로그인ฉีหยางซิ่วแค้นจนแทบกระอักเลือด ดวงตาเขาประหนึ่งมีลูกไฟปะทุออกมา แต่ตอนนี้เขาจะทำสิ่งใดได้ แม้แต่หลุดออกจากพันธนาการของสมุนเจียนหลิวก็มิอาจกระทำ
“คุณชาย ถ้ายังอยากมีดวงตาสวยๆ มองดูสาวงาม และโลกใบนี้ต่อไป ก็รีบบอกมาว่า รูปวาดคุณหนูเพ่ยเพ่ยอยู่ที่ใด”
คราวนี้ชายหนุ่มแจ้งใจถึงความต้องการของมัน
“น้ำหน้าอย่างเจ้าไม่มีวันหาพบ” เขาตอบเสียงเย็น
หลี่เปียวกระตุกยิ้มขึ้นคราหนึ่ง ก่อนสั่งคนของมันลากบ่าวรับใช้ของฉีหยางซิ่วไปที่ลานโล่ง
“รูปนั้นอยู่ที่ใด”
ฉีหยางซิ่วหลับตา เขาไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้
เสี้ยววินาทีต่อมา ใบหูข้างหนึ่งของเต่าน้อยก็ถูกฟันฉับ ก่อนร่วงลงสู่พื้นดิน เลือดสดๆ ไหลอาบร่างมัน พร้อมเสียงแผดร้องโหยหวน
“ท่านมันเป็นคนไร้ศักดิ์ศรี บ่าวรับใช้ที่จงรักภักดียังไม่คิดจะยื่นมือเข้าช่วย”
หลี่เปียวว่าและส่งสัญญาณให้ลูกสมุนใช้มีดสั้นควักลูกตาเต่าน้อย ฉีหยางซิ่วไม่กล้าลืมตาดูภาพตรงหน้าทั้งที่บ่าวของเขาร้องขอให้ช่วยชีวิต ตอนนี้เขาเป็นเพียงคุณชายผู้ไม่เอาไหน ไร้ซึ่งเกียรติและวรยุทธ์
“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านเป็นเยี่ยงนี้ ถึงได้ตกยาก ไม่มีบุญวาสนา”
สิ้นเสียงนั้น สมุนอีกคนจ่อมีดเข้าไปยังเบ้าตาเต่าน้อย แต่ไม่ทันได้ลงมือสำเร็จ ฉีเจียนหลิวก็ก้าวเข้ามาเสียก่อน
“อย่าเอาแต่เล่นสนุก ถ้าจะฆ่าก็ฆ่าให้ตาย” เมื่อเอ่ยจบ ฉีเจียนหลิวจึงซัดฝ่ามือใส่ร่างบ่าวรับใช้ และมันไม่ทันได้ร้องสักแอะก็สิ้นใจตาย
น้ำตาฉีหยางซิ่วไหลออกมาอย่างสุดจะกลั้นไหว ในใจภาวนาขอให้บ่าวผู้จงรักภักดีไปสู่สุขคติ เขามันเป็นคนอ่อนแอ ใครที่อยู่ใกล้ล้วนจบชีวิตอย่างอนาถ
“จับหน้าหยางซิ่วเงยขึ้น มันควรให้เกียรติข้า มิใช่ก้มหน้าร้องไห้เช่นนั้น”
นอกจากถูกบังคับให้เงยหน้า กลุ่มคนชั่วยังสาดน้ำเย็นๆ ใส่ดวงหน้างดงาม จนเขาต้องลืมตามองผู้มาใหม่
“เป็นอย่างไรบ้างน้องรัก เจ้าคงคิดว่าข้าไม่รู้สินะว่า เฟิ่งหวงสีแดงเพลิง คือใคร”
“ข้าไม่ได้คิดปิดบังตั้งแต่แรก และท่านก็ไม่ใช่คนตาบอด เหตุใดจะไม่ล่วงรู้”
“ดี...ตอบได้ดี ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องเสียเวลา ในเมื่อที่นี่ไม่มีรูปวาดเพ่ยเพ่ย ก็เผาเรือนหลังนี้เสียให้สิ้น”
เจียนหลิวต้องการภาพวาดของเพ่ยเพ่ย ด้วยล่วงรู้ว่านางในดวงใจเป็นแบบให้อีกฝ่ายวาดรูปเลอโฉม และภาพวาดนั้นไร้อาภรณ์ปกปิดร่างกาย และเมื่อหาไม่พบ เขาจึงคิดทำลายทุกอย่าง
“ท่านไม่มีสิทธิ์กระทำเช่นนี้”
“ฮ่าๆ ๆ เหตุใดข้าถึงจะไม่มีสิทธ์ ในเมื่อข้าเป็นถึงเจ้าสำนักตะวันไร้พ่าย...”
“เจ้าสำนักอย่างนั้นหรือ ท่านยังกล้าอวดอ้างตนเองได้อย่างไร ช่างน่าหัวร่อ คนอย่างท่านยังมีศักดิ์ศรีให้ผู้อื่นเรียกขาน”
“เจ้าวอนหาเรื่องใส่ตัวเช่นนี้คงคิดว่าข้าไม่กล้าลากลิ้นเจ้าออกมาสับสินะ”
“ข้ารู้ คนอย่างท่านทำได้ทุกอย่าง ยิ่งทำให้ตระกูลฉีย่อยยับได้มากเท่าไร ท่านยิ่งสุขใจ”
“วาจาเจ้าถูกใจข้า หากเป็นไปได้ ข้าก็ไม่อยากเป็นคนของตระกูลฉีแม้แต่วันเดียว! “
เยี่ยนจื่อ มารดาเจียนหลิวเป็นสาวใช้ในบ้าน ติดตามรับใช้ เหม่ยจู ภรรยาของปรมาจารย์ฉีหย่งชางตั้งแต่เป็นเด็ก แต่หลังจากเหม่ยจูป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุ นางได้ไปรักษาตัวที่อารามบัวแดง ส่วนเยี่ยนจื่ออยู่ที่สกุลฉีต่อไป กระทั่งเติบใหญ่เป็นสาวสวยและเป็นที่หมายตาของหยางจง ลูกชายคนเล็กของตระกูลฉี
และในเวลาต่อมา นางได้ให้บุตรชายแก่ฉีหยางจง นามว่า เจียนหลิว แต่ด้วยความที่นางเป็นคนสวย และมีมารดาเป็นนางคณิกา เยี่ยนจื่อจึงชอบให้ท่าผู้ชายอยู่เสมอ จนมีคนกล่าวว่าบุตรในท้องของนางอาจมิใช่ลูกชายของฉีหยางจง!!
กระนั้นด้วยความงาม และช่างเจรจา ฉีหยางจงจึงหลงใหลเยี่ยนจื่อเป็นอย่างมาก เป็นเหตุให้กุ้ยเซียน หญิงสาวที่เหม่ยจูวาดหวังให้แต่งงานด้วยช้ำใจหนัก
กระนั้น นางซึ่งอยู่ในอารามบัวแดงก็มองเห็นความไม่ชอบมาพากล
จึงไหว้วานผู้เฒ่าถาน และลู่เหลียนจัดการแต่งงานระหว่างฉีหยางจงและกุ้ยเซียน ผู้เป็นบุตรบุญธรรมเหม่ยจูอย่างเร่งด่วน
แต่ว่าเรื่องต่างๆ ไม่ได้ง่ายอย่างที่เหม่ยจูวางแผน งานแต่งในคืนนั้นเป็นวิวาห์สีเลือด มีคนตายจากการถูกวางยาพิษ ซึ่งต่างกระอักเลือดพุ่งออกมาเป็นสาย และหลายคนต่างโยนความผิดให้แก่กัน
การตายของหลายสิบชีวิตในคืนนั้น ทำให้เหม่ยจูรู้สึกผิดบาปจนป่วยเรื้อรังต่อมา และตัดสินใจไม่คืนกลับตระกูลฉีอีก ก่อนจะออกบวชที่อารามบัวแดงจนได้ ฉายาว่า ซิ่นซือซือไท่ ผู้ปรุงทิพย์โอสถ
“ฮ่าๆ ในที่สุดข้าก็รู้ว่าท่านไม่ได้มีเลือดของบิดาข้าในร่างกายแม้แต่นิด” ฉีหยางซิ่วหัวเราะอย่างดูแคลนอีกฝ่าย
“ตอนนี้คงไม่มีสิ่งใดสำคัญเท่าการชำระความให้สำนักตะวันไร้พ่าย เพราะเจ้านำความอัปยศมาสู่สำนักและทำให้พี่น้องในเรือนหมู่เทพเซียนอักษรเสื่อมเสีย เป็นแบบนี้ แม้แต่ศาลบรรพชนเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์จะเหยียบ”
“หากข้าทำสิ่งเลวร้ายอันใด ก็คงไม่ได้เศษเสี้ยวปลายเล็บที่ท่านได้กระทำ ที่สำคัญ ท่านกับมารดาก็เป็นเพียงคนต่ำต้อย เช่นนั้นอย่ามาอวดอ้างถึงศาลบรรพชนของข้า” ดวงตาฉีหยางซิ่ววาวโรจน์
“บัดซบ ถึงอย่างไรข้าก็เป็นพี่ชายของเจ้า คิดหรือว่าข้าไม่มีสิทธิ์อบรมสั่งสอน”
“ฮึ! คนชั่วช้าทำลายตระกูลข้าจนย่อยยับ อย่างท่านกับมารดายังจะมีหน้ามาสั่งสอนข้าอีกหรือ”
หัวใจฉีเจียนหลิวคล้ายมีเพลิงไฟแผดเผา เขาก้าวเข้ามาใกล้ฉีหยาง
ซิ่ว ในมือมีมีดสั้นเล่มหนึ่ง เขาจงใจใช้มันกรีดใบหน้างามของอีกฝ่าย
เมื่อทะยานออกไปถึงลำแสงสีขาว หล่อนก็รู้สึกระบมไปทั้งร่าง ความเจ็บแปลบเล่นงานตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณหัวไหล่ และปวดหน่วงๆ ที่ขมับซ้ายยามนั้นหูได้ยินเสียงฟ้าลั่นดังกึกก้องติดต่อกันยาวนาน วีรินทร์หวาดกลัวจับใจ หล่อนนอนขดตัวด้วยความหนาวเหน็บ ก่อนรู้สึกว่าลำคอแห้งผากจึงยื่นมือสะเปะสะไป หวังจะคว้าขวดน้ำบนหัวเตียงที่มักวางไว้มาดื่มหญิงสาวออกแรงสุดกำลัง ยื่นมือขวาออกไปข้างหน้า และรับรู้ได้ถึงความเย็นรอบๆ กาย และเป็นจังหวะเดียวกันที่แสงสว่างหนึ่งปรากฏเบื้องหน้า พร้อมเสียงแผดก้องจากท้องฟ้า“เฮ้อ ฉิบหายแล้ว ฟ้าทำไมมาผ่าตรงนี้”หญิงสาวสบถเสียงดังออกไป ไม่กี่วินาทีจากนั้น สัมผัสหนึ่งก็ไล้ที่หลังมือเป็นสัมผัสนุ่มนวลเปี่ยมด้วยความห่วงใย“เจ้า...ฟื้นแล้ว สวรรค์ยังเมตตา!”เสียงทุ้มต่ำฟังไม่คุ้นหู ทั้งสำเนียงก็แปลกประหลาด แต่หล่อนกลับเข้าใจ“ใช่...คนอย่างแก้มอุ่นจะตายง่ายๆ ได้ยังไง”หญิงสาวเอ่ยแล้วก็ปรับสายตาเพื่อมองใครคนนั้น แต่มันก็ไม่อาจกระทำได้ง่ายๆ“ข้าดีใจที่เจ้ารอดตาย ต่อจากนี้ไป ข้าจะดีกับเจ้าให้มาก ข้าสัญญา...หงเซ่อ!”วีรินทร์นึกฉงนที่ได้เสียงทุ้มๆ คุ้นหู กระทั่งพบดวงหน้าขาวใสของบุรุษผู้ห
วีรินทร์อยู่ไม่เป็นสุขตั้งแต่รู้ว่ามีวิญญาณจากรูปภาพตามติด แต่หล่อนพยายามมีสติให้มาก ด้วยเกรงว่าจะทำให้การเจรจากับบุนซูไม่ประสบผลสำเร็จ เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่าทีหล่อนเลยออกจะประหลาดสักหน่อย ประหลาดล้ำจนบุนซูผิดสังเกตในขากลับ วีรินทร์เรียกลูกน้องที่สำนักงานประจำสาขาต่างจังหวัดนำรถตู้มารับหล่อนกลับพร้อมบุนซูหนุ่มหล่อรัดเข็มขัดให้ตัวเองเสร็จสรรพ แล้วหันมามองสาวสวย“ไปใกล้ๆ แค่นี้เองค่ะ และน้องรูปหล่อนี่ขับรถนิ่มมาก แม็คเป็นมือดีของบริษัท คุณบุนซูไม่ต้องห่วง ปลอดภัยถึงที่หมายแน่นอน” หล่อนเอ่ยจบก็ยื่นมือไปตบบ่าแม็คบุนซูยักไหล่น้อยๆ ก่อนเอ่ยว่า“ถ้าวันนี้ไม่สะดวกไปดูบ้านหลังนั้น เรากลับเข้าไปพักในตัวเมืองแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ดีไหมครับ”“แก้มอุ่นเกรงใจค่ะ ไม่อยากให้คุณต้องเสียงานหลายวัน”“โอ้ ไม่ต้องห่วงครับ ผมมีน้องเขย และน้องสาวช่วยงานอยู่ทางนั้น ตอนนี้เคลียร์คิวว่างยาวเกือบอาทิตย์เลย เพราะตั้งใจมาดูบ้าน และทำเรื่องอื่นๆ ให้เรียบร้อย” เขาว่าพร้อมมองรอบรถตู้ ท่าทางออกจะพิลึกสักหน่อย วีรินทร์จึงอดลูบต้นแขนตนเองไม่ได้“บางทีแก้มอุ่นคง คิดมากไป...” หล่อนยอมรับถึงความเครียดที่เกาะกินใจ“ยังไง
ลู่เหลียนมองหลานชายรูปงามอยู่พักหนึ่ง ก่อนกล่าวเสียงเรียบๆ ขึ้น“ชายหญิงไม่ควรอยู่ด้วยกันตามลำพัง เจ้าคงลืมข้อห้ามนี้กระมัง”ลู่เหลียนเป็นพี่สาวแท้ๆ ของมารดาฉีหยางซิ่ว หลายปีก่อน นางเลี้ยงดูเขาราวกับเป็นลูกในไส้ เพราะน้องสาวเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาหลังจากทารกน้อยลืมตาดูโลกได้ไม่นาน“ข้าไม่สนใจกฎเกณฑ์เหลวไหลพวกนั้น ชีวิตคนสำคัญกว่าอื่นใด” ฉีหยางซิ่วตอบเสียงขุ่น พลางมองดวงหน้าซึ่งอัปลักษณ์ด้วยปานแดงปื้นใหญ่ครึ่งหน้าซีกซ้าย“เฮ้อ เจ้าเป็นอย่างนี้ไง ชีวิตถึงไม่สงบสุขเสียที”ลู่เหลียนว่าแล้วก็หันไปตักยาสมุนไพรใส่ชาม นางให้ลูกน้องไปหาหมอตำแยชื่อดัง อีกฝ่ายก็จัดยาขนานใหญ่สำหรับนางโจร เสียเงินไปมากโข แต่ผลลัพธ์ที่ได้ยังไม่น่าพอใจเมื่อสงบอารมณ์ฉุนเฉียวลง เขาก็เอ่ยเสียงเบาด้วยความสำนึกผิด“ขออภัยที่ทำให้ท่านป้าต้องเดือดร้อน แต่จิตใจข้า คงยากจะบังคับขู่เข็ญ และนางก็ช่วยให้ข้าพ้นภัยร้ายจนมีชีวิตถึงวันนี้” เขาเอ่ยจบจึงหันไปมองหงเซ่ออีกหนนางโจรยังนอนหายใจแผ่วเบา ดวงหน้านั้นซีดขาวราวซากศพ และขับให้ปานแดงอัปลักษณ์ดูน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมฉีหยางซิ่วอดหลับอดนอนดูอาการนางโจรมาหลายวัน ทั้งที่เมื่
ดังนั้น นอกจากสารพัดยาที่ช่วยทำให้น้องชายคึกคักที่เขากว้านซื้อจากสำนักหมอชื่อดังมากิน ชายหนุ่มจำต้องพึ่งภาพวาดชุนกงของฉีหยางซิ่ว เพื่อกระตุ้นความคึกคักให้ตนเอง เพราะภรรยาผู้นี้ไม่ยินยอมให้เขามีบ้านเล็กบ้านน้อย แม้แต่สาวใช้ นางก็เลือกคนที่มีรูปร่างและหน้าตามิต่างกับตน“ทำเรื่องชั่วช้า ยังคิดว่าตนเป็นผู้ประเสริฐ”เสียงของมันลอยตามลมมาเข้าหูฉีหยางซิ่ว แม้จะขัดเคืองใจอยู่มาก แต่เขาไม่นำมาใส่ใจ มือยังเคลื่อนไหวอย่างว่องไว จนก่อเกิดเป็นรูปภาพผู้หญิงที่ดูแปลกตา มิใช่หญิงสาวหุ่นสะท้านใจ แต่เป็นผู้หญิงที่ร่างแบบบาง“นั่นมัน!”น้ำเสียงมันกราดเกรี้ยว และก้าวเข้ามาใกล้เขาอีกนิด มือของมันยื่นออกมาหมายจะช่วงชิงรูปวาดของเขาไป“เจ้าสนใจรูปพวกนี้ด้วยหรือ ฮ่าๆ ๆ”คนถูกถามถลึงตาใส่ ก่อนทำมารยาททรามด้วยการถุยน้ำลายลงพื้น แต่ฉีหยางซิ่วไม่ถือสาด้วยรูปวาดชุนกงของเขาเป็นสิ่งน่าอัศจรรย์ ลายเส้นอ่อนช้อยงดงาม ถึงจะผิดศีลธรรมอยู่มาก แต่การเป็นคุณชายที่ตกต่ำ ไร้ตึกสวยงามและบริวารรับใช้ เขาจำต้องหาทางเลี้ยงดูตนเอง ด้วยหวังว่าสักวันจะลืมตาอ้าปากได้“คนลามก! บุรุษเยี่ยงเจ้าสมควรถูกตัดหัวและเสียบประจาน ข้าไม่ควรเชื
3 ปีก่อนหงเซ่อมีร่างผอมบางมิต่างจากเด็กผู้ชาย และใบหน้าที่มีปานแดงครึ่งซีกหน้าด้านซ้าย ทำให้มันดูอัปลักษณ์เกินใครในฤดูใบไม้ร่วงปีนั้น อากาศเย็นสบายกำลังดี ฉีหยางซิ่วพบร่างหนึ่งนอนซุกอยู่ข้างกองไม้ใกล้โรงเก็บฟืนร้าง และปานแดงบนใบหน้ามันทำให้เขาตกใจแทบสิ้นสติ กระนั้นยังรวบรวมความกล้า ใช้กิ่งไม้เขี่ยร่างที่หายใจรวยรินดูด้วยความสงสารระคนเวทนาเมื่อมันค่อยๆ ลืมตา เขาจึงโล่งใจก่อนจะเรียกเด็กรับใช้มาช่วย แต่มันเปล่งเสียงแหบแห้งข่มขู่ดุจหมาจิ้งจอกน้อย เห็นแล้วเขาก็ไม่มีความเกรงกลัวอันใด ด้วยรู้ว่าตนพอจะรับมือไหว“เป็นผู้ใดแอบส่งตัวเจ้ามาลอบทำร้ายข้า” เขาถามนอกจากไม่ตอบ มันยังครางขู่ทั้งที่เนื้อตัวมีบาดแผลเต็มไปหมด“บัดซบ คิดว่าเก่งแค่ไหน ถึงได้ตำตัวอวดดี”มันส่งเสียงครางตอบโต้ขึ้นทีหนึ่ง ก่อนวูบหลับไปฉีหยางซิ่วนึกสงสาร กลัวว่าวันดีคืนดี คนของฉีเจียนหลิวจะโผล่มาพบมันเข้า จึงกลั้นใจลากมันไปซ่อนในเรือนพักของเขาหนุ่มรูปงามดูแลคนที่ได้รับบาดเจ็บอยู่หลายวัน จนเริ่มคุ้นเคย กระนั้น ถ้อยคำที่ออกจากปากอีกฝ่ายก็มีเพียงการขออาหาร พร้อมขึงตาดุ ราวกับเห็นเขาเป็นศัตรู“ข้าช่วยชีวิตเจ้าแท้ๆ เหตุใด ถึงยั
วีรินทร์ต้องหัวหมุนอีกหน เมื่อบุนซูขอนัดพบหล่อนที่ทะเลบัวแดง สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อประจำอำเภอแห่งนั้น ทั้งที่อยากปิดจ๊อบอย่างเร่งด่วนเพราะได้ข่าวว่าลูกค้าเก่านายมานพ ซึ่งนอนแบ็บอยู่ในโรงพยาบาลส่งคนมาก่อกวนแถวๆ บ้านเก่าหลังงามซึ่งหล่อนตั้งใจขายให้บุนซูความรีบร้อนในตอนลงรถด้วยใกล้เวลานัดหมายเต็มแก่ หล่อนจึงปิดประตูรถทับนิ้วโป้งของตัวเองวีรินทร์ร้องโหยหวน สีหน้าสีตาบิดเบี้ยว หล่อนเซแซดไปไปหาที่นั่ง ความรู้สึกปวดหนึบยังตามมาเล่นงานไม่หยุด จึงผลุนผลันเข้าไปในห้องน้ำหวังใช้น้ำช่วยลดอาการปวด แต่วันนี้อากาศเย็นจัดหล่อนจึงสะดุ้งโหยงรีบผละออกจากสายน้ำเย็นแทบไม่ทันสาวอวบก้าวลิ่วๆ ตรงไปรอลูกค้าหนุ่มหล่อที่ห้องพักเก๋ไก๋แบบโฮมสเตย์ของชาวบ้านซึ่งมีร้านกาแฟอยู่ด้านหน้า นั่งรออยู่สักพักใหญ่ก็พบว่าสถานที่แห่งนี้มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ทั้งที่ไม่ใช่วันหยุด สองข้างทางมีร้านขายอาหารเช้าง่ายๆ ของท้องถิ่น ที่น่าสนใจเห็นจะเป็นสายบัวเชื่อมกับข้าวจี่ พร้อมเผือกย่าง กล้วยปิ้ง และหมูปิ้งซึ่งมีกลิ่นหอมชวนให้ลิ้มลองความที่หิวและยังไม่มีอาหารตกถึงท้อง หล่อนจึงสั่งมารับประทานสองสามอย่างกระทั่งเวลาผ่านไปราวครึ
บุนซูอยู่เมืองไทยมาเกือบสองปีแล้ว ความที่เป็นหนุ่มโสดครบเครื่องทำให้เขาเป็นที่ต้องตาต้องใจสาวๆ แต่ชายหนุ่มชอบเป็นฝ่ายเลือกคนรักด้วยตนเองมากกว่าที่จะให้ผู้หญิงกระโดดเข้าใส่กระนั้นเขาก็มีความลับชวนสยองขวัญที่ทำให้ผู้หญิงต้องขยาด นั่นก็คืออดีตภรรยาทั้งสามล้วนตายโหง!!ชายหนุ่มหยุดคิดอะไรครู่หนึ่ง เมื่
เสียงแกรกๆ ดังสลับ เสียงดังตุบๆ ดังจากชั้นบนอย่างถี่กระชั้น ยามนั้น สติของชายวัยกลางคนแทบจะกระเจิงหาย“ลูกช้างขอร้อง อย่าทำอะไรลูกเลย หากการเข้ามาอยู่ที่นี่รบกวน ‘ท่าน’ ก็เป็นเพราะลูกช้างไม่ทราบมาก่อน ถ้าท่านจะเล่นงานใคร ขอให้ไปลงที่นังช้างแก้มอุ่น ตุ๊ต๊ะโน่นเลย ลูกช้างกลัวแล้ว เข็ดแล้วจริงๆ ต่อไปจ
ชายวัยกลางคนตกตะลึงกับสิ่งที่เขาพบ เวลานี้ต้องติดต่อสาวอวบอย่างเร่งด่วน เพราะหล่อนคือทางออกเดียวในเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะปิดเครื่องหนี ประตูเดียวที่จะทำให้เขารอดพ้นสถานการณ์สยองเกล้าจึงถูกปิดตายร่างผอมสูงนั่งกอดเข่าแผ่นหลังชิดกับตู้เก็บของใต้โต๊ะทำอาหาร เขาหนาวสั่นประหนึ่งกำลังจับไข้ เสียงห
ฉีหยางซิ่วมองนางโจรซึ่งถือกระบี่ปลายหักไว้มั่น สายตานางกวาดหาเสียงฝีเท้านับสิบซึ่งกำลังกรูเข้ามา“เจ้ามันโง่เขลา พวกนั้นมันไม่มีทางทำร้ายข้า มันเพียงต้องการตัวข้าเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง ตอนนี้เจ้าควรหนีเอาตัวรอดเสีย ไม่อย่างนั้นอาจไม่ทันการณ์”นางโจรหันหน้ากลับมามองคุณชาย ดวงตานางแดงก่ำ หากไม่มีน้ำ






![พันธะสวาทจอมเวทย์ [18+, พีเรียดอีโรติก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
