จอมทัพข้ามภพลิขิตรักบุตรสาวกังฉิน

จอมทัพข้ามภพลิขิตรักบุตรสาวกังฉิน

last update最終更新日 : 2026-06-03
言語: Thai
goodnovel16goodnovel
評価が足りません
38チャプター
1.3Kビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

ทะลุมิติ/ย้อนยุค/ย้อนเวลา

รักคนเดียว

พระเอกเก่ง

จักรพรรดิ/ฮ่องเต้

แม่ทัพ

คุณหนู

ข้ามเวลาไปอดีต

นางเกิดเป็นบุตรสาวของแม่ทัพแม้นางจะเป็นดั่งไข่มุกในเปลือกหอยแห่งตระกูล แต่ไข่มุกนั้นกลับถูกจองจำไว้ในเงามืดที่นางมิอาจหลีกหนี ร่างกายของเว่ยจิ้งซินอ่อนแอตั้งแต่แรกเกิด นางเติบโตในห้องที่เต็มไปด้วยยาสมุนไพรและเสียงถอนหายใจของหมอหลวง ใฝ่ฝันถึงอิสรภาพที่ไม่เคยเอื้อมถึง และแม้บิดาของนางจะรักและหวงแหนเพียงใด... ท้ายที่สุด นางก็ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือ เมื่อคำสั่งให้แต่งงานกับบุตรชายของแม่ทัพใหญ่อีกตระกูลหนึ่งถูกประกาศ เว่ยจิ้งซินมิอาจขัดขืน นางเฝ้ารอวันแต่งงานราวนักโทษ แต่แล้ว... เทวดาฟ้าดินกลับยังไม่ละเมตตา การทรยศอันไม่คาดฝันเกิดขึ้น การแต่งงานซึ่งเป็นเส้นทางสู่พันธนาการนิรันดร์จึงถูกยกเลิกกลางคัน และในห้วงเวลานั้นเองนางได้รับสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน… โอกาสที่จะได้ก้าวออกจากจวน โอกาสที่จะได้เผชิญโลกภายนอกด้วยหัวใจของตนเองเป็นครั้งแรก ไม่ใช่ในฐานะบุตรสาวของแม่ทัพผู้โหดเหี้ยม แต่ในฐานะตัวของเว่ยจิ้งซินหญิงสาวที่ยังไม่รู้ว่าตนเองมีค่ามากเพียงใด ในห้วงเวลาเดียวกันนั้นเองชายหนึ่งจากอีกฟากของกาลเวลา ก็กำลังตื่นขึ้นในโลกที่เขาไม่รู้จัก... โชคชะตาเริ่มขีดเส้นแล้ว และหนทางของเขาและนางกำลังจะมาบรรจบกัน      

もっと見る

第1話

ตอนที่ 1 อัญมณีแห่งกองทัพ

เพลิงสงครามลุกโชนกลางผืนแผ่นดินที่แตกร้าว ควันดำทะยานสู่ฟากฟ้าดั่งมังกรบ้าคลั่ง กลิ่นดินปืนคละคลุ้งบดบังแม้แต่กลิ่นเลือด เสียงระเบิดดังสนั่นจนพื้นดินสะเทือนเป็นจังหวะ เสียงตะโกน คำสั่ง และเสียงกรีดร้องของชีวิตที่ถูกพรากดังกระทบโสตประสาทในทุกทิศทาง

แต่ในใจกลางของนรกบนดินนั้น กลับมีหนึ่งบุรุษยืนหยัดอย่างไม่ไหวเอน

ร้อยเอกหลู่หานเฟิงเขามิใช่เพียงนายทหารยศสูง แต่คือสัญลักษณ์ของชัยชนะ ผู้ที่เหล่าทหารนับร้อยเชื่อมั่นถึงขีดสุด เขาคือผู้บัญชาการแนวหน้า ดั่งเสาหลักที่แม้พายุแห่งโลหิตจะพัดกรรโชกเพียงใดก็ไม่เคยเอนลง

ร่างสูงในชุดสนามสีเขียวเข้มเปรอะเปื้อนด้วยคราบควันและดินสีคล้ำ ใบหน้าภายใต้หมวกเหล็กเปื้อนเหงื่อและฝุ่น แต่ดวงตานั้นยังคงคมกริบและนิ่งสงบดั่งกระจกน้ำแข็ง

“กระจายแนวรุกทางขวา ประสานชุด B ทิศ 9 นาฬิกา!”เสียงของเขาดังกังวาน ไม่ดังมาก แต่หนักแน่นจนทะลุผ่านเสียงกลบของสงครามไปถึงทุกหู

ไม่มีความตื่นตระหนก ไม่มีคำสั่งซ้ำซากมีแต่ความแม่นยำ และเด็ดขาด

ทหารของเขาขยับทันทีตามคำสั่ง ราวกับกลไกที่ถูกฝึกจนแม่นยำทุกจังหวะ ทุกก้าวที่เคลื่อนล้วนมั่นคง เพราะพวกเขารู้ตราบใดที่มีหลู่หานเฟิงอยู่แนวหน้า พวกเขาจะไม่พ่าย

เขาเคลื่อนตัวไปพร้อมหน่วยหน้า สอดประสานการยิงกับเหล่าทหาร ปลายกระบอกปืนของเขาไม่เคยลังเล ทุกนัดคือการปิดบัญชีศัตรูอย่างเฉียบขาด วิถีกระสุนดั่งพายุเหล็กที่ไม่เปิดโอกาสให้ความเมตตา

ฝุ่นระเบิดลอยสูงรอบตัวเขา เศษดินและเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ แต่ชายผู้นี้ยังคงทะยานฝ่าเข้าไป หัวใจของศึกอยู่ตรงนั้น เขาจะนำชัยออกมาให้ได้...เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาแต่ในขณะที่กองรบกำลังได้เปรียบ ในวินาทีนั้นเองเสียงฟ้าคำรามกึกก้องเหนือศีรษะ

พายุหมุนแปลกประหลาดพัดผ่านกลางสนามรบ เมฆสีดำคลุ้มหนาทึบแผ่ปกคลุมราวม่านมรณะ เสียงกระแสไฟฟ้าแตกกระจายกลางอากาศ ทุกคนหยุดชะงักโดยไม่รู้ตัวแล้วแสงสีขาวก็พุ่งตัดท้องฟ้าฟาดลงบนร่างของเขาโดยตรง ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีการต่อต้านมีเพียงแสงสว่างเจิดจ้าในพริบตาและจากนั้น... ความเงียบ

ร่างของร้อยเอกหลู่หานเฟิง... หายไปอย่างลึกลับ ท่ามกลางสมรภูมิที่ยังคงคุกรุ่นด้วยกลิ่นควันและเสียงครวญครางของผู้บาดเจ็บไม่มีใครเห็นว่าเขาจากไปอย่างไร ไม่มีคราบเลือด ไม่มีอาวุธตกหล่น ไม่มีซากหรือเงา ทุกสิ่งเงียบงัน ราวกับเขาไม่เคยยืนอยู่ ณ ที่นั้นจริง ๆ

สำหรับกองทัพแล้วนี่คือความสูญเสียครั้งใหญ่หลวงที่สุดหลู่หานเฟิงไม่ใช่แค่ทหารฝีมือดี หากแต่คือเสาหลักของเหล่าพลรบ เป็นอัญมณีแห่งสมรภูมิที่แม้แต่ศัตรูยังเกรงกลัวในทุกสงคราม เขาคือผู้นำชัยในทุกความหวัง เขาคือประกายสุดท้ายของแสงไฟภายหลังสิ้นเสียงปืนและหมอกควันจางลง ผู้บัญชาการสูงสุดออกคำสั่งเด็ดขาด“จงค้นหาเขาให้พบถึงแม้ว่าจะเป็นร่างที่ไร้ลมหายใจก็ตาม!”

หน่วยลาดตระเวนพิเศษ ทหารรบแนวหน้า แม้แต่เครื่องตรวจจับความร้อนหรือโดรนบินสำรวจ... ต่างถูกระดมทั้งหมดเพื่อภารกิจเพียงหนึ่งเดียวตามหาร่างของร้อยเอกหลู่หานเฟิง แต่วันแล้ววันเล่า... ภูเขา ทุ่งระเบิด แนวเพลิง รวมทั้งแม่น้ำถูกปูพรมค้นหากลับไม่พบแม้แต่เศษผ้า ในที่สุดเสียงลือก็เริ่มกระซิบจากปากหนึ่งสู่ปากหนึ่งว่า...“เขา...คงตายไปแล้ว” ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยไม่เหลือความหวังแม้จะไร้ร่างให้ฝัง แต่พิธีศพก็จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ

ในห้องประชุมกลางฐานบัญชาการ แท่นเหล็กถูกตั้งขึ้นกลางสนามธงธงชาติปักครึ่งเสาเหรียญกล้าหาญมันวาววางเคียงข้างหมวกทหารของเขารูปถ่ายใบหนึ่งวางบนกรอบดำนายพลระดับสูงเข้าร่วมเหล่าทหารแนวหน้าคุกเข่าร่ำไห้และบทสดุดีแห่งความกล้าหาญดังก้องไปทั่วฐานบัญชาการ

“ขอให้ดวงวิญญาณของเขา อยู่ในสมรภูมิที่ไร้เสียงปืนตลอดกาล”

แต่ใครเลยจะรู้... ว่าในขณะที่โลกเบื้องหลังยังคงร่ำไห้ให้กับการจากไปของเขาร้อยเอกหลู่หานเฟิง กลับค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่ทอดยาวสุดสายตาเสียงหนึ่งดังเข้ามาในโสตประสาทของเขา... เสียงกรีดร้อง เสียงโห่คำราม เสียงอาวุธฟาดฟันกันอย่างดุดัน มันไม่ใช่เสียงระเบิดหรือปืนกลเหมือนที่เขาคุ้นเคย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโกลาหลที่แปลกประหลาดจนน่าขนลุก

"นี่เราอยู่ที่ไหน..."เสียงทุ้มต่ำของเขาพึมพำออกมาอย่างงุนงง ดวงตาคมกริบกะพริบถี่ก่อนจะปรับสายตาเขาไล่มองไปรอบกายอย่างระแวดระวังเขายกมือขึ้นแตะหัวตัวเองเบา ๆ ไม่มีบาดแผล ไม่มีหมวกกันกระสุน ไม่มีอุปกรณ์สื่อสารเขา... ยังสวมเครื่องแบบทหารแต่นี่ไม่ใช่สนามรบที่เขาคุ้นเคย

เบื้องล่างจากยอดเขาที่เขายืนอยู่เขามองเห็นลานกว้างโล่งที่เต็มไปด้วยกลุ่มคนจำนวนมาก… นับพัน นับหมื่นทุกคนล้วนแต่งกายด้วยชุดเกราะโบราณ หลากสี หลายธง หลายสังกัด พวกเขากำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดกลางทุ่งโล่ง กรีดร้อง สะบัดดาบ ปะทะหอก โล่ไม้กระทบกันเสียงดังกึกก้อง

“นี่มันอะไรกัน?” หลู่หานเฟิงขมวดคิ้วแน่น สายตาจับจ้องลงไปยังภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตนเองแล้วเขาก็พูดขึ้น พลางหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างไม่แน่ใจ“กำลังถ่ายภาพยนตร์กันอยู่เหรอ?” เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ยืนพิงต้นไม้ใหญ่ สูดลมหายใจลึก“ฉากสมจริงขนาดนี้... เสื้อเกราะ ฉากต่อสู้ เอฟเฟกต์เสียง แถมไม่ให้เห็นกล้องซักตัว” เขาพูดพึมพำกับตัวเอง ไม่ขาดปาก ขณะที่ยังจ้องลงไปเบื้องล่าง เสียงโห่ร้องของแม่ทัพ เสียงธนูปักร่าง เสียงศพล้มครืน...“โห... สมจริงสุดๆ”

เขายังไม่รู้เลย... ว่าสิ่งที่เขาเห็น ไม่ใช่กองถ่ายภาพยนตร์ใดๆ และที่เขายืนอยู่มิใช่สนามรบจำลอง แต่คือโลกอีกใบโลกที่ย้อนกลับไปไกลเกินกว่าจินตนาการของทหารคนหนึ่งจะเข้าใจได้ในทันที

ในระหว่างที่ หลู่หานเฟิง ยังคงยืนอยู่บนเนินเขา เพลิดเพลินกับฉากสนามรบ ทว่า เสียงหนึ่งก็ดังแทรกความคิดของเขาเข้ามาจากทางด้านหลังเสียงชายคนหนึ่ง ทุ้มต่ำ แฝงด้วยอำนาจและความระแวดระวัง

"เจ้าเป็นใคร? ใช่ไส้ศึกของศัตรูหรือไม่? ทำไมแต่งกายแปลกประหลาดนัก!"

หลู่หานเฟิงหันขวับไปตามเสียงเบื้องหลังคือชายสวมเกราะเหล็กเต็มยศ มือหนึ่งจับดาบยาว อีกมือเท้าเอว สีหน้าเย็นชา สายตาจับจ้องเขาไม่กระพริบ ราวกับกำลังประเมินเป้าหมายเขาอึ้งไปชั่วขณะเสียงสนามรบทำให้เขาไม่ได้ยินฝีเท้าของอีกฝ่ายเข้ามาเลยแม้แต่น้อย

"ใจเย็นก่อนพี่ชาย" หลู่หานเฟิงยกสองมือขึ้นในท่าป้องกันตัวแบบไม่เป็นพิษเป็นภัย"ผมเป็นทหาร ผมหลงทางมา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่กำลังถ่ายหนังอะไรกันอยู่"

คำว่า ทหาร ดูจะจุดประกายบางอย่าง ใบหน้าชายสวมเกราะขมวดคิ้วแน่นขึ้น ดวงตาเปลี่ยนจากเย็นชาเป็นเคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิม และก่อนที่หลู่หานเฟิงจะพูดอะไรต่อ ทหารอีกนายก็วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว คุกเข่ารายงานต่อเขาเสียงดัง

"ท่านแม่ทัพ! ข้าคิดว่าชายผู้นี้ต้องเป็นไส้ศึกของศัตรูแน่! เสื้อผ้าประหลาดเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่ชาวแคว้นเรา!"

เสียงเสี้ยมดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากลูกน้องปลายแถว ที่ดูจะหวังสร้างความดีความชอบแต่หลู่หานเฟิงกลับยืนนิ่ง สีหน้าเขาเริ่มเปลี่ยนจากที่เคยคิดว่ากำลังอยู่ในกองถ่ายภาพยนตร์ ตอนนี้หัวใจของเขาเริ่มเต้นแรงขึ้นทีละจังหวะบรรยากาศรอบกาย... เสียงฝีเท้าทหาร... กลิ่นเหงื่อ ดิน และเลือดแม้แต่ความเย็นของโลหะที่สะท้อนแดดบนชุดเกราะของคนตรงหน้า ล้วนจับต้องได้เกินกว่าจะ จำลอง

“นักแสดงอะไรจะอินกับบทได้ขนาดนี้...” เขาคิดในใจแต่ลึกลงไป... มีบางอย่างบอกเขาว่านี่... ไม่ใช่การถ่ายทำนี่คือของจริงและเขาอาจไม่ได้อยู่ในโลกเดิมอีกต่อไปแล้ว

もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む
コメントはありません
38 チャプター
ตอนที่ 1 อัญมณีแห่งกองทัพ
เพลิงสงครามลุกโชนกลางผืนแผ่นดินที่แตกร้าว ควันดำทะยานสู่ฟากฟ้าดั่งมังกรบ้าคลั่ง กลิ่นดินปืนคละคลุ้งบดบังแม้แต่กลิ่นเลือด เสียงระเบิดดังสนั่นจนพื้นดินสะเทือนเป็นจังหวะ เสียงตะโกน คำสั่ง และเสียงกรีดร้องของชีวิตที่ถูกพรากดังกระทบโสตประสาทในทุกทิศทางแต่ในใจกลางของนรกบนดินนั้น กลับมีหนึ่งบุรุษยืนหยัดอย่างไม่ไหวเอนร้อยเอกหลู่หานเฟิงเขามิใช่เพียงนายทหารยศสูง แต่คือสัญลักษณ์ของชัยชนะ ผู้ที่เหล่าทหารนับร้อยเชื่อมั่นถึงขีดสุด เขาคือผู้บัญชาการแนวหน้า ดั่งเสาหลักที่แม้พายุแห่งโลหิตจะพัดกรรโชกเพียงใดก็ไม่เคยเอนลงร่างสูงในชุดสนามสีเขียวเข้มเปรอะเปื้อนด้วยคราบควันและดินสีคล้ำ ใบหน้าภายใต้หมวกเหล็กเปื้อนเหงื่อและฝุ่น แต่ดวงตานั้นยังคงคมกริบและนิ่งสงบดั่งกระจกน้ำแข็ง“กระจายแนวรุกทางขวา ประสานชุด B ทิศ 9 นาฬิกา!”เสียงของเขาดังกังวาน ไม่ดังมาก แต่หนักแน่นจนทะลุผ่านเสียงกลบของสงครามไปถึงทุกหูไม่มีความตื่นตระหนก ไม่มีคำสั่งซ้ำซากมีแต่ความแม่นยำ และเด็ดขาดทหารของเขาขยับทันทีตามคำสั่ง ราวกับกลไกที่ถูกฝึกจนแม่นยำทุกจังหวะ ทุกก้าวที่เคลื่อนล้วนมั่นคง เพราะพวกเขารู้ตราบใดที่มีหลู่หานเฟิงอยู่แนวหน้า พวก
続きを読む
ตอนที่ 2 สิ้นชีพ
แม่ทัพที่ปรากฏตัวเบื้องหน้าของหลู่หานเฟิงในยามนี้คือแม่ทัพหวังซื่อเหยา เขายืนสูงเด่นในชุดเกราะดำสนิท พรายแสงวาววับภายใต้แสงตะวัน ดวงตาเรียวยาวเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา ร่างกายของเขาสะท้อนพลังปราณอันล้ำลึกที่แม้แต่ต้นไม้รอบข้างยังสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัวเบื้องหลังของเขา คือเหล่าทหารติดตามห้าคน ใบหน้าทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะ พวกเขามาซุ่มเพื่อจับตาการรบเบื้องล่าง แต่การพบชายแปลกหน้าแต่งกายพิสดารเช่นนี้ เปรียบดั่งลาภลอยที่ล่วงมาเอง"ชะตาชีวิตของเจ้าคงจบลงแต่เพียงเท่านี้... เมื่อต้องมาเจอกับข้า" แม่ทัพหวังซื่อเหยาพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลนราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันอันมหาศาลเสียงของเขาราวกับสายลมเย็นปะทะลงในใจกลางอกเขาคือผู้ฝึกฝนวิชาลมปราณขั้นสูง ศัตรูในสนามรบล้วนไม่ต่างจากมดปลวกใต้ฝ่าเท้า"ฆ่ามันซะ" คำสั่งที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยชาและเด็ดขาด จบประโยคด้วยรอยยิ้มเหยียดจากเหล่าทหารรอบกายพวกมันขยับดาบอย่างย่ามใจ ราวกับสุนัขป่าที่ได้กลิ่นเลือดใหม่ทว่า... สิ่งที่พวกมันคาดไม่ถึงคือสายตาของชายแปลกหน้าเบื้องหน้าดวงตาของหลู่หานเฟิงเปลี่ยนไปจากสับสนสู่เฉียบคม จากตื่นตระหนกสู่ความนิ่งสงบดั่งผิวน
続きを読む
ตอนที่ 3 หมู่บ้านซื่ออัน
เสียงกระสุนทั้งหกนัดที่เจาะกลางหน้าผากอย่างแม่นยำ ดังสะท้านไปทั่วผืนป่าและสนามรบด้านล่าง ราวกับเสียงฟ้าผ่าทันทีที่เสียงนั้นสิ้นสุดลงทั้งสมรภูมิกลับเงียบงันราวหยุดหายใจเสียงดาบที่เคยฟาดฟัน เสียงโห่ร้องของทหารนับพัน เสียงฝีเท้าม้าศึก... ทั้งหมดถูกกลืนหายไปในพริบตาไม่มีใครรู้ว่าเสียงเมื่อครู่คืออะไรในโลกที่ล้าหลังนี้ ไม่มีใครเคยได้ยินเสียงปืนมาก่อนแต่พวกเขารู้เพียงอย่างเดียวมันรุนแรงเกินกว่าจะเข้าใจ และฆ่าคนได้ในชั่วพริบตาหลายคนคิดว่านั่นคือ พลังลมปราณขั้นสูง หลู่หานเฟิงยืนอยู่เบื้องหน้าของร่างที่ไร้วิญญาณของท่านแม่ทัพแววตาเขานิ่งเฉียบไม่มีความสับสนอีกต่อไป เขาก้มลงช้า ๆ จ้องมองร่างไร้วิญญาณของหวังซื่อเหยาแม่ทัพผู้เคยเหาะเหินเหนือพื้นดินราวกับเทพยุทธ์ แต่กลับล้มลงด้วยโลหะชิ้นเล็ก ๆ จากโลกอีกใบดวงตาไร้แสงของอีกฝ่ายยังเบิกโพลง ไม่ต่างจากคำถามที่ไม่มีวันได้รับคำตอบ หลู่หานเฟิงหันมองชุดทหารลายพรางของตนเองที่ตอนนี้ชุดของเขาแปลกประหลาดเกินไปในสายตาผู้คนเขาปลดชุดจากร่างที่ไร้วิญญาณอย่างไม่ลังเลชุดเกราะของหวังซื่อเหยาถูกถอดออกและสวมทับเข้าตัวเขา เมื่อยืนขึ้นอีกครั้งเขาไม่ใช่ร้อยเอกหลู่หานเฟิง
続きを読む
ตอนที่ 4 จิตวิญญาณของทหาร
นับแต่วันที่ หลู่หานเฟิง เข้ามาตั้งรกรากในหมู่บ้านซื่ออัน ชายหนุ่มก็สามารถปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตและผู้คนในหมู่บ้านได้เป็นอย่างดีแม้จะเป็นคนแปลกหน้า แต่ความสงบเสงี่ยม ขยันขันแข็ง และมารยาทอ่อนน้อมของเขา กลับทำให้ชาวบ้านวางใจ และยอมรับเขาเสมือนหนึ่งในพวกเดียวกันเขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ซ่อมแซมบ้านไม้เก่าด้วยสองมือชีวิตที่เคยมีแต่เสียงคำสั่ง เสียงระเบิด และการล้มตายบัดนี้กลับกลายเป็นวันเวลาที่มีเพียงเสียงไก่ขัน กลิ่นดิน และลมยามเช้าพัดผ่านยอดไม้ชายหนุ่มผู้นี้... เคยเป็นนายทหารที่โลกเดิมเคยนำทัพฝ่ากลางห่ากระสุน แต่วันนี้ เขาปล่อยวางอดีตแต่สิ่งหนึ่งที่ หลู่หานเฟิง ไม่เคยทอดทิ้งเลย คือ ทักษะการต่อสู้ทุกเช้าก่อนอาทิตย์ขึ้น และทุกค่ำยามหมู่บ้านหลับใหลเขาจะออกไปที่ลานหลังบ้าน ดินแข็งกรังและโคนไม้ใหญ่กลายเป็นสนามฝึกส่วนตัวมือเคลื่อนไหวด้วยจังหวะหนักแน่น ช้า แต่มั่นคงลมหายใจสม่ำเสมอ ผสานกับท่วงท่าอันเฉียบขาดเขาคือทหารแม้จะเปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนยุคสมัยแต่จิตวิญญาณของนักรบ...ยังคงอยู่และเมื่อเขาได้พบกับ ตำราฝึกพลังปราณเบื้องต้น เล่มเก่าที่หลงเหลืออยู่ในบ้านแม้จะขาดรุ่งริ่
続きを読む
ตอนที่ 5 หัวใจของบ้าน
ห่างออกไปจากหมู่บ้านซื่ออัน... ไกลพอจะลืมเลือนกลิ่นหอมของดิน กลิ่นฟืนยามเช้า และเสียงหัวเราะของผู้คนมีสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งราวกับอยู่ คนละโลก หากหมู่บ้านซื่ออันคือภาพของความเงียบสงบและเรียบง่ายเมืองหลวง ก็เป็นภาพสะท้อนของ ความวุ่นวาย ความทะเยอทะยาน และการหักหลังผู้คนที่นี่ไม่ยิ้มด้วยใจแต่ยิ้มด้วยเล่ห์กลที่นี่เป็นจุดศูนย์กลางแห่งอำนาจ การเมือง การค้าขาย และคำโกหกถนนทอดยาวเต็มไปด้วยเกี้ยวทอง รถม้า และรองเท้าของขุนนางผู้สูงศักดิ์ใต้ผ้าไหมและเครื่องประดับ...คือดาบที่พร้อมแทงจากด้านหลังและในใจกลางของเมืองหลวงแห่งนี้คือชายคนหนึ่งผู้เป็นที่รู้จักทั่วทั้งแผ่นดินแต่หาใช่ในทางดีไม่ แม่ทัพเว่ยซ่างเทียน บุรุษผู้มีทั้งยศฐาบรรดาศักดิ์และกองทัพอยู่ใต้เท้าแต่ชื่อของเขานั้นกลับถูกพูดถึงด้วยความหวาดหวั่นและดูแคลนในคราเดียวกันเขาคือแม่ทัพที่ยินดีขายเกียรติ เพื่อซื้ออำนาจคือผู้ที่พร้อมเหยียบซากศพของลูกน้อง หากนั่นหมายถึงการเลื่อนตำแหน่งเป็นชายผู้เปื้อนเลือดทั้งจากศัตรู และพันธมิตรของตนเองบางคนกล่าวว่า... เว่ยซ่างเทียน คือเนื้อร้าย ของแผ่นดิน แต่ในจวนของบุรุษผู้น่าเกรงขามที่สุดคนหนึ่งของแผ่นดินกลับมีสิ่ง
続きを読む
ตอนที่ 6 ยอมรับชะตากรรมเพื่อบิดา
เว่ยจิ้งซินในยามนี้ อายุล่วงเข้าสู่ยี่สิบปีเต็มวัยแห่งความงามที่เปล่งประกายดั่งดอกเหมยเบ่งบานท่ามกลางหิมะปลายฤดูผู้คนทั้งเมืองหลวงต่างขนานนามนางว่า ดอกไม้งามแห่งเมืองหลวงแต่หากใครคิดว่านางมีดีเพียงรูปโฉมย่อมเป็นการดูแคลนเพราะสิ่งที่ทำให้นางโดดเด่นท่ามกลางวงศ์ตระกูลที่ชิงดีชิงเด่นหาใช่เพียงหน้าตาแต่คือจิตใจที่อ่อนโยน นางใช้ชีวิตเรียบง่ายสวมเพียงผ้าฝ้ายธรรมดา มิได้เครื่องประดับฟุ่มเฟือยในวันที่ไม่มีพิธีหรือหน้าที่ใดผูกมัดนางมักออกเดินไปตามตรอกแคบ ๆ ที่เหล่าขุนนางไม่คิดแม้จะมองเพื่อแจกจ่ายอาหาร ยาสมุนไพร หรือเพียงรอยยิ้มที่จริงใจให้กับผู้ยากไร้ชื่อของ “เว่ย” อาจเต็มไปด้วยคราบเลือดและคำครหา แต่ชื่อของ “จิ้งซิน” คือแสงเพียงดวงเดียวในเงามืด วันหนึ่งลมหนาวเริ่มต้นพัดมากระทบผิวบางของผู้คนริมถนนสาวใช้ที่ติดตามนางประจำ กล่าวขึ้นด้วยความเป็นห่วง“คุณหนูเจ้าคะ กลับเข้าเรือนเถิด ลมหนาวมาแล้ว” เว่ยจิ้งซินหันกลับมา มุมปากของนางมีรอยยิ้มละมุนนางยื่นถุงข้าวถุงสุดท้ายให้หญิงชรา แล้วกล่าวเบา ๆ“อืม… ที่เหลือข้าฝากเจ้าด้วยนะ” ถ้อยคำเรียบง่าย ไม่ถือตัว ไม่ยึดยศสำหรับนางความสูงศักดิ์ที่ผู้คนไขว่คว้าก็ไม่ต่
続きを読む
ตอนที่ 7 สุราคือเพื่อน
แสงอาทิตย์ทอดผ่านขอบฟ้าอย่างอ้อยอิ่งแสงสีส้มอุ่นสาดเข้ามาในห้องผ่านบานหน้าต่างไม้ไผ่ทว่าอบอุ่นเพียงใด ก็ไม่อาจละลายความหนาวเหน็บในใจของเขาได้เว่ยเจินหง ชายหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยแรงกล้าและเปลวเพลิงแห่งอารมณ์นั่งพิงเสาไม้ที่แตกร้าวเล็กน้อย ข้างตัวคือไหสุราที่ถูกเปิดฝาทิ้งไว้กลิ่นแรงของเหล้ารินอยู่ในอากาศ ราวกับมันซึมซับความคับแค้นในใจเขาเอาไว้ทุกหยด“ท่านพ่อ… ท่านไม่เคยเข้าใจข้าเลย…” เขาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาแดงก่ำจ้องมองไปยังแสงแดดยามเย็นดวงตานั้นไม่มีความเกรี้ยวกราด…มีแต่ความเหนื่อยล้า ผิดหวัง และเศร้าใจปนเปเขาไม่ได้อยากเหนือใครเขาเพียงแค่อยากให้บิดา… มองเขาในฐานะ ลูกชาย สักครั้ง“ข้าไม่ต้องการชิงดีชิงเด่นกับใครทั้งนั้น…” เขากระดกสุราอีกครั้ง เสียงฝืดคอของไหลเหลวสะท้อนในห้องเงียบงันบ่าวรับใช้คนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนัก เขาไม่กล้าเข้าไปใกล้แต่มือสองข้างกำผ้าเช็ดมือแน่นด้วยความกังวล“นายน้อย... ท่านดื่มมากแล้ว ได้โปรดพอเถิดเจ้าค่ะ” เว่ยเจินหงปรายตามองด้วยสายตาแดงก่ำเขาไม่ได้ดุด่า ไม่ได้โกรธเคืองหากแต่เพียงยิ้มบาง ๆ ที่ฝืนและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน“ไม่ต้องมายุ่งกับข้า...ข้าเพียงแค่… อยากลืมทุกสิ่ง
続きを読む
ตอนที่ 8 สร่างเมาเพราะเสียงกรีดร้อง
บรรยากาศในห้องโถงอาหารของจวนเว่ยที่ควรจะอบอวลด้วยความยินดีจากการมาเยือนของว่าที่บุตรเขยกลับกลายเป็นบรรยากาศอึดอัดที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ม่ออวิ๋นเฉิน พยายามเอ่ยปากชักชวนสนทนาถ้อยคำของเขานั้นสุภาพ ลื่นไหลแต่สิ่งที่ได้รับจากเว่ยจิ้งซิน...กลับเป็นเพียงคำตอบสั้น ๆ แห้งแล้งไร้รอยยิ้ม และไร้แววตาใดที่แสดงออกถึงความสนใจชายหนุ่มผู้ไม่เคยถูกสตรีนางใดปฏิเสธมาก่อนใบหน้าเขายังแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มสุภาพแต่ลึกในดวงตาเริ่มมีเงาความขุ่นเคือง แม่ทัพเว่ยซ่างเทียน มองเห็นทุกอย่างอย่างทะลุปรุโปร่งแม้จะสามารถ คลุมถุงชน ลูกสาวได้ตามใจ แต่เขาก็รู้ดีว่าหัวใจของนางไม่มีใครสามารถบังคับได้ แม้กระทั่งเขาเพื่อกลบเกลื่อนความตึงเครียดที่เริ่มปะทุขึ้นเขาหัวเราะออกมาเสียงดังในที่สุด“ฮ่า ๆ ๆ… วันนี้ช่างเป็นวันดีจริง ๆ!” ทว่าแม้เสียงหัวเราะจะแผดดังไปทั่วห้องความอึดอัดก็ยังคงอยู่... แล้วจู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นได้สายตากวาดมองโต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย“เว่ยเจินหงไปไหน? เขาไม่รู้หรือว่าคุณชายม่ออวิ๋นเฉินมาเยือน? ช่างเสียมารยาทยิ่งนัก!” น้ำเสียงเริ่มกรุ่นความไม่พอใจ แม้ยังฝืนรักษามารยาทในฐานะเจ้าบ้านม่ออวิ๋น
続きを読む
ตอนที่ 9 สุดยอดสายลับแห่งตระกูลเว่ย
ภายใต้เตียงไม้ที่เก่าและส่งกลิ่นอับของสุราร่างของเว่ยเจินหงนอนแน่นิ่งราวกับศพไร้ลมหายใจมิใช่เพราะความกล้าหาญ หรือจิตวิญญาณของผู้รักบ้านเมืองหากแต่เป็นเพราะ... เขาเมาหนักจนหลับคาไหสุราและดันกลิ้งเข้าไปใต้เตียงโดยบังเอิญเท่านั้นเองแต่ใครจะคิดว่า ชะตาฟ้าลิขิต ให้เขาได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยินเสียงคำรามของม่ออวิ๋นเฉินเต็มไปด้วยโทสะ ความหยิ่งผยอง และคำพูดที่ดูแคลนตระกูลเว่ยอย่างเปิดเผยดวงตาของเว่ยเจินหงลืมโพลงขึ้นในความมืดในแววตาคู่นั้นไม่มีความกล้าแม้แต่น้อย มีเพียงความตกตะลึง... และกลัวใช่ เขากลัว… กลัวจนไม่กล้ากระดิกนิ้วแม้แต่น้อยม่ออวิ๋นเฉินคือชายหนุ่มผู้เปรียบเสมือนดาวรุ่งแห่งยุทธภพอายุน้อยกว่าเขา แต่กลับได้รับการยอมรับไปทั่วแผ่นดินพรสวรรค์ในวรยุทธ์สูงล้ำบารมีและอำนาจทางการเมืองก็มีมากล้นต่อให้เว่ยเจินหงจะแสร้งทำองอาจแค่ไหน...แต่ในตอนนี้ ร่างเขากลับนอนนิ่งราวกับก้อนหิน ใต้เตียงที่กลิ่นสุรายังอบอวลเขาไม่ได้ตั้งใจจะ สืบข่าวใด ๆ ด้วยจิตใจกล้าหาญหากแต่เพียงเผลอเมาหลับใต้เตียงด้วยฤทธิ์สุราและเมื่อโชคชะตาเล่นตลก พาให้เขาตื่นมาในช่วงเวลา ที่ไม่ควรจะรู้…เขากลับเลือก นอนฟังต่อไปอย่างผู้ช่ำชองใ
続きを読む
ตอนที่ 10 พายุที่เริ่มก่อตัว
ท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรี แสงตะเกียงสลัวส่องผ่านบานหน้าต่างของเรือนใหญ่ เสียงทุบประตูดังลั่นทำให้บรรยากาศที่เคยสงบเงียบพังทลายลงทันทีปัง! ปัง! ปัง! เสียงทุบประตูดังราวกับพายุโหม"ท่านพ่อ! แย่แล้ว ท่านพ่อ!!" เว่ยเจินหงตะโกนสุดเสียง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้อนรนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ภายในห้องนอน แม่ทัพเว่ยซ่างเทียนที่กำลังเอนกายอยู่บนตั่งไม้ขมวดคิ้วแน่นด้วยความขัดใจร่างใหญ่โตของเขาลุกขึ้นช้าๆ ดวงตายังไม่ทันลืมเต็มที่ เสียงตะโกนของบุตรชายก็ยังดังไม่หยุด"เว่ยเจินหง! เจ้าคิดจะทำอะไรยามวิกาลเช่นนี้ ตัวเจ้าไม่ได้รู้เลยหรือว่ามีแขกคนสำคัญอยู่ในจวน!" น้ำเสียงของแม่ทัพเต็มไปด้วยความไม่พอใจแต่ก่อนที่เขาจะได้ว่าอะไรต่อ เสียงบุตรชายก็ตะโกนสวนขึ้นมาทันที"ท่านพ่อ! ท่านโปรดฟังข้าเถิด! นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น! มันเกี่ยวพันกับชะตาของตระกูลเราว่าเป็นหรือตาย!!"ครืดด…ประตูบานใหญ่เปิดแง้มออกในที่สุด เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพเว่ยซ่างเทียนที่เพิ่งตื่นจากนิทรา ใบหน้าของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยความหงุดหงิด คิ้วขมวดแน่น ดวงตาแดงเรื่อจากการพักผ่อนไม่เต็มที่แต่ก่อนที่เว่ยซ่างเทียนจะกล่าวอะไร เว่ยเจินหงก
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status