تسجيل الدخولเมื่อถึงเวลาอาหารเย็น มิลค์จัดเตรียมสำรับอาหารพื้นบ้านง่ายๆที่ทำจากวัตถุดิบสดใหม่ในไร่ลงบนโต๊ะอาหารอย่างเรียบร้อย แต่บรรยากาศบนโต๊ะกลับไม่ได้น่าเจริญอาหารเลยสักนิด
อันดาใช้ปลายนิ้วเขี่ยอาหารในจานไปมา สีหน้าแสดงความรังเกียจอย่างชัดเจน เธอผลักจานอาหารออกห่างตัวทันที “นี่อะไรคะพี่คิริน แกงอะไรหน้าตาน่ากลัว มีแต่ผักกับเนื้ออะไรก็ไม่รู้ อันดาทานไม่ได้หรอกนะ ท้องไส้อันดายิ่งบอบบางอยู่ด้วย เดี๋ยวก็อาหารเป็นพิษพอดี” อันดาส่งเสียงบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจ คิรินขมวดคิ้วมุ่น มองอาหารตรงหน้าแล้วเงยหน้ามองแฟนสาว “ก็ที่นี่ต่างจังหวัด จะให้หาอาหารหรูๆจากไหน มากินให้อิ่มเถอะน่า” “อ้าว! นี่พี่ว่าอันดาเรื่องมากเหรอคะ” อันดาวางช้อนกระแทกจานเสียงดัง สีหน้าบึ้งตึงขึ้นทันที “ตั้งแต่ขับรถมาถึงที่นี่ พี่ไม่เคยตามใจอันดาเลยสักอย่าง แถมยังเอาผู้หญิงบ้านนอกคนนั้นมาป้วนเปี้ยนใกล้ตัวอีก หรือว่าพี่รำคาญอันดาแล้ว!” คำพูดตัดพ้อและท่าทางเอาแต่ใจเริ่มทำให้คิรินรู้สึกปวดขมับขึ้นมาจริงๆ เขาอุตส่าห์หนีความวุ่นวายจากเมืองกรุงมาเพื่อหาความสงบ แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นเสียงบ่นไม่หยุดหย่อนของแฟนสาว จังหวะนั้น มิลค์ที่ยืนสงบเสงี่ยมรอเก็บจานอยู่มุมห้องเผลอขยับตัวขยับเท้าเล็กน้อย แต่อันดาที่กำลังหงุดหงิดมองเห็นพอดี จึงหันมาจิกกัดใส่ลูกจ้างสาวทันที “นี่เธอ! ยืนทำหน้าซื่อตาใสอยู่ได้ ไปหาอะไรอย่างอื่นมาให้ฉันกินเดี๋ยวนี้เลยนะ เอาแบบสะอาดๆ รสชาติใช้ได้หน่อย ไม่ใช่อาหารสิ้นคิดแบบนี้!” มิลค์สะดุ้งรีบก้มหน้าลงต่ำ “เอ่อ...ในครัวตอนนี้มีไข่เจียวกับวัตถุดิบสดแค่นี้ค่ะคุณผู้หญิง ถ้าจะเอาอาหารอื่นต้องรอให้คนงานไปซื้อในตลาดตัวอำเภอพรุ่งนี้เช้าค่ะ” “อ้อ! เถียงเหรอ? เป็นแค่คนงานรับจ้างแท้ๆ กล้าดียังไงมาสั่งสอนฉัน!” อันดาเสียงสูงใส่ด้วยความโมโหที่ไม่ได้ดั่งใจ คิรินเริ่มทนไม่ไหว เขาตบโต๊ะเบาๆเพื่อเบรกสถานการณ์ “พอได้แล้วอันดา! เขาเป็นแค่แม่บ้าน จะไปหาอาหารหรูมาจากไหนถ้าไม่ใช่ตลาดในเมือง เลิกหาเรื่องคนอื่นสักทีได้ไหม!” อันดาอ้าปากค้าง น้ำตาคลอหน่วยด้วยความตกใจที่คิรินขึ้นเสียงใส่เธอเป็นครั้งแรก ก่อนจะลุกพรวดออกจากโต๊ะอาหารแล้ววิ่งหนีขึ้นห้องพักไปทันที คิรินถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่าย เขากวาดสายตามองมิลค์ที่ยืนตัวลีบอยู่มุมห้องด้วยความเกรงใจ จึงเอ่ยบอกเสียงเรียบ “เธอเก็บโต๊ะแล้วกลับไปพักผ่อนเถอะ” มิลค์รีบพยักหน้ารับคำแล้วก้มหน้าก้มตาเก็บจานชามออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้คิรินนั่งนิ่งอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบและความหงุดหงิดที่สุมอยู่ในอก หลังจากมิลค์เก็บกวาดโต๊ะอาหารและเดินออกจากบ้านไปแล้ว คิรินก็นั่งนิ่งอยู่ลำพังเพื่อสงบสติอารมณ์นานเกือบชั่วโมง ความเงียบงันรอบตัวทำให้เขาเริ่มทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ และรู้สึกผิดขึ้นมาลึกๆ เขาไม่น่าใช้อารมณ์หรือขึ้นเสียงใส่อันดาแบบนั้นเลย แฟนสาวอุตส่าห์ดั้นด้นขับรถไกลมาหาเพราะความเป็นห่วงและคิดถึง แต่เขากลับปล่อยให้ความหงุดหงิดเรื่องอื่นมาลงที่เธอ เมื่อคิดได้ดังนั้น คิรินจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วสาวเท้าเดินขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้าน เปิดประตูเข้าห้องนอนใหญ่ที่อันดาพักอยู่ ภาพที่เห็นคือร่างบางของแฟนสาวกำลังนอนคว่ำหน้าซุกหมอนสะอื้นไห้ตัวโยนจนน่าสงสาร ความรู้สึกผิดในอกของคิรินพุ่งสูงขึ้นไปอีก เขาเดินเข้าไปใกล้เตียงนอนอย่างเงียบเชียบก่อนจะทรุดตัวลงนั่งลงข้างๆ “อันดา...” คิรินเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว พร้อมกับวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มแล้วลูบเบาๆอย่างปลอบโยน “พี่ขอโทษนะ ที่เมื่อกี้พูดจาแรงใส่อันดาแบบนั้น พี่ไม่ได้ตั้งใจจะหงุดหงิดใส่อันดาเลย” ทันทีที่ได้ยินเสียงและสัมผัสคุ้นเคย อันดาก็รีบพลิกตัวลุกขึ้นโผเข้ากอดเอวสอบของคิรินแน่น ซบใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาลงกับอกกว้าง จากนั้นก็ปล่อยโฮออกมาหนักกว่าเดิม “ฮือ...พี่ใจร้ายกับอันดาจังเลยค่ะพี่คิริน” อันดาพูดทั้งสะอื้น มือบางกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นด้วยความน้อยใจ “ตั้งแต่ที่คุณแม่ของพี่เกลียดและไล่อันดาออกจากบ้าน อันดาก็ไม่มีใครแล้วนะคะ พออันดาขับรถมาไกลเพื่อมาหาพี่ด้วยความเป็นห่วง แต่พี่กลับมาดุมาขึ้นเสียงใส่อันดาต่อหน้าคนงานต่ำต้อยพวกนั้นอีก” คิรินรู้สึกเจ็บแปล๊บในอกเมื่อได้ยินคำตัดพ้อ ยิ่งเห็นน้ำตาของคนที่เขารักยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นแฟนที่แย่ เขาโอบกอดร่างบางเข้ามาแนบอก กระชับวงแขนแน่นเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและคำขอโทษ “โอ๋...ไม่ร้องนะอันดา พี่ขอโทษจริงๆ” คิรินก้มลงกดจูบซับน้ำตาที่ข้างขมับของเธออย่างอ่อนโยน “พี่สัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว ไร่นี่คือบ้านของเรา ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาทำให้เธอเสียใจอีก อย่าร้องไห้เลยนะคนดี” อันดายังคงซบหน้าออดอ้อนอยู่ในอ้อมอกแกร่ง ริมฝีปากที่ซ่อนอยู่หลังไหล่หนากระตุกยิ้มสมใจชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาทำเสียงสะอื้นน่าสงสารต่อเพื่อตอกย้ำให้คิรินยิ่งรู้สึกผิดและมั่นใจในความรักที่เธอมีให้เขามากขึ้นไปอีกช่วงค่ำวันเดียวกัน บนโต๊ะอาหารมิลค์คอยทำหน้าที่ตักข้าวและยกอาหารมาเสิร์ฟด้วยความเงียบเชียบและระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ มือไม้ยังคงสั่นเล็กน้อยจากเหตุการณ์เมื่อกลางวัน ขณะที่อันดานั่งตักอาหารเข้าปากด้วยสีหน้าสบายใจเฉิบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นจังหวะที่มิลค์กำลังจะถอยหลังกลับเข้าไปในครัว อันดาก็เหลือบตามองตามร่างบางด้วยหางตา ก่อนจะวางช้อนลงแล้วเปรยขึ้นมาลอยๆด้วยน้ำเสียงจิกกัดและเจือความไม่พอใจ“นี่พี่คิริน เด็กเสิร์ฟบ้านๆคนนี้นี่ หน้าตาก็ธรรมดา แถมยังดูซื่อบื้อไร้เดียงสาดีเนอะ วันหลังพี่ต้องคอยกวดขันหน่อยนะ อย่าให้มันทำตัวรุ่มร่ามหรือมาทำสายตาอ่อยเหยื่อใส่พี่เด็ดขาดล่ะ อันดาเห็นแล้วขัดตาพิลึก”คิรินที่กำลังตักข้าวเข้าปากชะงักมือไปเล็กน้อย เขาวางช้อนลงแล้วเงยหน้ามองแฟนสาวด้วยความงุนงง “เธอพูดอะไรอันดา อยู่ดีๆไปว่าเขาทำไม มิลค์เขาก็ทำงานเรียบร้อยดีนี่นา”“ก็ทนมองไม่ได้น่ะสิคะ!” อันดาเสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความหึงหวงที่เริ่มปิดไม่มิด “ผู้หญิงหน้าตาแบบนี้แหละตัวดี ไว้ใจไม่ได้หรอกค่ะ อันดาแค่เตือนไว้ก่อน อย่าหาว่าอันดาใจร้ายก็แล้วกัน ถ้าวันไหนเกิดเรื่องขึ้นมา”คิรินขมวดคิ้วมุ่นทันที เริ่มจ
หลังจากบทรักอันเร่าร้อนบนชั้นสองสงบลง ทั้งคู่อาบน้ำแต่งตัวใหม่อย่างสดชื่นแล้วพากันเดินลงมาข้างล่างจังหวะนั้น มิลค์กำลังยกจานอาหารเช้ามาวางจัดเตรียมไว้บนโต๊ะอาหารเสร็จพอดี หญิงสาวรีบถอยหลังออกมาอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวคิรินกับอันดาเดินเคียงคู่กันมานั่งลงที่โต๊ะอาหารด้วยท่าทางอารมณ์ดีและผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด อันดายิ้มแย้มแจ่มใสและตักอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อเห็นว่าทุกอย่างบนโต๊ะเรียบร้อยดีแล้ว มิลค์จึงรีบปลีกตัวเดินเลี่ยงไปทำความสะอาดและจัดระเบียบข้าวของในส่วนอื่นๆของบ้านต่อทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเวลาส่วนตัวของคนทั้งคู่หลังจากอิ่มมื้อเช้าแล้ว คิรินกับอันดาก็พากันย้ายมานั่งพักผ่อนต่อในห้องรับแขก คิรินเหล่มองนาฬิกาข้อมือ นึกถึงงานที่ค้างคาไว้ในสวนส้มจึงหันไปเอ่ยชวนแฟนสาว “อันดา เดี๋ยวพี่จะเข้าไปดูงานในไร่สักหน่อย เธอจะไปเดินเล่นรับลมกับพี่ด้วยไหม”อันดาส่ายหน้าหวือทันที ดวงตากลมโตฉายแววปฏิเสธอย่างชัดเจน “ไม่เอาหรอกค่ะพี่คิริน แดดข้างนอกแรงจะตาย ผิวอันดาไหม้กันพอดี อันดาขออยู่รอรับแอร์เย็นๆและไถโทรศัพท์ดูซีรี่ส์อยู่ในบ้านดีกว่าค่ะ”คิรินพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจและไม่ได
ด้านมิลค์มิลค์เดินกลับถึงบ้านหลังเล็กท้ายไร่ด้วยความเหนื่อยล้า เมื่อเปิดประตูก้าวเข้ามา เธอกวาดหยากไย่และเช็ดถูพื้นห้องจนสะอาดเรียบร้อย แม้บ้านจะเก่าและคับแคบ แต่ความเป็นคนรักความสะอาดทำให้เธอจัดทุกอย่างเป็นระเบียบจัดการบ้านเสร็จท้องก็เริ่มส่งเสียงร้อง มิลค์เดินไปเปิดตู้กับข้าวพบไข่ไก่ไม่กี่ฟอง เธอจึงลงมือทอดไข่เจียวร้อนๆจนส่งกลิ่นหอมหญิงสาวตักข้าวสวยใส่จาน นั่งลงบนเสื่อผืนเก่าที่มุมห้องแล้วกินไข่เจียวคนเดียวเงียบๆท่ามกลางแสงไฟสลัว แม้ในใจจะยังนึกถึงเหตุการณ์ตึงเครียดบนบ้านเจ้านายเมื่อหัวค่ำ แต่มิลค์ก็บอกตัวเองว่าต้องอดทนเพื่ออนาคตข้างหน้าด้านคิรินภายในห้องนอนใหญ่ ทั้งคู่อาบน้ำและเปลี่ยนมาอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยแล้ว คิรินนั่งพิงหลังกับโซฟาปลายเตียง กวาดสายตาไล่ดูอีเมลและข้อความในโทรศัพท์มือถือเพื่อเคลียร์งานอันดาในชุดนอนผ้าซาตินเนื้อนุ่มเดินเข้ามาใกล้ เธอทิ้งตัวลงนั่งเบียดชิดติดกับเขาที่นั่งบนโซฟายาว ยกแขนขึ้นคล้องเกี่ยวท่อนแขนแกร่งไว้แน่น พร้อมกับซบใบหน้าเนียนลงกับไหล่กว้างของแฟนหนุ่มอย่างออดอ้อนดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาด้วยแววตาพราวระยับและเต็มไปด้วยความยั่วยวน ลมหายใจอุ่นๆเป่าร
เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น มิลค์จัดเตรียมสำรับอาหารพื้นบ้านง่ายๆที่ทำจากวัตถุดิบสดใหม่ในไร่ลงบนโต๊ะอาหารอย่างเรียบร้อย แต่บรรยากาศบนโต๊ะกลับไม่ได้น่าเจริญอาหารเลยสักนิดอันดาใช้ปลายนิ้วเขี่ยอาหารในจานไปมา สีหน้าแสดงความรังเกียจอย่างชัดเจน เธอผลักจานอาหารออกห่างตัวทันที“นี่อะไรคะพี่คิริน แกงอะไรหน้าตาน่ากลัว มีแต่ผักกับเนื้ออะไรก็ไม่รู้ อันดาทานไม่ได้หรอกนะ ท้องไส้อันดายิ่งบอบบางอยู่ด้วย เดี๋ยวก็อาหารเป็นพิษพอดี” อันดาส่งเสียงบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจคิรินขมวดคิ้วมุ่น มองอาหารตรงหน้าแล้วเงยหน้ามองแฟนสาว “ก็ที่นี่ต่างจังหวัด จะให้หาอาหารหรูๆจากไหน มากินให้อิ่มเถอะน่า”“อ้าว! นี่พี่ว่าอันดาเรื่องมากเหรอคะ” อันดาวางช้อนกระแทกจานเสียงดัง สีหน้าบึ้งตึงขึ้นทันที “ตั้งแต่ขับรถมาถึงที่นี่ พี่ไม่เคยตามใจอันดาเลยสักอย่าง แถมยังเอาผู้หญิงบ้านนอกคนนั้นมาป้วนเปี้ยนใกล้ตัวอีก หรือว่าพี่รำคาญอันดาแล้ว!”คำพูดตัดพ้อและท่าทางเอาแต่ใจเริ่มทำให้คิรินรู้สึกปวดขมับขึ้นมาจริงๆ เขาอุตส่าห์หนีความวุ่นวายจากเมืองกรุงมาเพื่อหาความสงบ แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นเสียงบ่นไม่หยุดหย่อนของแฟนสาวจังหวะนั้น มิลค์ที่ยืนสงบเสงี่
เช้าวันรุ่งขึ้น มิลค์ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงผ้าฝ้ายสบายๆเดินถืออุปกรณ์ทำความสะอาดก้าวเข้าสู่บ้านพักส่วนตัวของคิรินด้วยความตื่นเต้น เธอตั้งใจไว้ว่าจะต้องทำงานให้ออกมาดีที่สุดเพื่อรักษาหน้าที่นี้ไว้หลายชั่วโมงต่อมาคิรินในชุดลำลองกางเกงวอร์มและเสื้อยืดสีพื้นยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องโถง ใบหน้าคมคายนิ่งสนิท สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบบ้านที่มิลค์เพิ่งเช็ดถูเสร็จหมาดๆ“ตรงนี้ฝุ่นยังติดอยู่” คิรินเอ่ยเสียงเรียบพลางใช้นิ้วชี้แตะที่ขอบหน้าต่างแล้วยกขึ้นให้ดู คราบฝุ่นบางๆติดปลายนิ้วเขาชัดเจน “แล้วก็การจัดวางรองเท้าหน้าบ้าน รองเท้าผ้าใบกับรองเท้าแตะต้องแยกมุมกันให้เรียบร้อย ฉันไม่ชอบความรก”มิลค์รีบก้มมองตาม เม้มปากแน่นด้วยความประหม่า รีบพยักหน้ารับคำทันที “ค่ะคุณคิริน มิลค์จะทำความสะอาดใหม่อีกรอบเดี๋ยวนี้ค่ะ”คิรินมองเด็กสาวที่ไม่มีทีท่าฮึดฮัดหรือบ่นกระปอดกระแปดเหมือนที่เขาคาดไว้ มิลค์เพียงแค่ก้มหน้าก้มตาหยิบผ้ามาเช็ดขอบหน้าต่างจุดเดิมซ้ำอย่างตั้งใจ “เที่ยงแล้ว หิวหรือยัง?” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นลอยๆ ทำเอามิลค์สะดุ้งเงยหน้าขึ้นมอง“เอ่อ...ยังค่ะ มิลค์ยังไม่หิว” มิลค์โกหก ทั้งที่ความจริงตั้งแต่เช้า
คิริน อายุ26ปี สูง185cmเจ้าของไร่ส้มขนาดใหญ่และมีบริษัทรถหรูในกรุงเทพมิลค์ อายุ19ปี สูง160cmทำงานเป็นลูกจ้างในไร่ส้ม มีหน้าที่ทำงานบ้าน ทำอาหารให้เจ้าของไร่ส้ม...............ปึก!เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนกระจกโต๊ะทำงานหรูหราดังสะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัว บรรยากาศภายในห้องเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ แต่กลับร้อนระอุด้วยอารมณ์คุกรุ่นระหว่างแม่ลูก“แม่ไม่เข้าใจว่าลูกยังดึงดันจะคบกับผู้หญิงคนนี้ไปทำไม คิริน!”คุณหญิงรัตนาวดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตึงเครียด ปลายหางตาเหลือบมองไปยังอันดา แฟนสาวไฮโซหน้าตาโฉบเฉี่ยวของลูกชาย ซึ่งกำลังยืนตีหน้าเศร้าสร้อยทำตัวน่าสงสารอยู่ข้างๆโซฟาคิรินยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาติดเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ได้ ดวงตานิ่งขรึมมองมารดาด้วยแววตาแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย เขาเกลียดการถูกบงการ โดยเฉพาะเรื่องหัวใจ“อันดาไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ครับแม่ ทำไมแม่ถึงต้องอคติกับเธอขนาดนี้ด้วย” คิรินเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น“ไม่ได้ทำผิดงั้นเหรอ? หึ!” คุณหญิงแค่นหัวเราะในลำคอ “ลูกหลับหูหลับตาจนไม่เห็นอะไรเลยสินะ ตาบอดเพราะความรักบังตา”“แม่ครับ!” คิรินกดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ข







