หน้าหลัก / รักโบราณ / หม้ายสาวพราวเสน่ห์ / ตอนที่ 3 กุ้ยหลินวางแผนร้าย

แชร์

ตอนที่ 3 กุ้ยหลินวางแผนร้าย

last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-07 14:20:19

ตอนที่ 3 กุ้ยหลินวางแผนร้าย

จ้าวกุ้ยหลินประกาศตัวเป็นศัตรูกับแม่สามี และพ่อสามีแล้ว ก็คงจะเหลืออีกคนหนึ่งนั่นคือสามีของนาง นางไม่ได้อยากจะพบหน้าแต่ก็ดูเหมือนว่า ในจวนนี้มีอะไรแปลกไปหรือไม่ เมื่อนางเดินไปทางใด สาวใช้ของจวนนี้ก็เร่งฝีเท้าหนี ทำราวกับว่านางเป็นตัวประหลาดเสียอย่างนั้น

อีกอย่างนางเห็นว่าในจวนยังไม่ได้เก็บผ้ามงคลงของงานแต่ง เมื่อวานนางถูกคลุมด้วยผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว จึงไม่รู้เลยว่าทุกอย่างประดับประดาสวยงามยิ่งนัก นางเดินกลับไปยังเรือนของตนเอง ผ่านเรือนหลังที่สอง

จ้าวกุ้ยหลินหยุดยืนดูอยู่ครู่หนึ่งเห็นบ่าวรับใช้ที่เป็นผู้ชาย ต่างก็ยกพวกแจกกันหยกเข้าไปข้างในเรือนหลังนั้น เก้าอี้และโต๊ะชุดใหม่ก็เริ่มทยอยขนเข้าไปอีกด้วย ทำให้นางแปลกใจนัก เรือนหลังนี้เป็นของใครกัน และด้านหน้าของเรือนหลังนี้นี้ยังมีสีแดงที่แสดงว่าจะมีงามมงคลเกิดขึ้น

นางก็อยากจะเอ่ยปากถาม ทว่าสาวใช้ที่ติดตามมานั้นดันตัวให้ฮูหยินน้อยเร่งเดินไปข้างหน้าอย่าได้มาใส่ใจเรือนหลังนี้เลย สาวใช้ผู้นี้ทำใจลำบากยิ่งนัก มิรู้จะพูดอย่างไรดี กุ้ยหลินจึงได้เดินกลับเรือนไปทั้งที่อยากรู้

“ฮูหยินน้อยเหงาหรือไม่เจ้าคะ” สาวใช้ไม่รู้จะถามอันใด จึงได้ชวนพูดคุยหวังให้ฮูหยินน้อยไม่สงสัยเรือนหลังนั้น เป็นเรือนหอ ที่กำลังตกแต่งรอต้อนรับเจ้าสาวจากตระกูลโม่ แต่งงานทีหลังแต่ดูเหมือนว่าเอาใจเจ้าสาวคนใหม่และกำลังทอดทิ้งเจ้าสาวที่เพิ่งจะแต่งงานเข้ามา

“ข้าคิดถึงท่านพ่อ ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร” น้ำเสียงอ่อนลง ความหมองหม่นเข้ามาปกคลุมดวงตาคู่งามของกุ้ยหลิน พลางหย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งวางอยู่ข้างหน้าต่าง ทอดสายตาเหม่อลอยออกไปข้างนอก ที่นางมองเห็นเพียงกำแพงที่สูง มีแต่ความอ้างว้างโดดเดี่ยวอยู่ภายในใจของสตรีผู้นี้

ภายนอกนางดูร้ายเหลือเกิน ทว่านางก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องตนเอง มิให้ตนเองอ่อนแอ และไม่ให้ใครใช้ความอ่อนแอนี้มารังแกนาง เป็นเกราะกำบังที่นางสร้างขึ้นมา แท้จริงแล้ว นางก็ไม่ได้ต่างจากสตรีที่เลี้ยงดูดั่งคุณหนูในห้องหอ

“รออีกวันคุณชายน้อยย่อมจะต้องพาฮูหยินน้อยไปเยี่ยมนายท่านจ้าวแน่นอนเจ้าค่ะ” แม้ว่าจะเป็นคำปลอบใจที่โกหก นางไม่รู้จะเอ่ยปลอบใจอย่างไรดี วันพรุ่งนี้คุณชายน้อยก็ต้องแต่งฮูหยินเข้ามาอีกคน ไม่รู้ว่าจะทำให้ฮูหยินน้อยอาละวาดพัง งานแต่งหรือไม่

“เจ้าคิดว่าเขาจะพาข้าไปรึ วันนี้เป็นวันที่สองหลังจากแต่งงาน ข้ายังไม่เห็นหน้าตาของสามีเสียด้วยซ้ำไป หรือว่าเขาตาบอด หูหนวกกัน” คำพูดประชดประชัน กุ้ยหลินถอนหายใจอีกสองสามครั้ง ก่อนจะหยิบเอาซาลาเปาที่สาวใช้ยื่นมาให้ หลังจากเข้าไปในห้องครัว มันค่อนข้างจะเย็นชืดไปสักนิด

กุ้ยหลินมิได้คิดอันใดมาก ฐานะของนางก็เป็นแค่ฮูหยินที่สามีไม่สนใจเท่านั้น อนาคตมืดมัวโดยแท้ “ข้าถามอีกครั้ง เรือนหลังนั้นเป็นของใครกำลังจัดงานแต่งให้ใครกัน”

“...” สาวใช้ไม่กล้าเปิดปากพูดเกรงว่าฮูหยินน้อยจะเสียใจ

“หึ เขาแต่งฮูหยินเข้ามาอีกคนหรือ บอกข้ามาเถอะ” น้ำเสียงบางเบาราวกับกำลังเสียใจ แววตาดูหมองหม่นและดูเศร้านัก ทำให้สาวใช้อดสงสารไม่ได้จึงได้เอ่ยขึ้นมาว่า

“เจ้าค่ะเป็นคุณหนูจากตระกูลโม่” สาวใช้นั่งคอตกเอ่ยขึ้นมา สงสารฮูหยินน้อยจับใจ

ส่วนผู้ที่ถูกกล่าวถึงนั้น โม่ฮวี้เฟยกำลังดูสินสอดของนางที่ฝ่ายเจ้าบ่าวได้จดรายการว่ามีอะไรที่มอบให้นางบ้าง และในวันพรุ่งนี้นางจะแต่งงาน ขบวนสินเดิมของนางจะต้องยิ่งใหญ่และยาวเหยียดเป็นหางว่าวเป็นที่กล่าวขานว่าตระกูลโม่นั่นร่ำรวยยิ่งนัก

“คุณหนู พักเถิดเจ้าคะ พรุ่งนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้า” สาวใช้คนสนิทจีบปากจีบคอพูดกับนายสาวของตนเอง เมื่อเห็นว่าไม่ยอมพักเสียทีจากการตรวจสินสอดเจ้าสาว พวกนางนั้นเหนื่อยและล้าเต็มทีแล้ว

“พี่เหวินปินเล่า มาหรือยัง” นางละมือจากการลงอักษร เอ่ยซักถามกับสาวใช้ขึ้นมา

สาวใช้ส่ายหน้าน้อย ๆ “ยังเจ้าค่ะ” สิ้นเสียงของสาวใช้ อวี้เฟยถึงกลับโมโหขึ้น นางฟาดกระดาษที่กำลังลงอักษรนั้นลงที่พื้น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงยืนเท้าเอวคล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าดูแดงจัดเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

“เตรียมรถม้า ข้าไปจวนตระกูลกวน” สิ้นเสียงนายสาว สาวใช้ก็วิ่งพล่านไปยังเรือนด้านหน้า นั่นหมายถึงว่า คุณหนูน้อยกำลังจะอาละวาด สาวใช้อีกสองคนก็ยืนดึงแขนยื้อคุณหนูเอาไว้ เกรงว่านางจะก่อเรื่องขึ้นแน่ ๆ และมันไม่งามหากจะไปหาฝ่ายชายก่อนแต่งงาน

“ปล่อยข้านะ กล้าดีอย่างไรเอามือสกปรกโสโครกของพวกเจ้ามาแตะต้องข้า” น้ำเสียงนั้นดังกึกก้อง สาวใช้แต่ละคนรีบปล่อยมือ จากนั้นฝ่ามือของนายสาวก็ยกขึ้นมาฟาดเข้าที่แก้มของพวกนาง จนล้มลง สาวใช้แต่ละคนต่างหนีออกไป ปล่อยเอาไว้เพียงคนคนที่โมโหร้ายให้อยู่ในห้องนี้เพียงคนเดียว

คนที่โม่อวี้เฟยอยากจะพบหน้าใจจะขาด ยามนี้เขาอยู่จวนกำลังจัดการตกแต่งห้องหอ เพื่อรอรับคนรักเข้ามาอยู่ด้วยกัน แม้ว่าจะมองเห็นภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้ามาเมื่อวานเห็นแค่ไกล ๆ เท่านั้น เขามิออกไปพบหน้า เกรงว่าจะทำให้ตนเองนั้นควบคุมสติตนเองไม่อยู่ พาลจะดุด่านางเข้าให้

มือหนาหยิบแจกันหยกขึ้นมา มองดูสายตายินดี แจกันหยกนี้หายากยิ่งนักราคาก็ดูแพงจับใจ แต่เพื่อคนรัก ที่นางมักออกปากบ่นว่าอยากมีแจกัน นำเข้ามาจากคนผมสีทองดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลนั่น เขาก็สู้อุตส่าห์หาคนไปช่วยเจรจาซื้อมาได้ก็ในราคาแพงนักเชียว

เพื่อคนรักอะไรก็ยอม

กุ้ยหลินได้ยินว่าเป็นเจ้าสาวมาจากตระกูลโม่ นางก็ร้อง ‘อ๋อ’ อยู่ในใจ นึกว่าเขาจะแต่งงานกับใคร ที่แท้ก็เป็นสตรีในสังคมชนชั้นสูงและร่ำรวยใช่เล่น นางหาได้ใส่ใจไม่ คิดว่าอยากจะไปดูเรือนหอใหม่เสียหน่อย ว่าประดับประดาสวยงามเพียงใด

มองเห็นในเรือนของตนเอง ก็ดูว่างเปล่านัก มีเตียงนอนกับผ้าห่ม โต๊ะนั่งกินข้าวและยังมีแค่ราวตากผ้า ยังดีที่ว่าในห้องนี้มีที่เอาไว้ให้นางอาบน้ำ นึกว่าจะต้องให้ไปใช้ที่เรือนคนใช้เสียแล้ว นางตัดสินใจลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คิดว่าจะออกไปข้างนอกห้องเสียหน่อย

สองเท้าก้าวออกไปข้างนอก หน้าห้องของนางก็มีชายรูปร่างสูงใหญ่สามคน ยืนปิดประตูหน้าเรือนไม่ให้นางได้ก้าวเท้าออกไปไหน กุ้ยหลินตวาดเข้าให้เสียงดัง คนพวกนี้คิดจะขังนางเอาไว้ ไม่ให้ออกไปไหนหรืออย่างไร

จะได้เห็นดีกัน

“หากพวกเจ้าไม่ถอยไปเดี๋ยวนี้ จะหาว่าข้า ไม่เตือนนะ” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดนั้นได้ส่งออกไปยังชายรูปร่างสูงใหญ่ทั้งสาม พวกเขาหาได้รู้สึกหวาดกลัวไม่ มีแต่รอยยิ้มเยาะหยันมาให้นางแทน

“ชั้นต่ำนักนะ! เอานี่ไปซัก! วางท่าราวกับเป็นเจ้าของจวน ช่างน่าขัน ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!” สาวใช้คนหนึ่งหอบตะกร้าสานมา พูดจากระแทกเสียงเข้าให้อีกฝ่าย น้ำเสียงนั้นช่างดูแคลน แววตาถากถางเข้าให้ อีกฝ่าย สาวใช้ผู้นี้โยนตะกร้าเสื้อผ้าของฮูหยินใหญ่ให้ฮูหยินน้อย แต่ทว่ากุ้ยหลินไม่ได้รับมันมา นางเอี้ยวตัวหลบทัน

“อยากให้ข้าซัก ไหนเล่าเงินค่าจ้าง” กุ้ยหลินหรือจะยอมก้มหัวทำงานให้คนอื่น นางแต่งงานมาเป็นฮูหยินน้อย หาใช่สาวใช้ก้นครัวแต่อย่างใด ช่างหยามเกียรติของนางยิ่งนัก คนพวกนี้ดูถูกนางแสนสาหัส สักวันเถิด นางจะตอบแทนให้สาสม

“ค่าจ้างอันใดกัน เจ้ามันก็แค่ฮูหยินน้อยที่นายน้อยไม่ต้องการ รู้หรือไม่ พรุ่งนี้นายน้อยจะแต่งงานกับคุณหนูโม่ ฐานะทางบ้านดูสูงกว่าเจ้ายิ่งนัก เจ้ามันก็เป็นได้แค่...” สาวใช้ยิ้มเยาะ แววตาดูแคลน มองทั้งแต่ปลายเท้าขึ้นไปถึงใบหน้าของจ้าวกุ้ยหลิน

สีหน้าของสาวใช้ผู้นี้บ่งบอกว่านางถือดี ยังทำคอแข็งราวกับนางใหญ่โตคับจวนเสียอย่างนั้น กุ้ยหลินนึกแค้นใจนัก อยากจะชกหน้าสาวใช้ผู้นี้ให้จมูกหักเหลือเกิน แต่ขอทนอีกนิดแล้วกัน หากไม่ไหวนางจะจัดการคนในจวนนี้ทั้งหมด

“เจ้ามันก็แค่...คนชั้นต่ำไม่มีอะไรส่งเสริมให้นายน้อยดูดี มีแต่ถูกคนอื่นดูแคลน เจ้ามันก็ไม่ได้ต่างจากเศษฝุ่นที่เกาะตรงนั้นตรงนี้ ไร้ค่า ไร้ราคา” พูดจบสาวใช้คนดีก็กระหยิ่มอย่างดีใจ เดินหน้าตั้งกลับไปรายงานฮูหยินใหญ่

ส่วนผู้ที่ให้สาวใช้ไปเล่นงานลูกสะใภ้ นางนั่งจิบชาพูดคุยกับเหล่าฮูหยินที่มาดื่มชา พูดคุยเรื่องลูกชายจะแต่งงานกับตระกูลโม่ที่ร่ำรวยไม่ได้ต่างกันกับตระกูลกวนสักนิด

“พรุ่งนี้พวกท่านอย่าลืมมาร่วมงานเล่า” ฮูหยินกวนเอ่ยขึ้น ท่าทางนั้นดีใจนักหนาที่จะได้เกี่ยวดองกับตระกูลโม่

“นี่ฮูหยินกวน ฮูหยินน้อยที่เพิ่งแต่งเข้ามา นางยอมท่านหรือเจ้าคะ” ฮูหยินในวงสนทนาได้เอ่ยขึ้นถามเจ้าบ้านที่สีหน้าของนางดูดีมีความสุขเสียจริง

“นางจะยอมหรือไม่ยอมก็ไม่เห็นจะเป็นอันใด ในเมื่อฐานะของนางก็คนชนชั้นต่ำ บ้านก็ยากจน ดีเท่าไหร่แล้วที่ข้ายอมให้ลูกชายแต่งงาน หากข้าให้ลูกชายถอนหมั้น เกรงว่านางก็คงจะขายไม่ออก อับอายขายหน้า ถูกถอนหมั้นไป”

กวนฮูหยินคิดเช่นนั้นจึงได้เอ่ยขึ้นและนางยังพูดต่ออีกว่า “ข้ารับนางเข้ามาเป็นสะใภ้ ถือว่าเมตตามากแล้ว ขอทานข้ายังสงสารให้ข้าว ให้อาหาร แต่นางมาเป็นสะใภ้ข้า ข้าก็เวทนาจับใจ นางสิ จะต้องขอบคุณข้าที่รับนางมา หาไม่แล้วนางก็ยังได้เป็นแค่แม่ค้า ก็ไม่ต่างจากขอทานที่รอเศษเงินหรอกกระมัง”

กุ้ยหลินหอบตะกร้าออกมาจากเรือนของตนเอง แววตาเหี้ยม พร้อมกับยกยิ้มราวกับปีศาจ นางคิดจะทำอันใดกับเสื้อผ้ากองโตนี้นะ สาวใช้ที่ติดตามดูแลนางหวาดกลัวไม่น้อย เมื่อเห็นสายตาที่บ่งบอกว่า ฮูหยินน้อยกำลังจะก่อเรื่องขึ้นอีกเป็นแน่

“เมื่อเช้าก็น้ำแกงไก่ใส่รองเท้า แล้วผ้าพวกนี้เล่าเจ้าคะจะทำอะไร” สาวใช้เอ่ยขึ้น พลางเกรงว่าฮูหยินน้อยจะหาเรื่องใส่ตัว หากนายท่านโมโหแล้วละก็ เกรงว่าฮูหยินน้อยผู้ที่น่าสงสารจะถูกลงโทษเอาได้

“ข้าจะทำอะไรเดี๋ยวเจ้าก็รู้ ฮ่า ๆ ๆ ๆ” คนงามหัวเราะร่าอย่างเบิกบานใจ

“ไม่เข็ดใช่หรือไม่ แม่สามีที่ว่าร้าย จะสู้จ้าวกุ้ยหลินได้อย่างไร เดี๋ยวเจ้าคอยดูเถิด พรุ่งนี้สนุกแน่”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษเข้าหอ ฟางผิงซวน โม่อวี้เฟยฟางผิงซาน จ้าวกุ้ยหลิน เข้าหอ“เฟยเอ๋อร์ เรียกพี่ดัง ๆ สิ” น้ำเสียงแหบพร่าของฟางผิงซวน ที่เขากำลังกระแทกกระทั้นเข้าไปข้างในกายสาวของภรรยาที่เพิ่งจะแต่งงานสะโพกหนาแกร่งขยับเขยื้อน กระแทกกระทั้นเข้าไปอย่างไม่ลดละ สีหน้าของเขาดูบิดเบี้ยว ทว่าเต็มไปด้วยความสุขสม ภายในห้องนอนมีเสียงหวานร้องครางกระเส่า ผสมผสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ดังอยู่ในห้องหอสีแดงในยามนี้เตียงนอนสีแดง มีผ้าสีขาวรองคาดกลางเอาไว้ มีรอยจุดเลือดพรหมจรรย์เป็นรอยอยู่บนผ้าสีขาว ฟางผิงซวนไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อน ภรรยาของเขามิเคยเข้าหอกับชายคนนั้น ทว่ายามเขากระแทกกระทั้นเข้าไปขยับสะโพกหนาแกร่งเข้าไปทีไร ภรรยาของเขามักจะส่งเสียงหวานร้องครางออกมา ทำให้เขาจวนเจียนจะแตกซ่านไม่น้อย“อื้อ อ้า” คนตัวเล็กร้องออกมา ยามเมื่อเขาขยับสะโพกซอยถี่ ๆ กายสาวของนางกำลังสั่นระริก เต็มไปด้วยความเสียวซ่านกระสัน พลางสุขล้น ลมหายใจร้อนผะผ่าว บางครั้งก็บางเบาราวกับจะขาดห้วงลงริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มขบเม้มเข้าหากันแน่น มือเรียวขยำผ้าปูที่นอนจนยับย่น ไม่เรียบเหมือนเช่นเดิม คนตัวโตใบหน้ามีเหงื่อผุดขึ้นมา แผ่นหลัง

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 48 แต่งงาน

    ตอนที่ 48 แต่งงานหนึ่งอาทิตย์ต่อมาตระกูลจ้าววันนี้ดูจะคึกคักยิ่งนัก เมื่อจ้าวกุ้ยหลินได้สวมชุดแต่งงานที่ดูหรูหรา งดงามโดดเด่นยิ่งนัก นั่นเพราะเพราะว่าพี่สะใภ้ของนางและกงจู่โจวซู่หนี่ว์ ช่วยกันจัดการชุดแต่งงานให้จ้าวกุ้ยหลินนางไม่รู้จะขอบใจพี่สาวทั้งสองได้อย่างไร เพียงแค่เห็นชุดเจ้าสาวก็ทำให้นางน้ำตาเอ่อคลอเสียแล้ว อีกทั้งยังมีรองเท้าคู่อีกด้วย พี่สะใภ้มอบของให้นางเพิ่มอีก คือกำไลหยกเนื้อมันวาวกระจ่างดูงดงามยิ่งนักจ้าวกุ้ยหลินสาวชุดแต่งงานแล้ว ตอนนี้กำลังถูกจับให้เกล้าผมแล้วก็บรรจงเสียบปิ่นหยก และยังมีผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเป็นรูปนกคู่อีกด้วย เรียกได้ว่าตื่นเต้นยิ่งนัก ครั้งแรกที่แต่งงานยังไม่รู้สึกตื่นเต้นเช่นนี้สักนิด“หลินเอ๋อร์ ช่างดงามยิ่งนัก” ซูหนี่ว์ชมเปาะเมื่อเห็นเจ้าสาวของฟางผิงซานดูหวานละมุนซ่อนความเผ็ดร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าที่งดงามดูไร้พิษสงใด ๆ“นั่นสิ งดงามยิ่ง” หมิงหลันยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อเห็นว่าเจ้าสาวของใครบางคนงดงามเพียงใด ยิ่งคิดว่าคืนนี้จะเกิดอันใดขึ้น เพียงแค่นี้ก็ทำให้หมิงหลันใจเต้นโครมครามเสียแล้ว ใครว่ากงจู่เช่นนางจะเรียบร้อยกันนางแก่นแก้วและยังจับรองแม่ทัพจ้าวเกาเ

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 47 เดินทางพักผ่อนใจ

    ตอนที่ 47 เดินทางพักผ่อนใจหลังจากงานเลี้ยงในคืนนั้นได้เสร็จสิ้นลง ตระกูลฟาง จึงได้พูดคุยว่า จะหาฤกษ์แต่งงานมงคลให้เร็วที่สุด กระนั้นทำให้ฟางผิงซานใจร้อนนัก เขาพูดขึ้นมาว่าอยากจะเร่งงานแต่งให้เร็วที่สุด ยิ่งอาทิตย์ได้ยิ่งดีใหญ่ท่านปู่จึงขบขันไม่น้อยเมื่อเห็นหลานเขยเลือดร้อนอยากจะเข้าหอกับหลานสาวของเขาตัวสั่นเช่นนี้ ทำให้ชายชรารู้สึกเอ็นดูว่าที่หลานเขยเช่นฟางผิงซานยิ่งนัก แม้จะมุทะลุไปบ้างก็ตาม ยังนึกถึงวันที่เคยพร่ำสอนเด็กพวกนี้ได้อยู่เลยเผลอเพียงแค่ไม่กี่ปี ต่างก็เติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว แต่งงานออกเรือนมีลูกกันเสียแล้ว ฟางผิงซานก็คือหนึ่งในลูกศิษย์ที่ท่านราชครูเคยสอนมา ตำแหน่งราชครูมิใช่มีแค่ในวังหลวงเท่านั้น ยังเป็นท่านอาจารย์ใหญ่ในสำนักศึกษาหลวงด้วยเช่นกันในวงสนทนามีเพียงคนผู้หนึ่งที่ยิ้มไม่ออก หัวเราะไม่ได้ นั่นคือท่านอาสาม ที่กำลังปั้นหน้าเสแสร้ง แต่ทว่าภายในใจของเขาดูจะบอบช้ำและเจ็บปวดไม่น้อยจ้าวจินหมิง คิดว่าตนเองนั้นหักห้ามใจแล้ว ที่จะไม่รักหลานสาว แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นผลเอาเสียเลย กระนั้นหลานสาวยังอดที่จะเห็นใจท่านอาสามไม่ได้ นางเคยพูดว่าขอให้ท่านอาของนางได้พบรักแท้จริง ๆ เ

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 46 งานเลี้ยง

    ตอนที่ 46 งานเลี้ยงเมืองหลวงรุ่งอรุณรับวันใหม่ ในจวนตระกูลจ้าวดูจะวุ่นวายไม่น้อย เนื่องด้วยตอนเย็นวันนี้ที่จวนจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกชายคนโต และหลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูลจ้าว ที่ไม่ได้พบหน้ากันมายี่สิบปีจ้าวหมิงหลัน พี่สะใภ้เดินทางมาถึงจวนนี้ในยามสายของวันแล้ว นางนำชุดที่แสนพิเศษมามอบให้น้องสาวผู้นี้ วันนี้นางมาอยู่เป็นเพื่อนของกุ้ยหลิน เพื่อมารับอาหารมื้อกลางวัน แสนจะอร่อยก็ว่าได้กุ้ยหลินเข้าครัว จัดทำอาหารให้พี่สะใภ้อย่างง่าย ๆ เป็นข้าวผัดแล้วก็มีเพียงแค่ไข่เจียวยัดไส้ด้วยหมูสับกับมะเขือเทศ และอีกจานก็คือมะเขือเทศผัดไข่ กุ้ยหลินอยากจะดูแลพี่สะใภ้ผู้นี้เมื่อมื้อกลางวันได้จบลง สตรีทั้งสองก็ต้องแต่งตัว เพื่อรองานเลี้ยงที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกแค่ไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น และจ้าวหมิงหลัน ต้องการให้จ้าวกุ้ยหลินดูโดดเด่นที่สุดในงาน และให้เป็นที่กล่าวขานกันไปหลายหัวเมือง ว่าหม้ายสาวผู้นี้ช่างมีเสน่ห์เหลือร้ายนัก“กุ้ยหลิน” น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าจ้าวกุ้ยหลินสวมชุดสีชมพูอ่อน ปักดิ้นสีแดงเล็ก ๆ เป็นรูปดอกไม้ และดิ้นสีทองนั้นปักเป็นรูปดวงดาว ที่ทอแสงเปล่งประกายวาววับ ทำให้กุ้ยหลิ

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 45 กลืนกินทั้งตัว

    ตอนที่ 45 กลืนกินทั้งตัวฟางผิงซวนยังคงรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่แดนใต้ แผ่นหลังของเขาถูกคนร้ายใช้ดาบแทงเข้ามา โชคดีที่ไม่ถูกจุดสำคัญ เขารักษาตัวมาหลายวัน บาดแผลเริ่มแห้งแล้ว ท่านหมอมอบยาสมานแผล และยาสมุนไพรให้หน้าที่ดูแลคนป่วยตกเป็นของคนงาม หม้ายสาวทรงเสน่ห์ โม่อวี้เฟย แต่ทว่านางงดงามมิได้ดูด้อยไปกว่าจ้าวกุ้ยหลิน กิริยามารยาทนั้นถูกสอนสั่งมาอย่างดี ขนบธรรมเนียมใด ๆ นางมิอาจละเลยกระนั้นยามเช็ดตัวให้ชายหนุ่ม เห็นแผงอกแกร่งขาวสะอ้าน อีกทั้งยังมีกล้ามเนื้อที่หน้าท้องเป็นลอนสวยงาม หม้ายสาวผู้นี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักครั้ง ทว่าคนป่วยมักจะกลั่นแกล้งนางเป็นประจำ หน้าที่คนเช็ดตัวจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากจะเป็นคนงามแห่งแดนใต้ฟางผิงซวนเอนกายอยู่ที่เตียงกว้าง ห้องนอนนี้อยู่ในเรือนรับรองของตระกูลโม่ ชายหนุ่มมองมือเรียวของหญิงสาวที่กำลังบิดผ้าหมาด ๆ จะเช็ดตัวให้เขาเหมือนอย่างเคย แววตาหวานฉ่ำของชายหนุ่ม และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาส่งไปยังหญิงงามอวี้เฟยใบหน้าแดงก่ำราวกับผลอิงเถา เมื่อชายหนุ่มส่งยิ้มและมอบแววตากรุ้มกริ่มเช่นนี้มาให้ ก้อนเนื้อน้อย ๆ ของนางเต้นตึกตักทุกครั้งที่เจอเขา คนงามล้ำม

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 44 ความในใจ

    ตอนที่ 44 ความในใจจ้าวเกาเหวินพอรู้ข่าวของฟางผิงซาน ในคืนนั้นเขาก็รีบรุดหน้าไปหาที่จวนตระกูลจ้าว โดยมีแม่ทัพหยางสหายคู่ใจ ส่งข่าวเอ่ยกล่าวผ่านทางพ่อบ้านตระกูลสายสาม มาแจ้งแก่เขา นั่นทำให้จ้าวเกาเหวินเร่งไปในยามวิกาลฝีเท้าแกร่งเดินอย่างรีบร้อน รุดเข้าไปที่เรือนด้านหน้า ในห้องนอนของน้องสาว พบเห็นสหายของตนเองกำลังหยอกล้อ กุ้ยหลิน ตัวเขาจึงบันดาลโทสะ ตะคอกเสียงดังลั่นห้อง“อาซาน เจ้ามันสมควรตายยิ่งนัก” สีหน้าดำทะมึนของจ้าวเกาเหวิน พร้อมกับแผ่กลิ่นอายชวนหวาดหวั่น ทำให้อีกฝ่ายสะพรึงกลัวยิ่งนัก ทว่าฟางผิงซานจึงออกปากร้องขึ้นมาว่า“หลินเอ๋อร์ ช่วยพี่ด้วยอาเหวินจะตีว่าที่สามี” ด้วยความเจ้าเล่ห์ของฟางผิงซาน ทำให้กุ้ยหลินที่ได้ยินเสียงพี่ชายที่ส่งเสียงคำรามดังกึกก้องในห้องของนาง กุ้ยหลินมีท่าทางตื่นตระหนกเล็กน้อย จากนั้นนางจึงชักสีหน้าจ้องเขม็งไปยังพี่ใหญ่“พี่ใหญ่คิดจะทำอันใด พี่ซานเข้าเจ็บตัวก็เพราะปกป้องน้อง” สิ้นเสียงหวานที่เอ่ยขึ้น ทำให้จ้าวเกาเหวินส่งเสียงคำรามอีกครั้งหนึ่ง“ให้มันน้อย ๆ หน่อย แผลเพียงแค่นี้ทำจะตาย กลับจวนของเจ้าไปได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ข้าจะไปส่ง” จ้าวเกาเหวินมิเอ่ย

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 15 ข้าชอบท่าน

    ตอนที่ 15 ข้าชอบท่านจวนตระกูลกวนค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ท่านหมอเดินเข้ามาสามคนเพื่อมาดูอาการของบุตรชายขุนนางกวน แผ่นหลังนั้นแดงเถือกเป็นแผลพุพองเสียแล้ว ช่างดูน่าหวาดกลัวนักโม่อวี้เฟยถูกจับให้นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น แต่นางหาได้สำนึกผิดไม่ ท่าทางช่างดูกระด้างกระเดื่องต่อแม่สามีและพ่อสามีไม่

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 14 จัดการ

    ตอนที่ 14 จัดการกุ้ยหลินและสหายอีกสามคน เดินมายังร้านของนางที่ปิดไปแล้ว จากนั้นกุ้ยหลินเปิดบานประตูไม้แต่ละบานด้วยความชำนาญ ฟางผิงซานอาสาจะช่วยสตรีร่างบอบบาง เขาไม่รู้ว่ากุ้ยหลินนั้นเก่งกาจเรื่องหมัดมวยและร่างกายของนางนั้นแข็งแรงยิ่งนัก มิได้อ่อนแอปวกเปียกเสียเมื่อไหร่กันอาจิงวิ่งหน้าตาตื่นมาหา “

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 13 น้องสาว

    ตอนที่ 13 น้องสาวจ้าวกุ้ยหลิน สบตาเข้ากับอีกฝ่าย ทว่ายามนี้ใบหน้าของนางดูจะแดงระเรื่อไม่น้อย เมื่อถูกชายหนุ่มโอบกระชับเอวของนางเข้ามาเพื่อเล่นงิ้วแสดงสวมบทบาทเป็นว่าที่สามีของนางในอนาคต ทว่านางตัวแข็งทื่อไม่เคยถูกชายใดโอบกอดถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้สักครั้งกวนอวี้เฟยไร้คำพูดกับอีกฝ่ายแม้ว่าในใจลึก ๆ จ

  • หม้ายสาวพราวเสน่ห์   ตอนที่ 12 ประกาศตัว

    ตอนที่ 12 ประกาศตัวหลังจากที่จ้าวกุ้ยหลินประกาศตัวว่าหย่าร้างกับสามีแซ่กวนไป อีกสองวันถัดมา เรื่องของสตรีหม้ายแซ่จ้าว ก็ถูกกล่าวอยู่ในวงสุรา และเหล่าชายหนุ่มก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หญิงหม้ายผู้นี้งดงามเหลือเกิน ค้าขายเก่งกาจนัก อีกทั้งยังจัดการเหล่าผู้ที่มาก่อกวนเสียอยู่หมัดในแต่ละวันร้านน้ำเต้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status