LOGINยาหยีขึ้นไลฟ์อีกครั้งในตอน 5 ทุ่มของวันนั้น เธอถือคติไลฟ์บ่อยให้คนเห็นผ่านตาก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
เหมือนเดิมอย่างทุกวัน ห้านาทีแรกคนเข้าดูเป็นร้อย ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีก็เหลือไม่ถึงยี่สิบคน ทั้งที่ผู้ติดตามก็มีตั้งห้าพันที่แฟนเก่าช่วยสร้างยอดไว้ให้ แต่แล้วก็เพิ่งมารู้ว่าส่วนใหญ่เป็นแค่บอทเท่านั้น น้อยมากที่จะเป็นคนเล่นจริง ๆ และคนเหล่านี้ก็แทบไม่ได้สนใจในสินค้าของเธอเลย
แคร่ก...
หืม?
เสียงอะไรบางอย่างดังอยู่ใกล้ ๆ พอยาหยีหันกลับไปมองก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไร เธอคงจะหูแว่วไป จึงหันกลับมาพูดถึงสินค้าตัวเองต่อ
แคร่ก ๆ
เสียงเหมือนอะไรบางอย่างกำลังครูดกับผนัง ไม่ทันจะได้รู้ถึงที่มา ราวผ้าม่านด้านหลังที่จัดไว้สำหรับเป็นพื้นหลังก็ร่วงลงพื้น กวาดเอาชั้นวางสินค้าตัวโชว์ลงไปด้วย
โครม!
“ว้าย!”
หญิงสาวกรีดร้อง จริง ๆ เธอไม่ใช่คนขวัญอ่อน แต่ก็เพราะตกใจที่สินค้าตัวโชว์มันร่วงจนของเหลวภายในบรรจุภัณฑ์เละเทะไปหมด
“พี่โอเคมั้ยครับ”
เดนนิสที่ได้ยินเสียงก็รีบวิ่งมาหา และเจ้าตัวก็มากับบ็อกเซอร์ตัวเดียวโชว์หุ่นล่ำชวนมองสุด ๆ เขารีบก้มลงเก็บของช่วยเจ้าของบ้าน ก้ม ๆ เงย ๆ ไม่ได้รู้เลยว่ากำลังไลฟ์สดกันอยู่
กว่าจะเก็บของเข้าที่ยาหยีก็ลืมไปแล้วว่าเธอเปิดกล้องทิ้งไว้ หันกลับมาดูอีกทีก็พบว่ามีคอมเมนต์มากมายมหาศาลรวมถึงของขวัญจากผู้ชมที่ผ่านมาเด้งขึ้นจอไม่หยุด
หุ่นแซ่บมาก
เห็นตั้งแต่ไลฟ์เมื่อวานแล้วนะคนนี้
หนุ่มคนนั้นใช้ครีมอะไรอ่า ขาว เนียนเวอร์
เห็นแล้วน้ำเดินค่ะ
หนู ลูก หันหน้ามาหน่อยเร้วววว
“อะไรเนี่ย”
แต่ละข้อความมีแต่พูดถึงเดนนิสทั้งนั้น แต่ข้อความที่คุกคามเหล่านี้ยาหยีไม่ได้นึกโกรธเคืองอะไรเท่ากับอันล่าสุดที่เด้งขึ้นมาเลย
ทุเรศมาก เลิกกับพี่ฉันไม่ทันไรก็เอาผู้ชายมานอนด้วยแล้ว
ยาหยีอยากจะปรี๊ดแตกในตอนนั้น แต่สายตาของเธอก็ดันเหลือบไปเห็นยอดคนดูที่อยู่ดี ๆ ก็เด้งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากหลักสิบเป็นหลักร้อยภายในเวลาไม่กี่นาที เจ้าของช่องถึงกับต้องรีบขยี้ตาดูคิดว่าตัวเองตาฝาดไป แค่เห็นจำนวนคนดูที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะแล้ว มันทำให้ยาหยีมีแรงฮึดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด คนดูเพิ่มเข้ามาขนาดนี้ถ้าเธอไม่รีบคว้าโอกาสไว้สิแปลก
ร่า..น แบบนี้นี่เอง ถึงไม่มีใครเอาจริงจัง
พี่ฉันคิดถูกแล้วที่หนีไป อย่างเธอก็คงเป็นได้แค่ของเล่น
ไม่ต้องอ่านชื่อก็รู้ว่าเป็นน้องสาวของแฟนเก่าที่เชิดเงินเก็บหนีหายไป ถ้าไม่ติดว่านี่เป็นช่องสำหรับทำมาหากิน เธอก็คงจะด่ากลับไปแล้ว
หึ พี่กับน้องคู่นี้นิสัยนรกส่งมาเกิดกันทั้งคู่
ข้อความด่าสาดเสียเทเสียมากมายที่กำลังเด้งขึ้นมา ยาหยีไม่ได้อ่านมันเลย เธอโฟกัสอยู่กับแอ็กเคานต์นั้นอย่างเดียว และกำลังคิดหาทางว่าจะเอาคืนยังไงให้สาสม
“ทำอะไรของนาย”
จู่ ๆ เดนนิสก็เดินกลับเข้ามาในกล้องอีกครั้ง แต่ตอนนี้เจ้าตัวสวมเสื้อผ้าแล้วเรียบร้อย พร้อมกับจัดการบล็อกแอ็กเคานต์นั้นในทันที
“นายอ่านออกเหรอ”
“อ่านออกแค่บางคำ แต่ดูจากอีโมจิรูปหน้าโกรธข้างหลังน่าจะเป็นเรื่องไม่ดี พี่บล็อกไปเถอะครับ”
ยังไม่พอ เดนนิสยังหยิบสินค้าที่มันหล่นมาถือโชว์ไว้ให้อีก ก่อนจะพูดในไลฟ์ช่วยเรียกลูกค้าให้
“ช่วยพี่สาวซื้อหน่อยนะครับ ครีมทาผิวนี้หอมมาก ผมยืนยันได้”
กรี๊ดดดดดดดด
ตายแล้ววววว
เป็นตัวอักษรที่เสียงดังที่สุดเท่าที่ยาหยีได้อ่านมันในใจ แม้แต่ตัวเธอเองก็แอบกรีดร้องอยู่ลึก ๆ เช่นกัน จู่ ๆ ก็โดนยึดพื้นที่ไลฟ์สดเสียอย่างนั้น แต่พอได้เห็นยอดผู้ชมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุก ๆ วินาที ยาหยีก็เริ่มได้สติ เดนนิสกำลังช่วยพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส และเธอก็ไม่อยากเสียโอกาสนี้ไปเหมือนกัน
“อะ เอ่อ...ครีมตัวนี้หยีอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักมาก ๆ ทาแล้วผิวจะนุ่มชุ่มชื้น ตัวหอมเหมือนฉีดน้ำหอมเลย แต่กลิ่นจะไม่ฉุนจมูก คนที่ไม่ชอบน้ำหอมก็ใช้ได้ มีอยู่สามสีด้วยกัน สำหรับผิวแห้ง ผิวมัน และผิวผสม แต่คนที่แพ้ง่ายไม่แนะนำนะคะ ที่เห็นอยู่คือสีเขียวเหมาะสำหรับคนทีมีผิวแห้งมาก ทาแล้วซึมง่ายไม่เหนอะหนะแล้วก็ไม่รู้สึกว่าหนักผิวด้วย ตัวนี้มีสารกันแดดด้วย เวลาออกแดดมันจะเล่นกับแสงทำให้ผ่อง มีออร่า หยีจะบีบเนื้อครีมให้ดูนะคะ” ยาหยีพูดแบบนี้มาเป็นร้อย ๆ ครั้งแล้วแต่แค่ไม่มีคนสนใจ ต่างจากตอนนี้มีคนดูหลายร้อยรอฟังเธออยู่
หรือจริง ๆ มาดูเดนนิสก็ไม่รู้ แต่ก็ช่างมันก่อน
ยาหยีบีบครีมใส่ฝ่ามือ ค่อย ๆ ลูบแล้วทาโชว์ที่แขนข้างหนึ่ง ก่อนจะยกมันเทียบกัน โชว์ให้ดูว่าก่อนทากับหลังทามันต่างกันยังไง
เอฟค่ะ
อุดหนุนพี่สาว แล้วได้น้องชายแถมมาด้วยมั้ยจ๊ะ
พี่สาวแบบใด ทำไมเหมือนฟีลแฟน
น่าเอ็นดูซะไม่มี เจ๊กดสั่งไปแล้วนะลูก
และอีกสารพัดคำพูดที่มาพร้อมกับการกดตะกร้าสั่งซื้อรัว ๆ จนของหมดในพริบตา ประโยคเดียวของเดนนิสมีอิทธิพลได้ขนาดนี้เชียว ยาหยียิ้มแก้มปริ เธอไม่เคยขายของหมดสต๊อกภายในวันเดียวมาก่อน แม้ครีมทาผิวจะมีอยู่แค่ 120 ขวด แต่นั่นก็เกิดความคาดหมายไปมาก
อ้าว ว่าจะกดสั่ง ของหมดแล้วเหรอ
แม่ค้าเติมของด่วนจ้า สั่งไม่ได้
ของขาดแบบนี้ เอาหน้าน้องมาโชว์แทนก่อนได้มั้ย ใจจะขาดแล้ว
สุดหล่อ ชื่อไร ครางชื่อเราหน่อย
พอกดซื้อของไม่ได้ บรรดาคนดูทั้งหลายก็หันมาเต๊าะหนุ่มแทน
“ทุกคนใจเย็น ๆ น้า พอดีน้องเป็นลูกครึ่ง อ่านไทยไม่ค่อยคล่องน่ะค่ะ เลยอาจจะไม่ได้ตอบครบทุกคน”
“ขอบคุณทุกคนที่มาอุดหนุนนะครับ ของหมดแล้วต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ไว้แวะมาคุยกันอีกนะครับ” เดนนิสดูจะรู้หน้าที่เป็นอย่างดี เขาพูดด้วยความสุภาพและอ่อนน้อม บุคลิกท่าทางราวกับนักธุรกิจระดับพรีเมี่ยม และเมื่อเห็นคอมเม้นต์เริ่มจะเปลี่ยนเป็นข้อความคุกคามมากขึ้นเรื่อย ๆ ยาหยีจึงให้เดนนิสออกจากจอไป
“ทุกคนคะ หยีขอโทษจริง ๆ นะคะ ตอนนี้ของหมดแล้ว ไว้เติมของเมื่อไรหยีจะแจ้งให้ทราบน้า แต่วันนี้ขอบคุณมากจริง ๆ ที่ช่วยอุดหนุนสินค้าของหยี ขออนุญาตไปแพ็กของก่อนน้า ใครที่สั่งไว้รอรับได้เลย ไม่เกินสองสามวันนะคะ”
เธอบอกลาแล้วก็ปิดจอไป หลังจากลงไลฟ์แล้วก็ต้องต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ วิธีการจัดการกับคนหมู่มากมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ กินพลังงานของเธอไปเกือบหมด แต่เพราะยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ทำให้ยาหยีหายเหนื่อย เธอจะไม่นอนแน่ ๆ ถ้ายังแพ็กของไม่เสร็จ พรุ่งนี้ต้องเอาของไปส่งให้ครบทั้งหมดให้ได้
“เดนนิส! เพราะนายแท้ ๆ ครีมขายหมดเกลี้ยงเลย”
พอเห็นหน้าเดนนิส สาวเจ้าก็ลืมตัวกระโดดกอดอีกฝ่ายด้วยความดีอกดีใจ เขย่งตัวโดดเหยง ๆ เหมือนเด็กน้อยสามขวบ
“เพราะผม?”
“ใช่น่ะสิ ปกติฉันขายได้แค่วันละสองสามขวดเอง ถ้าไม่ใช่เพราะนายแล้วจะเพราะใคร นายนี่มันดาวนำโชคของฉันจริง ๆ เลย ฮืออออ” จากที่ยิ้มจนตาหยีตอนเหยเกดูไม่ได้ ยาหยีไม่ได้รู้สีกดีใจแบบนี้มานานแล้ว เธอถูกกดดันมาตลอดเรื่องการทำธุรกิจที่ไม่พึ่งพาเส้นสาย และวันนี้เหมือนได้ปลดล็อกตัวเอง
“เก่งมากครับ”
เขาลูบหัวเธอราวกับเธอเป็นเด็กทั้งที่เธอแก่กว่าตั้งหลายปี แต่ตอนนี้ยาหยีไม่สนแล้ว ความดีใจทำให้เธอมองข้ามมันไป ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาตำหนิเขาเลย
“ไม่ร้องนะเด็กดี” เดนนิสปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มแผ่วเบา ผู้ชายคนนี้ไปรู้วิธีการปลอบโยนแบบนี้มาจากไหนกัน เล่นเอาคนที่กำลังสะอึกสะอื้นหัวใจจะวายให้ได้
“พูดแบบนี้ได้ไง ฉันแก่กว่านายนะ”
“พูดไม่ได้เหรอครับ ตอนเด็กแม่ก็ปลอบผมแบบนี้เวลาที่ผมร้องไห้ มันรู้สึกดีไม่ใช่เหรอ”
“ก็...ก็รู้สึกดีแหละ...” เธอกลืนคำพูดทั้งหลายลงคอเพราะไม่อยากทำลายความหวังดีของเขา เดนนิสอาจจะแค่อยากปลอบใจเธอจริง ๆ ก็ได้ เขาอาจจะแค่ไม่รู้วิธีการสื่อสารที่มันถูกต้อง
“แสดงว่าพูดได้”
“อยากพูดอะไรก็พูดเถอะ กับนายฉันจะไม่ถือสาแล้วกัน ภาษานายไม่แข็งแรงฉันเข้าใจ แต่อย่าไปทำแบบนี้กับใครเข้าใจมั้ย เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิดได้”
“เข้าใจผิดว่าอะไรครับ”
“ก็คำพูดแบบนี้มันไว้สำหรับคนที่สนิทกันมาก ๆ ไงล่ะ อีกอย่างผู้ใหญ่เขาเอาไว้พูดกับเด็ก ๆ กัน”
“สนิทแบบไหนครับ”
“ก็เหมือนแม่กับลูก พี่กับน้อง หรือไม่ก็...คนเป็นแฟนกันเค้าพูดกันไง” ยิ่งพูดยิ่งเบ้ปากเมื่อนึกไปถึงแฟนเก่า อั่งเปาไม่เคยปลอบเธอแบบนี้เลยนอกจากพ่นคำพูดกระทบใจ เธออ่อนกว่าเขาด้วยซ้ำ แต่ไม่เลยสักครั้งที่เขาจะทนุถนอมเธอ
“ฮือ...”
“โอ๋นะครับ โอ๋ ๆ”
ยิ่งปลอบยิ่งไปกันใหญ่ ร่างอรชรจมอยู่ในอ้อมกอดของเดนนิส เธอไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสของเขา ยังยอมให้อีกฝ่ายกอดปลอบอีกต่างหาก
“ถ้าไอ้บ้านั่นมันทำตัวแบบนายก็ดีน่ะสิ ฉันไปรักคนแบบนั้นลงได้ไงไม่รู้ บ้าชะมัดเลย” เธอปาดน้ำตาพลางบ่นอุบอิบ
“ที่พี่เมาเมื่อวานก็เพราะเขาสินะครับ”
“ฉันคงพูดอะไรบ้า ๆ ตอนเมาไปเยอะ อย่าเก็บไปคิดให้รกสมองเลยนะ ลืม ๆ มันไปเถอะ”
“พี่ต่างหากที่ต้องลืม ไม่ใช่ผม”
“ถ้ามันลืมง่ายแบบนั้นก็ดีสิ แต่ตอนนี้เจ็บจะตายอยู่แล้ว”
“ง่ายสิ ง่ายนิดเดียว”
“หะ...”
ไม่ทันจะได้โต้ตอบ ริมฝีปากหยักก็ประกบลงมารับกับช่วงปากของเธอพอดิบพอดี กี่ครั้งแล้วกับคน ๆ นี้ที่ชอบทำให้เธอประหลาดใจจนตั้งตัวไม่ติด ร่างของหญิงสาวสั่นระริก สัมผัสแสนวาบหวามที่ทำให้เธอรู้สึกวูบวาบในช่องท้องนี่คืออะไรกัน
[สามเดือนผ่านไป]วันนี้บ่าวสาวอยู่ในชุดแบบล้านนา ยาหยีสวมเสื้อแขนกระบอกพอดีตัวและผ้าซิ่นตีนจกสีงาช้างเป็นของตกทอดของแม่ของเธอเอง ส่วนของเดนนิสก็เป็นผ้าฝ้ายโทนสีเดียวกัน สั่งตัดเย็บให้เข้าคู่กับชุดของเจ้าสาวอย่างปราณีต“ยินดีโต้ยนะ มีลูกให้ทันเปิ้นเน้อ จะได้เล่นโต้ยกัน” ละอองที่อุ้มท้องได้เกือบห้าเดือนพร้อมกับสามีเข้ามาแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวที่จัดงานแต่งแบบเรียบง่ายพร้อมกับจัดพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่โดยมีผู้ใหญ่บ้านกับคนบ้านใกล้เรือนเคียงและบรรดาผองเพื่อนของยาหยีเป็นสักขีพยานให้ที่บ้านหลังเล็กของเธอเอง ก่อนหน้านั้นทั้งละอองกับเมืองได้เข้ามาสารภาพความจริงทุกอย่างกับยาหยีหมดเปลือก และสิ่งเดียวที่ทำให้ยาหยีเชื่อจนยอมให้อภัยก็คือโซ่ทองคล้องใจที่กำลังก่อตัวตนอยู่ในครรภ์ของละอองที่ตอนนี้ป่องนูนออกจนเห็นได้ชัดเจนนั่นเอง“ขอบคุณมากนะละออง ดูแลตัวเองด้วยล่ะ เมืองเขาไม่ให้ไปเก็บเห็ดก็ฟังเขาบ้าง” ละอองกับเมืองเป็นคนที่ถูกจ้างมาเผื่อคอยตามดูแลยาหยีแต่ก็ดันพบรักกันจริง ๆ นับเป็นเรื่องน่ายินดี และวันนี้ทั้งคู่ก็ตั้งใจมาเป็นสักขีพยานให้กับพวกเขาด้วย“นี่ของฝากจากป๊ากับม้า ขอให้แกกับเดนนิสมีความสุขมา
“เรื่องทั้งหมดมันเป็นแบบนี้เองเหรอ นายไม่ได้ถูกครอบครัวตัวเองเล่นงานแน่ใช่มั้ย” ทันทีที่ยาหยีเข้าใจทุกสิ่ง เธอก็พรูลมหายใจออกมายาวเหยียดด้วยความโล่งอก แต่เดนนิสยังกลับคลี่ยิ้มอย่างพอใจเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงเขา“ที่จริงพวกเขาก็ดีกับผม เพียงแต่ไม่ใช่ทุกคนและทุกครั้ง แต่ก็นั่นแหละ ผมกับแม่อาศัยชายคาพวกเขาอยู่ มีบุญคุณก็ต้องตอบแทน”“ตอบแทนแบบที่ให้นายขึ้นรับตำแหน่งเป็นหนังหน้าไฟเนี่ยนะ นายตายได้เลยนะถ้าเกิดว่ามีใครลงมือซ้ำสองอีกหลังจากที่พ่อกับพี่รองของนายถูกลอบสังหารน่ะ โชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่มีใครตาย”“ตาแก่กับพี่รองรอดมาได้อย่างปาฎิหาริย์ แต่ก็เพราะเรื่องนี้ทำให้พวกเขาต้องหลบซ่อนตัวไปก่อนเพื่อหลอกพวกมันให้ตายใจว่าทุกคนไม่รอดแล้ว แต่การจะหาตัวคนบงการไม่ใช่เรื่องง่าย เราใช้เวลาเกือบสองปีถึงได้จบมันได้ โชคดีที่ผมมีสื่อคอยจับตามอง ทำให้พวกมันไม่กล้าทำอะไรนอกจากลอบกัดบ้างตามโอกาส ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้เห็นหน้าพี่แล้ว”“สองปีที่ผ่านมานายคงลำบากมากสินะ” เธอประคองใบหน้าของเขาก่อนจะลูกแก้มเบา ๆ“ก็นิดหน่อย แค่พี่ปลอดภัยผมก็ดีใจแล้ว”“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับความปลอดภัยของฉันกัน ตอนนั้นเราแทบจะไม่มี
“อืม...” ทันทีที่ยาหยีลืมตา เธอก็บิดตัวไปมาด้วยความเมื่อยล้า ความรู้สึกราวกับลูกโป่งที่ใส่น้ำเต็มใบพองตัวใกล้จะแตกอยู่รอมร่อ จะขยับตัวทีก็ต้องใช้เวลากว่าปกติแล้วเธอก็เห็นว่าเดนนิสนอนมองเธออยู่ใกล้ ๆ พร้อมกับยื่นมือมาแตะใบหน้าของเธอ“เมื่อวาน...”เธอคิดไว้แล้วว่ามันก็แค่สัมพันธ์ครั้งคราว ครั้งนี้เธอก็จะพยายามไม่คิดอะไรมากจึงปัดมือเขาออก“ช่างมันเถอะ อย่าไปพูดถึงมันอีกเลย”“ทำไมจะพูดถึงไม่ได้ ก็เมื่อวานแทบไม่ได้พูดกันเลย ผมได้ยินแต่เสียงครางหวาน ๆ ของพี่เองนะ”“ไอ้เด็กบ้า เดี๋ยวนี้หัดพูดจาลามกแบบนี้แล้วเหรอ”ยาหยีรีบลุกขึ้นยังไม่ลืมห่อตัวด้วยผ้าห่ม มองหาเสื้อผ้าชุดใหม่เพื่อมาสวมแทนที่ชุดเก่าที่ถูกทิ้งกองอยู่บนพื้น แต่เธอก็ยังไม่กล้าลงจากเตียง นั่นเพราะผ้าห่มดันมีอยู่ผืนเดียว ถ้าเธอลุกไปก็เท่ากับว่าจะต้องเห็นเดนนิสเปลือยกายแน่ ๆก๊อก ๆ “คุณชายคะ ดิฉันขอเข้าไปนะคะ”“เข้ามา”เป็นหลี่ถิ่งที่เดินเข้ามาพร้อมกับคนติดตามเป็นผู้หญิงอีกสองคนยืนรอด้านนอกซึ่งพวกเธอทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ด้วยการเคาะประตูบอกล่วงหน้าเล็กน้อย รอคนด้านในตอบรับก่อนถึงเข้ามา“นายท่านสั่งให้ดิฉันเตรียมมื้ออาหารบำ
“อะ กินยาก่อน” ยาหยีเห็นเม็ดยาสองเม็ดกับน้ำหนึ่งแก้วจัดเตรียมไว้แล้วตรงห้องครัว เธอจึงคิดว่ามันน่าจะเป็นยาที่คุณหลี่นำมาให้ เธอยื่นมันให้กับคนที่เดินตามหลังมาติด ๆ เดนนิสยังคงฝืนตัวเองเดินตามเธอมาจนได้ ห้ามก็ไม่ฟัง“พี่จะวางยาผมแล้วหนีไปงั้นสิ”“โดนบ่อยรึไง ถึงได้คิดว่าฉันจะทำ” เธอยังคงถือยาไว้ในมือเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมรับ ถึงได้คว้าแขนของเขาแล้วดึงกลับไปที่ห้อง “แล้วจะลุกขึ้นมาอีกทำไม เดี๋ยวก็เป็นลมหัวทิ่ม มานี่”ร่างสูงเดินตามอย่างว่าง่าย รอบนี้ยาหยีพาเขากลับไปนั่งลงบนโซฟาแทน“กิน แล้วไม่ต้องพูดมาก”“ผมเป็นเด็กดี” เขาไม่ยอมละสายตาจากเธอเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป แม้แต่ตอนที่ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก็ไม่ได้สนว่าน้ำจะหกรึเปล่า“ถ้าเป็นเด็กดี กินยาแล้วก็พักผ่อน ฉันมีเรื่องต้องคุยกับนายอีกเยอะ”“แล้วคุยตอนนี้ไม่ได้เหรอครับ”“ฉันอยากกลับบ้าน”“โอเค งั้นผมพักก่อนแล้วค่อยคุยกันดีกว่า”พอรู้ว่าจะคุยเรื่องอะไร เขาก็ทำตัวหมดแรงลงดื้อ ๆ น่าหมั่นไส้ยิ่งกว่าใคร ยาหยียกมือขึ้นเท้าเอวทำหน้าตึงใส่ ไอ้เด็กนี่ เมื่อก่อนไม่ใช่คนเจ้าเล่ห์แบบนี้เสียหน่อยเดนนิสกินยาแล้วเอนตัวพิงโซฟา หยิบหมอนอิงข
[สามวันผ่านไป]“คุณหนู อย่าทำอย่างนี้เลยค่ะ ดิฉันขอร้อง” หญิงวัยกลางคนอายุราว ๆ ห้าสิบ ใบหน้าอิ่มเอิบ มีดวงตาสีน้ำตาลอ่อนและสามารถพูดได้สองภาษานามว่าหลี่ถิงได้พยายามที่จะห้ามปรามยาหยีที่ตอนนี้กำลังทำลายข้าวของที่คว้าติดมือได้“ไปบอกนายของคุณเดี๋ยวนี้เลยคุณหลี่ ว่าฉันอยากกลับบ้าน ปล่อยฉันไปซะที แล้วฉันบอกแล้วไงคะว่าอย่าเรียกคุณหนู ฉันไม่ใช่คุณหนูของพวกคุณค่ะ”ยาหยีโวยวายขว้างปาข้าวของจนไม่เหลือชิ้นดี นับตั้งแต่รักษาตัว เธอก็ต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในห้องชุดแห่งนี้ไม่ได้ออกไปไหน ถ้าไม่ติดว่าเดินลำบากเพราะขายังแพลงอยู่เธอจะปีนออกระเบียงให้รู้แล้วรู้รอดหลายวันมานี้ยาหยีสำรวจละเอียดทุกซอกทุกมุมแล้วเพราะว่างเกินไป บ้านของเดนนิสที่เขากล่าวอ้างมันมีถึงสามห้องนอน สามห้องน้ำ มีโถงห้องกลางที่กว้างขวาง ระเบียงยื่นออกไปรับแสงแดดและสายหมอกยามเช้า มีห้องครัวที่กว้างพอ ๆ กับห้องนอนใหญ่ อาหารสดและสำเร็จรูปแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน ยังไม่นับห้องออกกำลังกายที่มีอุปกรณ์ครบครันอีก คนเดียวแต่อาศัยอยู่ในทำเลที่สวยงามและห้องหับหรูหราแบบนี้ก็นับว่าสมฐานะดีวัน ๆ ยาหยีได้แต่นั่งมองวิวกับผู้คนนอกหน้าต่าง แม้จะมีคนคอยดูแ
“เร็วดิวะ เดี๋ยวก็มีใครมาเห็นหรอก”“ไม่มีใครหรอกน่า หมู่บ้านนี้คนน้อย มีแต่คนแก่ ๆ ทั้งนั้น ป่านนี้ไปนั่งกินเหล้าที่บ้านผู้ใหญ่บ้านกันหมดแล้ว”ชายฉกรรจ์ทั้งสองช่วยกันแบกร่างที่จวนเจียนจะหมดสติของยาหยีไปยังที่ที่พวกเขาคิดไว้ คืนนี้เป็นคืนเดือนมืดที่จะช่วยอำพรางการกระทำผิดของพวกเขาได้เป็นอย่างดีแต่ข้อเสียของคืนเดือนมืดก็คือมองทางลำบาก ไม่มีแสงสาดส่องถึงในบริเวณนั้น อีกนิดพวกเขาก็จะเดินตัดเข้าป่าหญ้าคาที่ขึ้นสูงท่วมหัวเสียงกรอบแกรบจากใบไม้แห้งดังขึ้นเรื่อยๆ ตามฝีเท้าที่เร่งรีบ แล้วมันก็ค่อย ๆ เบาลงเมื่อถึงปากทางเข้าป่าหญ้าคาสติของยาหยีกำลังเลือนลาง เธอไม่รับรู้อะไรแล้วนอกจากความรู้สึกระบมที่เริ่มออกอาการอยู่ทั่วเนื้อตัว ไม่มีแม้แต่แรงจะร้อง เธอไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากใครแล้ว แม่กับยายก็ตายไปแล้ว คนที่ยังอยู่ก็ไม่มีใครว่างรับสาย เธออุตส่าห์ทำใจตัดเขาคนนั้นออกจากชีวิตแล้วแท้ๆ แต่โชคชะตาจะมาเล่นตลกอะไรนักหนา ไม่คิดจะให้โอกาสเธอใช้ชีวิตที่มีความสุขกว่านี้เลยหรือไงตุ้บ!ร่างของเธอถูกทิ้งลงพื้นราวกับคนไร้ค่า เสื้อผ้าถูกดึงทึ้งและมันกำลังจะถูกถอดออกพลั่ก!อ๊อก!ในความมืดมิดยาหยีพยายามเพ่
ยาหยีอาบน้ำสระผมใช้เวลาส่วนตัวไปเกือบยี่สิบนาที เธอถึงได้เดินสบายตัวเปลือยเปล่าออกมาจากห้องน้ำ แล้วก็ต้องกรีดร้องอีกรอบเมื่อลืมตัวไปว่ามีคนอยู่ด้วย ร่างอรชรตั้งใจจะวิ่งกลับไปเอาผ้าเช็ดตัว แต่ก็ดันลื่นไถลล้มลงที่พื้น ขาแทบจะชี้ฟ้า“อูย” ล้มจนต้องลูบก้นคลายความเจ็บ สวรรค์ไม่เข้าข้างเธอเลย ให้เธอทำเรื
กรี๊ดดดดดดดดยาหยี เมธาเวศ สาวโสดวัย 27 ปีร้องเสียงหลงหลังจากที่ตื่นมาพบว่าตัวเองนอนกกอยู่กับใครไม่รู้อยู่บนเตียงเมื่อกวาดตามองไปรอบห้องก็พบว่าที่นี่คือบ้านของเธอเอง ทุกอย่างในห้องนี้ก็เป็นของ ๆ เธอ ยกเว้นอยู่อย่างเดียวผู้ชายที่นอนอยู่นี่เป็นใครกัน“ตื่นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”เธอพยายามปลุกอีกฝ่าย แล้ว
“สวัสดีทุกคนที่เข้ามาดูไลฟ์ของยาหยีนะคะ แบรนด์ YAYII 4U ยินดีต้อนรับค่า” ยาหยีพูดแบบนี้เป็นประจำเมื่อเปิดไลฟ์ขายของ เธอจะแต่งหน้าจนฉ่ำวาว เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะปังอยู่กับมุมส่วนตัวที่ตกแต่งขึ้นสำหรับไลฟ์โดยเฉพาะยาหยีมีความใฝ่ฝันที่จะเปิดแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง ก่อนหน้านั้นเธอจึงชิมลางด้วยการเป
“เฮ้อ! เหนื่อยชะมัด”หลังเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ห้องพัก ก็เกิดเรื่องวุ่นวายไม่น้อย เดนนิสที่ดูจะไม่รู้อิโหน่อิเหน่ได้แต่ยืนแหงนมองห้องตัวเองจากเบื้องล่าง กลับเป็นยาหยีที่จัดการทุกอย่างให้แทนเพราะเจ้าตัวเชื่องช้าเสียไม่มี ตอนอยู่ที่บ้านยังพูดเก่งอยู่เลย แต่พออยู่ข้างนอกดันเงียบเป็นเป่าสาก“เอาไงต่อล่ะทีน







