Masukแปะ ๆ “ฝีมือไม่เลว” ต้าหลงปรบมือให้หนิงฮวาอย่างชื่นชม
“พี่หนิงฮวาพัดของท่านนั้นไม่ธรรมดาเลยเจ้าค่ะ” หนิงอันเอ่ยชมเช่นกัน “ท่านพ่อข้าเห็นคนร้ายแต่ไม่ชัดมากนัก เหมือนเขาจะใช้อาคมปิดกันการมองเห็น เรือนหลังนั้นจะอยู่ท่ามกลางป่าเขา ข้าคิดว่าพวกเขาต้องลงมืออีกแน่” หนิงอันเล่าถึงสิ่งที่นางเห็นในนิมิต “เดี๋ยวคืนนี้ข้าจะลองช่วยเจ้าออกค้นหา ข้าคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะอยู่ไกลจากที่นี่มากนัก” “ขอบคุณเจ้าค่ะ” ตกเย็นกลุ่มที่มาทำงานถางหญ้าก็กลับมา หนิงอันจ่ายเงินให้พวกเขาจนครบทุกคน และนางยังบอกกับพวกเขาอีกว่าให้พาบุตรสาวมาฝากไว้ที่บ้านของนางชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย จางมู่ซวนแอบคิดในใจว่า หากคนร้ายบุกมาจับเด็กสาวจริง ๆ นางจะปกป้องชีวิตบุตรสาวเขาได้จริงหรือ นางยังเด็กและเยาว์วัยนักหากต้องต่อสู้กับคนร้าย เขากลัวว่านางเสียอีกที่จะต้องเป็นฝ่ายถูกจับไป แต่ในความรู้สึกอีกส่วนหนึ่งก็บอกว่าให้เชื่อใจนาง เอาเถอะลองเชื่อนางดูสักครั้ง พอกลับไปถึงบ้านเขาจึงพาบุตรสาวมาที่บ้านของหนิงอันทันที ตามมาด้วยชาวบ้านที่มีบุตรสาวอีก9คน เมื่อพวกเขามาถึงก็ถึงกับตกตะลึง เมื่อเห็นกระโจมหลังใหญ่ตั้งตระหง่าน ทุกคนหันมามองหน้ากันอย่างแปลกใจ ก่อนหน้านี้เหตุใดพวกเขามองไม่เห็นหรือว่าไม่ได้สังเกต “หนิงอันข้าและชาวบ้านพาเด็ก ๆ มาแล้ว แต่ว่าข้าก็ยังสงสัยอยู่ดี ว่าเจ้าจะปกป้องและดูแลพวกนางได้จริง ๆ หรือ?” จางมู่ซวนยามนี้ทั้งกังวลและไม่สบายใจ “ท่านลุงจางข้าเอาชีวิตข้าเป็นเดิมพันเลยเจ้าค่ะ บุตรสาวของพวกท่านปลอดภัยแน่นอน อีกทั้งกินอิ่มนอนหลับอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หากพวกท่านเปิดใจและไม่อคติกับข้า ข้าสัญญาว่าจะปกป้องทุกคนอย่างดีเจ้าค่ะ” “ข้าและทุกคนตัดสินใจแล้วว่าจะเชื่อใจเจ้าแต่มันก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี แต่ว่าหนิงอันข้าไม่ยักรู้ว่าเจ้ามีฝาแฝด” เขาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหนิงฮวาเดินเข้ามา “ก็เมื่อก่อนไม่มีใครมาสนใจพวกข้า ก็เลยไม่รู้ว่าข้ามีพี่สาวฝาแฝด นางชื่อหนิงฮวาเจ้าค่ะ เอ่อ..ท่านลุงจางข้าอยากจ้างคนมาคอยขับรถม้า มีใครสนใจอยากจะทำหรือไม่เจ้าคะ?” จางมู่ซวนพอได้ยินก็ตาโตอีกครั้งเขาอยากทำงานนี้เองแต่ว่า เขารับเป็นหัวหน้าถางหญ้าไปแล้ว หนิงอันเห็นเขาทำหน้าเสียดายก็หัวเราะออกมา “พี่ใหญ่ข้าอยากทำงานนี้ขอรับ” จางมู่ถงเอ่ยขึ้น จางมู่ซวนหันไปมองน้องชายก็คิดว่า เขาน่าจะเหมาะกับงานนี้ “ถ้าเช่นนั้นท่านน้ามาที่นี่อีกสองวันนะเจ้าคะข้าต้องไปที่วังเหมันต์” เขาพยักรับก่อนจะขอตัวพากันกลับไป หนิงอันมองเด็กสาวในวัยยังไม่ถึงสิบขวบอย่างเห็นใจ คนจิตใจชั่วช้าเห็นชีวิตผู้อื่นไร้ค่า ทำได้ทุกอย่างโดยไร้จิตสำนึกและมโนธรรม นางจะต้องปกป้องพวกนางให้ปลอดภัย คนที่มีคติกับนางก็ปล่อยให้เผชิญโชคชะตากันเอาเอง หนิงอันขอกระโจมขนานใหญ่จากมิติที่สามารถกันฝนได้ออกมากาง โดยให้บิดาใช้พลังช่วยกางไม่นานก็เสร็จลงอย่างรวดเร็ว หนิงอันคิดจะนอนที่นี่กับเด็ก ๆ และจนกว่าเรือนหลังใหม่จะสร้างเสร็จ และให้บิดานอนในบ้านในห้องของนาง วันต่อมาทางการก็ออกมาประกาศข่าวว่า ในช่วงนี้ว่ามีคนร้ายออกอาละวาดจับเด็กสาวไปควักหัวใจ เกิดเหตุขึ้นกับหลายหมู่บ้านขอให้ทุกคนดูแลเด็ก ๆ กันให้ดี ๆ ชาวบ้านจากหมู่บ้านเฉินอัน เมื่อเห็นคนของทางการมาติดแผ่นประกาศแจ้งข่าวก็ถึงกับหน้าซีดเผือด เด็กสาวถูกฆ่าควักหัวใจไม่ได้มีเพียงหมู่บ้านเฉินอัน แต่ว่าหมู่บ้านอื่นก็พบเจอเหตุการณ์นี้ด้วยเช่นกัน พวกเขากล่าวโทษหนิงอันว่าเป็นตัวหายนะที่นำพาเภทภัยมาสู่หมู่บ้านเฉินอัน แล้วเช่นนี้จะมองหน้านางได้อย่างไรกัน “เจ้าจางมู่ซวนพอเห็นนางมีเงินขึ้นมาก็ทำท่าประจบสอพลอ ถุ้ย!! ข้าก็อยากรู้นางจะช่วยเหลือเด็ก ๆ ได้จริงหรือไม่” “แต่ว่านางดูมีความมั่นใจมากเลยนะ” “พวกเจ้าก็คอยดูไป เด็กอย่างนางจะปกป้องใครได้” “แต่ว่านางก็เคยช่วยรักษาทุกคนให้หายป่วยนะ” “เรื่องนั้นข้าว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า” กลุ่มบุรุษห้าหกคนยืนถกเถียงกันอยู่ตรงใจกลางหมู่บ้าน ที่มีป้ายขนานใหญ่สำหรับให้ติดประกาศข่าวสาร ซึ่งทหารของทางการเพิ่งมาติดประกาศแล้วจากไป “ท่านพี่! ท่านพี่! เกิดเรื่องกับบุตรสาวเราแล้ว ท่านพี่!” สตรีจากเรือนหลังหนึ่งตะโกนร้องออกมาอย่างตกใจและเสียขวัญ เพียงแค่ประโยคนั้นบุรุษที่ยืนคุยกันถึงกับตัวชาวาบ และไม่นานหลังจากนั้นเสียงกรีดร้องจากเรือนหลังอื่นก็ดังขึ้นมาด้วยความตกใจ “กรี้ดด! ลูกสาวของข้า ลูกแม่!” จางมู่ซวนและจางมู่ถงรีบเปิดประตูบ้านออกมาเพราะได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย เขาจึงรีบไปดูที่จุดเกิดเหตุทันที เด็กสาวในวัยเจ็ดขวบจากครอบครัวหนึ่ง นอนตายอยู่บนที่นอน หน้าอกข้างซ้ายถูกควักออกไป จางมู่ซวนและจางมู่ถงหน้าซีดเผือดนึกเป็นห่วงบุตรสาวขึ้นมาทันที ไวเท่าความคิดพวกเขาสับเท้าวิ่งไปที่บ้านของหนิงอันทันที “หนิงอัน! ลูกสาวข้าอยู่ไหน?” พอมาถึงเขาก็ตะโกนถามหนิงอันด้วยเสียงอันดังเพราะความเป็นห่วงบุตรสาว ภายในใจร้อนรนจนแทบระเบิด “ท่านพ่อ! ท่านมาแต่เช้าเลย พวกข้ากำลังช่วยพี่หนิงอันทำอาหารเช้าอยู่ข้างกระโจมตรงนั้น ท่านพ่อตามข้ามาเจ้าค่ะ” เด็กสาวในวัยแปดขวบจำเสียงบิดาได้จึงรีบวิ่งออกมาดู จางมู่ซวนเห็นเช่นนั้นก็ถอนใจด้วยความโล่งโล่งอก ก่อนจะหันไปมองน้องชายของเขา ที่มีหน้าโล่งใจเช่นกัน ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นบิดาและมารดาอีกแปดครอบครัววิ่งกันหน้าตื่นเข้ามา “ท่านหัวหน้าหมู่บ้านเด็ก ๆ ปลอดภัยดีหรือไม่?” “ปลอดภัยดีกำลังช่วยหนิงอันทำอาหารเช้ากันอยู่” ทุกคนถอนลมหายใจอย่างโล่งอก หรือว่านางจะสามารถปกป้องชีวิตเด็ก ๆ ได้จริง ๆ ทุกคนเดินตามจางมู่ซวนไปที่จุดที่หนิงอันทำอาหาร เด็ก ๆ ต่างช่วยงานอย่างขยันขันแข็ง ทุกครอบครัวยืนมองภาพนั้นอย่างผ่อนคลายและโล่งใจ “ท่านลุงจางให้ทุกคนมากินโจ๊กก่อนจะเจ้าค่ะข้าทำเสร็จพอดีเลย” หนิงอันที่หันมาเห็นพวกเขารีบเอ่ยบอกอย่างร่าเริง “ท่านหัวหน้าหมู่บ้านหนิงอันมีฝาแฝดหรือขอรับข้าไม่เคยรู้เลย” “จะรู้ได้ไงเมื่อก่อนเจ้าเคยเหยียบย่างมาที่นี้หรือ?” เมื่อทุกคนได้ยินจางมู่ซวนพูด ก็เริ่มรู้สึกผิดที่เมื่อก่อนเอาแต่มีอคติกับครอบครัวฮุ่ยหมิ่นที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ จนถึงกับขับไล่ให้อยู่ห่างจากหมู่บ้านออกไป หากมองโดยใจที่เป็นกลาง โรคระบาดหรือแม้แต่เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ไม่เกี่ยวอะไรกับนางเลยสักนิด ทุกคนเอามาเกี่ยวโยงกันเพราะมีอคติล้วน ๆ ถึงแม้ว่านางจะเกิดมาในวันที่ทุกคนเชื่อว่าเป็นกาลกิณี “หนิงอันให้ทุกคนกินเลย เกิดเรื่องในหมู่บ้านข้าต้องกลับไปดู” “เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?” “มีเด็กสาวถูกควักหัวใจอีกแล้วละ” หนิงอันครุ่นคิดเป็นเพราะเมื่อคืนท่านพ่อใช้วิชาม่านมังกรปกคลุมเขตที่พวกนางอยู่ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาเข้ามาทำอะไรในยามหลับ นอกจากคนที่มีวิชาแกร่งกล้าจริง ๆ ถึงจะฝ่าด่านเข้ามาได้ คนพวกนี้ต้องการเอาหัวใจเด็กไปทำยาอะไรกันนะ ในถ้ำบนภูเขาสูงชันที่ไม่มีใครเข้ามาถึง นางมารเล็บแดงนอนเอกเขนกอยู่บนที่นอนหนานุ่ม มองจ้าวลัทธิที่นั่งอ่านตำราด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พลังของนางเริ่มจะกลับมาแล้ว หัวใจของเด็กสาวผู้บริสุทธิ์จะช่วยเติมเต็มพลังปราณของนางให้แข็งแกร่ง อีกไม่นานนางก็จะได้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอีกครั้ง พลังของนางหายไปอย่างมากมายเมื่อหลายพันปีก่อน นางได้ต่อสู้กับเทพบุปผาและเทพมังกรดำ พวกเขาร่วมมือกัน ดึงพลังปราณที่นางมีไปจนหมดนางแทบเอาชีวิตไม่รอด นางเฝ้าบำเพ็ญเพียรอยู่นานจนฟื้นฟูขึ้นมาได้บ้างแต่ก็ไม่ทั้งหมด สิ่งที่จะทำให้นางมีพลังปราณกลับมาอย่างรวดเร็วก็คือ หัวใจของเด็กสาวอันบริสุทธิ์ “ขาดหัวใจเด็กอีกกี่คน?” เขาเอ่ยถามขึ้น “อีก70คนตอนนี้ได้มาแล้ว29คน” “เราคงต้องเปลี่ยนไปเอาที่เมืองอื่นบ้าง พวกเขาเริ่มระมัดระวังตัวขึ้นมาแล้ว ลูกน้องข้าบอกว่าชาวบ้านพาเด็กสาวไปไว้ยังบ้านหลังหนึ่ง แต่พอพวกเขาจะเข้าไปกลับเข้าไปไม่ได้เหมือนมีบางอย่างกั้นเอาไว้” นางมารเล็บแดงลุกขึ้นมานั่งอย่างให้ความสนใจ มีบางอย่างกั้นเอาไว้อย่างนั้นหรือ หมายความว่าพวกเขาเริ่มรู้ตัวแล้วและเตรียมป้องกันเอาไว้ คนผู้นี้คงมีวิชาแกร่งกล้าไม่น้อย ถึงสามารถสร้างเกราะป้องกันคนของจ้าวลัทธิไม่ให้เข้าไปได้ ช่างน่าสนใจ “เมืองตงซิ่วมี20หมู่บ้าน ข้าไม่เชื่อว่าพวกเขาจะป้องกันได้หมด ข้าไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป” เขาพยักหน้ารับรู้และยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านตำราต่อไป ทางด้านนายอำเภอชุนลี่ถังยามนี้ถึงกับกุมขมับกับข่าวที่เกิดขึ้น นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว ฆาตกรควักเอาหัวใจเด็กสาวไปแล้ว29ราย ทางการยังตรวจสอบไม่พบอะไร ดูเหมือนฆาตกรจะฮึกเหิมลงมืออย่างต่อเนื่องไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองเลยสักนิด ดูท่าแล้วฆาตกรคงไม่ธรรมดา แล้วเขาจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี “นายท่านองค์รัชทายาทให้คนมาส่งข่าวว่าให้รีบจัดการองค์ชายห้าก่อนที่หมอหลวงจะทำการรักษาเขาให้หายขอรับ” “ไปเตรียมคนให้ลงมือคืนพรุ่งนี้ ให้ทำทีว่าไปปล้นสมุนไพรหายากแล้วจัดการพวกเขาซะ” “ขอรับ” ชุนลี่ถังถอนใจออกมาด้วยความหนักใจ องค์ชายห้าเป็นเสี้ยนหนามของรัชทายาทมานาน ถึงเวลากำจัดเขาทิ้งแล้วสินะ แต่ว่าองครักษ์ข้างกายขององค์ชายห้าฝีมือไม่ธรรมดา เขาคงต้องเตรียมยอดฝีมือไปมากหน่อยงานนี้จะพลาดไม่ได้ “นายท่านมีคนมาขอพบขอรับ เขาบอกว่าสามารถช่วยท่านกำจัดองค์ชายห้าได้ขอรับ” ชุนลี่ถังชะงักงันเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร “ให้เขาเข้ามา” จ้าวลัทธิก้าวเข้ามาพร้อมสมุนอีกสองคน ท่าทางเคร่งขรึมของพวกเขา ทำให้ชุนลี่ถังรู้สึกเกรงขามพวกเขาอยู่ไม่น้อย “เชิญนั่งไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไร?” “นายของข้าคือจ้าวลัทธิท่านคงพอเคยได้ยิน” “จ้าวลัทธิ!! ท่านมาถึงที่นี่มีอะไรให้ข้ารับใช้หรือขอรับ?” ชุนลี่ถังเคยได้ยินชื่อเสียงของเขาอยู่บ้าง จ้าวลัทธิตั้งตนไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร มีชื่อเสียงด้านการต่อสู้นับว่ายอดเยี่ยมเป็นหนึ่งในยอดฝีมือ “ข้าจะช่วยท่านกำจัดองค์ชายห้า แต่ว่าท่านก็ต้องปิดหูปิดตาเรื่องที่มีเด็กถูกฆ่า ที่จริงข้าไม่จำเป็นต้องมาขอร้องท่าน เพราะหากว่าข้าจะเอาชีวิตใครย่อมง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ ข้าต้องการเด็กสาวอีกเพียงแค่70ชีวิตเท่านั้น หากท่านทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น บุตรสาวคนเล็กของท่านจะปลอดภัย และข้าจะช่วยกำจัดองค์ชายห้าให้ท่านด้วย” ชุนลี่ถังร่างกายสั่นเทาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ชายผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว ดูเหมือนเขามาเพื่อบอกกล่าวเขาเท่านั้นไม่ได้ให้เขาคิดปฏิเสธแต่อย่างใด แต่หากว่าเขาช่วยกำจัดองค์ชายห้าได้ก็ถือว่าคุ้ม “ได้ข้าตกลง”“คารวะองค์ชายห้า ขอแสดงความยินดีที่พระองค์กลับมาเดินได้อีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ” ชุ่นลี่ถังเอ่ยด้วยท่าทีนอบน้อมแต่ว่าเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาเต็มใบหน้า องค์ชายห้าปรายตามองเขา ก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งโดยไม่ใส่ใจท่าทีร้อนรนของเขาเลยสักนิด พอเขานั่งลงเรียบร้อยก็ได้มองไปที่ชุนลี่ถังด้วยสายตาเยียบเย็น องค์ชายห้าเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ดั่งชายชาตินักรบ ยิ่งวันนี้เขาสวมอาภรณ์สีเข้ม ก็ยิ่งทำให้เขาดูดุดันน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น สายตาขององค์ชายห้าทำเอานายอำเภอชุนลี่ถังถึงกับมือเท้าเย็นเยียบ แต่เขาก็พยายามเก็บอาการและทำใจดีสู้เสือต่อไป“ห้าปีมานี้ข้าปล่อยให้ท่านดูแลเมืองตงซิ่วแทนข้า ท่านคงเหนื่อยและลำบากอยู่ไม่น้อย ถึงเวลาที่ข้าควรจะมาดูแลด้วยตนเองเสียที กุญแจกองคลังข้าคงต้องขอคืน” กล่าวจบเขาก็แบมือมาตรงหน้า ชุนลี่ถังหน้าซีดเผือดก่อนจะรีบคุกเข่าลง“องค์ชายกระหม่อมไร้ความสามารถ ห้าปีมานี้ต้องทำให้พระองค์ผิดหวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ” “ข้าขอกุญแจคลังไม่ได้อยากฟังคำพูดแก้ตัวของเจ้า!” คราวนี้องค์ชายห้าเริ่มจะไม่พอใจเมื่อเขาไม่นำกุญแจมาให้เขาเสียที ชุนลี่ถังร่างกายเริ่มสั่นขึ้นมาอย่างไม่อาจระงับ เขาจะทำอย่างไรดี กองคลังของเ
วันต่อมาหนิงอัน หนิงฮวา ฮุ่ยอิง ก็เดินทางมาที่วังเหมันต์อีกครั้งเพราะคืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง หนิงอันจึงต้องมาเตรียมช่วยเขาถอนคุณไสย องค์ชายห้าได้แจ้งเอาไว้กับทหารหน้าประตูวังแล้วว่า หากเป็นหนิงกันมาก็ให้เข้าพบได้ตลอดเวลา และให้ทุกคนปฏิบัติต่อพวกนางอย่างให้เกียรติ ทหารจึงพาพวกนางมาที่ห้องทำงานขององค์ชายห้า ที่ยามนี้พวกเขากำลังรอการมาของหนิงอันและหนิงฮวาอย่างใจจดใจจ่อ ทุกคนนั่งปรึกษาหารือกันอย่างจริงจังถึงเรื่องการปกครองเมืองตงซิ่ว องค์ชายห้าเติบโตมาก็อยู่แต่ในสนามรบ เขาไม่ถนัดเรื่องการปกครองเท่าใดนักและยิ่งเขากลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้ เขาจึงปล่อยหน้าที่ดูแลเมืองตงซิ่ว ให้เป็นของนายอำเภอชุนลี่ถังดูแลทั้งหมด แต่พอเขากลับมาเดินได้แล้วเช่นนี้ เขาจึงคิดว่าควรจะลุกขึ้นมาดูแลเมืองตงซิ่วด้วยตนเองอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดียามนี้เขามืดแปดด้าน พระสนมผินจึงเสนอให้เขาแต่งตั้งหนิงอันเป็นที่ปรึกษาเพราะเท่าที่นางสังเกตดู ถึงแม้ว่าหนิงอันจะดูเยาว์วัยแต่ก็ดูฉลาดเฉลียวอยู่ไม่น้อยและนางก็มีภาวะความเป็นผู้นำสูง นางจึงคิดว่าหนิงอันน่าจะให้คำแนะนำที่ดีได้อย่างแน่นอนองค์ชายห้าเห็นด
เช้าวันต่อมาเมื่อแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณกระทบยังขอบฟ้า เสียงนกเสียงกาเริ่มขับขานเป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ชาวบ้านหมู่บ้านเฉินอันที่เมื่อวานกลับมาบ้านพร้อมไข่ทองคำคนละลูกสองลูก พอมาวันนี้พวกเขาก็รีบตื่นนอนกันแต่เช้า บางคนแทบไม่ได้นอนเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ บางคนกังวลว่าหากนอนแล้วอาจจะตื่นสาย แล้วไปไม่ทันคนอื่นจึงไม่กล้านอน สภาพเช้านี้ของทุกคนจึงอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนกันแทบทุกคนหนิงอันและหนิงฮวาลุกขึ้นมาต้มโจ๊กหม้อใหญ่ไว้รอพวกเขา เพราะคาดเดาว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอย่างแน่นอน อีกทั้งหนิงอันและหนิงฮวายังช่วยส่งพลังไปที่หม้อต้มโจ๊ก เพื่อให้ทุกคนได้กินแล้วมีพลังในการทำงาน หนิงอันสอบถามบิดาเรื่องไข่ทองคำว่า เขาเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นใช่หรือไม่ แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ หนิงอันจึงครุ่นคิดหากว่าเขาไม่ได้ทำก็อาจจะเป็นสวรรค์ที่ประทานโชคมาให้ทุกคนเมื่อทุกคนมาถึงก็รับรู้ถึงกลิ่นหอมของอาหาร ที่ลอยคลุ้งอยู่ในชั้นบรรยากาศ ทุกคนหลับตาพร้อมสูดกลิ่นเข้าไปอย่างลืมตัว กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวมันทำให้พวกเขารู้สึกหิวขึ้นมาทันที โครกคราก! เสียงท้องของพวกเขาร้องดังขึ้นมาอย่าง
หนิงอันเดินกลับมาที่กระโจมที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้อยู่ ยามนี้มีเด็กสาวรวมแล้วสามสิบคน พวกนางกำลังนั่งหัดเขียนอักษร หากให้เดาคงเป็นบิดาของนางที่สอนให้พวกนางหัดเขียนเป็นแน่ แบบนี้ก็ดีเติบโตไปจะได้อ่านออกเขียนได้ พอคิดมาถึงตรงนี้หนิงอันก็คิดว่าทุกหมู่บ้านควรมีโรงเรียนประจำหมู่บ้าน เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เรียนหนังสือ นางต้องปรึกษาเรื่องนี้กับองค์ชายห้า เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมาก ยุคนี้จะเน้นให้เด็กผู้ชายได้เรียนหนังสือมากกว่าเด็กผู้หญิง แต่นางคิดว่าทุกคนควรมีสิทธิ์ได้เรียนหนังสือเท่าเทียมกัน นางจะทำให้ทุกหมู่บ้านมีการศึกษาที่ดี เพื่อลดการเหลื่อมล้ำของชนชั้น ทุกครอบครัวมีรายได้อยู่ดีกินดี นางจะทำให้เมืองตงซิ่วเจริญรุ่งเรืองและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากมาเที่ยวชมยามนี้องค์ชายห้าขาหายดีแล้ว เมื่อเขาก้าวเข้ามาดูแลเมืองตงซิ่วอย่างจริงจังและมีนางคอยให้คำแนะนำ นางเชื่อว่าทุกอย่างต้องไปได้ดีอย่างแน่นอนหนิงอันเดินมาทรุดนั่งข้างหนิงฮวา ที่กำลังช่วยหัดให้เด็กน้อยเขียนตัวอักษร ส่วนบิดานั่งจิบชาอย่างผ่อนคลาย“เมื่อกี้มีคนอยากมาลองดีเจ้าค่ะคงอยากทดสอบข้า พี่หญิงตอนนี้เรามีศัตร
จ้าวลัทธิหอบร่างกายอันบอบช้ำอย่างหนักกลับมาที่ถ้ำบนภูเขาสูงชัน พอเขาเข้ามาถึงภายในถ้ำก็ได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง นางมารเล็บแดงหันมาเห็นถึงกลับทะลึ่งตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เขาพลาดท่าเสียทีให้ใครหรือ นางรีบตรงเข้าไปพยุงร่างของเขามาที่เตียง“เกิดอะไรขึ้น?”“ข้ารับปากนายอำเภอชุนลี่ถังว่าจะจัดการองค์ชายห้าให้ แลกกับการปิดหูปิดตาเรื่องเด็กที่เสียชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าองค์ชายห้ามีเด็กแฝดนรกคอยปกป้องเขาอยู่” เขาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้เจ็บใจและเคียดแค้น พลาดท่าเสียทีให้เด็กมันน่าขายหน้าชะมัด!“เด็กแฝดนรก?”“ใช่ พลังปราณของพวกนางแข็งแกร่งมาก ข้าสูญเสียคนมีฝีมือไปถึงยี่สิบคน วิชาของพวกนางก็แปลกประหลาดเกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็น แต่ที่น่าสนใจก็คือหัวใจของพวกนางทั้งสองคน” พอได้ยินคำว่าหัวใจนางมารเล็บแดงก็หูผึ่ง“หัวใจของพวกนางทำไมหรือ?”"หัวใจของพวกนางเป็นปราณทิพย์บริสุทธิ์ หากได้มาทำยาก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าเด็กอีก70ชีวิต”นางมารเล็บแดงพอได้ยินใจก็เต้นระริกด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างยากจะระงับ หัวใจที่มีปราณทิพย์บริสุทธิ์ นางเฝ้ารอมาหลายพันปียังไม่เคยพบเห็น สงสัยนางต้องลงไปจัดการด้วยต
โม่โฉวเข็นองค์ชายมายังล้านกว้างกลางวังเหมันต์ โดยมีลี่หยาง หนิงอัน หนิงฮวา และทหารองครักษ์อีก100นาย บนกำแพงมีกลุ่มนักฆ่ายืนอยู่ข้างบนราวยี่สิบคน ทุกคนล้วนสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า จ้าวลัทธิสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าด้วยเช่นกัน เขามององค์ชายห้าด้วยแววตาเย้ยหยันแกมสมเพช ก็แค่คนพิการคนหนึ่งจัดการง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก สององครักษ์ข้างกายองค์ชายฝีมือจะสักเท่าไหร่กันเชียว“หากองค์ชายยอมสละชีวิต ทุกคนก็จะปลอดภัย”จ้าวลัทธิเอ่ยขึ้นมา องค์ชายห้ายังคงนั่งนิ่งโดยมีโม่โฉวและลี่หยางมายืนประกบซ้ายขวา หนิงอันหันไปมองหนิงฮวาแล้วหันกลับไปมองชายที่ยืนอยู่บนกำแพง จากนั้นพวกนางก็เดินไปอยู่ด้านหน้าขององค์ชายแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจ“ท่านลุงหากท่านยอมสละชีวิตทุกคนก็จะปลอดภัยเช่นกัน”“...”องค์ชายห้ารีบเมินหน้าไปมองที่อื่นเพราะเขาแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ ลี่หยางและโม่โฉวก็เช่นกัน พวกเขากลั้นขำจนใบหน้าบิดเบี้ยว หนิงอันตัวน้อยท่าทางและคำพูดของเจ้ามันตลกจริง ๆจ้าวลัทธิมองสองดรุณีน้อยวัยเยาว์พลางนึกขัน พวกนางช่างไม่หวาดกลัวอันตรายเลยสักนิด แต่ว่าเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงปราณทิพย์อันบริสุทธิ์ นางสองคนเป็นใ







