LOGIN"อาจู อาจิ้น"หลิวฟางเซียนพรูลมหายใจออกมา ก่อนจะเรียกชื่อสาวใช้ทั้งสองด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เจ้าคะคุณหนู" อาจูและอาจิ้นขานรับพร้อมกัน
"พวกเจ้าทั้งสองเป็นสาวใช้ข้าหรือเป็นผู้คุมข้ากันแน่" ผู้เป็นนายเอ่ยเสียงแข็ง หลังพบว่าอาจูกับอาจิ้นสาวใช้ข้างกายคอยจ้องมอง เฝ้าดูนางตลอดเวลาจนรู้สึกอึดอัด
"ข้าน้อยมิกล้าเจ้าค่ะ" อาจูกับอาจิ้นบอกพร้อมกัน ทั้งสองรีบย่อตัวนั่งลงและใช้ศีรษะโขกกับพื้นรถม้าอย่างลนลาน
"เพียงแต่นายท่านกับคุณชายเป็นห่วงว่าคุณหนูจะทำร้ายตัวเองจึงให้บ่าวทั้งสองคอยระวังเจ้าค่ะ" อาจิ้นกล่าวตอบเสียงสั่น นางไม่เคยถูกคุณหนูกล่าวโทษอย่างจริงจังเช่นนี้มาก่อน ครั้งนี้พวกนางคงทำให้คุณหนูรู้สึกอึดอัดใจเกินไปจริงๆ
"เจ้าทั้งสองฟังข้า" หลิวฟางเซียนปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติก่อนกล่าว "สตรีโง่งมที่ทำร้ายตัวเองเพราะความรัก นางได้ตายไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืนก่อน ข้าจะไม่โง่งมซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง วางใจเถิด"
"ข้าน้อยทราบแล้วเจ้าค่ะ" อาจูและอาจิ้นรับคำพร้อมกัน
สองสาวใช้มิได้จับตาดูหลิวฟางเซียนอีกตามสัญญา ทั้งคู่เพียงนั่งเงียบๆ มิกล้าจ้องมองผู้เป็นนายให้รู้สึกอึดอัดอีก
ไม่นานรถม้าก็จอดสนิทที่หน้าร้านสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง หลิวฟางเซียนที่เพิ่งลงจากรถม้า รีบตรงดิ่งเข้าไปในร้านทันที
"คุณหนูรองหลิวหายดีแล้วหรือ เหตุใดจึงมาถึงร้านข้าได้" เถ้าแก่ร้านสมุนไพรเอ่ยทักทั้งที่ยังก้มหน้าก้มตาจัดยาตามเทียบให้ลูกค้าที่มาก่อนหน้าอยู่
"เถ้าแก่ฝูท่านมีตาทิพย์หรืออย่างไร ข้ายังมิทันกล่าวคำใดท่านก็รู้เสียแล้วว่าเป็นข้า" หลิวฟางเซียนเอ่ยเย้า
"ฮ่าๆๆ ในเมืองหลวงจะมีสตรีใดที่มีกลิ่นบุปผาลอยกรุ่นมาจากกายเช่นท่านได้อีกเล่า หากจะกล่าวถึงโฉมสะคราญผู้งามล่มเมืองและมีกลิ่นหอมกรุ่นจากกายโดยมิพึ่งเครื่องหอมใดๆ เห็นทีจะมีเพียงคุณหนูรองจวนราชครูหลิวเพียงผู้เดียว ข้าฝูเหยียนขอรับรอง" เถ้าแก่ฝูเอ่ยเย้ากลับ
"คำชมเถ้าแก่ฝู ข้าหลิวฟางเซียนมิกล้ารับเจ้าค่ะ"หลิวฟางเซียนตอบ ริมฝีปากบางสีชมพูธรรมชาติยกยิ้มอ่อนหวาน ก่อนจะส่งเทียบยาสมุนไพรที่ต้องการให้กับเถ้าแก่ฝูผู้มีอารมณ์ขัน
ใช้เวลาเพียงชั่วครู่เขาก็จัดสมุนไพรใส่ห่อยื่นให้หลิวฟางเซียน ร่างระหงรับห่อสมุนไพรส่งให้อาจู ก่อนจะหมุนตัวออกจากร้าน
ปึก!
ยังไม่ทันที่หลิวฟางเซียนจะก้าวพ้นประตูร้านก็ถูกใครบางคนวิ่งชนจนเซล้มลงโชคดีที่หลวนชุนเข้ามารับร่างระหงเอาไว้ทัน หลิวฟางเซียนจึงมิได้รับบาดเจ็บ ชายปริศนาสวมอาภรณ์แบบจอมยุทธ์สีดำที่เป็นต้นเหตุชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะละความสนใจวิ่งตรงไปหาเถ้าแก่ฝูอย่างรีบร้อน
"เถ้าแก่ ร้านท่านมียาเซียนกำราบพิษหรือไม่ ข้าต้องการโดยด่วนมีเท่าไหร่ข้าเหมาหมด" ชายผู้นั้นกล่าวกับเถ้าแก่ฝู
"ร้านข้าไม่มียาเซียนกำราบพิษขายให้ท่านหรอก ยานั่นมิใช่เพียงมีเทียบยาก็ปรุงได้เสียที่ไหน ยานี้ต้องใช้เคล็ดลับจากตำราโบราณหุบเขาไป๋ซาน มีเพียงศิษย์สำนักแพทย์ตระกูลไป๋เท่านั้นที่จะปรุงยานี้ได้" เถ้าแก่ฝูอธิบาย
"จะเป็นไปได้อย่างไร ร้านเจ้าใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง มีหรือจะไม่มียานี้" ชายผู้นั้นไม่พูดเปล่าแต่กลับชักดาบจ่อไปที่คอเถ้าแก่ฝู
"ท่านจอมยุทธ์ ท่านใจเย็นก่อนเถิด มีเรื่องใดค่อยๆ พูดกัน"หลิวฟางเซียนเกลี้ยกล่อมชายชุดดำ เขาค่อยๆ ลดดาบลงก่อนจะหันมาบอกกับนาง
"แม่นาง ข้าไม่มีเวลาแล้ว ท่านประมุขของข้าถูกลอบทำร้ายด้วยอาวุธอาบยาพิษ ข้าจนปัญญาจริงๆ ถึงได้บุ่มบ่ามเช่นนี้"ชายชุดดำอธิบาย
"ข้ามียาที่ท่านตามหา แต่ท่านต้องพาข้าไปพบคนเจ็บ ยาลูกกลอนเซียนกำราบพิษมีขีดจำกัดมิใช่จะรักษาได้ทุกพิษ" หลิวฟางเซียนกล่าวเสียงนุ่ม
"ใช่ๆ คุณหนูรองหลิวเก่งกาจเรื่องถอนพิษนัก เจ้าวางใจให้นางไปรักษาเถิด" เถ้าแก่ฝูเสริม
"เช่นนั้นตามข้ามาเถิดแม่นาง"
คิดได้ดังนั้นองครักษ์หนุ่มจึงลอบเข้ามาในหอสูงตระหง่านแห่งนี้สวรรค์เถิด! มีห้องหับมากมายเพียงนี้เขาจะเริ่มหาจากห้องใดดีเล่า เหวินเต๋อได้แต่บ่นอยู่ในใจ ยังดีที่พระชายารอบคอบ นำรูปภาพกล้วยไม้ราตรีมาให้เขากับเจ้าพวกนั้นดู ทั้งยังอธิบายรูปลักษณ์และเปรียบเทียบให้ฟังว่าดอกกล้วยไม้งามแต่อันตรายนี้มีกลิ่นฉุนรัญจวนคล้ายกล้วยไม้ป่าจากทางใต้ที่ส่งคนไปหามาคราก่อน อย่างน้อยๆ ก็ตามกลิ่นเอาก็แล้วกันหาอยู่นานนับชั่วยามก็ยังไม่พบเบาะแสอันใด องครักษ์หนุ่มแง้มเปิดดูทุกห้องที่เขาเดินผ่าน ทว่ากลับพบเพียงความว่าเปล่าหอแห่งนี้เงียบเสียจนผิดปกติ เหวินเต๋อจึงเพิ่มความระวังมากขึ้น ในที่สุดเขาก็พอจะนึกบางอย่างได้ พระชายาบอกว่าดอกกล้วยไม้ราตรีนี้จะเติบโตได้ดีในที่ที่อากาศเย็น เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายจากที่ค่อยๆ สำรวจห้องด้านล่างขึ้นไปด้านบน เป็นหาห้องใต้ดินแทนจนในที่สุดเขาก็พบห้องหนึ่งที่เริ่มจะพอเข้าเค้า เมื่อเปิดประตูห้องนั้นเข้าไปเขาพบว่าอากาศภายในนั้นเย็นยะเยือกราวกับอยู่ในฤดูเหมันต์ เหวินเต๋อที่นับตัวเองเป็นสหายของความเย็นหาได้รู้สึกอื่นใดนอกจากชินชาไม่ หากเป็นคนธรรมดาอยู่ในห้องนี้ไม่เกินสองเค่อคงแข็งตายอย
"ไม่ง่ายดายปานนั้น" หลิวฟางเซียนส่ายหน้า "สตรีที่วางยาพิษเป็นคนของหอพิษพิฆาต พวกนางทำยาพิษแต่ไม่ทำยาถอนพิษ และพิษสามราตรีนี้มีส่วนผสมของดอกกล้วยไม้ราตรี ที่มีเพียงเจ้าหอพิษพิฆาตเท่านั้นที่ปลูกได้""เช่นนั้นจะทำอย่างไรดีเล่า" ลั่วจิ่นไห่ถามอย่างร้อนใจ"ขอเวลาให้ข้าปรุงยาสักหน่อย ไม่เกินสองสามวันข้าจะต้องปรุงยาถอนพิษให้ได้" หลิวฟางเซียนให้คำมั่น ก่อนจะลุกเดินไปยังโต๊ะทำงานของอ๋องหนุ่มและหยิบพู่กันขึ้นมาตวัดเขียนลงบนกระดาษ "เหวินเต๋อเจ้าส่งคนไปที่หุบเขาไป๋ซาน นำป้ายหยกนี้ไปแสดงแก่เจ้าสำนัก และขอให้เขาจัดสมุนไพรหายากตามเทียบยานี้ให้ข้า ส่งคนอีกกลุ่มลอบแฝงตัวไปที่หอพิษพิฆาต และชิงกล้วยไม้ราตรีกลับมา ยาถอนพิษของข้าจะเสร็จช้าหรือเร็วล้วนอยู่ที่พวกเจ้าแล้ว""พ่ะย่ะค่ะ" เหวินเต๋อรับคำ ก่อนจะทะยานออกนอกหน้าต่างไปทำตามที่นายหญิงสั่งการ"เช่นนั้นข้าจะกลับไปที่ค่ายหยางเจี้ยน และไม่เคลื่อนไหวอันใดจนกว่าพระชายาจะให้คนไปส่งข่าว" ลั่วจินไห่บอกหญิงสาว ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอน ปล่อยให้นางอยู่กับสหายของเขาเพียงลำพัง"ท่านนี่ชอบทดลองยาจริงๆ นะเจ้าคะ ไม่ถึงปีก็ลองไปสามสิบกว่าชนิดแล้ว กลัวเซียนเอ๋อร์มิได้
ด้านนางกำนัลที่ไปรายงานซุนกงกงนั้นกลับมาที่หน้าห้องเดิมอีกครั้ง นางรออยู่หน้าห้องจนได้ยินเสียงคนในห้องฟื้นและสูดดมธูปกำหนัดที่ใส่เอาไว้ในกำยานออกฤทธิ์จึงแสร้งกรีดร้องเสียงดังหลิวฟางเซียนกับเก่อซีที่ได้ยินดังนั้น ก็อาศัยตอนช่วงชุลมุนแทรกกายไปรวมกลุ่มกับลั่วชิงลี่และอาจูอาจิ้น"เจ้าหายไปไหนมา" สหายรักของนางเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล หญิงสาวจึงระบายยิ้มบางๆ ตอบออกไป"ข้าเห็นว่าเสี่ยวซีไปเอายาให้ข้าที่รถม้านานแล้วยังไม่กลับมาจึงไปตามนาง วังหลวงกว้างใหญ่หากนางเดินหลงไปสถานที่ต้องห้ามขึ้นมาคงแย่เป็นแน่"ไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว ดูคนพวกนั้นเถิด กะอีแค่ตะขาบหายเข้าไปในห้องนั้น ใยจะต้องกรูกันเข้าไปดูด้วย" หลิวฟางเซียนเพียงยิ้มรับพยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวของสหาย พลางรอเวลาให้คนพวกนั้นออกมากล่าวถ้อยคำให้ร้ายนางทั้งวางยานอนหลับนาง ใช้ดอกไม้พิษที่ทำให้คนหมดสติเมื่อสัมผัสมาล่อลวงนาง ไหนจะธูปกำหนัดที่หมายจะให้นางเสื่อมเสียพินาศย่อยยับ ช่างเป็นวิธีของสตรีตื้นเขินโดยแท้ครั้งนี้ฮองเฮากับซูเฟยหรงคิดจะทำให้นางรู้สึกเหมือนอยู่มิสู้ตาย หากไม่ตอบแทนพวกนางบ้างคงจะดูไร้น้ำใจเกินไป รอดูต่อไปเถิด อีกไม่เกินเจ
"หม่อมฉันขออภัยเพคะ ๆ" นางก้มลงโขกศีรษะกับพื้นจนหน้าผากแดงช้ำ ก่อนเอ่ยตอบเสียงสั่นตามที่ได้ตระเตรียมกับซุนกงกงมา "ข้าน้อยเห็นตะขาบนับสิบตัววิ่งเข้าไปในตำหนักเจ้าค่ะ ตกใจจึงได้กรีดร้องออกมา" "ตะขาบงั้นรึ ซุนกงกงเข้าไปดูที" ฮองเฮาบอกขันทีคนสนิทด้วยสีหน้ากังวลอย่างเป็นธรรมชาติซุนกงกงเข้าไปได้เพียงชั่วอึดใจก็วิ่งหน้าตาตื่นออกมา ซูเฟยหรงจึงแสร้งเอ่ยถาม "เจอตะขาบจริงๆ หรือ""ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อม..." ซุนกงกงอึกอักฮองเฮาที่ทนรอคำตอบไม่ไหวจูงมือซูเฟยหรงเข้าไปดูด้วยพระองค์เอง เพียงครู่ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องออกมาจากด้านใน จนเหล่าสตรีชนชั้นสูงบางคนตามเข้าไปดูบ้างภาพบัดสีของบุรุษและสตรีที่กำลังร่วมรักกัน ส่งผลให้ผู้ที่พบเห็นกรีดร้องตกใจและถอยกรูดออกมา"เป็นองค์ชายแปดกับสตรีนางหนึ่ง" ฮูหยินจวนโหวที่เห็นหน้าบุรุษอย่างชัดเจนเอ่ยขึ้นมา ทำให้หยางเต๋อเฟยที่ยืนสงบใจรออยู่ด้านนอกเผลอตวาดลั่นอย่างลืมรักษากิริยา"เจ้ากล่าวเหลวไหลอันใด!""หม่อมฉันเห็นเช่นนั้นจริงๆ เพคะ" นางตอบ"มีผู้ใดเห็นพระชายาหลิวบ้าง ข้าไม่เห็นนางตั้งแต่ตอนอยู่ที่อุทยานแล้ว สตรีนางนั้นมิใช่ว่า" ซูเฟยหรงที่อดใจรอความสำเร็จไม่ไหวเอ่
ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงขันทีประกาศว่าฮองเฮาและพระสนมเสด็จมาพร้อมแล้ว งานเลี้ยงเริ่มขึ้นอย่างคึกคัก ฮองเฮาพูดเปิดงานพอเป็นพิธีก็เรียกคณะนางรำมารำถวาย พร้อมกับอาหารที่ทยอยนำขึ้นมารับรอง เมื่อตรวจดูว่าอาหารที่นางกำนัลยกมาปลอดภัยสำหรับนาง หญิงสาวจึงตักขึ้นมาทานอย่างละเล็กละน้อยพอเป็นพิธี จนการแสดงจบลง ฮองเฮาถึงได้เอ่ยอนุญาตให้บรรดาสตรีชนชั้นสูงท้้งหลาย เดินชมบุปผาในอุทยานได้ตามใจชอบลั่วชิงลี่เป็นคนแรกๆ ที่ลุกขึ้นหลังจากได้ยินว่าฮองเฮาทรงอนุญาต นางยื่นมือมาดึงให้หลิวฟางเซียนลุกไปพร้อมกันฮองเฮากับซูเฟยหรงมิได้มีท่าทีสนใจนาง ดูปกติเสียจนรู้สึกได้ว่ามีอันใดที่ไม่ปกติ หลิวกุ้ยเฟยท่านอาของนางก็คงรู้สึกได้เช่นกัน จึงได้เดินตรงมาหาหลานสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม"ถวายพระพรเพคะ" หลิวฟางเซียนกับลั่วชิงลี่ยอบกายและเอ่ยพร้อมกัน"ไม่ต้องมากพิธี" พระนางบอกคนทั้งสอง ก่อนเอื้อมมือเรียวอ่อนเยาว์มาจับมือหลานสาวเอาไว้จับจูงกันไปชมบุปผา อย่างสบายใจทว่าผ่านไปเพียงครู่เดียวฮองเฮาก็ส่งซุนกงกงมาเชิญหลิวกุ้ยเฟยให้ไปชมบุปผากับพระนาง สองอาหลานสบสายตากันอย่างมีความหมาย หลิวกุ้ยเฟยบีบมือหลานสาวเบาๆ
"เก่อซี" สิ้นเสียงของหลิวฟางเซียนพลันมีเงาดำสายหนึ่งพุ่งเข้ามา ก่อนจะปรากฏเป็นร่างสูงกำยำขององครักษ์เงาที่โม่เสวี่ยหยางมอบให้ "ข้ามีงานให้เจ้าทำ""นายหญิงโปรดสั่งมาขอรับ" เก่อซีรับคำอย่างแข็งขัน นางเพิ่งสังเกตว่าองครักษ์ผู้นี้เปลี่ยนสรรพนามเรียกนางจากพระชายาเป็นนายหญิง เดาว่าเขาคงพอจะรู้ตัวตนของนายท่านตัวเองออกแล้วกระมัง หากแต่ยังทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นปิดหูปิดตา ด้วยเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะสอดมือมายุ่งได้หลิวฟางเซียนยิ้มบาง ก่อนตอบเสียงนุ่ม "ได้ยินจากเหวินเต๋อว่าเจ้าเก่งกาจนักเรื่องปลอมตัว ข้าอยากให้เจ้าปลอมตัวเป็นนางกำนัลของข้า ติดตามข้าเข้าวังพรุ่งนี้""ปลอมเป็นสตรีหรือขอรับ" เก่อซีถามย้ำ"ใช่ ทำได้หรือไม่เล่า ในวังมีองครักษ์ของคนหลายกลุ่ม พวกเขาคงต้องตรวจสอบข้าเป็นแน่ หากเจ้าตามข้าไปในฐานะบุรุษ ย่อมต้องพบเจอปัญหา""เก่อซีทราบแล้วขอรับ นายหญิงโปรดวางใจ เก่อซีจะปกป้องท่านจนตัวตาย" องครักษ์หนุ่มบอกอย่างฮึกเหิม หลิวฟางเซียนรู้ดีว่าเขาไม่ได้พูดเล่น ทุกคำของเขาล้วนมาจากใจจริง "ดีมาก หากครั้งนี้ผ่านไปอย่างราบรื่น ข้าจะเลี้ยงอาหารพวกเจ้ามื้อใหญ่" หญิงสาวบอกกับคนทั้งสามอย่างอารมณ์ดี







