Accueil / รักโบราณ / หนี้รักในรอยแค้น / บทที่ 3 ผู้มีพระคุณ

Partager

บทที่ 3 ผู้มีพระคุณ

last update Date de publication: 2026-11-05 17:43:18

 

 

เรือนหม่าลุ่ย

 

"นายท่าน นายน้อย ซินซินมาแล้วขอรับ"เสี่ยวฝูเดินนำมาก้าวหนึ่งแล้วเบี่ยงตัวหลบออกไปยืนด้านข้าง

 

"คาระวะนายท่าน คาระวะนายน้อยเจ้าค่ะ" ซินซินยอบกายคำนับด้วยกิริยาอ่อนน้อม นางมองไปที่จิ้นฝานแวบหนึ่งพลันสะดุดในใจจนต้องหลุบตาลงต่ำ นายน้อยรูปร่างสง่างาม ซ้ำยังหล่อเหลาไร้ที่ติ แต่ทว่าดวงตาที่มองมานั้นสุดแสนเยือกเย็นทั้งยังชักสีหน้าถมึงทึงใส่นาง

 

"ซินซิน เจ้าผอมบางไปหน่อยข้าจะบอกแม่ครัวให้เพิ่มเนื้อเยอะๆ เจ้าจะได้แข็งแรงกว่านี้ จิ้นหลงบุตรคนรองของข้ายังไม่กลับมาจากตลาด คงไปเที่ยวเตร่ตามประสาอีกสามวันเจ้าค่อยเริ่มเรียนกับจิ้นหลงเตรียมตัวให้ดี"

โจวจิ้นจงเห็นซินซินก็นึกเอ็นดู เด็กน้อยคนนี้ถึงจะผอมบางไปหน่อย แต่นัยน์ตาหงส์คู่นั้นกลับเปล่งประกายงดงาม นางมีจมูกโด่งรับกับใบหน้า ปากกระจับสีชมพูอ่อนซ้ำเวลาพูดยังมีรอยบุ๋มที่แก้มทั้งสองข้าง หากถูกเลี้ยงดูอย่างดีโตไปคงไม่พ้นต้องเป็นหญิงงามเป็นแน่

"ขอบพระคุณนายท่านที่เมตตาเจ้าค่ะ"ซินซินยิ้มกว้างนางตื่นเต้นดีใจที่สุด

 

"อย่าเพิ่งลำพองไป ข้าจะบอกไว้ก่อนหากเจ้าไม่สามารถทำให้น้องข้าตั้งใจเรียนได้ ข้าจะขายเจ้าทิ้งไปเสีย อย่าคิดว่าข้าให้กินดีอยู่ดีง่ายๆ โดยไม่ต้องทำประโยชน์อันใดข้าไม่คิดจะช่วยคนไร้ค่าหรอกนะ" จิ้นฝานพูดไม่ไว้หน้าสักนิด ทั้งที่คนที่เขากำลังพูดด้วยเป็นเพียงเด็กหญิงวัยเก้าปีเท่านั้น

 

รอยยิ้มของซินซินหุบลงทันที เป็นคนผู้นี้จริงๆ หรือที่ช่วยนางไว้ สัญชาตญานนางบอกให้อยู่ห่างจากบุรุษผู้นี้ให้ไกลที่สุด

 

"เจ้าค่ะ" ซินซินรับคำด้วยสีหน้าเศร้าสลดเมื่อกลับมาถึงเรือน ซินซินก็ร่ำไห้สะอึกสะอื้นนางกลัวจะต้องถูกขายไปอีก คนไร้ค่าอย่างนางจะมีปัญญาทำให้คุณชายตั้งใจเล่าเรียนได้อย่างไร หรือนางควรหนีไปเสียตอนนี้เป็นขอทานข้างถนนอาจยังดีกว่าถูกนำไปขายก็เป็นได้

 

เด็กตัวน้อยคิดถึงคำสอนของม่านโหรว อย่ายอมแพ้ต่อโชคชะตางั้นหรือ ข้างนอกนั่นจะมีสิ่งใดโหดร้ายกว่าที่ผ่านมาได้อีก สองมือเล็กๆ ของซินซินกำแน่น นางเดินออกไปนอกเรือน ลัดเลาะตามริมกำแพงไปเรื่อยๆ มือหนึ่งก็ปาดน้ำตาตัวเองที่ยังไม่หยุดพรั่งพรู

 

เมื่อเห็นว่าปลอดคนซินซินจึงพยายามปีนกำแพงที่สูงลิบ นางนำก้อนหินมาเรียงตั้งสูงเมื่อก้าวขาขึ้นไปยืน ก็พบว่ายังคงปีนไม่ถึงอยู่ดี เด็กน้อยที่กำลังสับสนได้แต่นั่งร้องไห้โฮ อยู่ข้างกำแพง

 

"เจ้าร้องไห้ทำไมหรือ ถูกใครรังแกมาหรืออย่างไร?" เสียงทุ้มหนึ่งดังขึ้นทำให้ซินซินได้สติ เมื่อเงยหน้ามอง ก็พบกับเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่มีใบหน้าคล้ายจิ้นฝานอยู่หลายส่วน ทำให้นางคาดเดาได้ทันทีว่าคนผู้นี้ต้องเป็นคุณชายจิ้นหลง คนที่นางต้องเป็นสหายร่วมเรียนด้วยไม่ผิดแน่ 

 

"ข้ากลัวถูกนำไปขายทิ้งเจ้าค่ะ" ซินซินปาดน้ำตา สะอึกสะอึ้นอย่างสุดกลั้น

"เจ้าคือซินซินสินะ คงถูกพี่ใหญ่ข้าข่มขู่มาล่ะสิ เขาก็เป็นเช่นนั้น ปากร้ายแต่ใจร้ายยิ่งกว่า เอาเถิดข้าจะไม่ทำให้เจ้าถูกขายหรอกเช็ดน้ำตาเสีย" จิ้นหลงยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ซินซิน เขาลูบศรีษะปลอบใจนางอยู่ครู่หนึ่ง ก็เดินมาส่งเด็กน้อยถึงหน้าเรือน

จิ้นหลงเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปี เขาเป็นคนรักสนุก มีบุคลิกร่าเริง สุภาพอ่อนโยน ต่างกับพี่ชายราวฟ้ากับเหว แม้จะมีรูปโฉมคล้ายจิ้นฝานแต่ใบหน้าเขากลับงดงามดั่งอิสตรีเสียมากกว่า คราแรกที่รู้ว่าตนเองจะมีสหายร่วมเรียน เจ้าตัวก็ไม่พอใจนัก แต่เมื่อเสี่ยวฝูเล่าที่มาที่ไปทั้งหมดให้ฟัง เขาก็ใจอ่อนยวบ

ทางด้านซินซินเมื่อได้พบคุณชายรองนางก็คลายกังวลเสมือนยกภูเขาออกจากอกคุณชายรองรับปากแล้วว่าจะไม่ทำให้นางถูกขายออกไป เช่นนั้น คุณชายรองก็ถือเป็นผู้มีพระคุณที่สำคัญของนางอีกคนหนึ่ง นางต้องทำดีกับคนผู้นี้ให้มาก ซินซินตั้งปณิธานแน่วแน่

 

สามวันผ่านไป ซินซินก็ถูกตามให้ไปที่ศาลารูปทรงแปดเหลี่ยมที่ตั้งอยู่กลางสวนโอบล้อมไปด้วยพืชพรรณเขียวชอุ่ม ภายในศาลานั้นจิ้นหลงได้ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

 

"เจ้ามาแล้วหรือ อีกประเดี๋ยวอาจารย์ก็มาถึง นี่ตำราของเจ้า พู่กัน หมึกข้าเตรียมให้หมดแล้ว" จิ้นหลงยิ้มแย้มอารมณ์ดี ผิดกับปรกติยามเล่าเรียนนัก 

 

"ข้าใช้พู่กันไม่เป็นเจ้าค่ะ เวลาหัดเขียนท่านป้าจะนำถ่านก้อนมาเหลาเป็นแท่งเล็กๆ ให้เขียนแทน พู่กันนั้นเอ่อ...ข้าไม่มีเงินซื้อ" ซินซินก้มหน้างุดด้วยความละอาย อย่าว่าแต่น้ำหมึก พู่กัน แม้แต่อาหารอิ่มท้องนางก็แทบไม่เคยได้กิน 

 

"ไม่เป็นก็หัดได้ข้าจะสอนเจ้าเอง ทุกวันข้าจะไปหาเจ้าที่เรือนเรารับสำรับเย็นพร้อมกันเสร็จแล้วก็ฝึกจนกว่าเจ้าจะเก่งดีรึไม่? "

 

"คุณชายรอง" ซินซินเสียงสั่นเครือนางสูดหายใจเข้าคราหนึ่งจึงตัดสินใจพูดออกมา

 

"ข้ามิเคยมีใครคุยดีด้วยมาก่อนในชีวิตมีเพียงท่านป้าผู้เดียวที่สงสารข้า แต่ข้ากลับทำให้นางต้องถูกโบยจนตาย เพราะคิดช่วยให้ข้าหนีจากนรกขุมนั้น ข้ามันตัวซวยเจ้าค่ะ"

 

"เด็กโง่! อย่าลบหลู่ตนเองเช่นนั้น ถือเสียว่าที่ผ่านมาเจ้าต้องผ่านด่านเคราะห์กรรมก็แล้วกัน จากนี้ข้าจะพาเจ้าท่องแดนเซียน เป็นสหายข้า มีแต่เรื่องสนุกรู้หรือไม่? " จิ้นหลงใช้นิ้วดีดไปที่หน้าผากเด็กน้อยดังแป๊ะ...

 

นับแต่ซินซินเล่าเรียนกับจิ้นหลง ไม่ว่าอาจารย์ท่านใดมาสอนก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ ที่มาคราใด คุณชายรองต้องวางอุบายกลั่นแกล้งไล่กลับไปเสียทุกครั้ง หลายเดือนมานี้ซินซินแทบจะเป็นเงาของจิ้นหลง เรียกได้ว่าที่ใดมีคุณชายรองก็จะเห็นเด็กหญิงตัวน้อยอยู่ไม่ห่าง ทั้งยามเรียน หรือออกไปเที่ยวเล่นนอกจวน นับเป็นภาพที่ชินตาของทุกคนไปเสียแล้ว

 

"ไปเรียกซินซินมาพบข้า" จิ้นฝานกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์เช่นเคย เขากำลังจิบสุราอยู่ที่โต๊ะหินข้างผาจำลองพลันเหลือบไปเห็นน้องชายกับดรุณีน้อยผู้หนึ่งเดินเล่นด้วยกันอยู่ไกลๆ หลายเดือนมานี้เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงของซินซิน ที่เอาแต่เกาะติดน้องชายเขาแจ ทำให้รู้สึกขัดหูขัดตาไปหมด

"ขอรับ" เสี่ยวฝูรับคำแล้วรีบไปตามซินซินทันที ช่วงนี้นายน้อยอารมณ์ไม่ดีบ่อยๆ ไม่รู้จะหาเรื่องใครอีก คงไม่ใช่มาลงกับเด็กกระมัง

 

ผ่านไปชั่วครู่ซินซินก็เดินตัวลีบไหล่ตกเข้ามา "คาระวะนายน้อยเจ้าค่ะ" เด็กสาวไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาจิ้นฝานด้วยซ้ำ

 

"หึ! สุขสบายจนเคยตัววันๆ ตัวติดกับน้องข้ามิต้องทำการทำงานอื่น ต่อไปนี้สามวันจงไปทำงานที่โรงเลี้ยงม้า อีกสามวันไปช่วยงานที่หอนารีแดง ทำเช่นนี้ทุกวัน ยกเว้นวันที่จิ้นหลงมีเรียน ทุกเดือนข้าจะให้เจ้ามาสอบอ่านเขียนกับข้า ถ้าเขียนผิดแม้แต่ตัวเดียวข้าจะลงโทษเจ้า เข้าใจรึไม่? "  จิ้นฝานใช้น้ำเสียงดุดันตวาดคนตัวเล็กจนนางสะดุ้งโหยง

 

"เข้าใจเจ้าค่ะ" ซินซินคิดโทษตัวเองในใจ เป็นเพราะนางขี้เกียจสันหลังยาวไม่เคยช่วยงานในสำนัก นายน้อยคงจะขุ่นเคือง ต่อไปนี้นางต้องทำงานตอบแทนให้มาก ใช่แล้วนางสุขสบายจนลืมตัวว่ามาอยู่ที่นี่ในฐานะบ่าวคนหนึ่งเท่านั้น

วันต่อมาเมื่อจิ้นหลงรู้เรื่องก็มาโวยวายถึงเรือนใหญ่ เขาไม่เข้าใจพี่ชายผู้เย็นชาคนนี้เหตุใดถึงจงเกลียดจงชังซินซินนัก หากเกลียดนางแล้วไยจึงช่วยมาเล่า ทำไมไม่ปล่อยให้นางตายไปเสียเลย

 

"พี่ใหญ่ซินซินยังเล็กนัก ให้นางทำงานที่โรงเลี้ยงม้าทั้งเหม็นทั้งสกปรกได้อย่างไร ไหนจะที่หอนารีแดงอีก ที่นั่นมีแต่สตรีฝึกหัดเตรียมไปเป็นหญิงคณิกา ท่านคิดสิ่งใดอยู่ ท่านเคยบอกว่าจะให้นางเป็นสหายร่วมเรียนกับข้า ท่านกลับคำหรือ? " จิ้นหลงคิ้วขมวดเป็นปมนานๆ ครั้งเขาถึงจะกล้าขึ้นเสียงกับพี่ชายหากไม่มีเรื่องจำเป็นจริงๆ เขาแทบไม่คุยกับจิ้นฝานด้วยซ้ำ

"นางเป็นบ่าวของข้า ข้าจะให้นางทำอันใดเจ้ามีสิทธิ์แย้งรึ! แล้วผู้ใดห้ามนางเรียนกับเจ้าข้ากลับคำตรงไหนกัน" จิ้นฝานตอบอย่างไม่ใส่ใจ

"หึ! " จิ้นหลงเถียงไม่ได้แย้งไม่ออก เขาได้แต่เดินกระทืบเท้ากลับไปด้วยความหงุดหงิดนับจากได้รับคำสั่งจิ้นฝาน ซินซินก็ไปทำงานที่โรงเลี้ยงม้าตั้งแต่ฟ้าสาง สำนักนารีแดงเป็นสำนักใหญ่มีชื่อเสียงเปิดกิจการหอนางโลมมานับสิบปีแต่เบื้องหลังโจวจิ้นจงยังมีสำนักพยัคฆ์ดำซึ่งใช้สำหรับฝึกปรือและสร้างมือสังหารรับจ้างยอดฝีมืออีกกิจการหนึ่ง

ภายในจวนแห่งนี้ มีพื้นที่กว้างใหญ่จนจินตนาการไม่ออก  ซินซินมีโอกาสแค่เดินดูเพียงส่วนหน้าเท่านั้น เพราะเสี่ยวฝูกำชับไว้ มิให้ย่างกรายเข้าไปในพื้นที่ต้องห้าม นางจึงไม่เคยเห็นหอนารีแดง หรือหอพยัคฆ์ดำที่หลบซ่อนอยู่ในจวนนี้

 

 

เมื่อได้มาเห็นโรงเลี้ยงม้าครั้งแรก ซินซินก็ยิ้มกว้างกับภาพเบื้องหน้า  พื้นที่ดั่งทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ มียอดอาชาแทบทุกสายพันธ์ถูกบุรุษกลุ่มหนึ่งที่กำลังฝึกซ้อมวรยุทธ์ควบขี่อยู่ ดูแล้วช่างน่าตื่นเต้นทั้งน่าเกรงขาม

 

แม้จะสงสัยว่าเหตุใดมีคนมากมายถูกฝึกเหมือนค่ายทหารอยู่ที่นี่แต่นางก็ไม่เคยปริปาก หน้าที่ซินซินคือให้อาหารม้าตามราง และคอยช่วยอาบน้ำให้ลูกม้าตัวเล็กเท่านั้น นอกจากไม่บ่นว่าเหน็ดเหนื่อย

เด็กหญิงตัวน้อยกลับยิ้มแย้มมีความสุข นางชอบสัมผัสตัวม้า บางคราก็จับลูกม้ามากอด มาหอม ความรู้สึกอบอุ่นเยี่ยงนี้ นางไม่เคยได้รับไม่ว่าจากคนหรือสัตว์เลี้ยง จึงทำให้นางสดใสขึ้นมาก เสมือนนางได้มีโอกาสมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตนเอง

 

"หลิ่งเผิง มีความหมายว่าสายลมผู้เป็นสหายรัก เจ้ามาเป็นสหายรักของข้าดีรึไม่? "ซินซินกำลังเช็ดตัวให้ลูกม้าสีขาวตัวหนึ่งมันเป็นม้าเหงื่อโลหิตขนมันแวววาว ที่ชอบมาวิ่งเล่นกับนางเสมอยามที่นางทำงานที่โรงเลี้ยงม้าแห่งนี้

 

"ฮี่ๆ " หลิ่งเผิงส่งเสียงพยักหัวขึ้นลงมันเอาหัวดันมาที่ไหล่ซินซินคล้ายแสดงอาการว่าชอบใจ

 

"ซินซินดูมันจะชอบเจ้ามาก แต่ก่อนใครอาบน้ำให้มันมักจะดีดใส่จนมิมีใครอยากยุ่งกับมันแล้ว มีแต่เจ้านี่ล่ะ สงสัยมันจะชอบเด็ก เจ้าอาบน้ำมันเสร็จก็กลับไปเถิด พรุ่งนี้ต้องไปทำงานที่หอนารีแดงใช่รึไม่? "

ฟงหยวน หัวหน้ากองกำลังพยัคฆ์ดำเดินมาตรวจดูความเรียบร้อยกล่าวขึ้น เขาเป็นคนฝึกชายฉกรรจ์ในสำนักพยัคฆ์ดำทั้งหมดและเป็นยอดฝีมือผู้หนึ่งที่อยู่จวนนี้มาตั้งแต่วัยเยาว์

 

"เจ้าค่ะ ข้าต้องมาที่นี่สามวัน ไปหอนารีแดงสามวัน เรียนกับคุณชายรองอีกหนึ่งวันสลับกันเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ต้องไปหอนารีแดงเป็นวันแรกข้ายังมิรู้เลยว่าอยู่ที่ใด จวนนี้ใหญ่โตสลับซับซ้อน เดินอย่างไรก็ไม่ทั่ว" ซินซินตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม  นางเพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาในเขตหวงห้ามไม่กี่วันก่อน จึงไม่คุ้นเคย หากไม่มีเสี่ยวฝูคอยนำทาง นางต้องหลงเป็นแน่

 

"เดี๋ยวเจ้าก็คุ้นเคยไปเอง นายน้อยอนุญาตให้เจ้าข้ามเขตนี้มาได้แล้ว อีกไม่นานเจ้าคงจะได้รู้จักทุกซอกทุกมุม ถึงตอนนั้นอย่าตกใจไปเสียก่อนเล่า"

 

"ทำไมต้องตกใจด้วยเจ้าคะพี่ฟงหยวน ซินซินถามกลับด้วยความสงสัย"

 

"เพราะเบื้องหลังจวนนี้ คือสำนักนารีแดงและยังมี สำนักพยัคฆ์ดำ ทั้งสองสำนักล้วนยิ่งใหญ่มีความสำคัญต่อบ้านเมืองขนาดที่พลิกฟ้าพลิกแผ่นดินได้เชียวล่ะ เจ้าโตกว่านี้ก็จะเข้าใจเอง" ฟงหยวนพูดทิ้งท้ายก่อนเดินจากไป

 

พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน....เช่นนั้นหากมีตัวตนที่นี่นางจะสามารถแก้แค้นตระกูลตงได้ใช่รึไม่? มารดานาง ท่านป้า ต้องไม่ตายเปล่าเด็กน้อยครุ่นคิดตามคำฟงหยวน นางทอดสายตาไปที่ทุ่งหญ้าเบื้องหน้าอย่างมาดหมาย ความโกรธแค้นตลอดเก้าปีมานี้ นางจดชื่อทุกคนลงบัญชีแค้นในใจ มิยอมปล่อยให้ตกหล่นแม้แต่ชื่อเดียว 

 

 

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 8 ลงโทษ(ต่อ)

    ซินซินเมื่อได้แช่น้ำที่ครุกรุ่นไปด้วยไอร้อน ก็พอมีแรงเปิดเปลือกตาขึ้น เมื่อเห็นชัดๆ ว่าบุรุษที่อยู่ตรงหน้าคือผู้ใดนางก็ตกใจแทบสิ้นสติไปอีกครา"นายน้อยทะ ท่าน" เสียงแว่วหวานไม่ทันได้ประท้วงการกระทำของบุรุษเบื้องหน้า นางกลับถูกอุ้มขึ้นมานั่งซ้อนลงบนตักแกร่งที่เปล่าเปลือยของคนที่นางหวาดกลัวที่สุด"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น หากไม่อยากหนาวตายก็นั่งนิ่งๆ อย่าขยับเขยื้อน" จิ้นฝานตอบด้วยเสียงแหบพร่า ไม่พูดเปล่าเขายังซุกไซร้สูดดมเนื้อหนังของโฉมงามอย่างย่ามใจ สองมือของเขาลูบไล้ไปทั่วร่างนุ่มที่เปลือยเปล่าช้าๆ แม้มิมีสิ่งใดเกินเลยกว่านั้นแต่หัวใจของซินซินกลับเหมือนจะทะลักออกมาจากอก นางรู้สึกวาบหวิวคล้ายถูกจับโยนลงเหว แต่ทว่าอีกนัยหนึ่งกลับปรารถนาความรู้สึกนี้จนมิอาจขัดขืนค่ำคืนนั้นเสี่ยวฝูเดินมาส่งซินซินที่เรือน หลังจากนายน้อยลุกออกมาจากอ่างน้ำ ก็มีเพียงสาวใช้นำอาภรณ์มาให้นางเปลี่ยน จิ้นฝานไม่พูดสิ่งใดทิ้งท้าย เขาออกไปจากเรือนเงียบๆ ทั้งไม่อธิบายการกระทำของเขาเช่นกัน นั่นยิ่งทำให้ซินซินวิตกจนนอนไม่หลับไปทั้งคืน นางทำสิ่งใดผิดอีกหนอ นายน้อยรังเกียจนางแต่กลับมาใกล้ชิดนาง หรืออาจเป็นเพราะกลัวนางหนา

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 7 ลงโทษ

    สี่ฤดูผันผ่าน สายลมหนาวพัดโชยอากาศพลันหนาวเหน็บเย็นยะเยือก สรรพสิ่งรอบกายล้วนจมอยู่ใต้หิมะขาวโพลน เป็นเวลาถึงหกปีแล้วนับจากซินซินมาอยู่ที่จวนแห่งนี้ตลอดหลายปีนางต้องฝึกเล่าเรียนอย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะเป็นบทกวี แต่งโคลงกลอน ร่ายรำ ดีดพิณ หรือแม้แต่วรยุทธ์ที่อาจารย์บอกว่านางสามารถใช้วิชาตัวเบาได้ดีไม่แพ้ผู้ใด หากแต่การต่อสู้นั้นมิค่อยคืบหน้า เรี่ยวแรงจับกระบี่ของนางมิไปถึงไหน ท่านอาจารย์จึงมุ่งเน้นวิชาหลบหนีให้นางเสียมากกว่า ซึ่งนั่นก็ถูกใจซินซินมาก นางไม่มั่นใจที่จะจับกระบี่ฟาดฟันใครทั้งนั้น"ซินซิน เจ้าจะใช้สายตาเยี่ยงนี้มองบุรุษมิได้ปีนี้เจ้าก็สิบหกปีแล้ว อีกไม่นานเจ้าก็จะได้ไปทำงานที่หอนารีแดง แต่พื้นฐานเรื่องกิริยามัดใจบุรุษเจ้าก็ควรเริ่มเรียนรู้ไว้" อวี้เจิน ใช้ด้ามไม้ยาวเคาะไปที่มือซินซิน นางกำลังสมมุติว่าตนเองเป็นบุรุษรอให้ซินซินรินสุราให้อยู่ด้านข้าง"พี่อวี้เจิน ข้าเอาใจมิเป็นนี่เจ้าคะ อีกอย่างท่านก็เป็นสตรีจะให้ข้าทอดสายตาให้ได้อย่างไร มันแปลกๆ เจ้าค่ะ" นัยส์ตาหงส์คู่งามส่งสายตาหยอกล้อกลับไป นางทำทุกอย่างได้ดีเยี่ยมก็จริง จะมีก็แต่กิริยาชดช้อยเท่านั้นที่ฝืนใจเหลือเกินอวี้เจิน

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 6 สั่งสอน

    คนตัวเล็กถึงกับตัวสั่นนางก้าวออกมาจากหลังจิ้นหลงด้วยความหวาดกลัว"ต่อไปหากเจอปัญหาเจ้าจงเลือกวิธีรับมือตามนี้ หนึ่งยอมเป็นพวกเขา สองทำให้เขามาเป็นพวกเจ้า สามหาคนมาเป็นพวก สี่แสดงพลังให้เหนือกว่า ห้าสู้ไม่ได้ก็ต้องหาทางหนี หกเพิกเฉยยอมให้ถูกกระทำ ข้อหกมิใช่วิธีแก้แต่เป็นวิธีที่เจ้าใช้มาตลอด ซินซิน เป็นคนของข้าต้องรู้จักสู้ ต้องฉลาดทันคน ข้าไม่เลี้ยงคนอ่อนแอไร้ประโยชน์" จิ้นฝานน้ำเสียงอ่อนลง เมื่อเห็นปฏิกิริยาของซินซินที่กลัวตนเองจนหัวหด"ข้าจะจดจำไว้เจ้าค่ะ" ซินซินคิดตามทุกประโยค นายน้อยพูดถูกเพราะความอ่อนแอทำให้นางมีชะตากรรมเช่นนี้ หากต้องการอยู่รอดนางต้องเข้มแข็งเท่านั้น หนี้แค้นที่ยังต้องสะสางอีกเล่าจะปล่อยให้ตัวเองตายง่ายๆ ได้อย่างไร"ต่อไปมาฝึกยุทธ์พร้อมจิ้นหลงทุกวัน หากแต่พรุ่งนี้ไปแก้ปัญหาที่หอนารีแดงเสียก่อน นอกจากนี้เจ้าต้องฝึกวาดรูป เรียนพิณร่ายรำ เมื่อถึงวัยอันสมควรข้าจะให้เจ้าไปเป็นคณิกาที่หอนารีแดงส่วนจะได้ขายตัวรึความสามารถนั้นขึ้นอยู่กับฝีมือของเจ้า""พี่ใหญ่!! " จิ้นหลงที่ฟังอย่างใจเย็นมาตลอด เมื่อได้ยินว่าจิ้นฝานต้องการให้ซินซินเป็นนางโลมที่หอนารีแดงเขาถึงกับหน้าเปลี่

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 5 หอนารีแดง

    ซินซินถูกเรียกตัวให้มาพบจิ้นฝานโดยมีเสี่ยวฝูมารอรับถึงหน้าเรือน เพราะสถานที่ ที่นายน้อยให้ไปพบอยู่ในเขตหวงห้าม ทางที่จะไปนั้นซินซินไม่เคยย่างกายผ่านมาก่อน จึงจำเป็นต้องมีผู้นำทางเมื่อเดินผ่านกำแพงสูงของจวนมาระยะหนึ่งก็พบเข้ากับป่าไผ่รกครื้มไม่มีเส้นทางเดินให้มองด้วยซ้ำ ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็แทบมองไม่เห็นแสงตะวัน ตั้งแต่ซินซินฟื้นขึ้นมา นางไม่เคยถามว่าจวนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ใด ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งรู้สึกลึกลับ แม้แต่เวลาออกไปเที่ยวเล่นกับคุณชายรอง นางก็จะถูกปิดตาก่อนเสมอ ผ่านไปเป็นชั่วยามแล้วชั่วยามเล่าจิ้นหลงถึงเปิดผ้าปิดตานั้นออก นางถึงได้มีโอกาสได้เห็นตลาดที่ครึกครื้นนั่น แต่ก็มิเคยกล้าถามแม้แต่ชื่อของเมืองที่อยู่ หากไม่มีคนบอกนาง เหตุใดนางต้องทำตัวสอดรู้ด้วยเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้ซินซินรู้ว่าทำตัวเช่นไรถึงจะอยู่รอดปลอดภัยเดินมานานเกือบชั่วยามเด็กน้อยก็เริ่มเดินต่อไปไม่ไหว จากที่เงียบมาตลอดก็อดไม่ได้ที่จะถามเสี่ยวฝู"อีกไกลแค่ไหนเจ้าคะพี่เสี่ยวฝู ข้าปวดขาไปหมดแล้วเจ้าค่ะ" เด็กน้อยทรุดตัวนั่งลงนางปาดเหงื่อที่ผลุดพรายเต็มใบหน้าอย่างหมดแรง"จวนด้านหน้าที่พวกเราอยู่ไม่ใหญ่โตนักแต่เขตหวง

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 4 หอนารีแดง

    ทางเดินที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้และต้นสนสูงตระหง่าน ลดเลี้ยวไปมาทั้งมีกำแพงหนาอีกสองชั้นที่ต้องใช้กุญแจออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อผ่านเข้าไปไขแต่ละประตูให้เปิดออกหลังจากใช้เวลาเดินเป็นก้านธูปจากเรือนของซินซินก็ยังไม่เห็นหอนารีแดงที่สร้างหลบซ่อนไว้ในจวนแห่งนี้ นางได้แต่คิดในใจ ขนาดหอนารีแดงยังหายากแล้วหอพยัคฆ์ดำเล่า หลบอยู่มุมไหนกันแน่"พี่เสี่ยวฝู เหตุใดที่นี่จึงลึกลับนักเจ้าคะ? " ซินซินที่ปาดเหงื่อมาตลอดทางเพราะอากาศร้อนอบอ้าว และระยะทางที่ดูไม่สิ้นสุดเสียที ถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ"เพราะนายท่านมิให้คนนอกรู้อย่างไรเล่าว่าเบื้องหลังสำนักเรายิ่งใหญ่เพียงใดทั้งสองกิจการนี้มีเพียงขุนนางที่สนิทกับนายท่านเท่านั้นที่รู้เห็นด้วย""หากยิ่งใหญ่ตามท่านว่าแทนที่จะบอกให้ทุกคนรู้แต่กลับปิดบังไว้เพราะอันใดเจ้าคะ?""เรื่องผลประโยชน์บ้านเมืองเจ้ามิเข้าใจหรอกเมื่อโตขึ้นเจ้าจะเข้าใจเอง" เสี่ยวฝูเลี่ยงที่จะบอกความจริงเด็กน้อยเพราะคิดว่าเหตุผลนั้นซับซ้อนเกินกว่าซินซินจะเข้าใจ นางเพิ่งมาอยู่จวนนี้ได้ไม่กี่เดือน ที่ได้ผ่านด่านเข้าเขตหวงห้ามก็นับว่าได้รับความไว้ใจเหลือคณาแล้วเสียงน้ำตกแว่วดังแต่ไกลเมื่อเดินต่อไปอ

  • หนี้รักในรอยแค้น    บทที่ 3 ผู้มีพระคุณ

    เรือนหม่าลุ่ย"นายท่าน นายน้อย ซินซินมาแล้วขอรับ"เสี่ยวฝูเดินนำมาก้าวหนึ่งแล้วเบี่ยงตัวหลบออกไปยืนด้านข้าง"คาระวะนายท่าน คาระวะนายน้อยเจ้าค่ะ" ซินซินยอบกายคำนับด้วยกิริยาอ่อนน้อม นางมองไปที่จิ้นฝานแวบหนึ่งพลันสะดุดในใจจนต้องหลุบตาลงต่ำ นายน้อยรูปร่างสง่างาม ซ้ำยังหล่อเหลาไร้ที่ติ แต่ทว่าดวงตาที่มองมานั้นสุดแสนเยือกเย็นทั้งยังชักสีหน้าถมึงทึงใส่นาง"ซินซิน เจ้าผอมบางไปหน่อยข้าจะบอกแม่ครัวให้เพิ่มเนื้อเยอะๆ เจ้าจะได้แข็งแรงกว่านี้ จิ้นหลงบุตรคนรองของข้ายังไม่กลับมาจากตลาด คงไปเที่ยวเตร่ตามประสาอีกสามวันเจ้าค่อยเริ่มเรียนกับจิ้นหลงเตรียมตัวให้ดี"โจวจิ้นจงเห็นซินซินก็นึกเอ็นดู เด็กน้อยคนนี้ถึงจะผอมบางไปหน่อย แต่นัยน์ตาหงส์คู่นั้นกลับเปล่งประกายงดงาม นางมีจมูกโด่งรับกับใบหน้า ปากกระจับสีชมพูอ่อนซ้ำเวลาพูดยังมีรอยบุ๋มที่แก้มทั้งสองข้าง หากถูกเลี้ยงดูอย่างดีโตไปคงไม่พ้นต้องเป็นหญิงงามเป็นแน่"ขอบพระคุณนายท่านที่เมตตาเจ้าค่ะ"ซินซินยิ้มกว้างนางตื่นเต้นดีใจที่สุด"อย่าเพิ่งลำพองไป ข้าจะบอกไว้ก่อนหากเจ้าไม่สามารถทำให้น้องข้าตั้งใจเรียนได้ ข้าจะขายเจ้าทิ้งไปเสีย อย่าคิดว่าข้าให้กินดีอยู่ดีง่ายๆ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status