เข้าสู่ระบบ
เมื่อถึงคราวเพื่อนนัดสังสรรค์กันในคอนโดสารัช พวกเขาก็คะยั้นคะยอปพนธีร์ที่ห่างหายจากการสังสรรค์มานานมาเจอกันให้ได้
ทั้งที่เมื่อก่อนชายหนุ่มเป็นคนชอบเที่ยว รักความสนุกและบรรยากาศครื้นเครง แต่หลายปีที่ผ่านมาทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป ปพนธีร์แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลย
หากไม่เกี่ยวกับเรื่องงานจริงๆ นักธุรกิจหนุ่มจะไม่พบปะหรือออกไปตามคำชวนใครเท่าไร ถึงแม้จะสนิทกันมากแค่ไหนก็ตาม
“นี่ถ้ามึงไม่จิบเหล้า กูคิดว่ามึงกำลังจะวางแผนบวชแน่นอน” กันต์บ่นเพื่อนที่รู้จักกันตั้งแต่เรียนมัธยมต้นด้วยกัน
“กูก็ว่าอย่างนั้น” สารัชเห็นด้วยกับกันต์ ก่อนลองเสนอ “พลับ…กูว่ามึงลองเปิดใจคบใครบ้างมะ ใจคอ มึงจะใช้ชีวิตซังกะตายอย่างนี้ไปจนแก่เลยรึไง”
ปพนธีร์ครองตัวโสดมานาน ไม่ได้คบใคร หรือมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหนเลย วันๆ เอาแต่ทำงานหนัก ประหนึ่งว่าแบกหนี้ไว้กว่าพันล้าน ทั้งที่ความจริงแค่อยากลืมบางคน
“อย่างนี้ล่ะดีแล้ว” ใช่ว่าปพนธีร์ไม่เคยคิดจะบวช แต่เขาคิดว่าบวชไปก็คงจะเป็นภาระของศาสนาอยู่ดี เพราะเขาไม่อาจตัดใจและปลงตามคำสอนของพระศาสดาได้
“มึงยังลืมเจี๊ยบไม่ได้อีกเหรอ” กันต์ท้วงถามในที่สุด ดูเหมือนว่าช่วงนี้รอบตัวเขาจะมีแต่คนหลงในรักเก่าๆ
“เฮ้ย มึง จุๆ” สารัชถองศอกใส่กันต์ที่กล้าขุดแผลใจของเพื่อนขึ้นมา
“ไม่เป็นไร กูโอเค มันเป็นความจริงนี่” ปพนธีร์ยกน้ำสีอำพันขึ้นดื่มอึกใหญ่ “ใช่ กูยังลืมเขาไม่ได้”
ผู้หญิงที่เคยยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ คลอเคลียและออดอ้อนเขา ความไร้เดียงสาของเธอยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ
เช่นเดียวกับความเศร้าเสียใจของเธอ ที่มีต้นเหตุมาจากเขา เขาทำให้ผู้หญิงดีๆ คนหนึ่งต้องเป็นเหยื่อ แทนที่เธอจะได้มีอนาคตที่สดใส เจอผู้ชายที่แสนดีและมีความสุข แต่เธอกลับต้องมาทุกข์ตรม โดนกักขังอย่างคนไร้ศักดิ์ศรี จนตัดสินใจเกือบจะปลิดชีพตัวเอง
“งั้นมึงก็กลับไปง้อเขาสิ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะยังไม่มีใครก็ได้ นับหนึ่งใหม่ก็ยังไม่สายนะ” สารัชตบไหล่เพื่อนเพื่อให้กำลังใจ
“คนอย่างกูไม่มีเกียรติพอจะเข้าไปยุ่งกับเขาเลยสักนิด เขาควรมีชีวิตใหม่ที่ดี ควรมีคนดีๆ ดูแล ตราบาปอย่างกูไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว…”
ปพนธีร์คิดว่าอยู่ต่อไป ก็จะพาลทำให้บรรยากาศในงานนัดเจอกันของเพื่อนกล่อยลงเปล่าๆ เขาจึงออกมาจากที่นั่นและกลับไปยังที่พักของตัวเอง
ระหว่างทางชายหนุ่มขับรถผ่านสะพานแห่งนั้น…สะพานที่เขาได้พบและคุยกับเธอเป็นครั้งสุดท้าย
ปพนธีร์มองราวสะพาน ก่อนหักพวงมาลัยเข้าจอดรถข้างทาง เดินลงมายืนรับลมและระลึกถึงบรรยากาศในคืนวาน
ครั้งหนึ่งเคยมีผู้หญิงจะฆ่าตัวตายที่นี่…เพราะเขา
ผู้หญิงที่เขาเคยมองว่าเธอเป็นศัตรู ลูกของผู้หญิงที่ทำลายครอบครัวเขา แย่งพ่อไป ทำให้แม่ของเขาตรอมใจตาย
ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงทำเรื่องที่เห็นแก่ตัวกับเธอ ทำให้เธอทนทุกข์กับคำครหาที่ไม่ใช่ความจริง
เมียน้อย และคำว่า ‘ชู้’
‘ถ้าแกอยากไถ่โทษกับสิ่งที่ทำลงไป ก็อย่าไปยุ่งกับชีวิตเขาอีก อย่าให้เขาเห็นแม้แต่เงาของแก’ พ่อเตือนหลังรู้ว่าเขายังแอบตามมองเธออยู่ห่างๆ ทั้งที่สัญญาไว้แล้วว่าจะปล่อยเธอไป ไม่เข้าไปยุ่งกับเธออีก
นับแต่นั้นชายหนุ่มจึงตัดใจ และห้ามตัวเองไม่ให้ยุ่งกับเธอ พยายามจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคู่หมั้น แต่สุดท้ายชีวิตคู่ก็ไปไม่รอด เพราะเขาไม่อาจลืมชญานิศได้
กระทั่งวันนี้ เวลาผ่านไปเกือบสี่ปีแล้ว หลายสิ่งเปลี่ยนไป แต่เขายังอยู่ที่เดิม
คิดถึงเธอ…
ป่านนี้เธอจะเป็นยังไง จะเริ่มต้นใหม่ และมีรักครั้งใหม่แล้วรึยัง
เขาได้แต่เฝ้าถามในสิ่งที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์รู้
เป็นไปได้…เขาอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งที่ตัวเองทำ
เขารักและคิดถึงเธอมากเหลือเกิน
น้อนนนกลับมาแล้วว หลังจากหายไปนาน ฝากด้วยนะงับ ><
สองแขกหนุ่มมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะ ไม่คิดเลยว่าปพนธีร์ที่เคยเป็นแบดบอย สนุกไปวันๆ กระทั่งเปลี่ยนหมวดเศร้าซึมมาหลายปีจะกลายมาเป็นคนมีชีวิตชีวา สดใส มีความสุขกับการได้ทำบางอย่างให้คนรักขนาดนี้ ดูได้จากประกายตาและรอยยิ้มของมัน “แล้วนี่มึงจะยังไงต่อ จนป่านนี้แล้วยังแยกบ้านกับเขาอีกเหรอ จะมีหวังได้คืนดีกันไหมเนี่ย” สารัชถาม เห็นมันเสียใจมานาน ไม่อยากให้เพื่อนผิดหวังเลย “แยกบ้าน ก็แสดงว่ายังจีบไม่สำเร็จน่ะสิ” อาณัติลูบคางพลางพิจารณา นึกถึงเหตุการณ์หลายปีก่อนที่ไอ้เพื่อนคนนี้ทำไว้กับหญิงสาว “น้องเขาก็ใจแข็งมากเหมือนกันนะ ไอ้พลับถึงขั้นซื้อบ้านมาอยู่ข้างๆ โผล่หน้าไปให้เห็นเช้ายันค่ำ ความสัมพันธ์ก็ยังดูไม่คืบหน้าเลย” “มึงรู้ได้ยังไงว่าไม่คืบหน้า” ปพนธีร์มองเพื่อนตาขวาง “อีกอย่าง กูทำไม่ดีกับเขาไว้เยอะ เขาจะตั้งกำแพงสูง ไม่ให้อภัยง่ายๆ ก็ไม่แปลก” ปพนธีร์รู้สึกจี๊ดใจเมื่อนึกถึงคำพูดชญานิศเมื่อวันก่อน เธอให้เขาเป็นได้แค่พ่อของลูก แต่ไม่ให้โอกาสได้เป็นสามี หรือแม้แต่ศึกษาดูใจกันใหม่เลยสักนิด แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาจะไม่ยอมแพ้ เขาจ
พอเพื่อนๆ หลายคนรู้ว่าปพนธีร์มาอยู่และทำงานที่เชียงรายเป็นหลัก ซ้ำยังรู้อีกว่ามีลูกแล้ว พวกเขาก็ต่างเดินทางมาเยี่ยมทีแรกปพนธีร์กลัวว่าเพื่อนจะมาป่วนจนชญานิศกับลูกรู้สึกรำคาญ แต่หลังจากพวกมันสัญญาว่าจะไม่สร้างความวุ่นวายใดๆ ให้เพื่อนเดือดร้อน เพียงแค่อยากมาเห็นหน้าว่าเขายังมีชีวิตอยู่รึเปล่า ไม่ได้ตายไปแล้วแต่ให้เอไอมาโต้ตอบแทนเหมือนแกล้งมีชีวิต เขาจึงอ่อนใจ ยอมให้พวกมันมาจนได้หนุ่มๆ ขับรถราคาไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านมามาจอดริมรั้วบ้านหลังเล็กๆ ในช่วงสาย ก่อนเดินเข้าไปยังบ้านปูนขนาดสองชั้นที่มีพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร แม้ระยะทางจากกรุงเทพมาเชียงรายจะไกลเกือบพันกิโลเมตร ใช้เวลาไปสิบกว่าชั่วโมงในการเดินทางมา แต่พวกเขาชิล ไม่เหนื่อยเลยสักนิด นั่นเพราะตลอดเส้นทางข้ามจังหวัดถนนค่อนข้างโล่ง ทำให้ขับรถสนุก ไม่ติดขัดเหมือนในกรุงเทพฯ “นี่มึงไม่คิดจะซ่อมอะไรเลยเหรอวะ อยู่สภาพนี้เนี่ยนะ” อาณัติกวาดตามองภายในบ้านสีขาวเรียบ ฝ้าเพดานเปียกชื้น บางจุดมีน้ำไหลลงมา และบ้านทั้งหลังมีเฟอร์นิเจอร์อยู่เพียงไม่กี่ชิ้น ไม่เหมาะสมกับผู้บริหารอาณาจักรหมื่นล้านเลย “จริงๆ ก็ทำไปแล้ว แต่ผู้รับเห
“พี่ขอโทษ…” ตั้งแต่ตอนเราคบกันโดยเธอยังไม่รู้เหตุ เขากับเธอก็ป้องกันมาตลอด แต่ทุกการป้องกันก็ใช่ว่าจะรับรองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ “พี่ไม่ได้ตั้งใจ แต่พี่ไม่อยากให้ใครเข้าใจว่าลูกเกิดจากความผิดพลาด”ชญานิศเงียบฟัง พลางรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้น่าจับไปถ่วงน้ำซะจริง“แล้วเรื่องระหว่างคุณกับพ่อ…มันเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วเหรอ”เมื่อก่อนเขาเคยเล่าให้เธอฟังว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับเขาค่อนข้างย่ำแย่ แต่เธอไม่คิดว่าจะหนักถึงขนาดไล่ไปตาย และทำร้ายร่างกายกันขนาดนี้“อืม มันเป็นอย่างนี้แต่ไหนแต่ไรแล้ว…พ่อไม่เคยรักพี่เลย คงเพราะพี่ไม่ได้เกิดจากผู้หญิงที่เขารักมั้ง”“…”“เชื่อไหม เขายังรักและห่วงเจี๊ยบมากกว่าพี่อีก”“พูดอะไรไร้สาระ” เธอถอนหายใจแล้วส่ายหน้า “พี่พูดจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นเจี๊ยบก็ไม่ควรมาเกี่ยวเรื่องนี้อยู่ดี” ปพนธีร์เกลียดการกระทำในอดีตของตัวเอง “เจี๊ยบเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ควรมาเสียใจและเดือดร้อนเพราะปมปัญหาในใจพี่เลย”“…”“เจี๊ยบต้องเลี้ยงลูก ยืนหยัดอยู่เพียงลำพัง ผู้หญิงที่ไม่มีใครอยู่เคียงข้างเลยนอกจากเพื่อนจะรู้สึกกลัวและทุกข์ทรมานมากแค่ไหน”ชญานิศหวนนึกถึงเรื่องเหล่านั้นก็รู้สึกปว
ชญานิศขับรถมาถึงบ้านภายในเวลาไม่กี่นาที เธอเห็นว่ารถของปพนธีร์จอดอยู่ในบ้านของเขา แต่ที่ผิดแผกไป มีรถหรูอีกคันจอดหน้าบ้านเขาด้วย หญิงสาวแปลกใจ แต่ยังเลือกเก็บความสงสัยไว้แล้วเดินเข้าบ้าน หยิบพานาคอตต้าออกมา ทว่าขณะกำลังปิดฝากระโปรงรถ หญิงสาวได้ยินเสียงดังปัง และเสียงเอ็ดตะโรจากข้างบ้านเธออดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปดู รั้วเหล็กโปร่งเหมือนรั้วบ้านเธอไม่ได้ล็อค ทั้งยังมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูบ้าน เขาสวมชุดยูนิฟอร์มสีดำคล้ายคนขับรถของผู้บริหารหรือคนรวย แต่เธอยังไม่ทันได้ถาม ก็มีเสียงเล็ดลอดจากในบ้านดังออกมา“แกนี่มันควายรึไง พูดอะไรไปก็ไม่ฟัง ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ายุ่งกับหนูเจี๊ยบ ที่ผ่านมาแกยังสะใจไม่พออีกรึไง!”“…”“แกจำไม่ได้เหรอว่าฉันสาปแช่งแกไว้ว่ายังไง”“…”“ถ้าแกผิดสัญญา กลับเข้าไปยุ่งกับหนูเจี๊ยบอีก แกจะต้องตายโหงตายห่า เกิดอุบัติเหตุพิการ…”“พ่อจะให้ผมอยู่เฉยๆ ทั้งที่ผมรู้ว่าลูกเมียอยู่นี่อย่างนั้นเหรอ!”“ลูกที่แกไม่ได้ตั้งใจทำ ตราบาปของเขาอย่างนั้นน่ะเหรอ!”“ผมตั้งใจ!” “!” หัวใจชญานิศกระตุก “ผมรักเธอมาก ผมตั้งใจจะรับผิดชอบเธอ ไม่ได้อยากให้เรื่องทุกอย่างลงเอยแบบนี้สักนิด!”“แก
นับตั้งแต่พี่ชายจากไป แม่ของชญานิศหนีไปอยู่กับชู้ หล่อนก็คอยดูแลและสั่งสอนหลานสาวอยู่เสมอ แม้กระทั่งหลานสาวโดนลูกเลี้ยงของแม่หลอกจนท้องโตและมีเจ้าเคน หล่อนก็ยังให้อภัย มาถึงตอนนี้ชญานิศยังมีอะไรปิดบังหล่อนอีก“อ่ะ เอ่อ น้องเคนก็พูดไปเรื่อยแหละค่ะ ไม่มีอะไรหรอก”กัลยาขมวดคิ้ว ไม่เชื่อสักทีเดียว“แน่ใจนะว่าเราไม่ได้แอบคบหากับใครอยู่”“ไม่มีค่ะ จะมีได้ยังไงล่ะคะ” ชญานิศยิ้ม ตรงข้ามกับในใจที่กระอักกระอ่วน“นี่ ถ้ายังไม่มีใคร อาแนะนำให้ไหม” พอพูดถึงเรื่องนี้ กัลยาก็พอนึกถึงคนดีๆ ที่พอรู้จักและเหมาะสมจะดูแลหลานสาว “อาพอจะรู้จักผู้ชายที่มีหน้าที่การงานดี เป็นหลักเป็นแหล่งอยู่คนหนึ่ง ถึงเขาจะเคยแต่งงานมาแล้ว มีลูกติด แต่นั่นไม่เป็นปัญหาหรอก ถ้านิสัยไปกันได้ ทุกอย่างย่อมไปได้สวยอยู่แล้ว”“ไม่ดีกว่าค่ะ ทุกวันนี้เจี๊ยบก็มีความสุขพอแล้ว เจี๊ยบยังไม่อยากมีใคร”“ไม่ใช่ว่ายังลืมผู้ชายพรรคนั้นไม่ได้หรอกนะ” อาหรี่ตามองจับผิดเธอ“ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ” ชญานิศตอบตามจริง ระหว่างเขากับเธอมีเพียงคำว่าพ่อกับแม่เท่านั้น ไม่ได้มีอะไรพิเศษสักหน่อย…หลังกัลยาพูดคุยต่อกับหลานสาวสักครึ่งชั่วโมง ลูกสาวก็ท้วงแม่ว่าได้เ
ทีแรกกัลยาอยากจะเยี่ยมหลานสาวทั้งที่บ้านและร้านเพื่อดูสภาพความเป็นอยู่ของสองแม่ลูก แต่เพราะลูกสาวกับลูกเขยที่มาด้วยมีแพลนไปเที่ยวที่อื่นๆ ในจังหวัดนี้อีกมาก และจะกลับกรุงเทพฯ ภายในวันพรุ่งนี้“ดีนะ ร้านสวยดี” กัลยาเลือกมาเยี่ยมหลานสาวที่ร้าน เพราะหล่อนยังไม่เคยมา ส่วนที่บ้าน หล่อนเคยไปมาแล้วกัลยาเดินสำรวจจนทั่วทุกซอกทุกมุมก่อนจะมานั่งคุยกับชญานิศและหลานชาย ส่วนลูกสาวกับลูกเขยแยกไปนั่งอีกโต๊ะหนึ่ง แม่กับหลานรักจะได้คุยกันเป็นการส่วนตัวเดิมทีระหว่างชญานิศกับลูกสาวของอาก็ไม่ได้สนิทกันเท่าไร พอรู้จักกันในฐานะลูกพี่ลูกน้องเท่านั้น มาถึงตอนนี้ยิ่งไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องสานสัมพันธ์ทว่าชญานิศไม่ถือสา เธอให้อริยาดูแล เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มที่พวกเขาต้องการเต็มที่ “ขอบคุณค่ะ…ความจริงคุณอาไม่น่าเสียเวลาเยี่ยมเจี๊ยบเลย ไปเที่ยวกันต่อเลยก็ได้ เกรงใจน้องกิ๊ฟกับสามี”“แล้วเมื่อไรเธอจะไปหาฉัน ตั้งแต่ย้ายมาอยู่นี่ เธอก็แทบไม่ออกนอกจังหวัดเลยไม่ใช่เหรอ” กัลยาตัดพ้อ มองหลานสาวด้วยแววตาขุ่นหมอง หล่อนเป็นหญิงหม้ายมาตั้งแต่ปีก่อน เพราะสามีเพิ่งจากไปด้วยเส้นเลือดในสมอง นั่นจึงทำให้หล่อนตระหนักถึงเวล







