LOGINตอนที่ 12 ประกาศตัว
หลังจากที่จ้าวกุ้ยหลินประกาศตัวว่าหย่าร้างกับสามีแซ่กวนไป อีกสองวันถัดมา เรื่องของสตรีหม้ายแซ่จ้าว ก็ถูกกล่าวอยู่ในวงสุรา และเหล่าชายหนุ่มก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หญิงหม้ายผู้นี้งดงามเหลือเกิน ค้าขายเก่งกาจนัก อีกทั้งยังจัดการเหล่าผู้ที่มาก่อกวนเสียอยู่หมัด
ในแต่ละวันร้านน้ำเต้าหู้ในตลาดที่เป็นร้านของเถ้าแก่จ้าวนั้นดูจะขายดีเป็นพิเศษ นั่นเหล่าชายหนุ่มไม่ว่าจะเป็นหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ ต่างก็อยากจะมาเห็นหน้าแม่ค้าสาว ที่เมื่อก่อนนั้นมักจะมีผ้าปิดบังใบหน้าเอาไว้
แต่ยามนี้กุ้ยหลินนางจัดการแปลงโฉมเสียใหม่ บ้านของนางที่ไม่มีสาวใช้นะรึ ตอนนี้นางก็รับเข้ามาดูแลบ้านของนางอีกสี่คน นั่นเพราะนางเบื่อคำดูแคลนของผู้หญิงแซ่โม่ ที่มักเหยียดหยามนางว่าชนชั้นต่ำ
แท้จริงแล้วนางมักจะมีอะไรซ่อนอยู่อีกมากมาย บ้านที่นางบอกว่าจนนักหนา บิดาสวมเสื้อขาด ๆ เก่าซอมซ่อมาค้าขาย นั่นคือกลยุทธ์ชนิดหนึ่งเท่านั้น ด้วยมารดาของนางมีความคิดที่ไม่เหมือนผู้ใด และมารดาของนางเองก็มักจะนำเงินที่ค้าขายได้ เอาไปฝากไว้ที่รับฝากเงิน
หลังจากที่กุ้ยหลินจัดการสองผัวเมียนั่นให้อับอายขายหน้า กวนเหวินปินกับฮูหยินของเขาก็หายหน้าไปเลยนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ร่วมเดือนได้ และคืนนี้มีเทศกาลจุดพลุไฟทำให้ค่ำคืนนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ
คุณหนูจ้าวกุ้ยหลิน สตรีหม้ายอันดับหนึ่งในแดนใต้ ความงามมิได้เป็นสองรองใคร ผิวพรรณยามนี้ดูขาวจัดราวกับหิมะ ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ไร้จุดด่างดำบนใบหน้า อีกทั้งรูปร่างช่างดูอรชรยิ่งนัก คืนนี้นางแต่งตัวผิดแปลกตาไปมากกว่าทุกวัน
สตรีสวมชุดสีม่วง รวบผมขึ้นทั้งหมด ปักปิ่นหยกเนื้อดีราคาแพงมองเห็นต้นคอระหงได้เป็นอย่างดี ต่างหูเป็นสายห้อยลงมาถึงที่ซอกคอขาวของนาง ใบหน้านั้นแต่งอย่างบางเบา ริมฝีปากทาชาดสีชมพูอ่อนที่นำเข้ามาจากชาวผมทอง
จ้าวกุ้ยหลินวันนี้นางดูโดดเด่นสะดุดตายิ่งกว่าวันไหน ๆ ทำให้ชายหนุ่ม ลูกค้าที่เคยมาอุดหนุนน้ำเต้าหู้ร้านของนาง ต่างพากันเดินเข้ามาทักทายหม้ายสาวพราวเสน่ห์ไม่ได้ รอยยิ้มของนางช่างดูเบิกบาน ชักชวนให้ชายหนุ่มลุ่มหลงไม่น้อย ชายหนุ่มบางคนถึงขั้นอาสานำทางสตรีหม้ายผู้งดงามเดินเที่ยวในคืนนี้
กวนอวี้เฟยฮูหยินของกวนเหวินปิน นางก็มาเดินเที่ยวงานในวันนี้ด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อพบเข้ากับศัตรูหัวใจ นางก็อยากที่จะเข้าไปเอ่ยวาจากระทบกระเทียบอีกฝ่ายเข้าให้ แต่นางก็ต้องหยุดความคิดนั้นลงไป ด้วยเหตุผลที่ว่าแม่สามีของนางดุด่านางเช้าเย็นจนหูชาไปหมด
จ้าวหมิงหลันเดินทางมาถึงแดนใต้ นางก็อดที่จะตื่นตาตื่นใจไม่ได้ เมื่อได้เห็นของกินมากมายสองข้างทาง ผู้ติดตามนั้นก็มีมากเช่นเดียวกัน แต่ทว่าคนพลุกพล่าน จึงทำให้นางพลัดหลงกับสามี แต่ก็ไม่เป็นไร นางมิได้กลัวอันใดเสียหน่อย
ฟางผิงซาน ชายหนุ่มรูปงามและอีกผู้หนึ่งก็คือจ้าวเกาเหวิน ที่บังเอิญว่าทำภรรยาหายเข้าให้ เขากระวนกระวายใจยิ่งนัก เกรงว่าคนตัวเล็กของเขาจะเกิดอันตราย โดยหารู้ไม่ว่ายามนี้ภรรยาของเขากำลังเล่นสนุกสนาน กับการโยนห่วงให้ลงขวด
สตรีชุดสีม่วงกับสตรีชุดสีแดง ต่างก็แข่งขันกันอยู่ในท่าที่กำลังเตรียมดวลฝีมือ ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะไป เบื้องหน้าของสตรีทั้งสอง เป็นขวดแก้วของชาวผมทองดวงตาสีฟ้า นำมาวางเรียงราย เพิ่มสีสันในงานได้เป็นอย่างดี
แต่ทว่าผู้ที่ยืนเบื้องหลังของสาวงามกลับเป็นชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะเคลิบเคลิ้มไม่น้อย พวกเขามองเห็นนางเซียนน้อยสองคนที่ยิ้มแฉ่งเบ่งบานท่ามกลางเหล่าฝูงผึ้งตัวผู้ที่กำลังจะเข้ามาดอมดมบุปผางามทั้งสอง
“นี่แม่นาง หากเจ้าชนะข้าได้ วันนี้ข้าจะเลี้ยงขนมเจ้าพรุ่งนี้ และข้าจะเลี้ยงอาหารที่เจ้าไม่เคยได้กินมาก่อน” กุ้ยหลินรู้สึกถูกชะตากับสตรีด้านข้างนัก ส่วนสตรีสวมชุดแดง ใบหน้างดงามผิวพรรณเกลี้ยงเกลา รอยยิ้มน้อย ๆ ของนางทำให้ชายหนุ่มถึงกับดวงตาพร่ามัว นางกำลังระบายยิ้มอ่อนให้กับอีกฝ่ายอย่างผูกมิตร
“แล้วถ้าหากเจ้าชนะเล่า ข้าคิดว่า...ข้าจะพา...ขี้เกียจคิด เดี๋ยวค่อยว่ากัน” หมิงหลันนึกไม่ออก ไม่รู้ว่าจะชวนอีกฝ่ายไปเที่ยวหรือเลี้ยงอาหารที่ไหนดี นอกเสียจากว่าเหลาอาหารของสหายนาง แต่ก็ยังไม่อาจจะสร้างเสร็จภายในไม่กี่วันนี้
“แม่นาง เจ้าอย่าไปผูกมิตรกับสตรีชั้นต่ำเลย นางจะทำอันใดได้ นอกเสียจากเล่นปาหี่ให้ท่านได้ดู” กวนอวี้เฟยอดค่อนขอดอีกฝ่ายไม่ได้ นางนึกหมั่นไส้ยิ่งนัก ที่เห็นว่าเบื้องหลังของกุ้ยหลินมีแต่เหล่าชายหนุ่ม ลูกชายของพวกขุนนางน้อยใหญ่ ส่วนนางเล่าไม่มีคำชมจากปากผู้ใด
กวนเหวินปินถูกมารดาสั่งห้าม บิดาคาดโทษหมายหัวเอาไว้ มิให้มาวุ่นวายกับกุ้ยหลินอีก เพราะหย่าร้างกันแล้ว ขุนนางกวนอับอายขายหน้ายิ่งนักที่ลูกชายทำตัวราวกับอันธพาล เที่ยวระรานอดีตภรรยาของตนเอง แต่ทว่ากวนเหวินปินไม่อาจทำใจได้ และวันนี้ยิ่งเห็นนางงดงามบาดตาบาดใจเสียขนาดนี้ มีหรือที่คนอย่างเขาไม่คิดจะครอบครองนาง
“หุบปากเน่า ๆ ของเจ้าไปเสีย ปากพล่อย ๆ เช่นนี้ระวังข้าจะโยนห่วงใส่ปากของเจ้าเล่า” กุ้ยหลินต่อว่าอีกฝ่าย ทำให้หมิงหลันไม่เข้าใจนัก ทั้งสองคนคงจะเป็นอริกันเป็นแน่ แต่ทว่านางชอบกุ้ยหลินเสียมากกว่า
“อวี้เฟย เจ้าหยุดพูดจาว่านางสักครั้งไม่ได้หรืออย่างไรกัน” งานกำลังสนุกสนาน แต่ทว่าสองผัวเมียนี้ทำให้กุ้ยหลินหมดสนุก จึงได้ชักชวนสตรีสวมชุดแดงไปเดินเล่นด้วยกัน พวกนางเจอกันที่ร้านโยนห่วงนั้น เพราะต่างฝ่ายต่างถูกชะตากันและกันเข้าให้
นั่นเพราะทั้งสองคนกำลังแข่งขันโยนห่วงที่แม่นราวกับจับวาง กุ้ยหลินเองโยนห่วงลงขวดแก้วประชันแข่งขันกับอีกฝ่าย เรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใคร หมิงหลันจึงขอถามกุ้ยหลิน “นี่ข้าขอถามอะไรหน่อยได้หรือไม่” แม้รู้ว่าไม่ควรจะถามแต่ก็อยากรู้อยู่ดี
“ได้สิ เรื่องของสองคนนั้นนะหรือ ไม่มีอะไรหรอก ข้าเคยแต่งงานกับเขาแล้วก็หย่า ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็เป็นฮูหยินของเจ้าบ้านั่น” กุ้ยหลินพูดคุยราวกับเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ ทำให้หมิงหลันชื่นชมและชอบใจนัก ในความห้าวหาญและความใจกล้าของอีกฝ่าย ยิ่งฝีปากของนางนั้นดูจัดจ้าน เผ็ดร้อนช่างได้ใจของนางยิ่งนัก
“แล้วเจ้าเล่า เหตุใดจึงว่าพลัดหลงกับสามี” กุ้ยหลินฟังเรื่องราวของหมิงหลันมาบ้าง นางบอกแค่ว่าหลงกับสามีเท่านั้น แต่ก็จำทางกลับโรงเตี๊ยมได้อยู่
“คนเยอะขนาดนี้ จะไม่ให้ข้าหลงกับเขาได้ยังไงกัน ข้าหิวก็เลยแวะซื้อของแล้วก็หาเขาไม่เจอ” หมิงหลันไม่ได้เศร้าใจแต่อย่างใด นางกำลังสนุกมากต่างหากที่ได้มีสหายเพิ่มอีกคน คิดว่าแดนใต้คงจะไม่น่าเบื่อเกินไปนักสำหรับนาง
“หลันเอ๋อร์” จ้าวเกาเหวินเห็นแผ่นหลังบอบบางของภรรยา ก็ร้องเรียกด้วยความดีใจ จากนั้นเขาเร่งสาวเท้าเข้าไปสวมกอดภรรยาเองไว้ จับตัวเด็กน้อยของเขาหันซ้ายที ขวาทีดูว่านางเป็นอันใดหรือไม่ สายตาของกุ้ยหลินประสานเข้ากับชายหนุ่มผู้หนึ่ง
ก่อนจะเบนสายตาไปมองดูสตรีที่พลัดหลงกับสามี “เอ่อ ในเมื่อท่านพบกับสามีแล้ว งั้นข้าขอตัวนะ” กุ้ยหลินหมุนตัวคิดจะเดินไปเที่ยวต่อ อาจิงนั้นติดตามมาด้วยแต่ก็แยกกันไปเดินเล่นเที่ยวให้สนุก
“เดี๋ยวสิ แม่นาง” จ้าวเกาเหวินเอ่ยขึ้นมา ทำให้กุ้ยหลินที่เดินไปไม่ถึงสองก้าวหยุดเดินและก็หันกลับมาด้วยสายตาที่งุนงง
“มีอะไรหรือเจ้าคะ” กุ้ยหลินหันหน้ากลับมาเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย ที่เห็นชายหนุ่มสามีของหมิงหลันเอ่ยกับนาง เหมือนว่าเขามีอะไรจะพูดคุย
“ข้า จ้าวเกาเหวิน ขอบคุณแม่นางที่ช่วยดูแลภรรยาของข้า เช่นนั้นข้าขอตอบแทนน้ำใจของแม่นางเป็น...” เกาเหวินคิดจะมอบเงินให้นางเพื่อตอบแทนน้ำใจก็เท่านั้นเอง
“อะไรกัน ข้าไม่ใช่คนหน้าเงิน อ้อ อีกอย่างข้ากับท่านแซ่เดียวกัน เดี๋ยวนะ...” กุ้ยหลินดูจะตกใจไม่น้อย “จ้าวเกาเหวิน คือท่านรึ ท่านคือรองแม่ทัพจ้าวเกาเหวิน” กุ้ยหลินทวนคำถาม นางจะดีใจหรือจะเสียใจกันแน่ หากนางเอ่ยบอกว่าเขากับนางเป็นญาติกัน เขาจะเชื่อหรือไม่
“อืม สหายข้าคือจ้าวเกาเหวิน เจ้ารู้จักเขารึ หรือว่าเจ้ากำลังคิดจะขอสินน้ำใจจากเขา” ฟางผิงซานเอ่ยถามขึ้น สีหน้าราบเรียบ แต่ทว่าทำให้กุ้ยหลินขมวดคิ้วไม่พอใจ
“นี่พี่ชาย ท่านมิได้ฟังรึว่า ท่านรองแม่ทัพจ้าวเป็นคนเรียกข้า หาใช่ข้าพูดคุยกับเขาก่อน อีกอย่างเงินทองข้ามิได้ขัดสน ข้าไม่ได้ร่ำรวยและก็ไม่ได้อดยาก จนกระทั่งมาแบบมือขอเงินจากใครนะ ท่านนี่ช่าง”
กุ้ยหลินทำท่าทางจิปากเบา ๆ นางมองชายผู้นี้ด้วยความไม่พอใจ กอดอกมองใบหน้าหล่อเหลาของชายที่พ่นคำพูดออกมาคล้ายจะดูแคลนนาง
“ข้าแค่ลองหยั่งเชิงเจ้าดู นึกว่าเจ้าอยากได้สินน้ำใจ” ฟางผิงซาน จนมุมเข้าให้ ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้ฝีปากจะร้ายนัก เล่นเอาเสียคนเช่นเขาพูดจาไม่ออกเลย
“ไม่มีใครสอนท่านรึ พูดจาแบบนี้มันเป็นการดูถูกคน หัดมีมารยาทเสียบ้างสิ นี่อะไรกัน ข้ากับท่านก็เป็นดั่งเช่นคนแปลกหน้า ไม่ขอบใจยังจะต่อว่าข้าอีก”
“ขออภัยแม่นาง เช่นนั้นให้ข้าเลี้ยงอาหารท่านสักมื้อได้หรือไม่” เมื่อรู้ตัวว่าพูดจาดูจะรุนแรงไป เขาก็ขอน้อมรับผิดโดยขอเลี้ยงอาหารนางสักมื้อในค่ำคืนนี้
“อย่าดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากจะติดหนี้ใคร” กุ้ยหลินเชิดหน้าขึ้นดูเย่อหยิ่งไม่น้อย จากนั้นนางจึงได้แนะนำตัวกับอีกฝ่าย
“ข้าน้อยแซ่จ้าวนามว่ากุ้ยหลินเจ้าค่ะ” กุ้ยหลินแนะนำตัวกับอีกฝ่าย แต่ทว่าทำให้คนแปลกนั้นตาค้างและนิ่งงันไปครู่หนึ่ง กุ้ยหลินแปลกใจนัก แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยพูดว่า ‘ข้าคือญาติห่าง ๆ ของท่านนะรองแม่ทัพจ้าว’
จ้าวเกาเหวินยังไม่แน่ใจ เด็กสาวคนนี้จะใช่ลูกสาวของท่านอาหรือไม่ เขาจึงได้ลองสอบถามนางอีกครั้ง แต่ก็แอบหวั่นใจเกรงว่าจะผิดหวัง แต่ทว่ายังไม่ทันจะได้ถาม กลับมีหญิงสาวผู้หนึ่งเดินฝ่าวงสนทนาพวกเขาเข้ามา
“กุ้ยหลิน เจ้ามันเป็นนางมาร แย่งคนรักของข้ายังไม่พอ เจ้ายังคิดจะปั่นหัวเขาอีกรึ” อวี้เฟยอดทนไม่ไหวอีกต่อไป ในเมื่อทุกอย่างควรจะเป็นของนาง แต่เหตุใดกันสามีของนางก็เปลี่ยนไป
“เจ้าหยุดกล่าวหาข้าได้แล้วนะ ก็เป็นเขามิใช่รึ มันเป็นเพราะข้าเสียที่ไหนกัน ในเมื่อเจ้าเองก็แต่งงานเป็นภรรยาของเขา และข้าก็หย่าแล้ว ยังจะคิดว่าข้าเอาเวลาว่างที่ไหนไปปั่นหัวคนสมองกลวง ๆ อย่างสามีของเจ้ากัน”
กุ้ยหลินคิดว่าจะเดินเที่ยวให้สนุกเสียหน่อย แต่ก็ต้องพบกับความเบื่อหน่าย อุตส่าห์ได้เดินเที่ยวอย่างสบายใจและได้รู้สหายเพิ่มอีกคนแล้วเชียว
“เจ้ามัน เจ้ามัน” อวี้เฟยถึงกับพูดไม่ออก นางกำมัดแน่น ขบกรามขึ้นเป็นสันนูน นางไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเหลือ แม่สามีก็ดุด่าทุกวัน สามีก็เริ่มตีตัวออกหากจากนางแล้ว ในตอนนี้นางไม่เหลือใคร นางต้องการความรักเช่นเดิมของนางกลับคืนมา
“นี่ถึงกับพูดไม่ออกเลยรึยังไง เจ้าไม่ต้องห่วงนะว่าข้าจะไปคว้าเศษสวะไร้ค่า ข้าจะบอกอะไรให้อีกอย่าง นี่ผู้ชายคนนี้” กุ้ยหลินดึงแขนอีกฝ่ายมาโอบกอดเอาไว้ จะเรียกได้ว่ากระชากแขนของฟางผิงซานเข้ามาให้นางกอดต่างหาก
ชายหนุ่มเลิ่กลั่กแต่ก็มิได้พูดอันใด ยืนสวมรอยทื่อ ๆ ให้นางเล่นงิ้วเสียหน่อย ตัวเขามิได้เสียหายอันใด เท่าที่ฟังมานั้นก็เป็นเรื่องหึงหวง แต่ดูเหมือนว่าสตรีผู้นี้พยายามปกป้องตัวเองอยู่ เขาจึงทำหน้าที่เล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยนางสักนิด ตอบแทนน้ำใจของนาง และเป็นการขอโทษนางทางอ้อมไปด้วย
ฟางผิงซานไม่เพียงแค่ช่วยกุ้ยหลิน เอาโอบกระชับเอวของนางเข้ามาแนบลำตัวของเขาอีกด้วย กุ้ยหลินเงยมองใบหน้าของชายหนุ่มที่หล่อเหลาคมคายไม่น้อยจู่ ๆ ก้อนเนื้อหัวใจก็เต้นตึกตัก โครมครามไม่ได้จังหวะขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
กุ้ยหลินจึงเริ่มแผนการนำหนุ่มหล่อมาบังหน้า แม้จะรู้สึกอับอายก็ตามที แต่ไหน ๆ แล้วปล่อยเลยตามเลยแล้วกัน ด้วยเหตุผลที่ว่า ชายหนุ่มแดนใต้ล้วนไม่เหมาะกับนางสักคน
“เขาคือสามีของข้าในอนาคต เจ้าเลิกมาตอแยรังควานข้าเสียที รู้หรือไม่ว่าข้านะเบื่อเจ้ามาก ๆ เจ้ามันสตรีหน้าด้านและไร้ยางอายสิ้นดี รู้หรือไม่อวี้เฟย ความงามของเจ้าก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าข้าเลยนะ แต่สมองของเจ้ามันกลวง จึงมองไม่เห็นอะไรดี อะไรเลวต่างหากเล่า โง่งม”
ตอนพิเศษเข้าหอ ฟางผิงซวน โม่อวี้เฟยฟางผิงซาน จ้าวกุ้ยหลิน เข้าหอ“เฟยเอ๋อร์ เรียกพี่ดัง ๆ สิ” น้ำเสียงแหบพร่าของฟางผิงซวน ที่เขากำลังกระแทกกระทั้นเข้าไปข้างในกายสาวของภรรยาที่เพิ่งจะแต่งงานสะโพกหนาแกร่งขยับเขยื้อน กระแทกกระทั้นเข้าไปอย่างไม่ลดละ สีหน้าของเขาดูบิดเบี้ยว ทว่าเต็มไปด้วยความสุขสม ภายในห้องนอนมีเสียงหวานร้องครางกระเส่า ผสมผสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ดังอยู่ในห้องหอสีแดงในยามนี้เตียงนอนสีแดง มีผ้าสีขาวรองคาดกลางเอาไว้ มีรอยจุดเลือดพรหมจรรย์เป็นรอยอยู่บนผ้าสีขาว ฟางผิงซวนไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อน ภรรยาของเขามิเคยเข้าหอกับชายคนนั้น ทว่ายามเขากระแทกกระทั้นเข้าไปขยับสะโพกหนาแกร่งเข้าไปทีไร ภรรยาของเขามักจะส่งเสียงหวานร้องครางออกมา ทำให้เขาจวนเจียนจะแตกซ่านไม่น้อย“อื้อ อ้า” คนตัวเล็กร้องออกมา ยามเมื่อเขาขยับสะโพกซอยถี่ ๆ กายสาวของนางกำลังสั่นระริก เต็มไปด้วยความเสียวซ่านกระสัน พลางสุขล้น ลมหายใจร้อนผะผ่าว บางครั้งก็บางเบาราวกับจะขาดห้วงลงริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มขบเม้มเข้าหากันแน่น มือเรียวขยำผ้าปูที่นอนจนยับย่น ไม่เรียบเหมือนเช่นเดิม คนตัวโตใบหน้ามีเหงื่อผุดขึ้นมา แผ่นหลัง
ตอนที่ 48 แต่งงานหนึ่งอาทิตย์ต่อมาตระกูลจ้าววันนี้ดูจะคึกคักยิ่งนัก เมื่อจ้าวกุ้ยหลินได้สวมชุดแต่งงานที่ดูหรูหรา งดงามโดดเด่นยิ่งนัก นั่นเพราะเพราะว่าพี่สะใภ้ของนางและกงจู่โจวซู่หนี่ว์ ช่วยกันจัดการชุดแต่งงานให้จ้าวกุ้ยหลินนางไม่รู้จะขอบใจพี่สาวทั้งสองได้อย่างไร เพียงแค่เห็นชุดเจ้าสาวก็ทำให้นางน้ำตาเอ่อคลอเสียแล้ว อีกทั้งยังมีรองเท้าคู่อีกด้วย พี่สะใภ้มอบของให้นางเพิ่มอีก คือกำไลหยกเนื้อมันวาวกระจ่างดูงดงามยิ่งนักจ้าวกุ้ยหลินสาวชุดแต่งงานแล้ว ตอนนี้กำลังถูกจับให้เกล้าผมแล้วก็บรรจงเสียบปิ่นหยก และยังมีผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเป็นรูปนกคู่อีกด้วย เรียกได้ว่าตื่นเต้นยิ่งนัก ครั้งแรกที่แต่งงานยังไม่รู้สึกตื่นเต้นเช่นนี้สักนิด“หลินเอ๋อร์ ช่างดงามยิ่งนัก” ซูหนี่ว์ชมเปาะเมื่อเห็นเจ้าสาวของฟางผิงซานดูหวานละมุนซ่อนความเผ็ดร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าที่งดงามดูไร้พิษสงใด ๆ“นั่นสิ งดงามยิ่ง” หมิงหลันยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อเห็นว่าเจ้าสาวของใครบางคนงดงามเพียงใด ยิ่งคิดว่าคืนนี้จะเกิดอันใดขึ้น เพียงแค่นี้ก็ทำให้หมิงหลันใจเต้นโครมครามเสียแล้ว ใครว่ากงจู่เช่นนางจะเรียบร้อยกันนางแก่นแก้วและยังจับรองแม่ทัพจ้าวเกาเ
ตอนที่ 47 เดินทางพักผ่อนใจหลังจากงานเลี้ยงในคืนนั้นได้เสร็จสิ้นลง ตระกูลฟาง จึงได้พูดคุยว่า จะหาฤกษ์แต่งงานมงคลให้เร็วที่สุด กระนั้นทำให้ฟางผิงซานใจร้อนนัก เขาพูดขึ้นมาว่าอยากจะเร่งงานแต่งให้เร็วที่สุด ยิ่งอาทิตย์ได้ยิ่งดีใหญ่ท่านปู่จึงขบขันไม่น้อยเมื่อเห็นหลานเขยเลือดร้อนอยากจะเข้าหอกับหลานสาวของเขาตัวสั่นเช่นนี้ ทำให้ชายชรารู้สึกเอ็นดูว่าที่หลานเขยเช่นฟางผิงซานยิ่งนัก แม้จะมุทะลุไปบ้างก็ตาม ยังนึกถึงวันที่เคยพร่ำสอนเด็กพวกนี้ได้อยู่เลยเผลอเพียงแค่ไม่กี่ปี ต่างก็เติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว แต่งงานออกเรือนมีลูกกันเสียแล้ว ฟางผิงซานก็คือหนึ่งในลูกศิษย์ที่ท่านราชครูเคยสอนมา ตำแหน่งราชครูมิใช่มีแค่ในวังหลวงเท่านั้น ยังเป็นท่านอาจารย์ใหญ่ในสำนักศึกษาหลวงด้วยเช่นกันในวงสนทนามีเพียงคนผู้หนึ่งที่ยิ้มไม่ออก หัวเราะไม่ได้ นั่นคือท่านอาสาม ที่กำลังปั้นหน้าเสแสร้ง แต่ทว่าภายในใจของเขาดูจะบอบช้ำและเจ็บปวดไม่น้อยจ้าวจินหมิง คิดว่าตนเองนั้นหักห้ามใจแล้ว ที่จะไม่รักหลานสาว แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นผลเอาเสียเลย กระนั้นหลานสาวยังอดที่จะเห็นใจท่านอาสามไม่ได้ นางเคยพูดว่าขอให้ท่านอาของนางได้พบรักแท้จริง ๆ เ
ตอนที่ 46 งานเลี้ยงเมืองหลวงรุ่งอรุณรับวันใหม่ ในจวนตระกูลจ้าวดูจะวุ่นวายไม่น้อย เนื่องด้วยตอนเย็นวันนี้ที่จวนจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกชายคนโต และหลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูลจ้าว ที่ไม่ได้พบหน้ากันมายี่สิบปีจ้าวหมิงหลัน พี่สะใภ้เดินทางมาถึงจวนนี้ในยามสายของวันแล้ว นางนำชุดที่แสนพิเศษมามอบให้น้องสาวผู้นี้ วันนี้นางมาอยู่เป็นเพื่อนของกุ้ยหลิน เพื่อมารับอาหารมื้อกลางวัน แสนจะอร่อยก็ว่าได้กุ้ยหลินเข้าครัว จัดทำอาหารให้พี่สะใภ้อย่างง่าย ๆ เป็นข้าวผัดแล้วก็มีเพียงแค่ไข่เจียวยัดไส้ด้วยหมูสับกับมะเขือเทศ และอีกจานก็คือมะเขือเทศผัดไข่ กุ้ยหลินอยากจะดูแลพี่สะใภ้ผู้นี้เมื่อมื้อกลางวันได้จบลง สตรีทั้งสองก็ต้องแต่งตัว เพื่อรองานเลี้ยงที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกแค่ไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น และจ้าวหมิงหลัน ต้องการให้จ้าวกุ้ยหลินดูโดดเด่นที่สุดในงาน และให้เป็นที่กล่าวขานกันไปหลายหัวเมือง ว่าหม้ายสาวผู้นี้ช่างมีเสน่ห์เหลือร้ายนัก“กุ้ยหลิน” น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าจ้าวกุ้ยหลินสวมชุดสีชมพูอ่อน ปักดิ้นสีแดงเล็ก ๆ เป็นรูปดอกไม้ และดิ้นสีทองนั้นปักเป็นรูปดวงดาว ที่ทอแสงเปล่งประกายวาววับ ทำให้กุ้ยหลิ
ตอนที่ 45 กลืนกินทั้งตัวฟางผิงซวนยังคงรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่แดนใต้ แผ่นหลังของเขาถูกคนร้ายใช้ดาบแทงเข้ามา โชคดีที่ไม่ถูกจุดสำคัญ เขารักษาตัวมาหลายวัน บาดแผลเริ่มแห้งแล้ว ท่านหมอมอบยาสมานแผล และยาสมุนไพรให้หน้าที่ดูแลคนป่วยตกเป็นของคนงาม หม้ายสาวทรงเสน่ห์ โม่อวี้เฟย แต่ทว่านางงดงามมิได้ดูด้อยไปกว่าจ้าวกุ้ยหลิน กิริยามารยาทนั้นถูกสอนสั่งมาอย่างดี ขนบธรรมเนียมใด ๆ นางมิอาจละเลยกระนั้นยามเช็ดตัวให้ชายหนุ่ม เห็นแผงอกแกร่งขาวสะอ้าน อีกทั้งยังมีกล้ามเนื้อที่หน้าท้องเป็นลอนสวยงาม หม้ายสาวผู้นี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักครั้ง ทว่าคนป่วยมักจะกลั่นแกล้งนางเป็นประจำ หน้าที่คนเช็ดตัวจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากจะเป็นคนงามแห่งแดนใต้ฟางผิงซวนเอนกายอยู่ที่เตียงกว้าง ห้องนอนนี้อยู่ในเรือนรับรองของตระกูลโม่ ชายหนุ่มมองมือเรียวของหญิงสาวที่กำลังบิดผ้าหมาด ๆ จะเช็ดตัวให้เขาเหมือนอย่างเคย แววตาหวานฉ่ำของชายหนุ่ม และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาส่งไปยังหญิงงามอวี้เฟยใบหน้าแดงก่ำราวกับผลอิงเถา เมื่อชายหนุ่มส่งยิ้มและมอบแววตากรุ้มกริ่มเช่นนี้มาให้ ก้อนเนื้อน้อย ๆ ของนางเต้นตึกตักทุกครั้งที่เจอเขา คนงามล้ำม
ตอนที่ 44 ความในใจจ้าวเกาเหวินพอรู้ข่าวของฟางผิงซาน ในคืนนั้นเขาก็รีบรุดหน้าไปหาที่จวนตระกูลจ้าว โดยมีแม่ทัพหยางสหายคู่ใจ ส่งข่าวเอ่ยกล่าวผ่านทางพ่อบ้านตระกูลสายสาม มาแจ้งแก่เขา นั่นทำให้จ้าวเกาเหวินเร่งไปในยามวิกาลฝีเท้าแกร่งเดินอย่างรีบร้อน รุดเข้าไปที่เรือนด้านหน้า ในห้องนอนของน้องสาว พบเห็นสหายของตนเองกำลังหยอกล้อ กุ้ยหลิน ตัวเขาจึงบันดาลโทสะ ตะคอกเสียงดังลั่นห้อง“อาซาน เจ้ามันสมควรตายยิ่งนัก” สีหน้าดำทะมึนของจ้าวเกาเหวิน พร้อมกับแผ่กลิ่นอายชวนหวาดหวั่น ทำให้อีกฝ่ายสะพรึงกลัวยิ่งนัก ทว่าฟางผิงซานจึงออกปากร้องขึ้นมาว่า“หลินเอ๋อร์ ช่วยพี่ด้วยอาเหวินจะตีว่าที่สามี” ด้วยความเจ้าเล่ห์ของฟางผิงซาน ทำให้กุ้ยหลินที่ได้ยินเสียงพี่ชายที่ส่งเสียงคำรามดังกึกก้องในห้องของนาง กุ้ยหลินมีท่าทางตื่นตระหนกเล็กน้อย จากนั้นนางจึงชักสีหน้าจ้องเขม็งไปยังพี่ใหญ่“พี่ใหญ่คิดจะทำอันใด พี่ซานเข้าเจ็บตัวก็เพราะปกป้องน้อง” สิ้นเสียงหวานที่เอ่ยขึ้น ทำให้จ้าวเกาเหวินส่งเสียงคำรามอีกครั้งหนึ่ง“ให้มันน้อย ๆ หน่อย แผลเพียงแค่นี้ทำจะตาย กลับจวนของเจ้าไปได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ข้าจะไปส่ง” จ้าวเกาเหวินมิเอ่ย
ตอนที่ 15 ข้าชอบท่านจวนตระกูลกวนค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ท่านหมอเดินเข้ามาสามคนเพื่อมาดูอาการของบุตรชายขุนนางกวน แผ่นหลังนั้นแดงเถือกเป็นแผลพุพองเสียแล้ว ช่างดูน่าหวาดกลัวนักโม่อวี้เฟยถูกจับให้นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น แต่นางหาได้สำนึกผิดไม่ ท่าทางช่างดูกระด้างกระเดื่องต่อแม่สามีและพ่อสามีไม่
ตอนที่ 14 จัดการกุ้ยหลินและสหายอีกสามคน เดินมายังร้านของนางที่ปิดไปแล้ว จากนั้นกุ้ยหลินเปิดบานประตูไม้แต่ละบานด้วยความชำนาญ ฟางผิงซานอาสาจะช่วยสตรีร่างบอบบาง เขาไม่รู้ว่ากุ้ยหลินนั้นเก่งกาจเรื่องหมัดมวยและร่างกายของนางนั้นแข็งแรงยิ่งนัก มิได้อ่อนแอปวกเปียกเสียเมื่อไหร่กันอาจิงวิ่งหน้าตาตื่นมาหา “
ตอนที่ 13 น้องสาวจ้าวกุ้ยหลิน สบตาเข้ากับอีกฝ่าย ทว่ายามนี้ใบหน้าของนางดูจะแดงระเรื่อไม่น้อย เมื่อถูกชายหนุ่มโอบกระชับเอวของนางเข้ามาเพื่อเล่นงิ้วแสดงสวมบทบาทเป็นว่าที่สามีของนางในอนาคต ทว่านางตัวแข็งทื่อไม่เคยถูกชายใดโอบกอดถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้สักครั้งกวนอวี้เฟยไร้คำพูดกับอีกฝ่ายแม้ว่าในใจลึก ๆ จ
ตอนที่ 11 พบหน้าจ้าวเกาเหวิน รองแม่ทัพแห่งแดนเหนือ ยามนี้กำลังพักผ่อน แต่การพักผ่อนของเขานั้นคือการเดินทางมาที่แดนใต้ เขามาด้วยเหตุที่ว่า ภรรยาของเขาอยากจะมาท่องเที่ยวจึงจำเป็นที่เขาจะต้องเดินทางมาด้วย และอีกอย่างคือเขามาราชการลับส่วนฟางผิงซาน อยู่ในรถม้าคันหนึ่ง ข้างกายไร้ผู้ติดตาม น้องชายคนรอง







