Share

บทที่ 9

Author: ม่านฝันจันทรา
แม่ทัพหลัวเห็นหัวหน้าขันทีกลับวังไปรายงาน ชั่วขณะหนึ่งเขาก็รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะไปก็ไม่ได้ จะอยู่ต่อก็กระไรอยู่

ด้วยความอับจนหนทาง เขาจึงทำได้เพียงยืนรออยู่ที่นี่อย่างแห้งแล้ง

“ท่านพี่! ท่านพี่ ท่านเป็นอะไรไป?”

มู่หนิงย่อตัวลง ยื่นมือออกไปหยิกที่แขนของโม่จิ่นยวนอย่างแรงทีหนึ่ง จากนั้นก็ตะโกนเสียงดัง “พี่สะใภ้ ท่านพี่สลบไปอีกแล้ว พวกท่านรีบพยุงเขากลับไปที่ห้องเร็ว”

โม่จิ่นยวนก้มหน้าลง มุมปากกระตุกอย่างรุนแรง

ผู้หญิงคนนี้ จงใจทำอย่างแน่นอน

จะเตือนให้เขาแกล้งสลบ นางก็หยิกเบา ๆ หน่อยก็ได้

แต่นางกลับใช้แรงเต็มที่ ราวกับอยากจะหยิกเขาให้ตาย

“น้องสะใภ้เจ็ดอย่ากังวลไปเลย พวกเราจะรีบพยุงน้องเจ็ดกลับห้องไปพักผ่อนเดี๋ยวนี้”

พี่สะใภ้ใหญ่หยางซูหว่านปลอบโยนนาง จากนั้นก็ประคองแขนคนละข้างกับพี่สะใภ้รองฟางเหวิน พาเขากลับไปยังเรือนข้าง

ริมฝีปากสีชมพูของมู่หนิงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย มองดูแผ่นหลังของโม่จิ่นยวนที่ถูกประคองจากไป ในใจพลันรู้สึกเหมือนได้แก้แค้นสำเร็จ

ใครใช้ให้ท่านมาบีบคอข้า

ดังนั้น วันนี้ท่านก็ลองลิ้มรสชาติการถูกข้าหยิกแขนดูบ้าง

มู่หนิงไม่อยากอยู่ในห้องโถงใหญ่ต่อ เตรียมจะไปหาโม่จิ่นยวนเพื่อปรึกษาหารือเรื่องบางอย่าง เพิ่งจะหันหลังเดินไปได้สองก้าว ก็ได้ยินเหล่าทหารทางการกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องที่จวนอัครเสนาบดีถูกขโมยขึ้น

“เรื่องที่เมื่อวานจวนอัครเสนาบดีถูกขโมยขึ้น พวกเจ้าได้ยินกันหรือยัง? ได้ยินมาว่าแม้แต่ฟืนในห้องเก็บของจิปาถะก็ยังถูกคนขนไปจนเกลี้ยง”

“ได้ยินมาแล้ว เหมือนว่าแค่ช่วงกินข้าวกลางวันมื้อเดียว คลังสมบัติของจวนอัครเสนาบดีก็ถูกคนขโมยไปจนเกลี้ยง เรื่องนี้มันช่างลึกลับพิสดารนัก”

“ว่ากันว่าผีหลอก มิฉะนั้นใครกันจะสามารถแอบขโมยของมากมายขนาดนั้นไปได้อย่างเงียบเชียบในตอนกลางวันแสก ๆ ”

มู่หนิงยืนฟังอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มตาหยีเดินออกจากห้องโถงใหญ่ไป

เมื่อมาถึงเรือนข้าง ทุกคนต่างก็มองมาที่นางด้วยความไม่เข้าใจ

ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เดินเข้ามา เอ่ยถามอย่างสงสัย “หนิงหนิง! เจ้าก็เห็นว่าพวกเราเตรียมตัวกันพร้อมหมดแล้ว ตั๋วเงินก็ซ่อนไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อครู่เหตุใดเจ้าถึงยังต้องไปอ้อนวอนฝ่าบาท ขอเลื่อนการเนรเทศออกไปอีกสองวันด้วย?”

“ใช่แล้วหนิงหนิง นี่มันเพราะอะไรกัน?”

“ฮ่องเต้ชั่วนั่นทำร้ายจิตใจพวกเราทุกคนจนชินชาไปหมดแล้ว ตอนนี้แม้แต่วินาทีเดียวก็ไม่อยากอยู่ในเมืองหลวงอีกต่อไป”

“หึ~ เขาคิดว่าจัดการตระกูลโม่ได้แล้ว จะสามารถนอนหลับได้โดยไร้กังวลอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ”

เหล่าพี่สะใภ้ต่างพูดออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวจนคิ้วขมวดตาขวาง

“พี่สะใภ้หก บางคำพูดไม่สามารถพูดจาส่งเดชที่นี่ได้”

โม่จิ่นยวนได้ยินคำพูดของพี่สะใภ้หก ก็เอ่ยเตือนด้วยความระมัดระวัง “ข้า... ข้าก็แค่โมโห รู้สึกว่ามันไม่คุ้มค่าและเสียใจแทนตระกูลโม่ในสิ่งที่ได้ทุ่มเทไป”

พี่สะใภ้หกมู่อวิ๋นชิงกัดริมฝีปาก ถอนหายใจอย่างอัดอั้นตันใจ

“พวกพี่สะใภ้อดทนอีกหน่อยเถิด พวกเราใกล้จะได้ออกจากสถานที่ที่มีแต่เรื่องวุ่นวายนี้แล้ว ที่อยากจะไปหลังจากนี้อีกสองวัน ก็เพราะจิ่นยวนได้รับบาดเจ็บจริง ๆ หากได้พักฟื้นสักสองวันก่อนออกเดินทาง ย่อมดีกว่าแน่นอน”

มู่หนิงก้าวออกมาอธิบายจนจบ จากนั้นก็กุมมือของพี่สะใภ้หกไว้ ปลอบโยนเสียงเบา “พี่สะใภ้หกไม่ต้องโกรธถึงเพียงนี้ วันนี้ฝ่าบาทสามารถเนรเทศตระกูลโม่ของพวกเราได้ วันหน้าต่อให้เขาออกราชโองการมาอ้อนวอนให้พวกเรากลับไป พวกเราก็ไม่แม้แต่จะชายตามอง”

“น้องเจ็ดพูดถูก”

มู่อวิ๋นชิงคิดว่านางเพียงแค่พูดปลอบใจตนเอง ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

“ท่านแม่ พวกพี่สะใภ้ พวกเราทุกคนมาอัดกันอยู่ในห้องนี้นานเกินไปแล้ว ย่อมจะเป็นที่สังเกตได้ง่าย ดังนั้นทุกท่านออกไปเดินเล่นข้างนอกกันก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

มู่หนิงคิดถึงแผนการขั้นต่อไป ไม่สมควรให้คนรู้มากเกินไป ดังนั้นจึงหาข้ออ้างให้ทุกคนออกไปก่อน

อีกทั้งตอนนี้ทั้งในและนอกจวนต่างก็มีทหารทางการมากมายจับตาดูอยู่ หากพวกนางยังอัดกันอยู่ในห้องครึ่งค่อนวันไม่ออกไปไหน ไม่ต้องใช้สมองคิดก็รู้ว่าต้องมีอะไรผิดปกติแน่

หลังจากที่ทุกคนจากไปแล้ว โม่จิ่นยวนก็เอ่ยถามตรง ๆ “เจ้าให้พวกนางออกไปกันหมด น่าจะยังมีเรื่องอื่นที่อยากจะปรึกษากับข้าใช่หรือไม่?”

“ข้าชอบพูดคุยทำงานกับคนฉลาด”

มู่หนิงนั่งลงบนเก้าอี้ มุมปากยกยิ้มอย่างเกียจคร้านเล็กน้อย มองไปยังโม่จิ่นยวนแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มที่คลุมเครือ “อยากจะแก้แค้นให้ตัวเองหรือไม่?”

โม่จิ่นยวนเลิกคิ้วกระบี่ที่องอาจของเขาขึ้น

“เจ้าคิดจะทำอะไร?”

“อย่าเพิ่งถามว่าข้าคิดจะทำอะไร ท่านตอบคำถามของข้ามาก่อน”

มู่หนิงรู้สึกคอแห้งเล็กน้อย จึงรินน้ำดื่มหนึ่งถ้วย

โม่จิ่นยวนกะพริบดวงตาที่ลึกล้ำ จากนั้นก็กล่าวความคิดที่แท้จริงในใจออกมา “ในใจของข้าแม้จะมีความโกรธ ไม่ยินยอม และรู้สึกว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรมต่อตระกูลโม่ของข้า แต่ข้าก็ไม่เคยคิดที่จะแก้แค้น เขาคือฝ่าบาท คือโอรสสวรรค์แห่งต้าโจว การที่เรียกว่าแก้แค้นนั้นไม่ต่างอะไรกับการก่อกบฏ สุดท้ายแล้วคนที่ต้องทนทุกข์รับเคราะห์กรรมอย่างแท้จริง ก็ยังคงเป็นเหล่าราษฎร”

มู่หนิงพอใจกับคำตอบของเขามาก ริมฝีปากสีแดงระเรื่อยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ตลอดเวลา จากนั้นก็โน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเขาเบา ๆ “ข้าก็ไม่ได้บอกให้ท่านไปก่อกบฏเสียหน่อย การแก้แค้นที่ข้าพูดถึง ก็แค่อยากให้ท่านกับข้า...”

หลังจากที่โม่จิ่นยวนฟังจบ ในใจก็สูดลมหายใจเย็นเยียบอย่างรุนแรง

เขาคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่า มู่หนิงจะไว้วางใจเขาถึงเพียงนี้ ถึงขั้นกล้าบอกความลับเรื่องมิติให้เขารู้

ที่สำคัญที่สุดคือ นางไปเอาความกล้าบ้าบิ่นมาจากไหนกัน ถึงกล้ามาชักชวนเขาให้ไปขโมยท้องพระคลังด้วยกัน

โม่จิ่นยวนเห็นนางไว้วางใจตนเองถึงเพียงนี้ พลันนึกถึงเรื่องที่แอบกินสาลี่ของนาง ในใจก็รู้สึกผิดขึ้นมาไม่น้อย

แต่ก็จำเป็นต้องแสร้งทำสีหน้าตกตะลึงอย่างมาก

“เจ้าบอกความลับที่เหนือธรรมชาติเช่นนี้ให้ข้ารู้ ไม่กลัวว่าข้าจะนำไปป่าวประกาศจนนำอันตรายมาให้เจ้าหรือ?”

มู่หนิงดื่มน้ำในถ้วยจนหมด หรี่ตาลงแล้วหัวเราะเหอะออกมาเสียงหนึ่ง “ท่านเป็นสามีของข้า ข้าไม่บอกท่านแล้วจะให้ไปบอกใคร?”

หากไม่ใช่เพราะข้าตั้งครรภ์อยู่ไม่สะดวก ประกอบกับไม่เคยเข้าวังมาก่อน ไม่คุ้นเคยกับสภาพภูมิประเทศที่นั่นแม้แต่น้อย ท่านคิดว่าข้าจะบอกท่านหรือไร

“ขอบคุณฮูหยินที่ให้เกียรติ”

โม่จิ่นยวนหันหลังให้ แล้วยิ้มอย่างเสแสร้งเป็นการขอบคุณ

เพราะว่าเขาเป็นสามีของนางถึงได้บอกอย่างนั้นหรือ?

ไม่ นางแค่ไม่รู้สภาพภูมิประเทศในวังหลวงเท่านั้น การไปคนเดียวมันเสี่ยงเกินไป มิฉะนั้นความลับนี้ อย่างไรเสียก็คงไม่มีทางบอกเขา

“ตอนนี้ก็คงต้องดูแล้วว่า ฝ่าบาทจะทรงยินยอมให้เลื่อนวันเนรเทศออกไปหรือไม่”

โม่จิ่นยวนก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่า สำหรับฮ่องเต้ที่โฉดเขลาเช่นนี้ การยื่นข้อเรียกร้องเช่นนี้ไปจะได้รับการยินยอมหรือไม่

มู่หนิงยิ้มพลางเอ่ยขึ้น “เขาต้องยินยอมอยู่แล้ว”

พระราชวัง

หัวหน้าขันทีกลับถึงวังและนำคำพูดของมู่หนิงไปทูลรายงาน หลังจากที่ฮ่องเต้ได้ฟังและไตร่ตรองซ้ำไปซ้ำมาแล้ว ก็ยังคงยินยอมให้เลื่อนออกไปอีกสองวัน

แต่หารู้ไม่ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ จะทำให้เขาต้องเสียใจไปชั่วชีวิต

ฮ่องเต้นั่งอยู่ในห้องทรงพระอักษร ใช้พู่กันและหมึกเขียนคำว่ามู่หนิงสองคำ แล้วยื่นให้หัวหน้าขันทีด้วยสีหน้ามืดมน “เจ้าส่งคนไปสืบเรื่องนางมา”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 461

    “รางวัลอันใดหรือ?”ทุกคนได้ยินดังนั้น ต่างพากันกรูเข้ามา ล้อมหน้าล้อมหลังมู่หนิงเอาไว้จนไม่มีช่องว่างเย่อู๋เฉิน เจ๋ออวี่ และซวนหยวนเฉินทั้งสามคน ประคองเอวและขาที่ปวดร้าว เบียดเสียดเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน“ท่านแม่ พวกข้าก็อยากฟังเจ้าค่ะ”บุตรสาวคนโตโม่ซีเหยียน และบุตรสาวคนรองโม่ซีเหยา ก็ชะโงกหน้าเข้ามา จ้องมองมู่หนิงตาเป็นประกายสีหน้าของโม่ซีเย่ยังคงราบเรียบเย็นชาเช่นเคย แต่ก็ขยับเข้ามาใกล้เช่นกันมู่หนิงมองทุกคน ยิ้มแล้วกล่าวว่า “มิติเปิดประตูเชื่อมกาลเวลาสู่บ้านเกิดของข้าในอนาคตได้แล้ว ดังนั้นต่อจากนี้ข้าสามารถกลับบ้านได้ทุกเมื่อ อีกทั้งมิติในตอนนี้ ข้าสามารถพาคนเข้าไปพร้อมกันได้ถึงยี่สิบคน ดังนั้นพวกท่านก็สามารถไปเยี่ยมชมโลกที่ข้าเคยใช้ชีวิตมาก่อนได้เช่นกัน”ผ่านมาเนิ่นนานเพียงนี้ มู่หนิงยังคงปรารถนาที่จะกลับไปเยี่ยมเยียนโลกในอีกพันปีข้างหน้าวันนี้ในที่สุดความปรารถนาก็เป็นจริง“เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราออกเดินทาง ไปดูโลกเดิมของพี่หญิงมู่กัน”“ข้าอดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว อยากจะเห็นนักว่าโลกอนาคตที่น้องเจ็ดเคยใช้ชีวิตอยู่นั้น จะเจริญรุ่งเรืองน่าตื่นตาตื่นใจเพียงใด”“

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 460

    เย่อู๋เฉิน เจ๋ออวี่ ซวนหยวนเฉิน จากเด็กน้อยไร้เดียงสาในวันวาน หลังจากผ่านไปสิบปี บัดนี้เติบโตกลายเป็นชายหนุ่มหล่อเหลาและสง่างามเพียงแต่ยามเผชิญหน้ากับโม่จิ่นยวน ความกล้าหาญที่มีกลับกลายเป็นท่าทางของเด็กน้อยในชั่วพริบตาทว่ากระบี่ที่ชักออกมาจากฝักแล้ว ไหนเลยจะเก็บคืนได้ง่าย ๆ ?ทุกคน “...???”“พรูด~”มู่หนิงกำลังดื่มน้ำผลไม้ พอได้ยินประโยคนั้น ก็หลุดหัวเราะพรวดออกมา“เจ้าว่าอะไรนะ?”โม่จิ่นยวนหรี่ดวงตาสีดำอันเฉียบคมลงเล็กน้อย มองไปที่ซวนหยวนเฉินและเจ๋ออวี่ทั้งสองคน พลางคาดคั้นว่า “พวกเจ้าเองก็มีความคิดเช่นเดียวกับเขาหรือ?”เย่อู๋เฉินและเจ๋ออวี่ถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด แต่พอนึกถึงคำพูดของซวนหยวนเฉินก่อนหน้านี้ พวกเขาก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น “ใช่แล้ว ตลอดหลายปีมานี้ พวกเราชอบพี่หญิงมาโดยตลอด ดังนั้นจึงอยากแต่งกับนาง นี่เป็นสาเหตุว่าเหตุใดจนป่านนี้แล้วถึงยังไม่แต่งงานมีลูกเสียที”“...”มู่หนิงกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงงเจ้าเด็กบ้าพวกนี้ คิดจะทำอะไรกันแน่กล้าพูดวาจาเช่นนี้ต่อหน้าโม่จิ่นยวน ไม่กลัวโดนซัดจนปางตายหรืออย่างไรพี่สะใภ้ทั้งหกได้ยิ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 459

    แน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นในวังหลวง หรือจวนแม่ทัพ ย่อมมีห้องส่วนตัวสำหรับทั้งสองเสมอเดิมทีโม่ซีเย่คิดจะส่งคนมาช่วยจัดแจง แต่เนื่องจากมู่หนิงมีข้าวของจากยุคปัจจุบันมากมาย ไม่สะดวกให้ผู้คนรับรู้ จึงต้องรอให้พวกเขากลับมาจัดการกันเองมู่หนิงและโม่จิ่นยวนทั้งสองคนเคยอาศัยอยู่ที่นี่มาสองปี ดังนั้นห้องของตนจึงไม่ต้องจัดเตรียมอะไรมาก ทั้งสองจึงไปช่วยจัดห้องให้คนอื่น ๆมู่หนิงไปเยือนห้องของใคร ก็จะนำเครื่องปรับอากาศ โคมไฟ ที่นอน ผ้านวมขนเป็ด ผ้าห่ม และเครื่องปั่นไฟพวกนี้ออกมาโชคดีที่ทุกคนคุ้นเคยกับข้าวของพวกนี้เป็นอย่างดี จึงจัดแจงได้อย่างรวดเร็วมาก ไม่ทันหมดช่วงบ่ายก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว“พี่หญิงมู่! ข้าพักที่ไหนหรือ?”ซวนหยวนเฉินเห็นมู่หนิงวิ่งวุ่นไปห้องของคนโน้นทีคนนี้ที แต่กลับไม่เห็นมาห้องของตน จึงได้แต่เดินเข้าไปหาด้วยความน้อยใจ มู่หนิงหัวเราะพลางเอ่ยขึ้น “วางใจเถิด ไม่ลืมเจ้าหรอก เพียงแต่เจ้ายังไม่ค่อยคุ้นเคยกับของในมิติของข้ามากนัก ข้าจึงรอให้จัดห้องของทุกคนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่อยไปช่วยเจ้าจัดห้องทีเดียว เช่นนี้จะรวดเร็วกว่ามาก”“ขอบคุณพี่หญิงมู่!”ซวนหยวนเฉินซาบซึ้งใจจนอยากจะเข้าไปก

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 458

    “เจ้าน่ะ ก็เอาแต่ตามใจนางอยู่นั่นแหละ ใครใช้ให้นางซุ่มซ่ามเดินไม่ดูทาง บ่นวันละแปดร้อยรอบก็ไม่จำ”มู่หนิงเดินเข้าไปดูอาการของบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง พอเห็นว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ในใจก็รู้สึกโล่งอก จากนั้นจึงเอ่ยดุนางอย่างไม่สบอารมณ์บุตรสาวคนเล็กนี่ช่างแก่นแก้วเสียจริง ปีนต้นไม้ ล้วงรังนก ลงนาจับปลาไหล จับปลาช่อน แถมยังยิงหนังสติ๊กได้เก่งกาจสุด ๆบางครั้งก็น่าสงสัยจริง ๆ ว่า นางเป็นเด็กผู้ชายหรือไม่ประเด็นคือ นางฝีมือก็ไม่เอาไหนแต่ยังชอบเล่นนักเป็นประเภทที่ซื่อบื้อไม่รู้จักจำ เคยพลาดท่ามาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อให้เจ้าพร่ำบอกนางกี่ครั้ง นางก็ยังทำผิดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ อยู่ดียกตัวอย่างเรื่องเล่นซน ปกติให้นางวิ่ง ก็ต้องระวังรอบข้าง ต้องระวังตัวให้ดี ๆ ไม่อย่างนั้นจะหกล้มหรือไม่ก็ชนข้าวของนี่อย่างไรเล่า ชนพี่ชายของนางเสียแล้ว“ท่านแม่~”โม่ซีเหยาเอ่ยเรียกมู่หนิงอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ปากเล็ก ๆ ยื่นออกมาจนแทบจะแขวนเนื้อหมูได้สองชั่งอยู่แล้ว“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”โม่ซีเย่วางโม่ซีเหยาลงเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยทักทายทั้งสองคน“เย่เอ๋อร์~”วินาทีที่ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เห็นโม่ซีเย่ ก็ชะงักไปนาน ก่อนจะเข้า

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 457

    “อื้ม!”ฮูหยินโจวรับคำยามบ่ายตอนที่ครอบครัวของมู่หนิงออกเดินทาง เพิ่งจะออกจากประตูเมือง นายอำเภออวี๋ก็พาคนทั้งครอบครัวมารออยู่ที่นอกเมืองแล้วเพียงเพื่อมาส่งพวกนางจนกว่าจะลับสายตาไปอีกสักระยะหนึ่งมิใช่แค่นาง ยังมีสหายคนอื่น ๆ ในเมืองไถโจว เมื่อรู้ว่าพวกนางจะย้ายกลับแคว้นต้าโจว ต่างก็พากันมาส่งด้วยความอาลัยอาวรณ์“เดินทางปลอดภัยนะ”ฮูหยินโจวมองครอบครัวมู่หนิงที่จากไปไกลแล้ว แต่ก็ยังโบกมือให้พวกนางอย่างไม่อยากจากลา“ข้างนอกหนาว ทุกคนรีบกลับไปเถิด”มู่หนิงมองทุกคนด้วยความปวดใจ สุดท้ายจึงโบกมือลาอีกครั้ง พร้อมตะโกนบอกให้ทุกคนกลับไปเพิ่งจะพ้นผ่านเทศกาลตงจื้อ บนท้องฟ้ามีสายฝนโปรยปรายลงมาเบา ๆ รวมถึงลมหนาวพัดผ่าน ความหนาวเย็นราวกับจะแทรกซึมลึกเข้าไปในกระดูกนางทนเห็นทุกคนยืนอยู่ข้างนอกต่อไปไม่ไหว จึงทำได้เพียงเตือนให้ทุกคนรีบกลับไปทว่าทุกคนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยความอาลัยอาวรณ์ จนกระทั่งรถม้าของมู่หนิงเคลื่อนห่างออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนลับสายตาไปในที่สุด จึงค่อยพากันกลับไป“เฮ้อ~”ความรู้สึกของทุกคนในตอนนี้ ช่างหนักอึ้งเหลือเกินไม่มีใครอยากจากบ้านที่ใช้ชีวิตมานานถึงสิบ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 456

    “เด็กบ้า ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว ท่านยังคิดเรื่องนี้อยู่อีกหรือ”โม่จิ่นยวนส่ายหน้าด้วยความจนใจยิ่งนักมู่หนิงกลับมองซวนหยวนเฉินด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วเอ่ยถาม “ท่านเอาจริงหรือ?”“แน่นอนว่าเอาจริง”ซวนหยวนเฉินพยักหน้ารัว ๆหากเขามีร้อยมือ ก็จะยกทั้งร้อยมือสนับสนุนอย่างแน่นอน“ได้ อีกสักพักท่านค่อยไปหารือกับเย่เอ๋อร์ด้วยตนเองเถิด”ครั้งนี้มู่หนิงไม่ได้ปฏิเสธเขาแล้วช่วงเวลาการรวบรวมเจ็ดแคว้นให้เป็นหนึ่งตามประวัติศาสตร์ได้มาถึงแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงให้มากอีก“พี่หญิงมู่! ท่านตกลงแล้วหรือ?”ซวนหยวนเฉินได้ยินดังนั้น ก็แอบดีใจจนเนื้อเต้นพลางหันไปมองนางมู่หนิงหัวเราะพลางเอ่ยขึ้น “ท่านคิดจะยกบัลลังก์ให้เย่เอ๋อร์อยู่ทุกวี่ทุกวัน หากข้ายังไม่ตกลง เกรงว่าท่านคงจะตรอมใจ”“แหะ~”ซวนหยวนเฉินหัวเราะแหะ ๆ ออกมาจากนั้นมู่หนิงก็เอ่ยเตือนอีกว่า “แม้ข้าจะเห็นด้วยที่ท่านจะยกบัลลังก์ให้เย่เอ๋อร์ แต่การรวมแคว้นฉู่เข้ากับแคว้นต้าโจวมิใช่เรื่องเล็ก แม้ว่าท่านจะเป็นฮ่องเต้ แต่ด่านแรกที่ต้องโน้มน้าวใจมิใช่พวกเรา และมิใช่เย่เอ๋อร์ ทว่าคือราษฎรของแคว้นฉู่ และเหล่าขุนนางของแคว้นฉู่ หากพ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 21

    “ของของข้า ข้าถือเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้พวกท่านช่วยดูแล”สะใภ้ทั้งหลายแห่งตระกูลโม่กอดห่อผ้าในมือไว้แน่น ไม่ยอมให้ใครมาแย่งชิงไปพวกนางไม่ใช่คนโง่ แค่ลองใช้สมองคิดดูก็รู้ว่าหากถูกชิงไปแล้ว ย่อมไม่มีวันได้กลับคืนมาอีก“ท่านเจ้าหน้าที่! ข้างในไม่ได้มีเงินมากมายอะไรเลย มีเพียงเศษเงินเล็กน้อยกับเสบีย

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 24

    หยางซูหว่านก้าวออกมา เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด“เจ้าสารเลว เกิดมาทั้งทีไม่เคยเห็นผู้หญิงหรืออย่างไร?”หลังจากรองแม่ทัพจางฟังจบ ก็ตบหน้าเจ้าหน้าที่ท้องป่องหลิวไปหนึ่งฉาด พร้อมกับตวาดว่า “ก่อนออกเดินทางเจ้าไม่ได้ยินที่ท่านแม่ทัพหลัวพูดหรือ? เขาสั่งให้พวกเราดูแลคนตระกูลโม่ให้ดีระหว่างทาง น

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 12

    นางน่าจะคิดได้ตั้งแต่แรก เหตุใดพอหยกแขวนเพิ่งจะเปิดประตูอีกบานหนึ่งของมิติ ก็มีคนมาใช้มิติร่วมกับนางแล้วตามพล็อตเรื่องน้ำเน่าในนิยาย ก็ต้องเป็นเพราะหยกแขวนเปื้อนเลือดของเขาแน่ ๆ จึงได้เปิดความสามารถให้คนสองคนใช้มิติร่วมกันได้มิน่าล่ะ เมื่อวานตอนที่นางยกข้าวและกับข้าวกลับไปให้เขาที่ห้องนอน ถึงได้

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 26

    มู่หนิงยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา ฉวยโอกาสที่สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่กลุ่มของเจ้าหน้าที่ท้องป่อง นางก็หยิบก้อนหินเล็ก ๆ ขึ้นมา แล้วแอบส่งให้พี่สะใภ้รองฟางเหวินซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด นางมีเพียงฝีมือ แต่ไม่มีพลังลมปราณ ดังนั้นเรื่องแบบนี้จึงต้องให้พี่สะใภ้ที่มีพลังลมปราณเป็นผู้จัดการฟางเหวินสบตากับนาง เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status