เข้าสู่ระบบแป้งหอมรู้สึกมึนงงและตกใจไปพร้อมกัน ไม่เข้าใจว่าตัวเองไปทำอะไร อยู่ ๆ หญิงสาวคนนั้นก็มาสาดน้ำใส่เขาแถมก่อนไปยังมองเขาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
ผู้หญิงอะไรน่ากลัวเป็นบ้า
“ เธอเป็นอะไรหรือเปล่า ” เสียงทุ่มต่ำเอ่ยถามคนตัวเล็กกว่าด้วยความเป็นห่วง
“ ไม่ครับ ” แค่เปียกเท่านั้นเอง
“ พี่มีเสื้อสำรองที่รถอยู่ พี่จะพาเธอไปเปลี่ยน ”
“ เอ่อ ไม่ต้องเปลี่ยนหรอกครับ ผมนั่งตากแอร์แปบเดียวเสื้อก็แห้งแล้ว ” แป้งหอมว่าอย่างเกรงใจ
“ ห้ามปฎิเสธครับ ใส่เสื้อเปียกตากแอร์เย็น ๆ แบบนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัด ”
“ ไม่...ฮะ ฮัดชิ้ว ” พูดไม่ทันขาดคำร่างเล็กก็จามติดกันหลายครั้ง เขายิ้มแห้ง ๆ หลังจากที่หยุดจาม
“ ตามพี่มาครับ ”
แป้งหอมไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ได้เดินตามหลังชายแปลกหน้าไปติด ๆ พร้อมกับจ้องมองแผ่นหลังกว้างของคนด้านหน้าอย่างครุ่นคิด นี่เขาใจง่ายไปหรือเปล่า ถ้าเกิดอีกฝ่ายเป็นคนร้ายจับตัวไปเรียกค่าไถ่จะทำไง
หรือว่าจะแอบวิ่งหนีไปตอนนี้เลย
แต่ชุดสูทที่อีกคนใส่ก็ดูแพงอยู่นะ ไม่น่าจะเป็นคนร้าย
ตัวสูงขายาว หน้าตาหล่อ วัดจากสายตาน่าจะสูงสักร้อยแปดสิบกว่า สเปคผู้ชายในฝันเลย
ใบหน้าหวานส่ายไปมาจนผมหน้าม้าปลิว ไม่ได้ ๆ ถึงอีกคนจะหล่อและดูดีมาก ๆ ก็เถอะ ห้ามไว้ใจเด็ดขาด
ระหว่างที่แป้งหอมกำลังถกเถียงกับตัวเองอยู่ในใจทั้งคู่ก็เดินมาถึงลานจอดรถพอดี
อลันเดินมาหยุดที่รถของตัวเอง เขาเปิดประตูรถข้างหลังก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวออกมา
“ นี่ครับเสื้อ ”
“ ขอบคุณครับ ”
“ เธอ เอ่อ...เข้าไปเปลี่ยนเสื้อในรถพี่ก็ได้ครับ ”
แป้งหอมไม่ได้ปฏิเสธมุดเข้าไปในรถ ส่วนอีกคนก็ช่วยปิดประตูให้ เขาถอดเสื้อที่เปียกออกแล้วเอาเสื้อตัวที่แห้งมาใส่
แต่เหมือนเสื้อของอีกคนจะตัวใหญ่เกินไป พอยืนแล้วชายเสื้อยาวไปถึงหัวเข่าเหมือนกับเด็กน้อยที่แอบไปหยิบเสื้อของพ่อมาใส่เลย
“ ยื่นแขนมาสิ เดี๋ยวพี่พับแขนเสื้อขึ้นให้ ” แป้งหอมยื่นมือไปข้างหน้าตามที่อีกคนบอก มือหนาพับแขนเสื้อขึ้นจนไปถึงข้อศอก
“ เสร็จแล้วครับ ” อลันจุดยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
“ ขอบคุณครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับเสื้อด้วย ผมจะรีบซักมาคืนคุณให้เร็วที่สุด ”
“ เรื่องเสื้อพี่ไม่รีบหรอก แต่พี่ว่าตอนนี้เธอน่าจะต้องรีบหน่อย ”
แป้งหอมเอียงคอมองอย่างไม่เข้าใจ เขาต้องรีบไปไหนเหรอ?
“ ไปกันเถอะ ” พูดจบอลันก็จูงมือคนตัวเล็กเข้าไปในร้านอาหาร
จนเดินมาถึงโต๊ะที่มีอาหารวางอยู่แป้งหอมก็ร้องอ๋อออกมาทัน ก่อนหน้านี้เขาสั่งอาหารไว้แต่ยังไม่ได้กินเพราะเกิดเรื่องเสียก่อน เขาจึงชวนอีกคนนั่งกินข้าวด้วยกัน
“ พวกเรายังได้แนะนำตัวกันเลย ผมชื่อแป้งหอมนะครับ เรียกว่าแป้งเฉย ๆ ก็ได้ครับ ”
“ พี่ชื่ออลันครับ เรียกพี่อลันก็ได้เพราะพี่น่าจะอายุมากกว่าแป้งหอม ”
“ ครับ พ พี่อลัน ”
อลันสั่งอาหารเพิ่มสองสามอย่าง พอกินเสร็จเขาก็เป็นคนจ่ายเงิน ตอนแรกแป้งหอมก็ไม่ยอม รู้สึกไม่ดีที่ให้คนที่เพิ่งรู้จักเลี้ยงอาหาร พอจะหารคนละครึ่งอลันก็ไม่ยอม
ร่างเล็กที่ถูกขัดใจก็พองแก้มโกรธ ใบหน้าสวยบูดบึ้ง ยกมือกอดอกอย่างขัดเคืองใจ ทว่าในสายตาของอลันมองว่าคนน้องน่ารักมาก
“ เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ครั้งนี้พี่เลี้ยง ส่วนครั้งหน้าแป้งหอมเลี้ยงพี่ สลับกันไงครับ ”
??
พูดแบบนี้หมายความว่าพี่อลันอยากเจอเขาอีกเหรอ
แป้งหอมก็ไม่อยากเข้าข้างตัวเองหรอกนะ แต่สายตาของคนพี่มันฟ้องว่ากำลังสนใจเขาอยู่
“ ตกลงไหมครับ ” ถามย้ำอีกครั้ง
“ ฮึ ก็ได้ครับ ” ที่ยอมเพราะเขาเองก็อยากเจอคนตรงหน้าอีกเหมือนกันหรอกนะ
ทั้งคู่แลกเบอร์กันก่อนจะแยกย้ายกันไปคนละทาง ร่างเล็กมาถึงห้องก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงอย่างหมดแรง
“ เฮ้อ ”
ไม่คิดเลยว่าเขาจะทำหลายอย่างภายในวันหนึ่งกัน เล่นเอาหมดแรงไปเหมือนกัน แป้งหอมพักเหนื่อยจนพอใจก็ลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำ
หลังจากที่ขับรถตะลอนมาทั้งวันพอได้อาบน้ำเย็น ๆ ก็ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น
แป้งหอมอาบน้ำปะแป้งจนตัวหอมฉุยก็มานอนเล่นบนเตียง ขาเรียวเล็กตีไปมากลางอากาศ ในหัวก็กำลังคิดว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรบ้าง
คิดไปคิดมาใบหน้าหล่อเหลาของใครบางคนที่เพิ่งเจอเมื่อตอนเย็นก็ปรากฏขึ้นมาในหัว
เขาซุกหน้าลงบนหมอนพร้อมกับกัดริมฝีปากบางเบา ๆ ด้วยความเขิน
“ อื้อ คิดถึงพี่อลันจัง ” พูดเสียงอู้อี้
ไม่ว่าจะในอดีต หรือในอนาคตที่แป้งหอมฝัน เขามั่นใจว่าไม่เคยเจอกับพี่อลันมาก่อน อาจเป็นเพราะปัจจุปันเขาไม่ได้ดำเนินชีวิตเหมือนกับในความฝันทุกอย่างเลยเปลี่ยนแปลงไป
แป้งหอมนอนคิดไปเรื่อยเปื่อยไม่นานก็พล็อยหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เช้าแล้ว
วันนี้แป้งหอมพักไปซื้อของหนึ่งวันแต่ก็ยังขับรถไปข้างนอกอยู่ดีเพื่อไปที่โกดังเก็บของ
พอมาถึงปุ๊บเขาก็ทำการเก็บทุกของทั้งหมดเข้ามิติอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ขับรถกลับห้อง
พอมาถึงห้องแป้งหอมเข้ามาในมิติแล้วลงมือนำเมล็ดผักที่ซื้อมาปลูก โดยเริ่มจากปลูกผักกาดขาวก่อน เขาขุดหลุมเล็ก ๆ สำหรับหยอดเมล็ดผักลงไปแล้วก็กลบดินเบา ๆ พอทำเสร็จก็เดินไปตักน้ำมารด
น้ำในลำธารใสมาก ใสจนเห็นปลากำลังแหวกว่ายไปมา ครั้งแรกที่เข้ามาในมิติแป้งหอมไม่ทันได้สังเกตว่าในนี้มีอะไรบ้าง พอเห็นปลาตัวโตอยู่ในน้ำก็รู้สึกตื่นเต้น เพราะเขาสามารถจับปลามาทำเป็นอาหารได้
ร่างเล็กรีบตักน้ำใส่บัวรดน้ำแล้วเดินกลับไปที่แปลงผัก ทันทีที่น้ำหยดลงบนดิน ต้นผักกาดขาวก็ค่อย ๆ ผุดขึ้นจากดินและโตขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถเก็บกินได้เลย
ภาพตรงหน้าทำเอาแป้งหอมเบิกตากว้าง นิ่งอึ้งไปหลายวินาที
“ น นี่มัน มหัศจรรย์มาก ”
พอเห็นแบบนั้นแล้ว ร่างเล็กก็รีบหยิบเมล็ดผักอื่น ๆ อย่างพริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า คะน้า ถั่วฝักยาว แตงกวา มะเขือเทศ กะหล่ำปลี มาปลูกด้วย ผลลัพธ์ที่ได้คือผักสดอวบ ๆ น่ากิน
แป้งหอมลองตัดผักกาดขาวมาที่ปลูกมาหัวหนึ่งแล้วนำมาเปลี่ยนเทียบกับผักกาดขาวที่ซื้อมาจากตลาด เห็นได้ชัดว่าผักที่เขาปลูกหัวใหญ่กว่า กรอบและอร่อยกว่าทำเอาชาวสวนตัวน้อยรู้สึกปลื้มปลิ่ม
ร่างเล็กสนุกกับการปลูกผักจนลืมดูเวลา เสียงท้องร้องทำให้เขาหยุดงานที่ทำอยู่
“ วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน ”
หลังจากที่ทำงานมาอย่างเหน็ดเหนื่อย พื้นที่โล่งก็ถูกแทนที่ด้วยแปลงผัก
แป้งหอมเดินไปล้างหน้าล้างมือที่ลำธาร ก่อนจะเดินไปหาอะไรกิน เขาหยิบแอปเปิลมากัดกินในหัวก็กำลังคิดว่าจะจัดการกับข้าวของที่ซื้อมาอย่างไรดี
ของบางอย่างสามารถเก็บไว้ในกระปุก ลิ้นชักและลังได้ แต่บางชิ้นก็ไม่มีที่จะเก็บ อีกทั้งยังวางอยู่บนพื้นที่โล่ง ๆ ไม่มีหลังคา มองแล้วรู้สึกขัดตายังไงไม่รู้
“ อืม ถ้ามีโกดังไว้เก็บของพวกนี้เหมือนกับตอนที่เช่าโกดังก็คงจะดี ” เสียงบ่นเบา ๆ สร้างปาฏิหาริย์ได้ภายในพริบตา
โกดังขนาดใหญ่ที่เหมือนกับโกดังที่แป้งหอมเช่าในโลกข้างนอกปรากฎขึ้นตรงหน้า
“ อะ... ” แป้งหอมรู้สึกช็อกจนพูดไม่ออก กว่าจะเรียกสติคืนกลับมาได้ก็ผ่านไปแล้วหลายนาที
ขนาดถือแอปเปิลไว้ในมือก็ไม่รู้ว่าตัวเองทำร่วงไปตั้งแต่ตอนไหน
ชายหนุ่มค้นพบว่าในมิตินี้สามารถเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เขาต้องการได้ เขายื่นมือไปข้างหน้าพร้อมกับตวัดมือเบา ๆ ของทั้งหมดก็ลอยขึ้นจากพื้นดินแล้วลอยไปที่ชั้นวางในโกดังอย่างเป็นระเบียบ
“ ถ้าขอบ้านสักหลังด้วยจะได้ไหมนะ ” เขานึกภาพบ้านที่อยากได้ในหัว บ้านนั้นก็ปรากฏขึ้นภายในพริบตา
ขาเรียวเล็กรีบเดินเข้าไปสำรวจบ้าน ไม่ว่าจะมุมไหนของบ้านแป้งหอมก็ชอบ เรียกได้ว่าเป็นบ้านในฝันของเขาเลยก็ว่าได้
โครก เสียงท้องร้องดังขึ้นอีกครั้ง
“ สงสัยต้องหาข้าวกินอย่างจริงจังแล้วสิ ” แป้งหอมว่าขึ้นก่อนจะออกจากในมิติ และเมื่อชายหนุ่มเข้ามาในมิติอีกครั้งเขาก็พบว่าข้างโกดังเก็บของมีต้นแอปเปิลที่ออกผลดกอยู่เต็มต้น
เชื้อซอมบี้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ผ่านไปแค่คืนเดียวเมือง L ที่เคยมีผู้คนสัญจรไปมาถูกเปลี่ยนให้เป็นเมืองของซอมบี้แม้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานจะวางแผนรับมือกับซอมบี้แล้ว แต่พอเจอกับซอมบี้ตัวเป็น ๆ พวกเขากลับทำอะไรไม่ได้มาก เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นมันหนักกว่าที่พวกเขาคาดคะเนเอาไว้เมื่อไม่มีวิธีรับมือ ไม่มียารักษา มนุษย์ส่วนใหญ่จึงหนีเอาตัวออก แทนที่จะไปช่วยคนอื่นที่ไม่รู้จักแล้วทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนเมืองที่ซอมบี้ยังเดินทางไปไม่ถึงก็เริ่มที่จะสร้างกำแพงสูงรอบบ้านของตัวเอง ไม่รู้ว่าวิธีนี้จะช่วยได้มากน้อยแค่ไหนแต่มันก็ทำให้ตัวเองและครอบครัวรู้สึกปลอดภัยขึ้น ทว่าก็มีบางคนที่ติดเชื้อซอมบี้แล้วหนีไปยังเมืองอื่น ๆ จนตอนนี้ทุกเมืองเต็มไปด้วยซอมบี้ความเดือดร้อนแพร่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า ยกเว้นก็แต่คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน LION ที่สุขสบายดีทุกเช้าพี่อลันและเพื่อน ๆ รวมไปถึงบอดี้การ์ดจะพากันไปวิ่งรอบ ๆ หมู่บ้านคนละหนึ่งรอบ หลังจากนั้นก็จะเป็นการออกกำลังกายแบบฟรีสไตล์ใครอยากจะวิดพื้น ซิทอัพ กระโดดเชือก ฝึกต่อสู้มือเปล่า ฝึกดาบก็ได้ทั้งนั้น ถ้าอยากจะออกกำลังกายในร่มที่นี่ก็มีห้องฟิ
เชื้อซอมบี้อันตรายมาก เป็นได้ทุกเพศทุกวัย ไม่มียารักษา วิธีเอาตัวรอดคือไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน หากพบเจอซอมบี้ให้รีบถอยห่างในทันที ยิ่งอยู่ห่างมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีแต่จงจำได้ว่าอย่าส่งเสียงดังเด็ดขาดถ้าไม่อยากให้ซอมบี้หาเจอ เนื่องจากซอมบี้มีหูที่ดีมาก พวกมันสามารถได้ยินเสียงที่อยู่ห่างออกไปถึง 200 เมตรส่วนคนที่โดนกัดจะกลายเป็นพวกเดียวกับซอมบี้ภายในเวลา 2 ชั่วโมง การตัดหัวของซอมบี้สามารถฆ่ามันได้ก็จริงแต่เชื้อของพวกมันยังคงอยู่ร่างกายของมนุษย์เน่าเปื่อยไปตามกาลเวลา แต่ก่อนที่เนื้อหนังจะสลายไปก็กลายเป็นอาหารของสัตว์น้อยใหญ่ ทำให้สัตว์ที่กินเนื้อซอมบี้เข้าไปเปลี่ยนเป็นสัตว์กลายพันธุ์สิ่งเดียวที่จะกำจัดเชื้อซอมบี้ให้หายไปจากโลกนี้อย่างถาวรคือการเผามันด้วยไฟ ความร้อนจะทำให้เชื้อซอมบี้ตายและไม่สามารถแพี่สู่คนอื่นได้อีกแต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องนี้ ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้นไปอีก มนุษย์ต้องรับมือสองด้านทั้งซอมบี้คนและซอมบี้สัตว์ไปพร้อม ๆ กัน“พวกเราหลีกเลี่ยงที่จะเจอกับซอมบี้ซึ่งหน้าไม่ได้ ดังนั้นผมจึงอยากให้ทุกคนฝึกการใช้ดาบให้ชินมือ หากต้องสู้กับซอมบี้จริง ๆ จะได้เอาตัวรอดได้”“ที่ผมจะบอ
สถานการณ์ในเมือง J รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ยากที่จะควบคุมเพราะทุกนาทีจะมีคนติดเชื้อซอมบี้เพิ่มเฉลี่ยแล้ว 5 คนต่อนาที ซึ่งคนที่โดนกัดจะยังมีสติและใช้ชีวิตได้อย่างปกติ 1 ชั่วโมงอาการถึงจะกำเริบ พอผ่านไปอีก 30 นาทีจะเริ่มไม่มีสติ จำคนที่เคยรู้จักไม่ได้ เมื่อครบ 2 ชั่วโมงจะกลายเป็นซอมบี้โดยสมบูรณ์คนที่ยังมีชีวิตรอดอยากจะหนีไปให้ไกลก็ทำไม่ได้ แค่ก้าวออกจากที่ซ่อนร่างของพวกเขาจะถูกเหล่าซอมบี้รุมทึ้งในทันที เนื่องจากตอนนี้มีซอมบี้เดินเพ่นพ่านอยู่เต็มเมืองมีหลายคนที่คิดจะหนีเอาตัวรอดโดยการขับรถยนต์ฝ่าออกไป พุ่งชนซอมบี้ที่ยืนขวางทางจนกระเด็นแต่ก็หนีไปได้ไม่ไกล สุดท้ายก็กลายเป็นอาหารให้กับซอมบี้บางคนจึงคิดที่จะซ่อนตัวอยู่ในบ้านเพราะคิดว่าในนี้จะปลอดภัยกว่า แล้วรอให้มีคนมาช่วยดีกว่าออกไปเสี่ยงข้างนอก ทว่าผ่านมาหลายวันก็ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือเลยสักคนยานพาหนะทุกอย่างในเมือง J หยุดชะงัก บนถนนมีข้าวของที่ผู้คนทำตกและรถที่จอดแกะกะอยู่บนถนนแต่ไร้ซึ่งคนขับ“ประกาศ ขอให้ประชาชนทุกคนอยู่ในบ้านหรือห้องพักของตัวเอง ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังจะไปช่วย ว๊าย ซอมบี้”แฮ่ แฮ่จู่ ก็มีซอมบี้โผล่เข้ามาในสตูดิโอที่นักข
อลันยืนสั่งงานลูกน้องให้ไปจัดการเรื่องห้องพักสำหรับคนที่จะมาเพิ่ม จากที่อยู่ห้องละคนก็ให้เก็บของย้ายไปอยู่กับเพื่อนที่สนิทแทนซึ่งทุกคนก็ไม่ได้มีปัญหา เนื่องจากห้องพักของพวกเขากว้างพอสำหรับผู้ชายตัวโตสองคนอยู่ด้วยกันแล้วไม่อึดอัด“รีบไปจัดการให้เรียบร้อย”“ครับ”ร่างสูงกำลังหมุนตัวเดินเข้าบ้าน สายตาคมก็เหลือบไปเห็นคนตัวเล็กเสียก่อน เขาจึงเดินเข้าไปหา“แป้งหอมจะไปไหนเหรอครับ” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลังทำให้แป้งหอมหยุดเดินแล้วหันกลับไปมอง“ผมจะกลับบ้านสวนครับ” เขาอยู่ที่นี่นานแล้ว ถึงเวลาต้องกลับบ้านตัวเองเสียทีอีกทั้งแป้งหอมเองก็มีเรื่องที่ต้องไปจัดการเหมือนกันพูดถึงบ้านสวน แป้งหอมก็นึกได้ว่ายังไม่ได้จ่ายเงินค่าบ้านให้กับพี่อลันเลย ตั้งแต่เช้าเกิดเรื่องยุ่ง ๆ มากกมายจนเขาลืมเรื่องนี้ไปเลย“ผมยังไม่ได้จ่ายค่าบ้านให้พี่เลย ผมขอไปเอาเงินที่บ้านก่อนนะครับ” แป้งหอมไม่ชอบติดเงินใครนาน ๆ และไม่ชอบอะไรที่มันค้างคา มันทำให้เขาคิดมาจนนอนไม่หลับในเมื่อมีเงินอยู่แล้วก็จ่ายให้เสร็จ ๆ ไป บ้านหลังนั้นก็จะได้เป็นของเขาอย่างสมบูรณ์“แป้งหอมไม่ต้องให้เงินพี่หรอกครับ พี่จะไม่ขายบ้านหลังนั้นแล้ว”เดิม
“กูมีเรื่องอยากจะบอกพวกมึง”ทั้งภูผา อินทัศและโนอาห์เป็นเพื่อนสนิทของอลันที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยังเด็ก ๆ เรียนด้วยกันอยู่ด้วยกันมานานจนรู้ไส้รู้พุงกันหมด ไม่เคยมีเรื่องปิดบังกัน มีบางครั้งที่พวกเขาทะเลาะกันแต่สุดท้ายก็ดีกันอลันเชื่อว่าทั้งสามคนจะเชื่อในสิ่งที่เขาจะเล่าอย่างไม่มีข้อกังขา เพราะทุกคนรู้ดีว่าเขาไม่เคยพูดโกหกแต่หากเพื่อนของเขาไม่เชื่อ อลันสัญญาเลยว่าเขาจะสั่งให้ลูกน้องจับทั้งสามคนโยนออกไปนอกบ้านให้ฝูงซอมบี้กินซะแน่นอนว่าชายหนุ่มไม่อาจทำแบบนั้นได้เพราะมั่นใจว่าทั้งสามคนไม่ได้โง่ เพราะคนอย่างอลันถ้าไม่จริงก็คงไม่พูดออกมาเขาแนะนำแป้งหอมให้เพื่อน ๆ รู้จัก ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนของเขาฟัง ระหว่างที่อลันเล่าคนอื่น ๆ ก็นั่งฟังเงียบ ๆ อย่างตั้งใจ ไม่มีใครพูดแทรกออกมา มีเพียงสีหน้าที่เปลี่ยนไปบางช่วงหลังจากที่ได้ฟังเรื่องที่อลันพูดพอเล่าจบชายหนุ่มทั้งสามของจ้องมองร่างเล็กอย่างไม่วางตาจนคนถูกมองขยับยุกยิบไปมาเนื่องจากทำตัวไม่ถูกเวลามีคนหล่อ ๆ มาจ้องหน้าใบหน้าของอลันเรียบตึงเมื่อเห็นว่าแก้มของคนน้องสีแดงระเรื่อ เขาถลึงตาใส่เพื่อนตัวดีอย่างขุ่นเคืองคนที่จะทำให้แป้ง
ระหว่างที่รอคนอื่น ๆ เดินทางมาถึง อลันก็ได้วางแผนเตรียมรับมือกับพวกซอมบี้ในหัวไว้คร่าว ๆ แล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง โดยมีแป้งหอมคอยให้การแนะนำว่าต้องเริ่มจากการทำสิ่งใดก่อนซึ่งมีบางอย่างที่รอไม่ได้อลันก็ได้สั่งให้ลูกน้องรีบไปดำเนินการโดยด่วน เพราะจากข่าวที่เขาได้ยินมาล่าสุดคือ ซอมบี้ได้พังประตูโรงพยาบาลออกมาและฝ่ากำแพงรั้วหนามที่ทางเจ้าหน้าที่เอามาวางไว้สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คืออาหารและน้ำดื่ม รวมไปถึงยารักษาโรคต่าง ๆ เพราะเขาต้องเลี้ยงดูลูกน้องหลายสิบชีวิตจากคำบอกเล่าที่แป้งหอมบอกต้องใช้เวลาถึงห้าปีจึงจะสามารถกำจัดซอมบี้ทุกตัวให้หมดไปจากโลกนี้ อลันจึงสั่งให้ลูกน้องรวบรวมของทุกอย่างมาให้มากที่สุดนับว่าโชคดีที่ตระกูล LION เป็นเจ้าของกิจการทั้งหมด จึงขนของที่มีอยู่ในโกดังเก็บของย้ายมาเก็บไว้ในโกดังใหม่ที่อยู่ในคฤหาสน์ของตระกูล LION แทนพื้นที่ในโกดังอัดแน่นไปด้วยข้าวของต่าง ๆ ที่วางซ้อนทับกันจนเกือบจะถึงเพดาน นอกจากที่นี่แล้วก็ยังมีห้องลับที่ซ่อนอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูล LION ก็ถูกเติมเต็มไปด้วยอาหารสดและอาหารแห้งมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ความลับนี้และรู้ว่าห้องนี้อยู่ที่ไหน







