LOGINฉีหยางซิ่วแค้นจนแทบกระอักเลือด ดวงตาเขาประหนึ่งมีลูกไฟปะทุออกมา แต่ตอนนี้เขาจะทำสิ่งใดได้ แม้แต่หลุดออกจากพันธนาการของสมุนเจียนหลิวก็มิอาจกระทำ
“คุณชาย ถ้ายังอยากมีดวงตาสวยๆ มองดูสาวงาม และโลกใบนี้ต่อไป ก็รีบบอกมาว่า รูปวาดคุณหนูเพ่ยเพ่ยอยู่ที่ใด”
คราวนี้ชายหนุ่มแจ้งใจถึงความต้องการของมัน
“น้ำหน้าอย่างเจ้าไม่มีวันหาพบ” เขาตอบเสียงเย็น
หลี่เปียวกระตุกยิ้มขึ้นคราหนึ่ง ก่อนสั่งคนของมันลากบ่าวรับใช้ของฉีหยางซิ่วไปที่ลานโล่ง
“รูปนั้นอยู่ที่ใด”
ฉีหยางซิ่วหลับตา เขาไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้
เสี้ยววินาทีต่อมา ใบหูข้างหนึ่งของเต่าน้อยก็ถูกฟันฉับ ก่อนร่วงลงสู่พื้นดิน เลือดสดๆ ไหลอาบร่างมัน พร้อมเสียงแผดร้องโหยหวน
“ท่านมันเป็นคนไร้ศักดิ์ศรี บ่าวรับใช้ที่จงรักภักดียังไม่คิดจะยื่นมือเข้าช่วย”
หลี่เปียวว่าและส่งสัญญาณให้ลูกสมุนใช้มีดสั้นควักลูกตาเต่าน้อย ฉีหยางซิ่วไม่กล้าลืมตาดูภาพตรงหน้าทั้งที่บ่าวของเขาร้องขอให้ช่วยชีวิต ตอนนี้เขาเป็นเพียงคุณชายผู้ไม่เอาไหน ไร้ซึ่งเกียรติและวรยุทธ์
“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านเป็นเยี่ยงนี้ ถึงได้ตกยาก ไม่มีบุญวาสนา”
สิ้นเสียงนั้น สมุนอีกคนจ่อมีดเข้าไปยังเบ้าตาเต่าน้อย แต่ไม่ทันได้ลงมือสำเร็จ ฉีเจียนหลิวก็ก้าวเข้ามาเสียก่อน
“อย่าเอาแต่เล่นสนุก ถ้าจะฆ่าก็ฆ่าให้ตาย” เมื่อเอ่ยจบ ฉีเจียนหลิวจึงซัดฝ่ามือใส่ร่างบ่าวรับใช้ และมันไม่ทันได้ร้องสักแอะก็สิ้นใจตาย
น้ำตาฉีหยางซิ่วไหลออกมาอย่างสุดจะกลั้นไหว ในใจภาวนาขอให้บ่าวผู้จงรักภักดีไปสู่สุขคติ เขามันเป็นคนอ่อนแอ ใครที่อยู่ใกล้ล้วนจบชีวิตอย่างอนาถ
“จับหน้าหยางซิ่วเงยขึ้น มันควรให้เกียรติข้า มิใช่ก้มหน้าร้องไห้เช่นนั้น”
นอกจากถูกบังคับให้เงยหน้า กลุ่มคนชั่วยังสาดน้ำเย็นๆ ใส่ดวงหน้างดงาม จนเขาต้องลืมตามองผู้มาใหม่
“เป็นอย่างไรบ้างน้องรัก เจ้าคงคิดว่าข้าไม่รู้สินะว่า เฟิ่งหวงสีแดงเพลิง คือใคร”
“ข้าไม่ได้คิดปิดบังตั้งแต่แรก และท่านก็ไม่ใช่คนตาบอด เหตุใดจะไม่ล่วงรู้”
“ดี...ตอบได้ดี ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องเสียเวลา ในเมื่อที่นี่ไม่มีรูปวาดเพ่ยเพ่ย ก็เผาเรือนหลังนี้เสียให้สิ้น”
เจียนหลิวต้องการภาพวาดของเพ่ยเพ่ย ด้วยล่วงรู้ว่านางในดวงใจเป็นแบบให้อีกฝ่ายวาดรูปเลอโฉม และภาพวาดนั้นไร้อาภรณ์ปกปิดร่างกาย และเมื่อหาไม่พบ เขาจึงคิดทำลายทุกอย่าง
“ท่านไม่มีสิทธิ์กระทำเช่นนี้”
“ฮ่าๆ ๆ เหตุใดข้าถึงจะไม่มีสิทธ์ ในเมื่อข้าเป็นถึงเจ้าสำนักตะวันไร้พ่าย...”
“เจ้าสำนักอย่างนั้นหรือ ท่านยังกล้าอวดอ้างตนเองได้อย่างไร ช่างน่าหัวร่อ คนอย่างท่านยังมีศักดิ์ศรีให้ผู้อื่นเรียกขาน”
“เจ้าวอนหาเรื่องใส่ตัวเช่นนี้คงคิดว่าข้าไม่กล้าลากลิ้นเจ้าออกมาสับสินะ”
“ข้ารู้ คนอย่างท่านทำได้ทุกอย่าง ยิ่งทำให้ตระกูลฉีย่อยยับได้มากเท่าไร ท่านยิ่งสุขใจ”
“วาจาเจ้าถูกใจข้า หากเป็นไปได้ ข้าก็ไม่อยากเป็นคนของตระกูลฉีแม้แต่วันเดียว! “
เยี่ยนจื่อ มารดาเจียนหลิวเป็นสาวใช้ในบ้าน ติดตามรับใช้ เหม่ยจู ภรรยาของปรมาจารย์ฉีหย่งชางตั้งแต่เป็นเด็ก แต่หลังจากเหม่ยจูป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุ นางได้ไปรักษาตัวที่อารามบัวแดง ส่วนเยี่ยนจื่ออยู่ที่สกุลฉีต่อไป กระทั่งเติบใหญ่เป็นสาวสวยและเป็นที่หมายตาของหยางจง ลูกชายคนเล็กของตระกูลฉี
และในเวลาต่อมา นางได้ให้บุตรชายแก่ฉีหยางจง นามว่า เจียนหลิว แต่ด้วยความที่นางเป็นคนสวย และมีมารดาเป็นนางคณิกา เยี่ยนจื่อจึงชอบให้ท่าผู้ชายอยู่เสมอ จนมีคนกล่าวว่าบุตรในท้องของนางอาจมิใช่ลูกชายของฉีหยางจง!!
กระนั้นด้วยความงาม และช่างเจรจา ฉีหยางจงจึงหลงใหลเยี่ยนจื่อเป็นอย่างมาก เป็นเหตุให้กุ้ยเซียน หญิงสาวที่เหม่ยจูวาดหวังให้แต่งงานด้วยช้ำใจหนัก
กระนั้น นางซึ่งอยู่ในอารามบัวแดงก็มองเห็นความไม่ชอบมาพากล
จึงไหว้วานผู้เฒ่าถาน และลู่เหลียนจัดการแต่งงานระหว่างฉีหยางจงและกุ้ยเซียน ผู้เป็นบุตรบุญธรรมเหม่ยจูอย่างเร่งด่วน
แต่ว่าเรื่องต่างๆ ไม่ได้ง่ายอย่างที่เหม่ยจูวางแผน งานแต่งในคืนนั้นเป็นวิวาห์สีเลือด มีคนตายจากการถูกวางยาพิษ ซึ่งต่างกระอักเลือดพุ่งออกมาเป็นสาย และหลายคนต่างโยนความผิดให้แก่กัน
การตายของหลายสิบชีวิตในคืนนั้น ทำให้เหม่ยจูรู้สึกผิดบาปจนป่วยเรื้อรังต่อมา และตัดสินใจไม่คืนกลับตระกูลฉีอีก ก่อนจะออกบวชที่อารามบัวแดงจนได้ ฉายาว่า ซิ่นซือซือไท่ ผู้ปรุงทิพย์โอสถ
“ฮ่าๆ ในที่สุดข้าก็รู้ว่าท่านไม่ได้มีเลือดของบิดาข้าในร่างกายแม้แต่นิด” ฉีหยางซิ่วหัวเราะอย่างดูแคลนอีกฝ่าย
“ตอนนี้คงไม่มีสิ่งใดสำคัญเท่าการชำระความให้สำนักตะวันไร้พ่าย เพราะเจ้านำความอัปยศมาสู่สำนักและทำให้พี่น้องในเรือนหมู่เทพเซียนอักษรเสื่อมเสีย เป็นแบบนี้ แม้แต่ศาลบรรพชนเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์จะเหยียบ”
“หากข้าทำสิ่งเลวร้ายอันใด ก็คงไม่ได้เศษเสี้ยวปลายเล็บที่ท่านได้กระทำ ที่สำคัญ ท่านกับมารดาก็เป็นเพียงคนต่ำต้อย เช่นนั้นอย่ามาอวดอ้างถึงศาลบรรพชนของข้า” ดวงตาฉีหยางซิ่ววาวโรจน์
“บัดซบ ถึงอย่างไรข้าก็เป็นพี่ชายของเจ้า คิดหรือว่าข้าไม่มีสิทธิ์อบรมสั่งสอน”
“ฮึ! คนชั่วช้าทำลายตระกูลข้าจนย่อยยับ อย่างท่านกับมารดายังจะมีหน้ามาสั่งสอนข้าอีกหรือ”
หัวใจฉีเจียนหลิวคล้ายมีเพลิงไฟแผดเผา เขาก้าวเข้ามาใกล้ฉีหยาง
ซิ่ว ในมือมีมีดสั้นเล่มหนึ่ง เขาจงใจใช้มันกรีดใบหน้างามของอีกฝ่าย
ชายวัยกลางคนตกตะลึงกับสิ่งที่เขาพบ เวลานี้ต้องติดต่อสาวอวบอย่างเร่งด่วน เพราะหล่อนคือทางออกเดียวในเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะปิดเครื่องหนี ประตูเดียวที่จะทำให้เขารอดพ้นสถานการณ์สยองเกล้าจึงถูกปิดตายร่างผอมสูงนั่งกอดเข่าแผ่นหลังชิดกับตู้เก็บของใต้โต๊ะทำอาหาร เขาหนาวสั่นประหนึ่งกำลังจับไข้ เสียงห่าฝนข้างนอกยังดังไม่หยุด ในบางครั้งฟังแล้วเหมือนเสียงหัวเราะจากผีร้ายเขายกมือปิดหู ไม่อยากรับรู้สิ่งใด แต่เสียงแปลกๆ ชวนหลอนยังแทรกพายุด้านนอกมาให้ได้ยินมันดังแกรกกราก และตามด้วยเสียงตุบๆ ก่อนจะมีเสียงกรีดร้องแหลมเล็กเหตุการณ์ทั้งหมดจะไม่มีวันเกิดขึ้น หากเขาไม่หลงคารมเจ้าของบริษัท วี.พี.รักคุณ...วีรินทร์ผู้หญิงหุ่นอวบอัดจอมปลิ้นปล้อน หล่อนมีดวงหน้าจิ้มลิ้ม หน้าอกไซส์มหึมา เห็นแล้วก็อยากฉุดขึ้นเตียง แต่ในความเป็นจริง หล่อนคือนางมารจิ้งจอก หลอกล่อจนเขาเห็นดีเห็นงามไปด้วย สุดท้ายจึงทุ่มเงินก้อนสุดท้ายที่เก็บหอมรอมริบมานาน ซื้อบ้านหลังเก่ากลางป่าใกล้ทะเลสาบบัวแดงซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทั้งหมดจะไม่มีปัญหาใด หากบ้านหลังนี้จะไม่มีสิ่งลึกลับซ่อนอยู่!!หลายเดือนก่อน“สบายใจได้ค่ะ แก้มอุ่
ฉีหยางซิ่วมองนางโจรซึ่งถือกระบี่ปลายหักไว้มั่น สายตานางกวาดหาเสียงฝีเท้านับสิบซึ่งกำลังกรูเข้ามา“เจ้ามันโง่เขลา พวกนั้นมันไม่มีทางทำร้ายข้า มันเพียงต้องการตัวข้าเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง ตอนนี้เจ้าควรหนีเอาตัวรอดเสีย ไม่อย่างนั้นอาจไม่ทันการณ์”นางโจรหันหน้ากลับมามองคุณชาย ดวงตานางแดงก่ำ หากไม่มีน้ำตาสักหยด“สัญญากับข้าได้ไหม ไม่ว่าอย่างไร อย่าให้คนชั่วพวกนั้นจับตัวได้”“ห่วงตัวเองบ้าง ชีวิตเจ้าก็สำคัญไม่ต่างกับชีวิตของข้า...หงเซ่อ”ดวงหน้าฉาบด้วยเลือดเผยรอยยิ้มซีดเซียว จากนั้นนางก็ถีบตัวลอยขึ้นเหนือพื้น แล้วกระโจนเข้าใส่ชายชุดดำด้วยความว่องไว วิทยายุทธ์นางดุดัน อีกทั้งการเข้าห้ำหั่นศัตรูก็แข็งแรง และห้าวหาญราวกับบุรุษมากกว่าจะเป็นสตรีฉีหยางซิ่วแม้ไม่ถนัดด้านบู๊สักเท่าไรทั้งที่เขาคือทายาท พู่กันปลิดวิญญาณ กระนั้นก็เป็นคนหัวไวจึงเอาตัวรอดเก่ง เขาพยายามช่วยเหลือนางโจรทุกวิถีทาง แต่ศัตรูล้อมหน้าล้อมหลังและมีจำนวนมากเสียจนเขาเพลี่ยงพล้ำ ล้มลุกคลุกคลานจนเนื้อตัวเคล็ดขัดยอก และภาพวาดที่อยู่ในย่ามก็หล่นกระจัดกระจายชายหนุ่มห่วงภาพเหล่านั้นจับใจ มันมิใช่ภาพสาวงามยั่วยวนตัณหาให้ลุ่มหลงอย่างที่
ตั้งแต่รุ่งสาง เขากับนางโจรรูปโฉมอัปลักษณ์ซึ่งมีปานแดงบนซีกหน้าด้านซ้าย กำลังหลบหนีกลุ่มชายชุดดำที่มีอาวุธครบมือ คนเหล่านั้นสวมหน้ากากประหลาดเป็นรูปโครงกระดูก พิศแล้วประหนึ่งผีร้ายที่โผล่ออกมาจากหลุมศพ!นางควบอาชาโลหิตตัวโตบึกบึนไปตามทางแคบๆ พาฉีหยางซิ่วหนีจากทหารของเมืองจิ่นสือมาได้ ก็ถูกไล่ล่าจากกลุ่มคนที่มากด้วยฝีมือ พวกมันคือมือสังหารของฉีเจียนหลิวฉีหยางซิ่วอ่อนหัดด้านบู๊ ถึงจะเคยฝึกปรืออยู่บ้างแต่ความที่มีนิสัยเกียจคร้าน วรยุทธ์จึงไม่ก้าวหน้า และการที่ไม่ค่อยได้ออกแรงหนักๆ เมื่อต้องเร่งรีบเดินทางไกล เขาจึงขอหยุดพักบ่อยครั้ง แต่นางโจรกลับเร่งเร้าให้เขาบ่ายหน้าไปให้ถึงเขตแดนป่าไผ่ ก่อนจะเข้าไปสู่สถานที่ลับซึ่งมีกองกำลังของผู้เฒ่าถานซ่อนอยู่ ซึ่งในอดีต ผู้เฒ่าถานเป็นผู้ติดตามปรมาจารย์ฉีหย่งชางหนุ่มรูปงามนั่งบนหลังมาโดยมีนางโจรประกบอยู่ด้านหลังเป็นเวลาร่วมสองชั่วยาม และรู้สึกปวดเบาจนกลั้นไม่ไหว แม้นางโจรจะใช้วาจาข่มขู่และกำลังบีบบังคับ แต่เขาไม่ทนได้อีกต่อไป จึงท้าว่าหากนางขืนน้ำใจเขาไปมากกว่านั้น เขาจะปล่อยปัสสาวะรดหลังม้า!!“เจ้าไม่ใช่ลูกผู้ชาย”นางว่าแล้วก็สะบัดหน้าหนีจากชายหนุ
“เจ้าล่วงรู้ความลับดีเช่นนี้ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าได้ตายสมใจ อยู่อย่างทรมานต่อไปเถอะ และคอยดูข้าเป็นประมุขของขุนเขาไหมงาม”“ฮึ ท่านอาจะไม่มีวันได้เสวยสุข หากข้ามีชีวิตอยู่ ท่านมิอาจครอบครองสิ่งใดที่เป็นของตระกูลฉี...”สิ้นคำประกาศนั้น เจียนหลิวก็เตรียมใช้มีดสั้นกรีดใบหน้าฉีหยางซิ่วดวงตาคมของชายหนุ่มจ้องเขม็งอีกฝ่าย แม้จะกลัวอยู่มาก แต่เขาไม่ยอมให้มันเห็นน้ำตา“ดี! ข้าชอบคนกล้าหาญ ฉะนั้นจงอยู่ในโลกนี้ด้วยใบหน้าสยดสยอง และดูความรุ่งโรจน์ของข้าด้วยดวงตาเพียงข้างเดียว”มีดสั้นในมือฉีเจียนหลิวเตรียมกดลงบนแก้มชายหนุ่ม ฉีหยางซิ่ว แค้นใจหนัก ตลอดเวลา หากเขาตั้งใจฝึกฝนวรยุทธ์จากท่านปู่ฉีหย่งชางคงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้“ร้องสิ ร่ำร้องเหมือนบิดาของเจ้าที่ขอชีวิตข้าก่อนตาย!”ฉีหยางซิ่วเดือดดาลจัด มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น แต่ยิ่งออกแรงต่อต้านคนของฉีเจียนหลิวก็ยิ่งใช้กำลังต่อเขาเมื่อมีดสั้นกดลงบนแก้มฉีหยางซิ่ว ยามนั้นเหมือนโลกจะกลั่นแกล้งให้เขาเป็นของเล่นของฉีเจียนหลิว และมันหัวเราะเสียงดังด้วยความสาแก่ใจที่ทำให้เขาตกต่ำถึงเพียงนั้น“ถ้าเจ้ากล้าหาญจริง ก็ฆ่าข้าเสียเถิด มิเช่นนั้นหากข้ารอดพ้นวันนี้
ฉีหยางซิ่วแค้นจนแทบกระอักเลือด ดวงตาเขาประหนึ่งมีลูกไฟปะทุออกมา แต่ตอนนี้เขาจะทำสิ่งใดได้ แม้แต่หลุดออกจากพันธนาการของสมุนเจียนหลิวก็มิอาจกระทำ“คุณชาย ถ้ายังอยากมีดวงตาสวยๆ มองดูสาวงาม และโลกใบนี้ต่อไป ก็รีบบอกมาว่า รูปวาดคุณหนูเพ่ยเพ่ยอยู่ที่ใด”คราวนี้ชายหนุ่มแจ้งใจถึงความต้องการของมัน“น้ำหน้าอย่างเจ้าไม่มีวันหาพบ” เขาตอบเสียงเย็นหลี่เปียวกระตุกยิ้มขึ้นคราหนึ่ง ก่อนสั่งคนของมันลากบ่าวรับใช้ของฉีหยางซิ่วไปที่ลานโล่ง“รูปนั้นอยู่ที่ใด”ฉีหยางซิ่วหลับตา เขาไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้เสี้ยววินาทีต่อมา ใบหูข้างหนึ่งของเต่าน้อยก็ถูกฟันฉับ ก่อนร่วงลงสู่พื้นดิน เลือดสดๆ ไหลอาบร่างมัน พร้อมเสียงแผดร้องโหยหวน“ท่านมันเป็นคนไร้ศักดิ์ศรี บ่าวรับใช้ที่จงรักภักดียังไม่คิดจะยื่นมือเข้าช่วย”หลี่เปียวว่าและส่งสัญญาณให้ลูกสมุนใช้มีดสั้นควักลูกตาเต่าน้อย ฉีหยางซิ่วไม่กล้าลืมตาดูภาพตรงหน้าทั้งที่บ่าวของเขาร้องขอให้ช่วยชีวิต ตอนนี้เขาเป็นเพียงคุณชายผู้ไม่เอาไหน ไร้ซึ่งเกียรติและวรยุทธ์“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านเป็นเยี่ยงนี้ ถึงได้ตกยาก ไม่มีบุญวาสนา”สิ้นเสียงนั้น สมุนอีกคนจ่อมีดเข้าไปยังเบ้าตาเต่าน้อย แต่
1 ปีต่อมาความตายอย่างเป็นปริศนาของเหล่าคณิกาทั้งหญิงชาย กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญต่อผู้คนในเมืองจิ่นสือ ผืนดินที่มีห้าขุนเขาไหมงามล้อมรอบ หลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดจากการทำเรื่องชั่วช้า ด้วยการมีภาพเขียนชุนกงเป็นต้นเหตุกล่าวกันว่า วิญญาณปีศาจในภาพเขียนเหล่านั้นร่วมหลับนอนทำบัดสีกับผู้ที่ครอบครอง จากนั้นพวกเขาก็กลายเป็นศพถูกควักหัวใจ ส่วนคนที่เป็นแบบในภาพวาดนั้นต่างได้รับเคราะห์กรรมเลวร้ายมิต่างกัน ต่างถูกตัดหัว ควักลูกตา ก่อนถูกนำไปทิ้งตามจุดต่างๆ ในเมืองจนเป็นที่อกสั่นขวัญแขวน เรื่องนี้กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญครึกโครมไปทั่ว“คุณชายกำลังตกอยู่ในอันตราย ปีศาจร้ายกำลังออกอาละวาด มันสร้างความตื่นกลัวให้ผู้คน และท่านตกอยู่ในอาญาบ้านเมือง”“ปีศาจ เจ้าเชื่ออย่างนั้นหรืออาเพ่ย” ฉีหยางซิ่วถามสาวงามเขาแทบไม่คาดคิดว่านางก็พลอยตื่นตระหนกไปกับข่าวลือ แม้จะมีศีรษะของเหยื่อและร่างที่ถูกควักหัวใจให้พบเห็น แต่โลกนี้จะมีปีศาจได้อย่างไร คนอย่างเขาไม่มีวันเชื่อ!!“หากไม่ใช่ฝีมือของมัน คุณชายจะให้ข้าคิดเป็นอื่นอย่างงั้นหรือ” นางว่าแล้วก็ยกมือทาบหน้าอก ดวงหน้าขาวซีดไร้สีเลือด “รูปของข้า แม้จะไม่มีชายใด







