ANMELDENทว่าลูกชายของตนมีนิสัยใจคออย่างไร เขาย่อมรู้ดี“คุณหนูหลี่อายุห่างจากน้องสาวแกไม่เท่าไร ในเมื่อเธอเป็นทั้งเพื่อนและว่าที่พี่สะใภ้ในอนาคตของน้องแก ก็ให้น้องแกไปคลุกคลีกับเธอไว้ จะได้รู้จักเพื่อนวัยเดียวกันเพิ่มขึ้นมาบ้าง”เขาไม่ได้คาดหวังให้ลูกสาวต้องสร้างเครือข่ายคอนเนกชันยิ่งใหญ่อะไร เพียงแค่ได้รู้จักเพื่อนวัยใกล้เคียงกันไว้บ้าง ย่อมส่งผลดีต่ออนาคตวันข้างหน้าของเธอกู้ฉือจวินจิบชาคำหนึ่ง ก่อนจะปรายสายตาขึ้นมองเล็กน้อย “พ่ออยากจะถางทางให้โหยวโยว ทำไมไม่ใช้คอนเนกชันของคุณพ่อเองล่ะครับ?”“คอนเนกชันของฉันมีแต่พวกตาแก่ จะไปช่วยเหลือน้องสาวแกได้ยังไง? วันข้างหน้ายังไงซะก็เป็นยุคของพวกแกคนรุ่นใหม่ไม่ใช่หรือไง?” กู้ถิงเอ่ยด้วยความไม่พอใจ “ฉันยอมแบกหน้าไปช่วยแกจัดการเรื่องตระกูลนี แล้วอย่างไร ตอนนี้แค่ช่วยเหลือน้องสาวตัวเองหน่อย แกก็ไม่อยากทำแล้วเหรอ?”“ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าไม่อยากทำ”“คืนนี้ก็จำไว้ว่ารีบกลับบ้านเร็วหน่อยแล้วกัน”กู้ถิงไม่เอ่ยสิ่งใดต่ออีก เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปครั้นเดินพ้นประตูออกมา กู้ถิงกลับรู้สึกว่าหน้าแก่ ๆ ของตนเองเริ่มจะชาอยู่น้อย ๆ ความจริงแล้วในฐานะพ่อ
เสิ่นชูรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เธอรู้ซึ้งดีว่าต่อให้อีกฝ่ายจะได้ความทรงจำในอดีตคืนมา ก็ไม่น่าจะเอ่ยถึงคนผู้นั้นซูซิ่นเฉิงเกือบจะต้องสังเวยชีวิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถมยังสูญเสียความทรงจำ สองสามีภรรยาตระกูลซูยิ่งไม่มีทางเอ่ยถึงเรื่องนี้ต่อหน้าเธอเป็นอันขาด ดังนั้น น่าจะมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น จนไปกระตุ้นเศษเสี้ยวความทรงจำส่วนนี้เข้า“เธอไปเจอเรื่องอะไรเข้าหรือเปล่า ถึงได้ฝันเห็นเรื่องพวกนี้?”เมื่อเผชิญกับคำถามของเสิ่นชู ซูซิ่นเฉิงชะงักไปชั่วครู่ เปลือกตาหลุบต่ำ ยามนี้เธอไม่มีความทรงจำ จึงไม่รู้ว่าในอดีตตนเองเคยเผชิญกับสิ่งใดมาบ้าง ทว่าเธอรู้ดีว่าบาดแผลบนไหล่ของตนคือแผลถูกยิงพ่อแม่บอกว่าเธอถูกลักพาตัวไปแม้กระทั่งพ่อแม่ก็ยังไม่รู้ว่าเธอถูกพาตัวไปที่ใด รู้เพียงแต่ว่าเธอต้องทนทุกข์ทรมานมาอย่างแสนสาหัส“คุณเสิ่นคะ พูดตามตรงเลยนะ ช่วงนี้ฉันมักจะได้รับข้อความประหลาด ๆ อยู่เรื่อย ไม่รู้เลยว่าเป็นใครส่งมา คนคนนั้นบอกว่ารู้จักฉัน แล้วก็รู้เรื่องในอดีตของฉันด้วย เรื่องนี้ฉันไม่ได้บอกพ่อแม่ เพราะกลัวพวกท่านจะกังวลน่ะค่ะ”“ข้อความเหรอ?” เสิ่นชูชะงักไปเล็กน้อย “สะดวกแคปหน้าจอส่งมาให้
รอจนกระทั่งฮั่วจินเฉินวางสาย เสิ่นชูเห็นสีหน้าเขาดูไม่ค่อยดีจึงเอ่ยถามขึ้น “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?”“ฮั่วเจินเจินตั้งครรภ์”เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นชูพลันประหลาดใจ “ตั้งครรภ์ในคุกเนี่ยนะ?”ฮั่วเจินเจินเข้าคุกมาได้หนึ่งปีแล้ว การบอกว่าตั้งครรภ์ระหว่างรับโทษย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย แทบไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะเรือนจำไม่มีทางให้ผู้รับโทษชายและหญิงได้สัมผัสใกล้ชิดกันตามลำพังเป็นอันขาด...ฮั่วจินเฉินเองก็คล้ายจะสัมผัสได้ว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา จึงส่งข้อความหาหวังน่า กำชับให้เธอสืบเรื่องการตั้งครรภ์ของฮั่วเจินเจินเป็นการลับสองวันให้หลัง หวังน่าสืบความเคลื่อนไหวและสถานการณ์ของฮั่วเจินเจินในเรือนจำได้ ความจริงทั้งหมดกำลังถูกรายงานต่อฮั่วจินเฉินภายในห้องทำงานฮั่วจินเฉินรับฟังคำบอกเล่าของเธอ ปลายนิ้วเรียวเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ เป็นจังหวะ สีหน้าไม่แปรเปลี่ยน “ทางเรือนจำว่ายังไงบ้าง?”“ทางเรือนจำยอมรับว่าเป็นความหละหลวมค่ะ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในกะวันเกิดเหตุถูกสั่งพักงานเพื่อสอบสวนทั้งหมดแล้วค่ะ” แววตาของหวังน่าสั่นไหวเล็กน้อย “นอกจากนี้ ในช่วงหนึ่งปีที่อยู่ในคุก คุณหนูฮั่วโดนรังแ
ยามอยู่ด้วยกันตามลำพัง หากเขาไม่ตระกองกอดเธอไว้ ก็มักจะพรมจูบไม่ห่าง ราวกับต้องการชดเชยความหวานซึ้งที่เคยคลาดกันไปในอดีตให้สิ้นเมื่อก่อนเธออาจยังไม่คุ้นชินกับการแสดงความรักอันเปิดเผยและเร่าร้อนของเขาเท่าใดนัก แต่มาบัดนี้กลับกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว ส่วนเขานั้นกลับยังคงหลงใหลไม่รู้เบื่อ นัยน์ตาคู่ที่ยามปกติส่องประกายเด็ดขาดเฉียบคมในโลกธุรกิจ ยามนี้กลับสะท้อนเพียงภาพเธอแต่เพียงผู้เดียว ทั้งลึกล้ำและมั่นคงเสิ่นชูปล่อยให้เขาซบหน้าลงกับลาดไหล่และซอกคอของเธอ ฝ่ามือเรียวค่อย ๆ สอดประสานนิ้วมือลูบเส้นผมสั้นของเขาอย่างอ่อนโยน “เหนื่อยไหมคะ?”ฮั่วจินเฉินไม่ได้ตอบในทันที เพียงแต่กระชับอ้อมแขนที่โอบเอวเธอไว้ให้แน่นยิ่งขึ้น ก่อนจะส่งเสียงอู้อี้ตอบกลับมา “อืม... นิดหน่อย”ขณะนั้นเอง ผู้ช่วยชายก็ถือข้าวกล่องที่อุ่นร้อนแล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูประตูไม่ได้ปิดสนิท จากด้านนอกจึงสามารถมองเห็นภาพบรรยากาศภายในห้องได้อย่างชัดเจน และในยามนี้ ผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งฮั่วซื่อ ประธานฮั่วผู้ไม่เคยยอมลงให้ใครในโต๊ะเจรจา ทั้งยังทำงานเด็ดขาดว่องไว กลับว่าง่ายราวกับแมวน้อยต่อหน้าผู้เป็นภรรยา!ภาพเช่นนี
เสิ่นฮ่าวกับเสี่ยวเหวินต่างก็หันมามองเขาเป็นตาเดียวฝางถัวหัวเราะแห้ง ๆ “คุณผู้หญิงประเมินประธานฮั่วสูงเกินไปแล้วครับ ข้างกายเขานอกจากหวังน่ากับคุณผู้หญิงแล้ว แทบไม่มีสิ่งมีชีวิตเพศหญิงเล็ดลอดเข้าไปได้เลย”“ไม่มั้งครับ พี่เขยฐานะระดับนั้นจะไม่เจอหญิงอื่นบ้างเลยเหรอ? ทำไมเมื่อก่อนเวอร์ชันที่ผมได้ยินมามันไม่เห็นเหมือนกันเลยล่ะครับ?”“เมื่อก่อนฉันไม่รู้หรอกนะ แต่ตอนนี้มีพี่สาวนายแล้ว ข้างกายเขาอย่าว่าแต่คนเลย แม้แต่แมลงวันตัวเมียสักตัวก็อย่าหวังจะได้บินผ่าน”เสิ่นชูหลุดขำพรืดออกมา “ฮั่วจินเฉินควรเพิ่มเงินเดือนให้นายแล้วนะ”“เอาเถอะครับ ตั้งแต่มีลูกสาว ประธานฮั่วก็ตระหนี่ถี่เหนียวสุด ๆ !” เขากระดกมือโบกไปมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “คุณผู้หญิงใจสปอร์ตกว่าตั้งเยอะ!”เสิ่นชูพยักหน้ารับ “งั้นเดี๋ยวค่าอาหารหารเฉลี่ยส่วนของนาย ฉันออกให้เอง”เขายิ้มขื่น “คุณผู้หญิงเป็นคนดีจริง ๆ ครับ”หลังจากทานเนื้อย่างเสร็จ เสิ่นชูก็ให้ฝางถัวขับรถไปส่งพวกเขาสองคนก่อน ผ่านไปไม่นาน ฮั่วจินเฉินก็ส่งคนขับรถนำรถมารับเธอไปยังฮั่วซื่อพนักงานต้อนรับชั้นหนึ่งคุ้นหน้าคุ้นตาเสิ่นชูเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ต่างพา
กว่าที่เสิ่นชูจะได้ข่าวเรื่องที่ฮั่วเฉิงหยุนป่วยหนัก ก็ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวเสียแล้วยามแรกที่เขาได้รับการประกันตัวเพื่อออกมารักษาตัวนอกเรือนจำ คนตระกูลฮั่วต่างก็คิดว่าเขาใช้กลอุบายแกล้งป่วย ทว่าเมื่อทำการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล กลับตรวจพบปัญหาโรคไตจริง ๆ ผ่านไปเพียงแค่เดือนเดียว แม้จะให้ความร่วมมือในการรักษาแบบประคับประคองอยู่ที่โรงพยาบาลแต่อาการป่วยกลับทรุดหนักถึงขั้นจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนไตทว่าเอกสารยินยอมค้นหาเนื้อเยื่อไตที่เข้ากันได้ ตลอดจนหนังสือแจ้งการผ่าตัด ต่างก็จำเป็นต้องใช้ลายเซ็นจากญาติสายเลือดเดียวกันฮั่วเฉิงเยี่ยทอดสายตามองฮั่วเฉิงหยุนที่กำลังนอนฟอกไตอยู่ภายในห้องพักผู้ป่วย สายตาของเขาซับซ้อนยากจะอธิบาย น้องชายที่เคยมีส่วนทำร้ายแม่จนถึงแก่ชีวิต ทว่ากลับมีสายเลือดสืบเชื้อสายเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต่อให้ประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ แต่ก็ไม่อาจตัดสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ได้เขาหลับตาลงแน่น ไม่อยากมองภาพตรงหน้านี้อีกต่อไป กระทั่งแพทย์ผู้ดูแลเดินเข้ามาใกล้ “คุณฮั่วครับ ทางโรงพยาบาลได้จัดหาไตที่เข้ากันได้กับผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว รบกวนคุณช่วยเซ็นชื่อตรงนี้ด้วยค







