Masukตำหนักคุนหนิง
"จะเป็นไปได้อย่างไร นางเด็กนั่นดื่มชาพิษแต่กลับไม่เป็นอันใดเลยหรือ" สตรีผู้ทรงอำนาจที่สุดในวังหลังตวาดลั่น
"ฮองเฮาโปรดระงับโทสะพ่ะย่ะค่ะ" ซุนกงกงกล่าวเตือนองค์จักรพรรดินีผู้เป็นดั่งมารดาของแผ่นดิน ก่อนจะโบกมือไล่นางกำนัลหน้าตำหนักออกไป
"ซุนกงกง เจ้าแน่ใจใช่หรือไม่ว่านางดื่มชานั่นจริงๆ มิใช่ว่าเป็นหย่งฉีที่สับเปลี่ยนชา "
"ชินอ๋องยังมิทราบขอรับว่านางได้รับพิษจากชาที่พระองค์ทรงประทานให้ กระหม่อมสอบถามจากหมอหลวงได้ความว่า พิษในชานั่นเป็นพิษแบบออกฤทธิ์เฉียบพลัน ทำให้หัวใจวายตายทันทีที่ดื่ม หลังจากเขาพบว่านางสิ้นใจจึงบอกข่าวร้ายแก่ท่านราชครูหลิว อีกครึ่งชั่วยามต่อมาบ่าวรับใช้กลับมาเชิญหมอหลวงผู้นั้นให้กลับไปที่จวนอีกครั้ง บอกว่าคุณหนูรองหลิวฟื้นคืนชีพ เมื่อตรวจอาการพบว่าหลังนางกระอักเลือดออกมาร่างกายก็ขับพิษออกมาจนหมดพ่ะย่ะค่ะ"
"เอาเถิด ครั้งนี้ถือเสียว่านางโชคดี เดิมทีข้าคิดว่านางรู้วิชาแพทย์จึงจงใจใช้ชาพิษเพื่อเตือนนาง ไม่คิดว่าจะดื่มเข้าไปจริงๆ หวังว่าสตรีนางนั้นจะเลิกยุ่งกับหย่งฉีของข้า จะได้ไม่ต้องเปลืองแรงกำจัดคนตระหลิวให้พ้นหูพ้นตา"
ซูฮองเฮากล่าวน้ำเสียงหวานทว่าเย็นเหยียบ สีหน้าดูเรียบเฉยและสงบลงกว่าเมื่อครู่อยู่หลายส่วนนัก ด้านซุนกงกงที่เห็นว่านายเหนือหัวของตนมีท่าทีสงบลงก็รู้สึกวางใจ ยามปกติพระองค์ก็ทรงมีท่าทีน่าเกรงขามมากอยู่แล้ว ยามโทสะครอบงำจึงยิ่งทำให้ดูน่าหวาดหวั่นเข้าไปใหญ่
ที่จวนราชครูหลิว หลิวเฟิงเหลียน บุตรชายคนโตของท่านราชครูหลิวรีบรุดมาที่เรือนใหญ่เพื่อแจ้งข่าวแก่ผู้เป็นบิดา เรื่องสืบหาต้นตอของยาพิษที่หลิวฟางเซียนดื่มเข้าไป
"ท่านพ่อขอรับ"
"อืม"
"เป็นดังที่ข้าคาดการณ์ไว้ ชาพิษที่น้องรองดื่มเป็นชาที่ได้มาจากชินอ๋องขอรับ ทว่าชินอ๋องเองมิทราบเรื่องนี้ ชานั่นเป็นของที่ฮองเฮาประทานมาให้ ยามนี้ชินอ๋องรู้เพียงว่าน้องรองดื่มยาพิษเพราะเสียใจที่พระองค์กำลังจะตบแต่งคุณหนูตระกูลซูเข้าจวนเป็นชายาเอก"
หลิวเฟิงเหลียนรายงานต่อผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงเจือความไม่สบายใจ ด้วยเป็นห่วงความปลอดภัยของน้องสาวที่ตนรักดังดวงใจ กลัวว่าถ้าหากเซียนเอ๋อร์ของเขามิอาจตัดใจจากชินอ๋องและดึงดันจะรักบุรุษสูงส่งผู้นี้ต่อไป นางจะต้องพบเจอกับเรื่องร้ายเป็นแน่
"ฮองเฮาไม่ยอมหยุดแน่ หากเซียนเอ๋อร์มิยอมตัดใจ ตีตนออกหากจากชินอ๋อง ไว้ข้าจะลองคุยกับเซียนเอ๋อร์ดู อย่างไรเสียนางก็น่าจะเชื่อฟังบิดาอยู่สักส่วน"
ท่านราชครูหลิว หลิวหลิ่งเหอกล่าวกับบุตรชายคนโต มีเพียงวิธีนี้ที่หลิงฟางเซียนจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของมารดาแผ่นดินผู้จิตใจอำมหิตเลือดเย็นทำได้ทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของตนอย่างซูฮองเฮา
แม้จะทำให้หลิวฟางเซียนเจ็บปวดใจอยู่สักหน่อย ทว่าอย่างไรเสียนางคงไม่อาจดื้อรั้นขัดคำบิดาแน่
หลังจากที่ หลิวเฟิงเหลียนกลับออกไป ท่านราชครูหลิวก็ได้รับข่าวจากองครักษ์เงาหนึ่งในสองคนที่ตนสั่งให้จับตาดูบุตรสาวแจ้งว่าหลิวฟางเซียนเพิ่งนั่งรถม้าออกไปนอกจวนเพื่อซื้อสมุนไพรมาปรุงยา
"หลวนเฉิน เจ้ากับหลวนชุนคอยดูนางให้ดี อย่าให้ผู้ใดทำร้ายนางและอย่าให้นางทำร้ายตัวเอง" ท่านราชครูหลิวสั่งผู้ใต้บัญชา
"ขอรับ นายท่าน" หลวนเฉินรับคำ ก่อนจะเร้นกายหายไปเพื่อทำงานตามประสงค์ของผู้เป็นนาย
คิดได้ดังนั้นองครักษ์หนุ่มจึงลอบเข้ามาในหอสูงตระหง่านแห่งนี้สวรรค์เถิด! มีห้องหับมากมายเพียงนี้เขาจะเริ่มหาจากห้องใดดีเล่า เหวินเต๋อได้แต่บ่นอยู่ในใจ ยังดีที่พระชายารอบคอบ นำรูปภาพกล้วยไม้ราตรีมาให้เขากับเจ้าพวกนั้นดู ทั้งยังอธิบายรูปลักษณ์และเปรียบเทียบให้ฟังว่าดอกกล้วยไม้งามแต่อันตรายนี้มีกลิ่นฉุนรัญจวนคล้ายกล้วยไม้ป่าจากทางใต้ที่ส่งคนไปหามาคราก่อน อย่างน้อยๆ ก็ตามกลิ่นเอาก็แล้วกันหาอยู่นานนับชั่วยามก็ยังไม่พบเบาะแสอันใด องครักษ์หนุ่มแง้มเปิดดูทุกห้องที่เขาเดินผ่าน ทว่ากลับพบเพียงความว่าเปล่าหอแห่งนี้เงียบเสียจนผิดปกติ เหวินเต๋อจึงเพิ่มความระวังมากขึ้น ในที่สุดเขาก็พอจะนึกบางอย่างได้ พระชายาบอกว่าดอกกล้วยไม้ราตรีนี้จะเติบโตได้ดีในที่ที่อากาศเย็น เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายจากที่ค่อยๆ สำรวจห้องด้านล่างขึ้นไปด้านบน เป็นหาห้องใต้ดินแทนจนในที่สุดเขาก็พบห้องหนึ่งที่เริ่มจะพอเข้าเค้า เมื่อเปิดประตูห้องนั้นเข้าไปเขาพบว่าอากาศภายในนั้นเย็นยะเยือกราวกับอยู่ในฤดูเหมันต์ เหวินเต๋อที่นับตัวเองเป็นสหายของความเย็นหาได้รู้สึกอื่นใดนอกจากชินชาไม่ หากเป็นคนธรรมดาอยู่ในห้องนี้ไม่เกินสองเค่อคงแข็งตายอย
"ไม่ง่ายดายปานนั้น" หลิวฟางเซียนส่ายหน้า "สตรีที่วางยาพิษเป็นคนของหอพิษพิฆาต พวกนางทำยาพิษแต่ไม่ทำยาถอนพิษ และพิษสามราตรีนี้มีส่วนผสมของดอกกล้วยไม้ราตรี ที่มีเพียงเจ้าหอพิษพิฆาตเท่านั้นที่ปลูกได้""เช่นนั้นจะทำอย่างไรดีเล่า" ลั่วจิ่นไห่ถามอย่างร้อนใจ"ขอเวลาให้ข้าปรุงยาสักหน่อย ไม่เกินสองสามวันข้าจะต้องปรุงยาถอนพิษให้ได้" หลิวฟางเซียนให้คำมั่น ก่อนจะลุกเดินไปยังโต๊ะทำงานของอ๋องหนุ่มและหยิบพู่กันขึ้นมาตวัดเขียนลงบนกระดาษ "เหวินเต๋อเจ้าส่งคนไปที่หุบเขาไป๋ซาน นำป้ายหยกนี้ไปแสดงแก่เจ้าสำนัก และขอให้เขาจัดสมุนไพรหายากตามเทียบยานี้ให้ข้า ส่งคนอีกกลุ่มลอบแฝงตัวไปที่หอพิษพิฆาต และชิงกล้วยไม้ราตรีกลับมา ยาถอนพิษของข้าจะเสร็จช้าหรือเร็วล้วนอยู่ที่พวกเจ้าแล้ว""พ่ะย่ะค่ะ" เหวินเต๋อรับคำ ก่อนจะทะยานออกนอกหน้าต่างไปทำตามที่นายหญิงสั่งการ"เช่นนั้นข้าจะกลับไปที่ค่ายหยางเจี้ยน และไม่เคลื่อนไหวอันใดจนกว่าพระชายาจะให้คนไปส่งข่าว" ลั่วจินไห่บอกหญิงสาว ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอน ปล่อยให้นางอยู่กับสหายของเขาเพียงลำพัง"ท่านนี่ชอบทดลองยาจริงๆ นะเจ้าคะ ไม่ถึงปีก็ลองไปสามสิบกว่าชนิดแล้ว กลัวเซียนเอ๋อร์มิได้
ด้านนางกำนัลที่ไปรายงานซุนกงกงนั้นกลับมาที่หน้าห้องเดิมอีกครั้ง นางรออยู่หน้าห้องจนได้ยินเสียงคนในห้องฟื้นและสูดดมธูปกำหนัดที่ใส่เอาไว้ในกำยานออกฤทธิ์จึงแสร้งกรีดร้องเสียงดังหลิวฟางเซียนกับเก่อซีที่ได้ยินดังนั้น ก็อาศัยตอนช่วงชุลมุนแทรกกายไปรวมกลุ่มกับลั่วชิงลี่และอาจูอาจิ้น"เจ้าหายไปไหนมา" สหายรักของนางเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล หญิงสาวจึงระบายยิ้มบางๆ ตอบออกไป"ข้าเห็นว่าเสี่ยวซีไปเอายาให้ข้าที่รถม้านานแล้วยังไม่กลับมาจึงไปตามนาง วังหลวงกว้างใหญ่หากนางเดินหลงไปสถานที่ต้องห้ามขึ้นมาคงแย่เป็นแน่"ไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว ดูคนพวกนั้นเถิด กะอีแค่ตะขาบหายเข้าไปในห้องนั้น ใยจะต้องกรูกันเข้าไปดูด้วย" หลิวฟางเซียนเพียงยิ้มรับพยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวของสหาย พลางรอเวลาให้คนพวกนั้นออกมากล่าวถ้อยคำให้ร้ายนางทั้งวางยานอนหลับนาง ใช้ดอกไม้พิษที่ทำให้คนหมดสติเมื่อสัมผัสมาล่อลวงนาง ไหนจะธูปกำหนัดที่หมายจะให้นางเสื่อมเสียพินาศย่อยยับ ช่างเป็นวิธีของสตรีตื้นเขินโดยแท้ครั้งนี้ฮองเฮากับซูเฟยหรงคิดจะทำให้นางรู้สึกเหมือนอยู่มิสู้ตาย หากไม่ตอบแทนพวกนางบ้างคงจะดูไร้น้ำใจเกินไป รอดูต่อไปเถิด อีกไม่เกินเจ
"หม่อมฉันขออภัยเพคะ ๆ" นางก้มลงโขกศีรษะกับพื้นจนหน้าผากแดงช้ำ ก่อนเอ่ยตอบเสียงสั่นตามที่ได้ตระเตรียมกับซุนกงกงมา "ข้าน้อยเห็นตะขาบนับสิบตัววิ่งเข้าไปในตำหนักเจ้าค่ะ ตกใจจึงได้กรีดร้องออกมา" "ตะขาบงั้นรึ ซุนกงกงเข้าไปดูที" ฮองเฮาบอกขันทีคนสนิทด้วยสีหน้ากังวลอย่างเป็นธรรมชาติซุนกงกงเข้าไปได้เพียงชั่วอึดใจก็วิ่งหน้าตาตื่นออกมา ซูเฟยหรงจึงแสร้งเอ่ยถาม "เจอตะขาบจริงๆ หรือ""ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อม..." ซุนกงกงอึกอักฮองเฮาที่ทนรอคำตอบไม่ไหวจูงมือซูเฟยหรงเข้าไปดูด้วยพระองค์เอง เพียงครู่ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องออกมาจากด้านใน จนเหล่าสตรีชนชั้นสูงบางคนตามเข้าไปดูบ้างภาพบัดสีของบุรุษและสตรีที่กำลังร่วมรักกัน ส่งผลให้ผู้ที่พบเห็นกรีดร้องตกใจและถอยกรูดออกมา"เป็นองค์ชายแปดกับสตรีนางหนึ่ง" ฮูหยินจวนโหวที่เห็นหน้าบุรุษอย่างชัดเจนเอ่ยขึ้นมา ทำให้หยางเต๋อเฟยที่ยืนสงบใจรออยู่ด้านนอกเผลอตวาดลั่นอย่างลืมรักษากิริยา"เจ้ากล่าวเหลวไหลอันใด!""หม่อมฉันเห็นเช่นนั้นจริงๆ เพคะ" นางตอบ"มีผู้ใดเห็นพระชายาหลิวบ้าง ข้าไม่เห็นนางตั้งแต่ตอนอยู่ที่อุทยานแล้ว สตรีนางนั้นมิใช่ว่า" ซูเฟยหรงที่อดใจรอความสำเร็จไม่ไหวเอ่
ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงขันทีประกาศว่าฮองเฮาและพระสนมเสด็จมาพร้อมแล้ว งานเลี้ยงเริ่มขึ้นอย่างคึกคัก ฮองเฮาพูดเปิดงานพอเป็นพิธีก็เรียกคณะนางรำมารำถวาย พร้อมกับอาหารที่ทยอยนำขึ้นมารับรอง เมื่อตรวจดูว่าอาหารที่นางกำนัลยกมาปลอดภัยสำหรับนาง หญิงสาวจึงตักขึ้นมาทานอย่างละเล็กละน้อยพอเป็นพิธี จนการแสดงจบลง ฮองเฮาถึงได้เอ่ยอนุญาตให้บรรดาสตรีชนชั้นสูงท้้งหลาย เดินชมบุปผาในอุทยานได้ตามใจชอบลั่วชิงลี่เป็นคนแรกๆ ที่ลุกขึ้นหลังจากได้ยินว่าฮองเฮาทรงอนุญาต นางยื่นมือมาดึงให้หลิวฟางเซียนลุกไปพร้อมกันฮองเฮากับซูเฟยหรงมิได้มีท่าทีสนใจนาง ดูปกติเสียจนรู้สึกได้ว่ามีอันใดที่ไม่ปกติ หลิวกุ้ยเฟยท่านอาของนางก็คงรู้สึกได้เช่นกัน จึงได้เดินตรงมาหาหลานสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม"ถวายพระพรเพคะ" หลิวฟางเซียนกับลั่วชิงลี่ยอบกายและเอ่ยพร้อมกัน"ไม่ต้องมากพิธี" พระนางบอกคนทั้งสอง ก่อนเอื้อมมือเรียวอ่อนเยาว์มาจับมือหลานสาวเอาไว้จับจูงกันไปชมบุปผา อย่างสบายใจทว่าผ่านไปเพียงครู่เดียวฮองเฮาก็ส่งซุนกงกงมาเชิญหลิวกุ้ยเฟยให้ไปชมบุปผากับพระนาง สองอาหลานสบสายตากันอย่างมีความหมาย หลิวกุ้ยเฟยบีบมือหลานสาวเบาๆ
"เก่อซี" สิ้นเสียงของหลิวฟางเซียนพลันมีเงาดำสายหนึ่งพุ่งเข้ามา ก่อนจะปรากฏเป็นร่างสูงกำยำขององครักษ์เงาที่โม่เสวี่ยหยางมอบให้ "ข้ามีงานให้เจ้าทำ""นายหญิงโปรดสั่งมาขอรับ" เก่อซีรับคำอย่างแข็งขัน นางเพิ่งสังเกตว่าองครักษ์ผู้นี้เปลี่ยนสรรพนามเรียกนางจากพระชายาเป็นนายหญิง เดาว่าเขาคงพอจะรู้ตัวตนของนายท่านตัวเองออกแล้วกระมัง หากแต่ยังทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นปิดหูปิดตา ด้วยเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะสอดมือมายุ่งได้หลิวฟางเซียนยิ้มบาง ก่อนตอบเสียงนุ่ม "ได้ยินจากเหวินเต๋อว่าเจ้าเก่งกาจนักเรื่องปลอมตัว ข้าอยากให้เจ้าปลอมตัวเป็นนางกำนัลของข้า ติดตามข้าเข้าวังพรุ่งนี้""ปลอมเป็นสตรีหรือขอรับ" เก่อซีถามย้ำ"ใช่ ทำได้หรือไม่เล่า ในวังมีองครักษ์ของคนหลายกลุ่ม พวกเขาคงต้องตรวจสอบข้าเป็นแน่ หากเจ้าตามข้าไปในฐานะบุรุษ ย่อมต้องพบเจอปัญหา""เก่อซีทราบแล้วขอรับ นายหญิงโปรดวางใจ เก่อซีจะปกป้องท่านจนตัวตาย" องครักษ์หนุ่มบอกอย่างฮึกเหิม หลิวฟางเซียนรู้ดีว่าเขาไม่ได้พูดเล่น ทุกคำของเขาล้วนมาจากใจจริง "ดีมาก หากครั้งนี้ผ่านไปอย่างราบรื่น ข้าจะเลี้ยงอาหารพวกเจ้ามื้อใหญ่" หญิงสาวบอกกับคนทั้งสามอย่างอารมณ์ดี







