจียวร้อนๆจนส่งกลิ่นหอม หญิงสาวตักข้าวสวยใส่จาน นั่งลงบนเสื่อผืนเก่าที่มุมห้องแล้วกินไข่เจียวคนเดียวเงียบๆท่ามกลางแสงไฟสลัว แม้ในใจจะยังนึกถึงเหตุการณ์ตึงเครียดบนบ้านเจ้านายเมื่อหัวค่ำ แต่มิลค์ก็บอกตัวเองว่าต้องอดทนเพื่ออนาคตข้างหน้า ด้านคิริน ภายในห้องนอนใหญ่ ทั้งคู่อาบน้ำและเปลี่ยนมาอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยแล้ว คิรินนั่งพิงหลังกับโซฟาปลายเตียง กวาดสายตาไล่ดูอีเมลและข้อความในโทรศัพท์มือถือเพื่อเคลียร์งาน อันดาในชุดนอนผ้าซาตินเนื้อนุ่มเดินเข้ามาใกล้ เธอทิ้งตัวลงนั่งเบียดชิดติดกับเขาที่นั่งบนโซฟายาว ยกแขนขึ้นคล้องเกี่ยวท่อนแขนแกร่งไว้แน่น พร้อมกับซบใบหน้าเนียนลงกับไหล่กว้างของแฟนหนุ่มอย่างออดอ้อน ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาด้วยแววตาพราวระยับและเต็มไปด้วยความยั่วยวน ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดต้นคอของเขาเบาๆ “พี่คิรินคะ...” เสียงหวานเอ่ยกระซิบเคลือบรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ตอนนี้อันดายังไม่หายโกรธพี่เลยนะ พี่ต้องง้ออันดาหน่อยสิคะ” คิรินชะงักมือที่กำลังเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ เขาก้มมองคนตัวเล็กในอ้อมแขน สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและสายตากะลิ้มกระเหลี่ยที่สื่อความหมายชัดเจน คิรินรู้อยู่เต็มอกว่าอันดากำลังต้องการอะไร มุมปากหนากระตุกยิ้มบางๆอย่างรู้ทัน คิรินกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้ววางมันลงบนโต๊ะข้างโซฟาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะตวัดวงแขนโอบเอวคอดของเธอเข้ามาแนบชิดจนร่างบางปลิวมาเกยอยู่บนตัก “ยังไม่หายโกรธเหรอหืม...” คิรินเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ดวงตาคมเข้มมองลึกเข้าไปในดวงตาของแฟนสาว “ถ้าอย่างนั้น…ไปเคลียร์กันที่เตียงดีกว่านะ” อันดายิ้มพึงพอใจ หัวเราะเบาๆในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะปล่อยให้แฟนหนุ่มช้อนอุ้มร่างของเธอขึ้นแล้วพาเดินตรงไปยังเตียงนอนกว้างทันที หลังจากเปลวไฟแห่งความเร่าร้อนสงบลงบนเตียงนอนกว้าง คิรินนอนหอบหายใจแผ่วเบา ปล่อยให้ความเหนื่อยอ่อนเข้าครอบงำชั่วขณะ แต่ความเงียบงันนั้นกินเวลาได้ไม่นานนัก อันดาขยับตัวลุกขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ มือบางเอื้อมไปจัดการถอดถุงยางอนามัยออกจากความเป็นชายของแฟนหนุ่มอย่างคล่องแคล่วและชำนาญ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงใช้ริมฝีปากและลิ้นปรนเปรอสัมผัสกับร่องรอยคราบอารมณ์ที่ยังหลงเหลืออยู่อย่างช่ำชอง แรงกระตุ้นจากสัมผัสที่จู่โจมเข้ามาอย่างรวดเร็วทำให้ร่างกายที่เพิ่งผ่อนคลายกลับตอบสนองและตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว คิรินสูดปากครางต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่าน มือหนายกขึ้นสางกลุ่มผมของแฟนสาวเบาๆ ปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายควบคุมเกมความสุขนี้ตามใจชอบ เมื่อเห็นว่าอารมณ์ของคิรินกลับมาพลุ่งพล่านเต็มที่แล้ว อันดาก็ผุดลุกขึ้นยิ้มหวาน เธอหยิบถุงยางอนามัยชิ้นใหม่ออกจากกล่อง บรรจงสวมมันให้อย่างนุ่มนวลและรวดเร็ว ก่อนจะพลิกตัวขึ้นคร่อมทับร่างแกร่งแล้วเป็นฝ่ายรุกเร้าบทรักที่เร่าร้อนและยาวนานขึ้นอีกครั้งท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสงบในไร่ส้ม เช้าวันต่อมา มิลค์เดินทางมาถึงบ้านพักเจ้านายตั้งแต่เช้าตรู่ตามหน้าที่ เมื่อก้าวเข้ามาข้างใน เธอก็เห็นคิรินกับอันดานั่งพูดคุยหยอกล้อคลอเคลียกันอยู่บนโซฟาตัวเดียวกันด้วยท่าทางอารมณ์ดี คิรินหันมาเห็นมิลค์ยืนอยู่ตรงประตูเสียก่อน เขาจึงรีบผละออกจากอันดาเล็กน้อยแล้วเอ่ยทัก “มาแล้วเหรอ” อันดาปรายตามองแม่บ้านสาวด้วยรอยยิ้มเหนือกว่าเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ถ้ามาแล้วก็ขึ้นไปทำความสะอาดห้องนอนข้างบนก่อนนะ เมื่อวานยังทำไม่ค่อยเรียบร้อยดี” “ค่ะ” มิลค์รับคำอย่างว่าง่ายแล้วรีบเดินเลี่ยงขึ้นไปยังชั้นสองทันที เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนใหญ่ มิลค์กวาดสายตาสำรวจความเรียบร้อย แต่จังหวะที่ก้าวเดินไปใกล้เตียงนอน เท้าของเธอกลับเหยียบเข้ากับวัตถุบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้นข้างเตียง มิลค์ก้มลงมองด้วยความงุนงงก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อพบว่าเป็นซากถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ว ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีด้วยความกระดากอายและตกใจ เธอยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะรีบตั้งสติหยิบกระดาษทิชชูมาหยิบมันไปทิ้งลงถังขยะอย่างมิดชิดแล้วจัดการกวาดถูและทำความสะอาดห้องนอนจนกลับมาเรียบร้อยตามเดิม เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง มิลค์ก็ต้องชะงักฝีเท้ากึกอีกครั้งเมื่อเห็นคิรินกับอันดากำลังนั่งกอดจูบกันอยู่บนโซฟาตัวเดิม คิรินได้ยินเสียงฝีเท้าจึงรีบผละออกจากอันดา ใบหน้าหล่อเหลามีร่องรอยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย เขากระแอมเบาๆแล้วหันมาสั่งมิลค์ “เธอ...ไปเตรียมทำอาหารเช้าได้แล้ว” “ค่ะคุณคิริน” มิลค์ก้มหน้าหลบสายตา รีบเดินเลี่ยงเข้าครัวไปทันที เมื่อลับหลังแม่บ้านสาว อันดาก็ขยับเข้าหาคิรินทันที มือเรียวคล้องคอหนาไว้แล้วเอียงคอมองด้วยแววตายั่วยวนและออดอ้อน “ระหว่างรออาหาร…ขึ้นห้องกันก่อนดีกว่านะคะ” คิรินที่คบหากันมาสี่ปี ย่อมรู้ใจแฟนสาวเป็นอย่างดีว่าเธอต้องการอะไร มุมปากหนากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาโน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูเธอแผ่วเบา “เมื่อคืนยังไม่อิ่มอีกเหรอหืม...” อันดายิ้มพึงพอใจ ดวงตาพราวระยับ “ไม่อิ่มค่ะ อยากได้อีก” สิ้นคำพูด ทั้งคู่ก็พากันผละจากห้องรับแขกแล้วจูงมือเดินขึ้นชั้นสองกลับเข้าห้องนอนไปเพื่อร่วมรักกันอีกครั้งตามประสาคนหนุ่มสาวที่กำลังเร่าร้อนและอยู่ในวัยพลุ่งพล่านช่วงค่ำวันเดียวกัน บนโต๊ะอาหารมิลค์คอยทำหน้าที่ตักข้าวและยกอาหารมาเสิร์ฟด้วยความเงียบเชียบและระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ มือไม้ยังคงสั่นเล็กน้อยจากเหตุการณ์เมื่อกลางวัน ขณะที่อันดานั่งตักอาหารเข้าปากด้วยสีหน้าสบายใจเฉิบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นจังหวะที่มิลค์กำลังจะถอยหลังกลับเข้าไปในครัว อันดาก็เหลือบตามองตามร่างบางด้วยหางตา ก่อนจะวางช้อนลงแล้วเปรยขึ้นมาลอยๆด้วยน้ำเสียงจิกกัดและเจือความไม่พอใจ“นี่พี่คิริน เด็กเสิร์ฟบ้านๆคนนี้นี่ หน้าตาก็ธรรมดา แถมยังดูซื่อบื้อไร้เดียงสาดีเนอะ วันหลังพี่ต้องคอยกวดขันหน่อยนะ อย่าให้มันทำตัวรุ่มร่ามหรือมาทำสายตาอ่อยเหยื่อใส่พี่เด็ดขาดล่ะ อันดาเห็นแล้วขัดตาพิลึก”คิรินที่กำลังตักข้าวเข้าปากชะงักมือไปเล็กน้อย เขาวางช้อนลงแล้วเงยหน้ามองแฟนสาวด้วยความงุนงง “เธอพูดอะไรอันดา อยู่ดีๆไปว่าเขาทำไม มิลค์เขาก็ทำงานเรียบร้อยดีนี่นา”“ก็ทนมองไม่ได้น่ะสิคะ!” อันดาเสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความหึงหวงที่เริ่มปิดไม่มิด “ผู้หญิงหน้าตาแบบนี้แหละตัวดี ไว้ใจไม่ได้หรอกค่ะ อันดาแค่เตือนไว้ก่อน อย่าหาว่าอันดาใจร้ายก็แล้วกัน ถ้าวันไหนเกิดเรื่องขึ้นมา”คิรินขมวดคิ้วมุ่นทันที เริ่มจ
หลังจากบทรักอันเร่าร้อนบนชั้นสองสงบลง ทั้งคู่อาบน้ำแต่งตัวใหม่อย่างสดชื่นแล้วพากันเดินลงมาข้างล่างจังหวะนั้น มิลค์กำลังยกจานอาหารเช้ามาวางจัดเตรียมไว้บนโต๊ะอาหารเสร็จพอดี หญิงสาวรีบถอยหลังออกมาอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวคิรินกับอันดาเดินเคียงคู่กันมานั่งลงที่โต๊ะอาหารด้วยท่าทางอารมณ์ดีและผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด อันดายิ้มแย้มแจ่มใสและตักอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อเห็นว่าทุกอย่างบนโต๊ะเรียบร้อยดีแล้ว มิลค์จึงรีบปลีกตัวเดินเลี่ยงไปทำความสะอาดและจัดระเบียบข้าวของในส่วนอื่นๆของบ้านต่อทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเวลาส่วนตัวของคนทั้งคู่หลังจากอิ่มมื้อเช้าแล้ว คิรินกับอันดาก็พากันย้ายมานั่งพักผ่อนต่อในห้องรับแขก คิรินเหล่มองนาฬิกาข้อมือ นึกถึงงานที่ค้างคาไว้ในสวนส้มจึงหันไปเอ่ยชวนแฟนสาว “อันดา เดี๋ยวพี่จะเข้าไปดูงานในไร่สักหน่อย เธอจะไปเดินเล่นรับลมกับพี่ด้วยไหม”อันดาส่ายหน้าหวือทันที ดวงตากลมโตฉายแววปฏิเสธอย่างชัดเจน “ไม่เอาหรอกค่ะพี่คิริน แดดข้างนอกแรงจะตาย ผิวอันดาไหม้กันพอดี อันดาขออยู่รอรับแอร์เย็นๆและไถโทรศัพท์ดูซีรี่ส์อยู่ในบ้านดีกว่าค่ะ”คิรินพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจและไม่ได
ด้านมิลค์มิลค์เดินกลับถึงบ้านหลังเล็กท้ายไร่ด้วยความเหนื่อยล้า เมื่อเปิดประตูก้าวเข้ามา เธอกวาดหยากไย่และเช็ดถูพื้นห้องจนสะอาดเรียบร้อย แม้บ้านจะเก่าและคับแคบ แต่ความเป็นคนรักความสะอาดทำให้เธอจัดทุกอย่างเป็นระเบียบจัดการบ้านเสร็จท้องก็เริ่มส่งเสียงร้อง มิลค์เดินไปเปิดตู้กับข้าวพบไข่ไก่ไม่กี่ฟอง เธอจึงลงมือทอดไข่เจียวร้อนๆจนส่งกลิ่นหอมหญิงสาวตักข้าวสวยใส่จาน นั่งลงบนเสื่อผืนเก่าที่มุมห้องแล้วกินไข่เจียวคนเดียวเงียบๆท่ามกลางแสงไฟสลัว แม้ในใจจะยังนึกถึงเหตุการณ์ตึงเครียดบนบ้านเจ้านายเมื่อหัวค่ำ แต่มิลค์ก็บอกตัวเองว่าต้องอดทนเพื่ออนาคตข้างหน้าด้านคิรินภายในห้องนอนใหญ่ ทั้งคู่อาบน้ำและเปลี่ยนมาอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยแล้ว คิรินนั่งพิงหลังกับโซฟาปลายเตียง กวาดสายตาไล่ดูอีเมลและข้อความในโทรศัพท์มือถือเพื่อเคลียร์งานอันดาในชุดนอนผ้าซาตินเนื้อนุ่มเดินเข้ามาใกล้ เธอทิ้งตัวลงนั่งเบียดชิดติดกับเขาที่นั่งบนโซฟายาว ยกแขนขึ้นคล้องเกี่ยวท่อนแขนแกร่งไว้แน่น พร้อมกับซบใบหน้าเนียนลงกับไหล่กว้างของแฟนหนุ่มอย่างออดอ้อนดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาด้วยแววตาพราวระยับและเต็มไปด้วยความยั่วยวน ลมหายใจอุ่นๆเป่าร
เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น มิลค์จัดเตรียมสำรับอาหารพื้นบ้านง่ายๆที่ทำจากวัตถุดิบสดใหม่ในไร่ลงบนโต๊ะอาหารอย่างเรียบร้อย แต่บรรยากาศบนโต๊ะกลับไม่ได้น่าเจริญอาหารเลยสักนิดอันดาใช้ปลายนิ้วเขี่ยอาหารในจานไปมา สีหน้าแสดงความรังเกียจอย่างชัดเจน เธอผลักจานอาหารออกห่างตัวทันที“นี่อะไรคะพี่คิริน แกงอะไรหน้าตาน่ากลัว มีแต่ผักกับเนื้ออะไรก็ไม่รู้ อันดาทานไม่ได้หรอกนะ ท้องไส้อันดายิ่งบอบบางอยู่ด้วย เดี๋ยวก็อาหารเป็นพิษพอดี” อันดาส่งเสียงบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจคิรินขมวดคิ้วมุ่น มองอาหารตรงหน้าแล้วเงยหน้ามองแฟนสาว “ก็ที่นี่ต่างจังหวัด จะให้หาอาหารหรูๆจากไหน มากินให้อิ่มเถอะน่า”“อ้าว! นี่พี่ว่าอันดาเรื่องมากเหรอคะ” อันดาวางช้อนกระแทกจานเสียงดัง สีหน้าบึ้งตึงขึ้นทันที “ตั้งแต่ขับรถมาถึงที่นี่ พี่ไม่เคยตามใจอันดาเลยสักอย่าง แถมยังเอาผู้หญิงบ้านนอกคนนั้นมาป้วนเปี้ยนใกล้ตัวอีก หรือว่าพี่รำคาญอันดาแล้ว!”คำพูดตัดพ้อและท่าทางเอาแต่ใจเริ่มทำให้คิรินรู้สึกปวดขมับขึ้นมาจริงๆ เขาอุตส่าห์หนีความวุ่นวายจากเมืองกรุงมาเพื่อหาความสงบ แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นเสียงบ่นไม่หยุดหย่อนของแฟนสาวจังหวะนั้น มิลค์ที่ยืนสงบเสงี่
เช้าวันรุ่งขึ้น มิลค์ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงผ้าฝ้ายสบายๆเดินถืออุปกรณ์ทำความสะอาดก้าวเข้าสู่บ้านพักส่วนตัวของคิรินด้วยความตื่นเต้น เธอตั้งใจไว้ว่าจะต้องทำงานให้ออกมาดีที่สุดเพื่อรักษาหน้าที่นี้ไว้หลายชั่วโมงต่อมาคิรินในชุดลำลองกางเกงวอร์มและเสื้อยืดสีพื้นยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องโถง ใบหน้าคมคายนิ่งสนิท สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบบ้านที่มิลค์เพิ่งเช็ดถูเสร็จหมาดๆ“ตรงนี้ฝุ่นยังติดอยู่” คิรินเอ่ยเสียงเรียบพลางใช้นิ้วชี้แตะที่ขอบหน้าต่างแล้วยกขึ้นให้ดู คราบฝุ่นบางๆติดปลายนิ้วเขาชัดเจน “แล้วก็การจัดวางรองเท้าหน้าบ้าน รองเท้าผ้าใบกับรองเท้าแตะต้องแยกมุมกันให้เรียบร้อย ฉันไม่ชอบความรก”มิลค์รีบก้มมองตาม เม้มปากแน่นด้วยความประหม่า รีบพยักหน้ารับคำทันที “ค่ะคุณคิริน มิลค์จะทำความสะอาดใหม่อีกรอบเดี๋ยวนี้ค่ะ”คิรินมองเด็กสาวที่ไม่มีทีท่าฮึดฮัดหรือบ่นกระปอดกระแปดเหมือนที่เขาคาดไว้ มิลค์เพียงแค่ก้มหน้าก้มตาหยิบผ้ามาเช็ดขอบหน้าต่างจุดเดิมซ้ำอย่างตั้งใจ “เที่ยงแล้ว หิวหรือยัง?” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นลอยๆ ทำเอามิลค์สะดุ้งเงยหน้าขึ้นมอง“เอ่อ...ยังค่ะ มิลค์ยังไม่หิว” มิลค์โกหก ทั้งที่ความจริงตั้งแต่เช้า
คิริน อายุ26ปี สูง185cmเจ้าของไร่ส้มขนาดใหญ่และมีบริษัทรถหรูในกรุงเทพมิลค์ อายุ19ปี สูง160cmทำงานเป็นลูกจ้างในไร่ส้ม มีหน้าที่ทำงานบ้าน ทำอาหารให้เจ้าของไร่ส้ม...............ปึก!เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนกระจกโต๊ะทำงานหรูหราดังสะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัว บรรยากาศภายในห้องเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ แต่กลับร้อนระอุด้วยอารมณ์คุกรุ่นระหว่างแม่ลูก“แม่ไม่เข้าใจว่าลูกยังดึงดันจะคบกับผู้หญิงคนนี้ไปทำไม คิริน!”คุณหญิงรัตนาวดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตึงเครียด ปลายหางตาเหลือบมองไปยังอันดา แฟนสาวไฮโซหน้าตาโฉบเฉี่ยวของลูกชาย ซึ่งกำลังยืนตีหน้าเศร้าสร้อยทำตัวน่าสงสารอยู่ข้างๆโซฟาคิรินยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาติดเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ได้ ดวงตานิ่งขรึมมองมารดาด้วยแววตาแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย เขาเกลียดการถูกบงการ โดยเฉพาะเรื่องหัวใจ“อันดาไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ครับแม่ ทำไมแม่ถึงต้องอคติกับเธอขนาดนี้ด้วย” คิรินเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น“ไม่ได้ทำผิดงั้นเหรอ? หึ!” คุณหญิงแค่นหัวเราะในลำคอ “ลูกหลับหูหลับตาจนไม่เห็นอะไรเลยสินะ ตาบอดเพราะความรักบังตา”“แม่ครับ!” คิรินกดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ข







