Mag-log inแลดูคล้ายกับแหหรือไม่ก็ตาข่ายดักสัตว์ คุณชายเซียวยังทำมากกว่านั้นด้วยการทลายเศษพัดอีกแปดซีกให้กระจายตัวออกจากกัน! แต่ละชิ้นลอยอยู่รอบตัวด้วยวรยุทธเคลื่อนย้าย และได้กลายเป็นอาวุธสังหารจำพวกมีดบินไปในชั่วอึดใจ แกมิจำเป็นต้องร่ายคาถาเพียงแค่หงายฝ่ามือให้ตั้งฉากขึ้นตรงหน้า เศษพัดทั้งหมดก็พุ่งแหวกอากาศปักเข้าใส่ทั้งแปดมุมของลวดกู่ฉินให้ขยายใหญ่ขึ้นและพุ่งแรงเข้า!
.
"ฟิ้ววว~!"
.
"ห๊ะ! นี่มันค่ายกลกักกันรึ!? แย่แล้ว!"
เหวินเหยาอุทานลั่น
.
ทว่าร่างกายกลับตอบสนองอย่างทันท่วงที เกิดเป็นการสะบัดปลายเท้าดีดตัวกลับหลังปั่นโค้งกลางอากาศ มือสลับเท้าฟ้าสลับดินใส่ลังกาเกลียวด้วยความแคล่วคล่อง อาภรณ์พลิ้วไหวงดงามดั่งหางนางพญานกยูงกางแผ่ กระทั่งสามตลบผ่านพ้นค่ายกลตาข่ายลวดถึงซาพิษสงลง มันคลุมได้เพียงเงาแห่งความว่างเปล่า ทว่ามีดบินจากเศษพัดนี่สิที่มิยอมลดลาวาศอกเลย!
.
เมื่อคุณชายคล้ายจะเอาจริง แกกระโจนลงจากแท่นแสดงด้วยลังกาหน้าครึ่งตลบพลันแปรเปลี่ยนฝ่ามือที่ตั้งฉากเป็นดัชนีคู่ ฟาดชี้ไปทิศใดมีดบินจากซี่พัดย่อมพุ่งตามไปทิศนั้น เมื่อผสานรวมเข้ากับท่วงท่าร่ายรำแห่งสำนักศึกษา มีดบินศาตราจึงฉวัดเฉวียนโฉบโค้งกลางอากาศพุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างวิจิตรบรรจงดุจบทเพลงสังหารที่ไร้เสียง
.
"ปั๊ก! , ปั๊ก! , ปั๊ก! , ปั๊ก!"
.
เหวินเหยาวิ่งไต่หนีขึ้นสู่เสาอาคารสูง เรือนร่างนางเกือบจะตั้งฉากกับผืนพิภพ ทว่าการไล่ล่ากลับยังคงกระชั้นอย่างเข้มข้น ยามจื่อแห่งราตรีนี้ความเร็วคือสิ่งเดียวที่นางภาคภูมิ มีดบินสามเล่มพุ่งปักเรียงติดคาอยู่บนเนื้อเสาทิ้งไว้เพียงเสียงฉีกอากาศ หากแต่ไล่ไม่ทันเรือนร่างนั้นเพราะวิชาตัวเบาพิรุณย่ำฟ้าได้ถูกขับเคลื่อนจนถึงขีดสุดแล้ว
.
"ให้ตายเถอะคุณชายท่านต้องการสิ่งใดกันแน่! นี่ท่านคิดจะสังหารข้าจริง ๆ งั้นรึ!?"
สะบัดอาภรณ์รับมืออาวุธลับที่ถูกควบคุมจากระยะไกล ก้านพัดแต่ละชิ้นคมกริบราวคมมีด สาดซัดมาด้วยองศาอันพิสดารผสานเรี่ยวแรงมหาศาลดุจช้างสารคลั่ง เพียงพลาดพลั้งแม้เศษเสี้ยวเส้นเอ็นลมปราณทั่วร่างก็อาจถูกตัดขาดได้ในทุกเมื่อ
.
จอมยุทธหญิงทะยานหลบหลีกจนกระทั่งฝ่าเท้าแนบสนิทกับฝ้าเพดาน ร่างพลิกกลับด้านศีรษะห้อยต่ำปอยผมยาวทิ้งตัวลู่ลงตามแรงโน้มถ่วง ภาพประหลาดตานั้นเรียกเสียงฮือฮาจากแขกเหรื่อที่ยังหลงเหลืออยู่ในเคหะหญิงงามแห่งนี้ วรยุทธของเหวินเหยานับว่าเลิศล้ำยิ่งนัก ต่อให้สรีระบิดผันฝืนธรรมชาติแต่นางก็ยังเอี้ยวตัวหลบหลีกคมอาวุธได้อย่างหมดจดครบกระบวนความ
.
"ดี! ข้าหฤหรรษ์ยิ่งนักที่ได้จอมยุทธเยี่ยงเจ้ามาเป็นคู่ประมือ! วิชาตัวเบาของเจ้าช่างน่าอัศจรรย์ควรข้าแก่การออกกระบี่จากข้า! , จงรับไป!!!"
.
"ห๊ะ! อะไรนะ?"
เหยวินเหยาได้ยินถึงกับสะดุ้ง นางค่อนข้างฉงนที่คุณชายเซียวยังมีเคล็ดวิชาอย่างอื่นเก็บซ่อนอาไว้
.
ชั่วเสี้ยวหายใจและผ่านไปมิถึงปริ่มก้านธูป ดัชนีคู่ของคุณชายก็ได้ตวัดเรียกซี่พัดทุกอันให้บินกลับมา แกออกฝ่ามือป่ายปัดเป็นวงโค้งคล้ายสัญลักษณ์หยินหยาง แล้วอาวุธลับเหล่านั้นก็ได้ลอยวนล้อมรอบตัวแกราวกับนกน้อยที่อยู่ใต้อาณัติ อายระเหยจากปราณแท้สีทองอร่ามแผ่ซ่านทั่วร่าง พลันถ่ายเคลือบไปยังซี่พัดทุกหย่อมย่านก่อนจะเริ่มคลึงตัวรวมกันเป็นหนึ่งเดียว!
.
"แกร๊ก..ก..ก! , แกร๊ก..ก..ก!"
.
ด้วยความสัตย์จริงว่าตั้งแต่เริ่มประลองมา คุณชายเซียวแทบจะมิขยับเขยื้อนตัวเองเลย วรยุทธของแกเกือบเก้าส่วนจะเป็นการยืนปักหลักอยู่กับที่แล้วใช้สิ่งของรอบตัวมาเป็นตัวช่วยในการหยุดจิตสังหาร ซึ่งต่างจากครั้งนี้หลังเจ้าตัวเริ่มมีการย่อเข่าลงไป พลางเหยียดปลายเท้าวาดผงฝุ่นบนพื้นโรงสังคีตให้เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ก่อนจะกระทืบโครม! พร้อมกับปล่อยปราณกระบี่ออกไปพร้อมกับอาวุธ!
.
"ฟึมมม~!!!"
.
ซี่พัดแปดอันหลอมรวมกันเป็นหนึ่งกระบี่ยักษ์ เสริมทัพด้วยจิตสังหารจากปราณแท้อันบริสุทธิ์เลยทำให้การโจมตีหนนี้ใหญ่ย้ำค้ำโลก คลื่นพลังใหญ่กว่าประตูหน้าต่างทุกบาน กระบี่ปราณดุ้นนี้ฝานเคหะหญิงงามออกเป็นสองฟากเลยยังไหว ดูได้จากพื้นไม้หวงฮวาหลี (黄花梨) เบื้องล่างที่ปริแตกออกเป็นทางเพราะความรุนแรงของมัน
.
"ยะ.. แย่แล้ว! นี่เล่นกันขนาดนี้เชียวหรือคุณชาย!?"
เห็นทีเหวินเหยาจะลำบาก นางจึงต้องรีบตัดสินใจสลายวิชาตัวเบาพิรุณย่ำฟ้าลงในชั่วขณะจิต
.
ร่างบางจึงค่อย ๆ ร่วงโรยลดระดับลงมาช้า ๆ และตัวนางก็คงจะชนเข้ากับปราณกระบี่อันทรงพลานุภาพนี้เป็นแน่ หากแต่หญิงงามก็ใช่ว่าจะสิ้นไร้ไม้ต่อซะทีเดียว เพราะลึก ๆ แล้วนางก็เฝ้ารอจะลองใช้วิชาฝ่ามือที่มิเคยใช้สักครานี้อยู่เช่นกัน ท่ามกลางความตึงเครียดสูงสุดบนอากาศ ต่อหน้าผู้คนมากมายที่แหงนคอรอดูผล และต่อหน้ารอยยิ้มเยี่ยงผู้ชนะของคุณชายเซียวที่เห็นนางเป็นเพียงของเล่น
.
จอมยุทธหญิงรวบรวมจิตตั้งมั่นแขนทั้งสองข้างแผ่ออกช้า ๆ ดุจปีกครุฑกางเต็มกำลัง สายตานางจับจ้องปราณสังหารที่พุ่งตรงเข้ามาอย่างมิลดละ กำหมัดแน่นทั้งสองข้างปล่อยนิ้วโป้งผุดพ้นดังเขี้ยวอสูร นี่คือกระบวนท่าลับลำดับที่เก้าแห่งสำนักเหลย "ดัชนีพิโรธ" กระบวนท่านี้จะสำแดงอานุภาพได้อย่างสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อหมัดทั้งสองซัดประสานกัน ณ จุดกึ่งกลางในชั่วจังหวะเดียว
.
"ปั๊ก!!!"
.
"ดัชนีพิโรธ!" , "ทำลาย!!!"
.
"ตูมมมมมมมมมม!!!"
.
ดัชนีอัสนีบาตใช้นิ้วชี้เพียงข้างเดียวส่วนดัชนีพิโรธใช้นิ้วโป้งถึงสองข้าง ผนวกรวมกับการพุ่งเข้ามาปะทะจัง ๆ ของปราณกระบี่สีทองความวินาศสันตะโรจึงยากจะประเมินไหว! แรงระเบิดดังโครมครามสั่นสะเทือนกระทั่งมองมิออกแล้วว่าภาพจะออกมาเยี่ยงไร ใครคือผู้ได้เปรียบเสียเปรียบ เหล่าบรรดาไทยมุงจึงมิกลัวตายต่างพากันหลบหลังแนวกำบังที่พอจะหาได้แล้วชะเง้อคอรอฟังผล
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
การขมิบนอกจะทำให้เสียวแล้ว มันยังช่วยให้ดุ้นควยปลอมอันนี้แหย่แยงเข้าไปได้ลึกมากขึ้น ใช้เวลาเพียงแค่เสี้ยวก้านธูปควยทั้งดุ้นก็แหย่เข้าไปในกลีบผกาของเยว่เอ๋อได้ทั้งหมด ชั่วอึดใจนั้นนางสยิวมาก ๆ นางรู้ได้เลยว่าจุด G-spot ได้ถูกกระตุ้นแบบตรงจุดถูกเผง หลักฐานคือต้นขาของนางที่สั่นพับ ๆ กับสองส้นเท้าที่ถี
อัตราการถอกตัวของหนังหุ้มปลายเริ่มช้าลงจนกลายเป็นหยุดนิ่ง บนโต๊ะไม้ตัวเล็กคืออาการตั้งโด่เด่ของดุ้นควยที่สงบนิ่งราวกับนักพรตที่ทำสมาธิ ความน่าตื่นตาตื่นใจหายไปในทันใด มันทำตัวเองเหมือนโทรศัพท์หมวดประหยัดแบต เก็บประจุไว้ชาร์จสำรองไว้ก่อน รอเพียงใครสักคนมาแตะแล้วแม่งจะเสียบให้จิ๋มพุ่ง.เยว่เอ๋อถึงกั
ขนาดจะกำยังต้องใช้ถึงสองมือโอบ ประสาอะไรกับปากน้อย ๆ ของเยว่เอ๋อจะอมเข้าไปได้ทั้งดุ้น นางทำได้แค่คาบตรงส่วนหัวเอาไว้เท่านั้น แล้วก็รับรู้ได้ถึงความหยุ่นนุ่มที่ถ้าเผลอกัดลงไปละก็ คงจะสร้างบาดแผลเจ็บปวดให้เจ้าของควยอย่างแสนสาหัส ไม่ไหว ๆ ต้องเอาออกก่อน!.ว่าแล้วริมฝีปากอิ่มก็จงใจจุ๊บลงที่หัวควยปลอมไ
"แคว๊กกก!!!"."แคว๊กกก!!! , คว๊ากกก!!!".เสียงกระชากกระดาษดังราวกับเด็กน้อยแกะของขวัญจากซานตาครอส มันดังแรงมาก ๆ จนขนาดเสี่ยวผ่างเองยังต้องผินหน้ามาชำเลืองมอง แต่เยว่เอ๋อก็มิได้สนใจสายตาของมันสักเท่าไหร่ เพราะนางเริ่มมีภาพในใจแล้วว่าในหีบห่อนี้จะต้องมีสิ่งของที่นางถวิลหา."ใช่ไหม? ขอให้ใช่ทีเถอะ







