LOGINตอนที่ 11 พบหน้า
จ้าวเกาเหวิน รองแม่ทัพแห่งแดนเหนือ ยามนี้กำลังพักผ่อน แต่การพักผ่อนของเขานั้นคือการเดินทางมาที่แดนใต้ เขามาด้วยเหตุที่ว่า ภรรยาของเขาอยากจะมาท่องเที่ยวจึงจำเป็นที่เขาจะต้องเดินทางมาด้วย และอีกอย่างคือเขามาราชการลับ
ส่วนฟางผิงซาน อยู่ในรถม้าคันหนึ่ง ข้างกายไร้ผู้ติดตาม น้องชายคนรอง อยู่เมืองหลวง น้องสาวคนเล็กที่แต่งงานไปนั้นกำลังตั้งท้องอ่อน ๆ ไม่เหมาะกับการเดินทาง เขามาเยือนแดนใต้ครั้งนี้เพื่อดูแลความเจ็บปวดและรักษาใจของตนเองให้หายดี
จะได้กลับไปพูดคุยกับสตรีคนที่เขาแอบรักได้เหมือนเมื่อก่อน ไม่นึกว่าองค์ชายรองแคว้นฉู่จะมีดี พิชิตใจของกงจู่ของเขาจนนางต้องยอมรับอีกฝ่ายเข้ามาในชีวิต เข้ามาเติมเต็มความสุขที่นางได้ขาดหายไป
แม้จะยินดีกับคนทั้งคู่ แต่ในใจยังร้าวระบมไม่หาย จึงได้ขอเร้นกายหายตัวมายังต่างถิ่น เดิมทีเขาจะต้องไปยังแคว้นฉู่เพื่อหาทำเลค้าขาย ขยายกิจการเหลาอาหารและหอสุรา เมื่อสหายรักเชิญชวนประจวบกับว่าจ้าวเกาเหวินเป็นห่วงท่านอา ที่ญาติห่าง ๆ เห็นว่าข่าวคราวนั้นเงียบหายไปหลายปี
ทางตระกูลจ้าวมิได้นิ่งนอนใจ ท่านปู่สายสามดูเป็นห่วงและรู้สึกผิดมาตลอด ส่งคนออกไปตามหา ก็ไร้วี่แววและข่าวคราวอันใดจึงคิดถอดใจไปในที่สุด ความหวังของชายแก่ชรา จึงมาตกอยู่ที่หลานชายเช่นเขา เขาจะต้องตามหาตัวท่านอาให้พบ
“สามี เมื่อไหร่จะถึงเสียที” หมิงหลันปวดเมื่อยไปทั้งตัวแล้วในยามนี้ นางกำลังอ้อนเขาหวังว่าให้คนหน้านิ่งนวดให้นางบ้าง สายตาวาววับของนาง เหมือนกำลังเชิญชวนสามี “ข้าเมื่อยตรงนี้” นั่นปะไร จ้าวเกาเหวินถึงกลับหน้าถอดสี
“ตรงนี้จะเมื่อยได้อย่างไรเล่า” คนร้ายกาจนั่นไม่ใช่ใครคือภรรยาของเขา นางบอกปวดเมื่อยที่หน้าอกของตนเอง มันไม่ใช่ก้นนี่นาจะเมื่อยได้อย่างไร นอกเสียจากนางกำลัง...อยากให้เขาดูดดึง
คนตัวโตแสร้งทำหน้าบึ้ง “นั่งดี ๆ มิเช่นนั้นพี่จะตีเจ้า” เดี๋ยวนี้เขากล้าขึ้นเสียงใส่นาง ลูกแมวตัวเล็ก ๆ เช่นหมิงหลันชักสีหน้าไม่พอใจใส่คนตัวโต
“คำก็ตี สองคำก็ตีบ่นเป็นตาแก่นัก รู้เช่นนี้ข้าจะไม่รีบจับเจ้าทำสามี” นั่นไง นางน้อยใจจ้าวเกาเหวินเข้าให้แล้ว ใครใช้ให้นางชอบกินคนสูงอายุเล่า เขาจะสามสิบแล้ว และนางเพิ่งจะเป็นสาวสะพรั่งแตกเนื้อสาวได้ไม่นาน นางก็จับรองแม่ทัพจ้าวทำสามี ด้วยความคิดแรกที่นางเข้าใจผิด คิดว่าเขาเป็นชายตัดแขนเสื้อ
จะมีใครใจกล้าเช่นนางกันเล่า รถม้าเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปสู่แดนใต้ ใช้เวลาอีกนานหลายวันกว่าจะถึง เพราะแดนใต้นั้น จุดสนใจจะมีเพียงแค่เขตพื้นที่เดียวกันคือ เขตท่า ที่เรียกว่ามีเหล่าผู้คนต่างเชื้อชาติมาทำการค้าขาย
ญาติผู้น้องที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอันใดเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตนเองมากมายนัก รู้เพียงแค่เป็นญาติห่าง ๆ ของรองแม่ทัพจ้าว ท่านปู่ ท่านย่า เครือญาตินางไม่เคยได้รับรู้
กุ้ยหลินยามนี้กำลังเก็บกวาดร้านขายน้ำเต้าหู้ช่วยบิดา จู่ ๆ ก็มีชายรูปร่างกำยำเข้ามาระรานนางถึงในร้าน สีหน้าของกุ้ยหลินดูเหมือนนางจะไม่หวาดกลัวอีกฝ่าย
“อยากตายก็เข้ามา พวกสุนัขรับใช้” กุ้ยหลินไม่รู้ว่าคนพวกนี้เป็นใครกัน นางคิดว่ามีใครว่าจ้างมาแน่ ๆ พวกอันธพาลปลายแถว อาจิงตัวสั่นเทา นางหลบอยู่หลังของเจ้านายสาวด้วยความหวาดกลัว
“ทางที่ดี เจ้าไปจากที่นี่ ข้าไม่อยากทำร้ายคนสวย ๆ เช่นเจ้า” หนึ่งในกลุ่มนี้เอ่ยวาจาสามหาวกับกุ้ยหลิน ท่าทีของชายผู้นี้ดูแววตานั่นราวกับจ้องจะเขมือบสาวงามกลืนลงท้อง
“ข้าจะบอกให้นะ พวกเจ้ามันก็เป็นได้แค่ลูกหมา คอยรับใช้นายขี้ขลาดตาขาว บอกมาว่าเป็นใครกันที่ว่าจ้างเจ้ามา มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้ารังแกพวกเจ้านะ” กุ้ยหลินมั่นใจ ว่าอย่างไรนางย่อมเอาชนะคนพวกนี้ได้แน่ ๆ คนพวกนี้ตัวโตสูงใหญ่ก็จริง จุดอ่อนก็มีเพียงแค่เป้าตรงกลางหว่างขาเท่านั้น
หากถูกอัดเข้าไป คงเกรงว่าจะจุกเสียดหน้าแดงหน้าดำเป็นแน่ กุ้ยหลินมองเห็นจุดที่ตนเองจะได้เปรียบ หากนางใช้ความว่องไว ชายกลุ่มนี้หัวเราะขบขันกับคำพูดของสาวงาม หนึ่งนั้นเข้าไปคิดจะจัดการสั่งสอน ตามที่ได้รับค่าจ้างมา
เขาก้าวเข้าไปด้วยสายตาดูเหี้ยมโหด ไม่พูดพร่ำอันใด คิดว่าจะคว้ามือของหญิงสาวเข้ามา เหล่าผู้คนในตลาดมิกล้าเข้าไปช่วยเหลือ และเห็นคนเดือดร้อนมิยื่นมือเข้าไปช่วย พวกเขาก็รักตัวเองและกลัวตายไม่ไปแส่เรื่องของชาวบ้าน
สตรีนางหนึ่งสวมชุดคลุมปกปิดใบหน้าของตนเอง นางยืนมองดูอยู่ไกล ๆ คิดว่าอย่างไรเสีย ตนเองก็ต้องชนะเป็นแน่ คนพวกนั้นเป็นอันธพาลที่ได้รับเงินค่าจ้างจากจวนตระกูลโม่ หวังจะทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวจะย้ายหนีไปเสีย
กุ้ยหลินอาศัยจังหวะของชายคนหนึ่งที่เดินปรี่เข้ามา นางยกขาขึ้นไปให้พอเหมาะพอดีหว่างขาของชายผู้นั้น เสยขึ้นไปเต็มเปา อาจิงผู้ช่วยหยิบเก้าอี้ให้นางและฟาดลงไปกลางหัว จนนอนสลบไปคาที่ ชายอีกสองคนเห็นว่าหญิงสาวร้ายเพียงใด
เข้าไปคิดว่าจะลงมือฉุดอีกฝ่ายไปย่ำยี ด้วยเพราะชอบนัก ตัวเล็ก ๆ เพียงแค่นี้แต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจเอาไว้ หนึ่งในสองคนนั้นถูกกุ้ยหลินกระโดดเตะเข้าให้ที่ปลายคาง จากนั้นนางก็ถีบเข้าที่ท้องของชายอีกคนหนึ่งเข้าให้อย่างจัง
อาจิงถึงแม้จะหวาดกลัว นางจับเก้าอี้มาฟาดใส่หัวของคนพวกนี้จนแน่นิ่งไป โม่อวี้เฟย เห็นเช่นนั้นนางนึกคับแค้นใจสุดแสนสาหัส จึงได้เดินเข้าไปหวังว่าจะทำให้อีกฝ่ายอับอายขายหน้า ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งเข้าไปหวังว่าจะช่วยเหลือ
“ฮูหยินเจ้าเจ็บตรงไหนบ้างหรือไม่” คนหน้าหนาวิ่งเข้าไปคิดว่าจะเป็นวีรบุรุษช่วยโฉมงาม แต่ทว่า เขาจับมือของ
กุ้ยหลินเอาไว้ ส่วนคนที่ถูกจับมือนั้น แยกเขี้ยวใส่เขาทันที“ออกไปให้พ้นหน้าข้า ฮูหยินอะไรของเจ้า ไอ้ลูกหมา” กุ้ยหลินนึกกรุ่นโกรธ วัน ๆ มีแต่เรื่องจะทำมาหากินได้อย่างไรกัน ดูในร้านของนางที่เก้าอี้นั้นหักไปสาม สี่ตัว คิดว่าจะต้องซื้อใหม่เสียแล้ว หากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ต่อไปใครจะเข้ามาซื้อของร้านนางกัน
“อย่าทำแบบนี้สิ ข้ามาตามเจ้ากลับจวนของเรา” เพียงแค่เห็นนางงดงามก็อยากจะครอบครองใจจะขาด เกิดมาเพิ่งได้ประจักษ์กับสายตาถึงความงดงามของนางที่ได้เห็น หากเปรียบเทียบกับอวี้เฟยคนรักแล้วห่างกันนัก
“หน้าด้านนักนะ สตรีไร้ยางอาย เจ้าคิดจะแย่งสามีข้าไม่รู้สึกอายบ้างหรืออย่างไรกัน” อวี้เฟยก้าวเท้าเข้ามา นางประกาศก้องว่าเป็นอะไรกับชายผู้นี้ และแล้วข่าวลือต่าง ๆ ก็กระจายเป็นวงกว้างด้วยเพราะคนพวกมักชอบนินทาปากต่อปาก
“นี่ ข้าจะบอกเอาไว้ให้ประดับสมองของเจ้านะ ไอ้ผู้ชายคนนี้ ข้าไม่คิดจะเอามาทำผัวเสียด้วยซ้ำ ของมีตำหนิแล้ว ข้าไม่ต้องการ อีกอย่างเชิญออกไปจากร้านของข้าได้แล้ว เดี๋ยวที่นี่มันจะมีกลิ่นเหม็นเน่า ของพวกผู้ดีจอมปลอม” กุ้ยหลินอยากจะจัดการโม่อวี้เฟยอีกสักครั้ง หากไม่เกรงใจสายตาชาวบ้านที่ยืนดูอยู่ ป่านนี้นางจะตบปากนังสตรีไร้มารยาทเสียหน่อย
“มันก็ดีกว่าเหม็นกลิ่นสาบคนจนอย่างเจ้า” อวี้เฟยตะโกนใส่หน้ากุ้ยหลินอย่างเสียงดัง แต่ทว่านางถูกกวนเหวินปินรวบตัวของนางเอาไว้ เกรงว่าภรรยาของเขาจะเข้าไปทำร้ายกุ้ยหลิน
“อวี้เฟย! หยุด!พอได้แล้ว!” เหวินปินกระแทกเสียงใส่ภรรยาตนเอง เขาฉุดร่างบอบบางหวังให้ออกไปจากตรงนี้
เขาหลงดีใจที่ในที่สุดก็พบหน้าของคนที่เขาต้องการพบ ไม่นึกว่าจะมีคนพวกนี้เข้ามาก่อเรื่อง คิดจะเข้ามาช่วยนาง แต่ก็ไม่ทัน นางจัดการทีเดียว คนพวกนี้สลบอยู่กับพื้น ไม่กระดุกกระดิกไปไหน
พลางคิดว่าถ้าหากเป็นตัวเองถูกแบบนี้บ้าง สภาพก็คงจะไม่ต่างกัน แต่ในเมื่อนางงดงามถึงเพียงนี้ ต่อให้เจ็บตัวเขาก็ยอม
“ท่านพี่ ข้าขอถามท่านเหตุใดจึงหลงมันนัก มันทำอะไรใส่ท่านกันแน่” อวี้เฟยยืนเท้าเอวสีหน้าบึ้งตึงไม่น้อย
นางอับอายผู้คนนัก แต่นางก็ไม่อยากจะให้สามีของนางเป็นของคนอื่น และยิ่งเป็นคนชั้นต่ำ ที่ไม่มีอะไรสู้นางได้ แต่กลับกลายเป็นว่า สามีของนางหลงเสน่ห์ของผู้หญิงคนนี้เข้าให้แล้ว
“หรือว่ามันทำเสน่ห์ใส่ท่านกันแน่ นางปีศาจคิดจะแย่งสามีของข้ารึ ถึงได้กล้าทำเรื่องต่ำช้าเลวทรามเช่นนี้” อวี้เฟยชี้หน้ากุ้ยหลิน ใส่ความนางเข้าไปอีก นางจะทำทุกอย่างเพื่อให้ศัตรูหัวใจอับอาย
กุ้ยหลินหรือจะอาย ฝีปากของนางช่างดุเดือดเผ็ดร้อนนัก อีกอย่างนางมักจะพูดจาห้วน ๆ ห้าว ๆ มิได้สนใจใคร หากไม่ถูกใจถ้อยคำหยาบคายนางก็สรรหามาด่าให้อีกฝ่ายอับอายได้เช่นกัน
มือเรียวของกุ้ยหลินจับเอามีดเล่มหนึ่งขึ้นมา ชี้หน้าของอีกฝ่ายด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าไม่ยอม และสายตานั้นดูน่าหวาดกลัวนัก อวี้เฟยนึกหวาดกลัวจับใจ ส่วนเหวินปินนั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเห็นว่าปลายมีดคมกริบนั้นชี้ขึ้น ๆ ลง ๆ ที่เจ้าลูกชายของเขา
กุ้ยหลินก้าวเข้าไปหาสองผัวเมียหน้าด้านนั่น จากนั้นนางก็ปักมีดคมกริบลงที่โต๊ะ ยกเท้าข้างหนึ่งเหยียบที่เก้าอี้ไว้ ท่าทางมิได้สนใจว่าคนภายนอกจะมองเช่นไร
อาจิงตาค้างเข้าไปใหญ่ นางปิดปากมิพูดอันใดเมื่อเห็นว่าคุณหนูจ้าวกุ้ยหลินนั้นเก่งกาจเกินสตรี ท่าทางช่างดูยิ่งยะโสโอหังไม่น้อย แววตาดูมาดมั่นเสียเหลือเกิน กุ้ยหลินปรายหางตามองอีกฝ่าย อย่างดูถูกดูแคลนเหยียดหยามเยาะเย้ยสองสามีภรรยาที่หน้าด้านเกินจะทน
“ผู้ชายคนนี้ของเจ้า! ข้านะรึต้องการ! หากข้าต้องการจับทำผัวจริง ข้าไม่ขอหย่ากับมันหรอกไป ไปให้พ้นหน้าข้า! ข้าเกลียดหน้าของพวกเจ้านัก คำก็ชั้นต่ำ สองคำก็ชั้นต่ำ หน็อยแน่พวกคนสูงส่งแต่ก็เดินดินกิน และก็ขี้เหมือนละโว้ย!” กุ้ยหลินก่นด่าเสียหายฟังได้ซะที่ไหนกัน คำพูดของนางทำให้อวี้เฟยอับอายนัก
“อาจิง ตักน้ำให้ข้าสิ ข้าจะไล่พวกสุนัขไปให้พ้น มันมายืนเห่ายืนหอนร้องโหยหวนช่างน่ารำคาญนัก”
ตอนพิเศษเข้าหอ ฟางผิงซวน โม่อวี้เฟยฟางผิงซาน จ้าวกุ้ยหลิน เข้าหอ“เฟยเอ๋อร์ เรียกพี่ดัง ๆ สิ” น้ำเสียงแหบพร่าของฟางผิงซวน ที่เขากำลังกระแทกกระทั้นเข้าไปข้างในกายสาวของภรรยาที่เพิ่งจะแต่งงานสะโพกหนาแกร่งขยับเขยื้อน กระแทกกระทั้นเข้าไปอย่างไม่ลดละ สีหน้าของเขาดูบิดเบี้ยว ทว่าเต็มไปด้วยความสุขสม ภายในห้องนอนมีเสียงหวานร้องครางกระเส่า ผสมผสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ดังอยู่ในห้องหอสีแดงในยามนี้เตียงนอนสีแดง มีผ้าสีขาวรองคาดกลางเอาไว้ มีรอยจุดเลือดพรหมจรรย์เป็นรอยอยู่บนผ้าสีขาว ฟางผิงซวนไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อน ภรรยาของเขามิเคยเข้าหอกับชายคนนั้น ทว่ายามเขากระแทกกระทั้นเข้าไปขยับสะโพกหนาแกร่งเข้าไปทีไร ภรรยาของเขามักจะส่งเสียงหวานร้องครางออกมา ทำให้เขาจวนเจียนจะแตกซ่านไม่น้อย“อื้อ อ้า” คนตัวเล็กร้องออกมา ยามเมื่อเขาขยับสะโพกซอยถี่ ๆ กายสาวของนางกำลังสั่นระริก เต็มไปด้วยความเสียวซ่านกระสัน พลางสุขล้น ลมหายใจร้อนผะผ่าว บางครั้งก็บางเบาราวกับจะขาดห้วงลงริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มขบเม้มเข้าหากันแน่น มือเรียวขยำผ้าปูที่นอนจนยับย่น ไม่เรียบเหมือนเช่นเดิม คนตัวโตใบหน้ามีเหงื่อผุดขึ้นมา แผ่นหลัง
ตอนที่ 48 แต่งงานหนึ่งอาทิตย์ต่อมาตระกูลจ้าววันนี้ดูจะคึกคักยิ่งนัก เมื่อจ้าวกุ้ยหลินได้สวมชุดแต่งงานที่ดูหรูหรา งดงามโดดเด่นยิ่งนัก นั่นเพราะเพราะว่าพี่สะใภ้ของนางและกงจู่โจวซู่หนี่ว์ ช่วยกันจัดการชุดแต่งงานให้จ้าวกุ้ยหลินนางไม่รู้จะขอบใจพี่สาวทั้งสองได้อย่างไร เพียงแค่เห็นชุดเจ้าสาวก็ทำให้นางน้ำตาเอ่อคลอเสียแล้ว อีกทั้งยังมีรองเท้าคู่อีกด้วย พี่สะใภ้มอบของให้นางเพิ่มอีก คือกำไลหยกเนื้อมันวาวกระจ่างดูงดงามยิ่งนักจ้าวกุ้ยหลินสาวชุดแต่งงานแล้ว ตอนนี้กำลังถูกจับให้เกล้าผมแล้วก็บรรจงเสียบปิ่นหยก และยังมีผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเป็นรูปนกคู่อีกด้วย เรียกได้ว่าตื่นเต้นยิ่งนัก ครั้งแรกที่แต่งงานยังไม่รู้สึกตื่นเต้นเช่นนี้สักนิด“หลินเอ๋อร์ ช่างดงามยิ่งนัก” ซูหนี่ว์ชมเปาะเมื่อเห็นเจ้าสาวของฟางผิงซานดูหวานละมุนซ่อนความเผ็ดร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าที่งดงามดูไร้พิษสงใด ๆ“นั่นสิ งดงามยิ่ง” หมิงหลันยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อเห็นว่าเจ้าสาวของใครบางคนงดงามเพียงใด ยิ่งคิดว่าคืนนี้จะเกิดอันใดขึ้น เพียงแค่นี้ก็ทำให้หมิงหลันใจเต้นโครมครามเสียแล้ว ใครว่ากงจู่เช่นนางจะเรียบร้อยกันนางแก่นแก้วและยังจับรองแม่ทัพจ้าวเกาเ
ตอนที่ 47 เดินทางพักผ่อนใจหลังจากงานเลี้ยงในคืนนั้นได้เสร็จสิ้นลง ตระกูลฟาง จึงได้พูดคุยว่า จะหาฤกษ์แต่งงานมงคลให้เร็วที่สุด กระนั้นทำให้ฟางผิงซานใจร้อนนัก เขาพูดขึ้นมาว่าอยากจะเร่งงานแต่งให้เร็วที่สุด ยิ่งอาทิตย์ได้ยิ่งดีใหญ่ท่านปู่จึงขบขันไม่น้อยเมื่อเห็นหลานเขยเลือดร้อนอยากจะเข้าหอกับหลานสาวของเขาตัวสั่นเช่นนี้ ทำให้ชายชรารู้สึกเอ็นดูว่าที่หลานเขยเช่นฟางผิงซานยิ่งนัก แม้จะมุทะลุไปบ้างก็ตาม ยังนึกถึงวันที่เคยพร่ำสอนเด็กพวกนี้ได้อยู่เลยเผลอเพียงแค่ไม่กี่ปี ต่างก็เติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว แต่งงานออกเรือนมีลูกกันเสียแล้ว ฟางผิงซานก็คือหนึ่งในลูกศิษย์ที่ท่านราชครูเคยสอนมา ตำแหน่งราชครูมิใช่มีแค่ในวังหลวงเท่านั้น ยังเป็นท่านอาจารย์ใหญ่ในสำนักศึกษาหลวงด้วยเช่นกันในวงสนทนามีเพียงคนผู้หนึ่งที่ยิ้มไม่ออก หัวเราะไม่ได้ นั่นคือท่านอาสาม ที่กำลังปั้นหน้าเสแสร้ง แต่ทว่าภายในใจของเขาดูจะบอบช้ำและเจ็บปวดไม่น้อยจ้าวจินหมิง คิดว่าตนเองนั้นหักห้ามใจแล้ว ที่จะไม่รักหลานสาว แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นผลเอาเสียเลย กระนั้นหลานสาวยังอดที่จะเห็นใจท่านอาสามไม่ได้ นางเคยพูดว่าขอให้ท่านอาของนางได้พบรักแท้จริง ๆ เ
ตอนที่ 46 งานเลี้ยงเมืองหลวงรุ่งอรุณรับวันใหม่ ในจวนตระกูลจ้าวดูจะวุ่นวายไม่น้อย เนื่องด้วยตอนเย็นวันนี้ที่จวนจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกชายคนโต และหลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูลจ้าว ที่ไม่ได้พบหน้ากันมายี่สิบปีจ้าวหมิงหลัน พี่สะใภ้เดินทางมาถึงจวนนี้ในยามสายของวันแล้ว นางนำชุดที่แสนพิเศษมามอบให้น้องสาวผู้นี้ วันนี้นางมาอยู่เป็นเพื่อนของกุ้ยหลิน เพื่อมารับอาหารมื้อกลางวัน แสนจะอร่อยก็ว่าได้กุ้ยหลินเข้าครัว จัดทำอาหารให้พี่สะใภ้อย่างง่าย ๆ เป็นข้าวผัดแล้วก็มีเพียงแค่ไข่เจียวยัดไส้ด้วยหมูสับกับมะเขือเทศ และอีกจานก็คือมะเขือเทศผัดไข่ กุ้ยหลินอยากจะดูแลพี่สะใภ้ผู้นี้เมื่อมื้อกลางวันได้จบลง สตรีทั้งสองก็ต้องแต่งตัว เพื่อรองานเลี้ยงที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกแค่ไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น และจ้าวหมิงหลัน ต้องการให้จ้าวกุ้ยหลินดูโดดเด่นที่สุดในงาน และให้เป็นที่กล่าวขานกันไปหลายหัวเมือง ว่าหม้ายสาวผู้นี้ช่างมีเสน่ห์เหลือร้ายนัก“กุ้ยหลิน” น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าจ้าวกุ้ยหลินสวมชุดสีชมพูอ่อน ปักดิ้นสีแดงเล็ก ๆ เป็นรูปดอกไม้ และดิ้นสีทองนั้นปักเป็นรูปดวงดาว ที่ทอแสงเปล่งประกายวาววับ ทำให้กุ้ยหลิ
ตอนที่ 45 กลืนกินทั้งตัวฟางผิงซวนยังคงรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่แดนใต้ แผ่นหลังของเขาถูกคนร้ายใช้ดาบแทงเข้ามา โชคดีที่ไม่ถูกจุดสำคัญ เขารักษาตัวมาหลายวัน บาดแผลเริ่มแห้งแล้ว ท่านหมอมอบยาสมานแผล และยาสมุนไพรให้หน้าที่ดูแลคนป่วยตกเป็นของคนงาม หม้ายสาวทรงเสน่ห์ โม่อวี้เฟย แต่ทว่านางงดงามมิได้ดูด้อยไปกว่าจ้าวกุ้ยหลิน กิริยามารยาทนั้นถูกสอนสั่งมาอย่างดี ขนบธรรมเนียมใด ๆ นางมิอาจละเลยกระนั้นยามเช็ดตัวให้ชายหนุ่ม เห็นแผงอกแกร่งขาวสะอ้าน อีกทั้งยังมีกล้ามเนื้อที่หน้าท้องเป็นลอนสวยงาม หม้ายสาวผู้นี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักครั้ง ทว่าคนป่วยมักจะกลั่นแกล้งนางเป็นประจำ หน้าที่คนเช็ดตัวจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากจะเป็นคนงามแห่งแดนใต้ฟางผิงซวนเอนกายอยู่ที่เตียงกว้าง ห้องนอนนี้อยู่ในเรือนรับรองของตระกูลโม่ ชายหนุ่มมองมือเรียวของหญิงสาวที่กำลังบิดผ้าหมาด ๆ จะเช็ดตัวให้เขาเหมือนอย่างเคย แววตาหวานฉ่ำของชายหนุ่ม และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาส่งไปยังหญิงงามอวี้เฟยใบหน้าแดงก่ำราวกับผลอิงเถา เมื่อชายหนุ่มส่งยิ้มและมอบแววตากรุ้มกริ่มเช่นนี้มาให้ ก้อนเนื้อน้อย ๆ ของนางเต้นตึกตักทุกครั้งที่เจอเขา คนงามล้ำม
ตอนที่ 44 ความในใจจ้าวเกาเหวินพอรู้ข่าวของฟางผิงซาน ในคืนนั้นเขาก็รีบรุดหน้าไปหาที่จวนตระกูลจ้าว โดยมีแม่ทัพหยางสหายคู่ใจ ส่งข่าวเอ่ยกล่าวผ่านทางพ่อบ้านตระกูลสายสาม มาแจ้งแก่เขา นั่นทำให้จ้าวเกาเหวินเร่งไปในยามวิกาลฝีเท้าแกร่งเดินอย่างรีบร้อน รุดเข้าไปที่เรือนด้านหน้า ในห้องนอนของน้องสาว พบเห็นสหายของตนเองกำลังหยอกล้อ กุ้ยหลิน ตัวเขาจึงบันดาลโทสะ ตะคอกเสียงดังลั่นห้อง“อาซาน เจ้ามันสมควรตายยิ่งนัก” สีหน้าดำทะมึนของจ้าวเกาเหวิน พร้อมกับแผ่กลิ่นอายชวนหวาดหวั่น ทำให้อีกฝ่ายสะพรึงกลัวยิ่งนัก ทว่าฟางผิงซานจึงออกปากร้องขึ้นมาว่า“หลินเอ๋อร์ ช่วยพี่ด้วยอาเหวินจะตีว่าที่สามี” ด้วยความเจ้าเล่ห์ของฟางผิงซาน ทำให้กุ้ยหลินที่ได้ยินเสียงพี่ชายที่ส่งเสียงคำรามดังกึกก้องในห้องของนาง กุ้ยหลินมีท่าทางตื่นตระหนกเล็กน้อย จากนั้นนางจึงชักสีหน้าจ้องเขม็งไปยังพี่ใหญ่“พี่ใหญ่คิดจะทำอันใด พี่ซานเข้าเจ็บตัวก็เพราะปกป้องน้อง” สิ้นเสียงหวานที่เอ่ยขึ้น ทำให้จ้าวเกาเหวินส่งเสียงคำรามอีกครั้งหนึ่ง“ให้มันน้อย ๆ หน่อย แผลเพียงแค่นี้ทำจะตาย กลับจวนของเจ้าไปได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ข้าจะไปส่ง” จ้าวเกาเหวินมิเอ่ย
ตอนที่ 15 ข้าชอบท่านจวนตระกูลกวนค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ท่านหมอเดินเข้ามาสามคนเพื่อมาดูอาการของบุตรชายขุนนางกวน แผ่นหลังนั้นแดงเถือกเป็นแผลพุพองเสียแล้ว ช่างดูน่าหวาดกลัวนักโม่อวี้เฟยถูกจับให้นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น แต่นางหาได้สำนึกผิดไม่ ท่าทางช่างดูกระด้างกระเดื่องต่อแม่สามีและพ่อสามีไม่
ตอนที่ 14 จัดการกุ้ยหลินและสหายอีกสามคน เดินมายังร้านของนางที่ปิดไปแล้ว จากนั้นกุ้ยหลินเปิดบานประตูไม้แต่ละบานด้วยความชำนาญ ฟางผิงซานอาสาจะช่วยสตรีร่างบอบบาง เขาไม่รู้ว่ากุ้ยหลินนั้นเก่งกาจเรื่องหมัดมวยและร่างกายของนางนั้นแข็งแรงยิ่งนัก มิได้อ่อนแอปวกเปียกเสียเมื่อไหร่กันอาจิงวิ่งหน้าตาตื่นมาหา “
ตอนที่ 13 น้องสาวจ้าวกุ้ยหลิน สบตาเข้ากับอีกฝ่าย ทว่ายามนี้ใบหน้าของนางดูจะแดงระเรื่อไม่น้อย เมื่อถูกชายหนุ่มโอบกระชับเอวของนางเข้ามาเพื่อเล่นงิ้วแสดงสวมบทบาทเป็นว่าที่สามีของนางในอนาคต ทว่านางตัวแข็งทื่อไม่เคยถูกชายใดโอบกอดถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้สักครั้งกวนอวี้เฟยไร้คำพูดกับอีกฝ่ายแม้ว่าในใจลึก ๆ จ
ตอนที่ 12 ประกาศตัวหลังจากที่จ้าวกุ้ยหลินประกาศตัวว่าหย่าร้างกับสามีแซ่กวนไป อีกสองวันถัดมา เรื่องของสตรีหม้ายแซ่จ้าว ก็ถูกกล่าวอยู่ในวงสุรา และเหล่าชายหนุ่มก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หญิงหม้ายผู้นี้งดงามเหลือเกิน ค้าขายเก่งกาจนัก อีกทั้งยังจัดการเหล่าผู้ที่มาก่อกวนเสียอยู่หมัดในแต่ละวันร้านน้ำเต้







