Partager

บทที่ 1 ป้ายสีพญาหงส์

last update Date de publication: 2026-08-12 12:28:19

                ยามซวีล่วงผ่านไปนานแล้ว ทว่าตำหนักจี้เห่อยังคงจุดโคมไว้ทุกดวง แสงสีส้มอ่อนจากโคมแก้วส่องลอดม่านแพรออกมา ท่ามกลางความมืดของราตรี ตำหนักแห่งนี้จึงดูคล้ายกำลังเฝ้ารอใครบางคนกลับมาแม้จะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้

                เซี่ยเยว่หลันยังคงนั่งอยู่บนตั่งตัวเดิมมาหลายชั่วยามแม้ในสมองจะคิดถึงเรื่องที่จวนเซี่ย แต่บนโต๊ะเบื้องหน้ากลับมีสำรับอาหารวางเรียงรายอยู่หลายอย่าง ล้วนเป็นอาหารที่หลี่จิ้งเหยียนโปรดปรานทั้งสิ้น ปลานึ่งสุราดอกเหมย เนื้อกวางตุ๋นรากบัว น้ำแกงเม็ดบัว รวมถึงขนมกุ้ยฮวาจานเล็กที่ครั้งหนึ่งเขาเคยบอกว่านางทำได้รสชาติดีเสียยิ่งกว่าห้องเครื่องหลวง

                “หากท่านพ่อยังอยู่คงนั่งดื่มสุราดอกเหมอกับข้าและอวี้หนิงเป็นแน่...ท่านพ่อคงจะบอกข้าว่า การรับใช้ฝ่าบาทด้วยภักดีถือเป็นเกียรติสูงสูดของคุณหนูใหญ่สกุลเซี่ย” น้ำเสียงของหญิงสาวพร่าสั่น นางขำขันกับโชคชะตาของตนยิ่งนัก สายตาจ้องมองอาหารที่เย็นชืดไปนานแล้ว ถึงกระนั้นนางก็ยังไม่ได้สั่งให้เก็บสำรับนี้ไปราวกับหัวใจส่วนหนึ่งยังคงหลอกตนเองว่า...บางทีเขาอาจมา แม้ว่าวันนี้เขาจะรับหญิงอื่นเข้าวังอย่างเอิกเกริกก็จริงและเมื่อเขามานางจะถามให้แน่ใจถึงเรื่องราวของคนในจวนเซี่ย

                 เซี่ยเยว่หลันก้มมองน้ำแกงเม็ดบัวที่ไร้ไอร้อน ก่อนจะหัวเราะกับตัวเองเบาๆ น่าสมเพชเสียจริง เขารับหญิงอื่นเข้าวังแล้วแท้ๆ และอาจจะเป็นเขาที่ทอดทิ้งตระกูลเซี่ยที่เคยเคียงข้างเขามาตลอดแต่นางกลับยังรอเขาอยู่

                 เสียงลมหนาวพัดกระทบหน้าต่างดังครืดคราด ทันใดนั้น เสียงขันทีหน้าตำหนักก็ดังขึ้น

                “ฝ่าบาทเสด็จ!” มือที่วางอยู่บนตักพลันกำชายกระโปรงแน่น เซี่ยเยว่หลันเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงชั่วขณะเดียว ดวงตาที่หม่นหมองมาตลอดทั้งวันกลับมีประกายบางอย่างขึ้นมา

                เขามาแล้ว...หลี่จิ้งเหยียนมาหานางจริงๆ

                “เหนียงเหนียง...” ชิงหลัวยังไม่ทันกล่าวจบ เซี่ยเยว่หลันก็รีบลุกขึ้นก่อนจะเซเพียงนิดเพราะฤทธิ์ของสุราดอกเหมย เซี่ยเยว่หลันยิ้มบางๆ ทว่าเมื่อประตูตำหนักเปิดออก รอยยิ้มนั้นที่เพิ่งมีให้เห็นในวันนี้ก็ค่อยๆ เลือนหาย หลี่จิ้งเหยียนก้าวเท้าเข้ามาในตำหนักอย่างสง่างาม แต่ข้างกายเขา...กลับมีซูหว่านหนิงเคียงข้าง มือของฮ่องเต้ประคองหญิงสาวผู้นั้นไว้ราวกับกลัวว่านางจะล้ม

                เซี่ยเยว่หลันมองมือนั้นนิ่งอยู่นานแต่ภายในกลับแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ มือเดียวกันนั้นเมื่อครั้งนึงที่เขายังเป็นองค์ชาย เคยยื่นให้นางกลางหิมะแล้วกล่าวว่า

                ‘เยว่เยว่ จับมือข้าไว้...ตราบใดที่ข้ายังอยู่ จะไม่มีผู้ใดรังแกเจ้าได้’ คืนนี้มือนั้นได้ประคองหญิงอื่นเข้ามาหานางเสียแล้ว เยว่หลันหลบสายตาจากภาพนั้นสีหน้าเรียบนิ่ง

                “ถวายพระพรฝ่าบาท” เซี่ยเยว่หลันย่อตัวลงตามธรรมเนียม น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับจะหมดแรง

                “ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี” ไม่มีเสียงให้ลุกขึ้นนางจึงค้างอยู่เช่นนั้นหลายอึดใจจนหัวเข่าเริ่มปวด ในที่สุดพระสุรเสียงเย็นชาจึงดังขึ้น

                “เซี่ยเยว่หลัน” ไม่มีคำว่า เยว่เยว่ อย่างเช่นเคย ไม่มีเสียงที่นางคุ้นเคยมีเพียงชื่อเต็มของนางจากปากฮ่องเต้ เซี่ยเยว่หลันค่อยๆ เงยหน้า

                “เพคะ?”

                “เจ้ายังมีสิ่งใดที่ยังไม่ได้กล่าวกับข้าหรือไม่” นางไม่เข้าใจกระทั่งเห็นรอยแดงบนข้อมือของซูหว่านหนิง หญิงสาวยืนอยู่ข้างกายฮ่องเต้ ดวงตาแดงก่ำ มีคราบน้ำตาติดอยู่บนใบหน้า เซี่ยเยว่หลันมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถาม

                “เกิดอะไรขึ้นหรือเพคะ?” หลี่จิ้งเหยียนหัวเราะเย็น

                “เจ้ายังจะกล้าถามข้า?”

                “หม่อมฉันไม่ทราบจริงๆ”

                “ตำหนักจี้เห่อส่งเครื่องประดับพระราชทานไปที่ตำหนักฉ่งอ้ายใช่หรือไม่” เซี่ยเยว่หลันจ้องมองพระพักษตร์ที่คุ้นเคยพลางพงักหน้าตอบ

                “เพคะ...ตามธรรมเนียมตำหนักจี้เห่อต้องส่งเครื่องประดับและนางกำนัลไปยังตำหนักใหม่เพื่อต้อนรับ...”

                “เช่นนั้น...กำไลนี่ก็มาจากเจ้าใช่หรือไม่”

                ภายในตำหนักตกอยู่ในความเงียบที่เย็นยะเยือกสิ้นพระสุรเสียง หลี่จิ้งเหยียนยกพระหัตถ์ขึ้น กำไลหยกขาววงหนึ่งวางอยู่บนฝ่าพระหัตถ์ ลวดลายดอกไห่ถังถูกแกะสลักอย่างประณีต งดงามจนเซี่ยเยว่หลันจำมันได้ในทันที นางเป็นผู้เลือกกำไลวงนี้ออกจากหีบเครื่องประดับด้วยตนเองเมื่อวานในยามบ่าย เซี่ยเยว่หลันมองกำไลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างไม่คิดปิดบัง

               “เพคะ กำไลวงนี้เป็นของจากตำหนักจี้เห่อ หม่อมฉันเป็นผู้เลือกด้วยตนเอง” เพียงเท่านั้นแววพระเนตรของหลี่จิ้งเหยียนก็เย็นเยียบลงทันที

               “ในเมื่อเจ้ายอมรับ ก็ไม่มีสิ่งใดต้องแก้ตัวอีก” เซี่ยเยว่หลันชะงักงัน

               “แก้ตัว?” นางยังไม่ทันเข้าใจ ซูหว่านหนิงที่ยืนอยู่ข้างกายฮ่องเต้ก็ค่อยๆ ดึงแขนเสื้อของตนขึ้นอย่างลังเลข้อมือขาวเนียนที่ควรงดงามกลับแดงเป็นปื้น บางแห่งบวมพองจนน่ากลัว รอยนั้นวนรอบข้อมือพอดีกับตำแหน่งของกำไล เซี่ยเยว่หลันเบิกตากว้าง

               “นี่มัน...”

               “หว่านหนิงสวมกำไลที่ตำหนักของเจ้าส่งไป” หลี่จิ้งเหยียนวางกำไลลงบนโต๊ะเบื้องหน้า

               “ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ข้อมือของนางก็กลายเป็นเช่นนี้ หมอหลวงตรวจพบว่าด้านในกำไลถูกคลุกด้วยผงกำมะถัน”

               “เป็นไปไม่ได้เพคะ!” เซี่ยเยว่หลันส่ายหน้า

               “หม่อมฉันไม่เคย...”

               “เจ้าก็เพิ่งยอมรับมิใช่หรือ ว่าเป็นผู้เลือกกำไลวงนี้ด้วยตนเอง”

               “หม่อมฉันเลือกจริงเพคะ แต่หม่อมฉันไม่ได้ใส่กำมะถันลงไป” นางรีบอธิบาย

               “เครื่องประดับทุกชิ้นถูกนำออกมาจากคลังเมื่อวานในช่วงยามเว่ย หลังจากหม่อมฉันเลือกแล้วจึงมอบให้นางกำนัลจัดลงหีบก่อนส่งไปเตรียมไว้ยังตำหนักฉ่งอ้าย หากฝ่าบาททรงสงสัย สามารถเรียกคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบถามได้ หม่อมฉัน...”

               “พอเสียที!” พระสุรเสียงตวาดดังลั่นตำหนัก เซี่ยเยว่หลันหยุดชะงัก บรรดานางกำนัลที่อยู่รอบด้านต่างทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะเงยหน้า หลี่จิ้งเหยียนมองหญิงตรงหน้าด้วยสายพระเนตรที่นางไม่คุ้นเคย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 31 พระบัญชาตรวจค้น

    “เหนียงเหนียง” ชิงหลัวเดินเข้ามา “เราควรนำตราไปถวายฝ่าบาทหรือไม่เพคะ?” มือของเยว่หลันหยุดนิ่ง หลี่จิ้งเหยียน...หากเป็นเมื่อก่อน นางคงนำมันไปหาเขาโดยไม่ลังเล แต่ตอนนี้... “ยัง” “แต่หากฝ่าบาททรงทราบภายหลังว่าพระองค์ซ่อนหลักฐาน...” “ข้ารู้” เยว่หลันตัดบท “เพราะฉะนั้นก่อนที่พระองค์จะรู้ ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าคนผู้นั้นเอาตราของท่านพ่อมาจากไหน” สีหน้าของนางกังวลอย่างชัดเจน “เหนียงเหนียงคิดว่ามีคนจงใจใส่ร้ายตระกูลเซี่ยหรือเพคะ?” “ไม่รู้” นางตอบ “แต่หากต้องการใส่ร้ายข้า เหตุใดต้องใช้ตราที่หายไปหลายปี?” ชิงหลัวนิ่งไป “คนที่ทำเรื่องนี้...” เยว่หลันก้มมองอักษร ‘เซี่ย’ “ต้องรู้จักตระกูลเซี่ยเป็นอย่างดี” และอาจรู้จักดีมากเสียด้วย ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าดังขึ้นนอกห้องก็ดังขึ้น บ่าวอีกคนรีบเคาะประตูเข้ามาในตำหนักอย่างร้อนรน “เหนียงเหนียง!” นางกำนัลคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องพลางก้มหน้านิ่ง เซี่ยเยว่หลันรีบเก็บตราเข้าแขนเสื้อ “มีอะไร...เข้ามาโดยข้าไม่สั่งเยี่ยงนี้”

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 30 ตราเงินตระกูลเซี่ย

    “ทุกคนออกไปก่อน” “เพคะ” เหล่านางกำนัลต่างถอยออกไป “ชิงหลัว เจ้าอยู่” “เพคะเหนียงเหนียง” เมื่อภายในห้องเหลือเพียงสองคน เซี่ยเยว่หลันจึงเดินไปยังโต๊ะไม้ข้างหน้าต่าง นางไม่ได้นั่งเพียงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ก่อนค่อยๆ ดึงมือออกจากแขนเสื้อ กึก ตราเงินชิ้นหนึ่งถูกวางลงบนโต๊ะ ชิงหลัวมองตามเพียงเห็นลวดลายบนตรา ใบหน้าของนางกำนัลก็ซีดเผือดทันที “เหนียงเหนียง...ทำไม” เซี่ยเยว่หลันเงยหน้าขึ้น “เจ้าจำได้?” ชิงหลัวไม่ได้ตอบนางก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนหยิบตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะมาวางข้างตรา แสงไฟส่องลงบนลายเมฆสามชั้นที่ล้อมรอบอักษร ‘เซี่ย’ มือของชิงหลัวเริ่มสั่น แววตาของนางขณะนี้มากมายไปด้วยคำถาม “ตรานี้อยู่กับพระองค์ได้อย่างไรเพคะ?” เซี่ยเยว่หลันหรี่ตา “ตอบข้าก่อน เจ้ารู้จักมันหรือไม่” “รู้จักเพคะ” คำตอบนั้นทำให้หัวใจของเยว่หลันหนักอึ้ง “มันเป็นตราของจวนเซี่ยจริงใช่มั้ย?” ชิงหลัวเม้มริมฝีปาก ก่อนพยักหน้า “เพคะ” ห้องทั้งห้องพลันเงียบลง เซี่ยเยว่หลันมองตราเงินบนโต๊ะ แม้นางจะจำลวดลายไ

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 29 อย่าไว้ใจผู้ใด

    “เมื่อครู่ในท้องพระโรง” หลี่เซวียนมองนาง เซี่ยเยว่หลันไม่หลบสายตา “ท่านมองแขนเสื้อข้า” ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสอง เกล็ดหิมะตกลงบนไหล่ของชายหนุ่ม หลี่เซวียนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “กุ้ยเฟยกำลังอยากถามเรื่องใดกันแน่” “ท่านรู้ดี...ว่าข้าถามเรื่องใด” หลี่เซวียนยกยิ้มอย่างพอใจ “ข้าไม่แน่ใจ” “หลี่เซวียนอ๋อง” ครั้งนี้นางเรียกชื่อเขาตรงๆ รอยยิ้มบนใบหน้าชายหนุ่มยิ่งชัดขึ้น “ในที่สุดก็เลิกเรียกข้าว่าอ๋องเจ็ดเสียที” เซี่ยเยว่หลันขมวดคิ้ว “ข้าไม่ได้ล้อเล่น” “ข้าก็ไม่ได้ล้อเล่น” เขาเดินกลับมาหยุดตรงหน้านาง “เจ้ากำลังกลัวว่าข้าเห็นบางสิ่งที่ไม่ควรเห็น” หัวใจเยว่หลันกระตุก “ท่านเห็นจริงๆ” หลี่เซวียนไม่ตอบเพียงทอดสายตามายังนางอย่างอ่านไม่ออก “ถ้าข้าเห็นแล้วอย่างไร...ถ้าข้าไม่เห็นแล้วอย่างไร” น้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบยิ่งกว่าหิมะที่โปรยปราย เซี่ยเยว่หลันจ้องเขากลับอย่างไม่ลดละ “หากเห็น...เหตุใดไม่พูดต่อหน้าฝ่าบาท” คำถามนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าหลี่เซวียนค่อยๆ จางลง

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 28 ท่านเห็นอะไร

    “เยว่หลัน” ไทเฮาเรียกอีกครั้ง “เพคะ เสด็จแม่” “คืนนี้เจ้ากลับตำหนักจี้เห่อเสีย” เซี่ยเยว่หลันชะงัก ตำหนักจี้เห่อ...ราชโองการกักบริเวณยังไม่ครบกำหนด การที่นางมาอยู่ที่นี่คืนนี้ได้ก็เพราะไทเฮาเสด็จไปรับนางออกมาด้วยพระองค์เอง หากกลับไปนางก็ยังเป็นเซี่ยกุ้ยเฟยผู้ถูกกักบริเวณเช่นเดิม “เพคะ” นางรับคำโดยไม่มีท่าทีต่อต้าน ไทเฮาทอดพระเนตรนาง ก่อนสายพระเนตรจะเลื่อนไปยังบุรุษอีกคน “เซวียนเอ๋อร์” หลี่เซวียนที่ยืนอยู่ไม่ไกลก้าวเข้ามา “ลูกอยู่นี่พ่ะย่ะค่ะ” “ไปส่งเยว่หลันกลับตำหนักจี้เห่อให้ข้า” ท้องพระโรงที่กำลังมีเสียงเคลื่อนไหวเงียบลงไปชั่วขณะ เซี่ยเยว่หลันเงยหน้าทันที หลี่จิ้งเหยียนเองก็หันกลับมาด้วยสายตาเรียบนิ่งเช่นกัน “เสด็จแม่” พระสุรเสียงดังขึ้นก่อนที่หลี่เซวียนจะรับคำ ไทเฮาหันมองโอรสองค์โต “มีอะไร” “ไม่จำเป็นต้องรบกวนอ๋องเจ็ดหรอกพ่ะย่ะค่ะ” หลี่จิ้งเหยียนตรัสเรียบๆ “ลูกจะให้กององครักษ์ไปส่งกุ้ยเฟยเอง” ไทเฮามองพระองค์ “ข้าไม่ได้ถามว่าตำหนักจี้เห่อขาดองครักษ์หรือไม่” หลี่จิ้งเหยียนนิ่ง

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 27 สายตาของหลี่เซวียน

    จังหวะที่องครักษ์อีกคนลุกขึ้นเพื่อรายงานฮ่องเต้ เซี่ยเยว่หลันก้าวหลบเศษจานบนพื้น ชายกระโปรงยาวบดบังมือของนางจากสายตาคนด้านหลัง นางรีบก้มลงราวกับจะเก็บชายกระโปรงไม่ให้เปื้อนเลือดแต่ปลายนิ้วกลับแตะตราเงินเย็นเฉียบ เซี่ยเยว่หลันรีบกำมันไว้ก่อนสอดเข้าไปในแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว ไม่มีผู้ใดเห็นอย่างน้อย...นางหวังว่าไม่มี “ตรวจต่อ” เสียงของหลี่จิ้งเหยียนดังขึ้น “พ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยเยว่หลันถอยออกจากศพ ตราเงินซ่อนอยู่ในแขนเสื้อหนักเพียงไม่กี่เหลี่ยงแต่กลับรู้สึกราวกับหนักกว่าก้อนหินนางไม่ควรเก็บมัน นางรู้ดี...การซ่อนหลักฐานต่อหน้าฮ่องเต้เป็นความผิดยิ่งเป็นหลักฐานจากสถานที่เกิดเหตุสำคัญเช่นนี้ หากถูกค้นพบภายหลัง...ต่อให้นางมีสิบปากก็ยากจะอธิบายแต่นางต้องรู้ก่อนว่า ตรานี้มาจากไหนและเหตุใดมันจึงอยู่กับคนผู้นี้ “นำศพไปเก็บไว้ ห้ามผู้ใดแตะต้องจนกว่าข้าจะมีคำสั่ง” หลี่จิ้งเหยียนตรัส “พ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์กำลังจะยกร่างออกไป เซี่ยเยว่หลันมองตามก่อนดวงตาจะหยุดอยู่ตรงถุงผ้าข้างเอวของศพ ถุงใบนั้น...นางรู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ใดมาก่อนแต่กลับนึกไม่ออก “เย

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 26 อักษรเซี่ย

    “หว่านหนิง!” หลี่จิ้งเหยียนรีบโอบหญิงสาวเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ในขณะที่นางหลับตาและกรีดร้อง และที่ด้านข้างของหญิงสาวเองนั้นเซ่ยเยว่หลันเองก็ยืนอยู่ไม่ห่างนักเช่นกัน หลี่เซวียนที่เห็นเหตุการณ์นั้นชัดเจนรีบรั้งร่างบางเข้ามากอดไว้พลางหันหลังของตนกำบังนาง โต๊ะด้านหลังถูกชนจนถ้วยชาตกแตกกระจาย หลี่จิ้งเหยียนชนเข้ากับโต๊ะจนข้าวของหล่นกระจายเต็มพื้น องครักษ์หลายคนกรูกันเข้าไป ขันทีเอื้อมมือหมายจะคว้าคอหญิงสาว แต่ปลายนิ้วยังไม่ทันแตะตัวนาง ร่างของเขาก็ถูกองครักษ์กระแทกออกไปเสียก่อน จิ้งเหยียนยังคงโอบซูหว่านหนิงไว้แน่น เขาก้มมองหญิงสาวที่ตัวสั่นอยู่ในอ้อมอกเพียงครู่ ก่อนเงยหน้าขึ้นแล้วสายตาก็หยุดนิ่ง ไม่ไกลออกไปนักเซี่ยเยว่หลันยังอยู่ในอ้อมแขนของหลี่เซวียน แผ่นหลังของชายหนุ่มหันรับอันตรายแทนนาง แขนข้างหนึ่งโอบรั้งร่างบางไว้แน่นราวกับเป็นสิ่งที่ทำไปโดยสัญชาตญาณ หลี่จิ้งเหยียนนิ่งไปชั่วขณะทั้งที่ในอ้อมแขนของพระองค์เองก็ยังมีสตรีอีกคนอยู่เช่นกัน ตุบ! ร่างขันทีถูกกระแทกล้มลงกับพื้น แต่แทนที่จะยอมให้จับ เขากลับคลานถอยหลังอย่างบ้าคลั่ง เซี่ยเยว่หลันจ้องเขา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status