LOGINในช่วงแรกที่ซอมบี้เกิดระบาดไปทั่วเมืองไฟฟ้ายังใช้การได้อยู่ คนที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องหรืออาคารยังสามารถทำอาหาร ต้มน้ำร้อน เปิดไฟสว่างในยามกลางคืนได้
แต่ก็มีบางพื้นที่ที่ไฟฟ้าใช้การไม่ได้ เหล่าผู้มีพลังที่ออกไปหาอาหารข้างนอกค่ายอพยพจำเป็นต้องใช้ไฟฉายและวิทยุสื่อสารในการพูดคุยเมื่ออยู่คนละที่กัน
หนึ่งปีให้หลังทุกเมืองก็เกิดวิกฤตขึ้น ไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากโรงไฟฟ้าไม่มีคนดูแลบางแห่งเกิดความเสียหายทำให้สามารถส่งไฟฟ้าได้เหมือนเดิม
เหล่าผู้รอดชีวิตจึงได้ออกมาหาเครื่องปั่นไฟ ก้อนถ่าน เทียนไข ไม้ขีดไฟ แผงโซล่าเซลล์ อะไรก็ได้ที่พอจะทำให้เกิดประกายไฟ จะได้ไม่ต้องทนอยู่ในความมืดมิด และสามารถทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้
และไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่มีไฟฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์ใช้งานในกิจกรรมประจำวันได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น เมื่อสิ่งเหล่านั้นใช้การไม่ได้จึงทำให้พวกเขาใช้ชีวิตได้ลำบากยิ่งขึ้น
ผู้มีพลังสายฟ้าเองก็เป็นที่ต้องการของทุกคน เพราะเขาสามารถสร้างไฟฟ้าได้ แต่ไฟฟ้าที่มนุษย์สร้างขึ้นอยู่ได้ไม่นาน ใช้มากไปก็ไม่ดีต่อร่างกาย เดิมทีพวกเขาก็เป็นมนุษย์ธรรมดาไม่ใช่เครื่องจักรจำเป็นต้องได้รับการพักผ่อน
แป้งหอมย่อมตระหนักถึงการไม่มีไฟฟ้าใช้เป็นอย่างดี ช่วงหน้าหนาวทุกคนจะมารวมตัวกันนั่งผิงกองไฟเพื่อสร้างอบอุ่นให้กับร่างกาย ความหนาวเหน็บบาดลึกเข้าไปในกระดูกจนทนแทบไม่ไหว
พอช่วงหน้าร้อนคนไร้พลังอย่างเขาก็ต้องทำงานตากแดด เหม็นกลิ่นเหงื่อกลิ่นกาย น้ำจะอาบก็ไม่มี อยากจะนั่งตากแอร์ตากพัดลมให้เย็นสบายเหมือนแต่ก่อนก็ทำไม่ได้แล้ว
ชายหนุ่มจึงสั่งซื้อแผงโซล่าเซลล์ไว้จำนวนหนึ่งร้อยแผงเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าไว้ใช้เอง
วันนี้เขาได้รับสายจากคนส่งของว่าของมาถึงแล้วก็รีบขับรถไปที่โกดังเพื่อไปตรวจสอบสินค้า
“ ของทุกชิ้นครบถ้วน ไม่มีชิ้นไหนแตกหักครับ ” ทุกชิ้นถูกห่อมาเป็นอย่างดี เขาพอใจกับแผงโซล่าเซลล์ที่สั่งมาก
“ ขอบคุณที่ใช้บริการร้านของเรานะครับ ”
หลังจากที่พนักงานส่งของขับรถออกไปแป้งหอมก็จัดการเก็บแผงโซล่าเซลล์เข้ามิติ แผงโซล่าเซลล์ร้อยชิ้นหายวับไปกับตาโดยที่ไม่รู้ว่าความลับของเขาได้ถูกใครบางคนเห็นเข้าเสียแล้ว
“ คุณอลัน มะ เมื่อกี้ หายไป...แล้ว ” โซ่มือขวาคนสนิทของอลันอ้าปากพะงาบเสียงพูดขาดหายไปเป็นช่วง ๆ
“ ฉันเห็นแล้ว ”
ถ้าไม่เป็นเห็นกับตาตัวเอง เขาก็คงไม่เชื่อ
เดิมทีชายหนุ่มก็สนใจคนตัวเล็กอยู่แล้ว ยิ่งเห็นแบบนี้ก็ทำให้อลันสนใจในตัวของอีกคนมากยิ่งขึ้น
“ ทำได้...ยังไง ” ซีพูดเสียงเบาอย่างเหม่อลอย
อลันไม่สนใจท่าทางของลูกน้องคนสนิท เมื่อเห็นว่าคนร่างเล็กได้ขับรถออกไปแล้วก็สั่งให้โซ่ขับรถตามไปทันที
“ ขับตามไป ” เขาอยากจะรู้ว่าอีกคนจะไปที่ไหนต่อ
เรื่องมันชักสนุกขึ้นแล้วสิ
สติที่ลอยไปของโซ่กับซีกลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็นเจ้านาย
“ ครับ เอ่อ...แล้วที่นัดกินข้าวกับคุณภูผา ”
“ เลื่อนไปก่อน ”
ซีหัวจะปวดเมื่อได้ฟังคำตอบ เจ้านายเป็นฝ่ายนัดคุณภูผาแท้ ๆ พอตอนนี้ดันบอกให้เลื่อนออกไปแล้วเขาจะบอกกับคุณภูผาว่ายังไง
ชายหนุ่มอยากจะประท้วงใจจะขาด แต่ก็ไม่กล้าพอ ตัวเขามันขี้หลาดเกินไป ขืนพูดออกไปมีหวังได้ตายอย่างเขียดแน่
เขาพยักหน้ารับแล้วทำตามคำสั่ง พิมพ์ข้อความส่งไปขอเลื่อนนัดโดยบอกว่าคุณอลันมีธุระสำคัญมากที่ต้องไปทำไม่สามารถไปตามนัดได้ หวังว่าคุณภูผาจะเข้าใจ
แต่เรื่องมันไม่ได้จบเพียงเท่านั้นนะสิ อีกฝ่ายถามนู้นถามนี้ไม่หยุดจนเขาเริ่มปวดหัว
ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนสนิทของเจ้านายนะ ซีคนนี้จะด่าให้ บอกว่ามีธุระแค่นี้ก็น่าจะรู้เรื่องแล้วไหม จะถามอะไรแยะแยะ ถึงจะรู้สึกหงุดหงิดชายหนุ่มก็ไม่กล้าพิมพ์สิ่งที่คิดลงไปจึงได้แต่ขอโทษขอโพยไปอีกฝ่ายแล้วจะนัดใหม่อีกครั้ง
ส่วนโซ่พอเจ้านายบอกให้ขับตามคันข้างหน้าไป เขาก็ขับรถตามไปทันทีโดยเว้นระห่างพอสมควร แต่ก็อยู่ในสายตาตลอดเพื่อไม่ให้คนที่ขับรถคันข้างหน้าเกิดความสงสัย
“ จะไปไหน? ” อลันขมวดคิ้วมองรถคันข้างหน้าด้วยความสงสัย ตอนนี้รถของเขากำลังขับรถออกจากตัวเมือง สองข้างทางที่มีตึกสูงใหญ่กลับกลายเป็นต้นไม้
“ นั่นสิครับ พวกเราก็ขับรถตามมานานแล้วนะครับ แต่ไม่เห็นคุณแป้งหอมจะจอดแวะที่ไหนเลย ” โซ่เอ่ยเสริม
“ หรือว่าคุณแป้งหอมจะรู้ตัวแล้วว่ามีคนขับรถตามครับ ” ซีพูดแสดงความคิดเห็นบ้าง
“ เป็นไปไม่ได้ ฉันขับรถเว้นระยะตั้งไกล ”
“ อะ คุณแป้งหอมเลี้ยวรถเข้าไปทางนั้นแล้ว ”
แป้งหอมเลี้ยวรถเข้าไปในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ พอรู้ว่าในมิติสามารถเลี้ยงสัตว์ได้เลยจะมาซื้อสัตว์ไปเลี้ยง เขาว่าจะซื้อกุ้ง ปลา ไก่ เป็ด หมู วัว และอื่น ๆ
ฟาร์มนี้ค่อยข้างกว้างและเลี้ยงสัตว์หลายสายพันธุ์บรรยากาศก็ดีเนื่องจากอยู่ติดกับป่า น่าเสียดายที่หลังจากนี้สัตว์พวกนี้จะกลายพันธุ์แล้วออกอาระวาดจนผู้คนล้มตาย
ขณะที่กำลังมองดูสัตว์ที่จะซื้อ เสียงจากด้านหลังก็ดังขึ้นทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งตัวโหยงแล้วหันหลังกลับไปมองอย่างตกใจ
“ เจอกันอีกแล้วนะ ”
“ โอ๊ะ! พี่อลันเองเหรอครับ ผมตกใจหมดเลย ” ร่างเล็กเผยสีหน้าแปลกใจ
“ ขอโทษครับ ”
“ ไม่เป็นไรครับ ” ส่ายหน้าไปมา แล้วก็ชวนคนตรงหน้าคุยต่ออย่างกระตือรือร้น
“ ว่าแต่พี่อลันมาทำอะไรที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ครับ หรือว่าพี่ อลันสนใจจะซื้อสัตว์ไปเลี้ยง ”
“ ...พี่สนใจอยากจะทำธุระกิจเกี่ยวกับการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์น่ะ ก็เลยแวะมาดูอะไรนิดหน่อย ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกับแป้งหอมที่นี่ ”
“ บังเอิญจังเลยนะครับ ”
ความบังเอิญไม่มีอยู่จริงหรอกเด็กน้อย ทุกอย่างมันต้องสร้างขึ้นมาเองทั้งนั้น
“ นั่นสิ แบบนี้เขาเรียกว่าพรพรหมลิขิตหรือเปล่าครับ ”
“ /// ” จู่ ๆ ใบหน้าของเขาก็ร้อนวูบขึ้นมา พูดธรรมดาก็ได้ทำไมต้องขยับหน้ามาใกล้ด้วย
อลันกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาประกายระยิบระยับอย่างอารมณ์ดีที่เห็นคนน้องเขิน เขาขอเข้าข้างตัวเองได้ไหมว่าอีกคนก็มีใจให้เขาเหมือนกัน
“ จะว่าไปนี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่พี่กับแป้งหอมเจอกัน ถ้าเจอครั้งที่สามพี่จะคิดว่าเราเกิดมาเป็นคู่กันแล้วนะครับ ” เอ่ยแซวคนน้องอย่างต่อเนื่อง
ร่างเล็กอยากจะเดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่กลัวว่าจะเสียสารยาท เขาสูดลมหายใจเข้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วพูดด้วยเสียงสั่น ๆ
“ ผม ว่าพี่อลันอย่าเลี้ยงสัตว์เลยครับ ”
“ ทำไมครับ ” เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
“ ผมว่ามันไม่ค่อยเหมาะกับพี่เท่าไหร่ ”
“ แล้วอะไรที่เหมาะกับพี่เหรอครับ ”
“ ขายอ้อย ”
“ ? ”
แหนะ ยังจะมาทำหน้ามึนงงอะไร นี่ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าตัวเองน่ะ ขายอ้อยเก่งมาก
“ พ่อหนุ่มขายอ้อย ” พูดงุบงิบกับตัวเอง
แม้คนตัวเล็กจะพูดเสียงเบาแต่อลันได้ยินชัดเจนและเหมือนร่างสูงจะเข้าใจที่คนน้องสื่อก่อนจะเผยยิ้มระรื่นออกมาจนคนมองรู้สึกหมั่นไส้
“ หึ พี่ไม่แกล้งแล้วค่ะ ”
ค่ะ? นี่เรียกว่าไม่แกล้งตรงไหน
แกล้งในคนอื่นหัวใจเต้นแรง เขินจนแก้มจะแตก สนุกมากเหรอ
ทางด้านอลันหลังจากที่ได้พูดคุยกับอาโจหรือที่คนอื่นรู้จักในนามว่าพลเอกโจนาธานคร่าว ๆ แล้ว เขาก็รู้สึกว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะทำนั้นดีมากและเป็นประโยชน์กับทุกคน ใครบ้างจะไม่อยากให้ซอมบี้หายไปจากโลกใบนี้ถ้าหากทุกคนร่วมด้วยช่วยกันต้องสำเร็จแน่ ๆ ไม่นานมนุษย์ก็จะได้กลับมาใช้ชีวิตในแบบดั่งเดิม“ทางกองทัพต้องการคนที่มีฝีมือเข้าร่วมภารกิจในการกวาดล้างซอมบี้ให้สิ้นซาก ฉันว่าจะเอาด้วยพวกนายมีความเห็นยังไง” อลันนำเรื่องที่คุยกับอาโจมาบอกกล่าวกับคนอื่น ๆ“ก็น่าสนใจอยู่นะ งั้นฉันเอาด้วย” ภูผาเอ่ยขึ้น“ปกติพวกเราก็ออกล่าซอมบี้เพื่อฝึกใช้พลังกันเป็นประจำอยู่แล้ว มีคนมาช่วยหลาย ๆ คนก็ยิ่งดี” ในเมื่อเพื่อนของเขาเข้าร่วมอินทัศมีหรือจะไม่เอาด้วยที่อินทัศพูดนั้นก็มีเหตุผล โดยปกติแล้วที่นี่จะมีกิจกรรมให้ฮันเตอร์ทุกคนได้ปลดปล่อยพลังของตัวเองออกมา เพื่อให้ตนสามารถใช้พลังได้คล่องและเก่งขึ้นเพราะหากคนที่มีพลังอยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยได้ฝึกใช้พลังบ่อย ๆ ระดับพลังก็จะเท่าเดิม แต่ถ้าใครอยากแข็งแกร่งขึ้นก็ต้องใช้พลังบ่อย ๆฮันเตอร์ทุกคนจึงต้องออกไปล่าซอมบี้ข้างนอกกำแพง ซึ่งการฆ่าซอมบี้ได้ 1 ตัวก็จะได้หนึ่งแต้ม แต่ล
ในช่วงสายของอีกวันอลันก็ติดต่อไปยังกองทัพ ทหารที่ได้รับสายพอรู้ว่าปลายสายเป็นใครก็บอกให้เขาถือสายรอก่อนจะรีบนำโทรศัพท์ไปให้พันเอกโจนาธานทันที“ท่านพลเอกครับ คุณอลันจากค่ายอพยพ LION ติดต่อมาแล้วครับ ”“รีบเอาโทรศัพท์มาให้ผม ” โจนาธารรับโทรศัพท์จากมือของลูกน้องมาก่อนจะกล่าวสวัสดีคนที่อยู่ในสายก่อนหน้านี้พลเอกโจนาธานได้รับรายงานเกี่ยวกับค่ายอพยพ LION ซึ่งเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากว่าดูแลทุกคนดี ไม่เอาเปรียบ รังแก ซ้ำยังมีทรัพยากรที่มากล้น ผู้คนต่างพรรณนาว่าที่นี่เป็นดั่งสวรรค์บนดิน คนที่เข้าไปแล้วไม่อยากจะออกไปไหนค่ายอพยพแห่งนี้เข้าง่ายออกก็ง่าย ทุกคนที่เข้ามาต้องทำตามกฎ หากใครไม่ปฏิบัติตามจะถูกพาออกไปจากค่ายทันทีและไม่อ่อนข้อให้กับคนที่กระทำผิด ในเมื่อพวกเขาดูแลดีขนาดนี้แล้วแต่ยังทำผิดอีกคน ๆ นั้นก็ไม่สมควรอยู่ที่นี่อีกต่อไปพอสืบดูก็พบว่าเจ้าของค่ายอพยพแห่งนี้เป็นลูกชายของลีโอที่เป็นเพื่อนสนิทของโจนาธาน เขาจึงสั่งให้ลูกน้องหาทางติดต่อกับคนในค่าย โชคดีที่ทหารมีญาติที่อาศัยอยู่ในค่ายนั้นพอดี จนในที่สุดก็ได้ช่องทางการติดต่อมาโจนาธารไม่รอช้าติดต่อไปยังเบอร์ที่ได้มา รอสายไม่นานก็มีคนรับ ซึ
วันเวลาผันเปลี่ยนจากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปี แต่มนุษย์ก็ต้องเผชิญกับความอดอยากเหมือนเดิม กระนั้นก็ยังต้องสู้รบกับซอมบี้เหมือนเดิมและเหมือนว่าซอมบี้จะไม่ลดลงเลยอาหารเริ่มร่อยหรอทำให้เหล่าฮันเตอร์ต้องออกเดินทางไกลเพื่อไปหาอาหารกลับมาให้คนที่อยู่ในค่าย ยิ่งไกลก็ยิ่งต้องใช้เวลาหลายวัน แม้ว่าพวกเขาจะพยายามปลูกพืชไว้กินเอง แต่ผลผลิตที่ได้กลับน้อยนิดไม่เพียงพอสำหรับทุกคนในค่ายต่างจากค่ายอพยพ LION ที่ไม่ว่าปลูกจะอะไรก็งอกงามไปหมด พืชผักผลไม้ที่ปลูกแต่ละครั้งเก็บผลผลิตได้เยอะมาก ปีนี้ข้าวที่ปลูกเก็บได้ถึง 10 ตัน ยังมีมันสำปะหลัง แคร์รอต หัวไชเท้า กะหล่ำปลี มะเขือเทศ แตงกวา ข้าวโพด ฟักทอง หัวหอม มะละกอ สตรอว์เบอร์รี่ ส้ม และอื่น ๆน่าแปลกที่พืชบางอย่างไม่ใช่ฤดูของมันก็สามารถปลูกขึ้นได้ ทว่าทุกคนก็ไม่ได้ตกใจคิดเพียงว่ามีอาหารให้กินก็ดีกว่าอดอยาก เพราะก่อนหน้าที่จะเข้ามาอยู่ในค่ายแห่งนี้ พวกเขาแทบจะไม่มีอะไรกินเลยคิดว่าหลังจากที่ซอมบี้ถูกกำจัดหมด ผู้คนบางส่วนคงจะมีอาชีพติดตัวใหม่เป็นคนปลูกผัก แม่ค้า ช่างซ่อมบำรุง เป็นต้นช่วงนี้อลันไม่ค่อยให้ฮันเตอร์ออกไปหาอาหารจากนอกกำแพงแล้ว เพราะในค่ายมีอ
“ชอบไหมครับ” แป้งหอมถามเด็กน้อยที่ยืนจ้องรถบังคับคันใหญ่ตาเป็นประกายด้วยความเอ็นดู ได้เห็นรอยยิ้มกว้างของเด็กน้อยตรงหน้าเขาก็รู้สึกว่าดีแล้วที่วันนั้นตัดสินใจเหมาของในร้านขายของใช้เด็กมา“ชอบครับ”“ออกัสอยากลองขี่ดูไหมครับ” เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงึกเป็นคำตอบ“มาครับ เดี๋ยวหม่าม้าช่วยนะ” ร่างบางเริ่มชินกับการแทนตัวเองว่าหม่าม้าเวลาพูดกับออกกัสแล้ว แรก ๆ เขาก็รู้สึกขัดเขินเพราะตัวเองเป็นผู้ชาย พอพูดบ่อย ๆ ก็ชินปากนอกจากเขาแล้วพี่อลันก็ยังแทนตัวเองว่าปะป๊าด้วย พวกเราตกลงกันว่าจะรับออกัสมาเป็นลูก เด็กน้อยน่ารักมาก ๆ เลย ช่างพูดช่างเจรจา ร่าเริง และเข้ากับคนอื่น ๆ ได้ดีเวลาว่าง ๆ ไม่ฝึกซ้อมหรือทำภารกิจเหล่าลุง ๆ ฮันเตอร์ทั้งหลายก็ชอบมากเล่นกับออกัสนับตั้งแต่วันที่เจอกับออกัสจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว ร่างกายของเด็กน้อยก็เริ่มมีเนื้อหนังมากขึ้น แก้มที่เคยซูบผอมก็กลายเป็นก้อนซาลาเปานุ่ม ๆ เขาชอบหอมแก้มของออกัสมากเลย“ไปเยย!”“อย่าขับเร็วนะครับ”“ครับ” แม้ปากบอกไปอย่างนั้น แต่ความเร็วก็ไม่ลดลงเลย รถบังคับคันโตเคลื่อนไปมาอยู่บริเวณสนามหญ้าก่อนจะวนกลับมาหาหม่าม้าคนสวย“พอแล้วครับเดี๋ยว
แป้งหอมจ้องมองใบหน้าของคนที่ถูกเรียกว่าปะป๊ะอย่างฉงน พี่อลันมีลูกแล้วเหรอ? ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย จนคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปะป๊ารีบส่ายศีรษะปฏิเสธอย่างลนลานกลัวว่าคนน้องจะเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่อง ทิ้งลูกไว้ท่ามกลางซอมบี้“แป้งหอมอย่ามองพี่แบบนั้นสิครับ พี่ยังไม่มีลูก”“ฮึก ปะป๊า”เสียงร้องเรียกของเด็กน้อยทำให้ผู้ใหญ่สองคนหันไปสนใจเด็กตรงหน้าอีกครั้ง ดูแล้วน่าจะอายุ 2 – 3 ขวบเพราะยังตัวเล็กอยู่ สภาพมอมแมมไปทั้งตัว ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าตัวถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวมานานแค่ไหนแล้วแป้งหอมไม่ได้สนใจว่าพี่อลันจะเคยมีลูกหรือไม่ เขาเดินเข้าไปอุ้มเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้ เจ้าตัวก็ยอมให้อุ้มแต่โดนดี แต่พอเขาเดินมาหยุดตรงหน้าพี่อลัน มือเล็กก็ยื่นไปหาร่างสูงแล้วร้องเรียกให้ปะป๊ะอุ้ม อลันจึงต้องรับเด็กน้อยมาอุ้มต่อจากแป้งหอมอย่างปฏิเสธไม่ได้“ปะ ปะป๊า ฮึก” แขนเล็กกอดคอของปะป๊ะตัวโตแน่นพร้อมกับเสียงสะอึกสะอื้นที่ดังขึ้นเป็นระยะ“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะครับ”น้ำเสียงทุ้มอ่อนโยนเอ่ยปลอบเด็กน้อยพลางลูบหลังอย่างเบามือ แม้จะไม่เคยเลี้ยงลูกมาก่อนแต่ชายหนุ่มก็ทำออกมาได้ดี เสียงร้องไห้หายไปเหลือเพีย
การมาเยือนโรงงานทำน้ำตาลทำให้อลันและฮันเตอร์คนอื่น ๆ ได้เจอกับซอมบี้สัตว์เป็นครั้งแรก ทำเอาทุกคนรู้สึกกลัวและตื่นเต้นไม่พร้อม ๆ กันก่อนหน้านี้พวกเขาก็ออกมาข้างนอกเพื่อหาเสบียง แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะเจอกับสัตว์ซอมบี้“นั่น…มันตัวอะไร” ฮันเตอร์คนหนึ่งเอ่ยเสียงสั่นแล้วชี้ไปยังสัตว์ประหลาดตรงหน้า“ตัวมันเหมือนหนูเลย”“หนูอะไรตัวเท่าแมว”“ก็หนูซอมบี้ไงครับ” แป้งหอมตอบ อย่างที่เคยบอกไปว่าสัตว์ที่ถูกซอมบี้กัดหรือกินเนื้อของคนที่ติดเชื้อจะกลายเป็นสัตว์ซอมบี้“เชี่ย มันคือเรื่องจริงเหรอวะ” น้ำเสียงประหลาดใจของใครบางคนดังขึ้น ตนแทบจะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นเลย แต่ในโลกของซอมบี้อะไรก็เกิดขึ้นได้หนูที่ไม่ใช่หนูแต่เป็นหนูซอมบี้ ขนาดตัวของมันใหญ่กว่าหนูปกติ มีน้ำลายเหนียวไหลออกจากปาก ยามที่หนูซอมบี้เหล่านั้นอ้าปากเผยให้เห็นฟันซี้แหลมพร้อมที่จะฉีกทุกอย่างที่ขวางหน้าสายตาหลายสิบคู่มองไปยังข้างนอกหน้าต่างมีซอมบี้หนูเดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้าโรงงานน้ำตาล ทำให้ทีมฮันเตอร์ต้องหยุดวางแผนที่รัดกุมกว่านี้ก่อนที่จะลงจากรถความจริงหนูซอมบี้ได้ยินเสียงดังจากรถที่พวกเขาขับ ทว่าอลันบอกให้ดับเครื่องเสียก







