تسجيل الدخول“ไม่ต้องตกใจไปนะ ไม่ใช่ปอบที่ไหนเข้าสิงหรอก กินแบบนี้เป็นปกติ” เจ๊ปิงปองที่นั่งใกล้กันเอี้ยวตัวมากระซิบบอกเบาๆ
ตะวันนึกขำอยู่ในใจ เห็ดหอมเป็นคนที่รูปร่างสัดส่วนดีมาก การที่เธอกินเข้าไปเยอะขนาดนั้นก็คงออกกำลังกายหนักเช่นกัน ไม่เช่นนั้นแล้วป่านนี้คงกลายเป็นคนมีเหนียง มีพุงเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าเป็นดารานักแสดงจำต้องคุมอาหารและออกกำลังกายอยู่เสมอ เมื่อกี้พูดเองอยู่หยกๆ ว่าที่เขามาร่วมโต๊ะด้วย ตนจะกินลงได้ยังไง แต่เท่าที่เห็นตอนนี้เธอแทบไม่เงยหน้าจากจานอาหารเลย และเพียงเวลาไม่นานเห็ดหอมก็ยัดทั้งหมดใส่ท้องเล็กๆ นั่นจนเกลี้ยง กินเก่งฉิบหาย ไม่อยากจะนึกถึงตอนแม่นี่มีแฟน ผู้ชายคนนั้นคงตกใจไม่ต่างกับเขาในตอนนี้ “ไปรอที่รถก่อนนะ เจ๊ขอคุยธุระแป๊บเดียวเดี๋ยวจะรีบตามไป” ช่วงนี้เจ๊ปิงปองติดต่อกับที่บ้านบ่อย คงเป็นเรื่องที่น้องชายคนเล็กของเจ๊กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เห็ดหอมกับเจ๊สนิทกันมากเหมือนพี่สาวน้องสาวจึงแทบรู้ทุกๆ เรื่องของอีกฝ่าย เจ๊ปิงปองเดินเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์อีกทาง ปล่อยเธออยู่กับตะวันเพียงสองคน “นั่นเธอจะไปไหน” เสียงเข้มเอ่ยถามเมื่อร่างเล็กไม่ได้จะเดินมาที่รถกับเขา แต่เธอกลับเดินไปยังถนนเบื้องหน้าที่ห่างออกจากร้านเพียงนิดเดียวเสียแทน “ถามไม่ตอบ จะไปไหน!” เสียงดุขึ้นมาหนึ่งระดับเมื่อพูดด้วยก็ไม่ยอมตอบ ตะวันรั้งข้อมือขาวเอาไว้ได้ทันก่อนหญิงสาวจะข้ามทางม้าลาย “จะไปซื้อไอติม ยุ่งไรด้วยเนี่ย” “ไม่ต้องมาชักสีหน้าหงุดหงิดใส่ฉันเลยนะ จะไปไหนมาไหนก็บอกกันดิวะ จู่ๆ เดินออกมาหน้าตาเฉย เดี๋ยวเหอะ..” ไอ้เด็กนี่สะบัดน้ำเสียงไม่พอใจใส่เธอ คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน! “แค่จะซื้อไอติมฉันต้องรายงานแกด้วยหรือไงไอ้นี่” “เออ! จะทำอะไรจะไปที่ไหนก็ต้องบอก ฉันเป็นบอดีการ์ดมีหน้าที่ดูแลเธอทุกฝีเก้า จำใส่สมองน้อยนิดของเธอไว้ด้วย” โดนโต้คืนแบบนี้ เห็ดหอมเถียงไม่ทัน “แล้วนี่จะกินอะไรเยอะแยะวะ เมื่อกี้ก็ยัดห่าอาหารทั้งโต๊ะ ถามจริงยังกินไหวอยู่อีกเหรอ” เป็นคำถามที่เหมือนโดนด่ายังไงไม่รู้ เห็ดหอมเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน สีหน้าบูดบึ้งทวีคูณ “สาระแน! จะกินเท่าไรก็ปากฉัน ไม่ได้ยืมปากแกมากินสักหน่อย” ด่าเสร็จก็ใช้จังหวะถนนโล่งวิ่งข้ามทางม้าลายไปทันที ส่วนตะวันนั้นยังไม่ทันจะตามไป รถสิบล้อคันเบอเร่อมาจากไหนไม่รู้ก็เข้าขวางทางกันเสียก่อน “ว๊ายยยย!” เพียงเสี้ยวนาทีที่คลาดสายตา เห็ดหอมกลับโดนโจรกระชากกระเป๋า เสียงร้องตื่นตกใจของเธอดังมาถึงถนนฟากนี้ เธอยื้อยุดฉุดกระชากกระเป๋าจากไอ้โจรชั่ว ปากก็ร้องขอความช่วยเหลือที่แทบจะไม่มีใครอยู่บริเวณนั้นเลยนอกจากรถเข็นขายไอศกรีม “ไอ้เหี้ย! มึงปล่อยนะเว้ย! อย่าให้กูข้ามไปได้นะกูเอามึงตายแน่” ตะวันยังไม่สามารถข้ามถนนที่รถวิ่งกันขวักไขว่ไปได้ รถมาเร็วเสียจนเวียนหัวตาลาย ตอนนี้เขาจึงต้องลงมาจากฟุตบาท ส่งสัญญาณมือขอให้รถหยุด แต่ก็อย่างว่าที่นี่ประเทศไทยแทบไม่มีรถคันไหนหยุดให้เขาเลย “ปล่อยสิวะอีนี่!” โจรกระจอกเป็นผู้ชายตัวเล็กรูปร่างผอมบาง เขาคอยมองเห็ดหอมมาตลอดตั้งแต่ตอนออกจากร้านอาหารแล้ว เมื่อสบโอกาสที่เธอข้ามถนนมาฝั่งนี้ก็รีบอาศัยจังหวะทีเผลอฉกชิงกระเป๋าแบรนด์เนมหรู แต่หญิงสาวกลับมือแน่นเป็นกาวไม่ยอมปล่อยมันให้หลุดออกจากมือเธอเลย “แกน่ะสิปล่อย รู้ไหมใบนี้ราคาเกือบล้านเลยนะไอ้บ้า ถ้ากระเป๋าฉันเป็นรอยนิดเดียวล่ะก็แกตายแน่!” เธอขู่ด้วยเสียงแหลมปรี๊ดเสียดหู แต่กลับทำให้โจรตาลุกวาวเมื่อรู้ราคามหาศาลของมัน แรงยื้อแย่งยิ่งเพิ่มมากขึ้น เมื่อเห็นว่าเจ้าของกระเป๋านั้นดื้อด้านนักก็คว้ามีดพกที่เหน็บติดตัวไว้ขึ้นมาขู่ “ปล่อย…โอ๊ยยย!” ยังไม่ทันเอ่ยข่มขู่ไปมากกว่านั้น ท่อนไม้ขนาดเหมาะมือที่ฟาดพลัวะใส่ท้ายทอยทำโจรผอมกระหร่องถึงกับเซแถดๆ มือปล่อยกระเป๋าในทันที “แกนั่นแหละต้องปล่อย!” เห็ดหอมกอดกระเป๋าแน่น มองคนที่มาช่วยซึ่งก็คือแม่ค้าร้านไอศกรีมนั่นเอง เธอถอยกรูดหลบออกมาเป็นจังหวะเดียวกับที่ตะวันข้ามถนนมาได้พอดี ไอ้โจรกระจอกเห็นดังนั้นก็รู้ว่ามันเสียเปรียบ ไหนจะท่อนไม้ในมืออีนังแม่ค้าคนนี้ แล้วไอ้ผู้ชายที่เพิ่งตามมาสมทบก็ตัวใหญ่บึกบึน แค่จับเขาโยนทุ่มลงพื้นมือเดียวก็คงได้ มันจึงรีบโกยอ้าวแผ่นแนบไม่คิดชีวิตโดยไม่ได้อะไรติดมือไปแม้แต่อย่างเดียว “อ้าวไอ้เหี้ย! หนีหางจุกตูดเลยนะมึง” ตะวันด่าเสียงขรมไล่หลัง เจ็บใจที่ยังไม่ได้จัดการมันสักหมัดสองหมัด “เธอเป็นอะไรหรือเปล่า” หันมาไถ่คนตัวเล็กที่ยังไม่หายตกใจ ก่อนเธอจะส่ายหน้าให้เขาช้าๆ มือก็ยังกอดกระเป๋าอยู่แบบนั้น “ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันไว้” เห็ดหอมพูดกับแม่ค้าไอศกรีม เธอยังถือท่อนไม้ไว้ในมือ ซึ่งถ้าไม่ได้เธอช่วยไว้ป่านนี้เห็ดหอมคงโดนมีดไอ้โจรชั่วเสียบท้องไปแล้วก็ได้ “พี่! พี่ตะวันใช่ไหม” แม่ค้าไอศกรีมไม่ได้มองเห็ดหอม แต่กลับให้ความสนใจผู้ชายข้างๆ เธอแทน “เอ่อ ครับ? รู้จักผมเหรอ” ตะวันงุนงงเมื่อมีคนไม่รู้จักทักถามชื่อ “รู้จักสิ ก็เราเคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน พี่จำหนูไม่ได้เหรอ หนูชื่อข้าวไง” ข้าว?… ข้าวไหนอีกวะ? สีหน้าตะวันงุนงงอย่างเห็นได้ชัด อีกฝ่ายจึงถอดแมสที่ปิดบังใบหน้าออกก่อนจะฉีกยิ้มกว้างเห็นฟันขาวเรียงระเบียบสวย ใบหน้ากลมๆ และแก้มอมชมพูทำให้คนเจ้าเนื้ออย่างเธอดูกลายเป็นสาวน่ารักไปในทันที “ข้าวทิพย์ห้องม.5/3 ไงคะ” “อ่า…ผมจำไม่ได้” “ก็ที่เคยอยู่ชมรมเดียวกับพี่ แล้วก็ตอนกีฬาสี เราก็อยู่สีเดียวกันไง หนูแข่งเปตอง พี่พอจะจำได้ยัง” เธอดูจะตื่นเต้นมากเมื่อพูดทุกอย่างออกมา ผิดกับตะวันที่ต้องค่อยๆ ไล่ย้อนความทรงจำในช่วงนั้น หากแต่นึกเท่าไรก็จำได้แค่เลือนลาง “มันนานแล้วน่ะ ผมจำไม่ค่อยได้หรอก” ตะวันบอกไปตามตรง เธอดูจะเสียดายอยู่บ้างแต่ก็ฉีกยิ้มกว้างอีกครั้ง “ดีใจจังที่ได้เจอพี่อีก ว่าแต่พี่เป็นแฟนกับพี่คนนี้…กรี๊ดดด! เดี๋ยวนะ นี่ดารานี่นา เห็ดหอม หวันยิหวาใช่ไหมคะ ฉันจำได้” เธอดูตกใจและดีใจในคราวเดียวกัน ดวงตากลมเล็กวิบวับไปด้วยความตื่นเต้น แม้เห็ดหอมจะสวมแว่นกันแดดและหมวก แต่ก็ยังมีคนจำเธอได้ “ฉันเป็นแฟนคลับคุณ ติดตามผลงานตลอดเลยค่ะ ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ” น้ำเสียงสั่นๆ เอ่ยอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าเห็ดหอมจะหายวับไปต่อหน้าแล้วเธอก็จะพลาดขอถ่ายรูปและลายเซ็น เห็ดหอมห้ามไม่ให้ตะวันบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับเจ๊ปิงปองด้วยกลัวจะโดนบ่นจนหูชา โชคดีเมื่อเจ๊คุยโทรศัพท์เสร็จก็บังเอิญเจอเพื่อนเลยหยุดทักทายกันสักพักหนึ่ง พอดีกับที่คนทั้งสองข้ามถนนกลับมายังรถ เจ๊ก็เลยไม่ได้สงสัยอะไรที่พากันหายไปนาน เจ๊ปิงปองมาส่งเห็ดหอมที่เพนต์เฮาส์ แต่ตอนลงจากรถก็ไม่วายมีคนลงตามมาอีก “นี่! ฉันจะกลับห้องแล้ว ไม่ต้องตามขึ้นไปส่งถึงข้างบนหรอกน่า นายกลับไปเถอะ” อะไรมันจะตามติดกันขนาดนี้ เธอรำคาญหมอนี่จริงๆ นะ ทำหน้าที่ได้ดีเกินไปแล้ว “ฉันไม่ได้จะขึ้นไปส่งเธอ ฉันจะกลับห้องของฉันเหมือนกัน” ตะวันยักไหล่สบายๆ ก่อนจะเดินนำหน้าหญิงสาวเข้าไปในคอนโดฯ หรูที่ข้างบนนั้นมีเพนต์เฮาส์เพียงไม่กี่ห้อง ราคาแพงหูฉี่คือที่อยู่ของพวกคนรวย เห็ดหอมหน้าบึ้งมาตลอดทางเพราะหงุดหงิดตะวัน ไอ้เด็กนี่ตั้งใจกวนอารมณ์เธออยู่ชัดๆ คงอ้างไปเรื่อยเพื่อจะตามขึ้นมาส่งบนห้อง ทำเหมือนเธอจะแอบหนีเที่ยวเป็นเด็กๆ ไปได้ แต่แล้วเห็ดหอมก็ต้องแปลกใจที่ตะวันมีคีย์การ์ดเหมือนกันกับเธอ มันเป็นคีย์การ์ดสำหรับคนที่พักในเพนต์เฮาส์เท่านั้น และเมื่อไอ้หมอนั่นเดินไปหยุดยืนหน้าห้องตรงข้ามกับห้องเธอ เห็ดหอมก็ยิ่งงุนงงเป็นไก่ตาแตก ”เดี๋ยวนะ! มันเป็นไปได้ยังไง ห้องนี้มีคนอยู่แล้วนี่” จำได้ว่าเป็นลูกชายนักธุรกิจอะไรนี่แหละ เห็ดหอมไม่ได้สนิทนักแต่ก็เคยเห็นหน้าอยู่บ้าง “ก็เป็นไปแล้ว” ตะวันชูคียการ์ดให้เธอดูชัดๆ ราวกับจะเยาะเย้ย “เธอคงตกข่าวล่ะสิ เจ้าของห้องนี้เขาขายห้องไปนานแล้วนะ” “ขายให้แกน่ะเหรอ!” “เฮียคิเรย์ต่างหาก” ตะวันยิ้มกริ่ม “พอฉันรับงานยอมเป็นบอดีการ์ดให้เธอ เฮียคิเรย์เลยให้ฉันย้ายมาอยู่ที่นี่แทน เธอจะได้อยู่ใกล้หูใกล้ตาฉันไง” บ้าที่สุด! เห็ดหอมโกรธจนใบหน้าสะสวยแปรเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัด “ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับคุณเพื่อนบ้าน” ตะวันก้มกระซิบใกล้ๆ ก่อนจะแสยะยิ้มพออกพอใจอย่างท้าทาย เห็ดหอมแทบปรี๊ดแตก ชีวิตเธอต่อจากนี้จะไม่มีทางสงบสุขอีกต่อไปก็เพราะไอ้เด็กนี่นี่แหละ!“อ้าว ตะวันมาอยู่นี่เอง เจ๊คิดว่าเราชิ่งกลับแล้วซะอีก” เจ๊ปิงปองเอ่ยทักมาแต่ไกล ด้านหลังที่เดินตามมาด้วยกันติดๆ คือดาราสาวหน้าหวานติดเหวี่ยง ‘ไหนบอกไม่ชอบกินไอติม แล้วในมือนั่นอะไร!’ เห็ดหอมข่มอาการหน้าบึ้งเอาไว้ขณะเดินเข้าไปหาตะวันที่นั่งใกล้ข้าวทิพย์อย่างสนิทสนม“ขอโทษทีครับเจ๊ปิง ผมเห็นว่าเจ๊อยู่ข้างในแล้วก็เลยไม่รู้จะเข้าไปทำไมอีก กลัวเกะกะคนอื่นเขาทำงานน่ะครับ”“รู้ตัวก็ดี” เห็ดหอมโพล่งออกมาก่อนจะกอดอกลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่ได้พูดอะไรออกไป“ไม่เป็นไร แค่นี้เราก็ทำหน้าที่ได้ดีมากๆ แล้ว” เจ๊ปิงปองส่งยิ้มให้ชายหนุ่มพลางคิดในใจว่าดีเสียอีกที่ตะวันรออยู่ด้านนอก เพราะการที่ตะวันแค่เข้าไปยืนเฉยๆ ในสตูดิโอก็เรียกความสนใจจากเหล่าทีมงาน โดยเฉพาะพวกผู้หญิง แต่ละคนพากันมองเสียจนเก็บอาการไม่อยู่“งั้นเรากลับกันเลยดีกว่า” “เจ๊ไปรอที่รถก่อนนะคะ หนูขอคุยกับน้องเขาแป๊บเดียวเดี๋ยวจะรีบตามไป” เห็ดหอมบอกผู้จัดการคนสวย เจ๊ปิงปองพยักหน้ายิ้มแย้มเข้าใจ ก่อนจะเดินรี่ไปรอที่รถ “พี่ขอบใจสำหรับวันนี้มากนะข้าวทิพย์ ไอติมอร่อยมากๆ”“ขอบคุณมากนะคะพี่ ถ้าไม่ได้พี่ ป่านนี้หนูคงยังขายไม่หมด” ข้าวทิพย์ถึ
อีกหนึ่งวันทำงานปกติ เห็ดหอมมีอัดเทปถ่ายรายการทำอาหาร เป็นรายการที่มีผู้ชมเยอะพอสมควร พิธีกรของรายการนี้ก็สนิทสนมกับเธอด้วยอีกฝ่ายเป็นคนเฮฮาอารมณ์ดีและได้เจอกันตามงานอีเวนต์บ่อยๆ “พี่เล็งมานานแล้วน้องเห็ด ผู้ชายหล่อๆ ล่ำๆ หุ่นแซ่บน่ากินคนนั้นใครอะค่ะ พี่เห็นนะว่าเขามากับหนู” เสียงแจ๋วแหววของพี่อลิซ สาวสองซึ่งเป็นพิธีกรของรายการเข้ามาถามเธอระหว่างกำลังพักเบรกผู้ชายที่พี่อลิซหมายถึงจะเป็นใครไปเสียอีก หากไม่ใช่ตะวัน…“อ๋อ บอดีการ์ดหนูน่ะค่ะพี่” “หืม? เดี๋ยวนี้มีบอดีการ์ดแล้วเหรอคะ”“ก็ให้มาช่วยแบ่งเบาภาระเจ๊ปิงปองน่ะค่ะ” ใครจะไปบอกความจริงกันเล่าว่าหน้าที่ของไอ้บอดีการ์ดคนนี้คือตามมาคุมพฤติกรรมเธอต่างหาก “แล้วบอดีการ์ดสุดหล่อของน้องเห็ดชื่ออะไรเหรอคะ” สายตาแพรวพราวเก็บความอยากไม่อยู่ของพี่อลิซกำลังจ้องมองไปยังตะวัน รายนั้นแค่ยืนหน้านิ่งๆ เหมือนหุ่นรูปปั้นแต่ออร่าความหล่อกระแทกตาคนในสตูดิโอเต็มๆ กลายเป็นจุดสนใจแย่งซีนเธอไปเสียได้ “ชื่อตะวันค่ะ”“ตะวัน~ แหม ชื่อก็เพราะ หน้าก็หล่อ น้องเห็ดไปหาบอดีการ์ดงานดีแบบนี้มาจากไหนคะเนี่ย พี่ละอิจฉ๊าอิจฉา..” พี่อลิซมองตะวันจนหมอนั่นหันมาส
วันพักผ่อนปกติของเห็ดหอมหากไม่นอนอุดอู้อยู่แต่ในห้องก็จะแวะเวียนไปหาเพื่อนแล้วแต่ใครว่างบ้าง ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกวันดีที่เธอและเพื่อนว่างตรงกันจึงตกลงนัดเจอที่ลองชาคาเฟ่ เป็นคาเฟ่เล็กๆ แสนน่ารักของจริงใจเพื่อนอีกคนในกลุ่ม แน่นอนเห็ดหอมไม่ได้ไปตัวคนเดียว ต้องมีตะวันตามไปด้วย เธอต้องยอมสลัดความรำคาญใจทิ้งไปซะ เพราะต่อจากนี้ต้องใช้ตะวันให้เป็นประโยชน์ “ไม่นั่งข้างหลังแล้วเหรอ” “ฉันจะนั่งหน้า”“แล้วแต่” ตะวันไหวไหล่ราวกับบอกว่าตามสบายเลยแม่คุณ เขาก็แค่คิดว่าเธอคงไม่อยากนั่งใกล้ตัวเองก็เท่านั้น รถหรูส่วนตัวของดาราสาวที่มีตะวันเป็นคนขับค่อยๆ แล่นออกจากตัวคอนโด ตรงไปตามเส้นทางถนนเบื้องหน้าซึ่งมีรถราวิ่งอยู่คลาคล่ำเห็ดหอมเหลือบตามองคนข้างกายเล็กน้อย ลืมตัวจนเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อสายตาไม่รักดีกำลังจ้องมองท่อนแขนแข็งแรงมีเส้นเลือดปูดโปนล้อมรอบมัดกล้ามเนื้อ ไหนจะรอยสักงูสีดำพันรอบแขนตัดกับผิวขาวสุขภาพดีของเจ้าตัว ยิ่งทำให้เขาดูโดดเด่นเตะตาขึ้นมา ไอ้เด็กนี่ดูแน่นดีจังเลยแฮะเห็ดหอมสะบัดศรีษะเล็กน้อยเมื่อสติสตังเตลิดคิดไปไกล โชคดีที่ตะวันไม่เห็นสีหน้าเมื่อสักครู่ของเธอ ไม่อย่างนั้
ท่านหิรัญรู้ข่าวเรื่องที่ลูกสาวมีบอดีการ์ดคอยตามดูแล ทีแรกท่านไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับความคิดนี้ ไม่ได้หมายความว่าคิเรย์ทำเกินไป แต่เพราะเป็นพ่อเลยหวงลูกสาวที่มีผู้ชายหน้าไหนไม่รู้คอยตามประกบติดชีวิตต่างหาก‘ไอ้หนุ่มนี่ไว้ใจได้แน่เหรอ’‘ไว้ใจได้ครับพี่ ตะวันเป็นผู้ชายคนเดียวที่ผมคิดว่าจัดการน้องเห็ดได้ สองคนนี้ไม่ถูกกัน พี่หมดห่วงเรื่องที่กลัวอยู่ได้เลย’เรื่องที่กลัวมีอยู่เรื่องเดียวนั่นก็คือกลัวเห็ดหอมคิดประชดบ้าๆ ด้วยการอยากมีอะไรกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ต่อต้านเขาที่มีเมียใหม่ ที่ผ่านมาลูกสาวตัวแสบไม่เคยทำสำเร็จเลยเพราะมีทั้งเขาและคิเรย์คอยช่วยสอดส่องตามดูแลตลอด แต่ตอนนี้ต่างคนต่างมีหน้าที่หลายอย่างต้องรับผิดชอบ จะให้มาตามติดชีวิตเห็ดหอมแบบเดิมก็คงไม่ได้ คิเรย์จึงเลือกใช้วิธีนี้ที่เจ้าตัวคิดว่าได้ผลที่สุด‘น้องเห็ดไม่มีทางประชดใส่คนที่ตัวเองเกลียดเข้าไส้หรอกพี่’คิเรย์บอกกล่าวแบบนี้ให้เขาสบายใจ วันนี้เขาจึงต้องมาให้เห็นกับตาว่ามันจะจริงอย่างที่ว่าหรือเปล่า เขาหวั่นใจยายลูกสาวตัวแสบ กลัวเธอจะทำได้ทุกอย่างเพื่อหาทางเอาคืนเขาให้มากที่สุด “หน้าตาก็ดูดีใช้ได้เลยนิ เป็นดารานายแบบได้สบา
“ไม่ต้องตกใจไปนะ ไม่ใช่ปอบที่ไหนเข้าสิงหรอก กินแบบนี้เป็นปกติ” เจ๊ปิงปองที่นั่งใกล้กันเอี้ยวตัวมากระซิบบอกเบาๆ ตะวันนึกขำอยู่ในใจ เห็ดหอมเป็นคนที่รูปร่างสัดส่วนดีมาก การที่เธอกินเข้าไปเยอะขนาดนั้นก็คงออกกำลังกายหนักเช่นกัน ไม่เช่นนั้นแล้วป่านนี้คงกลายเป็นคนมีเหนียง มีพุงเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าเป็นดารานักแสดงจำต้องคุมอาหารและออกกำลังกายอยู่เสมอ เมื่อกี้พูดเองอยู่หยกๆ ว่าที่เขามาร่วมโต๊ะด้วย ตนจะกินลงได้ยังไง แต่เท่าที่เห็นตอนนี้เธอแทบไม่เงยหน้าจากจานอาหารเลย และเพียงเวลาไม่นานเห็ดหอมก็ยัดทั้งหมดใส่ท้องเล็กๆ นั่นจนเกลี้ยงกินเก่งฉิบหาย ไม่อยากจะนึกถึงตอนแม่นี่มีแฟน ผู้ชายคนนั้นคงตกใจไม่ต่างกับเขาในตอนนี้ “ไปรอที่รถก่อนนะ เจ๊ขอคุยธุระแป๊บเดียวเดี๋ยวจะรีบตามไป” ช่วงนี้เจ๊ปิงปองติดต่อกับที่บ้านบ่อย คงเป็นเรื่องที่น้องชายคนเล็กของเจ๊กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เห็ดหอมกับเจ๊สนิทกันมากเหมือนพี่สาวน้องสาวจึงแทบรู้ทุกๆ เรื่องของอีกฝ่ายเจ๊ปิงปองเดินเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์อีกทาง ปล่อยเธออยู่กับตะวันเพียงสองคน “นั่นเธอจะไปไหน” เสียงเข้มเอ่ยถามเมื่อร่างเล็กไม่ได้จะเดินมาที่รถกับเ
หากถามว่าเห็ดหอมเป็นดาราที่มีชื่อเสียงและคนรู้จักเยอะหรือเปล่า ตอบได้เต็มปากเต็มคำว่าเธอมีชื่อเสียงโด่งดังพอสมควร ผลงานแจ้งเกิดของเธอมาจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องแรกที่ได้เป็นนักแสดงนำร่วมกับดาราดังในวงการหลายคน อีกทั้งฝีมือการแสดงของเธอเล่นดีเตะตาสมบทบาท ทำให้กลายเป็นขวัญใจคนดูและเริ่มมีแฟนคลับมากมายมาตั้งแต่นั้น ในแต่ละเดือนเห็ดหอมมีงานเข้ามาเยอะแยะเต็มไปหมด เธอทำงานเหมือนเป็นหนี้ทั้งที่ครอบครัวตัวเองนั้นก็จัดอยู่ในขั้นอภิมหาเศรษฐี ต่อให้ไม่ทำงานก็นอนใช้เงินชาตินี้ไม่มีวันหมด ทว่ากลับเป็นคนขยันและรักในงานที่ตัวเองทำ อย่างวันนี้เห็ดหอมก็มีงานร่วมเปิดตัวอีเวนต์แชมพูยี่ห้อดังที่เธอเป็นหนึ่งในพรีเซนเตอร์ร่วมกับดาราอีกหลายคน “หนูแต่งหน้าทำผมเสร็จแล้วนะเจ๊ เจ๊จะมาตอนไหนอะ” เสียงหวานคุยโทรศัพท์กับผู้จัดการส่วนตัว เนื่องจากเจ๊ปิงปองยังจัดการธุระของที่บ้านไม่เสร็จจึงจะตามมาในภายหลัง (อีกสักหนึ่งชั่วโมงเลยแหละ แต่หนูไม่ต้องกลัวเหงานะ เจ๊ส่งคนไปดูแลหนูแทนเจ๊แล้ว นี่ก็คงใกล้ถึงแล้วมั้ง) เห็ดหอมคิดว่าคงเป็นเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทของเจ๊ปิงปองที่เคยมาช่วยดูแลเธอตอนถ่ายงานละครบ่อยๆ จึงไม่ได้ซั







