Beranda / รักโบราณ / หงส์สองชาติ / เกิดเหตุซ้ำรอย

Share

เกิดเหตุซ้ำรอย

last update Tanggal publikasi: 2026-03-16 14:23:10

หลังจากออกจากวังหลวง ไป๋หงเหยียนรู้สึกว่าลมเย็นของยามเย็นไม่อาจคลายความอึดอัดในใจได้ คำพูดของหลางกุ้ยเฟยยังตามหลอกหลอน

และสายตาของอวี้เหวินหลงที่ยืนรอนางอยู่ที่ประตูวัง ก็ยังวนเวียนในความคิดอย่างไม่อาจละวาง

แต่นางไม่รู้เลยว่า สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นในชาติก่อน เพียงแต่มันมาถึงเร็วกว่าเดิมหลายปีนัก

ยามโหย่ว(17.00-19.00) ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นครามเข้ม เมื่อรถม้าของจวนแม่ทัพเคลื่อนเข้าสู่ลานด้านหน้า ไป๋หงเหยียนสังเกตเห็นว่าคนในจวนล้วนมีสีหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ

สาวรับใช้ประจำตัวรีบเข้ามารับ พลางกล่าวเสียงเบาแต่เคร่งเครียด

"คุณหนูเจ้าคะ วันนี้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักตรวจการมาถามเรื่องของท่านเจ้าค่ะ"

ไป๋หงเหยียนชะงัก คิ้วเรียวขมวดมุ่นทันที

"ถาม…เรื่องอะไร"

"เรื่องที่ท่านออกนอกจวนบ่อย และเกี่ยวข้องกับบุรุษแปลกหน้าเจ้าค่ะ"

หัวใจไป๋หงเหยียนเต้นแรงขึ้นอย่างไร้เหตุผล ประโยคนี้นางเคยได้ยินในชาติก่อน แต่ตอนนั้นนางแต่งเข้าวังไปแล้ว และเรื่องราวร้ายกาจรุมเร้าเกินกว่าจะต่อต้าน

แต่ชาตินี้กลับเกิดก่อนกำหนดหลายปี

เหมือนเส้นชะตาที่เคยผูกแน่นกำลังดึงรั้งกลับเข้าหานางเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

ก่อนที่ไป๋หงเหยียนจะทันตั้งตัว

เจ้าหน้าที่สามคนและองครักษ์ลับสองนายก็เดินเข้ามาในเรือนหลัก ค้อมศีรษะแต่สีหน้าคมกริบ

"สำนักตรวจการได้รับพระบัญชาให้มาสอบถามคุณหนูไป๋ เกี่ยวกับข่าวลือว่าจวนแม่ทัพมีสัมพันธ์กับบุรุษนอกราชวงศ์ในวังหลวงหรือไม่"

แม่ทัพไป๋ที่เพิ่งกลับมาจากตรวจบัญชีกองทัพ ตวัดสายตามองอย่างไม่พอใจ

"ข้าให้บุตรสาวไปซื้อขนมมาไว้ทำพิธีไหว้บรรพชนภายในจวน คำสั่งของบิดาจะมีอันใดให้ตรวจสอบ"

เจ้าหน้าที่ตอบกลับเสียงเย็น

"เป็นพระบัญชาของรัชทายาทขอรับ"

บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที

ไป๋หงเหยียนรู้สึกเหมือนลมหายใจขาดห้วง

รัชทายาท ใช่แล้ว เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นหลังนางแต่งเข้าวัง แต่ตอนนั้นเขากลับช่วยนางออกจากคดี เพื่อรักษาหน้าตัวเอง ชาตินี้เขากลับเป็นผู้เริ่มต้น

เจ้าหน้าที่ยืดตัวขึ้น เอ่ยเสียงเรียบ

"เพื่อไม่ให้ล่าช้า ขอเชิญคุณหนูไป๋ตามพวกเราเข้าวังหลวงเดี๋ยวนี้"

คำพูดนั้นแม้ไม่ดัง แต่ทุกคำเหมือนคมดาบกำลังเชือดเฉือนสติของนาง

"นางเพิ่งออกจากวังหลวงมา นี่ก็เริ่มค่ำมืดแล้ว พวกท่านไม่รู้จักคำว่าเหมาะสมหรือไร"

แม่ทัพไป๋เริ่มเดือดดาล ไม่นึกว่าองค์รัชทายาทผู้สูงส่งจะไม่รู้จักกาลเทศะได้ขนาดนี้

"แต่..."

"กลับไปทูลรัชทายาท พรุ่งนี้ คุณหนูไป๋หงเหยียนจะเดินทางไปสำนักตรวจการในตอนเช้า ไม่ต้องให้คนมาตาม"

เสียงแม่ทัพเฉียบขาดดังก้องทำให้ทุกคนต่างเงียบกริบไม่กล้าคัดค้าน เจ้าหน้าที่และองครักษ์ลับจำต้องขอตัวลากลับด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

หลังจากเจ้าหน้าที่จากไปไป๋หงเหยียนจึงกล่าวขอบคุณบิดาที่ออกหน้าปกป้องนาง นางตั้งมั่นไว้ในใจ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนางจะไม่ยอมสูญเสียครอบครัวจากฝีมือรัชทายาทต่ำทรามนั่นเด็ดขาด

"ลูกขอบคุณท่านพ่อที่ช่วยเหลือลูกเอาไว้ได้ทันเจ้าค่ะ"

ไป๋หงเทียนมองบุตรสาว เอื้อมมือลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยน

"พ่อจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกของพ่อได้ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม"

นางมองบิดาที่สายตาแน่วแน่ตอบกลับเสียงเบาแต่หนักแน่น

"ลูกก็เช่นเดียวกันเจ้าค่ะ"

ในตอนนี้ไป๋หงเทียนสัมผัสได้ว่าบุตรีของเขาคล้ายกับผู้ใหญ่ที่เคยผ่านโลกอันโหดร้ายมาแล้ว มิใช่เด็กสาวไร้เดียงสาเช่นเดิม แววตาของนางมั่นคงมีความเข้มแข็งและกล้าหาญในตัวเอง

เช้าวันต่อมา

ไป๋หงเหยียนเดินทางมาพร้อมกับคนรับใช้และทหารอารักขาของจวนแม่ทัพโดยให้คนอื่นรออยู่ด้านนอก มีเพียงนางคนเดียวที่เข้ามายังด้านใน

เรือนหินสีหม่นของสำนักตรวจการตั้งอยู่ในมุมเงียบด้านหลังของวังหลวง ประตูสูงและโคมไฟที่วางห่างกันเป็นระยะ ทำให้เส้นทางภายในดูเย็นชืดอย่างไร้ชีวิตชีวา

พอนางเข้าไปในห้องสอบสวน กลิ่นหมึกเก่าและกระดาษผสมกลิ่นชื้นของไม้เก่าแล่นเข้ามาแตะจมูก ความทรงจำในชาติที่แล้วพลันแล่นวาบขึ้นมา

ภาพตนเองในอดีต นั่งคุกเข่าบนพื้นเย็นเฉียบตรงหน้า หยาดน้ำตาไหลไม่หยุด ตอนนั้นนางกลับมาจากไปเยี่ยมบิดามารดาที่จวนแม่ทัพ เมื่อกลับเข้าวังหลวง นางก็ถูกกล่าวหาว่าช่วยเหลือกบฏ นำความลับในวังไปขายให้ต่างแคว้น แม้จะบริสุทธิ์ ก็ไม่มีใครเชื่อนาง

แต่ตอนนั้นรัชทายาทเข้ามาช่วยปิดคดีด้วยข้ออ้างว่า

"สตรีของตนต้องพ้นมลทิน"

นางรอดมาได้เพราะจะได้เป็นฮองเฮาในอนาคต แต่เมื่อถูกฆ่าตายในท้ายที่สุด ความอ่อนโยนที่เคยได้รับทั้งหมด กลับกลายเป็นคำหลอกลวง

ขณะที่ความทรงจำกำลังตีขึ้น เสียงสอบสวนก็ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงกดข่มอย่างจงใจ

"คุณหนูไป๋ ออกนอกจวนโดยมิได้รับอนุญาต ก่อให้เกิดข่าวลือกระทบต่อวังหลวง มีสิ่งใดจะชี้แจงหรือไม่"

ไป๋หงเหยียนสูดลมหายใจลึก

"ข้าไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง ความจริงกับข่าวลือไม่ตรงกัน ใต้เท้า ท่านควรตรวจสอบให้ละเอียดเสียก่อน"

แต่พวกเขายังสอบสวนนางอย่างไร้ปรานีหมายจะป้ายความผิดบางอย่างเพื่อบีบบังคับนางให้สมประสงค์ของนายตน เจ้าหน้าที่เตรียมจดชื่อในบัญชีสตรีที่ต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวด

ในอดีต นางถูกจดชื่อเข้าไปแล้วและนั่นคือจุดเริ่มต้นของฝันร้าย นางต้องถูกควบคุมพฤติกรรมมีคนคอยสอดส่องอยู่ทุกเวลา หากครั้งนี้ได้ลงปลายพู่กันบนกระดาษมันก็ไม่ต่างกัน และอีกฝ่ายจะใช้เป็นเครื่องมือบีบนางให้จนมุม

ไม่มีใครรับฟังนาง จดจ้องแต่จะลงชื่อ เพียงเท่านั้นไป๋หงเหยียนก็อ่านแผนการของรัชทายาทออกจนหมดไส้หมดพุง เขากำลังทำเหมือนชาติที่แล้ว ยัดข้อหานางแล้วทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเพื่อช่วยนางและนางต้องตอบแทนด้วยการแต่งงานกับเขา

ดังเช่นชาติก่อนเขาทำเพื่อรักษาหน้าตัวเองให้ฝ่ายสนับสนุนเลื่อมใสศรัทธา ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกันเพียงแต่เป้าหมายระยะสั้นแตกต่างกัน แต่ที่สุดแล้วนางก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งให้เขานำไปสู่การล้มล้างราชบัลลังก์เช่นเดิม

ขณะที่องครักษ์กำลังจะลงพู่กัน ประตูห้องก็เปิดออก เสียงนั้นค่อนข้างดังอย่างชัดเจน

บุรุษในชุดทหารสีน้ำเงินเข้มก้าวเข้ามา

ใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาเย็นเฉียบกว่าที่ไป๋หงเหยียนเคยเห็น

อวี้เหวินหลงหยุดยืนตรงหน้าประตู

ท่าทางหนักแน่นจนคนทั้งห้องลุกขึ้นโดยปริยาย

"เรื่องนี้ข้าไม่อนุญาตให้ดำเนินการต่อ"

เจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่สอบสวนหน้าเสียจนซีดเผือด

"ซื่อจื่อ เรื่องนี้เป็นพระบัญชาของรัชทายาทขอรับ"

อวี้เหวินหลงยกตราหยกผู้ตรวจทัพให้เห็นชัด น้ำเสียงไม่ดัง แต่เด็ดขาดจนทำให้ทุกคนตัวสั่น

"ข้าได้รับพระราชทานสิทธิ์ตรวจเรื่องในวังที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง หากข้าเห็นว่าการสอบสวนนี้มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ พวกเจ้าย่อมไม่มีสิทธิ์แตะต้องคุณหนูไป๋แม้แต่น้อย"

ห้องทั้งห้องเงียบลงจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ เจ้าหน้าที่เห็นตราหยกนั้นก็รีบคุกเข่า

"หากท่านยืนยันเช่นนั้น เราจะยุติการสอบสวนทันที!"

อวี้เหวินหลงก้าวมายืนข้างตัวไป๋หงเหยียน เอ่ยเพียงสั้น ๆ

"กลับเถอะ ข้าจะไปส่งเอง"

ถ้อยคำเรียบง่าย แต่กลับทำให้ความหนักอึ้งในอกของนางเบาลงทันที

เมื่อออกจากสำนักตรวจการ ลมเย็นพัดเบา ๆ ทำให้เส้นผมของนางปลิวไหวเหนือไหล่บาง

อวี้เหวินหลงเดินเคียงข้างไม่เร่งเร้า ไม่ซักถาม เพียงมองด้วยสายตาที่สงบนิ่งจนทำให้นางรู้สึกแปลกในใจ

"ซื่อจื่อ เหตุใดท่านถึงรู้ว่าข้าอยู่ที่นี่"

อวี้เหวินหลงตอบเสียงราบเรียบ

"ข้าได้ข่าวตั้งแต่ที่เจ้าหน้าที่เข้าจวนแม่ทัพ ยิ่งรู้ว่าเจ้าต้องถูกนำตัวมาสำนักตรวจการ ข้าก็รู้ว่าเจ้าต้องลำบากอีกครั้งหนึ่ง"

คำว่า อีกครั้งหนึ่ง ทำให้หัวใจไป๋หงเหยียนสะดุด นางเงยหน้ามองเขา ดวงตาคู่นั้นมีแววบางอย่างที่คุ้นเคย ราวกับเคยเห็นในความฝันหรือในอดีตชาติ จิตใจของนางสั่นไหว เสียงหนึ่งดังขึ้นภายในใจ

'หรือว่านี่มิใช่เพียงเราคนเดียวที่ย้อนเวลากลับมา'

แต่ไป๋หงเหยียนไม่กล้าถามและเขาก็ไม่เอ่ยสิ่งใดเพิ่มเติม เพียงเดินเคียงข้างกันไปท่ามกลางความเงียบ เหมือนสองชีวิตที่ถึงแม้เคยหลงทางในอดีตชาติ แต่ชาตินี้กำลังเริ่มทาบทับเข้าหากันอีกครั้ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หงส์สองชาติ   ตอนจบ

    หลังจากเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน พระอาการของฮ่องเต้ดูเหมือนดีขึ้นแล้วกลับทรุดลงอย่างกะทันหัน แม้หมอหลวงและอาจารย์เซียวเหอจะช่วยกันรักษาเต็มกำลัง แต่พระวรกายที่ผ่านมา ความเครียดและพิษที่ยังตกค้าง ก็เหมือนเปลวเทียนที่ถูกลมแรงพัดซ้ำ ๆ คืนนี้พระราชฐานใหญ่เงียบสงัด เทียนวางเรียงรายส่องแสงสลัว เหล่าขุนนางคุกเข่ารอรับพระราชกระแสสุดท้าย ไม่นานนัก ขันทีหลวงก็ร้องประกาศทั้งน้ำตา "ฝ่าบาทเสด็จสวรรคตแล้ว" เสียงร่ำไห้ระงมสะเทือนทั่ววังหลวง เหล่าขุนนางต่างคุกเข่าก้มศีรษะแนบพื้น เป็นวันที่เหมือนแผ่นฟ้าทั้งผืนสิ้นแรงค้ำจุนแผ่นดิน ผ่านไปเจ็ดวันหลังจัดพิธีพระบรมศพ อวี้เหวินหลงได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นฮ่องเต้ตามพระประสงค์เดิมของฮ่องเต้ เช้าตรู่วันจัดพิธี เหล่าขุนนางเรียงแถวคุกเข่าแน่นท้องพระโรง ฮ่องเต้องค์ใหม่ในชุดลายมังกรก้าวขึ้นบัลลังก์สูง น้ำเสียงทรงอำนาจทว่าแฝงความโศกเศร้าเอ่ยขึ้น "ข้าจะรักษาแผ่นดินนี้สืบทอดแทนอดีตฮ่องเต้ พร้อมจะกำจัดสิ่งอัปมงคล และจะไม่ให้ผู้ใดต้องทนทุกข์เพราะคนชั่วอีก" เสียงตอบรับดังสนั่น ทั่วทั้งวังหลวงเหมือนฟื้นพลังชีวิตใหม่อีกครั้ง ในคืนเดียว พระราชโองกา

  • หงส์สองชาติ   ฮ่องเต้ประชวรหนัก

    หลี่เจิ้นเฉิงรับโทษประหารชีวิตโทษฐานก่อกบฏ หลังจากนั้นฮ่องเต้ก็มีอาการประชวรอีกครั้ง "เสด็จพ่อ เหตุใดอาการทรุดลงเช่นนี้เพคะ" องค์หญิงใหญ่นั่งลงข้างพระวรกายที่อ่อนแรง "ครั้งนี้พ่ออาจไม่รอด รู้สึกว่าภายในเริ่มถดถอย" องค์หญิงใหญ่น้ำตานองหน้า นางไม่อาจอดทนได้เมื่อเห็นพระพักตร์อิดโรย "ไม่เพคะ ท่านต้องอยู่กับลูก เหยียนซื่อ ส่งจดหมายไปตามอาจารย์มาที่นี่โดยด่วน" นางสั่งนางกำนัลคนสนิท เหยียนซื่อเร่งออกไปทำตามคำสั่งทันที "ทรงพักผ่อนให้มาก ๆ เพคะ หม่อมฉันจะอยู่ที่นี่" ไม่นานฮ่องเต้ก็เข้าสู่ห้วงบรรทม องค์หญิงใหญ่จึงออกไปต้มยาและทำอาหารบำรุงด้วยตนเอง จวนเจ้ากรมขุนนาง สวีเยว่ชิงนั่งทอดอาลัยอยู่ในห้อง ดวงตาแดงช้ำ ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาไม่จางหายตั้งแต่วันที่หลี่เจิ้นเฉิงถูกประหารชีวิต สวีฮูหยินเห็นบุตรสาวโศกเศร้าก็เข้ามาปลอบโยน พลางกอดนางเอาไว้แน่น "ทำใจเสียเถิด" ไม่ว่านางจะพูดสิ่งใด บุตรสาวก็เหมือนคนไม่รับรู้ ในยามนี้สายตาของสวีเยว่ชิงเพียงเหม่อลอยอย่างคนที่สูญสิ้นทุกอย่างในชีวิตแล้ว ไป๋หงเทียนเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้คนในครอบครัวฟัง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นต่างออกไปจากชาติก่อนมากมายนัก "ท่าน

  • หงส์สองชาติ   รับโทษสูงสุด

    อาการประชวรของฮ่องเต้ดีขึ้นตามลำดับ สามารถว่าราชกิจได้ พระองค์เรียกอวี้เหวินหลงเข้าเฝ้าเรื่องงานของบ้านเมืองเป็นคนแรก "ทราบว่าฝ่าบาททรงหายดีแล้วกระหม่อมก็สบายใจพะย่ะค่ะ" ฮ่องเต้อยู่ในห้องทรงอักษรส่วนพระองค์ สังเกตท่าทีของเขาที่เปลี่ยนไปจึงตรัสถามขึ้น "หลงเอ๋อร์ ระหว่างที่ข้าป่วยมีเรื่องใดเกิดขึ้น" เขานิ่งเงียบไปชั่วขณะ หากจะทูลตามความจริงก็เกรงจะกระทบกับสุขภาพของฝ่าบาท "กระหม่อมคิดว่าอาจจะไม่เหมาะนักพะย่ะค่ะ" "มีสิ่งใดไม่เหมาะกัน ข้ามิได้ติดเตียงแล้วและมิได้จิตใจอ่อนแอจนรับฟังเรื่องใหญ่มิได้" อวี้เหวินหลงเงียบลงก่อนตัดสินใจทูลความจริง "เรื่องเสบียงแม่ทัพไป๋ได้ถูกขายให้กับต่างแคว้นแล้วพะย่ะค่ะ ส่วนตราประทับปลอม..." ฮ่องเต้หรี่พระเนตรแคบลง "พูดต่อ!" อวี้เหวินหลงจึงเอาหลักฐานที่นำมาด้วยส่งให้ฮ่องเต้ดู "เป็นรัชทายาทบงการทั้งหมดพะย่ะค่ะ" หลักฐานแน่นหนาหลายชิ้นบ่งบอกว่าหลี่เจิ้นเฉิงคงดิ้นไม่หลุด ถึงฮ่องเต้ไม่อยากเชื่อแต่พระองค์ก็ปฏิเสธไม่ได้ "เป็นไปได้อย่างไรกัน" "อีกเรื่อง..." ฮ่องเต้เงยพระพักตร์ขึ้น จับจ้องไปที่อวี้เหวินหลง "หลางกุ้ยเฟยตอนนี้ถูกขังในคุกหลวงโทษฐานวางยาฝ่าบ

  • หงส์สองชาติ   แผนผิดพลาด

    หลังจากพระอาการของฮ่องเต้ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ ก็ถึงเวลาที่อาจารย์เซียวเหอต้องลากลับ "หากท่านอาจารย์ขาดเหลือสิ่งใดหรือต้องการมาอยู่ในเมืองหลวงให้บอกข้าทันที" ฮ่องเต้ตรัสอย่างขอบคุณที่อาจารย์ไม่เคยทอดทิ้งพระองค์ เซียวเหอโค้งกายคารวะซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ฮ่องเต้ก็ไม่เคยลืมเขาเช่นกัน "เป็นพระเมตตาพะย่ะค่ะ กระหม่อมซาบซึ้งใจยิ่งนัก" หลังจากทูลลาอาจารย์ก็ออกจากตำหนักเตรียมเดินทางกลับโดยมีองค์หญิงใหญ่ให้เหยียนซื่อไปส่งขึ้นรถม้าของวังหลวง และส่งทหารอารักขาจนถึงที่หมาย การเดินทางไปหมู่บ้านหุบเขาค่อนข้างยากลำบากเขาจึงให้รถม้าส่งถึงเขตชายแดนก็พอ "เส้นทางคดเคี้ยวต้องใช้การเดินเท้าเท่านั้น ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาส่ง" ถึงองครักษ์จะไม่ยินยอมแต่อาจารย์เซียวเหอก็ไม่สามารถให้ไปด้วยได้ หากมิใช่คนในพื้นที่ก็อาจหลงทางได้ "ขอให้อาจารย์ดูแลตัวเองด้วยขอรับ" ทั้งหมดร่ำลากันและอาจารย์ก็เดินเท้าต่อไปอีกราวสองชั่วยามก็ถึง ระหว่างทางเป็นป่าค่อนข้างหนาทึบ เส้นทางคดเคี้ยวขรุขระ ผู้คนไม่ค่อยสัญจรทางนี้ แต่หากอยากไปถึงจุดหมายโดยเร็วนี่เป็นทางลัดที่ดีที่สุด เบื้องหน้าเซียวเหอเห็นบางอย่างจึงเร่งฝ

  • หงส์สองชาติ   ไป๋หงเซียนถูกเรียกตัว

    ตั้งแต่วันที่บุกเข้าตำหนักองค์หญิงใหญ่และหลางกุ้ยเฟยถูกจับขัง ไป๋หงเหยียนก็ไม่ได้ข่าวคราวใดอีกแม้แต่ข่าวจากอวี้เหวินหลง ไม่รู้เลยว่าเขาจัดการอย่างไร มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว แม้แต่งานศพของเสี่ยวซินนางก็ไม่ได้ไปร่วมงานเพราะไม่สบายหนักในช่วงที่ผ่านมา ไป๋หงเหยียนจึงเดินทางไปคารวะหลุมศพของสหายรักพร้อมกับสาวรับใช้และทหารอารักขาเพียงหนึ่งคน นางเดินทางเงียบ ๆ เพราะต้องการสงบจิตใจ ครั้งหนึ่งในชาติก่อนเสี่ยวซินเคยสละชีวิตเพื่อช่วยนางตอนไปดักพบนางเพื่อส่งข่าวสำคัญตอนตระกูลไป๋กำลังจะถูกสังหาร ไม่นึกว่าชาตินี้เสี่ยวซิงก็ตายเพราะนางอีกครั้ง ไป๋หงเหยียนเดินทางมาถึง นางไปที่สุสานยืนสงบนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก็นั่งลงข้าง ๆ หลุมศพ "เสี่ยวซิน...ข้า...ขอโทษ...เจ้าต้องเสี่ยงชีวิตเพราะข้า" นางร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน หากวิงวอนต่อสวรรค์ได้นางอยากจะขอชีวิตของเสี่ยวซินคืนมา สาวรับใช้และคนดูแลสุสานเดินเข้ามาต่างก็ปลอบใจไป๋หงเหยียน "คุณหนูหวงคงรับรู้แล้วเจ้าค่ะ คุณหนูทำใจเถิด หาไม่วิญญาณของนางจะเป็นห่วงได้" "ใช่เจ้าค่ะ คนตายไปสบายแล้ว มีเพียงคนที่มีชีวิตอยู่อย่างพวกเราที่ต้องรับชะตากรรมต่อไป" นางไม่ไ

  • หงส์สองชาติ   อาจารย์เซียวเหอ

    วันรุ่งขึ้น ภายในตำหนักใหญ่ เสียงฝีเท้าทหารยามเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่ภายในตำหนักผู้คนต่างกังวลราวกับทุกลมหายใจคือความตาย เหยียนซื่อสวมชุดนางกำนัลที่เรียบง่าย แต่สายตาแน่นิ่งยืนรออยู่ที่ห้องโถงขนาดเล็ก "ท่านอาจารย์ ข้านำทางให้เจ้าค่ะ" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม เมื่อสอบถามจากนางกำนัลด้วยกันได้ความว่าองค์หญิงใหญ่อยู่ที่ห้องบรรทมของฮ่องเต้ "เหยียนซื่อ เจ้าไปไหนมา แล้วผู้อาวุโสท่านนี้คือใคร" นางกำนัลถามอย่างใคร่รู้ เหยียนซื่อไม่ตอบเพียงบอกสั้น ๆ ว่ามีเรื่องด่วนต้องจัดการแล้วพาอาจารย์ไปยังจุดหมายโดยเร็ว จนกระทั่งถึงประตูตำหนักใหญ่ ปรากฏร่างชายผู้หนึ่ง สูงโปร่ง สวมชุดยาวสีเข้ม ใบหน้าเรียบสง่า ดวงตาฉายความรอบรู้และหนักแน่น เมื่อทั้งสองก้าวเข้าไปในห้อง เสียงฝีเท้าของคนเฝ้าและทหารค่อย ๆ เงียบลง ความเงียบสงัดคล้ายปกคลุมไปทั้งห้อง "เหยียนซื่อ" องค์หญิงใหญ่ทั้งดีใจและโล่งใจที่นางกำนัลคนสนิทกลับมาอย่างปลอดภัย เหยียนซื่อคารวะนางและหันมาทางอาจารย์เซียวเหอ "นี่ท่านอาจารย์ของหม่อมฉันเพคะ ท่านอาจารย์เมตตาเดินทางมารักษาฝ่าบาทด้วยตนเอง ซึ่งน้อยคนนักที่อาจารย์จะเดินทางมาดูด้วยตัวเอง" อง

  • หงส์สองชาติ   เรื่องวุ่นวาย

    นางทำท่าทางยกจอกเชิญชวนสวีเยว่ชิงให้ดื่มด้วยกัน สวีเยว่ชิงยิ้มหวาน หลี่เจิ้นเฉิงจึงหันไปสั่งนางกำนัลที่ยืนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ "เอาสุราให้คุณหนูสวี" จากนั้นนางกำนัลจึงหยิบจอกสุราที่อยู่ด้านหลังไป๋หงเหยียนเพียงหนึ่งจอกยื่นให้สวีเยว่ชิง ทั้งสามจึงร่วมดื่มด้วยกัน ไป๋หงเหยียนค้อมศีรษะ ขณะยื่นจอกเปล่าขึ้นม

  • หงส์สองชาติ   งานเลี้ยงต้อนรับ

    รุ่งเช้าของวันงานเลี้ยงต้อนรับขุนนางใหม่ ในจวนแม่ทัพเต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งเครียดก่อนออกไป เพราะต้องจัดของขวัญและการจัดการที่เคร่งครัด ไป๋หงเหยียนนั่งอยู่หน้ากระจกโดยมีบ่าวรับใช้กำลังเกล้าผมให้หลังจากแต่งหน้าและแต่งตัวเสร็จ ชั่วครู่ไป๋ฮูหยินเดินเข้ามาเร่งบุตรสาว "เสร็จรึยัง เหยียนเอ๋อร์ อย่าปล่

  • หงส์สองชาติ   เตรียมตัวไปงานเลี้ยง

    หลังจากเดินออกจากบุตรสาวเจ้ากรมขุนนางไปเพียงไม่นาน ไป๋หงเหยียนก็เดินมุ่งตรงไปยังลานจอดรถม้า ทว่าความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา นางหยุดฝีเท้าหยุดกลางลาน เงียบครู่หนึ่งก่อนหันกลับมา ตัดสินใจเดินย้อนกลับไปรออีกฝ่ายอย่างสง่างาม สวีเยว่ชิงออกจากตำหนักองค์หญิงใหญ่อย่างอารมณ์ดี วันนี้เป็นวันของนางจริง ๆ มีแต่เร

  • หงส์สองชาติ   รอฟังข่าวดี

    หลังจากที่ไป๋หงเหยียนขอตัวจากอวี้เหวินหลงและเดินออกจากสำนักตรวจการ ใจหนึ่งยังรู้สึกโล่งเพราะรอดพ้นคดีสอบสวน อีกใจหนึ่งก็ระแวงเขาแปลก ๆ "เขาเป็นห่วงข้าจริง ๆ หรือมีบางอย่างแอบแฝง" เพราะความรู้สึกนี้เป็นเหตุให้นางปฏิเสธให้เขาไปส่งที่ลานจอดรถม้า แม้เขาจะบอกว่าอยากมั่นใจในความปลอดภัย แต่พอนางแจ้งว่าน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status