Início / รักโบราณ / หม้ายสาวพราวเสน่ห์ / ตอนที่ 10 แผนชั่วของโม่อวี้เฟย

Compartilhar

ตอนที่ 10 แผนชั่วของโม่อวี้เฟย

last update Data de publicação: 2026-04-13 22:23:42

ตอนที่ 10 แผนชั่วของโม่อวี้เฟย

กวนเหวินปิน นั่งรถม้ามาสอบถามหาจวนตระกูลกวน ก็ไม่มีใครรู้สักคน เมื่อไปขอความช่วยเหลือแม่สื่อผู้นั้น เขาก็พบเพียงแค่เรือนที่ผุพังและว่างเปล่าไร้คนอาศัย เขาจึงสงสัยยิ่งนักภรรยาของเขานั้นไปอยู่ที่ไหนกันแน่

สีหน้าของคนที่ออกตามหาภรรยาที่เขาเมินเฉยนาง และพอเห็นนางงดงามบาดใจก็อยากจะครอบครองนางและกักขังนางเอาไว้ในจวน น้ำเสียงเกรี้ยวกราดตวาดดังออกไปให้ผู้ติดตามที่ควบม้ามาด้วย สอบถามคนในละแวกนั้น

เขาสอบถามพ่อบ้านแล้วว่า จวนของภรรยานั้นอยู่ที่ใดกันแน่ สารถีที่ขับรถม้ามาส่งที่จวนตระกูลกวน ก็บอกว่าจดจำเส้นทางไม่ได้

นั่นเพราะชายผู้นี้กำลังโกหกเนื่องด้วยว่าถูกกุ้ยหลินบังคับข่มขู่เอาไว้ ชายชราเช่นเขาก็หวาดกลัวเด็กสาวผู้นี้ยิ่งนัก ใครเล่าจะไม่หวาดกลัว เมื่อนางใช้มีดมาจี้อยู่ที่ลำคอของเขา ข่มขู่คุกคามเขาสารพัดและยังเอ่ยปากว่า

หากเขาปากมากมีใครรู้ที่อยู่ของนางละก็ นางจะมาจัดการเขา ใครไม่กลัวก็บ้าแล้ว เขายังไม่อยากตายเร็ว

เหวินปินคว้าน้ำเหลวกลับไปยังที่จวนของตนเอง ด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง ทว่าพอเข้าไปในเรือนของตนเองกับภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้า เพียงแค่ก้าวเข้าไปคิดจะถามอาการของนาง เขากลับถูกหมอนปาใส่ใบหน้าเข้าให้อย่างจัง

“ท่านพี่คิดจะไปตามมันกลับมาทำไมกัน ในเมื่อท่านรักข้า ท่านบอกเองมิใช่รึว่าจะไม่มีวันรักนาง แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น คิดจะไปตามมันกลับมาทำไมกัน คิดจะเหยียบย่ำหัวใจของข้ารึ” อวี้เฟยเดือดดาลนัก รอจังหวะสามีกลับมา นางจึงได้อาละวาดเสียยกใหญ่

ทว่าภายในห้องนอนแห่งนี้สภาพนั้นดูแทบไม่ได้ มีเศษของแจกันที่เพิ่งจะซื้อมาใหม่ หวังเอาใจภรรยา แต่กลับถูกนางทำลายไม่เหลือชิ้นดี เขาจึงได้โมโหโกรธเกรี้ยวยิ่งนัก

“เจ้ารู้หรือไม่ เพื่อเจ้าแล้วแจกันใบนี้ราคาเท่าไหร่ ข้าตั้งใจซื้อมันเพื่อมอบให้ แต่เจ้า...กลับไม่เห็นค่าของมัน ช่างร้ายกาจนัก นึกไม่ถึงว่าสตรีอย่างเจ้าช่างเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจ หากรู้เช่นนี้ข้าจะไม่แต่งกับเจ้าเลย” เหวินปินหัวเสีย แทนที่เขาจะได้ยินเสียงหวาน ๆ ให้ชื่นใจกลับมาเจอแบบนี้ทำให้เหวินปินไม่คิดจะอยู่ในห้องนี้เสียด้วยซ้ำไป

อวี้เฟยรู้สึกไม่พอใจนัก นางตะโกนสุดเสียง “ท่านพี่ กลับมาเดี๋ยวนี้นะ” น้ำเสียงนั้นดังลั่น แต่ไม่อาจหยุดยั้งชายหนุ่มเอาไว้ได้ เขาเดินลิ่วไปยังเรือนใหญ่ด้านหน้า และคิดว่าคงจะนอนค้างในเรือนนั้น หรือไม่ก็ออกไปหาที่ระบายอารมณ์

อวี้เฟยหน้าแดงหน้าดำเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว สาวใช้ข้างกายที่ติดตามมาดูแลรับใช้มิกล้าเงยหน้าผู้เป็นนาย กระนั้นพวกนางก็เกรงว่าเพียงแค่หายใจก็ยังผิด สองสาวใช้อยู่ในมุมห้องแอบชำเลืองมองเศษแจกันที่นายน้อยออกปากว่าซื้อให้นายสาวของตนเอง

พวกนางพยายามห้ามปรามแต่ไม่เป็นผลและภายในห้องนอนแห่งนี้ข้าวของก็เกลื่อนกลาดกระจัดกระจายเต็มพื้นห้องไปหมด นั่นเพราะฮูหยินน้อยอาละวาดเสียยกใหญ่ นางกรีดร้องจนเสียงหลงเพียงแค่ได้ยินคำพูดของฮูหยินใหญ่บอกว่า นายน้อยไปตามฮูหยินอีกคนกลับมาอยู่ด้วยกัน

“ส่งข่าวไปที่จวนสืบหาว่าจ้าวกุ้ยหลินเป็นใคร ข้าจะกำจัดนางให้พ้นทาง เสี้ยนหนามนี้เก็บเอาไว้ไม่ได้” อวี้เฟยคับแค้นใจนักเพียงแค่นางหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมาทำให้นางแปลกใจไม่น้อย จู่ ๆ สามีของนางเหตุใดจึงได้เปลี่ยนไป

ต้นเหตุย่อมเกิดมาจากสตรีผู้นั้น จ้าวกุ้ยหลินทำอันใดให้สามีของนางถึงได้ออกปากคิดจะตามนางกลับมาอยู่ร่วมจวนด้วย ไม่มีทาง โม่อวี้เฟยไม่มีทางยินยอมเด็ดขาด นางจึงคิดจะกำจัดจ้าวกุ้ยหลินให้ออกไป

“เจ้าค่ะ” หนึ่งในสาวใช้พยักหน้ารับปากจากนั้นนางก็ปล่อยให้สหายเผชิญชะตากรรมเพียงคนเดียวในห้องใหญ่แห่งนี้

“อ้าว! มัวแต่ยืนบื้ออยู่ทำไมกัน! รีบเก็บกวาดของเสียสิ พวกโง่ไม่รู้ความ!” อวี้เฟยก่นด่าสาวใช้ที่ยืนนิ่งมิได้หยิบจับและจัดการเก็บกวาดเศษซากที่แตกหักเสียหาย สาวใช้ได้ยินคำสั่งของนายสาวก็ลนลานรีบเก็บกวาดกันให้วุ่นวาย

โม่อวี้เฟยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้างดงามราบเรียบ แต่ทว่ามือเรียวของนางนั้นกำหมัดแน่น คืนนี้จะต้องเป็นคืนที่นางและสามีต้องเข้าหอ หากไม่ใช่ผู้หญิงแซ่จ้าวนั่น คืนนี้นางกับเขาย่อมมีความสุขกันแล้ว

สตรีคนนั้นร้ายกาจนัก ได้ยินพวกสาวใช้พูดคุยกันเกี่ยวกับน้ำแกงไก่ คราแรกก็นึกสะใจที่แม่สามีถูกเล่นงาน แต่นึกไม่ถึงนางยังมาเล่นงานตนเองอีกด้วย ยิ่งนึกก็ยิ่งแค้นใจนัก นางจะต้องหาทางกำจัดเสี้ยนหนามหัวใจออกไปให้ได้

กวนเหวินปิน เขาจะต้องมีเพียงแค่นางผู้เดียวเป็นภรรยา สตรีอื่นอย่าคิดแต่งเข้ามาให้วุ่นวาย นางจะกำจัดและจัดการให้รู้สึก อย่าได้ริอ่านมาเป็นมารหัวใจของนาง

กวนเหวินปินเดินเข้ามาในเรือนหลังใหญ่ เขาสีหน้าไม่พอใจดูออกจะหงุดหงิดว้าวุ่นใจเสียมากกว่า ตัวเขาเดินเข้ามาเพื่อมาพบบิดาและมารดา เมื่อออกไปตามหาอดีตภรรยากลับไม่พบ

เจอเพียงแค่จวนว่างเปล่าไร้คนพักอาศัย จ้าวกุ้ยหลินแท้จริงเป็นใครกันแน่ เขาอยากรู้ใจจะขาด อยากจะครอบครองนางเหลือเกิน แต่ยามนี้เขาจะต้องเร่งสืบหาและตามตัวอดีต

ฮูหยินที่เขาไม่ต้องการกลับมาอยู่ด้วยกัน

“ท่านแม่” เหวินปินเรียกมารดานางนั่งรับน้ำชาและขนมอยู่ในห้องนอนของเรือนใหญ่ “ข้าไปหานางแล้วไม่เจอ” น้ำเสียงของเขาดูผิดหวังยิ่งนัก ใบหน้าของชายหนุ่มดูหมองหม่นไปทีเดียว เขาหย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้ มือหนาหยาบกร้านนั้นจับถ้วยน้ำชาขึ้นมา และสาวใช้ก็รินน้ำชาให้นายน้อยเพื่อดับกระหาย

เหวินปินดื่มชาไปจนหมดถ้วยใบเล็ก ๆ จากนั้นเขาจึงได้สบตากับมารดา “ท่านแม่ช่วยลูกด้วย ข้าชอบนางจริง ๆ” น้ำเสียงนั้นเศร้านัก มารดาหรือก็อยากจะหยิบเก้าอี้ขึ้นฟาดหัวลูกชายเหลือเกิน

“จะให้ข้าช่วยอะไรอีก ข้าไม่รู้ว่านางพื้นเพเป็นคนที่ไหน รู้จักก็เพียงแค่แม่ของนาง แต่ก็สิ้นใจไปแล้ว รู้ว่านางพักอยู่ที่จวนนั้น เจ้าไปหานางไม่พบหรืออย่างไรกัน” มารเอ่ยถามด้วยความสงสัย นางเองก็ไม่เคยรู้ตื้นลึกหนาบางคนพวกนั้น

รู้เพียงแค่เป็นชนชั้นต่ำ เป็นแค่เถ้าแก่กระจอก ๆ จน ๆ ค้าขายในตลาดก็เพียงเท่านั้นที่รู้ นอกเหนือจากนั้นนางไม่อาจรู้เลยก็ว่าได้ ด้วยเพราะที่ให้ลูกชายแต่งงานเป็นที่ว่าอีกฝ่ายมาทวงสัญญาที่ให้ไว้ ตัวนางเองยังลำบากใจ จะฟาดเงินให้ก็เกรงจะเป็นที่นินทาของชาวบ้าน

“เจ้านอนพักเสียหน่อย พรุ่งนี้ค่อยไปตามหานางที่ตลาดก็ได้” นางเหนื่อยใจเหลือเกิน มิรู้จะพูดอันใดอีก เมื่อเห็นสีหน้าของลูกชายก็อดที่จะใจอ่อนไม่ได้ “ข้าได้ยินมาว่า อวี้เฟยอาละวาดทำร้ายข้าวของรึ เจ้าอบรมนางด้วยนะ อยู่ที่จวนนี้มิใช่ที่จวนของนาง จะทำอะไรตามใจชอบไม่ได้”

“ขอรับ ข้าจะอบรมนาง มิให้พังของเช่นนี้อีก” เป็นครั้งแรกที่เขาถูกท่านแม่ต่อว่า ครั้นเมื่อแต่งกุ้ยหลินเข้ามา ไม่ว่าสตรีนางนั้นแกล้งท่านแม่ของเขาอย่างไร นางมิได้ออกปากต่อว่า แต่เมื่อเป็นอวี้เฟย ผู้หญิงที่เขารัก ท่านแม่ถึงกับออกปากเห็นทีเขาจะต้องพูดจากับนางให้รู้เรื่องเสียแล้ว

จ้าวกุ้ยหลินผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ว่ามีใครเขาออกตามหา ยามนี้นางกำลังครุ่นคิดว่า จะเปิดร้านขายข้าวมันไก่ในเวลาไหนดีกว่า ตอนเช้าท่านพ่อขายเพียงแค่น้ำเต้าหู้ก็วุ่นจะแย่ นั่นเพราะน้ำเต้าหู้ที่ร้านของนางไม่เหมือนใคร

“คุณหนู เหตุใดจึงไม่นอนพักอีกเล่าเจ้าคะ” อาจิงเอ่ยถามขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเจ้านายของตนเองไม่มีทีท่าจะเข้านอน นางง่วงนอนเสียแล้ว เผลออ้าปากหาวไปหลายครั้ง

“เจ้าง่วงก็ไปนอนก่อนเถอะ ข้าอยากจะคิดอะไรอีกสักหน่อย” กุ้ยหลินบอกอาจิง และดูเหมือนว่าสาวใช้ผู้นี้ก็ช่างว่าง่ายเสียจริง กุ้ยหลินจึงอดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ เห็นทีว่าพรุ่งนี้นางจะต้องไปขอถอนเงินออกมาจากที่รับฝากเสียแล้ว

รุ่งอรุณรับวันใหม่มาเยือนอีกครั้ง จ้าวกุ้ยหลินตื่นแต่เช้าตรู่ สวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อผ้าดูจะธรรมดาเสียจริง ใบหน้างดงามนั้นดูเรียวเล็ก ริมฝีปากจิ้มลิ้ม อีกทั้งยังมีรอยยิ้มมอบให้กับบรรดาลูกค้าทั้งหลาย

“หลินเอ๋อร์ เจ้าไม่ใช่ไปอยู่บ้านสามีแล้วรึ เหตุใดจึงได้กลับมาค้าขายอีกเล่า บ้านสามีเจ้าร่ำรวยนี่นา” ลูกค้าขาประจำมักจะชอบพูดจากระทบกระเทียบแบบนี้บ่อยครั้ง กุ้ยหลินรู้สึกไม่พอใจแต่ท่านแม่สอนว่า ลูกค้าคือสิ่งที่เราต้องการ ดังนั้นคำพูดของเราก็ต้องพูดจาให้เกียรติอีกฝ่ายด้วย

หากพูดจาไม่ได้ แน่นอนว่าคำพูดของเราที่ออกจากปากไปย่อมมีผลที่ตามมา เหมือนคลื่นกระทบฝั่งอย่างไรอย่างนั้น กุ้ยหลินแย้มยิ้มให้ลูกค้าคนนี้ “ท่านป้า สามีอะไรกัน ข้าน่ะหย่าแล้ว ตอนนี้เป็นหม้าย คิดว่าไม่มีสามีก็คงไม่ได้อดตายเจ้าค่ะ กิจการเล็ก ๆ ของข้าก็ไม่มีความจำเป็นต้องให้อีกฝ่ายมาเลี้ยงดู”

กุ้ยหลินตอกหน้าเข้าให้อีกฝ่าย สตรีสูงอายุถึงกับหน้าชาไปหลายส่วน นางฝืนยิ้มส่งมาให้เด็กสาวรุ่นลูก “เกิดเป็นผู้หญิงยังไงก็ต้องพึ่งพาสามี เจ้าเป็นหม้ายเช่นนี้ ข้าว่าจะหาสามีก็ดูจะลำบากไม่น้อย”

“ท่านป้า ข้ามีเงินหากข้าขัดสนก็ซื้อผู้ชายมาเป็นสามีก็ได้เจ้าค่ะ ท่านป้าอย่าได้ห่วงเลย ว่าแต่ท่านลุงสบายดีหรือไม่เจ้าคะ ได้ยินว่าสองวันที่แล้วท่านลุงรับอนุรุ่นราวคราวเดียวกันกับข้าเข้าไปที่จวน ท่านป้าคงจะชอบใจสินะ มีครอบครัวที่อบอุ่นเช่นนี้” กุ้ยหลินแสยะยิ้มให้อีกฝ่าย

“ข้าไม่เคยอิจฉาเลยเจ้าค่ะครอบครัวแบบนี้ สู้ดีเป็นหม้ายเสียยังดีกว่า มากินของเหลือ ๆ จากผู้หญิงคนอื่น จริงหรือไม่เจ้าคะ”

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษเข้าหอ ฟางผิงซวน โม่อวี้เฟยฟางผิงซาน จ้าวกุ้ยหลิน เข้าหอ“เฟยเอ๋อร์ เรียกพี่ดัง ๆ สิ” น้ำเสียงแหบพร่าของฟางผิงซวน ที่เขากำลังกระแทกกระทั้นเข้าไปข้างในกายสาวของภรรยาที่เพิ่งจะแต่งงานสะโพกหนาแกร่งขยับเขยื้อน กระแทกกระทั้นเข้าไปอย่างไม่ลดละ สีหน้าของเขาดูบิดเบี้ยว ทว่าเต็มไปด้วยความสุขสม ภายในห้องนอนมีเสียงหวานร้องครางกระเส่า ผสมผสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ดังอยู่ในห้องหอสีแดงในยามนี้เตียงนอนสีแดง มีผ้าสีขาวรองคาดกลางเอาไว้ มีรอยจุดเลือดพรหมจรรย์เป็นรอยอยู่บนผ้าสีขาว ฟางผิงซวนไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อน ภรรยาของเขามิเคยเข้าหอกับชายคนนั้น ทว่ายามเขากระแทกกระทั้นเข้าไปขยับสะโพกหนาแกร่งเข้าไปทีไร ภรรยาของเขามักจะส่งเสียงหวานร้องครางออกมา ทำให้เขาจวนเจียนจะแตกซ่านไม่น้อย“อื้อ อ้า” คนตัวเล็กร้องออกมา ยามเมื่อเขาขยับสะโพกซอยถี่ ๆ กายสาวของนางกำลังสั่นระริก เต็มไปด้วยความเสียวซ่านกระสัน พลางสุขล้น ลมหายใจร้อนผะผ่าว บางครั้งก็บางเบาราวกับจะขาดห้วงลงริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มขบเม้มเข้าหากันแน่น มือเรียวขยำผ้าปูที่นอนจนยับย่น ไม่เรียบเหมือนเช่นเดิม คนตัวโตใบหน้ามีเหงื่อผุดขึ้นมา แผ่นหลัง

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 48 แต่งงาน

    ตอนที่ 48 แต่งงานหนึ่งอาทิตย์ต่อมาตระกูลจ้าววันนี้ดูจะคึกคักยิ่งนัก เมื่อจ้าวกุ้ยหลินได้สวมชุดแต่งงานที่ดูหรูหรา งดงามโดดเด่นยิ่งนัก นั่นเพราะเพราะว่าพี่สะใภ้ของนางและกงจู่โจวซู่หนี่ว์ ช่วยกันจัดการชุดแต่งงานให้จ้าวกุ้ยหลินนางไม่รู้จะขอบใจพี่สาวทั้งสองได้อย่างไร เพียงแค่เห็นชุดเจ้าสาวก็ทำให้นางน้ำตาเอ่อคลอเสียแล้ว อีกทั้งยังมีรองเท้าคู่อีกด้วย พี่สะใภ้มอบของให้นางเพิ่มอีก คือกำไลหยกเนื้อมันวาวกระจ่างดูงดงามยิ่งนักจ้าวกุ้ยหลินสาวชุดแต่งงานแล้ว ตอนนี้กำลังถูกจับให้เกล้าผมแล้วก็บรรจงเสียบปิ่นหยก และยังมีผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเป็นรูปนกคู่อีกด้วย เรียกได้ว่าตื่นเต้นยิ่งนัก ครั้งแรกที่แต่งงานยังไม่รู้สึกตื่นเต้นเช่นนี้สักนิด“หลินเอ๋อร์ ช่างดงามยิ่งนัก” ซูหนี่ว์ชมเปาะเมื่อเห็นเจ้าสาวของฟางผิงซานดูหวานละมุนซ่อนความเผ็ดร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าที่งดงามดูไร้พิษสงใด ๆ“นั่นสิ งดงามยิ่ง” หมิงหลันยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อเห็นว่าเจ้าสาวของใครบางคนงดงามเพียงใด ยิ่งคิดว่าคืนนี้จะเกิดอันใดขึ้น เพียงแค่นี้ก็ทำให้หมิงหลันใจเต้นโครมครามเสียแล้ว ใครว่ากงจู่เช่นนางจะเรียบร้อยกันนางแก่นแก้วและยังจับรองแม่ทัพจ้าวเกาเ

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 47 เดินทางพักผ่อนใจ

    ตอนที่ 47 เดินทางพักผ่อนใจหลังจากงานเลี้ยงในคืนนั้นได้เสร็จสิ้นลง ตระกูลฟาง จึงได้พูดคุยว่า จะหาฤกษ์แต่งงานมงคลให้เร็วที่สุด กระนั้นทำให้ฟางผิงซานใจร้อนนัก เขาพูดขึ้นมาว่าอยากจะเร่งงานแต่งให้เร็วที่สุด ยิ่งอาทิตย์ได้ยิ่งดีใหญ่ท่านปู่จึงขบขันไม่น้อยเมื่อเห็นหลานเขยเลือดร้อนอยากจะเข้าหอกับหลานสาวของเขาตัวสั่นเช่นนี้ ทำให้ชายชรารู้สึกเอ็นดูว่าที่หลานเขยเช่นฟางผิงซานยิ่งนัก แม้จะมุทะลุไปบ้างก็ตาม ยังนึกถึงวันที่เคยพร่ำสอนเด็กพวกนี้ได้อยู่เลยเผลอเพียงแค่ไม่กี่ปี ต่างก็เติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว แต่งงานออกเรือนมีลูกกันเสียแล้ว ฟางผิงซานก็คือหนึ่งในลูกศิษย์ที่ท่านราชครูเคยสอนมา ตำแหน่งราชครูมิใช่มีแค่ในวังหลวงเท่านั้น ยังเป็นท่านอาจารย์ใหญ่ในสำนักศึกษาหลวงด้วยเช่นกันในวงสนทนามีเพียงคนผู้หนึ่งที่ยิ้มไม่ออก หัวเราะไม่ได้ นั่นคือท่านอาสาม ที่กำลังปั้นหน้าเสแสร้ง แต่ทว่าภายในใจของเขาดูจะบอบช้ำและเจ็บปวดไม่น้อยจ้าวจินหมิง คิดว่าตนเองนั้นหักห้ามใจแล้ว ที่จะไม่รักหลานสาว แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นผลเอาเสียเลย กระนั้นหลานสาวยังอดที่จะเห็นใจท่านอาสามไม่ได้ นางเคยพูดว่าขอให้ท่านอาของนางได้พบรักแท้จริง ๆ เ

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 46 งานเลี้ยง

    ตอนที่ 46 งานเลี้ยงเมืองหลวงรุ่งอรุณรับวันใหม่ ในจวนตระกูลจ้าวดูจะวุ่นวายไม่น้อย เนื่องด้วยตอนเย็นวันนี้ที่จวนจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกชายคนโต และหลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูลจ้าว ที่ไม่ได้พบหน้ากันมายี่สิบปีจ้าวหมิงหลัน พี่สะใภ้เดินทางมาถึงจวนนี้ในยามสายของวันแล้ว นางนำชุดที่แสนพิเศษมามอบให้น้องสาวผู้นี้ วันนี้นางมาอยู่เป็นเพื่อนของกุ้ยหลิน เพื่อมารับอาหารมื้อกลางวัน แสนจะอร่อยก็ว่าได้กุ้ยหลินเข้าครัว จัดทำอาหารให้พี่สะใภ้อย่างง่าย ๆ เป็นข้าวผัดแล้วก็มีเพียงแค่ไข่เจียวยัดไส้ด้วยหมูสับกับมะเขือเทศ และอีกจานก็คือมะเขือเทศผัดไข่ กุ้ยหลินอยากจะดูแลพี่สะใภ้ผู้นี้เมื่อมื้อกลางวันได้จบลง สตรีทั้งสองก็ต้องแต่งตัว เพื่อรองานเลี้ยงที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกแค่ไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น และจ้าวหมิงหลัน ต้องการให้จ้าวกุ้ยหลินดูโดดเด่นที่สุดในงาน และให้เป็นที่กล่าวขานกันไปหลายหัวเมือง ว่าหม้ายสาวผู้นี้ช่างมีเสน่ห์เหลือร้ายนัก“กุ้ยหลิน” น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าจ้าวกุ้ยหลินสวมชุดสีชมพูอ่อน ปักดิ้นสีแดงเล็ก ๆ เป็นรูปดอกไม้ และดิ้นสีทองนั้นปักเป็นรูปดวงดาว ที่ทอแสงเปล่งประกายวาววับ ทำให้กุ้ยหลิ

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 45 กลืนกินทั้งตัว

    ตอนที่ 45 กลืนกินทั้งตัวฟางผิงซวนยังคงรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่แดนใต้ แผ่นหลังของเขาถูกคนร้ายใช้ดาบแทงเข้ามา โชคดีที่ไม่ถูกจุดสำคัญ เขารักษาตัวมาหลายวัน บาดแผลเริ่มแห้งแล้ว ท่านหมอมอบยาสมานแผล และยาสมุนไพรให้หน้าที่ดูแลคนป่วยตกเป็นของคนงาม หม้ายสาวทรงเสน่ห์ โม่อวี้เฟย แต่ทว่านางงดงามมิได้ดูด้อยไปกว่าจ้าวกุ้ยหลิน กิริยามารยาทนั้นถูกสอนสั่งมาอย่างดี ขนบธรรมเนียมใด ๆ นางมิอาจละเลยกระนั้นยามเช็ดตัวให้ชายหนุ่ม เห็นแผงอกแกร่งขาวสะอ้าน อีกทั้งยังมีกล้ามเนื้อที่หน้าท้องเป็นลอนสวยงาม หม้ายสาวผู้นี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักครั้ง ทว่าคนป่วยมักจะกลั่นแกล้งนางเป็นประจำ หน้าที่คนเช็ดตัวจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากจะเป็นคนงามแห่งแดนใต้ฟางผิงซวนเอนกายอยู่ที่เตียงกว้าง ห้องนอนนี้อยู่ในเรือนรับรองของตระกูลโม่ ชายหนุ่มมองมือเรียวของหญิงสาวที่กำลังบิดผ้าหมาด ๆ จะเช็ดตัวให้เขาเหมือนอย่างเคย แววตาหวานฉ่ำของชายหนุ่ม และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาส่งไปยังหญิงงามอวี้เฟยใบหน้าแดงก่ำราวกับผลอิงเถา เมื่อชายหนุ่มส่งยิ้มและมอบแววตากรุ้มกริ่มเช่นนี้มาให้ ก้อนเนื้อน้อย ๆ ของนางเต้นตึกตักทุกครั้งที่เจอเขา คนงามล้ำม

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 44 ความในใจ

    ตอนที่ 44 ความในใจจ้าวเกาเหวินพอรู้ข่าวของฟางผิงซาน ในคืนนั้นเขาก็รีบรุดหน้าไปหาที่จวนตระกูลจ้าว โดยมีแม่ทัพหยางสหายคู่ใจ ส่งข่าวเอ่ยกล่าวผ่านทางพ่อบ้านตระกูลสายสาม มาแจ้งแก่เขา นั่นทำให้จ้าวเกาเหวินเร่งไปในยามวิกาลฝีเท้าแกร่งเดินอย่างรีบร้อน รุดเข้าไปที่เรือนด้านหน้า ในห้องนอนของน้องสาว พบเห็นสหายของตนเองกำลังหยอกล้อ กุ้ยหลิน ตัวเขาจึงบันดาลโทสะ ตะคอกเสียงดังลั่นห้อง“อาซาน เจ้ามันสมควรตายยิ่งนัก” สีหน้าดำทะมึนของจ้าวเกาเหวิน พร้อมกับแผ่กลิ่นอายชวนหวาดหวั่น ทำให้อีกฝ่ายสะพรึงกลัวยิ่งนัก ทว่าฟางผิงซานจึงออกปากร้องขึ้นมาว่า“หลินเอ๋อร์ ช่วยพี่ด้วยอาเหวินจะตีว่าที่สามี” ด้วยความเจ้าเล่ห์ของฟางผิงซาน ทำให้กุ้ยหลินที่ได้ยินเสียงพี่ชายที่ส่งเสียงคำรามดังกึกก้องในห้องของนาง กุ้ยหลินมีท่าทางตื่นตระหนกเล็กน้อย จากนั้นนางจึงชักสีหน้าจ้องเขม็งไปยังพี่ใหญ่“พี่ใหญ่คิดจะทำอันใด พี่ซานเข้าเจ็บตัวก็เพราะปกป้องน้อง” สิ้นเสียงหวานที่เอ่ยขึ้น ทำให้จ้าวเกาเหวินส่งเสียงคำรามอีกครั้งหนึ่ง“ให้มันน้อย ๆ หน่อย แผลเพียงแค่นี้ทำจะตาย กลับจวนของเจ้าไปได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ข้าจะไปส่ง” จ้าวเกาเหวินมิเอ่ย

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 11 พบหน้า

    ตอนที่ 11 พบหน้าจ้าวเกาเหวิน รองแม่ทัพแห่งแดนเหนือ ยามนี้กำลังพักผ่อน แต่การพักผ่อนของเขานั้นคือการเดินทางมาที่แดนใต้ เขามาด้วยเหตุที่ว่า ภรรยาของเขาอยากจะมาท่องเที่ยวจึงจำเป็นที่เขาจะต้องเดินทางมาด้วย และอีกอย่างคือเขามาราชการลับส่วนฟางผิงซาน อยู่ในรถม้าคันหนึ่ง ข้างกายไร้ผู้ติดตาม น้องชายคนรอง

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 9 กลับบ้าน

    ตอนที่ 9 กลับบ้านรถม้าคันหนึ่งมุ่งหน้าออกมาจากตระกูลกวนเพื่อมาส่งสตรีสองคนที่นั่งอยู่ข้างในนั้น และกว่าจะเดินทางมาถึงที่บ้านหลังหนึ่งก็ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างที่จะยาวนานไม่น้อยและแล้วก็มาถึงบ้านหลังเล็ก ๆ ที่กุ้ยหลินนั้นบอกทางแก่สารถีขับรถม้าทว่าเมื่ออาจิงลงมาถึงกลับแปลกใจนัก เหตุใดคุณหนูจ้าวจึงได

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 8 สมใจแล้วสินะ

    ตอนที่ 8 สมใจแล้วสินะจ้าวกุ้ยหลินเบิกบานใจนัก นางเดินด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส บอกกล่าวให้อาจิงเตรียมตัวเก็บเสื้อผ้า จะกลับไปบ้านกัน อาจิงร้องไห้ด้วยความดีอกดีใจนักที่ตนเองนั้นเป็นอิสระ มิต้องเป็นสาวใช้ในจวนแห่งนี้อีกแล้วอาจิงปาดน้ำตาด้วยความซาบซึ้งใจ นางคุกเข่าลงที่พื้นโขกศีรษะตนเองลงไปหลายครั้ง

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 7 จัดการสั่งสอน

    ตอนที่ 7 จัดการสั่งสอนค่ำคืนที่เงียบเหงาและอ้างว้างช่างดูเปล่าเปลี่ยวหัวใจยิ่งนัก สตรีนางหนึ่งกำลังนอนหลับ เปลือกตากลมโตของดวงตาคู่งามได้ปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ค่ำคืนอันหนาวเหน็บนี้กำลังจะผ่านพ้นไปอาจิงกลับไปนอนพักยังเรือนของตนเอง คงเหลือเอาไว้เพียงแค่ฮูหยินน้อยที่มักจะออกปากว่านางอยากจะอ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status