LOGINเช้าวันรุ่งขึ้น
มิลค์ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงผ้าฝ้ายสบายๆเดินถืออุปกรณ์ทำความสะอาดก้าวเข้าสู่บ้านพักส่วนตัวของคิรินด้วยความตื่นเต้น เธอตั้งใจไว้ว่าจะต้องทำงานให้ออกมาดีที่สุดเพื่อรักษาหน้าที่นี้ไว้ หลายชั่วโมงต่อมา คิรินในชุดลำลองกางเกงวอร์มและเสื้อยืดสีพื้นยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องโถง ใบหน้าคมคายนิ่งสนิท สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบบ้านที่มิลค์เพิ่งเช็ดถูเสร็จหมาดๆ “ตรงนี้ฝุ่นยังติดอยู่” คิรินเอ่ยเสียงเรียบพลางใช้นิ้วชี้แตะที่ขอบหน้าต่างแล้วยกขึ้นให้ดู คราบฝุ่นบางๆติดปลายนิ้วเขาชัดเจน “แล้วก็การจัดวางรองเท้าหน้าบ้าน รองเท้าผ้าใบกับรองเท้าแตะต้องแยกมุมกันให้เรียบร้อย ฉันไม่ชอบความรก” มิลค์รีบก้มมองตาม เม้มปากแน่นด้วยความประหม่า รีบพยักหน้ารับคำทันที “ค่ะคุณคิริน มิลค์จะทำความสะอาดใหม่อีกรอบเดี๋ยวนี้ค่ะ” คิรินมองเด็กสาวที่ไม่มีทีท่าฮึดฮัดหรือบ่นกระปอดกระแปดเหมือนที่เขาคาดไว้ มิลค์เพียงแค่ก้มหน้าก้มตาหยิบผ้ามาเช็ดขอบหน้าต่างจุดเดิมซ้ำอย่างตั้งใจ “เที่ยงแล้ว หิวหรือยัง?” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นลอยๆ ทำเอามิลค์สะดุ้งเงยหน้าขึ้นมอง “เอ่อ...ยังค่ะ มิลค์ยังไม่หิว” มิลค์โกหก ทั้งที่ความจริงตั้งแต่เช้าเธอกินข้าวต้มมัดไปแค่มัดเดียวเพราะรีบมาทำงาน ท้องไส้เริ่มส่งเสียงประท้วงเบาๆแล้ว คิรินหรี่ตามองหญิงสาวเหมือนจับพิรุธได้ แต่เขาไม่ได้ซักไซ้ต่อ เดินนำไปที่ห้องครัวเปิดตู้เย็นโล่งๆที่มีแต่น้ำเปล่าขวดเดียว “ในตู้เย็นไม่มีอะไรเลย หัวหน้าคนงานไม่ได้พาเธอไปซื้อของเข้าบ้านรึไง” “ยังค่ะ มิลค์กะว่าจะรอเลิกงานช่วงเย็นค่อยไปตลาดสด” คิรินถอนหายใจเบาๆ หยิบขวดน้ำออกมากิน “งั้นก็ไปหาอะไรกินซะ ฉันไม่อยากให้คนในบ้านเป็นลมเป็นแล้ง เดี๋ยวงานบ้านจะเสีย” พูดจบ เขาก็หันหลังเดินกลับเข้าห้องทำงาน ปล่อยให้มิลค์ยืนกะพริบตาปริบๆมองตามแผ่นหลังกว้าง แม้คำพูดจะดูดุและไร้น้ำใจ แต่ลึกๆเธอกลับสัมผัสได้ว่าเขาไม่ได้ใจร้ายอย่างที่คิด เสียงรถสปอร์ตคันหรูที่แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพักทำให้คิรินเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นรถของอันดาแฟนสาว แววตาของชายหนุ่มก็ฉายแววดีใจขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด ประตูกระจกเปิดออก พร้อมกับอันดาในชุดเดรสแบรนด์ดังที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าอิดโรย “พี่คิรินคะ...” เธอดวงตารื้นน้ำตาแล้วโผเข้าสวมกอดเอวเขาแน่น คิรินวางเอกสารลงแล้วโอบกอดร่างบางไว้ทันที ความรู้สึกดีใจที่เธออุตส่าห์ขับรถมาไกลเพื่อมาหาเขาพรั่งพรูขึ้นมา “อันดามาได้ยังไง ทางลำบากแย่เลยสิ” “อันดาคิดถึงพี่นี่คะ...” เธอน้ำตาคลอเบ้า “หลังจากวันที่คุณแม่ของพี่ไล่อันดาแถมยังดูถูกต่างๆนานา อันดาก็แทบจะขาดใจ พอรู้ว่าพี่หนีมาอยู่ที่ไร่ส้ม อันดาก็รีบขับรถมาหาทันที” คิรินนึกถึงเหตุการณ์วันที่แม่ของเขาประกาศกร้าวว่าไม่ชอบอันดา จนทำให้เขาเลือกหอบผ้าหอบผ่อนหนีความอึดอัดมาอยู่ที่นี่ เพื่อที่เขาและเธอจะได้คบหากันอย่างสงบโดยไม่ต้องฟังคำดูถูกจากครอบครัว “ไม่ต้องร้องไห้นะ พี่สัญญาแล้วว่าจะปกป้องเธอ ใครจะว่ายังไงก็ช่าง” คิรินเกลี่ยคราบน้ำตาให้เธอแผ่วเบา “แต่คุณแม่ของพี่เกลียดอันดามากนะคะ ถ้าวันหนึ่งพี่ทนแรงกดดันไม่ไหวล่ะ...” อันดาพูดเสียงสั่น คิรินมองเธอนิ่ง “ไม่มีวันนั้นหรอกอันดา ที่นี่จะเป็นเซฟโซนของเรา ไม่มีใครมาทำร้ายอันดาได้อีก” รอยยิ้มพึงพอใจแวบขึ้นบนใบหน้าของอันดา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อยตามเดิมซึ่งคิรินไม่ได้สังเกตเห็น จังหวะนั้นเอง มิลค์ที่ถือถาดน้ำผลไม้เดินเข้ามาเพื่อเสิร์ฟชะงักฝีเท้ากึกเมื่อเห็นเจ้านายกำลังโอบกอดกับผู้หญิงคนสวย เธอกำลังจะถอยหลังกลับเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน คิรินเหลือบไปเห็นมิลค์ที่ยืนถือถาดน้ำเงียบๆอยู่ตรงประตู เขาจึงผละอ้อมแขนออกจากอันดาเล็กน้อยแล้วเอ่ยเรียก “มิลค์ เอาเข้ามาสิ” มิลค์สะดุ้งเล็กน้อย รีบก้าวเท้าเข้ามาวางถาดน้ำผลไม้และของว่างลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างระมัดระวัง แต่ด้วยความประหม่าทำให้ปลายนิ้วของเธอเผลอทำแก้วน้ำสั่นกระทบถาดเบาๆจนน้ำกระฉอกเลอะขอบถาดเล็กน้อย อันดาที่กำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว ปรายตามองด้วยความหงุดหงิดทันที เธอยกมือขึ้นปัดอากาศตรงหน้าเหมือนรังเกียจฝุ่นละออง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจิกกัด “อุ๊ย ซุ่มซ่ามจริง เป็นแค่เด็กบ้านนอกแท้ๆ มาทำงานเป็นแม่บ้าน แต่แค่วางแก้วน้ำยังทำได้ไม่เรียบร้อยเลยเหรอคะพี่คิริน หน้าตาก็ธรรมดา ท่าทางก็เก้ๆกังๆแบบนี้ จะไว้ใจให้ดูแลบ้านได้ยังไงกัน” มิลค์หน้าเสียทันที เธอก้มหน้ามองพื้นเม้มปากแน่นด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัว “ขอโทษค่ะ มิลค์จะรีบทำความสะอาดเดี๋ยวนี้ค่ะ” เธอยื่นมือสั่นๆจะหยิบผ้ามาเช็ด “พอเเล้วมิลค์ เธอกลับไปทำงานอื่นเถอะ” คิรินเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้เขาจะไม่ได้ต่อว่ามิลค์ แต่แววตาก็นิ่งสนิทไม่ได้แสดงความปกป้องใดๆเช่นกัน มิลค์รีบพยักหน้ารับคำเสียงเบา “ค่ะคุณคิริน” ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินเลี่ยงออกไปจากห้องรับแขกทันที เพื่อหลีกหนีบรรยากาศอึดอัดที่กดทับหัวใจ เมื่อลับร่างของเด็กสาวไปแล้ว อันดาจึงหันมาเบะปากใส่คิรินต่อทันที น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นตัดพ้อแกมเอาแต่ใจ “ทำไมพี่ถึงจ้างเด็กซุ่มซ่ามแบบนั้นมาไว้ใกล้ตัวล่ะคะพี่คิริน มองทีไรก็ขัดหูขัดตา ยิ่งคิดว่าเธอต้องมาเดินป้วนเปี้ยนอยู่ในบ้านหลังเดียวกับพี่ อันดาก็ยิ่งไม่สบายใจเลย” คิรินถอนหายใจเบาๆ เขายกมือขึ้นนวดขมับตัวเองอย่างเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมา เมื่อครู่เขาเพิ่งดีใจที่แฟนสาวอุตส่าห์ตามมาหา แต่พอมาเจอคำบ่นจุกจิกและความเอาแต่ใจแบบเดิมๆ ก็เริ่มทำให้ความรู้สึกผ่อนคลายที่อุตส่าห์หนีมาที่ไร่ส้มเริ่มสั่นคลอนทีละนิดช่วงค่ำวันเดียวกัน บนโต๊ะอาหารมิลค์คอยทำหน้าที่ตักข้าวและยกอาหารมาเสิร์ฟด้วยความเงียบเชียบและระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ มือไม้ยังคงสั่นเล็กน้อยจากเหตุการณ์เมื่อกลางวัน ขณะที่อันดานั่งตักอาหารเข้าปากด้วยสีหน้าสบายใจเฉิบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นจังหวะที่มิลค์กำลังจะถอยหลังกลับเข้าไปในครัว อันดาก็เหลือบตามองตามร่างบางด้วยหางตา ก่อนจะวางช้อนลงแล้วเปรยขึ้นมาลอยๆด้วยน้ำเสียงจิกกัดและเจือความไม่พอใจ“นี่พี่คิริน เด็กเสิร์ฟบ้านๆคนนี้นี่ หน้าตาก็ธรรมดา แถมยังดูซื่อบื้อไร้เดียงสาดีเนอะ วันหลังพี่ต้องคอยกวดขันหน่อยนะ อย่าให้มันทำตัวรุ่มร่ามหรือมาทำสายตาอ่อยเหยื่อใส่พี่เด็ดขาดล่ะ อันดาเห็นแล้วขัดตาพิลึก”คิรินที่กำลังตักข้าวเข้าปากชะงักมือไปเล็กน้อย เขาวางช้อนลงแล้วเงยหน้ามองแฟนสาวด้วยความงุนงง “เธอพูดอะไรอันดา อยู่ดีๆไปว่าเขาทำไม มิลค์เขาก็ทำงานเรียบร้อยดีนี่นา”“ก็ทนมองไม่ได้น่ะสิคะ!” อันดาเสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความหึงหวงที่เริ่มปิดไม่มิด “ผู้หญิงหน้าตาแบบนี้แหละตัวดี ไว้ใจไม่ได้หรอกค่ะ อันดาแค่เตือนไว้ก่อน อย่าหาว่าอันดาใจร้ายก็แล้วกัน ถ้าวันไหนเกิดเรื่องขึ้นมา”คิรินขมวดคิ้วมุ่นทันที เริ่มจ
หลังจากบทรักอันเร่าร้อนบนชั้นสองสงบลง ทั้งคู่อาบน้ำแต่งตัวใหม่อย่างสดชื่นแล้วพากันเดินลงมาข้างล่างจังหวะนั้น มิลค์กำลังยกจานอาหารเช้ามาวางจัดเตรียมไว้บนโต๊ะอาหารเสร็จพอดี หญิงสาวรีบถอยหลังออกมาอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวคิรินกับอันดาเดินเคียงคู่กันมานั่งลงที่โต๊ะอาหารด้วยท่าทางอารมณ์ดีและผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด อันดายิ้มแย้มแจ่มใสและตักอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อเห็นว่าทุกอย่างบนโต๊ะเรียบร้อยดีแล้ว มิลค์จึงรีบปลีกตัวเดินเลี่ยงไปทำความสะอาดและจัดระเบียบข้าวของในส่วนอื่นๆของบ้านต่อทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเวลาส่วนตัวของคนทั้งคู่หลังจากอิ่มมื้อเช้าแล้ว คิรินกับอันดาก็พากันย้ายมานั่งพักผ่อนต่อในห้องรับแขก คิรินเหล่มองนาฬิกาข้อมือ นึกถึงงานที่ค้างคาไว้ในสวนส้มจึงหันไปเอ่ยชวนแฟนสาว “อันดา เดี๋ยวพี่จะเข้าไปดูงานในไร่สักหน่อย เธอจะไปเดินเล่นรับลมกับพี่ด้วยไหม”อันดาส่ายหน้าหวือทันที ดวงตากลมโตฉายแววปฏิเสธอย่างชัดเจน “ไม่เอาหรอกค่ะพี่คิริน แดดข้างนอกแรงจะตาย ผิวอันดาไหม้กันพอดี อันดาขออยู่รอรับแอร์เย็นๆและไถโทรศัพท์ดูซีรี่ส์อยู่ในบ้านดีกว่าค่ะ”คิรินพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจและไม่ได
ด้านมิลค์มิลค์เดินกลับถึงบ้านหลังเล็กท้ายไร่ด้วยความเหนื่อยล้า เมื่อเปิดประตูก้าวเข้ามา เธอกวาดหยากไย่และเช็ดถูพื้นห้องจนสะอาดเรียบร้อย แม้บ้านจะเก่าและคับแคบ แต่ความเป็นคนรักความสะอาดทำให้เธอจัดทุกอย่างเป็นระเบียบจัดการบ้านเสร็จท้องก็เริ่มส่งเสียงร้อง มิลค์เดินไปเปิดตู้กับข้าวพบไข่ไก่ไม่กี่ฟอง เธอจึงลงมือทอดไข่เจียวร้อนๆจนส่งกลิ่นหอมหญิงสาวตักข้าวสวยใส่จาน นั่งลงบนเสื่อผืนเก่าที่มุมห้องแล้วกินไข่เจียวคนเดียวเงียบๆท่ามกลางแสงไฟสลัว แม้ในใจจะยังนึกถึงเหตุการณ์ตึงเครียดบนบ้านเจ้านายเมื่อหัวค่ำ แต่มิลค์ก็บอกตัวเองว่าต้องอดทนเพื่ออนาคตข้างหน้าด้านคิรินภายในห้องนอนใหญ่ ทั้งคู่อาบน้ำและเปลี่ยนมาอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยแล้ว คิรินนั่งพิงหลังกับโซฟาปลายเตียง กวาดสายตาไล่ดูอีเมลและข้อความในโทรศัพท์มือถือเพื่อเคลียร์งานอันดาในชุดนอนผ้าซาตินเนื้อนุ่มเดินเข้ามาใกล้ เธอทิ้งตัวลงนั่งเบียดชิดติดกับเขาที่นั่งบนโซฟายาว ยกแขนขึ้นคล้องเกี่ยวท่อนแขนแกร่งไว้แน่น พร้อมกับซบใบหน้าเนียนลงกับไหล่กว้างของแฟนหนุ่มอย่างออดอ้อนดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาด้วยแววตาพราวระยับและเต็มไปด้วยความยั่วยวน ลมหายใจอุ่นๆเป่าร
เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น มิลค์จัดเตรียมสำรับอาหารพื้นบ้านง่ายๆที่ทำจากวัตถุดิบสดใหม่ในไร่ลงบนโต๊ะอาหารอย่างเรียบร้อย แต่บรรยากาศบนโต๊ะกลับไม่ได้น่าเจริญอาหารเลยสักนิดอันดาใช้ปลายนิ้วเขี่ยอาหารในจานไปมา สีหน้าแสดงความรังเกียจอย่างชัดเจน เธอผลักจานอาหารออกห่างตัวทันที“นี่อะไรคะพี่คิริน แกงอะไรหน้าตาน่ากลัว มีแต่ผักกับเนื้ออะไรก็ไม่รู้ อันดาทานไม่ได้หรอกนะ ท้องไส้อันดายิ่งบอบบางอยู่ด้วย เดี๋ยวก็อาหารเป็นพิษพอดี” อันดาส่งเสียงบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจคิรินขมวดคิ้วมุ่น มองอาหารตรงหน้าแล้วเงยหน้ามองแฟนสาว “ก็ที่นี่ต่างจังหวัด จะให้หาอาหารหรูๆจากไหน มากินให้อิ่มเถอะน่า”“อ้าว! นี่พี่ว่าอันดาเรื่องมากเหรอคะ” อันดาวางช้อนกระแทกจานเสียงดัง สีหน้าบึ้งตึงขึ้นทันที “ตั้งแต่ขับรถมาถึงที่นี่ พี่ไม่เคยตามใจอันดาเลยสักอย่าง แถมยังเอาผู้หญิงบ้านนอกคนนั้นมาป้วนเปี้ยนใกล้ตัวอีก หรือว่าพี่รำคาญอันดาแล้ว!”คำพูดตัดพ้อและท่าทางเอาแต่ใจเริ่มทำให้คิรินรู้สึกปวดขมับขึ้นมาจริงๆ เขาอุตส่าห์หนีความวุ่นวายจากเมืองกรุงมาเพื่อหาความสงบ แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นเสียงบ่นไม่หยุดหย่อนของแฟนสาวจังหวะนั้น มิลค์ที่ยืนสงบเสงี่
เช้าวันรุ่งขึ้น มิลค์ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงผ้าฝ้ายสบายๆเดินถืออุปกรณ์ทำความสะอาดก้าวเข้าสู่บ้านพักส่วนตัวของคิรินด้วยความตื่นเต้น เธอตั้งใจไว้ว่าจะต้องทำงานให้ออกมาดีที่สุดเพื่อรักษาหน้าที่นี้ไว้หลายชั่วโมงต่อมาคิรินในชุดลำลองกางเกงวอร์มและเสื้อยืดสีพื้นยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องโถง ใบหน้าคมคายนิ่งสนิท สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบบ้านที่มิลค์เพิ่งเช็ดถูเสร็จหมาดๆ“ตรงนี้ฝุ่นยังติดอยู่” คิรินเอ่ยเสียงเรียบพลางใช้นิ้วชี้แตะที่ขอบหน้าต่างแล้วยกขึ้นให้ดู คราบฝุ่นบางๆติดปลายนิ้วเขาชัดเจน “แล้วก็การจัดวางรองเท้าหน้าบ้าน รองเท้าผ้าใบกับรองเท้าแตะต้องแยกมุมกันให้เรียบร้อย ฉันไม่ชอบความรก”มิลค์รีบก้มมองตาม เม้มปากแน่นด้วยความประหม่า รีบพยักหน้ารับคำทันที “ค่ะคุณคิริน มิลค์จะทำความสะอาดใหม่อีกรอบเดี๋ยวนี้ค่ะ”คิรินมองเด็กสาวที่ไม่มีทีท่าฮึดฮัดหรือบ่นกระปอดกระแปดเหมือนที่เขาคาดไว้ มิลค์เพียงแค่ก้มหน้าก้มตาหยิบผ้ามาเช็ดขอบหน้าต่างจุดเดิมซ้ำอย่างตั้งใจ “เที่ยงแล้ว หิวหรือยัง?” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นลอยๆ ทำเอามิลค์สะดุ้งเงยหน้าขึ้นมอง“เอ่อ...ยังค่ะ มิลค์ยังไม่หิว” มิลค์โกหก ทั้งที่ความจริงตั้งแต่เช้า
คิริน อายุ26ปี สูง185cmเจ้าของไร่ส้มขนาดใหญ่และมีบริษัทรถหรูในกรุงเทพมิลค์ อายุ19ปี สูง160cmทำงานเป็นลูกจ้างในไร่ส้ม มีหน้าที่ทำงานบ้าน ทำอาหารให้เจ้าของไร่ส้ม...............ปึก!เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนกระจกโต๊ะทำงานหรูหราดังสะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัว บรรยากาศภายในห้องเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ แต่กลับร้อนระอุด้วยอารมณ์คุกรุ่นระหว่างแม่ลูก“แม่ไม่เข้าใจว่าลูกยังดึงดันจะคบกับผู้หญิงคนนี้ไปทำไม คิริน!”คุณหญิงรัตนาวดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตึงเครียด ปลายหางตาเหลือบมองไปยังอันดา แฟนสาวไฮโซหน้าตาโฉบเฉี่ยวของลูกชาย ซึ่งกำลังยืนตีหน้าเศร้าสร้อยทำตัวน่าสงสารอยู่ข้างๆโซฟาคิรินยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาติดเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ได้ ดวงตานิ่งขรึมมองมารดาด้วยแววตาแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย เขาเกลียดการถูกบงการ โดยเฉพาะเรื่องหัวใจ“อันดาไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ครับแม่ ทำไมแม่ถึงต้องอคติกับเธอขนาดนี้ด้วย” คิรินเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น“ไม่ได้ทำผิดงั้นเหรอ? หึ!” คุณหญิงแค่นหัวเราะในลำคอ “ลูกหลับหูหลับตาจนไม่เห็นอะไรเลยสินะ ตาบอดเพราะความรักบังตา”“แม่ครับ!” คิรินกดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ข







