เข้าสู่ระบบบทที่ 2.2 สัมผัสของท่าน ข้าไม่นึกรังเกียจแม้แต่น้อย
อันที่จริงมันย่อมไม่มีข่าวลืออยู่แล้ว เพราะเขาใช้เวลากับข้าจนเกือบย่ำรุ่งเสมอ ใครเลยจะกล้านินทา
“ข้า ข้า” ไฉต๋าตงกลืนน้ำลาย แต่ครานี้เขาไม่ผลักข้าออกไป ถือว่าเป็นเรื่องดีมิน้อย
“ท่านบอกมาเถิด ว่าอยากให้ข้าปรนนิบัติเช่นไร ไม่ว่าจะเป็นท่วงท่าแบบไหน ข้าพร้อมยินยอมมอบร่างกายนี้ให้แก่ท่าน” ข้าเอ่ยพลางเลื่อนมือลงจนเกือบถึงช่วงล่าง
“เอ่อ...” อีกฝ่ายดูเหมือนตกใจ เมื่อปลายนิ้วข้ากำลังลูบไล้ผ่านส่วนที่เป็นชายภายใต้ผ้าผืนหนานี้
“หรือท่านกังวลในขนาดเช่นนั้นหรือ ไม่ต้องกังวลไปหรอก ไม่ว่าท่านจะเป็นเช่นไร ข้ายินดีน้อมรับไว้” ข้าเอ่ยขึ้นเมื่อรับรู้ได้ว่ามีสิ่งใดกำลังดุนเนื้อผ้าขึ้นมา
“เหม่ยหลิน ข้า ข้า” ไฉต๋าตงกลืนน้ำลาย ท้ายที่สุดเขาเอื้อมมือมากุมมือข้าไว้ แต่ข้ากลับรับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็ว
“นายท่าน” ข้าเงยหน้าสบตากับเขา เป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายมีสีหน้าตื่นตระหนกเช่นนี้ “ท่านไม่พึงพอใจในตัวข้างั้นหรือ”
“ไม่ใช่เหม่ยหลิน! ข้านั้นชื่นชมในตัวเจ้ามาก แต่ว่า...”
“แต่ว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ” ข้าเอ่ยเสียงแผ่วเบา มองริมฝีปากอีกฝ่ายที่เผยอขึ้นอย่างลืมตัว
“ข้าอายุย่างเข้าสิบเก้าปีแล้ว แต่ข้ายังไม่เคยแตะต้องหญิงใดมาก่อน ข้าเกรงว่าจะไม่สามารถมอบความสุขสำราญให้แก่เจ้าได้” ไฉต๋าตงกล่าวพร้อมใบหน้าที่ขึ้นสีแดงฉาน สีเดียวกันกับชุดข้า
ถึงกระนั้นข้ากลับตกใจในเรื่องที่เขาบอกเสียมากกว่า ข้าไม่ได้หัวเราะออกไป หรือแม้แต่ไม่ได้แสดงสีหน้าเศร้าโศกเสียใจด้วยซ้ำ ทำไมมันถึงจะต้องแปลกด้วยเล่า จะมีผู้ใดบ้างที่เกิดมาแล้วรู้วิธีสำราญโลกา ดื่มสุราเคล้านารีกัน
“นายท่านไยไม่บอกข้าแต่แรกเล่า” ข้าเอ่ยพลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ไม่ใช่เพราะข้าไม่เย้ายวน แต่เพราะเขาไม่รู้วิธีเข้าหาสตรีต่างหากหรือนี่ ข้าสบตากับเขาแล้วระบายยิ้มอ่อนหวาน ครานี้ข้าไม่ยอมให้เขาหันหน้าหนีไปอีกแล้ว
“ถ้าเช่นนั้นท่านอยากเรียนวิธีเอาใจสตรีจากข้าหรือไม่” ข้าเอ่ยเสียงกระเส่า เคลื่อนย้ายกายไปนั่งซ้อนบนตักอีกฝ่าย ข้ารับรู้ได้ว่าเขาเองนั้นก็เกิดอารมณ์ เหตุใดจะต้องปล่อยค่ำคืนนี้ให้เสียเปล่ากัน
“ข้าอยากเอาใจเจ้ามากกว่า” ไฉต๋าตงพึมพำ ซึ่งข้าได้ยินไม่ค่อยถนัดนัก แต่ยังไม่ทันได้ถามให้มากความ อีกฝ่ายพยักหน้าอย่างช้า ๆ แม้ว่าเสียงหัวใจอีกฝ่ายยังคงดังระรัว
“ถ้างั้นบทเรียนแรกที่ข้าจะสอนท่าน จุมพิตข้าให้เหมือนข้าคือนางในดวงใจดีหรือไม่” ข้าเอ่ยพลางยกยิ้มอ่อนหวาน “ท่านเพียงแค่ทำตามข้าเท่านั้นนายท่าน ข้ามั่นใจมากว่าท่านจะต้องพึงพอใจ”
เราทั้งคู่สบสายตากัน เขาเม้มปากบางเบา จนท้ายสุดเขายอมเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ ข้าเอื้อมมือประคองศีรษะอีกฝ่าย ในครานี้ที่เราผสานลมหายใจกัน ไม่ได้เพียงแค่ถูกหันหน้าหนีจนต้องเสียความมั่นใจอีกแล้ว
ริมฝีปากเขาประทับลงบนริมฝีปากข้า ข้าขบเม้มปากเขาเบา ๆ แล้วค่อย ๆเคลื่อนฝ่ามือลูบใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่ผิดกลับครั้งแรกที่ได้เจอ เมื่อข้าหยุดลงมือ เขาเริ่มทำแบบเดียวกับที่ข้านำ ไฉต๋าตงขบเม้มเบา ๆ เช่นเดียวกัน เขารั้งศีรษะข้าให้รับสัมผัสจากเขาได้ถนัดนัก
เราผลัดกันจูบอยู่แบบนั้น จนลมหายใจแทบขาดช่วง พวกเราผละออกจากกัน แม้ว่าเขายังคงจับจ้องมายังข้า แววตาเขาสั่นไหว แต่ปลายนิ้วหยาบกระด้างที่ลูบพวงแก้มสีแดงระรื่นนี้ มันกลับไม่ทำให้ข้านึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย
เขาคือบุรุษเพียงหนึ่งเดียวที่ยอมรับในตัวข้า ยอมรับในความสามารถของข้า ไม่ใช่ที่เรือนร่างอรชรนี่ หรือไม่ใช่ใบหน้าหวานที่ใคร ๆต่างกล่าวขาน
แต่เขายอมรับข้าที่เป็นเฟยเหม่ยหลิน ไม่ใช่นางคณิกาหนึ่งในสาวงามของแคว้น
บทที่ 1.4 เอาคืน"หึ! หรือเจ้าคาดหวังสิ่งใด อยากให้ข้าใส่เข้าไปในตัวเจ้างั้นหรือ” หลั่วหยางแสยะยิ้มร้าย มองนางที่ไม่ตอบเอาแต่นอนนิ่ง ๆพร้อมแรงหอบหายใจที่ยังคั่งค้าง“ได้โปรดอย่ามองข้าเช่นนั้นเลย” เหม่ยหลางเอ่ยตอบในที่สุดเวยหลั่วหยางมองนางทั้งตัว ในใจนึกเหยียดกับการร้องขอของนาง หากตัวนางยังไม่พึงพอใจที่ถูกมองเช่นนี้ แล้วหลี่ฟ่านปิงเล่า นางคงไม่รู้สึกอกแตกตายเลยหรือชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าหาอีกครั้ง พร้อมมอบยิ้มร้ายที่ครั้งหนึ่งเขาไม่เคยคิดว่าจะมอบให้อิสตรี“ถ้าเจ้ารังเกียจข้า เช่นนั้นนายทหารข้างนอกกระโจมนั่นเจ้าคงไม่รังเกียจ”เหม่ยหลางเบิกตาโต นางเม้มปากแน่นพร้อมทั้งส่ายหน้า อุตส่าห์รอดพ้นจากพวกโจรทั้งหลายในค่ายนั้นมาได้แล้ว ยังต้องพยายามหนีให้พ้นนายทหารอีกหรือ“ทหาร! พานางไปให้เพื่อนร่วมรบเชยชมหน่อยซิ” เวยหลั่วหยางออกคำสั่ง โดยไม่สนใจเลยว่าหญิงสาวหน้าซีดเผือดเช่นไร ก่อนผละออกจากร่างบางเพื่อออกไปจากกระโจมเจียเหม่ยหลางพยายามลุกขึ้นหมายคว้าแขนชายหนุ่ม อ้อนวอนยอมบอกทุกสิ่ง ทว่าเขาหาได้สนใจไม่ จนกระทั่งนายทหารทั้งส
บทที่ 1.3 เอาคืน“นะ นายท่าน!” เหม่ยหลางส่งเสียงระงม เมื่อลำคอเรียวระหงถูกดูดเม้มจนเจ็บเสียดนางตัดสินใจยกมือหมายดันอีกฝ่ายออกไป ทว่าเขาไม่คิดหยุดการกระทำแสนอุกอาจ มือหนารวบข้อมือเล็กดันไว้เหนือศีรษะทั้งสอง ส่วนมืออีกข้างขยำทรวงอกอิ่มที่เต็มไม้เต็มมือ โดยมิวายริมฝีปากยังคงซอกซอนตามเนินนุ่มเขาช่างไม่ปรานีเอาเสียเลย ยิ่งได้ยินเสียงร้องสาวงาม เขายิ่งระดมจูบด้วยความป่าเถื่อน ชายหนุ่มเช่นเขาอดอยากมาจากไหนกัน ทว่าเมื่อนึกถึงหญิงสาวที่นางส่งมอบเข้าปากเสือ คงไม่ผิดแปลกที่คนผู้นี้เดือดดาลเช่นนี้หากแต่ว่านางอยากให้เขาอ่อนโยนลงหน่อย หรืออย่างน้อยประทับจูบลงบนริมฝีปาก หยอกเย้านางอย่างเช่นที่ท่านหัวหน้าทั้งสองทำ“อื้อ!” เหม่ยหลางส่งเสียงเบา ๆ เมื่อชายหนุ่มเม้มยังเนินอก ตอนนี้นอกจากลำคอที่นางแสนภาคภูมิใจแล้ว ยังมีเนินอกที่ถูกสร้างสัญลักษณ์เอาไว้ เป็นรอยแดงจาง ๆที่อีกไม่ช้าอาจขึ้นสีเข้มมากขึ้นกว่าเดิมได้“เจ้านี่ช่างหน้าไม่อายนัก” ชายหนุ่มเงยหน้ากระซิบข้างใบหูเล็ก เขาออกแรงบีบหน้าอกอีกครั้งเรียกเสียงร้องจากนางได้พอควร“ข้า ข
บทที่ 1.2 เอาคืน“นะ นางเป็นนางระบำที่ข้าส่งมอบให้ท่านหัวหน้า ข้ารู้แค่นั้นจริง ๆ” เหม่ยหลางเอ่ยเสียงสั่น นางแทบอดกลั้นไม่ไหวอยากล้มพับนั่งลงไป ทว่าสายตาของเขากลับสะกดกลั้นให้นางยังยืนขาแข็งได้เวยหลั่วหยางเพียงมองร่างเล็กนิ่ง ๆ คำพูดนางก็ถือว่าตรงกับรายงานที่ได้รับในฉบับล่าสุด ทว่าเช่นนั้นนางต้องรู้แน่ว่าหลี่ฟ่านปิงหายตัวไปที่ใด“เครื่องมือทรมานมาแล้วขอรับ” นายทหารผู้หนึ่งเข้ามารายงานพร้อมถือถาดขนาดใหญ่ชายหนุ่มมองสิ่งของที่ถูกนำเข้ามา เขาไล่สายตาสำรวจทุกชิ้นพร้อมทั้งที่หญิงสาวลอบมองสิ่งของเหล่านั้นด้วยเช่นกัน“ออกไปได้” หลั่วหยางออกคำสั่ง นายทหารผู้นั้นจึงรีบออกไปทันที เขาไม่อยากคิดเลยว่าแม่นางที่ดูอ่อนแอจะรอดพ้นได้อย่างไรภายในกระโจมกลับมาเหลือเพียงคนทั้งคู่อีกครั้ง เขามองนางที่แสดงสีหน้าแตกตื่นพร้อมตัวสั่นอย่างกับลูกนก ในใจเขาก็เริ่มเกิดแผนการบางสิ่ง อีกทั้งพอไล้สายตาสำรวจร่างอรชร ใจของเขายิ่งอยู่ไม่สุข“เจ้าว่าคนสวยเช่นเจ้า หากโดนทรมานจนร่างกายสะบักสะบอม เจ้าว่าเจ้ายังจะสวยอีกหรือไม่” หลั่วหยางกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้
บทที่ 1.1 เอาคืนม้าเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่แม้แต่ทิวทัศน์ข้างทางยังมองไม่ชัด ต่อให้อยู่ภายในอ้อมกอดแข็งแกร่ง ในใจ เจียเหม่ยหลางรู้ดีว่าคนผู้นี้ยินดีถีบนางตกหลังม้าเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ นางจึงไม่คิดขัดขืนทำเพียงนั่งเงียบ ๆด้วยหัวใจลุ่ม ๆ ดอน ๆนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆในอดีตจนกระทั่งมาถึงค่ายทหารที่อยู่ไม่ไกลพร้อมนายทหารรักษาเวรยามอย่างหนาแน่น ตอนนี้ต่อให้นางอยากหนีก็คงเป็นเรื่องยากเสียแล้ว“เข้าไป” หลั่วหยางผลักแผ่นหลังบางเข้าไปในกระโจมแห่งหนึ่ง ก่อนหันไปสั่งนายทหารที่ยืนอยู่ข้างนอก “จัดเตรียมเครื่องมือทรมานมาให้ข้าเท่าที่หาได้”“ขอรับ” นายทหารรับคำแล้วรีบออกไปทำตามคำสั่ง โดยไวเครื่องมือทรมาน!เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นริมไรผม เหม่ยหลางกลืนน้ำลาย ค่อย ๆใช้สายตาสำรวจภายในกระโจม ในนี้แม้มืดไปเสียหน่อย แต่พอมองออกได้ลาง ๆ ว่ามันเป็นกระโจมของหัวหน้ากองทหาร นางลอบมองชายหนุ่มที่เดินตามเข้ามา สองขาเล็กแทบอ่อนแรงพอได้พิจารณาหน้าตาอีกฝ่ายอย่างละเอียดถี่ถ้วนจอมทารุณเว
บทนำ 1.2 การพบเจอกันครั้งแรกหญิงสาวแทบปล่อยโฮ นางไม่รู้ว่าคนข้างหลังคือผู้ใด แต่นางเชื่อว่าอีกฝ่ายสามารถทำตามที่พูดได้จริง ราวกับนางหนีเสือปะจระเข้ เหตุใดนางถึงได้ดวงอับโชคยิ่งนัก“ขะ ข้ามีนามว่าเจียเหม่ยหลางเป็นหัวหน้าคณะนางระบำ”นามนี้ช่างคุ้นหูเขานัก ราวกับว่าเป็นนามที่เคยเห็นผ่านตาในหน้าจดหมายลับมาก่อน ถึงแม้ว่าเสี้ยวหนึ่งในจิตใจเขาไม่เชื่อ แต่ว่าพอพิจารณารูปร่างอีกฝ่ายประกอบคำพูด ใช่ว่าจะไม่น่าเชื่อถือเขายืนคิดเงียบ ๆอยู่เช่นนั้นราว ๆหนึ่งจิบชา หากว่าแม่นางผู้นี้มีอำนาจในค่ายอยู่บ้าง ก็ไม่แน่ว่าความลับของชุมโจรนางจะไม่รู้อันใดเลย อีกทั้งเขาเป็นห่วงท่านรองแม่ทัพหลี่ที่เข้ามาก่อนหน้า เพราะข่าวคราวถูกตัดขาดไปตั้งแต่การรายงานครั้งล่าสุด ใจของเขาจึงร้อนรุ่มยิ่งนัก ถ้าหากแผนการของเขาพาสหายสาวมาสู่ความตาย เขาก็มิอาจมองหน้าพี่ชายนางได้อีกชายหนุ่มลอบมองรอบข้างอีกครั้ง หากยังยืนอยู่ต่อไปเกรงว่าเขาอาจถูกจับได้ หรือแม้แต่คนเช่นนางหายตัวไปก็อาจสร้างความโกลาหลได้อย่างยิ่ง เช่นนั้น...“เจ้าจงมากับข้า” ชายหนุ่มกล่าวอีกครั้ง ก่อนคว้า
บทนำ 1.1 การพบเจอกันครั้งแรกภายในช่องทางลับที่ชักนำเส้นทางไปสู่ห้อง ๆหนึ่ง ภายใต้บานประตูที่ไม่ใหญ่มากนักได้เก็บซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ชุมโจรแห่งนี้ล้วนแล้วไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของหัวหน้าค่าย ต่างรู้เพียงแค่ว่าพวกเขาทำการปกครองร่วมกัน คงมีเพียงคนไม่กี่คนที่ล่วงรู้ความลับนี้และต้องเก็บซ่อนมันไว้หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นเจียเหม่ยหลางหัวหน้าคณะนางระบำ ดวงหน้าเล็กถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางสีชาด ปากอวบอิ่มนั้นมีไว้เพื่อยั่วยวนให้ใครต่อใครต่างหลงใหล รูปร่างอรชรมีทรวงทรงน่าพึงพอใจ กับแผ่นหลังขาวเนียนผ่องสร้างความกระชุ่มกระชวยต่อเหล่าผู้พบเห็นทั้งหมดทั้งปวงล้วนเคยเป็นหนึ่งในคำสร้างความสำราญ ทว่าในครานี้ที่นางต้องทนฟังเสียงครางหวานจากคนสนิท ในใจนางยิ่งรู้สึกบอบซ้ำ“ความภักดีของเจ้าทุกคนล้วนรู้ดี” คนสนิทของหัวหน้าเอ่ย เขาหลุบตามองร่างบางที่เผยเนินอกอิ่ม “แต่สายลับก็เป็นสิ่งที่เจ้าไม่ควรยุ่มย่าม”“ได้โปรดเถิดท่านผู้เฒ่า นางไม่ได้เป็นสายลับจริง ๆหรอกท่านเชื่อข้า นางอ่อนต่อโลกขน







