แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: ลมใต้รู้ใจ
ขณะเขากำลังคิดอยู่ ก็มีมืออุ่น ๆ คู่หนึ่งจับเขาไว้เบา ๆ ฝู่เฉินซีหันหน้าไป กู้อวี่หนิงมองเขาอย่างห่วงใยแล้วพูดว่า “เฉินซี ไม่สบายท้องหรือเปล่า อยากดื่มซุปสักหน่อยไหม?”

ฝู่เฉินซีส่ายหัว

ซูย่างทักทายคุณปู่เสร็จแล้ว ก็ดึงเก้าอี้นั่งลงอย่างไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ทำเหมือนไม่เห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง

คุณปู่ฝู่กลับส่งเสียงฮึออกมาอย่างดูแคลน

เวลาทานอาหาร ตระกูลฝู่เคร่งครัดกับกฎที่ว่าห้ามพูดคุยระหว่างกิน ซูย่างเองก็ไม่ค่อยมีอารมณ์กินเท่าไหร่นัก เพียงแค่ตักอาหารเล็กน้อยตามมารยาทเพื่อให้คุณปู่สบายใจ

พอกินข้าวเสร็จ คุณปู่ฝู่ก็ดึงมือเธอไว้แล้วพูดว่า “เรื่องของหนูกับอาซี ปู่รู้หมดแล้วนะ ย่างย่าง ไม่ต้องกังวลหรอก ตระกูลฝู่ของเรายอมรับเธอเป็นลูกสะใภ้เพียงคนเดียวเท่านั้น”

เขาหันไปมองกู้อวี่หนิงกับฝู่เฉินซีที่ยืนหน้าตึงอยู่ข้าง ๆ แล้วเหน็บแนมว่า “ถ้าจะมีใครต้องออกไปจากตระกูลฝู่ ก็ควรจะเป็นมือที่สามที่ไปทำลายครอบครัวคนอื่น กับผู้ชายห่วย ๆ ที่ไม่รับผิดชอบต่างหาก!”

ซูย่างรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย

ฝู่เฉินซีขมวดคิ้ว สีหน้าดูหม่นลงเล็กน้อย ข้าง ๆ กู้อวี่หนิงจับมือเขาไว้ ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ดูน่าสงสารจับใจ

คุณปู่ฝู่ไม่สนใจสองคนนั้นเลย ตบโต๊ะน้ำชาพร้อมถอนหายใจแล้วพูดว่า “ปู่กับพ่อของเธอเป็นเพื่อนต่างวัยกัน ตอนที่เธอแต่งเข้ามาในตระกูลฝู่ปู่ดีใจอยู่นาน ย่างย่าง ถ้าตอนนี้ต้องให้เธอออกไปจากตระกูลฝู่ ปู่จะเอาหน้าไปบอกพ่อเธอได้ยังไงกัน”

ฝู่เฉินซีเอามือคลึงขมับอย่างปวดหัวแล้วพูดว่า “คุณปู่ ผมจะพยายามชดเชยให้ซูย่างให้มากที่สุด แต่เรื่องความรู้สึกมันฝืนกันไม่ได้นะครับ…”

คุณปู่ฝู่ถึงกับโมโหจนหนวดกระเพื่อม ตาถลึงใส่ทันที “อะไรคือฝืน ฉันว่าตาแกนี่มันบอดชัด ๆ! ไปชอบผู้หญิงแบบนั้นได้ยังไงกัน!”

“คุณปู่……”

เห็นท่าคุณปู่ฝู่กับฝู่เฉินซีจะเถียงกันขึ้นมาแล้ว ซูย่างรีบพูดเสียงนุ่มแทรกขึ้นว่า “คุณปู่ เรื่องหย่าไม่ใช่เขาที่อยากหรอกค่ะ แต่เป็นหนูที่เต็มใจเอง”

ทันทีที่พูดจบ ห้องรับแขกก็ตกอยู่ในความเงียบที่ชวนอึดอัดทันที

ซูย่างรินน้ำอุ่นให้คุณปู่ ยื่นให้คุณปู่ฝู่ดื่มพอให้ใจเย็นลง แล้วจึงเอ่ยช้า ๆ ว่า “คุณปู่ ไม่ต้องกังวลเรื่องหนูนะคะ หนูไม่ได้ทำให้ตัวเองต้องลำบากหรือฝืนใจ ทุกสิ่งที่หนูทำก็เพราะทำตามหัวใจตัวเอง ส่วนการหย่า ก็แค่เพราะหนูไม่ชอบคุณฝู่แล้วเท่านั้นเอง”

สีหน้าของเธอสงบนิ่ง ราวกับได้หลุดพ้นจากกรงขัง และแผ่ความสงบสุขออกมาในอีกแบบหนึ่ง

ฝู่เฉินซีจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเธอที่งดงามดั่งหยกขาวภายใต้แสงไฟ แล้วสีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไปอย่างไม่สู้ดี

คุณปู่ฝู่เงียบไปอยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้นเสียงขรึมว่า “เป็นตระกูลฝู่ของพวกเราที่ผิดกับเธอ”

ซูย่างชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาโดยไม่พูดอะไร

เมื่อเห็นว่าคุณปู่ฝู่สงบลงแล้ว ซูย่างก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวล่ำลาแล้วจากไป

ดึกแล้ว ท่านปู่ฝู่พยักหน้าตกลง ก่อนจะมองตามแผ่นหลังของซูย่างที่เดินจากไป พลางพึมพำกับตัวเองว่า “เลิกกันก็ดีแล้ว เลิกยังไงก็ดีกว่าอยู่กับไอ้เด็กเวรนั่น”

คุณปู่ฝู่ถอนหายใจหนึ่งครั้ง ไม่อยากชายตามองฝู่เฉแนซีที่อยู่ข้าง ๆ แล้วก็เดินตรงขึ้นไปยังห้องหนังสือทันที

สีหน้าของฝู่เฉินซียิ่งบึ้งตึงมากขึ้นกว่าเดิม

กู้อวี่หนิงพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “เฉินซี คุณขึ้นไปปลอบคุณปู่เถอะ คุณปู่ท่านชอบคุณซูมาตลอด ตอนนี้ต้องเสียใจมากแน่ ๆ”

กู้อวี่หนิงเป็นคนเข้าอกเข้าใจเสมอ ฝู่เฉินซีจึงกุมมือเธอไว้แล้วพูดว่า “เดี๋ยวฉันไปส่งเธอกลับก่อน”

เมื่อส่งกู้อวี่หนิงกลับไปแล้ว ฝู่เฉินซีก็ขึ้นไปที่ห้องหนังสือ เห็นคุณปู่ฝู่กำลังหมกมุ่นอยู่กับการชงชา

เขานั่งลงช่วยคุณปู่เล็กน้อย รินชาร้อนหนึ่งแก้ว แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปนความจำใจว่า

“คุณปู่… อวี่หนิงจะเป็นว่าที่ภรรยาขอผม ถึงจะไม่ชอบ ยังไงก็ช่วยดีกับเธอสักหน่อยเถอะครับ”

คุณปู่ฝู่หัวเราะเย้ยออกมาเบา ๆ “ตอนที่ย่างย่างแต่งเข้ามาใหม่ ๆ ปู่ก็เคยบอกแกเหมือนกันว่า เธอคือภรรยาของแก ต่อให้ไม่ชอบก็สมควรปฏิบัติกับเธอให้ดี แล้วสุดท้ายแกทำยังไงล่ะ?!”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 207

    แม่ฝู่มองซูย่างด้วยท่าทียิ้มย่อง รอดูว่าอีกฝ่ายจะตอบโต้อย่างไรซูย่างผายมือไปทางซ่งเจ๋อ “คุณซ่งเจ๋อคือดุษฎีบัณฑิตด้านจิตวิทยาที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เขามีผลงานความสำเร็จมากมาย ทั้งยังสร้างสรรค์วิทยานิพนธ์และทฤษฎีที่มีชื่อเสียงไว้หลายฉบับ ฉันในฐานะที่ปรึกษาด้านจิตวิทยา ก็ต้องให้ความสนใจในตัวคุณซ่งเจ๋อเป็นธรรมดาค่ะ”ชายหนุ่มผู้ถูกเอ่ยชื่อมองซูย่างพลางยิ้มเล็กน้อย เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนอย่างสง่างามขณะยื่นมือออกมา “คุณซู สวัสดีครับ”ซูย่างยื่นมือออกไปจับเช่นกัน “คุณซ่ง ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คุณมาเห็นเรื่องตลกแบบนี้”กู้อวี่หนิงเขย่าแขนฝู่เฉินซีเบา ๆ “เรื่องนี้พักไว้ก่อนเถอะค่ะ อีกอย่างฉันเป็นคนเชิญคุณซูมาเอง ฉันติดใจก็แค่เรื่องรูปแต่งงานกับทะเบียนสมรสที่ถูกฉีกทิ้งเท่านั้น”เธอวางรูปใบแรกลงบนโต๊ะ ตามด้วยรูปใบที่สอง รูปใบนี้ยิ่งหนักข้อขึ้นตรงที่ดวงตาถูกระบายจนดำสนิท แม้แต่ริมฝีปากก็ยังมีรอยลิปสติกกากบาททับไว้แม่กู้พูดด้วยความเดือดดาลใจ “ซูย่าง เธอทำเกินไปแล้วนะ!”ฝู่เฉินซีขมวดคิ้วมุ่น “ซูย่าง นึกไม่ถึงเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้”“ถ้าจะดูว่าคนที่ขึ้นไปบนชั้นสองใช่ฉันหรือเปล่าก็ไม่ใช่

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 206

    ทั้งงานตกอยู่ในความเงียบงันขณะทุกสายตาพากันจับจ้องมองมา ซ่งเจ๋อยิ่งมีสีหน้าสงสัยเมื่อมองดูซูย่างสมาชิกตระกูลฝู่และคนตระกูลกู้ต่างเดินเข้ามา ฝู่เฉินซีคว้าตัวกู้อวี่หนิงไว้ "อวี่หนิง เป็นอะไรไป?""เฉินซี เธอฉีกทะเบียนสมรสของพวกเรา แล้วยังฉีกรูปแต่งงาน แถมยังขีดหน้าฉันจนเละเลยค่ะ"เธอหยิบทะเบียนสมรสที่ถูกฉีกเป็นสองส่วนออกมา ส่วนในมือแม่กู้ก็คือรูปแต่งงานซึ่งใบหน้าเจ้าสาวถูกขีดเขียนจนไม่เหลือชิ้นดีทั้งงานฮือฮาขึ้นมาทันที ทุกคนพลันนึกขึ้นได้ว่าซูย่างเป็นอดีตภรรยาของฝู่เฉินซี"ไม่เห็นจะแปลก เมียเก่ามาร่วมงานแต่งก็คงมาเพื่อล่มงานอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?""ถึงงั้นตอนนี้ก็ไม่ควรทำแบบนี้ ขายขี้หน้าชะมัด! มิน่าล่ะฝู่เฉินซีถึงได้หย่ากับหล่อน!""เจ้าสาวร้องไห้จนหน้าเปื้อนหมดแล้วเนี่ย น่าสงสารจริง ๆ "กู้อวี่หนิงยังคงร้องไห้ขณะพูดต่อ "คุณซู ฉันหวังดีเชิญคุณมาร่วมงานด้วย ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้คะ? ตอนหย่าคุณก็ได้เงินกับทรัพย์สินไปตั้งเยอะ เฉินซีไม่เคยปฏิบัติต่อคุณไม่ดี ถ้าคุณไม่พอใจอะไร ก็มาลงที่ฉันสิ จะตบจะตีฉันก็ได้ แต่ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย?"แม่ฝู่ชี้หน้าด่าซูย่าง "เชิญเธอมานี่มันตัวซวยช

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 205

    ฝู่หยาฮุ่ยแค่นเสียงเย็นชา เธอก็แค่อยากให้แน่ใจว่าซูย่างจะมาปรากฏตัวในงานนี้เท่านั้น เพราะเธอต้องการให้ซูย่างเห็นกับตาว่าเวลาที่พี่ชายเธอแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นนั้นเป็นอย่างไร ดูซิว่านังนั่นจะยังกล้าทำเป็นเชิดอยู่อีกไหม!แล้วคนที่ถูกนึกถึงก็เดินเข้ามา ซูย่างจัดการมอบเงินใส่ซองก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงเดินเข้าไปในงาน เลือกหาที่นั่งแบบไม่ได้เจาะจงอะไร โดยมีคนแปลกหน้ารายล้อมอยู่รอบกายหลังนั่งลง เธอก็กวาดสายตามองซ้ายมองขวาคล้ายกำลังมองหาซ่งเจ๋อ เพราะในข่าวเมื่อวานนี้มีการเปิดเผยหน้าตาของเขาออกมาแล้วผู้คนรอบข้างต่างพากันจับจ้องมองซูย่าง แขกเหรื่อในงานไม่ใช่น้อยล้วนเคยมาร่วมงานแต่งของฝู่เฉินซีกับซูย่างเช่นกัน จึงอดวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่อดีตภรรยามาร่วมงานแต่งอดีตสามีกันอย่างสนุกปากไม่ได้ฝู่หยาฮุ่ยรีบสะกิดแม่ฝู่ทันที "แม่คะ! มันมาจริงด้วย!"แม่ฝู่ถลึงตาใส่ "แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้แกเป็นบ้าอะไรถึงได้เชิญหล่อนมา ตัวเสนียดแท้ ๆ !"บนโต๊ะจัดเลี้ยงมีของว่างวางเรียงรายอยู่มากมาย แต่ซูย่างไม่มีกะจิตกะใจจะมองสิ่งอื่นใด ระหว่างกำลังเดินหาคนอยู่นั้น ก็ถูกฝู่เฉินซีผู้ยืนอยู

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 204

    เขาจำไม่ได้จริง ๆ ว่าชุดแต่งงานที่ซูย่างสวมใส่หลังจากนั้นมีรูปลักษณ์เป็นอย่างไร และก็จำไม่ได้อีกเช่นกันว่ามันงดงามแค่ไหน เขาจำได้เพียงยามเธอเอ่ยถ้อยคำเหล่านั้น พวงแก้มก็แดงระเรื่อ ทั้งดูเขินอายและน่ารักเหลือเกินหัวใจเขาบีบรัดรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อได้สติกลับคืน ก็พบว่ากู้อวี่หนิงกำลังมองมาด้วยความสงสัย "เฉินซีคะ?"ฝู่เฉินซีรีบแค่นยิ้มตอบว่า "สวยมากครับ"ช่วงกลางดึก ซูย่างเพิ่งหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ก็มีสายเรียกเข้าจากอีกฟากฝั่งของมหาสมุทร เป็นสายจากหลินจิ่น"รุ่นพี่เหรอคะ?" เธอรู้สึกประหลาดใจ ขณะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาและเปิดโทรทัศน์ ซึ่งกำลังมีรายการข่าวรอบดึก"คุณซู รุ่นพี่ฉันจะกลับประเทศพรุ่งนี้ ฉันคุยเรื่องคุณกับเขาแล้ว รวมถึงเล่าสถานการณ์ของหรงอินให้เขาฟังคร่าว ๆ แล้วด้วย ถึงตอนนั้นคุณก็ติดต่อไปหาเขาได้เลยนะ" เสียงของหลินจิ่นนั้นอ่อนโยนแต่ก็แฝงด้วยความหนักแน่นในโทรทัศน์กำลังรายงานข่าวเกี่ยวกับการแต่งงานของฝู่เฉินซีกับกู้อวี่หนิง "ตามรายงานข่าว ดร.ซ่งเจ๋อ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาจากประเทศเอ็ม จะเดินทางกลับประเทศเร็ว ๆ นี้ และจะเข้าร่วมพิธีวิวาห์ในครั้งนี้ด้วย..."ซูย่าง

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 203

    เช้าวันนี้ บังเกิดข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งวงการสื่อ เรื่องราวการแต่งงานครั้งใหม่หลังหย่าร้างของฝู่เฉินซีได้แพร่สะพัดออกไปแล้วนับแต่เช้ามืดจนถึงตอนนี้ กระแสความสนใจของผู้คนก็ยังคงพุ่งกระฉูด ตอนที่ซูย่างเห็นข่าวนี้ เธอก็มาถึงห้องให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยเอแล้วเธอเพียงกวาดตามองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หญิงสาวคนหนึ่งก็พลันก้าวเข้ามาในห้องให้คำปรึกษาของเธอพอดีเป็นกู้อวี่หนิง!"คุณกู้คะ ห้องให้คำปรึกษาของเราเปิดให้บริการเฉพาะคนในมหาวิทยาลัยเท่านั้นค่ะ" ซูย่างพูดด้วยเสียงเย็นชากู้อวี่หนิงยิ้มหวาน "คุณซู อย่าตั้งแง่รังเกียจฉันขนาดนั้นเลยค่ะ ที่ฉันมาครั้งนี้ก็เพื่อจัดการเรื่องพักการเรียนให้หยาฮุ่ยต่างหาก""ถ้ามาทำเรื่องพักการเรียน ก็เดินออกจากประตูนี้ไปแล้วเลี้ยวขวานะคะ ตึกที่สองจะเป็นฝ่ายธุรการค่ะ พอดีฉันต้องทำงานแล้ว" ซูย่างกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดข้าวของ ไม่สนใจกู้อวี่หนิงอีก"คุณซูคะ เรื่องพักการเรียนฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว แต่ที่แวะมาหาคุณ ก็แค่อยากจะมอบของสิ่งหนึ่งให้เท่านั้น" กู้อวี่หนิงหยิบการ์ดเชิญสีแดงเข้มใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ก่อนวางลงบนโต๊

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 202

    หรงอินพูดด้วยความโกรธแค้นว่า “คนตระกูลฝู่นี่น่ารังเกียจจริง ๆ ! ต้องเป็นฝีมือฝู่เฉินซีกับแม่เขาแน่”“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ยังไงก็ต้องรบกวนคุณหรงแล้วละ” เธอหันไปยิ้มให้หรงอวี้พอเห็นว่าเธออารมณ์ดีขึ้นแล้ว หรงอินก็รีบชี้ไปที่กล่องบนโต๊ะก่อนพูดว่า “พี่ซูย่าง พี่ดูนี่เร็ว!”หรงอวี้พยักหน้าให้เธอเช่นกัน กล่องใบนั้นดูมีความคลาสสิกอยู่ในตัวหญิงสาวเปิดกล่องออกดู ด้านในกลับกลายเป็นสร้อยคอเส้นหนึ่ง“นี่คือสร้อยที่พี่เขาประมูลได้จากในงานเลยนะคะ สวยใช่ไหมละ มันชื่อว่าดวงใจภูเขาไฟ ไม่เคยเห็นเพชรสีแดงเม็ดใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลยเนอะ!”จุดเด่นของสร้อยเส้นนี้นอกจากเพชรสีแดงแล้ว ก็ยังอยู่ที่การออกแบบ ซึ่งเป็นผลงานของเฟย์แมน ปรมาจารย์ด้านอัญมณีชั้นนำผู้ล่วงลับผู้ที่เคยครอบครองคนก่อนคือเจ้าพ่อวงการการเงิน นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะมาอยู่ที่งานประมูลในเมืองหนานเฉิงเช่นนี้“สวยจังเลย”“พี่คะ รีบสวมให้พี่ซูย่างสิ” หรงอินร้องเตือนหรงอวี้หยิบสร้อยคอขึ้นมา ก่อนรวบผมของซูย่างขึ้นด้วยความอ่อนโยน จากนั้นจึงบรรจงสวมใส่ให้เธอ สร้อยเพชรสีแดงที่รายล้อมไปด้วยเพชรเม็ดเล็ก ๆ นั้นช่วยขับเน้นให้ไหปลาร้าของเธอดูขาวผ่อง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status