Masukตอนที่ 9 กลับบ้าน
รถม้าคันหนึ่งมุ่งหน้าออกมาจากตระกูลกวนเพื่อมาส่งสตรีสองคนที่นั่งอยู่ข้างในนั้น และกว่าจะเดินทางมาถึงที่บ้านหลังหนึ่งก็ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างที่จะยาวนานไม่น้อยและแล้วก็มาถึงบ้านหลังเล็ก ๆ ที่กุ้ยหลินนั้นบอกทางแก่สารถีขับรถม้า
ทว่าเมื่ออาจิงลงมาถึงกลับแปลกใจนัก เหตุใดคุณหนูจ้าวจึงได้บอกว่าบ้านของนางหลังเล็ก ๆ เล่า อาจิงตกตะลึงจนตาค้าง และไหนบอกว่าครอบครัวยากจนด้วยเล่า นางไม่อาจเชื่อคำพูดของจ้าวกุ้ยหลินได้เลย
“อาจิง นี่คือบ้านของเจ้าต่อไปนี้นะ” กุ้ยหลินแย้มยิ้มขึ้นมาและนางอดที่จะขำขันไม่ได้ เมื่ออาจิงเห็นบ้านของนางที่บอกว่าหลังเล็ก ๆ “บ้านไม่ได้ใหญ่โตเหมือนตระกูลกวนเจ้าอยู่ได้หรือไม่” บ้านที่นางพูดถึงก็หลังไม่ได้ใหญ่จริง ๆ
แต่ว่าบ้านหลังนี้นั้นเป็นบ้านที่มีความยาวไม่น้อย กุ้ยหลินเดินเข้ามาในบ้านของนาง ข้างในนั้นมีแจกันลวดลายงดงามประดับอยู่ ไหนบอกว่าบ้านยากจนนัก อาจิงเหมือนถูกหลอกเสียด้วยซ้ำไป แค่นางประเมินราคาแจกันก็แทบจะลมจับ
บ้านหลังนี้เป็นบ้านชั้นเดียว แต่มีหลายห้องข้างใน ท่านแม่ของนางจงใจออกแบบบ้านที่อบอุ่นนี้ขึ้นมา เป็นบ้านชั้นเดียว และมีแค่ห้าห้องเท่านั้น เอาไว้เผื่อต้อนรับใครเดินทางมาค้างอ้างแรม มิได้แบ่งแยกเป็นเรือนเหมือนคนในแคว้นนี้
บ้านของนางรูปร่างแปลก ๆ ไม่เหมือนของใคร กระนั้นอาจิงมิกล้าเอ่ยถามอันใดอีกเดินตามหลังต้อย ๆ เข้าไปข้างในบ้านแห่งนี้ด้วยความงุนงง สาวใช้ในบ้านหรือก็หาได้มีไม่ และวันที่คุณจ้าวแต่งงานนางใช้บ้านหลังไหนกันแน่
แม่สื่อยังออกปากกับกวนฮูหยินถึงเรื่องที่บ้านนั้นสภาพดูยับเยินทีเดียว วันนั้นนางได้ยินที่แม่สื่อพูดคุยรู้สึกเห็นใจคุณหนูยิ่งนัก แต่วันนี้นางได้ประจักษ์ในความเจ้าเล่ห์แสนร้ายกาจแล้ว
“ท่านพ่อ” คนตัวเล็กเสียงหวาน เมื่อเห็นท่านพ่อนั่งอยู่ในบ้านคนเดียว คงจะเหงามากสินะที่นางไม่อยู่หลายวันแล้ว เมื่อชายสูงวัยเงยหน้าสบตาผู้เป็นลูกสาว เขารีบลุกขึ้นอ้าวงแขนรอรับลูกสาวเข้ามาสู่อ้อมกอดอีกครั้งหนึ่ง
“ลูกพ่อ เหตุใดจึงได้กลับมาคนเดียวเล่า แล้วลูกเขยพ่อล่ะมิได้กลับมาด้วยกันรึ” เถ้าแก่จ้าวยังไม่รู้เรื่องของลูกสาว กุ้ยหลินนั่งคุกเข่าที่พื้น เงยหน้ามองบิดาจากนั้นนางจึงเอ่ยขึ้นว่า
“ท่านพอ วันแรกเขามิเข้าหอ ส่งเจ้าบ่าวไก่มา วันที่สองข้าไม่ได้พบหน้า วันที่สามเขาแต่งภรรยาใหม่เข้ามาเย้ยหยันและดูแคลน พูดจาสารพัดเอ่ยเปรียบกระทบกระเทียบ และยังพูดจาว่าเหม็นกลิ่นสาบสางความจนจากข้า เช่นนี้แล้วลูกจึงขอหย่า หมายมั่นว่าจะเปิดร้านขายข้าวมันไก่เจ้าค่ะ”
กุ้ยหลินบรรยายให้ท่านพ่อได้ฟัง เถ้าแก่จ้าวทรุดนั่งที่เก้าอี้ เขาคิดผิดไปที่ส่งลูกสาวให้ไปแต่งงานกับคนพวกนั้น คิดว่าอยากให้ลูกสาวสบายไม่ต้องมาค้าขายตากฝน ตากแดดอยากจะให้นางสุขสบายจนลืมนึกไปว่า คนพวกนั้นใจดำนัก
“แล้วนั่นใครกัน” ชายสูงวัยเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นเด็กสาวยืนก้มหน้ามิกล้าพูดโต้ตอบ
“นายท่านข้าน้อยเป็นสาวใช้ของคุณหนูเจ้าค่ะ” อาจิงรีบคุกเข่าลงที่พื้นทันที เงยหน้าสบตาผู้เป็นนายของตนเอง จึงได้เอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด ทำให้เถ้าแก่จ้าวนั้นหัวเราะชอบใจ แผนการของลูกสาวของเขานี้หาได้ดูเบาไม่
คราแรกเขานั้นมิคิดเห็นด้วย ที่ไปขออาศัยบ้านที่ใกล้จะผุพังมาเป็นวันที่ส่งตัวเจ้าสาว แม่สื่อผู้นั้นเขาอุตส่าห์ไปบากหน้าว่าจ้างนางมาทำพิธีทุกอย่างให้ ขนาดจ่ายเงินก้อนโตที่มีติดตัวอยู่ก้อนเดียวให้นาง นางยังดูแคลนเสียขนาดนี้
และชุดของลูกสาวของเขาก็เจียดเงินเก็บส่วนหนึ่งสั่งตัดให้นาง ราคาไม่เบาทีเดียว คนพวกนี้ช่างดูแคลนผู้อื่นเก่งนัก มิน่าลูกสาวของเขาจึงได้คิดแผนนี้ขึ้นมา นางบอกว่าเป็นแผนผ้าขี้ริ้วห่อทอง เขามิเคยเข้าใจอะไรเลย
คนแก่เช่นเขามิได้มีความคิดซับซ้อนอันใดนัก นางคงจะซึมซับมาจากมารดาของนางกระมัง ภรรยาของเขาช่างเจ้าเล่ห์ไม่น้อย ดั้นด้นจากเมืองหลวงเดินทางมาค้าขายแดนใต้ นางเก็บเงินได้มากมายแต่มินำมาใช้ฟุ่มเฟือยให้สิ้นเปลือก
ไม่จ้างสาวใช้ให้มายุ่มย่ามรำคาญใจ ทุกอย่างนางทำเองทั้งนั้น บ้าน ที่นางเรียกจนติดปากแท้ที่จริงก็คือจวนที่หน้าตาของมันช่างประหลาดนัก กว่าจะสร้างจนเสร็จก็ใช่เวลาหลายเดือน ภรรยาของเขาเก็บเงินเก่ง ทำทุกอย่างและค้าขายเก่งนัก
ติดแต่ที่นางมิให้ลูกสาวเปิดเผยโฉมหน้า มักจะทำให้ลูกสาวนั้นตัวมอมแมม มิให้เป็นที่สะดุดตาและมักจะให้ลูกสาวสวมผ้าคลุมหน้า ยามไปช่วยเขาค้าขายในตอนเช้าตรู่ นึกไม่ถึงว่ามีประโยชน์ยิ่งนัก ใคร ๆ ก็รู้จักว่า เถ้าแก่จ้าวนั้นยากจนเพียงใด
“ต่อไปพ่อจะไม่บังคับเจ้าแล้ว” เถ้าแก่จ้าวพูดคุยกับลูกสาว “พ่อขอโทษเจ้านัก ไม่คิดว่าสิ่งที่พ่อทำลงไปทำให้เจ้าเจ็บปวดใจถึงเพียงนี้” ชายสูงวัยพูดไปสีหน้าก็ดูหมองเศร้าไปด้วย นั่นเพราะเขาหวังดีจนเกินไป
“ท่านพ่อลูกมิเคยโทษท่านเลย ต่อไปนี้ข้าจะแบ่งเบาภาระของท่านพ่อเองเจ้าค่ะ” กุ้ยหลินคลี่ยิ้มให้บิดา เมื่อพูดคุยถามไถ่กันเรียบร้อยแล้ว นางก็เดินไปยังห้องนอนของตัวเอง ห้องเล็ก ๆ ของนางมิได้กว้างขวางมากนัก
อาจิงดีใจอย่างยิ่งนางมีห้องเป็นของตนเองแล้ว ถึงแม้จะอยู่ในเรือนเดียวกันกับเจ้านายทั้งสองก็ตาม อาจิงไม่รอช้าจัดการนำเสื้อผ้ามาจากห่อผ้าแขวนเอาไว้ที่ราวไม้จนเสร็จเรียบร้อย นางก็เดินไปยังส่วนด้านท้ายของบ้าน
สองสายตากวาดมองช่างดูเป็นระเบียบยิ่งนัก อาจิงนึกแปลกใจยิ่งเครื่องปรุงต่าง ๆ ในจวนนี้ดูเหมือนจะอักษรที่นางหยิบขึ้นมาดูและไม่เข้าใจยิ่งนัก อาจิงทำหน้านิ่วตั้งนานพยายามเพ่งดูอย่างไรก็ไม่มีอักษรที่คุ้นตา
จนในที่สุดกุ้ยหลินจึงได้เดินเข้ามา คิดว่าจะทำอาหารสำหรับมื้อค่ำของวันนี้ คิดจะทำเพียงแค่ง่าย ๆ ก็น่าจะพอเพราะเพียงแค่สามคนเองก็เท่านั้น อาจิงเมื่อเห็นคุณหนูเดินมา ด้วยความสงสัยจึงได้เอ่ยถามขึ้นมาว่า
“คุณหนูในขวดแก้วนี้คืออันใดเจ้าคะ” อาจิงทำหน้าสงสัยราวกับเด็กน้อยเองคอเล็ก ๆ ดูน่ารักน่าหยิกยิ่งนัก กุ้ยหลินคลี่ยิ้มก่อนจะหยิบมันมาและวางมันกลับเข้าไปที่เดิม
“อ้อมันเป็นเครื่องปรุงสูตรพิเศษ” กุ้ยหลินนางไม่ได้บอกอาจิงแต่อย่างใด เห็นเด็กสาวทำหน้าสงสัย นางก็หัวเราะอยู่ในลำคอ “เครื่องปรุงของชาวผมทอง ว่าง ๆ ข้าจะพาเจ้าไปเดินแถวนั้น คนพวกนั้นตัวโตสูงใหญ่ ดวงตาสีฟ้า ผมสีทอง”
ทางด้านตระกูลกวน ฮูหยินน้อยที่ถูกกุ้ยหลินเตะเสยปลายคางให้นางก็เพิ่งจะฟื้นขึ้นมา นางเจ็บและรู้สึกมึนงง จำได้เพียงแค่ว่านางกำลังจะไปทำร้ายกุ้ยหลิน แต่เหตุใดนางจึงหมดสติไป สาวใช้ทั้งสองที่ถูกกุ้ยหลินจัดการ พวกนางมีสีหน้าดูตื่นตกใจไม่น้อย
“ฮูหยินน้อยตื่นแล้ว” แม้ว่าน้ำเสียงของพวกนางดูเหมือนจะดีใจที่ฮูหยินน้อยของพวกนางนั้นฟื้นขึ้นมา “หิวหรือไม่เจ้าคะ” สาวใช้พยุงร่างบอบบางให้เอาศีรษะพิงที่หัวเตียงนอน อวี้เฟยยังคงนึกเหตุใดการณ์นั้นอยู่
“ข้าเป็นอะไรไป” นางอยากรู้ว่าเหตุใดนางจึงหมดสติไป
“คือว่า...” สาวใช้อึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไรดี จนกระทั่งแม่สามีเดินเข้ามากับสาวใช้คนสนิท มาดหมายว่าจะมาดูอาการของลูกสะใภ้เสียหน่อย หากจู่ ๆ เกิดอาการย่ำแย่ขึ้นมานางจะได้เรียกหมอได้ทัน
“ไม่มีอะไรมากหรอก เจ้าก็แค่ถูกจ้าวกุ้ยหลินเล่นงาน” ขนาดแม่สามีเช่นนางยังถูกรังแกเลย นับประสาอะไรกับโม่อวี้เฟย นางถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับลูกชายที่สมองหมู ยังคิดจะไปตามกุ้ยหลินกลับมาที่จวนอีก
หากกุ้ยหลินกลับมา นางมิอาจอยู่ร่วมจวนได้ เห็น ๆ ว่าลูกสะใภ้คนนี้ร้ายกาจเพียงใด นางจะเป็นเชื้อฟืนดี ๆ ทำให้ในจวนมีแต่ความวุ่นวายและบาดหมางกันเป็นแน่ ครั้นจะเอ่ยปากห้ามลูกชายที่เอาแต่ใจ จนเกิดการโต้เถียงเกิดขึ้น ลูกชายของนางหุนหันออกไปตามกุ้ยหลินกลับ
เขาช่างไม่รักมารดาเช่นนางบ้างเลย นางห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ยอมฟัง
“ท่านแม่แล้วท่านพี่เล่าเจ้าคะ” อวี้เฟยลืมตาขึ้น นางคาดหวังว่าจะเจอสามี และอยากให้เขาปลอบใจนางเสียหน่อย แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา สาวใช้ก็ส่ายหน้าบอกไม่รู้
“เห็นว่าจะไปตามกุ้ยหลินกลับมาจวน”
ตอนพิเศษเข้าหอ ฟางผิงซวน โม่อวี้เฟยฟางผิงซาน จ้าวกุ้ยหลิน เข้าหอ“เฟยเอ๋อร์ เรียกพี่ดัง ๆ สิ” น้ำเสียงแหบพร่าของฟางผิงซวน ที่เขากำลังกระแทกกระทั้นเข้าไปข้างในกายสาวของภรรยาที่เพิ่งจะแต่งงานสะโพกหนาแกร่งขยับเขยื้อน กระแทกกระทั้นเข้าไปอย่างไม่ลดละ สีหน้าของเขาดูบิดเบี้ยว ทว่าเต็มไปด้วยความสุขสม ภายในห้องนอนมีเสียงหวานร้องครางกระเส่า ผสมผสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ดังอยู่ในห้องหอสีแดงในยามนี้เตียงนอนสีแดง มีผ้าสีขาวรองคาดกลางเอาไว้ มีรอยจุดเลือดพรหมจรรย์เป็นรอยอยู่บนผ้าสีขาว ฟางผิงซวนไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อน ภรรยาของเขามิเคยเข้าหอกับชายคนนั้น ทว่ายามเขากระแทกกระทั้นเข้าไปขยับสะโพกหนาแกร่งเข้าไปทีไร ภรรยาของเขามักจะส่งเสียงหวานร้องครางออกมา ทำให้เขาจวนเจียนจะแตกซ่านไม่น้อย“อื้อ อ้า” คนตัวเล็กร้องออกมา ยามเมื่อเขาขยับสะโพกซอยถี่ ๆ กายสาวของนางกำลังสั่นระริก เต็มไปด้วยความเสียวซ่านกระสัน พลางสุขล้น ลมหายใจร้อนผะผ่าว บางครั้งก็บางเบาราวกับจะขาดห้วงลงริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มขบเม้มเข้าหากันแน่น มือเรียวขยำผ้าปูที่นอนจนยับย่น ไม่เรียบเหมือนเช่นเดิม คนตัวโตใบหน้ามีเหงื่อผุดขึ้นมา แผ่นหลัง
ตอนที่ 48 แต่งงานหนึ่งอาทิตย์ต่อมาตระกูลจ้าววันนี้ดูจะคึกคักยิ่งนัก เมื่อจ้าวกุ้ยหลินได้สวมชุดแต่งงานที่ดูหรูหรา งดงามโดดเด่นยิ่งนัก นั่นเพราะเพราะว่าพี่สะใภ้ของนางและกงจู่โจวซู่หนี่ว์ ช่วยกันจัดการชุดแต่งงานให้จ้าวกุ้ยหลินนางไม่รู้จะขอบใจพี่สาวทั้งสองได้อย่างไร เพียงแค่เห็นชุดเจ้าสาวก็ทำให้นางน้ำตาเอ่อคลอเสียแล้ว อีกทั้งยังมีรองเท้าคู่อีกด้วย พี่สะใภ้มอบของให้นางเพิ่มอีก คือกำไลหยกเนื้อมันวาวกระจ่างดูงดงามยิ่งนักจ้าวกุ้ยหลินสาวชุดแต่งงานแล้ว ตอนนี้กำลังถูกจับให้เกล้าผมแล้วก็บรรจงเสียบปิ่นหยก และยังมีผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเป็นรูปนกคู่อีกด้วย เรียกได้ว่าตื่นเต้นยิ่งนัก ครั้งแรกที่แต่งงานยังไม่รู้สึกตื่นเต้นเช่นนี้สักนิด“หลินเอ๋อร์ ช่างดงามยิ่งนัก” ซูหนี่ว์ชมเปาะเมื่อเห็นเจ้าสาวของฟางผิงซานดูหวานละมุนซ่อนความเผ็ดร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าที่งดงามดูไร้พิษสงใด ๆ“นั่นสิ งดงามยิ่ง” หมิงหลันยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อเห็นว่าเจ้าสาวของใครบางคนงดงามเพียงใด ยิ่งคิดว่าคืนนี้จะเกิดอันใดขึ้น เพียงแค่นี้ก็ทำให้หมิงหลันใจเต้นโครมครามเสียแล้ว ใครว่ากงจู่เช่นนางจะเรียบร้อยกันนางแก่นแก้วและยังจับรองแม่ทัพจ้าวเกาเ
ตอนที่ 47 เดินทางพักผ่อนใจหลังจากงานเลี้ยงในคืนนั้นได้เสร็จสิ้นลง ตระกูลฟาง จึงได้พูดคุยว่า จะหาฤกษ์แต่งงานมงคลให้เร็วที่สุด กระนั้นทำให้ฟางผิงซานใจร้อนนัก เขาพูดขึ้นมาว่าอยากจะเร่งงานแต่งให้เร็วที่สุด ยิ่งอาทิตย์ได้ยิ่งดีใหญ่ท่านปู่จึงขบขันไม่น้อยเมื่อเห็นหลานเขยเลือดร้อนอยากจะเข้าหอกับหลานสาวของเขาตัวสั่นเช่นนี้ ทำให้ชายชรารู้สึกเอ็นดูว่าที่หลานเขยเช่นฟางผิงซานยิ่งนัก แม้จะมุทะลุไปบ้างก็ตาม ยังนึกถึงวันที่เคยพร่ำสอนเด็กพวกนี้ได้อยู่เลยเผลอเพียงแค่ไม่กี่ปี ต่างก็เติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว แต่งงานออกเรือนมีลูกกันเสียแล้ว ฟางผิงซานก็คือหนึ่งในลูกศิษย์ที่ท่านราชครูเคยสอนมา ตำแหน่งราชครูมิใช่มีแค่ในวังหลวงเท่านั้น ยังเป็นท่านอาจารย์ใหญ่ในสำนักศึกษาหลวงด้วยเช่นกันในวงสนทนามีเพียงคนผู้หนึ่งที่ยิ้มไม่ออก หัวเราะไม่ได้ นั่นคือท่านอาสาม ที่กำลังปั้นหน้าเสแสร้ง แต่ทว่าภายในใจของเขาดูจะบอบช้ำและเจ็บปวดไม่น้อยจ้าวจินหมิง คิดว่าตนเองนั้นหักห้ามใจแล้ว ที่จะไม่รักหลานสาว แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นผลเอาเสียเลย กระนั้นหลานสาวยังอดที่จะเห็นใจท่านอาสามไม่ได้ นางเคยพูดว่าขอให้ท่านอาของนางได้พบรักแท้จริง ๆ เ
ตอนที่ 46 งานเลี้ยงเมืองหลวงรุ่งอรุณรับวันใหม่ ในจวนตระกูลจ้าวดูจะวุ่นวายไม่น้อย เนื่องด้วยตอนเย็นวันนี้ที่จวนจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกชายคนโต และหลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูลจ้าว ที่ไม่ได้พบหน้ากันมายี่สิบปีจ้าวหมิงหลัน พี่สะใภ้เดินทางมาถึงจวนนี้ในยามสายของวันแล้ว นางนำชุดที่แสนพิเศษมามอบให้น้องสาวผู้นี้ วันนี้นางมาอยู่เป็นเพื่อนของกุ้ยหลิน เพื่อมารับอาหารมื้อกลางวัน แสนจะอร่อยก็ว่าได้กุ้ยหลินเข้าครัว จัดทำอาหารให้พี่สะใภ้อย่างง่าย ๆ เป็นข้าวผัดแล้วก็มีเพียงแค่ไข่เจียวยัดไส้ด้วยหมูสับกับมะเขือเทศ และอีกจานก็คือมะเขือเทศผัดไข่ กุ้ยหลินอยากจะดูแลพี่สะใภ้ผู้นี้เมื่อมื้อกลางวันได้จบลง สตรีทั้งสองก็ต้องแต่งตัว เพื่อรองานเลี้ยงที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกแค่ไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น และจ้าวหมิงหลัน ต้องการให้จ้าวกุ้ยหลินดูโดดเด่นที่สุดในงาน และให้เป็นที่กล่าวขานกันไปหลายหัวเมือง ว่าหม้ายสาวผู้นี้ช่างมีเสน่ห์เหลือร้ายนัก“กุ้ยหลิน” น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าจ้าวกุ้ยหลินสวมชุดสีชมพูอ่อน ปักดิ้นสีแดงเล็ก ๆ เป็นรูปดอกไม้ และดิ้นสีทองนั้นปักเป็นรูปดวงดาว ที่ทอแสงเปล่งประกายวาววับ ทำให้กุ้ยหลิ
ตอนที่ 45 กลืนกินทั้งตัวฟางผิงซวนยังคงรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่แดนใต้ แผ่นหลังของเขาถูกคนร้ายใช้ดาบแทงเข้ามา โชคดีที่ไม่ถูกจุดสำคัญ เขารักษาตัวมาหลายวัน บาดแผลเริ่มแห้งแล้ว ท่านหมอมอบยาสมานแผล และยาสมุนไพรให้หน้าที่ดูแลคนป่วยตกเป็นของคนงาม หม้ายสาวทรงเสน่ห์ โม่อวี้เฟย แต่ทว่านางงดงามมิได้ดูด้อยไปกว่าจ้าวกุ้ยหลิน กิริยามารยาทนั้นถูกสอนสั่งมาอย่างดี ขนบธรรมเนียมใด ๆ นางมิอาจละเลยกระนั้นยามเช็ดตัวให้ชายหนุ่ม เห็นแผงอกแกร่งขาวสะอ้าน อีกทั้งยังมีกล้ามเนื้อที่หน้าท้องเป็นลอนสวยงาม หม้ายสาวผู้นี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักครั้ง ทว่าคนป่วยมักจะกลั่นแกล้งนางเป็นประจำ หน้าที่คนเช็ดตัวจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากจะเป็นคนงามแห่งแดนใต้ฟางผิงซวนเอนกายอยู่ที่เตียงกว้าง ห้องนอนนี้อยู่ในเรือนรับรองของตระกูลโม่ ชายหนุ่มมองมือเรียวของหญิงสาวที่กำลังบิดผ้าหมาด ๆ จะเช็ดตัวให้เขาเหมือนอย่างเคย แววตาหวานฉ่ำของชายหนุ่ม และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาส่งไปยังหญิงงามอวี้เฟยใบหน้าแดงก่ำราวกับผลอิงเถา เมื่อชายหนุ่มส่งยิ้มและมอบแววตากรุ้มกริ่มเช่นนี้มาให้ ก้อนเนื้อน้อย ๆ ของนางเต้นตึกตักทุกครั้งที่เจอเขา คนงามล้ำม
ตอนที่ 44 ความในใจจ้าวเกาเหวินพอรู้ข่าวของฟางผิงซาน ในคืนนั้นเขาก็รีบรุดหน้าไปหาที่จวนตระกูลจ้าว โดยมีแม่ทัพหยางสหายคู่ใจ ส่งข่าวเอ่ยกล่าวผ่านทางพ่อบ้านตระกูลสายสาม มาแจ้งแก่เขา นั่นทำให้จ้าวเกาเหวินเร่งไปในยามวิกาลฝีเท้าแกร่งเดินอย่างรีบร้อน รุดเข้าไปที่เรือนด้านหน้า ในห้องนอนของน้องสาว พบเห็นสหายของตนเองกำลังหยอกล้อ กุ้ยหลิน ตัวเขาจึงบันดาลโทสะ ตะคอกเสียงดังลั่นห้อง“อาซาน เจ้ามันสมควรตายยิ่งนัก” สีหน้าดำทะมึนของจ้าวเกาเหวิน พร้อมกับแผ่กลิ่นอายชวนหวาดหวั่น ทำให้อีกฝ่ายสะพรึงกลัวยิ่งนัก ทว่าฟางผิงซานจึงออกปากร้องขึ้นมาว่า“หลินเอ๋อร์ ช่วยพี่ด้วยอาเหวินจะตีว่าที่สามี” ด้วยความเจ้าเล่ห์ของฟางผิงซาน ทำให้กุ้ยหลินที่ได้ยินเสียงพี่ชายที่ส่งเสียงคำรามดังกึกก้องในห้องของนาง กุ้ยหลินมีท่าทางตื่นตระหนกเล็กน้อย จากนั้นนางจึงชักสีหน้าจ้องเขม็งไปยังพี่ใหญ่“พี่ใหญ่คิดจะทำอันใด พี่ซานเข้าเจ็บตัวก็เพราะปกป้องน้อง” สิ้นเสียงหวานที่เอ่ยขึ้น ทำให้จ้าวเกาเหวินส่งเสียงคำรามอีกครั้งหนึ่ง“ให้มันน้อย ๆ หน่อย แผลเพียงแค่นี้ทำจะตาย กลับจวนของเจ้าไปได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ข้าจะไปส่ง” จ้าวเกาเหวินมิเอ่ย
ตอนที่ 6 คิดถึงคนบนฟ้าชีวิตของจ้าวกุ้ยหลิน จะเป็นเหมือนดั่งนิทานที่ท่านแม่ของนางได้เล่าให้นางฟังก่อนนอนหรือไม่ มันเป็นนิทานของพวกชาวผมทอง ในความมืดมิดของค่ำคืนในวันที่สาม ซึ่งสามีได้แต่งงานใหม่ นางซึ่งเป็นภรรยาคนแรกก็ถูกเขาทิ้งขว้างอย่างไม่ไยดีกุ้ยหลินหิ้วท้องหิวจนถึงยามเย็น อาจิงสาวใช้ก็แอบออกไป
ตอนที่ 5 หมามุ่ยงานมงคลวันนี้เริ่มด้วยเสียงอึกทึกครึกโครม เมื่อเจ้าบ่าวนั้นไปรับเจ้าสาวของเขาที่จวนตระกูลโม่ด้วยตนเอง สีหน้าของเจ้าบ่าวนั้นดูมีความสุขยิ่งนัก และยังมีผู้คนที่เอ่ยเปรียบเทียบว่า เจ้าสาวคนแรกนั้นช่างดูน่าสงสาร เพราะเจ้าบ่าวมิได้ไปรับนาง และยังให้นางเข้าพิธีไหว้ฟ้ากับเจ้าบ่าวไก่อีกด้ว
ตอนที่ 4 ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวเสื้อผ้ากองโตก็ถูกกุ้ยหลินนั้นนำมาที่ซักล้าง ด้านหลังเรือนของนาง สาวใช้ตักน้ำขึ้นมาใส่อ่างให้ฮูหยินน้อย จากนั้นกุ้ยหลินใช้เชือกรั้งแขนเสื้อของตนเองให้เห็นข้อมือเรียวเล็กใต้ร่มผ้าที่ดูว่าจะแตกต่างจากผิวด้านนอก จนสาวใช้ตกใจอ้าปากค้าง“ฮูหยินน้อยผิวของท่านช่างแต
ตอนที่ 3 กุ้ยหลินวางแผนร้ายจ้าวกุ้ยหลินประกาศตัวเป็นศัตรูกับแม่สามี และพ่อสามีแล้ว ก็คงจะเหลืออีกคนหนึ่งนั่นคือสามีของนาง นางไม่ได้อยากจะพบหน้าแต่ก็ดูเหมือนว่า ในจวนนี้มีอะไรแปลกไปหรือไม่ เมื่อนางเดินไปทางใด สาวใช้ของจวนนี้ก็เร่งฝีเท้าหนี ทำราวกับว่านางเป็นตัวประหลาดเสียอย่างนั้นอีกอย่างนางเห็นว่







