LOGINตอนที่ 4 ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว
เสื้อผ้ากองโตก็ถูกกุ้ยหลินนั้นนำมาที่ซักล้าง ด้านหลังเรือนของนาง สาวใช้ตักน้ำขึ้นมาใส่อ่างให้ฮูหยินน้อย จากนั้นกุ้ยหลินใช้เชือกรั้งแขนเสื้อของตนเองให้เห็นข้อมือเรียวเล็กใต้ร่มผ้าที่ดูว่าจะแตกต่างจากผิวด้านนอก จนสาวใช้ตกใจอ้าปากค้าง
“ฮูหยินน้อยผิวของท่านช่างแตกต่างกันนัก” สาวใช้ผู้นี้นางนามว่า อาจิง เห็นผิวขาวกับผิวคล้ำนางต้องรีบมาดูเพื่อให้แน่ใจ ฮูหยินน้อยช่างงดงามยิ่งนัก หากผิวขาวจัดเหมือนข้างใน เกรงว่านายน้อยคงจะหลงใหลแน่นอน
แม้ว่าครอบครัวของจ้าวกุ้ยหลินจะไม่ร่ำรวย บ้านหลังเล็ก ๆ สภาพไม่เก่าและไม่ใหม่ แต่ด้านในจวนของนางนั้นมีเครื่องประดับราคาแพงเหมือนกัน แต่ว่าบิดา และมารดามักจะสอนสั่ง สมบัติคือของนอกกาย จะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไม่ได้
ดังนั้นกุ้ยหลินจึงเป็นคนที่ประหยัด ขยันเก็บเงิน เสื้อผ้าของนางนั้นไม่ได้สวยบาดตาหรือเป็นผ้าไหมราคาแพงแต่อย่างใด นางใช้ชุดธรรมดาเรียบง่ายเท่านั้น นางทำตามคำสอนของท่านแม่ก็ว่าได้ ในเมื่อนางเป็นลูกสาวของคนที่คิดว่าแปลกประหลาด และทำให้นางเห็นว่า ท่านแม่นั้นกว้างไกลและมีความรู้มากมายนัก
ถึงแม้จะเขียนอักษรที่ใช้ปัจจุบันไม่ได้ แต่ทว่าท่านแม่กับเขียนอักษรของคนผมทองได้นี่ช่างน่าแปลกใจ และยังสอนนางพูด อ่านและเขียน กุ้ยหลินซึมซับเข้าหัว แต่นางก็ไม่ได้คล่องแคล่วเหมือนท่านแม่ นางพออ่านออกเขียนได้ และพูดคุยได้เล็กน้อย
“อย่าปากโป้งเล่า มิเช่นนั้นข้าจะตีเจ้า” กุ้ยหลินข่มขู่อีกฝ่าย อาจิงรับใช้เพียงแค่สองวันก็รู้สึกถูกชะตาฮูหยินน้อยยิ่งนัก นางไม่เหมือนใคร ทำให้ฮูหยินใหญ่หน้าดำหน้าแดง พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว เมื่อเจอลูกสะใภ้ที่ไม่เหมือนใคร
การซักผ้าของทั้งสองคนก็ดูว่าเป็นไปด้วยดี จากนั้น เมื่อซักเสื้อผ้าเสร็จแล้ว กุ้ยหลินจึงบ่นว่าหิวข้าวจนปวดท้องไปหมดแล้ว อาจิงสาวใช้ท้องของนางก็ร้องประท้วงขึ้นเหมือนกันกับนายสาว นางจึงได้อาสาไปหาอาหารมาให้
เมื่อเห็นว่าอาจิงว่าง่ายเพียงใด แววตาราวกับปีศาจได้ผุดขึ้นมาบนใบหน้างดงามของกุ้ยหลิน ด้านหลังที่ซักล้างนั้นเป็นป่ารกทึบ ในอาณาเขตของจวนตระกูลกวน มีป่าไผ่อีกด้วย และแน่นอนในป่าจะต้องมีของที่นางต้องการ
นั่นหากไม่ใช่หมามุ่ย นางก็ต้องการเปลือกไผ่
ลูกสะใภ้ตัวดี เดินดุ่ม ๆ เข้าไปในป่า ไม่ถึงสิบก้าวก็ต้องเท้าเอวหัวเราะร่าออกมาอย่างดีใจ เมื่อนางได้พบกับสิ่งที่ตนเองต้องการ โชคเข้าข้างเสียจริง “หาง่ายจริงเชียว ไม่ต้องเหนื่อยออกแรงสักนิด” กุ้ยหลินก่อนจะหยิบเจ้าต้นที่มีขนนั้น นางก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าของตนเองหยิบและดึงลูกที่ยาวเพียงปลายนิ้วก้อยของนางเท่านั้น
นางเก็บมาเยอะแยะเสียมากมาย ครั้นจะหาที่ใส่ก็ไม่มี ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ผ้าเช็ดหน้าของนาง เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการ นางก็วิ่งกลับมายังเสื้อผ้าที่ตากเอาไว้ หลังจากนั้นนางก็ใช้เจ้าสมุนไพรพิษนี้ทาที่เสื้อผ้า รวมถึงเอี๊ยมและกางเกงในของแม่สามีอีกด้วย
“ฮ่า ๆ ท่านแม่พรุ่งนี้ใส่ให้สบายนะเจ้าคะ” รอยยิ้มราวกับปีศาจร้ายได้หายไป พร้อมกับทำสีหน้าราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะไปนางทิ้งหลักฐานเอาไว้ในป่า แต่ผ้าเช็ดหน้านั่นไม่อาจจะทิ้งได้ เพราะมันเป็นของเพียงชิ้นเดียวที่ท่านแม่เป็นคนปักให้นาง
ทว่าเหมือนกรรมทันตา กุ้ยหลินผู้ที่คิดจะเล่นงานแม่สามี ก็คันมือขึ้นมา เป็นผื่นทีเดียว มันคันยุบยิบ จนตัวเองจะต้องวิ่งกลับเข้าไปในเรือนและอาบน้ำเพื่อให้อาการนั้นหายไปเสีย อาจิงสาวใช้นึกสงสัยนัก จู่ ๆ ฮูหยินน้อยเหตุใดจึงได้อาบน้ำในเวลานี้กัน
“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ ให้ข้าไปช่วยหรือไม่” อาจิงเอ่ยถาม เกรงว่านางจะทำอะไรไม่สะดวก เมื่อคืนนางก็อาบน้ำเอง อาจิงทำได้เพียงแค่ช่วยสางผมให้เท่านั้น
คนที่อาบน้ำอยู่ข้างในยามนี้กำลังเกาเนื้อตัวของตนเอง ที่หลงผิดคิดทำร้ายผู้อื่น จนตัวเองก็ต้องมาเป็นเช่นนี้ คนตัวเล็กรูปร่างผอมเพรียว อาบน้ำเสร็จ ก็รีบสวมชุดคลุมตัวใหม่ โยนชุดเก่าของตนเองและผ้าเช็ดหน้านั่นใส่เอาไว้ในตะกร้าสาน
เมื่อเท้าเล็ก ๆ ออกมาจากหลังฉากกั้นแล้ว อาจิง วางจากซาลาเปาและขนมอีกสองอย่างลงที่โต๊ะไม้เนื้อหยาบ หวังจะเข้าไปช่วยเจ้านายของตนเอง
กุ้ยหลินไม่กล้าเงยหน้า เมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไป อาจิงเดินสาวเท้าเข้าไปใกล้ ๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ก้มหน้า มิยอมพูดจาโต้ตอบกลับมา
คนที่ถูกสาวใช้จ้องหน้า นางก้มหน้ามองปลายเท้าของตนเอง พลางถอนหายใจ นางซวยเข้าให้แล้วจริง ๆ นี่สินะที่ท่านแม่สอนว่า ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว เมื่อคนที่ทำผิดคิดแกล้งแม่สามีเงยหน้าขึ้นมา
อาจิงถึงกลับผงะถอยหลัง จากนั้นนางยกนิ้วขึ้นมาชี้ที่ใบหน้าของนายสาว “ฮูหยินน้อย ฮ่า ๆ ๆ ๆ” อาจิงกุมท้องหัวเราะจนท้องขดท้องแข็งน้ำตาเล็ดทีเดียว เมื่อเห็นใบหน้าที่งดงามจู่ ๆ ริมฝีปากของฮูหยินน้อยก็บวมเจ่อ ราวกับถูกผึ้งต่อยมา
จะไม่ให้นางหัวเราะได้ยังไง ไม่ใช่แค่ริมฝีปาก ใบหน้าของฮูหยินน้อยก็มีผื่นขึ้นอีกด้วย เพียงแค่นางเผลอเท่านั้น ฮูหยินน้อยคงจะเล่นอะไรเป็นแน่ ถึงได้แกล้งใช้นางให้ไปที่อื่น
“ฮูหยินน้อยถูกผึ้งต่อยหรือเจ้าคะ เหตุใดจึง ...ฮ่า ๆ ๆ ปากบวมเจ่อเล่า” อาจิงยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัด นางถูกใจนักหนา ฮูหยินน้อยเก่งกาจไม่เบา และยังป่วนจวนนี้แทบจะลุกเป็นไฟ
“อาจิง เจ้าหยุดหัวเราะข้าได้แล้ว” แต่แปลกนักกุ้ยหลินนั้นเชื่อใจว่าอาจิงไม่ยอมขายนางเป็นแน่ นั่นเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจ อาจิงกับนางอายุก็ไม่ได้ห่างกันมาก แต่ดูแล้วว่านิสัยของอาจิงนั้นก็ชอบเล่นซุกซนเหมือนกับนาง
“โถ ฮูหยินน้อยเจ้าค่ะ ปากบวมเจ่อเช่นนี้จะกินซาลาเปาได้หรือเจ้าคะ ข้าเพิ่งอุ่นมาให้ยังร้อน ๆ อยู่เลยเจ้าคะ” อาจิงพูดไปก็สังเกตได้ว่าฮูหยินน้อยนั่งไม่ค่อยนิ่ง นั่นเพราะขยุกขยิกตัวไปมาราวกับว่าตนเองคันเนื้อตัว
“กินได้น่า” คนงามเอ่ยพูดก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้ นางมีกระจกขัดเงาอยู่หนึ่งบาน ขนาดไม่ได้ใหญ่มากแค่ฝ่ามือของนางเอง นี่เป็นกระจกที่แตกต่างจากคนทั่วไปใช้ เป็นกระจกเงาที่ว่ามองเห็นใบหน้านั้นชัดเจนกว่า
เมื่อเห็นใบหน้าตนเองนางก็ร้องอุทานเสียงหลงขึ้นมาว่า “หน้าคนหรือผีเนี่ย! เหตุใดจึงน่าเกลียดขนาดนี้เล่า”
“ฮูหยินเจ้าคะ หากนายน้อยมาพบท่านในสภาพแบบนี้ ข้าว่า” อาจิงจะบอกว่า นายท่านจะต้องวิ่งหนีแน่นอน
“ก็ดีนะสิ ข้ายิ่งไม่อยากจะเจอหน้าเจ้านายของเจ้า” เป็นความคิดที่ดีนักหากนางใบหน้าอัปลักษณ์ ใครกันที่จะทนร่วมอยู่ด้วย นี่จะทำให้นางเป็นอิสระ แต่ว่าก่อนจะขอหย่า นางก็ขอเล่นสนุกเสียหน่อย แก้เผ็ดคนพวกนี้ทำให้นางมีความสุขยิ่งนัก
ฮูหยินใหญ่กำชับบ่าวไพร่ต่อไปนี้ไม่ว่าฮูหยินที่มาจากตระกูลจ้าวนั้นทำอะไร คอยจับตาดูนางเอาไว้ เพราะแม่สามีเช่นนางรู้สึกเหมือนมีลางสังหรณ์บางอย่างในไม่ช้านี้จะต้องมีเรื่องวุ่นวายเป็นแน่
สาวใช้ร่างอวบอ้วนนั้นเดินไปดูเสื้อผ้าที่ฮูหยินใหญ่กำชับให้ฮูหยินน้อยหรือลูกสะใภ้นำไปซัก ยามนี้นั้นแห้งแล้ว นางจึงได้เก็บมาพับและนำเอามาใส่หีบ ทว่าสาวใช้ผู้นี้ก็รู้สึกคันยุบยิบยิ่งตามแขน นางทั้งร้อนและแสบผิวไปหมด ยังไม่ทันได้เอ่ยกล่าวนางก็รีบวิ่งไปยังเรือนคนใช้
ฮูหยินใหญ่เข้ามาในห้องตอนนี้คือยามเย็นที่นางจะต้องอาบน้ำและเข้านอน นางชอบเสื้อผ้าที่เพิ่งซักเสร็จใหม่ ๆ มันทำให้มีกลิ่นหอมของไอแดด
ฮูหยินใหญ่กำชับให้สาวใช้อีกสองคนหยิบเอี๊ยมและกางเกงชั้นในที่เพิ่งซักเสร็จใหม่ ๆ นำมาให้นาง และยังมีชุดนอนสีขาว เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวที่ผ้านั้นนุ่มลื่นยิ่งนัก
เมื่อสาวใช้สองคนหยิบชุดออกมาหวังให้เจ้านาย แต่ละคนก็เกิดอาการไม่ต่างกัน แต่ก็ต้องทนเพราะฮูหยินใหญ่ไม่ชอบให้ใครพูดคุยขัดจังหวะในการอาบน้ำของนาง เพียงแค่ครู่เดียวนางก็อาบน้ำเสร็จ จากนั้นก็เช็ดตัวและแต่งตัว
พอฮูหยินใส่ไปได้ไม่ถึงอึดใจเดียว จู่ ๆ ก็รู้สึกคันที่กายสาวของตนเอง นางก็นั่งเกาอยู่เช่นนั้น สามีเดินเข้ามาหลังจากสาวใช้ดูแลเจ้านายกลับเรือนแล้ว
“นี่ทำไมถึงนั่งเกา...ได้น่าเกลียดเช่นนี้เล่า” สามีเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นภรรยานั่งเกาที่เป้ากางเกง ตรงนั้นมันคือกายสาวของภรรยา อีกทั้งบางครั้งก็เกาที่เนื้อตัวราวกับว่านางมีอาการคันอย่างรุนแรง
“ท่านพี่ ข้าคันไปหมดแล้ว” สิ้นเสียงหวานของภรรยาคู่ชีวิต นางมิได้เขินอายสามีแต่อย่างใด จึงได้เปลื้องเสื้อผ้าออกจนหมด แต่ทว่าความจริงปรากฏ กายสาวของฮูหยินนั้นบวมแดงน่าเกลียดยิ่งนัก อีกทั้งยังมีเส้นไหมรกรุงรัง เมื่อสามีได้เห็นจึงได้หลุดปากพูดจาต่อว่าให้นางอับอาย
“ไอหยา เหตุใดตรงนั้นของเจ้าจึงได้บวมน่าเกลียด อุจาดตานัก ไป ๆ ไปให้พ้นหน้าข้า”
“ท่านพี่!” ภรรยาร้องอุทานเสียดัง เมื่อเห็นว่ากายสาวของนางเป็นเช่นไร
“อุจาดตาข้ายิ่งนัก ไสหัวเจ้าออกไปให้พ้นหน้าข้า”
ตอนพิเศษเข้าหอ ฟางผิงซวน โม่อวี้เฟยฟางผิงซาน จ้าวกุ้ยหลิน เข้าหอ“เฟยเอ๋อร์ เรียกพี่ดัง ๆ สิ” น้ำเสียงแหบพร่าของฟางผิงซวน ที่เขากำลังกระแทกกระทั้นเข้าไปข้างในกายสาวของภรรยาที่เพิ่งจะแต่งงานสะโพกหนาแกร่งขยับเขยื้อน กระแทกกระทั้นเข้าไปอย่างไม่ลดละ สีหน้าของเขาดูบิดเบี้ยว ทว่าเต็มไปด้วยความสุขสม ภายในห้องนอนมีเสียงหวานร้องครางกระเส่า ผสมผสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ดังอยู่ในห้องหอสีแดงในยามนี้เตียงนอนสีแดง มีผ้าสีขาวรองคาดกลางเอาไว้ มีรอยจุดเลือดพรหมจรรย์เป็นรอยอยู่บนผ้าสีขาว ฟางผิงซวนไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อน ภรรยาของเขามิเคยเข้าหอกับชายคนนั้น ทว่ายามเขากระแทกกระทั้นเข้าไปขยับสะโพกหนาแกร่งเข้าไปทีไร ภรรยาของเขามักจะส่งเสียงหวานร้องครางออกมา ทำให้เขาจวนเจียนจะแตกซ่านไม่น้อย“อื้อ อ้า” คนตัวเล็กร้องออกมา ยามเมื่อเขาขยับสะโพกซอยถี่ ๆ กายสาวของนางกำลังสั่นระริก เต็มไปด้วยความเสียวซ่านกระสัน พลางสุขล้น ลมหายใจร้อนผะผ่าว บางครั้งก็บางเบาราวกับจะขาดห้วงลงริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มขบเม้มเข้าหากันแน่น มือเรียวขยำผ้าปูที่นอนจนยับย่น ไม่เรียบเหมือนเช่นเดิม คนตัวโตใบหน้ามีเหงื่อผุดขึ้นมา แผ่นหลัง
ตอนที่ 48 แต่งงานหนึ่งอาทิตย์ต่อมาตระกูลจ้าววันนี้ดูจะคึกคักยิ่งนัก เมื่อจ้าวกุ้ยหลินได้สวมชุดแต่งงานที่ดูหรูหรา งดงามโดดเด่นยิ่งนัก นั่นเพราะเพราะว่าพี่สะใภ้ของนางและกงจู่โจวซู่หนี่ว์ ช่วยกันจัดการชุดแต่งงานให้จ้าวกุ้ยหลินนางไม่รู้จะขอบใจพี่สาวทั้งสองได้อย่างไร เพียงแค่เห็นชุดเจ้าสาวก็ทำให้นางน้ำตาเอ่อคลอเสียแล้ว อีกทั้งยังมีรองเท้าคู่อีกด้วย พี่สะใภ้มอบของให้นางเพิ่มอีก คือกำไลหยกเนื้อมันวาวกระจ่างดูงดงามยิ่งนักจ้าวกุ้ยหลินสาวชุดแต่งงานแล้ว ตอนนี้กำลังถูกจับให้เกล้าผมแล้วก็บรรจงเสียบปิ่นหยก และยังมีผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเป็นรูปนกคู่อีกด้วย เรียกได้ว่าตื่นเต้นยิ่งนัก ครั้งแรกที่แต่งงานยังไม่รู้สึกตื่นเต้นเช่นนี้สักนิด“หลินเอ๋อร์ ช่างดงามยิ่งนัก” ซูหนี่ว์ชมเปาะเมื่อเห็นเจ้าสาวของฟางผิงซานดูหวานละมุนซ่อนความเผ็ดร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าที่งดงามดูไร้พิษสงใด ๆ“นั่นสิ งดงามยิ่ง” หมิงหลันยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อเห็นว่าเจ้าสาวของใครบางคนงดงามเพียงใด ยิ่งคิดว่าคืนนี้จะเกิดอันใดขึ้น เพียงแค่นี้ก็ทำให้หมิงหลันใจเต้นโครมครามเสียแล้ว ใครว่ากงจู่เช่นนางจะเรียบร้อยกันนางแก่นแก้วและยังจับรองแม่ทัพจ้าวเกาเ
ตอนที่ 47 เดินทางพักผ่อนใจหลังจากงานเลี้ยงในคืนนั้นได้เสร็จสิ้นลง ตระกูลฟาง จึงได้พูดคุยว่า จะหาฤกษ์แต่งงานมงคลให้เร็วที่สุด กระนั้นทำให้ฟางผิงซานใจร้อนนัก เขาพูดขึ้นมาว่าอยากจะเร่งงานแต่งให้เร็วที่สุด ยิ่งอาทิตย์ได้ยิ่งดีใหญ่ท่านปู่จึงขบขันไม่น้อยเมื่อเห็นหลานเขยเลือดร้อนอยากจะเข้าหอกับหลานสาวของเขาตัวสั่นเช่นนี้ ทำให้ชายชรารู้สึกเอ็นดูว่าที่หลานเขยเช่นฟางผิงซานยิ่งนัก แม้จะมุทะลุไปบ้างก็ตาม ยังนึกถึงวันที่เคยพร่ำสอนเด็กพวกนี้ได้อยู่เลยเผลอเพียงแค่ไม่กี่ปี ต่างก็เติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว แต่งงานออกเรือนมีลูกกันเสียแล้ว ฟางผิงซานก็คือหนึ่งในลูกศิษย์ที่ท่านราชครูเคยสอนมา ตำแหน่งราชครูมิใช่มีแค่ในวังหลวงเท่านั้น ยังเป็นท่านอาจารย์ใหญ่ในสำนักศึกษาหลวงด้วยเช่นกันในวงสนทนามีเพียงคนผู้หนึ่งที่ยิ้มไม่ออก หัวเราะไม่ได้ นั่นคือท่านอาสาม ที่กำลังปั้นหน้าเสแสร้ง แต่ทว่าภายในใจของเขาดูจะบอบช้ำและเจ็บปวดไม่น้อยจ้าวจินหมิง คิดว่าตนเองนั้นหักห้ามใจแล้ว ที่จะไม่รักหลานสาว แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นผลเอาเสียเลย กระนั้นหลานสาวยังอดที่จะเห็นใจท่านอาสามไม่ได้ นางเคยพูดว่าขอให้ท่านอาของนางได้พบรักแท้จริง ๆ เ
ตอนที่ 46 งานเลี้ยงเมืองหลวงรุ่งอรุณรับวันใหม่ ในจวนตระกูลจ้าวดูจะวุ่นวายไม่น้อย เนื่องด้วยตอนเย็นวันนี้ที่จวนจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกชายคนโต และหลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูลจ้าว ที่ไม่ได้พบหน้ากันมายี่สิบปีจ้าวหมิงหลัน พี่สะใภ้เดินทางมาถึงจวนนี้ในยามสายของวันแล้ว นางนำชุดที่แสนพิเศษมามอบให้น้องสาวผู้นี้ วันนี้นางมาอยู่เป็นเพื่อนของกุ้ยหลิน เพื่อมารับอาหารมื้อกลางวัน แสนจะอร่อยก็ว่าได้กุ้ยหลินเข้าครัว จัดทำอาหารให้พี่สะใภ้อย่างง่าย ๆ เป็นข้าวผัดแล้วก็มีเพียงแค่ไข่เจียวยัดไส้ด้วยหมูสับกับมะเขือเทศ และอีกจานก็คือมะเขือเทศผัดไข่ กุ้ยหลินอยากจะดูแลพี่สะใภ้ผู้นี้เมื่อมื้อกลางวันได้จบลง สตรีทั้งสองก็ต้องแต่งตัว เพื่อรองานเลี้ยงที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกแค่ไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น และจ้าวหมิงหลัน ต้องการให้จ้าวกุ้ยหลินดูโดดเด่นที่สุดในงาน และให้เป็นที่กล่าวขานกันไปหลายหัวเมือง ว่าหม้ายสาวผู้นี้ช่างมีเสน่ห์เหลือร้ายนัก“กุ้ยหลิน” น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าจ้าวกุ้ยหลินสวมชุดสีชมพูอ่อน ปักดิ้นสีแดงเล็ก ๆ เป็นรูปดอกไม้ และดิ้นสีทองนั้นปักเป็นรูปดวงดาว ที่ทอแสงเปล่งประกายวาววับ ทำให้กุ้ยหลิ
ตอนที่ 45 กลืนกินทั้งตัวฟางผิงซวนยังคงรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่แดนใต้ แผ่นหลังของเขาถูกคนร้ายใช้ดาบแทงเข้ามา โชคดีที่ไม่ถูกจุดสำคัญ เขารักษาตัวมาหลายวัน บาดแผลเริ่มแห้งแล้ว ท่านหมอมอบยาสมานแผล และยาสมุนไพรให้หน้าที่ดูแลคนป่วยตกเป็นของคนงาม หม้ายสาวทรงเสน่ห์ โม่อวี้เฟย แต่ทว่านางงดงามมิได้ดูด้อยไปกว่าจ้าวกุ้ยหลิน กิริยามารยาทนั้นถูกสอนสั่งมาอย่างดี ขนบธรรมเนียมใด ๆ นางมิอาจละเลยกระนั้นยามเช็ดตัวให้ชายหนุ่ม เห็นแผงอกแกร่งขาวสะอ้าน อีกทั้งยังมีกล้ามเนื้อที่หน้าท้องเป็นลอนสวยงาม หม้ายสาวผู้นี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักครั้ง ทว่าคนป่วยมักจะกลั่นแกล้งนางเป็นประจำ หน้าที่คนเช็ดตัวจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากจะเป็นคนงามแห่งแดนใต้ฟางผิงซวนเอนกายอยู่ที่เตียงกว้าง ห้องนอนนี้อยู่ในเรือนรับรองของตระกูลโม่ ชายหนุ่มมองมือเรียวของหญิงสาวที่กำลังบิดผ้าหมาด ๆ จะเช็ดตัวให้เขาเหมือนอย่างเคย แววตาหวานฉ่ำของชายหนุ่ม และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาส่งไปยังหญิงงามอวี้เฟยใบหน้าแดงก่ำราวกับผลอิงเถา เมื่อชายหนุ่มส่งยิ้มและมอบแววตากรุ้มกริ่มเช่นนี้มาให้ ก้อนเนื้อน้อย ๆ ของนางเต้นตึกตักทุกครั้งที่เจอเขา คนงามล้ำม
ตอนที่ 44 ความในใจจ้าวเกาเหวินพอรู้ข่าวของฟางผิงซาน ในคืนนั้นเขาก็รีบรุดหน้าไปหาที่จวนตระกูลจ้าว โดยมีแม่ทัพหยางสหายคู่ใจ ส่งข่าวเอ่ยกล่าวผ่านทางพ่อบ้านตระกูลสายสาม มาแจ้งแก่เขา นั่นทำให้จ้าวเกาเหวินเร่งไปในยามวิกาลฝีเท้าแกร่งเดินอย่างรีบร้อน รุดเข้าไปที่เรือนด้านหน้า ในห้องนอนของน้องสาว พบเห็นสหายของตนเองกำลังหยอกล้อ กุ้ยหลิน ตัวเขาจึงบันดาลโทสะ ตะคอกเสียงดังลั่นห้อง“อาซาน เจ้ามันสมควรตายยิ่งนัก” สีหน้าดำทะมึนของจ้าวเกาเหวิน พร้อมกับแผ่กลิ่นอายชวนหวาดหวั่น ทำให้อีกฝ่ายสะพรึงกลัวยิ่งนัก ทว่าฟางผิงซานจึงออกปากร้องขึ้นมาว่า“หลินเอ๋อร์ ช่วยพี่ด้วยอาเหวินจะตีว่าที่สามี” ด้วยความเจ้าเล่ห์ของฟางผิงซาน ทำให้กุ้ยหลินที่ได้ยินเสียงพี่ชายที่ส่งเสียงคำรามดังกึกก้องในห้องของนาง กุ้ยหลินมีท่าทางตื่นตระหนกเล็กน้อย จากนั้นนางจึงชักสีหน้าจ้องเขม็งไปยังพี่ใหญ่“พี่ใหญ่คิดจะทำอันใด พี่ซานเข้าเจ็บตัวก็เพราะปกป้องน้อง” สิ้นเสียงหวานที่เอ่ยขึ้น ทำให้จ้าวเกาเหวินส่งเสียงคำรามอีกครั้งหนึ่ง“ให้มันน้อย ๆ หน่อย แผลเพียงแค่นี้ทำจะตาย กลับจวนของเจ้าไปได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ข้าจะไปส่ง” จ้าวเกาเหวินมิเอ่ย
ตอนที่ 15 ข้าชอบท่านจวนตระกูลกวนค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ท่านหมอเดินเข้ามาสามคนเพื่อมาดูอาการของบุตรชายขุนนางกวน แผ่นหลังนั้นแดงเถือกเป็นแผลพุพองเสียแล้ว ช่างดูน่าหวาดกลัวนักโม่อวี้เฟยถูกจับให้นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น แต่นางหาได้สำนึกผิดไม่ ท่าทางช่างดูกระด้างกระเดื่องต่อแม่สามีและพ่อสามีไม่
ตอนที่ 14 จัดการกุ้ยหลินและสหายอีกสามคน เดินมายังร้านของนางที่ปิดไปแล้ว จากนั้นกุ้ยหลินเปิดบานประตูไม้แต่ละบานด้วยความชำนาญ ฟางผิงซานอาสาจะช่วยสตรีร่างบอบบาง เขาไม่รู้ว่ากุ้ยหลินนั้นเก่งกาจเรื่องหมัดมวยและร่างกายของนางนั้นแข็งแรงยิ่งนัก มิได้อ่อนแอปวกเปียกเสียเมื่อไหร่กันอาจิงวิ่งหน้าตาตื่นมาหา “
ตอนที่ 13 น้องสาวจ้าวกุ้ยหลิน สบตาเข้ากับอีกฝ่าย ทว่ายามนี้ใบหน้าของนางดูจะแดงระเรื่อไม่น้อย เมื่อถูกชายหนุ่มโอบกระชับเอวของนางเข้ามาเพื่อเล่นงิ้วแสดงสวมบทบาทเป็นว่าที่สามีของนางในอนาคต ทว่านางตัวแข็งทื่อไม่เคยถูกชายใดโอบกอดถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้สักครั้งกวนอวี้เฟยไร้คำพูดกับอีกฝ่ายแม้ว่าในใจลึก ๆ จ
ตอนที่ 12 ประกาศตัวหลังจากที่จ้าวกุ้ยหลินประกาศตัวว่าหย่าร้างกับสามีแซ่กวนไป อีกสองวันถัดมา เรื่องของสตรีหม้ายแซ่จ้าว ก็ถูกกล่าวอยู่ในวงสุรา และเหล่าชายหนุ่มก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หญิงหม้ายผู้นี้งดงามเหลือเกิน ค้าขายเก่งกาจนัก อีกทั้งยังจัดการเหล่าผู้ที่มาก่อกวนเสียอยู่หมัดในแต่ละวันร้านน้ำเต้







