تسجيل الدخولท่านหิรัญรู้ข่าวเรื่องที่ลูกสาวมีบอดีการ์ดคอยตามดูแล ทีแรกท่านไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับความคิดนี้ ไม่ได้หมายความว่าคิเรย์ทำเกินไป แต่เพราะเป็นพ่อเลยหวงลูกสาวที่มีผู้ชายหน้าไหนไม่รู้คอยตามประกบติดชีวิตต่างหาก
‘ไอ้หนุ่มนี่ไว้ใจได้แน่เหรอ’ ‘ไว้ใจได้ครับพี่ ตะวันเป็นผู้ชายคนเดียวที่ผมคิดว่าจัดการน้องเห็ดได้ สองคนนี้ไม่ถูกกัน พี่หมดห่วงเรื่องที่กลัวอยู่ได้เลย’ เรื่องที่กลัวมีอยู่เรื่องเดียวนั่นก็คือกลัวเห็ดหอมคิดประชดบ้าๆ ด้วยการอยากมีอะไรกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ต่อต้านเขาที่มีเมียใหม่ ที่ผ่านมาลูกสาวตัวแสบไม่เคยทำสำเร็จเลยเพราะมีทั้งเขาและคิเรย์คอยช่วยสอดส่องตามดูแลตลอด แต่ตอนนี้ต่างคนต่างมีหน้าที่หลายอย่างต้องรับผิดชอบ จะให้มาตามติดชีวิตเห็ดหอมแบบเดิมก็คงไม่ได้ คิเรย์จึงเลือกใช้วิธีนี้ที่เจ้าตัวคิดว่าได้ผลที่สุด ‘น้องเห็ดไม่มีทางประชดใส่คนที่ตัวเองเกลียดเข้าไส้หรอกพี่’ คิเรย์บอกกล่าวแบบนี้ให้เขาสบายใจ วันนี้เขาจึงต้องมาให้เห็นกับตาว่ามันจะจริงอย่างที่ว่าหรือเปล่า เขาหวั่นใจยายลูกสาวตัวแสบ กลัวเธอจะทำได้ทุกอย่างเพื่อหาทางเอาคืนเขาให้มากที่สุด “หน้าตาก็ดูดีใช้ได้เลยนิ เป็นดารานายแบบได้สบายๆ” ท่านหิรัญเดินทางมาที่เพนต์เฮาส์ของเห็ดหอม ห้องลูกสาวเขาและห้องบอดีการ์ดอยู่ตรงข้ามกัน ไอเดียนี้เป็นของคิเรย์ อยากให้อยู่ใกล้ชิดมากที่สุด ตะวันจะได้คอยสอดส่องดูแลอย่างเต็มที่ ซึ่งถ้าหากให้ใกล้กว่านี้อีกนิดก็คงต้องนอนห้องเดียวกันแล้วล่ะ “ผมเป็นไม่ได้หรอกครับ ผมเล่นละครไม่เก่ง” “…” “หมายถึง..ผมแอคติงไม่เป็น แสดงสีหน้าท่าทางไม่ได้เรื่องน่ะครับ” ตะวันอธิบายเพิ่มเติมเมื่อเห็นว่ากำลังโดนท่านหิรัญกดสายตาเข้มขรึมมองเขา ไม่ใช่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังพูดอยู่กับใคร ท่านหิรัญไม่ใช่นักธุรกิจทั่วไปแต่ท่านยังเป็นถึงที่ปรึกษาขององค์กรแบล็กเรด องค์กรมาเฟียขนาดใหญ่ ใครหลายคนเรียกท่านหิรัญว่า ‘พ่อขององค์กร’ ด้วยซ้ำไป เพราะแบบนี้ท่านถึงมีอิทธิพลมาก เป็นคนที่ดูน่ากลัวและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน “ช่างเรื่องแอคติงเถอะ นายมาเป็นบอดีการ์ดให้ลูกสาวฉัน นายเก่งเรื่องต่อสู้บ้างหรือเปล่า” เห็นตัวสูงใหญ่ก็ใช่ว่าจะมีฝีมือกันเสียทุกคน บางทีแค่ต่อตัวต่ออาจใจป๊อดแล้วก็ได้ “ผมเรียนต่อยมวย เทควันโด ยูโด คาราเต้ ยิงปืนมาตั้งแต่เด็กๆ ครับ” ตะวันไม่ได้อยากจะขิง แต่แค่อยากพูดให้หมด บอกให้ละเอียด ท่านหิรัญจะได้ไม่มีข้อกังขาใดๆ ต่อเขา “ดี แบบนี้ค่อยโอเคหน่อย” ถ้าเก่งครอบจักรวาลแบบนี้คงดูแลลูกสาวเขาได้สบายๆ ก็ขอให้ที่พูดมาไม่ใช่เก่งแต่ปากก็พอ “ป๊ามีอะไรจะถามอีกหรือเปล่าคะ” เห็ดหอมนั่งอยู่ด้วย ตลอดเวลาที่ป๊าของเธอซักถามตะวันอย่างละเอียด หญิงสาวก็เอาแต่กลอกตามองบนสลับถอนหายใจ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าป๊าไม่ไว้ใจตะวันสักเท่าไร และนี่ก็คงเป็นห่วงที่มีบอดีการ์ดผู้ชายคอยตามดูแลประกบแบบใกล้ชิด ไม่อย่างนั้นป๊าไม่มีทางมาหาเธอถึงที่นี่หรอก “หนูลุกไปชงกาแฟให้ป๊าสักแก้วซิลูก” เอ่ยปากมาขนาดนี้ แค่มองตาก็รู้แล้ว ป๊าต้องการคุยบางอย่างกับตะวันตามลำพังโดยที่ไม่มีเธออยู่ด้วย “ค่ะ” เห็ดหอมยอมลุกออกไปแต่โดยดี และเมื่อเหลือเพียงท่านหิรัญและบอดีการ์ดหนุ่มอย่างตะวันเพียงแค่สองคน ท่านก็ไม่รีรอรีบพูดเข้าประเด็น “หน้าที่นายคือดูแลลูกสาวฉัน จำไว้ว่าห้ามใกล้ชิดเกินความจำเป็น อย่าให้ฉันรู้เด็ดขาดว่านายคิดสองแง่สองง่ามกับน้องเห็ด รู้ใช่ไหมว่าฉันพูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น” สายตาดุดันและสีหน้ามาดเข้มของท่านกำลังกดดันเด็กหนุ่มอย่างตรงไปตรงมา ตะวันพยักหน้ารับทราบ “ครับท่าน ผมเข้าใจแล้วครับ” เพราะคนอย่างเขาไม่เคยคิดแง่ชู้สาวกับยายลูกสาวของท่านอยู่แล้ว นิสัยแบบนั้น…ใครจะไปชอบลง ท่านหิรัญเพิ่งจิบกาแฟได้ไม่กี่อึก สายเรียกเข้าที่แผดร้องดังขึ้นเรียกความสนใจจากเขา เมื่อเห็นว่าปลายสายเป็นใครก็ฉีกยิ้มกริ่ม สีหน้ามีความสุขอย่างเห็นได้ชัด “คุณดาวโทร.มา ป๊าขอไปรับสายก่อนนะ” ท่านหิรัญเดินอมยิ้มออกไป ไม่ได้ทันมองเห็นหน้าตาใส่อารมณ์บึ้งบูดของลูกสาว ชื่อของแม่เลี้ยงกลายเป็นคำแสลงหูไปเสียแล้ว “เมื่อกี้ป๊าฉันคุยอะไรกับนาย” เห็ดหอมตวัดสายตามองร่างสูงของคนตรงข้าม เค้นถามในสิ่งที่อยากรู้ “ไม่มีอะไร ก็คุยเรื่องทั่วไป” “ฉันไม่เชื่อ บอกความจริงมาซะดีๆ ป๊าฉันคุยอะไรกับนายกันแน่” ถ้าหากตะวันยังเล่นลิ้นไม่ยอมพูดอีกล่ะก็ เธอคงต้องกระโจนเข้าไปเขย่าคอให้เขาคายคำพูดออกมาแล้วล่ะ “ท่านก็ห้ามไม่ให้ฉันใกล้ชิดกับเธอมากเกินไปนั่นแหละ คงคิดว่าฉันอาจจะทำรุ่มร่ามใส่เธอเลยเตือนไว้ก่อน แต่ที่จริงท่านไม่เห็นต้องกลัวเพราะเรื่องแบบนี้มันไม่มีทางเกิดขึ้นอยู่แล้ว ฉันไม่ได้พิศวาสเธอสักหน่อย” พูดจบก็มีตบท้ายก็ด้วยการเบ้หน้าเหมือนเจอกองอ้วก เห็ดหอมนึกอยากเขกกบาลไอ้เด็กนี่จริงๆ “น้องเห็ด ป๊ากลับก่อนนะลูก ต้องไปรับคุณดาวที่สปาด้วย” ท่านหิรัญเพิ่งคุยโทรศัพท์เสร็จก็เดินเข้ามาหาผู้เป็นลูกสาว ก้มลงหอมฟอดที่หน้าผากอย่างรักใคร่ ในสายตาเขา ต่อให้ลูกจะโตแค่ไหนก็ยังเป็นเด็กน้อยสำหรับคนเป็นพ่อเสมอ “เดี๋ยวนี้อะไรๆ คุณดาว” หน้าตาเง้างอนออกอาการไม่พอใจ เบนสายตาหนีไปอีกทาง “โธ่ เลิกงอนป๊าได้แล้วน่า เราคุยเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้วนะ” ลมหายใจพ่นพรืดหนึ่งที รีบตัดบทก่อนลูกสาวก่อนจะโยงเข้าดรามาให้ได้ทะเลาะกันอีก “งั้นป๊าไปก่อนนะลูก รักหนูนะคนสวย” ท่านกอดลาลูกสาวอีกหนึ่งที จากนั้นสายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวมองเขม็งเด็กหนุ่มที่ยังไม่ยอมขยับเขยื้อน “นายจะนั่งอยู่อีกนานไหม ลุกออกมาสิ” เรียกตะวันให้ออกมาจากเพนต์เฮาส์ของลูกสาวพร้อมกัน อีกฝ่ายก็ลุกเดินตามไปอย่างว่าง่าย อาการหวงลูกสาวของท่านหิรัญสมแล้วที่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนผ่านมาตรฐานว่าที่ลูกเขยของท่านไปได้เลย สแกนละเอียดยิบ! เห็ดหอมพ่นลมหายใจพรืดใหญ่เมื่อกลับมาอยู่ตามลำพังอีกครั้ง ศรีษะเล็กเอนซบพนักโซฟาและหลับตาลงอย่างช้าๆ เหมือนคนที่เพิ่งเจอเรื่องเครียดมากมายจนต้องหยุดใช้ความคิด ในเมื่อป๊ากับอาคิเรย์กลัวเธอจะประชดหาเรื่องเที่ยวหาเรื่องนอนกับผู้ชายจนต้องมีบอดีการ์ดคอยประกบติดอยู่อย่างนี้ ถ้ามันทำแบบเมื่อก่อนไม่ได้ก็แค่ต้องเปลี่ยนแผนใหม่ “ป๊าไม่ชอบตะวัน..” และเธอก็ไม่ชอบเหมือนกัน ปิ๊ง! “แต่เราก็ใช้ไอ้เด็กนั่นประชดป๊าได้นี่นา” มันอาจฟังดูเป็นอะไรที่ร้องยี้เพราะผู้ชายที่เป็นเป้าหมายต่อจากนี้คือตะวัน แต่นี่คือการแก้เผ็ดที่ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ ฉลาดจริงๆ เลยเห็ดหอม งานนี้ยิงปืนนัดเดียวนกร่วงกันเป็นฝูงแน่ ทุกคนคิดว่าแค่ส่งบอดีการ์ดมาคุมพฤติกรรมแล้วจะทำให้เธอยอมอยู่เงียบๆ ได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ บอกไว้เลยนะ ตราบใดที่ปะป๊ายังไม่สนใจความรู้สึกลูกคนนี้แล้วยังดึงดันจะแต่งงานกับยายดาวประกายให้ได้ เธอก็จะดื้อหาลูกเขยให้ป๊าเหมือนกัน!“อ้าว ตะวันมาอยู่นี่เอง เจ๊คิดว่าเราชิ่งกลับแล้วซะอีก” เจ๊ปิงปองเอ่ยทักมาแต่ไกล ด้านหลังที่เดินตามมาด้วยกันติดๆ คือดาราสาวหน้าหวานติดเหวี่ยง ‘ไหนบอกไม่ชอบกินไอติม แล้วในมือนั่นอะไร!’ เห็ดหอมข่มอาการหน้าบึ้งเอาไว้ขณะเดินเข้าไปหาตะวันที่นั่งใกล้ข้าวทิพย์อย่างสนิทสนม“ขอโทษทีครับเจ๊ปิง ผมเห็นว่าเจ๊อยู่ข้างในแล้วก็เลยไม่รู้จะเข้าไปทำไมอีก กลัวเกะกะคนอื่นเขาทำงานน่ะครับ”“รู้ตัวก็ดี” เห็ดหอมโพล่งออกมาก่อนจะกอดอกลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่ได้พูดอะไรออกไป“ไม่เป็นไร แค่นี้เราก็ทำหน้าที่ได้ดีมากๆ แล้ว” เจ๊ปิงปองส่งยิ้มให้ชายหนุ่มพลางคิดในใจว่าดีเสียอีกที่ตะวันรออยู่ด้านนอก เพราะการที่ตะวันแค่เข้าไปยืนเฉยๆ ในสตูดิโอก็เรียกความสนใจจากเหล่าทีมงาน โดยเฉพาะพวกผู้หญิง แต่ละคนพากันมองเสียจนเก็บอาการไม่อยู่“งั้นเรากลับกันเลยดีกว่า” “เจ๊ไปรอที่รถก่อนนะคะ หนูขอคุยกับน้องเขาแป๊บเดียวเดี๋ยวจะรีบตามไป” เห็ดหอมบอกผู้จัดการคนสวย เจ๊ปิงปองพยักหน้ายิ้มแย้มเข้าใจ ก่อนจะเดินรี่ไปรอที่รถ “พี่ขอบใจสำหรับวันนี้มากนะข้าวทิพย์ ไอติมอร่อยมากๆ”“ขอบคุณมากนะคะพี่ ถ้าไม่ได้พี่ ป่านนี้หนูคงยังขายไม่หมด” ข้าวทิพย์ถึ
อีกหนึ่งวันทำงานปกติ เห็ดหอมมีอัดเทปถ่ายรายการทำอาหาร เป็นรายการที่มีผู้ชมเยอะพอสมควร พิธีกรของรายการนี้ก็สนิทสนมกับเธอด้วยอีกฝ่ายเป็นคนเฮฮาอารมณ์ดีและได้เจอกันตามงานอีเวนต์บ่อยๆ “พี่เล็งมานานแล้วน้องเห็ด ผู้ชายหล่อๆ ล่ำๆ หุ่นแซ่บน่ากินคนนั้นใครอะค่ะ พี่เห็นนะว่าเขามากับหนู” เสียงแจ๋วแหววของพี่อลิซ สาวสองซึ่งเป็นพิธีกรของรายการเข้ามาถามเธอระหว่างกำลังพักเบรกผู้ชายที่พี่อลิซหมายถึงจะเป็นใครไปเสียอีก หากไม่ใช่ตะวัน…“อ๋อ บอดีการ์ดหนูน่ะค่ะพี่” “หืม? เดี๋ยวนี้มีบอดีการ์ดแล้วเหรอคะ”“ก็ให้มาช่วยแบ่งเบาภาระเจ๊ปิงปองน่ะค่ะ” ใครจะไปบอกความจริงกันเล่าว่าหน้าที่ของไอ้บอดีการ์ดคนนี้คือตามมาคุมพฤติกรรมเธอต่างหาก “แล้วบอดีการ์ดสุดหล่อของน้องเห็ดชื่ออะไรเหรอคะ” สายตาแพรวพราวเก็บความอยากไม่อยู่ของพี่อลิซกำลังจ้องมองไปยังตะวัน รายนั้นแค่ยืนหน้านิ่งๆ เหมือนหุ่นรูปปั้นแต่ออร่าความหล่อกระแทกตาคนในสตูดิโอเต็มๆ กลายเป็นจุดสนใจแย่งซีนเธอไปเสียได้ “ชื่อตะวันค่ะ”“ตะวัน~ แหม ชื่อก็เพราะ หน้าก็หล่อ น้องเห็ดไปหาบอดีการ์ดงานดีแบบนี้มาจากไหนคะเนี่ย พี่ละอิจฉ๊าอิจฉา..” พี่อลิซมองตะวันจนหมอนั่นหันมาส
วันพักผ่อนปกติของเห็ดหอมหากไม่นอนอุดอู้อยู่แต่ในห้องก็จะแวะเวียนไปหาเพื่อนแล้วแต่ใครว่างบ้าง ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกวันดีที่เธอและเพื่อนว่างตรงกันจึงตกลงนัดเจอที่ลองชาคาเฟ่ เป็นคาเฟ่เล็กๆ แสนน่ารักของจริงใจเพื่อนอีกคนในกลุ่ม แน่นอนเห็ดหอมไม่ได้ไปตัวคนเดียว ต้องมีตะวันตามไปด้วย เธอต้องยอมสลัดความรำคาญใจทิ้งไปซะ เพราะต่อจากนี้ต้องใช้ตะวันให้เป็นประโยชน์ “ไม่นั่งข้างหลังแล้วเหรอ” “ฉันจะนั่งหน้า”“แล้วแต่” ตะวันไหวไหล่ราวกับบอกว่าตามสบายเลยแม่คุณ เขาก็แค่คิดว่าเธอคงไม่อยากนั่งใกล้ตัวเองก็เท่านั้น รถหรูส่วนตัวของดาราสาวที่มีตะวันเป็นคนขับค่อยๆ แล่นออกจากตัวคอนโด ตรงไปตามเส้นทางถนนเบื้องหน้าซึ่งมีรถราวิ่งอยู่คลาคล่ำเห็ดหอมเหลือบตามองคนข้างกายเล็กน้อย ลืมตัวจนเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อสายตาไม่รักดีกำลังจ้องมองท่อนแขนแข็งแรงมีเส้นเลือดปูดโปนล้อมรอบมัดกล้ามเนื้อ ไหนจะรอยสักงูสีดำพันรอบแขนตัดกับผิวขาวสุขภาพดีของเจ้าตัว ยิ่งทำให้เขาดูโดดเด่นเตะตาขึ้นมา ไอ้เด็กนี่ดูแน่นดีจังเลยแฮะเห็ดหอมสะบัดศรีษะเล็กน้อยเมื่อสติสตังเตลิดคิดไปไกล โชคดีที่ตะวันไม่เห็นสีหน้าเมื่อสักครู่ของเธอ ไม่อย่างนั้
ท่านหิรัญรู้ข่าวเรื่องที่ลูกสาวมีบอดีการ์ดคอยตามดูแล ทีแรกท่านไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับความคิดนี้ ไม่ได้หมายความว่าคิเรย์ทำเกินไป แต่เพราะเป็นพ่อเลยหวงลูกสาวที่มีผู้ชายหน้าไหนไม่รู้คอยตามประกบติดชีวิตต่างหาก‘ไอ้หนุ่มนี่ไว้ใจได้แน่เหรอ’‘ไว้ใจได้ครับพี่ ตะวันเป็นผู้ชายคนเดียวที่ผมคิดว่าจัดการน้องเห็ดได้ สองคนนี้ไม่ถูกกัน พี่หมดห่วงเรื่องที่กลัวอยู่ได้เลย’เรื่องที่กลัวมีอยู่เรื่องเดียวนั่นก็คือกลัวเห็ดหอมคิดประชดบ้าๆ ด้วยการอยากมีอะไรกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ต่อต้านเขาที่มีเมียใหม่ ที่ผ่านมาลูกสาวตัวแสบไม่เคยทำสำเร็จเลยเพราะมีทั้งเขาและคิเรย์คอยช่วยสอดส่องตามดูแลตลอด แต่ตอนนี้ต่างคนต่างมีหน้าที่หลายอย่างต้องรับผิดชอบ จะให้มาตามติดชีวิตเห็ดหอมแบบเดิมก็คงไม่ได้ คิเรย์จึงเลือกใช้วิธีนี้ที่เจ้าตัวคิดว่าได้ผลที่สุด‘น้องเห็ดไม่มีทางประชดใส่คนที่ตัวเองเกลียดเข้าไส้หรอกพี่’คิเรย์บอกกล่าวแบบนี้ให้เขาสบายใจ วันนี้เขาจึงต้องมาให้เห็นกับตาว่ามันจะจริงอย่างที่ว่าหรือเปล่า เขาหวั่นใจยายลูกสาวตัวแสบ กลัวเธอจะทำได้ทุกอย่างเพื่อหาทางเอาคืนเขาให้มากที่สุด “หน้าตาก็ดูดีใช้ได้เลยนิ เป็นดารานายแบบได้สบา
“ไม่ต้องตกใจไปนะ ไม่ใช่ปอบที่ไหนเข้าสิงหรอก กินแบบนี้เป็นปกติ” เจ๊ปิงปองที่นั่งใกล้กันเอี้ยวตัวมากระซิบบอกเบาๆ ตะวันนึกขำอยู่ในใจ เห็ดหอมเป็นคนที่รูปร่างสัดส่วนดีมาก การที่เธอกินเข้าไปเยอะขนาดนั้นก็คงออกกำลังกายหนักเช่นกัน ไม่เช่นนั้นแล้วป่านนี้คงกลายเป็นคนมีเหนียง มีพุงเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าเป็นดารานักแสดงจำต้องคุมอาหารและออกกำลังกายอยู่เสมอ เมื่อกี้พูดเองอยู่หยกๆ ว่าที่เขามาร่วมโต๊ะด้วย ตนจะกินลงได้ยังไง แต่เท่าที่เห็นตอนนี้เธอแทบไม่เงยหน้าจากจานอาหารเลย และเพียงเวลาไม่นานเห็ดหอมก็ยัดทั้งหมดใส่ท้องเล็กๆ นั่นจนเกลี้ยงกินเก่งฉิบหาย ไม่อยากจะนึกถึงตอนแม่นี่มีแฟน ผู้ชายคนนั้นคงตกใจไม่ต่างกับเขาในตอนนี้ “ไปรอที่รถก่อนนะ เจ๊ขอคุยธุระแป๊บเดียวเดี๋ยวจะรีบตามไป” ช่วงนี้เจ๊ปิงปองติดต่อกับที่บ้านบ่อย คงเป็นเรื่องที่น้องชายคนเล็กของเจ๊กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เห็ดหอมกับเจ๊สนิทกันมากเหมือนพี่สาวน้องสาวจึงแทบรู้ทุกๆ เรื่องของอีกฝ่ายเจ๊ปิงปองเดินเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์อีกทาง ปล่อยเธออยู่กับตะวันเพียงสองคน “นั่นเธอจะไปไหน” เสียงเข้มเอ่ยถามเมื่อร่างเล็กไม่ได้จะเดินมาที่รถกับเ
หากถามว่าเห็ดหอมเป็นดาราที่มีชื่อเสียงและคนรู้จักเยอะหรือเปล่า ตอบได้เต็มปากเต็มคำว่าเธอมีชื่อเสียงโด่งดังพอสมควร ผลงานแจ้งเกิดของเธอมาจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องแรกที่ได้เป็นนักแสดงนำร่วมกับดาราดังในวงการหลายคน อีกทั้งฝีมือการแสดงของเธอเล่นดีเตะตาสมบทบาท ทำให้กลายเป็นขวัญใจคนดูและเริ่มมีแฟนคลับมากมายมาตั้งแต่นั้น ในแต่ละเดือนเห็ดหอมมีงานเข้ามาเยอะแยะเต็มไปหมด เธอทำงานเหมือนเป็นหนี้ทั้งที่ครอบครัวตัวเองนั้นก็จัดอยู่ในขั้นอภิมหาเศรษฐี ต่อให้ไม่ทำงานก็นอนใช้เงินชาตินี้ไม่มีวันหมด ทว่ากลับเป็นคนขยันและรักในงานที่ตัวเองทำ อย่างวันนี้เห็ดหอมก็มีงานร่วมเปิดตัวอีเวนต์แชมพูยี่ห้อดังที่เธอเป็นหนึ่งในพรีเซนเตอร์ร่วมกับดาราอีกหลายคน “หนูแต่งหน้าทำผมเสร็จแล้วนะเจ๊ เจ๊จะมาตอนไหนอะ” เสียงหวานคุยโทรศัพท์กับผู้จัดการส่วนตัว เนื่องจากเจ๊ปิงปองยังจัดการธุระของที่บ้านไม่เสร็จจึงจะตามมาในภายหลัง (อีกสักหนึ่งชั่วโมงเลยแหละ แต่หนูไม่ต้องกลัวเหงานะ เจ๊ส่งคนไปดูแลหนูแทนเจ๊แล้ว นี่ก็คงใกล้ถึงแล้วมั้ง) เห็ดหอมคิดว่าคงเป็นเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทของเจ๊ปิงปองที่เคยมาช่วยดูแลเธอตอนถ่ายงานละครบ่อยๆ จึงไม่ได้ซั







