Masukนางเกิดเป็นบุตรสาวของแม่ทัพแม้นางจะเป็นดั่งไข่มุกในเปลือกหอยแห่งตระกูล แต่ไข่มุกนั้นกลับถูกจองจำไว้ในเงามืดที่นางมิอาจหลีกหนี ร่างกายของเว่ยจิ้งซินอ่อนแอตั้งแต่แรกเกิด นางเติบโตในห้องที่เต็มไปด้วยยาสมุนไพรและเสียงถอนหายใจของหมอหลวง ใฝ่ฝันถึงอิสรภาพที่ไม่เคยเอื้อมถึง และแม้บิดาของนางจะรักและหวงแหนเพียงใด... ท้ายที่สุด นางก็ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือ เมื่อคำสั่งให้แต่งงานกับบุตรชายของแม่ทัพใหญ่อีกตระกูลหนึ่งถูกประกาศ เว่ยจิ้งซินมิอาจขัดขืน นางเฝ้ารอวันแต่งงานราวนักโทษ แต่แล้ว... เทวดาฟ้าดินกลับยังไม่ละเมตตา การทรยศอันไม่คาดฝันเกิดขึ้น การแต่งงานซึ่งเป็นเส้นทางสู่พันธนาการนิรันดร์จึงถูกยกเลิกกลางคัน และในห้วงเวลานั้นเองนางได้รับสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน… โอกาสที่จะได้ก้าวออกจากจวน โอกาสที่จะได้เผชิญโลกภายนอกด้วยหัวใจของตนเองเป็นครั้งแรก ไม่ใช่ในฐานะบุตรสาวของแม่ทัพผู้โหดเหี้ยม แต่ในฐานะตัวของเว่ยจิ้งซินหญิงสาวที่ยังไม่รู้ว่าตนเองมีค่ามากเพียงใด ในห้วงเวลาเดียวกันนั้นเองชายหนึ่งจากอีกฟากของกาลเวลา ก็กำลังตื่นขึ้นในโลกที่เขาไม่รู้จัก... โชคชะตาเริ่มขีดเส้นแล้ว และหนทางของเขาและนางกำลังจะมาบรรจบกัน
Lihat lebih banyakกระแสลมแห่งกาลเวลาพัดผ่านไปอย่างเงียบงัน เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปหนึ่งปีเต็ม ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ทั้งโหดร้ายและหนักหน่วงสำหรับตระกูลเว่ยแม่ทัพเว่ยซ่างเทียนผู้เคยเกรียงไกร บัดนี้เหลือเพียงร่างอ่อนแรงที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงไม้ในจวน เสียงหายใจของเขาเบาราวกระซิบ คล้ายคนที่มีชีวิตอยู่เพียงเพื่อรอคอยวันสุดท้ายอย่างเงียบงัน ไม่ใช่ดาบ ไม่ใช่ศัตรู แต่โรคภัยต่างหากที่ลอบแทงเขาจนทรุดลงช้า ๆ อย่างไม่อาจต้านในขณะที่ร่างหนึ่งกำลังโรยรา...อีกหนึ่งกลับเรืองรองเว่ยเจินหง บุตรชายคนโต ผู้เคยถูกสบประมาทว่าไร้ความสามารถ บัดนี้กลับนั่งอยู่บนบัลลังก์อำนาจแทนที่บิดา ด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยานและความกระหายชัยชนะ แม้ในอดีตเขาจะต้องอาศัยมันสมองของน้องสาว ทว่าในวันนี้เขาไม่ต้องการใครอีกต่อไป"ฮ่าฮ่า! วันนี้พวกเจ้าทำได้ยอดเยี่ยม! เพียงครึ่งค่อนวัน ศัตรูก็พ่ายพินาศจนไม่เหลือแม้แต่ธง" เสียงหัวเราะของเว่ยเจินหงดังก้องกังวานทั่วค่าย สีหน้าเปื้อนรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ในมือยกจอกสุราฉลองกลางวงเหล่าทหารรอบกองไฟมีทั้งเสียงเฮฮาและเสียงกลองรบที่ถูกตีคล้ายบอกเล่าถึงสงครามที่เพิ่งผ่านพ้น ทว่าเบื้องหลังเสียงเหล่านั้น
หลังจากที่หลู่หานเฟิงได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งแผ่นดินอย่างเป็นทางการ เขาจึงย้ายเข้าไปพำนักยังจวนแม่ทัพที่ได้รับพระราชทานโดยตรงจากองค์ฮ่องเต้ จวนหลังนั้นตั้งอยู่ในพื้นที่เงียบสงบ ห่างจากใจกลางเมืองหลวงเพียงเล็กน้อย ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาและแมกไม้ร่มรื่น ดั่งค่ายกลธรรมชาติที่ทั้งปกป้องและแยกขาดจากความวุ่นวายของราชสำนักจวนแห่งนี้มิใช่เพียงที่พักอาศัย หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจใหม่ที่กำลังเติบโตในใต้หล้า กองกำลังทหารภายใต้การบังคับบัญชาของหลู่หานเฟิง ส่วนใหญ่มิใช่ทหารที่ผ่านการฝึกฝนตามแบบแผนของราชสำนัก หากแต่เป็นเหล่าอดีตนักโทษ ผู้ซึ่งต้องโทษในคดีไม่ร้ายแรง บางคนเพียงลักเล็กขโมยน้อย บางคนหลงผิดเพียงชั่วครู่ชั่วยาม พวกเขาถูกคัดเลือกและนำมาฝึกฝนใหม่ภายใต้ระบบวินัยอันเข้มงวด“เจ้ามีความเข้มแข็งถึงเพียงนี้ ข้าย่อมวางใจที่จะฝากบุตรสาวให้เจ้าดูแล”เสียงของแม่ทัพเว่ยซ่างเทียนเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ ขณะยืนอยู่หน้าจวนของหลู่หานเฟิง ชายหนุ่มที่ยืนหยัดด้วยตนเอง ฝ่าฟันจากผู้ไร้ยศจนก้าวสู่ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แห่งแผ่นดิน ยิ่งเขาแข็งแกร่งขึ้นเพียงใด อำนาจของตระกูลเว่ยก็ยิ่งสูงส่งขึ้นเท่านั้นเมื่อเ
แม้การศึกครั้งนี้จะกินเวลาเพียงไม่นาน แต่กลับตราตรึงอยู่ในใจของทุกผู้คนอย่างลึกซึ้งเพราะมันมิใช่เพียงชัยชนะธรรมดา หากแต่เป็นการล่มสลายของหนึ่งในตำนานแห่งสนามรบแม่ทัพม่อเสียนอู่ บุรุษผู้เคยได้รับการยกย่องว่า ยอดฝีมือทั้งบุ๋นและบู๊ กลับต้องพ่ายแพ้ให้กับชายหนุ่มรุ่นหลังอย่างหมดรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในศึกจำลองที่เขาเป็นผู้เสนอเอง การวางแผนบัญชาการที่ผิดพลาด การประเมินศัตรูต่ำเกินไป และการปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ล้วนสะท้อนถึงจุดจบที่เขาเป็นผู้เลือกเองเสียงกรีดร้องของเหล่าทหารภายใต้การบังคับบัญชาของม่อเสียนอู่ดังขึ้นเป็นระยะ ก่อนจะเงียบหายไปทีละคน เหมือนเสียงลมหายใจสุดท้ายของเกียรติภูมิในอดีตหลู่หานเฟิง ควบม้าแหวกแนวหน้าเข้ามาอย่างองอาจ เขาไม่เพียงแต่ควบคุมสถานการณ์ในสนามรบ หากยังควบคุมอารมณ์ของตนได้อย่างมั่นคง “ท่านแม่ทัพ ศึกนี้จบแล้ว ท่านควรยอมรับความพ่ายแพ้”น้ำเสียงของเขานิ่ง ราบเรียบ ทว่าแฝงด้วยความหนักแน่นและเมตตา ทว่า…ม่อเสียนอู่กลับบิดเบี้ยวด้วยใบหน้าความเคียดแค้นถูกครอบงำด้วยความเย่อหยิ่งที่ไม่ยอมจมให้เด็กรุ่นหลัง“ข้าไม่แพ้! ไปตายซะ!”เสียงตะโกนสุดท้ายเปล่งออกพร้อมธนูที่พุ
การจำลองยุทธการในครั้งนี้ หาใช่เพียงการทดสอบเล่น ๆ เพื่อความบันเทิงของเหล่าขุนนางไม่หากแต่คือพิธีการศักดิ์สิทธิ์ที่มีขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งในรอบหลายสิบปี เพื่อเฟ้นหาผู้นำทัพผู้แท้จริง ไม่ใช่เพียงภาพบนแผนที่หรือเสียงโต้เถียงในห้องโถง แต่คือ สนามรบจำลอง ที่เดิมพันด้วยชีวิตจริง เลือดจริง และความตายจริง ๆผู้ที่ถูกเลือกมาเป็นทหารจำลอง มิใช่ทหารในราชการ หากคือเหล่านักโทษต้องโทษประหาร ทาสที่ถูกขายมา หรือผู้ไร้สถานะผู้ที่แผ่นดินเตรียมทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง แต่บัดนี้ได้รับโอกาสหนึ่งเดียวในชีวิต“หากรอดออกไปได้เจ้าจะได้รับอิสรภาพ”คือคำประกาศสั้น ๆ ที่ทำให้แววตาของคนซึ่งเคยหมดหวังลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เสียงโห่ร้องจากเหล่านักโทษดังระงมกลางลานฝึก เหมือนเป็นทั้งเสียงของความสิ้นหวัง และความหวังในคราเดียวกัน หลู่หานเฟิง และม่ออวิ๋นเฉิน จะได้บัญชาทัพในจำนวนเท่ากัน แต่ไม่อาจรู้ว่าใครคือผู้กล้า ใครคือผู้สั่นกลัว ทั้งหมดล้วนถูกแบ่งสุ่มตามชะตา กลยุทธ์และความเป็นผู้นำเท่านั้น ที่จะกำหนดชัยชนะกฎมีเพียงหนึ่งเดียว ทำลายอีกฝ่ายให้สิ้น หรือบีบบังคับให้ยอมจำนนโดยสมบูรณ์ ไม่มีคำว่า กรุณา บนสนามรบนี้ไม่มีผู้ใดช่วยเหล
ท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรี แสงตะเกียงสลัวส่องผ่านบานหน้าต่างของเรือนใหญ่ เสียงทุบประตูดังลั่นทำให้บรรยากาศที่เคยสงบเงียบพังทลายลงทันทีปัง! ปัง! ปัง! เสียงทุบประตูดังราวกับพายุโหม"ท่านพ่อ! แย่แล้ว ท่านพ่อ!!" เว่ยเจินหงตะโกนสุดเสียง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้อนรนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ภายในห้องนอน
ภายใต้เตียงไม้ที่เก่าและส่งกลิ่นอับของสุราร่างของเว่ยเจินหงนอนแน่นิ่งราวกับศพไร้ลมหายใจมิใช่เพราะความกล้าหาญ หรือจิตวิญญาณของผู้รักบ้านเมืองหากแต่เป็นเพราะ... เขาเมาหนักจนหลับคาไหสุราและดันกลิ้งเข้าไปใต้เตียงโดยบังเอิญเท่านั้นเองแต่ใครจะคิดว่า ชะตาฟ้าลิขิต ให้เขาได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยินเสียงคำรามข
บรรยากาศในห้องโถงอาหารของจวนเว่ยที่ควรจะอบอวลด้วยความยินดีจากการมาเยือนของว่าที่บุตรเขยกลับกลายเป็นบรรยากาศอึดอัดที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ม่ออวิ๋นเฉิน พยายามเอ่ยปากชักชวนสนทนาถ้อยคำของเขานั้นสุภาพ ลื่นไหลแต่สิ่งที่ได้รับจากเว่ยจิ้งซิน...กลับเป็นเพียงคำตอบสั้น ๆ แห้งแล้งไร้รอยยิ้ม และไร้แววตาใดที่แ
แสงอาทิตย์ทอดผ่านขอบฟ้าอย่างอ้อยอิ่งแสงสีส้มอุ่นสาดเข้ามาในห้องผ่านบานหน้าต่างไม้ไผ่ทว่าอบอุ่นเพียงใด ก็ไม่อาจละลายความหนาวเหน็บในใจของเขาได้เว่ยเจินหง ชายหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยแรงกล้าและเปลวเพลิงแห่งอารมณ์นั่งพิงเสาไม้ที่แตกร้าวเล็กน้อย ข้างตัวคือไหสุราที่ถูกเปิดฝาทิ้งไว้กลิ่นแรงของเหล้ารินอยู่ในอาก





