LOGINณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เป็นโรงพยาบาลของตระกูลดังอย่างเจ้าสัวสุนทร แต่ตอนนี้เจ้าสัวสุนทรได้จากไปแล้ว โรงพยาบาลจึงตกอยู่ในมือของนายแพทย์หนุ่มทัชชกร ทายาทคนเดียวของเจ้าสัวสุนทรกับคุณหญิงทองเปลว
ศัลยแพทย์หัวใจและหลอดเลือด ทัชชกร ใจประเสริฐมากทรัพย์ หรือหมอหมา วัย 36 ปี ทายาทคนเดียวของโรงพยาบาล เป็นหัวหน้าแผนกพ่วงตำแหน่งผู้บริหารของโรงพยาบาลอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อพ่อจากไป เขาจึงได้นั่งแทนตำแหน่งท่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนผู้เป็นแม่นั่งดำรงตำแหน่งรองประธานของโรงพยาบาลต่อจากเขาที่เป็นท่านประธานใหญ่ของโรงพยาบาล แม่ของเขาคุณหญิงทองเปลวเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ ตอนนี้เกษียณอายุออกไปอยู่บ้านด้วยวัยหกสิบแปดปี
“คนไข้หมดรึยังครับ” เขาถามเมื่อผู้ป่วยเดินออกไปจากห้องตรวจ วันนี้ตั้งแต่เช้าจนบ่ายได้พักแค่ตอนเที่ยงเอง
“เดี๋ยวดูก่อนนะคะหมอหมาว่าหมดรึยัง” แล้วพยาบาลสาวผู้ทำงานติดตามคุณหมอมาได้สองปีก็เดินไปเปิดประตูห้องส่องหน้าออกไปส่องดูว่ายังมีคิวนั่งรอเข้าตรวจหน้าห้องไหม พอส่องดูแล้วก็ปิดประตูแล้วเดินกลับเข้ามารายงาน
“หมดแล้วค่ะหมอหมา”
“ครับ ขอบคุณที่เหนื่อยด้วยกันทั้งวันนะนิ่ม”
“ด้วยความยินดีค่ะ หน้าที่นิ่มอยู่แล้วหมอหมา ขอบคุณที่เหนื่อยเหมือนกันนะคะหมอ ขอตัวก่อนนะคะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้ค่ะหมอหมา”
“ครับ แล้วเจอกัน”
ทัชชกรส่งยิ้มให้พยาบาลสาวที่ทำงานเข้าขาตนเองมาตลอดสองปี เธอทำงานเก่งมาก เขาชอบเวลามาทำงานแล้วเวรตรงกับพยาบาลสาว
นวิยายิ้มให้นายแพทย์หนุ่มแล้วเดินเปิดประตูห้องออกไป
ปึก!
เสียงประตูห้องปิดสนิท ทัชชกรก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เหยียดแขนบิดเอวไปมาไล่ความปวดเมื่อยก่อนจะถอดเสื้อกาวน์ตนเองแขวนไว้มุมห้องแล้วเดินเข้าห้องน้ำส่วนตัวในห้องเพื่อล้างมือและส่องดูความเรียบร้อยของตนเองแล้วเดินออกมาเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานหยิบโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์และกุญแจรถออกมา
“พรุ่งนี้หยุด จะจัดให้ฉ่ำเลยคอยดู ขออย่ามีเคสด่วนก็พอ” เขาพึมพำกับตนเองแล้วเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีออกจากห้องทำงาน
พยาบาลสาวเตรียมตัวจะกลับบ้าน แต่พอได้รับสายจากที่บ้านก็นั่งลงพิงผนังที่ชั้นล่างลานจอดรถก้มหน้าร้องไห้ ไม่รู้ต้องทำยังไงแล้วตอนนี้ เธอตันไปหมดแล้ว เงินเก็บที่มีก็ส่งให้พ่อกับแม่ไปหมดแล้ว แต่เมื่อกี้พ่อกับแม่บอกว่าเจ้าหนี้นอกระบบที่ท่านทั้งสองได้กู้มาส่งเสียเธอเรียนได้เข้ามาทวงหนี้ทั้งๆ ที่จ่ายเป็นประจำ
ฮือๆๆๆ
เสียงร้องไห้ทำให้คนที่เพิ่งเดินออกมาจากลิฟต์ต้องหยุดเท้าที่กำลังเดินไปยังรถตนเองแล้วเดินหาเสียงร้องไห้ที่ได้ยิน พอเดินมาเห็นคนตัวเล็กคุ้นเคยที่ตนเจอเป็นประจำนั่งพิงผนังก้มหน้าร้องไห้อยู่
ฮือๆๆ
“พยาบาลนิ่มใช่ไหมครับ” ทัชชกรถามคนที่ก้มหน้าร้องไห้แล้วก็ใช่ เมื่อนวิยาเงยหน้าเปื้อนนองน้ำตาขึ้นมองเขา
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมมาร้องไห้ตรงนี้ หรือโดนกระชากกระเป๋า แต่ก็ไม่น่าใช่ กระเป๋ายังอยู่นี่” เขาเอ่ยเองตอบเอง
นวิยา คำแสง วัย 25 ปี พยาบาลวิชาชีพ ทำงานสายตัวแทบขาด แต่ใช้หนี้เงินกู้นอกระบบไม่หมดสักที อยู่อย่างประหยัดอดออม เพื่อนที่จบรุ่นเดียวกันมีรถยนต์ขับ แต่เธอมีมอเตอร์ไซค์ที่ขับตั้งแต่เรียนมหา’ลัยจนตอนนี้ซ่อมแล้วซ่อมอีกจนไม่รู้จะซ่อมยังไงแล้ว แต่ดีหน่อยที่กู้ซื้อคอนโดผ่าน ผ่อนเดือนละไม่กี่พันเท่ากับค่าเช่าจึงตัดสินใจยื่นกู้ พอผ่านแต่ก็ผ่อนแบบถูๆ ไถๆ เพราะเงินเดือนก็แบบเดือนชนเดือน เงินเดือนสามหมื่นห้าพันบาท บางเดือนสี่หมื่นก็โอนให้ที่บ้านหมด ตัวเองเก็บไว้แค่ค่าผ่อนคอนโดกับไว้ใช้เดือนละห้าพันเท่านั้น
“เกิดอะไรขึ้นพยาบาลนิ่ม บอกหมอได้นะ” ทัชชกรจับไหล่เล็กที่สั่นไหวสะอื้นของพยาบาลสาวให้ลุกขึ้นยืนคุยกับตนเอง
นวิยาพยายามกลั้นน้ำตาและกลืนเสียงสะอื้นไว้ในลำคอพร้อมยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบเปื้อนแก้มนวลเนียนตนเองออกทิ้งแล้วเงยหน้าสบตานายแพทย์หนุ่มครู่หนึ่งก็รีบก้มหน้าหลบสายตาที่มองจ้องตนเองอยู่ก่อนของเขา
“มะ...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พอดีที่บ้านมีปัญหานิดหน่อยค่ะ อึก!” เธอเอ่ยเสียงสั่นเครือ
“ค่ะ เราจะมีน้องให้โอทิสแล้ว อ่า...ลูคัส ฉันต้องการคุณค่ะ อื้อ...” เธอครางกระเส่าเสียวบิดเอวส่ายไปมาเมื่อใบหน้าหล่อของพ่อของลูกก้มซุกลงกลางหว่างขาตนเอง “ฉันก็ต้องการเธอพีช ต้องการมากๆ อ่า...” แล้วเขาก็ลากลิ้นสากกร้านเปียกแฉะกับความเปียกแฉะของปากทางรักที่กำลังหลั่งไหลน้ำเสียวออกมาให้ตนตวัดลิ้นกวาดต้อนเข้าปากกลืนกินความหวาน “อ่า...ไม่ไหวแล้วพีช ฉันต้องการความคับแน่นของเธอมายเลิฟ อื้อ...”“อื้อ...ฉันก็ต้องการคุณลูคัส อยากให้คุณสอดลึกในตัวฉัน อื้อ...” “เบบี้รู้ไหมว่าคุณสวยมากแค่ไหน อ่า...เสียวเป็นบ้า” แล้วเขาก็เคลื่อนตัวมาคร่อมทับแล้วกดกรีดอาวุธร้ายกลางหว่างขาตัวเองกระแทกลึกฝากฝังในกายฉ่ำแฉะแม่ของลูก “อะ...ลูคัสลึกอีก อ่า...ขยับ ได้โปรดลูคัส อ่า...” พิชาภัทรโอบกอดพ่อของลูกพร้อมกับแอ่นเด้งเอวเล็กตัวเองตอบสนองแรงขับเคลื่อนบุรุษเหนือร่างไปด้วย “อ่า...พระเจ้า แน่นดีเหลือเกิน ซี้ด...อื้อ...ลึกพอไหมมายเลิฟ อื้ม...” เขาถามแล้วก็จูบปิดปากแม่ของลูกพร้อมเคลื่อนไหวซอยเอวเร็วถี่เพื่อพาตัวเองและคนใต้ร่างไปพบพระเจ้าพร้อมกัน เสียงเคลื่อนไหวเสียงเตียงไหวโยกกับเสียงผิวเน
“แน่ใจนะที่พูดออกมา คุณกลับคำไม่ได้นะลูคัส” “ไม่กลับคำ แล้วสรุปจะอยู่ต่อหรือจะกลับ?”เขายังคงถามคำเดิม ที่เขากล้าตกลงกับสาวใต้ร่าง เพราะตลอดเวลาเกือบสามเดือนมานี้ เขาไม่มีผู้หญิงคนอื่น และผู้หญิงคนอื่นก็ไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้ตัวของเขา เพราะเขาหวงเนื้อหวงตัวไว้ให้สาวเอเชียตัวเล็กใต้ร่าง ไม่อยากให้มีกลิ่นผู้หญิงคนอื่นติดตัวเวลามาหาตัวประกันสาวที่ห้องพักโรงแรม“อยู่เป็น ‘เมีย’ มาเฟียอย่างฉันต่อไหม?” เขาถามอีกเมื่อเธอเงียบยังไม่ตอบกลับตนเอง“ลูคัส...ก่อนที่ฉันจะตกลง ถ้าหากนะ ถ้าหากว่าฉัน ‘ท้อง’ คุณจะทำยังไง”“ก็ดีใจ” เขาตอบสั้นๆ แต่หัวใจของเขาก็เต้นแรงหากว่ามันเป็นจริง เขาจะดีใจมาก แม้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในแผนชีวิต แต่เขาก็ดีใจ เพราะเป็นชีวิตที่พระเจ้าส่งมาให้“ดีใจ?”“ใช่ ต้องดีใจอยู่แล้วถ้าเรามี ‘ลูก’ กันเบบี้ ทำไมเธอถึงถามแบบนี้ กลัวว่าฉันจะไล่ให้ไปเอาเด็กออกงั้นเหรอ ถึงสองมือฉันจะเปื้อนเลือด แต่ใช่ว่ามันจะชั่ว ‘ฆ่า’ ลูกตัวเองหรอกนะพีช ฉันไม่ใช่คนเลวขนาดนั้น อีกอย่างลูกคือสิ่งที่พระเจ้าประทานให้ ฉันต้องดีใจอยู่แล้วที่เขาจะเกิดมาให้ฉันเลี้ยงดู อีกอย่างถ้าแม่ของลูกฉันคือเธอ ฉันจะ
เวลาเดียวกันนั้นไม่ใช่แค่ลูคัสที่นอนไม่หลับ ว่าที่คุณแม่เองก็นอนไม่หลับขยับพลิกตัวไปมาบนเตียงนอนใหญ่ ปกติเตียงนอนจะดูเล็กแคบเมื่อมีร่างใหญ่นอนอยู่ด้วย แต่วันนี้เขาไม่อยู่บนเตียงด้วย เตียงเลยดูกว้างไปจนใจหวิว เฮ้อ! เธอถอนหายใจในความมืดพลิกตัวกลิ้งไปมาบนเตียงนอนกว้างแล้วก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “นอนได้แล้วพีช เธอต้องพักผ่อนได้แล้ว ดึกแล้ว เพื่อลูก เพื่อตัวเอง นอน อย่าไปคิดถึงเขา” เธอบอกตัวเองแบบนี้กี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ แต่ก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี เฮ้อ! ลูคัสวิ่งที่สนามหญ้าจนเกือบเช้า วิ่งจนเหนื่อยก็ยังนอนไม่หลับ เขาจึงมาหาพิชาภัทรที่โรงแรมแต่เช้า พอเปิดประตูห้องเข้ามาก็เดินไปยังห้องนอนเห็นเธอกำลังงัวเงียตื่นก็กระโจนเข้าหาคนที่กำลังลุกขึ้นให้ล้มลงไปกับเตียงนอนอีกครั้ง “อื้อ...ลูคัส คุณเป็นอะไร?” เธอตื่นเต็มตาถามคนเหนือร่างด้วยความตกใจ “เธอทำให้ฉันนอนไม่หลับเบบี้ รู้ไหมว่าเธอทำให้ฉันมีเรื่องให้คิดมากมายแค่ไหนพีช อะ...อื้อ” แล้วเขาก็จูบปิดปากน้อยไม่ให้ตอบสวนตัวเองกลับ “อะ...อื้อ” พิชาภัทรตกใจกับจูบดุดันเหนือร่าง ปกติเขาไม่จูบเธอรุนแรงแบบนี
ลาสเวกัส สองสามวันมานี้คนโหดดูแปลกไปจากก่อนหน้านี้ เขาดูเย็นชา ไร้อารมณ์ขันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้เธอทำอะไรให้เขาไม่พอใจรึเปล่าถึงได้เป็นแบบนี้ และเธอเองก็มีความลับปกปิดมาเฟียหนุ่มด้วยตอนนี้ ประจำเดือนของเธอไม่มาเดือนที่สองแล้ว วันนี้จึงให้มีอาแอบซื้อที่ทดสอบการตั้งครรภ์มาให้ตนทดสอบดู และผลก็ออกมาอย่างที่คิด เธอกำลัง ‘ตั้งครรภ์’ ลูกของมาเฟียโหด “วันนี้ฉันกลับบ้านนะ ไม่ได้กลับไปหาโอทิสหลายวันแล้ว” เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น “ค่ะ” พิชาภัทรตอบสั้นๆ เธอเองก็อยากมีเวลาส่วนตัวด้วยเหมือนกัน “ช่วงนี้ก็เตรียมเก็บกระเป๋าไว้ด้วยล่ะ เดี๋ยวพ่อเธอจะมาไถ่ตัวแล้ว” “ใกล้ครบสัญญาแล้วใช่ไหมลูคัส” “ใกล้ครบสัญญาและพ่อเธอก็มีเงินมาไถ่ตัวแล้ว วันนี้พ่อเธอติดต่อมาบอกดีนว่าจะมาลาสเวกัสไถ่ตัวเธอก่อนกำหนด” “จริงเหรอลูคัส” เธอเกาะแขนเขาถามด้วยความตื่นเต้นดีใจ “คงอยากไปจากที่นี่มากสินะ ถึงได้ดีใจแบบนี้” มือใหญ่แกะมือที่เกาะแขนตัวเองออก “ใช่ ฉันอยากไปจากที่นี่ อยากกลับบ้านของฉัน ฉันอยากมีอิสระไปไหนมาไหนไม่ต้องมีคนคอยตาม และอยู่ในสายตาของใครด้วย”
“บาดเจ็บแทนที่จะระวัง แล้วแน่ใจนะว่าไม่ต้องไปหาหมอ แล้วแผลเกิดจากอะไรคะ?” เธอถามเขาด้วยความเป็นห่วง ลูคัสก้มหน้าจ้องดวงตากลมโตคนตัวเล็กตรงหน้าที่แสดงความเป็นห่วงตัวเองออกทางสายตาชัดเจนก็ตอบกลับสั้นๆ “โดนยิงน่ะ” “โดนยิง!” “อือ...ฉันทำแผลแล้ว และตอนนี้ฉันอาบน้ำได้รึยังฮึ ไหนบอกหิวไง” “งั้นระวังด้วยนะคะ อย่าให้แผลโดนน้ำ” “พลาสเตอร์กันน้ำปิดแผลแล้วไม่โดนหรอกน่า ไปรอที่เตียง หรืออยากจะเข้ามาอาบน้ำให้ฉันล่ะ” “ไม่ๆ” แล้วเธอก็รีบหมุนตัววิ่งกลับไปยังเตียง หึหึ ลูคัสเดินถือผ้าเช็ดตัวกลับเข้าไปในห้องน้ำ โดยไม่ปิดประตูห้องน้ำเหมือนเดิม หากไม่มีสัญญาผูกมัดตัว ตอนนี้เธอกับเขาก็เหมือนคู่รักทั่วไปคู่หนึ่งเท่านั้น พิชาภัทรใช้ชีวิตที่ลาสเวกัสมาเกือบสามเดือนแล้ว อีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก็จะครบสัญญาที่เขาต่อไว้กับพ่อของเธอแล้ว และไม่รู้ตอนนี้พ่อหาเงินถึงไหนแล้ว ติดต่อไปหาท่านก็เงียบราวกับว่าตัดขาดกับเธอแล้วอย่างงั้นแหละ ‘พ่อคะ หนูคิดถึงพ่อนะคะ พ่อตอบหนูสักคำได้ไหม’ เธอพิมพ์ข้อความส่งไปในไลน์ที่มีแต่เธอพิมพ์ส่งไป ท่านไม่แม้แต่จะเปิด
พออาบน้ำเสร็จออกจากห้องน้ำออกมาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าที่ลูคัสให้คนมาจัดเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้าให้ตนเอง แต่งตัวเสร็จจึงออกจากห้องมาเพื่อจะตามเขาไปอาบน้ำเพื่อจะออกไปทานข้าวข้างนอกกัน พอออกมาก็เห็นเขาในห้องของเจ้าโอทิส เขากำลังก้มหน้าลงจุ๊บหัวของมัน “ฉันเสร็จแล้วลูคัส” ลูคัสหันไปมองคนที่เปิดประตูห้องนอนโอทิสมาตามตนเองไปอาบน้ำก็ส่งยิ้มให้คนตัวเล็กแล้วก็หันมาพูดกับเจ้าลูกชายตัวเอง “เป็นเด็กดีนะไอ้ลูกชาย” อือ! เจ้าโอทิสครางตอบรับทราบคำสั่งของพ่อมันแล้วก็พลิกขยับตัวเปลี่ยนท่านอนบนฟูกนอนนุ่มๆ ของตัวเอง “จะอยู่กับมันไหม หรือจะไปรอฉันที่ห้อง?”ลูคัสลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินมาหยุดตรงหน้าคนตัวเล็กที่หน้าประตูห้อง “ถึงมันจะเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรู้ของคุณ แต่ฉันก็ไม่ไว้ใจมันอยู่ดีลูคัส”เธอตอบเขาแล้วก็หมุนตัวเดินนำหน้าเขากลับไปยังห้องนอนก่อนหน้านี้ “เธอกลัวแกว่ะโอทิส ไม่ต้องน้อยใจไปนะ เดี๋ยวพอคุ้นเคยกัน เธอจะไม่กลัวและระแวงแกแล้วโอทิส”มาเฟียหนุ่มหันไปบอกสัตว์เลี้ยงแสนรักตัวเอง และเหมือนมันจะเข้าใจก็ครางตอบกลับเขาแล้วลูคัสก็เดินออกจากห้องพ
“เป็นของหมอนะนิ่ม เป็นเมียหมอและมีลูกให้หมออีกหลายๆ คนนะ” “ค่ะ นิ่มจะเป็นเมียหมอหมา” “อื้อ...เด็กดีของหมอ” แล้วเขาก็ไม่รอช้าที่จะทาบทับอิงแอบบดเบียดเรือนกายอวบใหญ่ยาวของตนเองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับนวิยา “อะ...อื้อ” เธออึดอัดและเสียวร้อนภายในท้องน้อย เมื่อเขากดกายเข้ามา สองเข่า
เวลา 09.00 น. ทัชชกรงัวเงียตื่นขึ้นมา พอเห็นดูเวลาที่นาฬิกาติดผนังห้องแล้วก็ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว ตอนบ่ายเขามีประชุมบอร์ดบริหาร ถึงวันนี้จะไม่มีเวรประจำที่แผนกก็ตาม แต่มีงานบริหารรออยู่ พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาทานมื้อเช้าของตนเอง “ผัดมาม่าของโปรด” เขายิ้มเมื่อเห็นของโปรดตนเอง ตั้งแต
“แล้วถามนิ่มรึยังว่ามีแฟนไหมตอนนี้ เดี๋ยวก็อกหักหรอก ไม่กลัวเขามีคนของเขาอยู่แล้วเหรอ” “ไม่นะ พยาบาลนิ่มบอกไม่มีใคร หมอถามแล้ว เมื่อกี้ก็ขอให้พยาบาลนิ่มทำข้าวกล่องมาเผื่อน่ะ เธอบอกว่าจะทำมาให้หมอด้วยนะหมอหมา” “ระวัง ‘ผัว’ เขามาแหกอกก็แล้วกันหมอแทน”ทัชชกรพูดใส่อารมณ์แล้วก็เดินจากไปด้ว
สุดท้ายก็ไม่ได้ไปทานมื้อเที่ยงตามที่นัดกับรุ่นพี่พยาบาล รุ่นน้องพยาบาลที่นัดกันไว้ เธอถือข้าวกล่องของตนเองมานั่งทานคนเดียวที่โรงอาหาร และคนที่ไม่ควรตามมาก็ตามมานั่งทานด้วย “ทำไมหมอหมาไม่ไปนั่งโต๊ะอื่นคะ เดี๋ยวคนก็สงสัยหรอกค่ะ” เธอถามเขาเมื่อเขาถือจานข้าวราดแกงมานั่งลงตรงข้ามตน “ทำไม ก







