Share

บทที่ 4

Author: ปลาน้อย
เซี่ยอวี่จือยืนฟังอยู่ไม่ไกลเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว

สวี่ชิงเหยาเดินเข้ามาด้วยท่าทางพอใจแล้วมองเธอด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม

“งานเลี้ยงที่เธอจัดก็ทำได้ไม่เลวหรอกนะ แต่ก็ยังมีปัญหาเล็กน้อย ตรงโถงกลางไม่มีพรมปูไว้ กระโปรงของฉันเลอะหมดแล้ว เพื่อเป็นการชดเชยความผิดพลาดนี้ เธอมาช่วยถือชายกระโปรงให้ฉันหน่อย”

เซี่ยอวี่จือโค้งศีรษะลง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ต่ำต้อยแต่ก็ไม่อวดดี

“กรุณารอสักครู่ค่ะ หลังเวทียังมีพรมหลงเหลืออยู่ ฉันจะรีบสั่งให้คนนำมาปูเดี๋ยวนี้ค่ะ”

เมื่อเห็นว่าเธอยังกล้าปฏิเสธ ใบหน้าของสวี่ชิงเหยาก็เคร่งขรึมและบึ้งตึงขึ้นมาทันที

พอดีกับที่ฉีโม่หานเดินเข้ามา เมื่อเห็นว่าเธอไม่พอใจ เขาก็รีบปรี่เข้ามาหาทันที

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ฉีโม่หานคะ ฉันไม่อยากให้กระโปรงเปื้อน เลยบอกให้เลขาของคุณช่วยถือชายกระโปรงให้หน่อย แต่เธอก็ไม่ยอมรับคำขอ นี่เธอยังโกรธฉันเรื่องคราวที่แล้วอยู่ใช่ไหมคะ?”

เมื่อเห็นท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจของสวี่ชิงเหยา ฉีโม่หานก็รีบดึงเธอเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก แล้วมองไปยังเซี่ยอวี่จือด้วยสายตาที่เย็นชา

“แค่ถือกระโปรงเอง นี่มันเป็นหน้าที่ตามปกติของคุณอยู่แล้ว และคุณก็ไม่ได้เพิ่งมาเป็นเลขาวันแรกเสียหน่อย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จัดการไม่ได้งั้นเหรอ?”

แขกรอบข้างต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์และพูดจาจิกกัด

“เป็นแค่เลขาแต่ยังกล้าชักสีหน้าใส่คุณหนูสวี่อีกเหรอ? ไม่ดูสารรูปตัวเองเลยว่ามีค่าแค่ไหน!”

“คนเราเกิดมาวาสนาไม่เท่ากัน คุณหนูเขาเกิดมาเพื่อให้คนทะนุถนอมตามใจ การที่เขาให้เธอช่วยถือกระโปรงในงานเลี้ยงน่ะ ถือว่าเป็นการให้เกียรติแล้วนะ อย่าทำเป็นได้ใจไปหน่อยเลย”

เมื่อได้ยินคำพูดถากถางเลวร้ายเหล่านี้ แววตาของเซี่ยอวี่จือก็หม่นลง

เธอกดข่มอารมณ์ที่ขมขื่นเหล่านั้นเอาไว้ โน้มตัวลงไปหยิบชายกระโปรงขึ้นมา

สวี่ชิงเหยาลากฉีโม่หานเดินเล่นไปทั่วทั้งชั้นบนและชั้นล่าง จงใจทรมานเธอ

ที่ชายกระโปรงประดับไปด้วยไข่มุกมากมาย เซี่ยอวี่จือถือจนแขนสั่นและชาหนึบไปหมด แต่ทำได้เพียงต้องอดทนไว้

สวี่ชิงเหยายังไม่ยอมหยุดแค่นั้น เธอสั่งให้คนรินเหล้ามาเพิ่มมากมาย แล้วกวักนิ้วเรียกเซี่ยอวี่จือ

“วันนี้ฉันไม่อยากดื่มเหล้า แต่ในเมื่อเพื่อนๆ อุตส่าห์ให้เกียรติมาร่วมงานเลี้ยง จะปฏิเสธก็คงไม่ดี เธอดื่มเหล้าพวกนี้แทนฉันให้หมดสิ”

“ฉันแพ้แอลกอฮอล์ค่ะ...”

“ฉีโม่หานคะ ดูเธอสิ!”

เซี่ยอวี่จือเพิ่งจะเริ่มอธิบาย สวี่ชิงเหยาก็เริ่มออดอ้อนใส่ทันที

ฉีโม่หานเองก็รู้ว่าเธอแพ้แอลกอฮอล์ แต่เพื่อให้สวี่ชิงเหยามีความสุข เขาจึงทำได้เพียงตอบรับ

“คุณไม่ได้พกยาแก้แพ้ติดตัวไว้ตลอดเหรอ? กินยาแล้วค่อยดื่ม คงไม่เป็นอะไรหรอก”

น้ำเสียงที่เด็ดขาดและไม่ยอมให้ปฏิเสธนี้ ทำให้หัวใจของเซี่ยอวี่จือหล่นวูบลงสู่ก้นบึ้ง

ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงไปอีกระดับ เธอหยิบยาออกมาเงียบๆ และกลืนลงไปไม่กี่เม็ด

ไม่นานนัก กลุ่มคนก็ถือแก้วเหล้าเข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง และเธอก็ต้องยกเหล้าเหล่านั้นกรอกลงคอ

แก้วแล้วแก้วเล่า จนในกระเพาะของเธอรู้สึกปั่นป่วนจนอยากจะอาเจียนออกมาไม่หยุด

ในหัวสมองพร่ามัวเหมือนถูกเติมด้วยกาวจนมึนงงไปหมด ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือนจนมองไม่ออก

ท่ามกลางอาการวิงเวียนจนโลกหมุน เซี่ยอวี่จือได้ยินเสียงสวี่ชิงเหยากรีดร้องขึ้นมา

“ฉีโม่หาน สร้อยคอที่คุณให้ฉันหายไปแล้ว! เมื่อกี้มีแค่เลขาคนนี้คนเดียวที่เข้าใกล้ฉัน ต้องเป็นเพราะเธอที่มือไวขโมยมันไปแน่ๆ!”

เมื่อได้ยินการใส่ร้ายที่ไม่มีหลักฐานนี้ เซี่ยอวี่จือก็กลับมารู้สึกตัวตื่นขึ้นเพียงชั่วครู่

“ท่านประธานฉีคะ ไม่ใช่ฉันค่ะ”

ฉีโม่หานมองไปยังดวงตาที่เริ่มแดงของสวี่ชิงเหยา แล้วหันกลับมามองเซี่ยอวี่จือที่เมามายจนไม่ได้สติ สีหน้าของเขาจึงเคร่งขรึมและหนักใจมากขึ้น

“เมื่อกี้คนเยอะพลุกพล่าน บางทีมันอาจจะแค่หล่นหาย ลองหาดูให้ทั่วก่อนดีไหม?”

แต่สวี่ชิงเหยากลับไม่ยอมหยุด เธอสะบัดมือเขาออกอย่างแรง “จะไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใครอีกล่ะ? เพราะมันเป็นสร้อยคอที่คุณให้ ฉันถึงได้ร้อนใจขนาดนี้ แต่คุณกลับยังจะปกป้องเธออีก ในเมื่อคุณไม่ยอมค้นตัวเธอ งั้นวันหลังก็ไม่ต้องมาหาฉันอีกเลย!”

พูดจบเธอก็ทำท่าจะเดินหนีไปด้วยความโกรธ ฉีโม่หานจึงรีบดึงเธอไว้ และสั่งเรียกรปภ.ด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

วินาทีถัดมา รปภ.ไม่กี่คนก็กดร่างเซี่ยอวี่จือลงกับพื้น และเริ่มฉุดกระชากเสื้อผ้าของเธอ

เสียงในหัวของเธอดังสนั่นหวั่นไหว เธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงมหาศาลของคนเหล่านั้นได้เลย

เสื้อเชิ้ตถูกฉีกกระชากจนกลายเป็นเศษผ้า กระโปรงก็ถูกทึ้งจนขาดวิ่น ผิวหนังถูกขูดขีดจนเป็นรอยเขียวช้ำแดงก่ำและมีรอยเลือดซึม

ความรู้สึกน่าละอายใจพุ่งพล่านขึ้นมาในใจ จนเธออดไม่ได้ที่จะร้องตะโกนขอความช่วยเหลือด้วยน้ำตา

“ฉันไม่ได้เอาไปจริงๆ นะคะ ไม่ใช่ฉันจริงๆ!”

แต่เสียงโหยหวนของเธอกลับได้รับเพียงการกระทำที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม

รปภ.กระชากไปถึงเสื้อชั้นในของเธอ และกำลังจะดึงมันออกมา

ฉีโม่หานทนดูไม่ได้และกำลังจะสั่งให้หยุด แต่พอดีกับที่มีพนักงานเสิร์ฟไม่กี่คนวิ่งเข้ามา

“เจอแล้วครับ สร้อยคอหล่นอยู่ที่บันได!”

ชั่วพริบตาเดียว สายตาของคนทั้งโถงจัดเลี้ยงก็ไปตกอยู่ที่สร้อยเพชรอันสวยงามระยิบระยับในมือของพวกเขา

คิ้วที่ขมวดแน่นของฉีโม่หานคลายลงเล็กน้อย เขาโบกมือให้รปภ.ถอยออกไป

จากนั้นเขาก็หยิบสร้อยคอเส้นนั้นขึ้นมา และบรรจงสวมลงที่ลำคอของสวี่ชิงเหยาด้วยตัวเอง พร้อมน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง

“เจอสร้อยแล้วนะ เลิกโกรธได้แล้ว ตกลงไหม?”

สวี่ชิงเหยาถึงได้เปลี่ยนจากน้ำตาเป็นรอยยิ้ม

เธอมองไปยังเซี่ยอวี่จือที่นอนอยู่อย่างน่าเวทนาบนพื้น ที่กอดแขนเขาแล้วเริ่มออดอ้อนอีกครั้ง

“โชคดีจริงๆ ที่หาเจอ ไม่อย่างนั้นฉันคงเสียใจไปอีกนานเลย แต่ว่าเลขาของคุณต้องมาเจอเรื่องที่น่าลำบากใจขนาดนี้เพราะเรื่องนี้ ฉันควรจะไปขอโทษเธอดีไหมคะ?”

ทันใดนั้น สายตาของทุกคนในงานก็จ้องมองไปยังเซี่ยอวี่จือที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่เป็นชิ้นดี

เมื่อเผชิญกับสายตาที่ประสงค์ร้ายเหล่านั้น เธอทำได้เพียงขดตัวเข้าหากัน และกอดตัวเองไว้ให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้

ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ไร้ที่สิ้นสุด เธอได้ยินน้ำเสียงที่เย็นชาของฉีโม่หานดังขึ้น

“ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก เธอเป็นแค่เลขา เจอความยากลำบากใจนิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สุดทางไม่มีเธอ   บทที่ 23

    หนึ่งปีต่อมา ฉีอี่เนี่ยนได้รับข้อความจากเซี่ยอวี่จือ เพื่อนรักของเธอกำลังจะแต่งงาน แถมยังเชิญเธอไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวด้วย!ฉีอี่เนี่ยนดีใจจนเนื้อเต้น เธอวางทุกอย่างในมือลงและรีบซื้อตั๋วเตรียมบินไปหาทันที แน่นอนว่าฉีโม่หานเองก็ได้รับรู้ข่าวนี้จากปากของน้องสาวเช่นกันมือของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุบตาลง แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจแล้วถามออกไป“จะแต่งงานเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”ตลอดหนึ่งปีมานี้ เขามักจะได้ยินเรื่องราวความเป็นไปของเซี่ยอวี่จือจากน้องสาวเสมอ รู้ว่าเธอมีแฟนที่รักเธอมากคนหนึ่ง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะแต่งงานแล้วบอกไม่ถูกว่าในใจรู้สึกอย่างไร ฉีโม่หานเพียงรู้สึกว่าภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว จนมองตัวอักษรใต้ปลายปากกาไม่ชัด เขาได้ยินเสียงที่แสนนุ่มนวลลอดออกมาจากโทรศัพท์ที่น้องสาวเปิดลำโพงไว้“ใช่ ถึงเวลาที่ต้องแต่งแล้วล่ะ กว่าจะเจอคนที่ใช่ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่อยากจะรออีกต่อไปแล้ว”นั่นคือเสียงของเซี่ยอวี่จือ น้ำเสียงของเธอราบเรียบปนรอยยิ้ม ฟังเพียงครู่เดียวก็รู้ว่าเธอมีความสุขมากแค่ไหนฉีอี่เนี่ยนคุยโทรศัพท์ไปเก็บข้าวของไป“ก็จริงนะ แต่พวกเธอวางแผนจะอยู่เมืองนอกไม่กลับมาแล้วจริงๆ เหรอ?

  • สุดทางไม่มีเธอ   บทที่ 22

    ช่วงเวลานี้ สวี่ชิงเหยาถูกทรมานอย่างหนัก กินไม่อิ่ม นอนไม่หลับ สิ่งที่เธอเคยทำกับเซี่ยอวี่จือ ทุกอย่างย้อนกลับมาหาเธอเป็นร้อยเป็นพันเท่าเธอตัวสั่นอยู่ในห้องใต้ดิน เมื่อเห็นประตูปิดออกและมีแสงสว่างส่องเข้ามา เธอก็ยังไม่ทันตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งฉีโม่หานเดินเข้ามา เธอถึงได้สติ รีบคลานไปกอดเขาเหมือนคว้าฟางเส้นสุดท้าย“ฉีโม่หาน ฉันผิดไปแล้ว! ยกโทษให้ฉันเถอะนะ ฉันจะไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับคุณและเซี่ยอวี่จืออีกแล้ว ต่อไปฉันจะไปให้ไกลๆ จะไม่มาให้ขวางหูขวางตาพวกคุณอีก ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันสำนึกผิดแล้วจริงๆ!”หญิงสาวทั้งอ้อนวอนทั้งสะอึกสะอื้นจนเสียงขาดช่วง สภาพดูเวทนาอย่างถึงที่สุดฉีโม่หานไม่พูดจา เขาพิจารณาใบหน้านั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน ใบหน้าที่สูญเสียความใสซื่อและความงดงามไปแล้ว เหลือเพียงความโลภและความต้องการไม่รู้จบ ตัวเขาทำไมถึงต้องมาสูญเสียคนที่สำคัญที่สุดไปเพราะผู้หญิงคนนี้ด้วยพอคิดได้ดังนั้น ฉีโม่หานก็โมโหขึ้นมา จนอยากจะสับสวี่ชิงเหยาเป็นชิ้นๆ แต่ฉีอี่เนี่ยนและอวี่จือพูดไม่ผิด สุดท้ายแล้วต้นเหตุก็คือเขาที่หลงผิดเอง ส่วนสวี่ชิงเหยาแค่ใช้สถานะของเขาเท่านั้นเขาสงบสติอารมณ์ลง แ

  • สุดทางไม่มีเธอ   บทที่ 21

    ไม่นานนัก ฉีอี่เนี่ยนก็มาถึง ทันทีที่เธอได้รับโทรศัพท์จากเซี่ยอวี่จือเธอก็รีบบึ่งมาหาทันที ทั้งสองคนไม่ได้เจอกันหนึ่งเดือน พออี่เนี่ยนมาถึงก็โผเข้ากอดเพื่อนรักทันที“เซี่ยอวี่จือ!”สีหน้าของเซี่ยอวี่จืออ่อนโยนลงและรับอ้อมกอดนั้นไว้“ฉีอี่เนี่ยน เธอมาแล้ว”พวกเธอนั่งคุยกันครู่หนึ่ง เมื่อถึงเวลาต้องจากกัน ฉีอี่เนี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิด“ขอโทษนะเซี่ยอวี่จือ ฉันไม่ควรใจอ่อนยอมให้พี่ชายมาตามหาเธอเลย สร้างความลำบากให้เธอตั้งมากมาย”เซี่ยอวี่จือหยิกแก้มเธอเบาๆ“ไม่เป็นไรหรอก ต่อให้เธอไม่บอก ฉีโม่หานก็คงหาทางมาเองจนได้ เจ็บเลยดีกว่าเจ็บยาว ใช้โอกาสนี้พูดให้ชัดเจนก็ดีแล้ว”ถึงอย่างนั้น ฉีอี่เนี่ยนก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี เธอเองก็ไม่คิดว่าพี่ชายจะบ้าคลั่งได้ขนาดนี้ ถึงขั้นยอมตากฝนทั้งคืนอย่างไม่กลัวตาย เธอกลั้นใจหันไปมองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลซึ่งกำลังมองมาทางนี้ด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์แต่ต้องข่มใจไว้ และอดไม่ได้ที่จะถามคำถามที่เธออยากรู้คำตอบมากที่สุด“เซี่ยอวี่จือ... ถ้า สมมติว่าถ้า! ถ้าสวี่ชิงเหยาไม่ปรากฏตัวขึ้นมา เธอจะยอมลงเอยกับพี่ชายฉันไหม?”คำตอบนี้เป็นสิ่งที่ฉีโม่หานเองก็อยากรู้เ

  • สุดทางไม่มีเธอ   บทที่ 20

    เขาเอาแต่นั่งเหม่อลอยอยู่ในร้านกาแฟแบบนั้น จนกระทั่งร้านปิดถึงได้ยอมจากไปเขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี ในใจเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน ยิ่งเป็นเช่นนี้ เขาก็ยิ่งรับรู้ได้ชัดเจนว่าเซี่ยอวี่จือสำคัญต่อเขาแค่ไหน แต่เขากลับทำเธอหายไปแบบนี้!ถ้าหากสวี่ชิงเหยาไม่กลับมา...ถ้าหากเขารู้ตัวได้เร็วกว่านี้สักก้าวว่าเขาหลงรักเซี่ยอวี่จือเข้าแล้ว...ถ้าหากเขาไม่ทำให้เซี่ยอวี่จือต้องผิดหวัง...ความเป็นไปได้นับไม่ถ้วนผุดขึ้นในสมองของเขา แต่สำหรับเขาแล้วมันไม่มีทางย้อนกลับไปได้อีกเขาเดินอย่างเคว้งคว้างไปตามท้องถนนในต่างแดน สายฟ้าฟาดลงมาตามด้วยฝนที่ตกหนัก ผู้คนบนท้องถนนต่างพากันวิ่งกลับบ้านเพื่อหลบฝน แต่ฉีโม่หานกลับไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดีเขาทั้งเดินไปเรียกชื่อเซี่ยอวี่จือไปในท่ามกลางสายฝน จนร่างกายเปียกปอนไปทั้งตัวทันใดนั้น โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เขารีบหยิบขึ้นมาดูด้วยความหวัง แต่มันคือข้อความจากฉีอี่เนี่ยน“พี่คะ กลับมาเถอะ”เขามองดูประโยคนี้ แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกไร้เรี่ยวแรงเหลือเกิน เขากับเซี่ยอวี่จือทำไมถึงลงเอยแบบนี้ไปได้?เขาทรุดเข่าลงร้องไห้โฮและตะโกนลั่นท่ามกลางพายุฝน เสียงฝนกลบทุกเสียงรวม

  • สุดทางไม่มีเธอ   บทที่ 19

    สถานที่ที่พวกเขานัดหมายกันไว้คือร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ตอนที่ฉีโม่หานผลักประตูเข้าไป เสียงกระดิ่งลมก็ดังขึ้นกริ๊งหนึ่ง เขาเดินเข้าไปและเห็นเซี่ยอวี่จือนั่งอยู่ที่มุมร้านในทันทีเวลาเพียงหนึ่งเดือนที่ไม่ได้เจอกัน กลับรู้สึกยาวนานและทรมานราวกับผ่านไปเป็นปี จนกระทั่งตอนนี้ที่ได้พบเธอในที่สุด ฉีโม่หานถึงกับเกิดความรู้สึกพร่ามัวเหมือนฝันไปเธอเปลี่ยนไปมากตอนที่อยู่ข้างกายเขาด้วยฐานะเลขา ชุดที่เธอใส่บ่อยที่สุดคือชุดทำงาน ต่อให้หลังเลิกงานพวกเขาจะเล่นบทบาทสมมติอะไรกันที่บ้าน แต่ความรู้สึกที่เซี่ยอวี่จือมีให้เขามักจะดูเรียบร้อยเป็นทางการเสมอแต่ตอนนี้ เธอกลับสวมชุดลำลองรวบผมขึ้นเผยให้เห็นลำคอที่ขาวเนียนและเรียวระหงจนทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในอดีต เซี่ยอวี่จือคนเดิมที่เคยแอบรักเขาอย่างใสซื่อในช่วงแรกเขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไป และทักทายด้วยรอยยิ้ม“เซี่ยอวี่จือ ไม่เจอกันนานเลยนะ”เขาพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกที่อยากจะดึงคนตรงหน้าเข้ามากอดไว้ในทันที และจ้องมองใบหน้าของเธอด้วยความโหยหาและหลงใหล“อืม เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ที่ฉันยอมมาเจอคุณก็แค่อยากจะพูดเรื่องระหว่างเราให้ชัดเจน

  • สุดทางไม่มีเธอ   บทที่ 18

    ฉีอี่เนี่ยนส่งข้อความไปหาเซี่ยอวี่จือแล้ว แต่เนื่องจากเวลาในประเทศและต่างประเทศต่างกันหลายชั่วโมง ฉีอี่เนี่ยนจึงเกลี้ยกล่อมให้เขาเปกลับไปก่อน หากมีข่าวคราวเธอจะแจ้งให้ทราบเอง แต่ฉีโม่หานกลับไม่ยอมไปไหนเขาดึงดันที่จะรั้งรออยู่ที่พักของน้องสาว นอนบนโซฟา เพียงแค่มีเสียงเคลื่อนไหวเล็กน้อยเขาก็จะสะดุ้งตื่นขึ้นมา ด้วยความหวังว่าจะเป็นข้อความจากเซี่ยอวี่จือจนกระทั่งคืนวันที่สอง ฉีอี่เนี่ยนจึงได้รับข้อความตอบกลับ“ตกลง ฉันจะยอมพบกับเขา”คำสั้นๆ ไม่กี่คำ แต่ทำให้ฉีโม่หานมีความหวัง เซี่ยอวี่จือยังยอมเจอเขา! นั่นหมายความว่ายังมีโอกาสระหว่างพวกเขา!ด้วยหัวใจที่พองโตด้วยความตื่นเต้น ฉีโม่หานรีบจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวที่เร็วที่สุดในทันทีฉีอี่เนี่ยนรั้งเขาไว้พร้อมขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย“พี่คะ พักผ่อนสักวันก่อนค่อยไปเถอะ พี่ไม่ได้นอนมาหลายวันแล้วนะ? ในเมื่อเซี่ยอวี่จือรับคำว่าจะเจอพี่แล้ว เธอไม่ผิดคำพูดแน่นอน”ฉีโม่หานสะบัดมือเธอออก“พี่รอไม่ได้แล้ว ช่วงเวลาที่เซี่ยอวี่จือทิ้งพี่ไป พี่เอาแต่คิดถึงเธอทุกลมหายใจ ตอนนี้พี่แค่อยากจะเจอหน้าเธอเท่านั้น” สีหน้าอ่อนโยนของเขาทำให้ฉีอี่เนี่ยนงงมา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status