LOGINริมฝีปากร้อนพรมจูบยอดทรวง ก่อนไล้ไปทั่วเรือนร่างงาม เขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนต้องมนต์สะกด ในขณะเดียวกันก็หลงคิดไปว่าเขารักเธอมาก
“เจี๊ยบรักพี่พลับนะคะ” ชญานิศพร่ำบอกหลังร่างแข็งแกร่งสอดประสานร่างกายกับเธอ ขยับสะโพกสอบด้วยจังหวะหนักแน่น หญิงสาวครางสะอื้น และเผยอปากรับจูบของเขา
ร่างบอบบางเขยื้อนตามแรงโยก เธอปล่อยให้สองมือใหญ่ยึดสะโพกเธอไว้เพื่อตอบรับการเคลื่อนไหวของเขา
ผ่านไปสิบกว่านาที…สายธารอุ่นร้อนส่งเข้ามาในกายของเธอ
ชญานิศวาดแขนกอดแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ เกยคางบนไหล่กว้างของเขา
“พี่พลับบอกรักเจี๊ยบหน่อย” เธอออดอ้อน เรียวขาสวยก่ายกอดเอวสอบเอาไว้แน่น เรียกร้องให้เขาทำตามใจ
ปพนธีร์หอมแก้มเธอ พรมจูบทั่วใบหน้าและกกหูด้วยความหมั่นเขี้ยวจนเธอจั๊กจี้
“พี่ยังเอาเจี๊ยบไม่พออีกเหรอ”
“เกี่ยวอะไร…”
“เจี๊ยบถึงไม่เชื่อไงว่าพี่รู้สึกยังไงกับเจี๊ยบ”
เธอทำปากยื่นใส่ อยากจะผละออกห่างชายหนุ่มด้วยความหมั่นไส้ แต่ไม่ทันไร ตัวตนของเขาที่ยังไม่ถอยออกจากกายเธอเหยียดขยายอีกครั้ง สะโพกแกร่งก็เริ่มขยับเข้าออกอีกระลอก
เขาสามารถเปลี่ยนคนที่พร้อมจะโวยวายอย่างเธอให้ครวญครางตลอดทั้งค่ำคืน
ปพนธีร์ส่งเธอไปถึงฝั่งฝันรอบแล้วรอบเล่า ทำให้เธอหลงคิดว่านั่นคือความสุข และเขารักเธออย่างแท้จริง
แต่ต่อมาเขาก็ผลักเธอลงเหวอย่างเลือดเย็น ทำให้รู้ว่าที่ผ่านมานั่นคือการแสดง เขาไม่เคยบอกรัก เพราะเขาไม่เคยรักเธอเลย
ทว่านั่นก็ผ่านมาแล้ว เธอไม่ได้สนใจและเสียใจกับอดีตอีกต่อไป เธอได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ มีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน และคนที่เธอรัก
“Happy Birthday to you…” หญิงสาวร้องเพลงและปรบมือเนื่องในโอกาสวันเกิดครบสามขวบของลูกชาย ก้มบอกร่างขาวอวบที่ยืนมองเค้กตาพราว ดูอยากกินขั้นสุด “เป่าเลยครับ”
“ฟู่” น้องเคนรีบเป่า ชูแขนสองข้างขึ้นสูงด้วยความดีใจ และไม่ลืมโผเข้ากอดแม่เพื่อขอบคุณ “เคนรักแม่ที่สุดในโลกเลยคร้าบ”
“แม่ก็รักเคนที่สุดเหมือนกันครับ” เธอกอดตอบลูกชาย
เขาคือดวงใจของเธอ
นับตั้งแต่เธอถูกผู้ชายคนนั้นหลอก หญิงสาวก็ไม่คิดฝากหัวใจไว้ที่ใครอีก เว้นแต่เด็กน้อยตรงหน้า เธอรักเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข
‘สิ่งมีชีวิต’ ที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่ยังไม่รู้จัก
ใครไม่รักเธอ ไม่เป็นไร…ขอแค่เด็กคนนี้รักเธอ
ตั้งแต่ชญานิศรู้ว่าตัวเองท้อง หญิงสาวก็ไม่ได้ออกไปทำงานที่ไหน เธอทำงานเป็นฟรีแลนซ์ด้วยการรับจ้างทำกราฟฟิคดีไซน์ เขียนบทความ และเขียนนิยายอยู่ในบ้าน
ทั้งเธอยังเคยรับจ้างแต่งนิยายด้วย เรียกง่ายๆ ว่า โกสต์ไรท์เตอร์ แต่ทำได้ไม่นานก็ต้องเลิกไป เพราะนิยายที่เขียนให้คนอื่นล้วนแล้วแต่ดังและขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
แม้ตอนนั้นเธอจะตั้งท้อง แต่ก็ยังทำงานหนัก อดกลั้นจนผ่านช่วงนั้นมาได้
เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าหลังจากคลอดลูก เธอจะมีเวลาทำงานค่อนข้างน้อย ต้องเลี้ยงลูกเป็นหลัก จนตอนนี้เขาเริ่มโตขึ้นมามากและเลี้ยงง่ายแล้ว ชญานิศถึงได้กลับมาทำงานได้เกือบเต็มร้อย
เมื่อปีก่อนเธอเริ่มลงทุนเปิดคาเฟ่ ลงคอร์สเรียนทำเครื่องดื่มและขนม เพราะอยากทำอะไรที่จับต้องได้และมีความมั่นคงมากกว่างานออนไลน์ ด้วยการใช้มรดกที่แม่ทิ้งไว้ให้
ช่วงแรกขายไม่ค่อยดีเท่าไร แต่เธอยังสู้ พยายามพัฒนาและปรับปรุงมาตลอด ทั้งติดป้ายให้โดดเด่น ทำโปรโมทในโซเชียลมีเดีย ลงโฆษณา หรือแม้แต่ติดต่ออินฟลูเอนเซอร์ให้ช่วยโปรโมท เสียค่าใช้จ่ายไปไม่น้อย ทว่าก็ได้ผลตอบรับที่คุ้มค่า
“พี่เจี๊ยบ อุ๋งอิ๋งได้ข่าวมาว่าแถวตรงสนามกีฬาเขากำลังจะสร้างเป็นศูนย์การค้าแล้วนะคะ นี่ถ้าถึงเวลาเปิดจริงๆ แถวนี้ต้องคึกคักแน่เลย…ไม่แน่ว่าร้านของเราอาจจะขายดีขึ้นมากก็ได้” พนักงานสาวเข้ามาคุยกับเธอขณะเข้ามาช่วยทำความสะอาดโต๊ะ
ตอนนี้เพื่อนๆ ของลูกชายและพ่อแม่ของเขาได้แยกย้ายกันกลับไปแล้วหลังจากปาร์ตี้เลิกลา ส่วนลูกชายเธอก็กำลงเล่นรถของเล่นที่โต๊ะมุมซ้ายของร้านขณะรอแม่ทำงานอยู่
“พี่กลัวว่าจะแย่กว่าเดิมน่ะสิ” ร้านกาแฟในห้างสรรพสินค้ามีหลากหลายแบรนด์ ไม่วายจะมีคู่แข่งมากมาย
หญิงสาวกวาดตามองร้านตัวเองที่ตกแต่งสไตล์มินิมอล เรียบง่ายและโล่งโปร่ง มีต้นไม้ประดับประดาให้พอสดชื่น หวังว่าสิ่งที่เป็นอยู่คงจะยังพอดึงดูดลูกได้อยู่นะ
“อ่า นั่นน่ะสิคะ ได้ยินว่ามีร้านดังมาเปิดเยอะแยะเลยนี่นา” อริยาถอนหายใจ ก่อนก้มหน้าเช็ดโต๊ะต่อ เงียบไม่ทันไร เธอก็มีเรื่องเม้ามอยกับเจ้าของร้านอีกแล้ว
“ศูนย์การค้าดังด้วยนะคะ มีที่กรุงเทพฯ แล้วก็ชลบุรีด้วย ชื่อ Bea…อะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ”
“…”
“แล้วเมื่อเช้าตอนร้านพี่แพรวอ่ะ อิ๋งก็เดินสวนกับผู้บริหารที่มาดูงานด้วยนะคะ หล่อมากค่ะๆ เลย เขาไปซื้อกาแฟร้านพี่แพรวอ่ะ โอ๊ยยอย่างกับพระเอกละครอ่ะค่ะพี่ โอ๊ยยย อิ๋งนี่ต้องเหลียวไปมองแล้วมองอีก”
“…”
“ที่รู้ก็เพราะพี่แพรวกระซิบบอกมาอ่ะค่ะ เห็นว่าผู้ช่วยเขาไปซื้อกาแฟร้านพี่แพรวกินเป็นประจำด้วย” พนักงานสาววัยยี่สิบปียิ้มหวาน ตาเยิ้มเมื่อนึกถึงคนหล่อ “ว่าแต่อยากชวนให้เขามากินกาแฟร้านเราเนอะ เขาจะได้รู้ว่าที่นี่รสชาติกาแฟดี ดังท็อปๆ ในจังหวัดเลยน้า แต่อย่างว่า เขาก็คงไม่เชื่อ มองว่าอิ๋งเป็นมิจฉาชีพ ไม่ก็เป็นผู้หญิงไม่ดี ให้ท่าเขาอีก…”
ชญานิศหัวเราะเสียงขื่นเอ็นดูพนักงานสาววัยยี่สิบต้นๆ ขณะที่ในใจเป็นกังวล
“ไม่ต้องเชิญมาหรอก เอาเท่าที่เขาสนใจมาก็พอแล้ว” เธอหวังว่าโลกจะไม่กลมขนาดนั้น คนที่อริยาพูดถึงไม่ใช่คนที่เธอไม่อยากเจอ คงจะเป็นพวกผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงที่มาดูงานแถวนี้มากกว่า ตัวท็อปอย่างนั้นไม่ต้องลงมาให้เสียเวลาหรอก
อีกอย่าง สำหรับเธอ ประสบการณ์สอนมาว่าต่อให้หล่อหรือภาพลักษณ์ดีแค่ไหนก็ไม่อาจดึงดูดเธอได้
มันก็แค่เปลือก จิตใจของคนต่างหากที่สำคัญ
เธอเคยมองคนพลาดมาแล้ว ฉะนั้นเธอไม่อยากจะเสียใจซ้ำซากและกลับไปมีชีวิตตกต่ำอย่างเดิมอีก
ลูกของเธอไม่มีพ่อก็ไม่เป็นไร
เธอจะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้เขาเอง
ถึงเขาจะไม่ได้เกิดและโตมาในกองเงินกองทอง แต่น้องเคนจะได้รับความรัก ไม่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ไม่เดือดร้อน ไม่โดนใครตราหน้าและเหยียดหยันเหมือนที่เธอเคยเจอแน่นอน
สองแขกหนุ่มมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะ ไม่คิดเลยว่าปพนธีร์ที่เคยเป็นแบดบอย สนุกไปวันๆ กระทั่งเปลี่ยนหมวดเศร้าซึมมาหลายปีจะกลายมาเป็นคนมีชีวิตชีวา สดใส มีความสุขกับการได้ทำบางอย่างให้คนรักขนาดนี้ ดูได้จากประกายตาและรอยยิ้มของมัน “แล้วนี่มึงจะยังไงต่อ จนป่านนี้แล้วยังแยกบ้านกับเขาอีกเหรอ จะมีหวังได้คืนดีกันไหมเนี่ย” สารัชถาม เห็นมันเสียใจมานาน ไม่อยากให้เพื่อนผิดหวังเลย “แยกบ้าน ก็แสดงว่ายังจีบไม่สำเร็จน่ะสิ” อาณัติลูบคางพลางพิจารณา นึกถึงเหตุการณ์หลายปีก่อนที่ไอ้เพื่อนคนนี้ทำไว้กับหญิงสาว “น้องเขาก็ใจแข็งมากเหมือนกันนะ ไอ้พลับถึงขั้นซื้อบ้านมาอยู่ข้างๆ โผล่หน้าไปให้เห็นเช้ายันค่ำ ความสัมพันธ์ก็ยังดูไม่คืบหน้าเลย” “มึงรู้ได้ยังไงว่าไม่คืบหน้า” ปพนธีร์มองเพื่อนตาขวาง “อีกอย่าง กูทำไม่ดีกับเขาไว้เยอะ เขาจะตั้งกำแพงสูง ไม่ให้อภัยง่ายๆ ก็ไม่แปลก” ปพนธีร์รู้สึกจี๊ดใจเมื่อนึกถึงคำพูดชญานิศเมื่อวันก่อน เธอให้เขาเป็นได้แค่พ่อของลูก แต่ไม่ให้โอกาสได้เป็นสามี หรือแม้แต่ศึกษาดูใจกันใหม่เลยสักนิด แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาจะไม่ยอมแพ้ เขาจ
พอเพื่อนๆ หลายคนรู้ว่าปพนธีร์มาอยู่และทำงานที่เชียงรายเป็นหลัก ซ้ำยังรู้อีกว่ามีลูกแล้ว พวกเขาก็ต่างเดินทางมาเยี่ยมทีแรกปพนธีร์กลัวว่าเพื่อนจะมาป่วนจนชญานิศกับลูกรู้สึกรำคาญ แต่หลังจากพวกมันสัญญาว่าจะไม่สร้างความวุ่นวายใดๆ ให้เพื่อนเดือดร้อน เพียงแค่อยากมาเห็นหน้าว่าเขายังมีชีวิตอยู่รึเปล่า ไม่ได้ตายไปแล้วแต่ให้เอไอมาโต้ตอบแทนเหมือนแกล้งมีชีวิต เขาจึงอ่อนใจ ยอมให้พวกมันมาจนได้หนุ่มๆ ขับรถราคาไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านมามาจอดริมรั้วบ้านหลังเล็กๆ ในช่วงสาย ก่อนเดินเข้าไปยังบ้านปูนขนาดสองชั้นที่มีพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร แม้ระยะทางจากกรุงเทพมาเชียงรายจะไกลเกือบพันกิโลเมตร ใช้เวลาไปสิบกว่าชั่วโมงในการเดินทางมา แต่พวกเขาชิล ไม่เหนื่อยเลยสักนิด นั่นเพราะตลอดเส้นทางข้ามจังหวัดถนนค่อนข้างโล่ง ทำให้ขับรถสนุก ไม่ติดขัดเหมือนในกรุงเทพฯ “นี่มึงไม่คิดจะซ่อมอะไรเลยเหรอวะ อยู่สภาพนี้เนี่ยนะ” อาณัติกวาดตามองภายในบ้านสีขาวเรียบ ฝ้าเพดานเปียกชื้น บางจุดมีน้ำไหลลงมา และบ้านทั้งหลังมีเฟอร์นิเจอร์อยู่เพียงไม่กี่ชิ้น ไม่เหมาะสมกับผู้บริหารอาณาจักรหมื่นล้านเลย “จริงๆ ก็ทำไปแล้ว แต่ผู้รับเห
“พี่ขอโทษ…” ตั้งแต่ตอนเราคบกันโดยเธอยังไม่รู้เหตุ เขากับเธอก็ป้องกันมาตลอด แต่ทุกการป้องกันก็ใช่ว่าจะรับรองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ “พี่ไม่ได้ตั้งใจ แต่พี่ไม่อยากให้ใครเข้าใจว่าลูกเกิดจากความผิดพลาด”ชญานิศเงียบฟัง พลางรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้น่าจับไปถ่วงน้ำซะจริง“แล้วเรื่องระหว่างคุณกับพ่อ…มันเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วเหรอ”เมื่อก่อนเขาเคยเล่าให้เธอฟังว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับเขาค่อนข้างย่ำแย่ แต่เธอไม่คิดว่าจะหนักถึงขนาดไล่ไปตาย และทำร้ายร่างกายกันขนาดนี้“อืม มันเป็นอย่างนี้แต่ไหนแต่ไรแล้ว…พ่อไม่เคยรักพี่เลย คงเพราะพี่ไม่ได้เกิดจากผู้หญิงที่เขารักมั้ง”“…”“เชื่อไหม เขายังรักและห่วงเจี๊ยบมากกว่าพี่อีก”“พูดอะไรไร้สาระ” เธอถอนหายใจแล้วส่ายหน้า “พี่พูดจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นเจี๊ยบก็ไม่ควรมาเกี่ยวเรื่องนี้อยู่ดี” ปพนธีร์เกลียดการกระทำในอดีตของตัวเอง “เจี๊ยบเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ควรมาเสียใจและเดือดร้อนเพราะปมปัญหาในใจพี่เลย”“…”“เจี๊ยบต้องเลี้ยงลูก ยืนหยัดอยู่เพียงลำพัง ผู้หญิงที่ไม่มีใครอยู่เคียงข้างเลยนอกจากเพื่อนจะรู้สึกกลัวและทุกข์ทรมานมากแค่ไหน”ชญานิศหวนนึกถึงเรื่องเหล่านั้นก็รู้สึกปว
ชญานิศขับรถมาถึงบ้านภายในเวลาไม่กี่นาที เธอเห็นว่ารถของปพนธีร์จอดอยู่ในบ้านของเขา แต่ที่ผิดแผกไป มีรถหรูอีกคันจอดหน้าบ้านเขาด้วย หญิงสาวแปลกใจ แต่ยังเลือกเก็บความสงสัยไว้แล้วเดินเข้าบ้าน หยิบพานาคอตต้าออกมา ทว่าขณะกำลังปิดฝากระโปรงรถ หญิงสาวได้ยินเสียงดังปัง และเสียงเอ็ดตะโรจากข้างบ้านเธออดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปดู รั้วเหล็กโปร่งเหมือนรั้วบ้านเธอไม่ได้ล็อค ทั้งยังมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูบ้าน เขาสวมชุดยูนิฟอร์มสีดำคล้ายคนขับรถของผู้บริหารหรือคนรวย แต่เธอยังไม่ทันได้ถาม ก็มีเสียงเล็ดลอดจากในบ้านดังออกมา“แกนี่มันควายรึไง พูดอะไรไปก็ไม่ฟัง ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ายุ่งกับหนูเจี๊ยบ ที่ผ่านมาแกยังสะใจไม่พออีกรึไง!”“…”“แกจำไม่ได้เหรอว่าฉันสาปแช่งแกไว้ว่ายังไง”“…”“ถ้าแกผิดสัญญา กลับเข้าไปยุ่งกับหนูเจี๊ยบอีก แกจะต้องตายโหงตายห่า เกิดอุบัติเหตุพิการ…”“พ่อจะให้ผมอยู่เฉยๆ ทั้งที่ผมรู้ว่าลูกเมียอยู่นี่อย่างนั้นเหรอ!”“ลูกที่แกไม่ได้ตั้งใจทำ ตราบาปของเขาอย่างนั้นน่ะเหรอ!”“ผมตั้งใจ!” “!” หัวใจชญานิศกระตุก “ผมรักเธอมาก ผมตั้งใจจะรับผิดชอบเธอ ไม่ได้อยากให้เรื่องทุกอย่างลงเอยแบบนี้สักนิด!”“แก
นับตั้งแต่พี่ชายจากไป แม่ของชญานิศหนีไปอยู่กับชู้ หล่อนก็คอยดูแลและสั่งสอนหลานสาวอยู่เสมอ แม้กระทั่งหลานสาวโดนลูกเลี้ยงของแม่หลอกจนท้องโตและมีเจ้าเคน หล่อนก็ยังให้อภัย มาถึงตอนนี้ชญานิศยังมีอะไรปิดบังหล่อนอีก“อ่ะ เอ่อ น้องเคนก็พูดไปเรื่อยแหละค่ะ ไม่มีอะไรหรอก”กัลยาขมวดคิ้ว ไม่เชื่อสักทีเดียว“แน่ใจนะว่าเราไม่ได้แอบคบหากับใครอยู่”“ไม่มีค่ะ จะมีได้ยังไงล่ะคะ” ชญานิศยิ้ม ตรงข้ามกับในใจที่กระอักกระอ่วน“นี่ ถ้ายังไม่มีใคร อาแนะนำให้ไหม” พอพูดถึงเรื่องนี้ กัลยาก็พอนึกถึงคนดีๆ ที่พอรู้จักและเหมาะสมจะดูแลหลานสาว “อาพอจะรู้จักผู้ชายที่มีหน้าที่การงานดี เป็นหลักเป็นแหล่งอยู่คนหนึ่ง ถึงเขาจะเคยแต่งงานมาแล้ว มีลูกติด แต่นั่นไม่เป็นปัญหาหรอก ถ้านิสัยไปกันได้ ทุกอย่างย่อมไปได้สวยอยู่แล้ว”“ไม่ดีกว่าค่ะ ทุกวันนี้เจี๊ยบก็มีความสุขพอแล้ว เจี๊ยบยังไม่อยากมีใคร”“ไม่ใช่ว่ายังลืมผู้ชายพรรคนั้นไม่ได้หรอกนะ” อาหรี่ตามองจับผิดเธอ“ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ” ชญานิศตอบตามจริง ระหว่างเขากับเธอมีเพียงคำว่าพ่อกับแม่เท่านั้น ไม่ได้มีอะไรพิเศษสักหน่อย…หลังกัลยาพูดคุยต่อกับหลานสาวสักครึ่งชั่วโมง ลูกสาวก็ท้วงแม่ว่าได้เ
ทีแรกกัลยาอยากจะเยี่ยมหลานสาวทั้งที่บ้านและร้านเพื่อดูสภาพความเป็นอยู่ของสองแม่ลูก แต่เพราะลูกสาวกับลูกเขยที่มาด้วยมีแพลนไปเที่ยวที่อื่นๆ ในจังหวัดนี้อีกมาก และจะกลับกรุงเทพฯ ภายในวันพรุ่งนี้“ดีนะ ร้านสวยดี” กัลยาเลือกมาเยี่ยมหลานสาวที่ร้าน เพราะหล่อนยังไม่เคยมา ส่วนที่บ้าน หล่อนเคยไปมาแล้วกัลยาเดินสำรวจจนทั่วทุกซอกทุกมุมก่อนจะมานั่งคุยกับชญานิศและหลานชาย ส่วนลูกสาวกับลูกเขยแยกไปนั่งอีกโต๊ะหนึ่ง แม่กับหลานรักจะได้คุยกันเป็นการส่วนตัวเดิมทีระหว่างชญานิศกับลูกสาวของอาก็ไม่ได้สนิทกันเท่าไร พอรู้จักกันในฐานะลูกพี่ลูกน้องเท่านั้น มาถึงตอนนี้ยิ่งไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องสานสัมพันธ์ทว่าชญานิศไม่ถือสา เธอให้อริยาดูแล เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มที่พวกเขาต้องการเต็มที่ “ขอบคุณค่ะ…ความจริงคุณอาไม่น่าเสียเวลาเยี่ยมเจี๊ยบเลย ไปเที่ยวกันต่อเลยก็ได้ เกรงใจน้องกิ๊ฟกับสามี”“แล้วเมื่อไรเธอจะไปหาฉัน ตั้งแต่ย้ายมาอยู่นี่ เธอก็แทบไม่ออกนอกจังหวัดเลยไม่ใช่เหรอ” กัลยาตัดพ้อ มองหลานสาวด้วยแววตาขุ่นหมอง หล่อนเป็นหญิงหม้ายมาตั้งแต่ปีก่อน เพราะสามีเพิ่งจากไปด้วยเส้นเลือดในสมอง นั่นจึงทำให้หล่อนตระหนักถึงเวล







