分享

บทที่ 4 หอนารีแดง

last update publish date: 2026-11-05 20:21:59

ทางเดินที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้และต้นสนสูงตระหง่าน ลดเลี้ยวไปมาทั้งมีกำแพงหนาอีกสองชั้นที่ต้องใช้กุญแจออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อผ่านเข้าไปไขแต่ละประตูให้เปิดออก

หลังจากใช้เวลาเดินเป็นก้านธูปจากเรือนของซินซินก็ยังไม่เห็นหอนารีแดงที่สร้างหลบซ่อนไว้ในจวนแห่งนี้ นางได้แต่คิดในใจ ขนาดหอนารีแดงยังหายากแล้วหอพยัคฆ์ดำเล่า หลบอยู่มุมไหนกันแน่

 

"พี่เสี่ยวฝู เหตุใดที่นี่จึงลึกลับนักเจ้าคะ? " ซินซินที่ปาดเหงื่อมาตลอดทางเพราะอากาศร้อนอบอ้าว และระยะทางที่ดูไม่สิ้นสุดเสียที ถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ

 

"เพราะนายท่านมิให้คนนอกรู้อย่างไรเล่าว่าเบื้องหลังสำนักเรายิ่งใหญ่เพียงใดทั้งสองกิจการนี้มีเพียงขุนนางที่สนิทกับนายท่านเท่านั้นที่รู้เห็นด้วย"

"หากยิ่งใหญ่ตามท่านว่าแทนที่จะบอกให้ทุกคนรู้แต่กลับปิดบังไว้เพราะอันใดเจ้าคะ?"

"เรื่องผลประโยชน์บ้านเมืองเจ้ามิเข้าใจหรอกเมื่อโตขึ้นเจ้าจะเข้าใจเอง" เสี่ยวฝูเลี่ยงที่จะบอกความจริงเด็กน้อยเพราะคิดว่าเหตุผลนั้นซับซ้อนเกินกว่าซินซินจะเข้าใจ นางเพิ่งมาอยู่จวนนี้ได้ไม่กี่เดือน ที่ได้ผ่านด่านเข้าเขตหวงห้ามก็นับว่าได้รับความไว้ใจเหลือคณาแล้ว

เสียงน้ำตกแว่วดังแต่ไกลเมื่อเดินต่อไปอีกระยะหนึ่ง ซินซินก็ตาค้างกับภาพตรงหน้า เด็กตัวน้อยแหงนมองเห็นตึกสีแดงวิจิตรตระการตาสร้างอยู่ท่ามกลางหินผากลางน้ำตกด้วยความตะลึง

 

"ปังๆๆ ปังๆๆ! เสี่ยวฝูทุบประตูไม้บานใหญ่เป็นจังหวะส่งสัญญานให้คนด้านในเปิดประตูครู่หนึ่งก็มีหญิงงามรูปร่างสะโอดสะองเดินมาเปิดประตูให้ นางเหลือบมองซินซินแวบหนึ่งแล้วพูดคุยกับเสี่ยวฝูหลายประโยค ก่อนที่เสี่ยวฝูจะกลับไปก็พูดทิ้งท้ายไว้ว่าจะกลับมารับซินซินในยามเซิน

 

"ตามข้ามาเด็กน้อย ข้าอวี้เจินเป็นผู้ดูแลที่นี่"

"คาระวะท่านอวี้เจินเจ้าค่ะ"ซินซินยอบกายคำนับอวี้เจินด้วยกิริยานอบน้อมถ่อมตน

 

"เรียกข้าพี่อวี้เจินเถิด เจ้าซินซินสินะ ข้าจะพาไปพบมี่เหยา นางอายุน้อยที่สุดในนี้คงอายุมากกว่าเจ้าไม่กี่ปี อีกไม่นานนางก็จะฝึกเป็นนางโลมแล้วเจ้าก็เรียนรู้จากนางให้มากเถิด หากมีตรงไหนไม่เข้าใจก็มาถามข้า" อวี้เจินเดินนวยนาด พลางคอยแนะนำเด็กน้อยให้บรรดาสาวงามคนอื่นๆ ได้รู้จักตลอดทาง

 

"ขอบคุณพี่อวี้เจินเจ้าค่ะ"ดวงตาหงส์ของซินซินเปล่งประกายแวววาวนางกวาดตาดูห้องโถงและโฉมงามทั้งหลายด้วยความตื่นเต้น

 

อวี้เจินนำทางไปจนถึงห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยอาภรณ์งดงามหรูหราถูกแขวนเรียงรายอยู่เต็มราว ระหว่างทางที่เดินผ่านมาแต่ละห้องซินซินก็ได้ยินเสียงบรรเลงพิณ ได้เห็นเหล่าสาวงามฝึกซ้อมการร่ายรำ ซินซินไม่กล้าหันไปมองนัก นางกลัวจะเป็นการเสียมารยาท อีกทั้งยังไม่เข้าใจว่านางโลมหมายความว่าอย่างไรรู้เพียงที่นี่ล้วนมีแต่หญิงสาวงดงามอยู่เต็มไปหมด

"มี่เหยา นี่ซินซิน เจ้าช่วยสอนงานนางด้วยหยิบจับอะไรก็ให้นางระวังอย่าให้ทำข้าวของเสียหาย เวลาเจ้าต้องฝึกซ้อมก็หางานอื่นให้นางทำเสีย นางจะมาที่นี่สลับกับโรงเลี้ยงม้าและวันที่ต้องเรียนกับคุณชายรองจิ้นหลง"

 

"เจ้าค่ะพี่อวี้เจิน" มี่เหยาดรุณีวัยสิบสามปี นางมีใบหน้าสะอาดสะอ้าน แม้ไม่โดดเด่นนักแต่จัดว่าเป็นเด็กที่หน้าตาดีคนหนึ่ง

 

"ซินซินข้ามี่เหยา งานที่นี่ก็ไม่มีอะไรมาก รีดเสื้อผ้าน่ะมีสาวใช้แผนกนี้ทำให้อยู่แล้วเราแค่คอยชงชา ช่วยพี่สาวทั้งหลายแต่งตัวเช็ดทำความสะอาดเครื่องดนตรี นานๆ ครั้งพี่สาวบางคนไปจับจ่ายที่ตลาดเราก็คอยเดินตามช่วยถือของให้พวกนางน่ะ" มี่เหยาจูงมือซินซินพลางพูดคุยเจื้อยแจ้ว นางเป็นเด็กร่าเริง สดใส ถูกพ่อแม่ขายให้มาเป็นนางโลมเมื่อปีก่อนด้วยความยากจน แต่มี่เหยาก็เต็มใจที่จะทำงานที่นี่ นางมีความฝันว่าจะทำให้พ่อแม่ พี่น้องได้กินอยู่อย่างสุขสบาย

"นางโลมคืออันใดหรือเจ้าคะพี่มี่เหยา?" เด็กหญิงตัวเล็กส่งสายตาระคนสงสัยให้คนตรงหน้า

"นางโลมก็คือหญิงคณิกา เป็นหญิงขายบริการสร้างความสุขให้บุรุษเงินหนาอย่างไรล่ะ นางโลมมีหลายระดับชั้น มีทั้งขายตัว ขายความสามารถ หากไต่ระดับได้เป็นอี้จีแม้แต่ขุนนางใหญ่ยังต้องเชิญไปงานเลี้ยงเสียด้วยซ้ำ เห้อ! เจ้าโตกว่านี้ก็จะเข้าใจเอง เจ้าเป็นบ่าวของนายน้อย ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องพวกนี้มากนักหรอก"

 

มี่เหยาลูบศรีษะซินซินด้วยความเอ็นดู ก่อนที่ซินซินจะมาทำงานที่นี่ เสี่ยวฝูได้มาพบอวี้เจินแล้วเล่าทุกอย่างไว้ก่อนแล้ว แน่นอนว่าอวี้เจินย่อมมาเล่าให้มี่เหยาฟังอีกต่อหนึ่ง เพราะมี่เหยาต้องเป็นผู้รับผิดชอบสอนงานซินซินทั้งหมด

 

ซินซินเรียนรู้ทุกอย่างด้วยความแข็งขันนางแทบไม่ได้หยุดพัก ทั้งวันคอยวิ่งไปมารับใช้พี่สาวทั้งหลายจนเป็นที่เอ็นดูของหลายคน ทว่าด้วยความเยาว์วัยประกอบกับใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักของนางนั้น ก็กลับกลายเป็นสร้างศรัตรูขึ้นโดยมิรู้ตัว ยิ่งสตรีพวกนั้นรู้ว่านางเป็นคนของนายน้อยจิ้นฝาน ต่างก็ยิ่งชิงชังตั้งแง่ เรียกว่าคนรักเท่าพื้นหนังคนชังแทบทั้งหอนารีแดงก็ว่าได้

 

"ร้อยวันพันปีนายน้อยไม่เคยรับเลี้ยงใคร ต่อให้มีคนใกล้ตายตรงหน้านายน้อยยังไม่มองด้วยซ้ำ แต่กลับให้มันเป็นถึงสหายร่วมเรียนคุณชายรอง ที่ให้มาทำงานที่นี่คงแค่ให้มีสหายเพิ่มมากกว่า ได้ข่าวว่าที่โรงเลี้ยงม้านางก็แค่ไปอาบน้ำให้ลูกม้าทั้งยังวิ่งเล่นทั้งวัน ถ้าจะให้นางเป็นบ่าวจริงๆ มีงานชั้นต่ำให้ทำมากมาย ข้าไม่เข้าใจนายน้อยเลย" จินเหมยที่แอบอยู่มุมหนึ่งมองซินซินที่วิ่งวุ่นด้วยความไม่พอใจ

 

"ดูใบหน้านังเด็กนั่นให้ดี เจ้าดูไม่ออกรึว่าเติบโตไปนางจะงดงามเพียงใด นายน้อยอาจอยากได้นางไว้อุ่นเตียงก็เป็นได้" สวี่เหยียนสุมไฟให้จินเหมยยิ่งร้อนรนเข้าไปอีก

 

"ข้าจะทำให้มันอยู่ที่นี่ไม่ได้ เจ้าคอยดูเถิด" จินเหมยกำกระโปรงจนยับยู่ยี่ นางแอบรักนายน้อยมานานแล้ว วางแผนเผอิญเจอก็หลายครา ทั้งแกล้งตกน้ำต่อหน้าจนตัวเองเกือบตายจิ้นฝานก็หาได้เคยเหลียวแลไม่

 

ซินซินที่กำลังสนุกกับการปรนบัติพี่สาวในหอนารีแดงไม่เคยคิดระแวดระวังตัวมาก่อน ตั้งแต่อยู่ในจวนนี้ก็ไม่เคยมีใครทำร้ายนางนอกจากจิ้นฝานที่ชอบใช้คำเฉือดเฉือนให้นางเจียมตน แต่นั่นนับเป็นเรื่องเล็กน้อยหากเทียบกับเก้าปีในขุมนรกจวนสกุลตงที่นางเติบโตมามากนัก

 

"เพล้ง! ..." ชามทรงสูงซึ่งบรรจุน้ำแกงไก่ตุ๋นกระแทกศรีษะของเด็กหญิงโดยแรง เศษเนื้อไก่ที่มีไขมันขาวขุ่นหกเลอะศรีษะไหลลงมาตามแนวหน้าผากซินซิน

มี่เหยาเมื่อเห็นน้ำแกงเยิ้มไหลเปรอะเต็มใบหน้าเด็กน้อยก็ตกใจจนไม่รู้ว่าจะเช็ดจากตรงไหนก่อนดี

 

ซินซินหันไปยิ้มปลอบใจมี่เหยาเล็กน้อย นางยกมือขึ้นปาดคราบน้ำมันออกจากเปลือกตาก่อนก้มตัวลงเก็บชามทรงสูงซึ่งตกอยู่ที่พื้นโดยมิเอ่ยสิ่งใด แต่ครั้นเงยหน้าขึ้นมาก็พลันสบตาเข้ากับจินเหมยอย่างกระทันหัน สายตาคู่นั้นทำให้เด็กตัวเล็กไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง 

 

แม้มิอาจบอกได้ว่าไม่สบายใจตรงที่ใด เพียงรู้สึกราวกับถูกคนเอาหนามแหลมมาตำที่หัวใจมิอาจมองเห็นหรือสัมผัสได้ แต่กลับน่าหวาดหวั่นเหลือจะกล่าว ความรู้สึกหวาดระแวงทุกฝีเก้าที่เคยลืมเลือนไปกลับมาทันที หรือนี่คือสัญชาตญาณมนุษย์ ยามพบศัตรูซึ่งน่าหวาดกลัว

 

"บ่าวต่ำต้อย" จินเหมยมองตามแผ่นหลังเด็กหญิงที่ค่อยๆ เคลื่อนห่างออกไปด้วใบหน้าเหยียดหยามพลางถ่มน้ำลายออกมา"...ถุย! "

 

ซินซินมิมีแม้เสียงโต้ตอบ นางเดินตัวลีบ ทั้งศรีษะยังเปรอะไปด้วยคราบน้ำแกงออกไปเก็บชามที่ห้องครัว โดยมีมี่เหยาเดินตามหลังมาไม่ไกล

 

"ซินซินเจ้าเจ็บตรงไหนรึไม่? " มี่เหยายื่นผ้าเช็ดหน้าให้เด็กน้อย นางเองยังเอาตัวไม่รอดในที่แห่งนี้ แม้สงสารเห็นใจซินซินแต่ก็ไม่กล้ามีปากมีเสียงกับจินเหมย ใครๆ ก็รู้ว่าจินเหมยเป็นตัวเต็งที่จะได้เป็นคณิกาชั้นสูงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทุกคนในหอนารีแดงล้วนเกรงใจนาง เพราะนางย่อมเป็นคนสร้างชื่อเสียงทั้งเงินทองมหาศาลให้สำนักนี้ในไม่ช้าแม้แต่อวี้เจินที่เป็นผู้ฝึกฝนและดูแลหอนารีแดงยังต้องไว้หน้าจินเหมยอยู่หลายส่วน

 

"ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ" ซินซินตอบทั้งน้ำตานางไม่เข้าใจว่านางทำผิดอะไร เหตุใดจึงมีแต่คนรังเกียจ ที่คิดว่าอยู่รอดปลอดภัยแล้วมันหลอกตัวเองชัดๆ

 

"เกิดเรื่องใดขึ้น?" เสี่ยวฝูที่เดินมารับซินซินกลับเรือน เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็รู้ได้ทันทีว่าต้องมีใครรังแกซินซินเป็นแน่

 

"พี่จินเหมย เทน้ำแกงไก่ตุ๋นรดหัวซินซินเจ้าค่ะ" มี่เหยาฟ้องโดยไม่รอให้เด็กน้อยเอ่ยปาก ยิ่งเห็นนางสะอึกสะอื้นยิ่งเวทนาจับใจ

 

"อ่อ เป็นเช่นนี้เอง เรากลับกันเถิด รีบไปอาบน้ำเสียข้าจะไปบอกนายน้อยเอง" เสี่ยวฝูคิดว่าอย่างไรซินซินก็เป็นบ่าวของจิ้นฝานไม่ว่าจะเกิดเรื่องเล็กใหญ่กับนาง เขาย่อมต้องรายงานนายน้อยโดยละเอียด

 

"อย่าบอกได้หรือไม่เจ้าคะ ข้ากลัวนายน้อยจะลงโทษข้า ฮึกๆ " ซินซินได้ยินดังนั้นกลับยิ่งสะอึกสะอื้น นางกลัวจิ้นฝานจับใจ แค่สบตาเขานางยังผวา หากนายน้อยโมโหนางขึ้นมานางคงไม่รอดแน่

 

"ซินซินเจ้าเป็นบ่าวของนายน้อย ต่อให้ข้าไม่รายงานเองเรื่องก็เข้าหูนายน้อยอยู่ดี เจ้าคิดว่าหน้าต่างมิมีหู ประตูมิมีช่องหรือ หากฟังจากคนอื่นแล้วเรื่องจริงกลับผิดเพี้ยนไปเล่าเจ้าที่เป็นผู้โดนข่มเหงอาจกลายเป็นคนผิดโดยมิรู้ตัว เจ้าอยากให้เป็นเช่นนั้นหรือเด็กน้อย"

 

"ไม่เจ้าค่ะ รบกวนพี่เสี่ยวฝูแล้ว" ซินซินได้ยินดังนั้นก็รีบปฏิเสธเสียงแข็ง 

 

"ดีมากรีบกลับไปอาบน้ำเร็วเข้า ข้าทนเห็นเจ้าสภาพนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ เห้อ" เสี่ยวฝูถอนใจยาว

ซินซินร่ำลามี่เหยาอีกพักหนึ่งนางก็เดินตามหลังเสี่ยวฝูออกไปด้วยใบหน้าที่เปรอะเปื้อนทั้งคราบมันและน้ำตาผสมปนเป ตลอดทางที่เดินกลับนางได้แต่ปาดน้ำตาลวกๆ มีเพียงเสียงสะอื้นเล็ดรอดแผ่วเบาพอให้คนด้านหน้าได้ยิน ด้วยเพราะเสี่ยวฝูฝึกยุทธ์จนเป็นยอดฝีมือ เสียงที่เบาบางนั้นเขาจึงได้ยินมันอย่างชัดเจน

เมื่อส่งซินซินถึงเรือน เสี่ยวฝูก็รีบไปรายงานเรื่องทั้งหมดให้จิ้นฝานรับรู้ เขาเล่าแม้กระทั่งตลอดทางเดินกลับมานางยังคงสะอึกสะอื้นไม่หยุด ทั้งยังเติมเชื้อไฟว่าน้ำแกงไก่นั่นยังอุ่นอยู่มิรู้นางจะแสบร้อนหรือเสียโฉมรึไม่เสี่ยวฝูคิดในใจถือว่าข้าช่วยเจ้าเอาคืนนะซินซิน 

หากไม่ยุยงนายน้อยให้เดือดดาลนายน้อยอาจเมินเฉยต่อเรื่องนี้ เขาเองก็ไม่รู้ว่าภายในใจนายน้อย ซินซินจะมีน้ำหนักมากพอให้ใส่ใจหรือไม่

 

ทว่าเมื่อเสี่ยวฝูลอบชำเลืองดูสีหน้าที่มืดครื้มของจิ้นฝานยามนี้ เขาก็มั่นใจ ดูเหมือนว่าแผนเติมเชื้อไฟของเขาครานี้จะได้ผลเกินคาด

 

 

 

 

 

 

 

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 8 ลงโทษ(ต่อ)

    ซินซินเมื่อได้แช่น้ำที่ครุกรุ่นไปด้วยไอร้อน ก็พอมีแรงเปิดเปลือกตาขึ้น เมื่อเห็นชัดๆ ว่าบุรุษที่อยู่ตรงหน้าคือผู้ใดนางก็ตกใจแทบสิ้นสติไปอีกครา"นายน้อยทะ ท่าน" เสียงแว่วหวานไม่ทันได้ประท้วงการกระทำของบุรุษเบื้องหน้า นางกลับถูกอุ้มขึ้นมานั่งซ้อนลงบนตักแกร่งที่เปล่าเปลือยของคนที่นางหวาดกลัวที่สุด"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น หากไม่อยากหนาวตายก็นั่งนิ่งๆ อย่าขยับเขยื้อน" จิ้นฝานตอบด้วยเสียงแหบพร่า ไม่พูดเปล่าเขายังซุกไซร้สูดดมเนื้อหนังของโฉมงามอย่างย่ามใจ สองมือของเขาลูบไล้ไปทั่วร่างนุ่มที่เปลือยเปล่าช้าๆ แม้มิมีสิ่งใดเกินเลยกว่านั้นแต่หัวใจของซินซินกลับเหมือนจะทะลักออกมาจากอก นางรู้สึกวาบหวิวคล้ายถูกจับโยนลงเหว แต่ทว่าอีกนัยหนึ่งกลับปรารถนาความรู้สึกนี้จนมิอาจขัดขืนค่ำคืนนั้นเสี่ยวฝูเดินมาส่งซินซินที่เรือน หลังจากนายน้อยลุกออกมาจากอ่างน้ำ ก็มีเพียงสาวใช้นำอาภรณ์มาให้นางเปลี่ยน จิ้นฝานไม่พูดสิ่งใดทิ้งท้าย เขาออกไปจากเรือนเงียบๆ ทั้งไม่อธิบายการกระทำของเขาเช่นกัน นั่นยิ่งทำให้ซินซินวิตกจนนอนไม่หลับไปทั้งคืน นางทำสิ่งใดผิดอีกหนอ นายน้อยรังเกียจนางแต่กลับมาใกล้ชิดนาง หรืออาจเป็นเพราะกลัวนางหนา

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 7 ลงโทษ

    สี่ฤดูผันผ่าน สายลมหนาวพัดโชยอากาศพลันหนาวเหน็บเย็นยะเยือก สรรพสิ่งรอบกายล้วนจมอยู่ใต้หิมะขาวโพลน เป็นเวลาถึงหกปีแล้วนับจากซินซินมาอยู่ที่จวนแห่งนี้ตลอดหลายปีนางต้องฝึกเล่าเรียนอย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะเป็นบทกวี แต่งโคลงกลอน ร่ายรำ ดีดพิณ หรือแม้แต่วรยุทธ์ที่อาจารย์บอกว่านางสามารถใช้วิชาตัวเบาได้ดีไม่แพ้ผู้ใด หากแต่การต่อสู้นั้นมิค่อยคืบหน้า เรี่ยวแรงจับกระบี่ของนางมิไปถึงไหน ท่านอาจารย์จึงมุ่งเน้นวิชาหลบหนีให้นางเสียมากกว่า ซึ่งนั่นก็ถูกใจซินซินมาก นางไม่มั่นใจที่จะจับกระบี่ฟาดฟันใครทั้งนั้น"ซินซิน เจ้าจะใช้สายตาเยี่ยงนี้มองบุรุษมิได้ปีนี้เจ้าก็สิบหกปีแล้ว อีกไม่นานเจ้าก็จะได้ไปทำงานที่หอนารีแดง แต่พื้นฐานเรื่องกิริยามัดใจบุรุษเจ้าก็ควรเริ่มเรียนรู้ไว้" อวี้เจิน ใช้ด้ามไม้ยาวเคาะไปที่มือซินซิน นางกำลังสมมุติว่าตนเองเป็นบุรุษรอให้ซินซินรินสุราให้อยู่ด้านข้าง"พี่อวี้เจิน ข้าเอาใจมิเป็นนี่เจ้าคะ อีกอย่างท่านก็เป็นสตรีจะให้ข้าทอดสายตาให้ได้อย่างไร มันแปลกๆ เจ้าค่ะ" นัยส์ตาหงส์คู่งามส่งสายตาหยอกล้อกลับไป นางทำทุกอย่างได้ดีเยี่ยมก็จริง จะมีก็แต่กิริยาชดช้อยเท่านั้นที่ฝืนใจเหลือเกินอวี้เจิน

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 6 สั่งสอน

    คนตัวเล็กถึงกับตัวสั่นนางก้าวออกมาจากหลังจิ้นหลงด้วยความหวาดกลัว"ต่อไปหากเจอปัญหาเจ้าจงเลือกวิธีรับมือตามนี้ หนึ่งยอมเป็นพวกเขา สองทำให้เขามาเป็นพวกเจ้า สามหาคนมาเป็นพวก สี่แสดงพลังให้เหนือกว่า ห้าสู้ไม่ได้ก็ต้องหาทางหนี หกเพิกเฉยยอมให้ถูกกระทำ ข้อหกมิใช่วิธีแก้แต่เป็นวิธีที่เจ้าใช้มาตลอด ซินซิน เป็นคนของข้าต้องรู้จักสู้ ต้องฉลาดทันคน ข้าไม่เลี้ยงคนอ่อนแอไร้ประโยชน์" จิ้นฝานน้ำเสียงอ่อนลง เมื่อเห็นปฏิกิริยาของซินซินที่กลัวตนเองจนหัวหด"ข้าจะจดจำไว้เจ้าค่ะ" ซินซินคิดตามทุกประโยค นายน้อยพูดถูกเพราะความอ่อนแอทำให้นางมีชะตากรรมเช่นนี้ หากต้องการอยู่รอดนางต้องเข้มแข็งเท่านั้น หนี้แค้นที่ยังต้องสะสางอีกเล่าจะปล่อยให้ตัวเองตายง่ายๆ ได้อย่างไร"ต่อไปมาฝึกยุทธ์พร้อมจิ้นหลงทุกวัน หากแต่พรุ่งนี้ไปแก้ปัญหาที่หอนารีแดงเสียก่อน นอกจากนี้เจ้าต้องฝึกวาดรูป เรียนพิณร่ายรำ เมื่อถึงวัยอันสมควรข้าจะให้เจ้าไปเป็นคณิกาที่หอนารีแดงส่วนจะได้ขายตัวรึความสามารถนั้นขึ้นอยู่กับฝีมือของเจ้า""พี่ใหญ่!! " จิ้นหลงที่ฟังอย่างใจเย็นมาตลอด เมื่อได้ยินว่าจิ้นฝานต้องการให้ซินซินเป็นนางโลมที่หอนารีแดงเขาถึงกับหน้าเปลี่

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 5 หอนารีแดง

    ซินซินถูกเรียกตัวให้มาพบจิ้นฝานโดยมีเสี่ยวฝูมารอรับถึงหน้าเรือน เพราะสถานที่ ที่นายน้อยให้ไปพบอยู่ในเขตหวงห้าม ทางที่จะไปนั้นซินซินไม่เคยย่างกายผ่านมาก่อน จึงจำเป็นต้องมีผู้นำทางเมื่อเดินผ่านกำแพงสูงของจวนมาระยะหนึ่งก็พบเข้ากับป่าไผ่รกครื้มไม่มีเส้นทางเดินให้มองด้วยซ้ำ ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็แทบมองไม่เห็นแสงตะวัน ตั้งแต่ซินซินฟื้นขึ้นมา นางไม่เคยถามว่าจวนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ใด ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งรู้สึกลึกลับ แม้แต่เวลาออกไปเที่ยวเล่นกับคุณชายรอง นางก็จะถูกปิดตาก่อนเสมอ ผ่านไปเป็นชั่วยามแล้วชั่วยามเล่าจิ้นหลงถึงเปิดผ้าปิดตานั้นออก นางถึงได้มีโอกาสได้เห็นตลาดที่ครึกครื้นนั่น แต่ก็มิเคยกล้าถามแม้แต่ชื่อของเมืองที่อยู่ หากไม่มีคนบอกนาง เหตุใดนางต้องทำตัวสอดรู้ด้วยเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้ซินซินรู้ว่าทำตัวเช่นไรถึงจะอยู่รอดปลอดภัยเดินมานานเกือบชั่วยามเด็กน้อยก็เริ่มเดินต่อไปไม่ไหว จากที่เงียบมาตลอดก็อดไม่ได้ที่จะถามเสี่ยวฝู"อีกไกลแค่ไหนเจ้าคะพี่เสี่ยวฝู ข้าปวดขาไปหมดแล้วเจ้าค่ะ" เด็กน้อยทรุดตัวนั่งลงนางปาดเหงื่อที่ผลุดพรายเต็มใบหน้าอย่างหมดแรง"จวนด้านหน้าที่พวกเราอยู่ไม่ใหญ่โตนักแต่เขตหวง

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 4 หอนารีแดง

    ทางเดินที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้และต้นสนสูงตระหง่าน ลดเลี้ยวไปมาทั้งมีกำแพงหนาอีกสองชั้นที่ต้องใช้กุญแจออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อผ่านเข้าไปไขแต่ละประตูให้เปิดออกหลังจากใช้เวลาเดินเป็นก้านธูปจากเรือนของซินซินก็ยังไม่เห็นหอนารีแดงที่สร้างหลบซ่อนไว้ในจวนแห่งนี้ นางได้แต่คิดในใจ ขนาดหอนารีแดงยังหายากแล้วหอพยัคฆ์ดำเล่า หลบอยู่มุมไหนกันแน่"พี่เสี่ยวฝู เหตุใดที่นี่จึงลึกลับนักเจ้าคะ? " ซินซินที่ปาดเหงื่อมาตลอดทางเพราะอากาศร้อนอบอ้าว และระยะทางที่ดูไม่สิ้นสุดเสียที ถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ"เพราะนายท่านมิให้คนนอกรู้อย่างไรเล่าว่าเบื้องหลังสำนักเรายิ่งใหญ่เพียงใดทั้งสองกิจการนี้มีเพียงขุนนางที่สนิทกับนายท่านเท่านั้นที่รู้เห็นด้วย""หากยิ่งใหญ่ตามท่านว่าแทนที่จะบอกให้ทุกคนรู้แต่กลับปิดบังไว้เพราะอันใดเจ้าคะ?""เรื่องผลประโยชน์บ้านเมืองเจ้ามิเข้าใจหรอกเมื่อโตขึ้นเจ้าจะเข้าใจเอง" เสี่ยวฝูเลี่ยงที่จะบอกความจริงเด็กน้อยเพราะคิดว่าเหตุผลนั้นซับซ้อนเกินกว่าซินซินจะเข้าใจ นางเพิ่งมาอยู่จวนนี้ได้ไม่กี่เดือน ที่ได้ผ่านด่านเข้าเขตหวงห้ามก็นับว่าได้รับความไว้ใจเหลือคณาแล้วเสียงน้ำตกแว่วดังแต่ไกลเมื่อเดินต่อไปอ

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 3 ผู้มีพระคุณ

    เรือนหม่าลุ่ย"นายท่าน นายน้อย ซินซินมาแล้วขอรับ"เสี่ยวฝูเดินนำมาก้าวหนึ่งแล้วเบี่ยงตัวหลบออกไปยืนด้านข้าง"คาระวะนายท่าน คาระวะนายน้อยเจ้าค่ะ" ซินซินยอบกายคำนับด้วยกิริยาอ่อนน้อม นางมองไปที่จิ้นฝานแวบหนึ่งพลันสะดุดในใจจนต้องหลุบตาลงต่ำ นายน้อยรูปร่างสง่างาม ซ้ำยังหล่อเหลาไร้ที่ติ แต่ทว่าดวงตาที่มองมานั้นสุดแสนเยือกเย็นทั้งยังชักสีหน้าถมึงทึงใส่นาง"ซินซิน เจ้าผอมบางไปหน่อยข้าจะบอกแม่ครัวให้เพิ่มเนื้อเยอะๆ เจ้าจะได้แข็งแรงกว่านี้ จิ้นหลงบุตรคนรองของข้ายังไม่กลับมาจากตลาด คงไปเที่ยวเตร่ตามประสาอีกสามวันเจ้าค่อยเริ่มเรียนกับจิ้นหลงเตรียมตัวให้ดี"โจวจิ้นจงเห็นซินซินก็นึกเอ็นดู เด็กน้อยคนนี้ถึงจะผอมบางไปหน่อย แต่นัยน์ตาหงส์คู่นั้นกลับเปล่งประกายงดงาม นางมีจมูกโด่งรับกับใบหน้า ปากกระจับสีชมพูอ่อนซ้ำเวลาพูดยังมีรอยบุ๋มที่แก้มทั้งสองข้าง หากถูกเลี้ยงดูอย่างดีโตไปคงไม่พ้นต้องเป็นหญิงงามเป็นแน่"ขอบพระคุณนายท่านที่เมตตาเจ้าค่ะ"ซินซินยิ้มกว้างนางตื่นเต้นดีใจที่สุด"อย่าเพิ่งลำพองไป ข้าจะบอกไว้ก่อนหากเจ้าไม่สามารถทำให้น้องข้าตั้งใจเรียนได้ ข้าจะขายเจ้าทิ้งไปเสีย อย่าคิดว่าข้าให้กินดีอยู่ดีง่ายๆ

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status