Masuk"เจ้ายังจะมีสิ่งใดแก้ตัวบิดาข้าส่งเจ้ามาใช่หรือไม่?! เขากีดกันข้าจากแม่นางมู่แล้วยังส่งเจ้ามาติดตามเพื่อดูว่าข้าน่าสมเพชแค่ไหนใช่หรือไม่?! ตอบข้ามา! แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป!"
.
จอมยุทธหญิงออกอาการกระอักกระอ่วน บางทียันต์ดักฟังคงมิจำเป็นเพราะลำพังฟังในสิ่งที่คุณชายเซียวพรั่งพรูออกมาพร้อมน้ำตา นางก็ได้ข้อมูลลูกค้าในหลายส่วนแล้ว
.
"ข้า.. คือ.. อ.. อ.."
.
เหล่าเจ้าหน้าที่เฉิงก่วน (城管) ที่เคหะหญิงงามเลี้ยงไว้เริ่มกรูกันเข้ามาปิดล้อมพื้นที่ คนกลุ่มนี้ไม่ต่างจากข้าราชการปลายแถวที่แค่เงินถึงก็พร้อมจะทำทุกอย่าง มีทั้งมีดมีทั้งพลองกระบองยามครบมือ คนธรรมดายังมองออกว่าการปะทะน่าจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า ยามอรุณเฝ้าตลาดยามนิสาทเฝ้าโรงสังคีต สิ่งเหล่านี้ดูจะเป็นวัตรปฏิบัติของพวกเฉิงก่วน และครั้นจะลงมือลงไม้กับหญิงงามในคราบเมามายก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากอันใด
.
เหวินเหยาจบเห่แน่ถ้ามิทำอะไรสักอย่าง! นางจึงเริ่มเกลี่ยสายตาประเมินกำลังรบของศัตรูอยู่ราวหนึ่งห้วงหายใจ จากนั้นก็..
.
"เฮ้อ..อ..อ..! , ได้เล๊ย! ในเมื่อมันจำเป็นข้าก็จะมิออมมือล่ะนะ!"
นางเค้นคำในลำคอแล้วหลังจากนั้นโถงกลางโรงสังคีต ก็กลายเป็นลานประลองยุทธไปในบัดดล!
.
"ฮึบ! , ย๊ะ!!!"
.
"เป๊ง! , เป๊ง! , เป๊ง! , เพล๊ง!"
.
พลิกฝ่ามือสะบัดแขนของคุณชายเซียวออกเป็นอันดับแรก เรี่ยวแรงของเหวินเหยานั้นดูน้อยนิดทว่าสรีระกลับลื่นไหลราวเกลียวคลื่น เงื้อมมือหนาจึงหลุดพ้นจากพันธนาการอย่างง่ายดาย และนั่นคือสัญญาณให้พวกเฉิงก่วน (城管) กรูกันเข้ามาประทุษร้ายในทันที แววตาจอมยุทธหญิงแปรเปลี่ยนไปเป็นคนละคน อายสังหารพลันแผ่พุ่ง ปราณกระบี่ฟุ้งซ่านทั่วร่าง แม้ในมือจะไร้ซึ่งศาสตราวุธใด
.
นางใช้เพียงแขนเสื้อรับคมดาบศัตรู ในระยะหนึ่งจั้งแขนเสื้อพลิ้วตวัดม้วนเป็นเกลียวถึงสามตลบ มากพอจะพันปลายดาบและฉุดรั้งเจ้าของ ๆ มันให้ร่นเข้ามาในระยะฝ่ามือ เปรี๊ยง! ดัชนีอัสนีบาตซัดเข้าใส่จุดซานจงกลางอกอย่างแม่นยำ จุดนั้นคือศูนย์รวมพลังแห่งหัวใจและปอด เมื่อถูกโจมตีเส้นทางลมปราณและการไหลเวียนโลหิตย่อมปั่นป่วน หากไร้ซึ่งหมอเทวดารักษาความตายย่อมอยู่มิไกล
.
หนึ่งล้มตายแต่ยังเหลืออีกสี่! พวกมันกระโจนเข้ามาพร้อมกันจากกลางอากาศ เหวินเหยาหันกายกลับทิศยังไม่ครบองศา กระบองพลองยาวก็ฟาดเฉี่ยวใบหน้านางไปเพียงหนึ่งชุน ปอยผมปลิวสะบัด เศษเสี้ยนไม้แตกกระจายเป็นผงละเอียด และนั่นทำให้โทสะของนางปะทุถึงขีดสุด! ไม้หน้าสามอีกสองด้ามแทงสวนเข้ามาในระยะประชิด กลายเป็นสถานการณ์สามรุมหนึ่งที่เส้นแบ่งความเป็นความตายบางเฉียบยุ่งเหยิง แต่เหวินเหยากลับเอาตัวรอดได้
.
ก้าวย่างของนางพลันปราดเปรียวขึ้นอย่างน่าพิศวง มันคล้ายเคล็ดวิชา "พิรุณย่ำฟ้า" วิชาตัวเบาอันเลื่องชื่อของสำนักเหลย หากแต่นางนำมาปรับใช้บนผืนดิน ร่างกายจึงเคลื่อนไหวดุจปุยเมฆที่รักอิสระ เร็วราวบินได้ กระบองพลองยาวสามชุนจึงเฉียดแก้มนางได้ไม่ถึง ส่วนไม้หน้าสามอาวุธสุดเชยเหล่านั้นก็ถูกหยุดไว้ได้ด้วยเพียงปลายนิ้ว!
.
"จะ.. เจ้า! , เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ!? ปล่อยไม้ข้าออกจากมือเดี๋ยวนี้นะ!"
หน้าอย่างโหดแต่น้ำเสียงนั้นสั่นเครือราวกับจะฉี่ราด
.
เหวินเหยายื่นดัชนีซ้ายขวาออกมาเบื้องหน้า ติดกับมันคือปลายไม้หน้าสามสองอันจากสองเจ้าหน้าที่เฉิงก่วน (城管) ที่ยืนสั่นเป็นเจ้าเข้า
.
"หึ! , เจ้าพวกมิเจียมตัว! งั้นมือของพวกเจ้าข้าข้อแล้วกันจะได้ไม่เอาไปรังแกใครอีก!"
.
"ป๊อก!"
แค่เคาะเบา ๆ ตรงปลายไม้หน้าสามเท่านั้น
.
"ตูมมมมมม!!!!"
ระเบิดเป็นเสี่ยงไม้แตกกระจายฉีกเป็นซี่ ๆ ! ส่วนมือของคนที่ถือยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะมันแทบจะขาดออกจากข้อมือ!
.
เลือดสาดเจิ่งนองพื้นกลิ่นดินปืนคละคลุ้งฝุ่นตลบ เหล่าแขกเหรื่อผู้รักความสำราญและหญิงคณิกาผู้ขายเรือนร่างต่างแตกฮือออกไปคนละทิศ ดูทรงงานนี้คงจะไม่เงียบซะแล้ว เหวินเหยาเหมือนจะเล่นใหญ่เกินไปและนั่นจะยิ่งทำให้นางทำงานลำบาก นางรู้ซึ้งถึงจุดนี้ดีจึงเลือกที่จะยุติเหตุกาณณ์ด้วยการใช้ปราณเคลื่อนย้ายวัตถุ
.
ดัชนีอัสนีบาตถูกพับเก็บลงไป และหันมาใช้เพียงการตวัดนิ้วมือบังคับเอาเศษแจกันที่แตกอยู่แถวนั้น ให้ลอยพุ่งเข้าไปเชือดคอของศัตรูคนสุดท้ายที่ใช้พลองเป็นอาวุธ! แต่ทว่าก็ดันมาผิดแผน!
.
"เป๊งงง!"
.
เมื่อจู่ ๆ กู่ฉินที่เคยบรรเลงอยู่บนเวทีก็ดังสนั่นขึ้น คุณชายเซียวนั่งเล่นมันอย่างสบายใจท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายของคนทั้งโรงสังคีต หนำซ้ำยังเป็นคนสกัดเศษแจกันเอาไว้ด้วยซี่พัดก้านหนึ่งที่ปาขึ้นไปขัดขวาง แกบอกให้ทุกคนออกไปจากที่นี่ซะ แล้วหันมาพูดกับเหวินเหยาเบา ๆ แบบสุภาพว่า
.
"แม่นาง.. ข้าคงมิต้องถามแล้วว่าเจ้าเป็นใคร เพราะวรยุทธของเจ้านั้นได้ทำให้ข้าลืมความโศกเศร้าไปได้มาก แล้วข้าก็รักพัดประจำตัวอันนี้ของข้ามากเสียด้วยสิ! งั้นเจ้าจะประมือกับข้าสักกระบวนท่าได้หรือไม่!!!"
.
"เปรี๊ยงง!!!"
กู่ฉินถูกซัดให้ลอยพุ่งทะยานใส่อย่างรุนแรง! สายระโยงระยางของมันขาดผึงออกเป็นแฉกแปดทิศคล้ายใยแมงมุมแผ่รัศมีอันน่าสะพรึง!
.
เหวินเหยาจะหลบอาวุธระยะไกลเหล่านี้พ้นหรือไม่ ที่ผ่านมานางเจอแต่การโจมตีระยะสามจั้งสองฉื่อและเราคงต้องรอดู
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
สองมือโอบอุ้มดุ้นหรรษาอันนี้ที่ดิ้นกระแด่วราวกับปลาเฮยอวี๋ (黑鱼) ในซุปหม้อไฟ ปลาขาดน้ำย่อมกระเสือกกระสนเช่นไร ควยปลอมดุ้นนี้กลับทำในสิ่งตรงข้าม! ตัวมันฉ่ำชุ่มไปด้วยน้ำเงี่ยน ทั้งยังหยดติ๋ง ๆ หยาดลงกับพื้นในทุกห้วงก้าวที่เยว่เอ๋อหอบหิ้วถือไป มันมิได้ดิ้นเพราะขาดน้ำ! หากแต่ดิ้นเพราะกระชุ่มกระชวยที่ได้
ลำตัวบอบบางจะทนกับสิ่งนี้ได้อีกสักเพียงไหน ความช้ำสะสมนี้เริ่มจะเปลี่ยนเยว่เอ๋อให้เป็นดั่งกลีบดอกเบญจมาศที่โดนฉีกทึ้ง ความสวยงามที่ต้องแลกมากับความเจ็บปวด ความแสบเสียวที่ต้องแลกมากับร่องเสียงอันแสบสัน ดุ้นควยปลอมของคุณชายเซียวช่างมิยอมรามือ แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องโทษเยว่เอ๋อด้วยที่ส่งแรงกำหนัดพาดผ่านลงไ
องศาการฉีกคว้านเข้าขั้นทะลุทะลวง เยื่อพรหมจรรย์ของเยว่เอ๋อน่าจะฉีกขาดไปสิ้นแล้ว หลังโดนการกระแทกตำที่ระห่ำซั่มแม่ถึงเพียงนี้ นางประคองดุ้นควยยักษ์ด้วยสองขาแทบมิไหว อัตราการกระทุ้งกึ่งหมุนควงส่งผ่านมาถึงกล้ามเนื้อหัวหน่าวจนกระเพื่อมเริงระบำ แทนที่เยว่เอ๋อจะเป็นคนคุมเกม กลับกลายเป็นนางเองที่โดนจู๋ปลอ
ปล่อยองคชาตเทียมดิ้นกระแด่ว ๆ เป็นปลาช่อนขาดน้ำอยู่บนฟูกที่นอนต่อไป บัดนี้สมาธิความสนใจของเยว่เอ๋อน้อยได้ย้ายมายังกระดาษจดหมายแผ่นหนึ่ง ที่สอดไว้ด้านล่างสุด มันคือเอกสารคู่มือการใช้ดุ้นควยอันนี้ นางปราดสายตาผ่านอักษรท่อนที่เขียนถึงที่มาที่ไปว่าควยนี้มายังไง และใครเป็นคุณชายต้นแบบ พลันเลือกที่จะเพ่ง







