แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: ลมใต้รู้ใจ
ขณะเขากำลังคิดอยู่ ก็มีมืออุ่น ๆ คู่หนึ่งจับเขาไว้เบา ๆ ฝู่เฉินซีหันหน้าไป กู้อวี่หนิงมองเขาอย่างห่วงใยแล้วพูดว่า “เฉินซี ไม่สบายท้องหรือเปล่า อยากดื่มซุปสักหน่อยไหม?”

ฝู่เฉินซีส่ายหัว

ซูย่างทักทายคุณปู่เสร็จแล้ว ก็ดึงเก้าอี้นั่งลงอย่างไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ทำเหมือนไม่เห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง

คุณปู่ฝู่กลับส่งเสียงฮึออกมาอย่างดูแคลน

เวลาทานอาหาร ตระกูลฝู่เคร่งครัดกับกฎที่ว่าห้ามพูดคุยระหว่างกิน ซูย่างเองก็ไม่ค่อยมีอารมณ์กินเท่าไหร่นัก เพียงแค่ตักอาหารเล็กน้อยตามมารยาทเพื่อให้คุณปู่สบายใจ

พอกินข้าวเสร็จ คุณปู่ฝู่ก็ดึงมือเธอไว้แล้วพูดว่า “เรื่องของหนูกับอาซี ปู่รู้หมดแล้วนะ ย่างย่าง ไม่ต้องกังวลหรอก ตระกูลฝู่ของเรายอมรับเธอเป็นลูกสะใภ้เพียงคนเดียวเท่านั้น”

เขาหันไปมองกู้อวี่หนิงกับฝู่เฉินซีที่ยืนหน้าตึงอยู่ข้าง ๆ แล้วเหน็บแนมว่า “ถ้าจะมีใครต้องออกไปจากตระกูลฝู่ ก็ควรจะเป็นมือที่สามที่ไปทำลายครอบครัวคนอื่น กับผู้ชายห่วย ๆ ที่ไม่รับผิดชอบต่างหาก!”

ซูย่างรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย

ฝู่เฉินซีขมวดคิ้ว สีหน้าดูหม่นลงเล็กน้อย ข้าง ๆ กู้อวี่หนิงจับมือเขาไว้ ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ดูน่าสงสารจับใจ

คุณปู่ฝู่ไม่สนใจสองคนนั้นเลย ตบโต๊ะน้ำชาพร้อมถอนหายใจแล้วพูดว่า “ปู่กับพ่อของเธอเป็นเพื่อนต่างวัยกัน ตอนที่เธอแต่งเข้ามาในตระกูลฝู่ปู่ดีใจอยู่นาน ย่างย่าง ถ้าตอนนี้ต้องให้เธอออกไปจากตระกูลฝู่ ปู่จะเอาหน้าไปบอกพ่อเธอได้ยังไงกัน”

ฝู่เฉินซีเอามือคลึงขมับอย่างปวดหัวแล้วพูดว่า “คุณปู่ ผมจะพยายามชดเชยให้ซูย่างให้มากที่สุด แต่เรื่องความรู้สึกมันฝืนกันไม่ได้นะครับ…”

คุณปู่ฝู่ถึงกับโมโหจนหนวดกระเพื่อม ตาถลึงใส่ทันที “อะไรคือฝืน ฉันว่าตาแกนี่มันบอดชัด ๆ! ไปชอบผู้หญิงแบบนั้นได้ยังไงกัน!”

“คุณปู่……”

เห็นท่าคุณปู่ฝู่กับฝู่เฉินซีจะเถียงกันขึ้นมาแล้ว ซูย่างรีบพูดเสียงนุ่มแทรกขึ้นว่า “คุณปู่ เรื่องหย่าไม่ใช่เขาที่อยากหรอกค่ะ แต่เป็นหนูที่เต็มใจเอง”

ทันทีที่พูดจบ ห้องรับแขกก็ตกอยู่ในความเงียบที่ชวนอึดอัดทันที

ซูย่างรินน้ำอุ่นให้คุณปู่ ยื่นให้คุณปู่ฝู่ดื่มพอให้ใจเย็นลง แล้วจึงเอ่ยช้า ๆ ว่า “คุณปู่ ไม่ต้องกังวลเรื่องหนูนะคะ หนูไม่ได้ทำให้ตัวเองต้องลำบากหรือฝืนใจ ทุกสิ่งที่หนูทำก็เพราะทำตามหัวใจตัวเอง ส่วนการหย่า ก็แค่เพราะหนูไม่ชอบคุณฝู่แล้วเท่านั้นเอง”

สีหน้าของเธอสงบนิ่ง ราวกับได้หลุดพ้นจากกรงขัง และแผ่ความสงบสุขออกมาในอีกแบบหนึ่ง

ฝู่เฉินซีจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเธอที่งดงามดั่งหยกขาวภายใต้แสงไฟ แล้วสีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไปอย่างไม่สู้ดี

คุณปู่ฝู่เงียบไปอยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้นเสียงขรึมว่า “เป็นตระกูลฝู่ของพวกเราที่ผิดกับเธอ”

ซูย่างชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาโดยไม่พูดอะไร

เมื่อเห็นว่าคุณปู่ฝู่สงบลงแล้ว ซูย่างก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวล่ำลาแล้วจากไป

ดึกแล้ว ท่านปู่ฝู่พยักหน้าตกลง ก่อนจะมองตามแผ่นหลังของซูย่างที่เดินจากไป พลางพึมพำกับตัวเองว่า “เลิกกันก็ดีแล้ว เลิกยังไงก็ดีกว่าอยู่กับไอ้เด็กเวรนั่น”

คุณปู่ฝู่ถอนหายใจหนึ่งครั้ง ไม่อยากชายตามองฝู่เฉแนซีที่อยู่ข้าง ๆ แล้วก็เดินตรงขึ้นไปยังห้องหนังสือทันที

สีหน้าของฝู่เฉินซียิ่งบึ้งตึงมากขึ้นกว่าเดิม

กู้อวี่หนิงพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “เฉินซี คุณขึ้นไปปลอบคุณปู่เถอะ คุณปู่ท่านชอบคุณซูมาตลอด ตอนนี้ต้องเสียใจมากแน่ ๆ”

กู้อวี่หนิงเป็นคนเข้าอกเข้าใจเสมอ ฝู่เฉินซีจึงกุมมือเธอไว้แล้วพูดว่า “เดี๋ยวฉันไปส่งเธอกลับก่อน”

เมื่อส่งกู้อวี่หนิงกลับไปแล้ว ฝู่เฉินซีก็ขึ้นไปที่ห้องหนังสือ เห็นคุณปู่ฝู่กำลังหมกมุ่นอยู่กับการชงชา

เขานั่งลงช่วยคุณปู่เล็กน้อย รินชาร้อนหนึ่งแก้ว แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปนความจำใจว่า

“คุณปู่… อวี่หนิงจะเป็นว่าที่ภรรยาขอผม ถึงจะไม่ชอบ ยังไงก็ช่วยดีกับเธอสักหน่อยเถอะครับ”

คุณปู่ฝู่หัวเราะเย้ยออกมาเบา ๆ “ตอนที่ย่างย่างแต่งเข้ามาใหม่ ๆ ปู่ก็เคยบอกแกเหมือนกันว่า เธอคือภรรยาของแก ต่อให้ไม่ชอบก็สมควรปฏิบัติกับเธอให้ดี แล้วสุดท้ายแกทำยังไงล่ะ?!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 425

    หรงอวี้ฟุบหน้าอยู่กับพวงมาลัย บนหน้าผากเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดซึม“หรงอวี้!” เธอร้องเรียกชื่อหรงอวี้อย่างหมดเรี่ยวแรงกระจกหน้าต่างรถคาเยนแตกละเอียด แถมประตูรถก็ยุบตัวลึกลงไปเป็นวงกว้างถุงลมนิรภัยในรถของหรงอวี้พองตัวออก อัดร่างเขาติดอยู่ภายในห้องโดยสาร“หรงอวี้! รีบตื่นสิ!”ภายใต้เสียงตะโกนเรียกนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุด หรงอวี้ก็ลืมตาขึ้น เขาขยับตัวเล็กน้อยการขยับตัวขณะถูกอัดด้วยถุงลมนิรภัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ชายหนุ่มรู้สึกปวดร้าวบริเวณต้นขาเหลือเกินเขาพูดด้วยเสียงแหบพร่า “ย่างย่าง ผมไม่เป็นไร แล้วคุณล่ะ?”ตอนนี้ ซูย่างหลงลืมเรื่องราวที่ผ่านมาหมดสิ้น ดวงตาของเธอแดงเรื่อขณะจ้องมองหรงอวี้ “ฉันไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่คุณจะออกมายังไง?”“โทรขอความช่วยเหลือหรือยัง?” หรงอวี้ถามเมื่อซูย่างหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ก็พบว่าไม่มีสัญญาณ จึงโทรขอความช่วยเหลือไม่ได้“ไม่มีสัญญาณเลยค่ะ” เมื่อครู่ตอนอยู่บนสะพาน สัญญาณโทรศัพท์ของเธอก็ขาด ๆ หาย ๆ อยู่แล้วรถยนต์ที่ขับไล่ล่าเธอนั้น คันหนึ่งร่วงตกเหวไปแล้ว ส่วนอีกคันก็ถูกชนจนพลิกคว่ำ ในรถสองคันนี้คงต้องติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณเอาไว้แน่ซูย่างมองไ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 424

    ซูย่างขับรถพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วเต็มอัตรา ส่วนด้านหลังก็ยังมีรถสีดำสองคันขับตามมาติด ๆเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ดังขึ้นไม่หยุด เธออยากรับสายใจจะขาด แต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่ขยับตัว เสียงล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนดังสนั่นจนน่าขนลุกตลอดทางมีแต่ฝุ่นควันฟุ้งตลบ รถคันหลังยังคงพุ่งชนรถของเธออย่างไม่คิดชีวิต คล้ายกับพร้อมจะตกตายไปตามกัน เธอมั่นใจว่าคนที่โทรหาเธอขณะนี้จะต้องเป็นหรงอวี้แน่ เมื่อกี้พอได้ยินเธอบอกไปแบบนั้น หรงอวี้คงร้อนใจไม่ใช่น้อยแต่รถยนต์คันหลังก็ยังคงไล่ล่าไม่ลดละ ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เธอไม่อาจชะล่าใจได้เลยแม้แต่นิดเดียวเพียงแต่เธอประเมินความดื้อรั้นของคนพวกนั้นต่ำเกินไป เมื่อมาถึงบริเวณหัวโค้งแห่งหนึ่ง สติของซูย่างก็เริ่มเลื่อนลอย ความคิดความอ่านสับสน เธอขบกรามกรอด บังคับตัวเองให้ตั้งสติอีกครั้งถนนบนภูเขาทั้งคดเคี้ยว คับแคบและสูงชัน หากไม่ทันระวังก็อาจตกถนน และถ้ารถพลิกคว่ำตกลงไป นั่นก็หมายถึงความตายอย่างไม่ต้องสงสัยท้องฟ้ามืดแล้ว ถนนบนภูเขาที่ไร้ซึ่งเสาไฟฟ้ายิ่งทวีความอันตราย รถคันหลังเปิดไฟสูงสาดส่องมาโดยตรง พร้อมทั้งกะพริบไฟเป็นร

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 423

    ฝู่หยาฮุ่ยคิดไม่ถึงว่าคนเป็นแม่จะพูดเช่นนี้ จึงถอนหายใจด้วยความจนปัญญา แม่ฝู่มองออกว่าลูกสาวตัดสินใจแน่วแน่ แต่ในท้องของกู้อวี่หนิงก็คือทายาทตระกูลฝู่ หากกู้อวี่หนิงติดคุกขึ้นมาจริง ๆ เด็กน้อยก็ต้องเกิดมาพร้อมตราบาปติดตัวไปชั่วชีวิตทันใดนั้น แม่ฝู่ก็มองฝู่หยาฮุ่ยก่อนคุกเข่าลงหัวใจของฝู่หยาฮุ่ยกระตุกวูบ เธอไม่อยากเห็นแม่ฝู่ต้องยอมทำถึงขั้นนี้เพื่อเด็กคนหนึ่งเลยจริง ๆ“แม่คะ หนูยอมแล้ว!” เธอกัดฟันกรอดพูดออกไปตอนแรกเข้าใจว่าตัวเองยินดีสละได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ แต่เมื่อเห็นแม่ฝู่คุกเข่าลงตรงหน้า เธอก็ยังไม่อาจควบคุมตัวเองได้อยู่ดีหลังงานเทศกาลโคมไฟจบลง ซูย่างก็รู้สึกขมขื่นอยู่ในใจ ซึ่งเมื่อก่อนเธอไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้เธอเพียงไม่รู้ว่าควรจัดการกับความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับหรงอวี้อย่างไร ความเย็นชาในอดีตราวกับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่หลังงานเทศกาลโคมไฟ มันคืออารมณ์ที่สลับสับเปลี่ยนไปมาระหว่างความอยากถอยห่างกับความกระตือรือร้นซูย่างขับรถไปบนสะพานข้ามเมือง ซึ่งเป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองหนานเฉิงกับเกาะซงอู้ด้วยความที่เกาะซงอู้ถูกทิ้งร้างมานาน สะพานข้ามเมืองแ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 422

    แม่ฝู่พลันชี้หน้าคำรามใส่ซูย่างทันที "นังแพศยา! นี่แกตั้งใจแกล้งกันชัด ๆ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอวี่หนิงเองก็เป็นเหยื่อ เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของนังผู้หญิงที่ชื่อเวินจ่านคนนั้น! ทำไมถึงไม่ไปแจ้งความจับหล่อนล่ะ? หรือว่าแกเก่งแต่กับคนที่อ่อนแอกว่าเท่านั้น?"ซูย่างแค่นหัวเราะ "คุณไม่รู้หรือไงคะว่าคนที่ปล่อยหลักฐานมัดตัวกู้อวี่หนิงจนดิ้นไม่หลุดน่ะก็คือเวินจ่าน? จะว่าไปตัวการใหญ่ในเรื่องนี้ก็คือเวินจ่านไม่ใช่เหรอ? คุณนายฝู่เอาแต่วิ่งโร่มาหาฉัน แต่กลับไม่ไปหาหล่อน หรือเป็นเพราะเก่งแต่กับคนที่อ่อนแอกว่าเหมือนกันล่ะคะ?""นี่แก!" แม่ฝู่โกรธจัดจนหน้าซีด ซูย่างไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายได้จับผิดต่อ จึงจ้องมองแม่ฝู่ด้วยความเย็นชาห่างเหิน "เชิญออกไปได้แล้วค่ะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ"แม่ฝู่ทิ้งท้ายไว้อีกประโยคหนึ่งก่อนไปว่า "แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!"ภายในโรงพยาบาลจิตเวช ฝู่หยาฮุ่ยเพิ่งกินมื้อเช้าเสร็จ เธออยู่ที่นี่มาหลายวันจนเริ่มเกิดความคุ้นชิน และตั้งแต่ที่แม่ฝู่เที่ยวมาเซ้าซี้ให้เธอยอมรับผิดแทนคนอื่น ฝู่หยาฮุ่ยก็เลิกหวังที่จะได้ออกไปจากที่นี่แล้วเธอถึงขั้นเริ่มกลัวว่าจะมีใครมาเยี่ยม เพราะไม่อยากได้ย

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 421

    ซูย่างรับแบบทดสอบมาดู และหยิบปากกาหมึกแดงขึ้นมาตรวจแก้ด้วยความตั้งใจไม่นาน เธอก็นำแบบทดสอบอีกชุดมาวางลงตรงหน้าหรงอวี้ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เดี๋ยวคุณตอบคำถามฉันพร้อมกับทำแบบทดสอบชุดนี้ไปด้วยนะคะ หนึ่งคำถามต่อหนึ่งข้อ”ขณะเดียวกัน เธอก็หยิบนาฬิกาจับเวลาขึ้นมาถือถึงหรงอวี้จะไม่เข้าใจนัก แต่ก็ยังพยักหน้าตอบรับด้วยความมึนงงซูย่างมองดูเขาก้มหน้าลงมือทำอย่างตั้งใจ แบบทดสอบชุดนี้เป็นโจทย์คณิตศาสตร์ระดับสูงทั่วไป แม้ไม่ได้ยากเย็นอะไร แต่ก็ต้องอาศัยความรอบคอบและระมัดระวัง หากเหม่อลอยเพียงนิดก็อาจตอบผิดได้ทันทีเธอถามว่า “เมื่อสามปีก่อน คุณมีแฟนไหม?”ปลายปากกาของหรงอวี้สั่นไหว นึกไม่ถึงเลยว่าพอเริ่มมาก็... เข้าประเด็นทันทีเขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงตอบ “มีครับ”ซูย่างมองเขาทำโจทย์ข้อแรกเสร็จ ก็กดนาฬิกาจับเวลาเพื่อบันทึกเวลาไว้เมื่อหรงอวี้เริ่มลงมือทำโจทย์ข้อที่สอง ซูย่างก็ถามต่อ “บอกฉันหน่อยสิ แฟนของคุณคือเวินจ่านใช่ไหม?”“ไม่ใช่!” เขาตอบกลับด้วยความหนักแน่น“งั้นคุณรู้จักฉันหรือเปล่า?” เธอถามขึ้นอีกครั้งหรงอวี้เขียนตัวหนังสือลงไปบรรทัดหนึ่ง “ไม่ทำแล้วครับ”เขาค่อย ๆ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 420

    สีหน้าเธอผ่อนคลายลง ขณะมองฝู่เฉินซีด้วยความเคร่งขรึมพลางกล่าว “ถึงฉันจะรวบรวมหลักฐานเอาผิดเมียคุณได้แล้วจริง ๆ แต่ฉันยังไม่ทันได้ส่งให้ตำรวจ เมียคุณก็ถูกจับไปซะก่อน”กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เธอไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กู้อวี่หนิงถูกจับกุมในครั้งนี้ฝู่เฉินซีเบิกตาโต ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินหมายความว่าคนที่ไปแจ้งความครั้งนี้ไม่ใช่ซูย่างงั้นเหรอ? แล้วมันจะเป็นใครไปได้ล่ะ?“แต่นอกจากคุณที่มีเหตุผลให้แจ้งความแล้ว คนอื่นก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องมายุ่งเรื่องชาวบ้านสักหน่อย” ฝู่เฉินซีขมวดคิ้วมุ่นซูย่างหัวเราะหยัน “ฝู่เฉินซี อย่าลืมสิว่ากู้อวี่หนิงยังมีศัตรูคนอื่นอยู่อีกนะ เช่น คุณหนูเวินจ่านที่คิดใช้เมียคุณเป็นแพะรับบาปนั่นไง”ฝู่เฉินซีพลันเข้าใจขึ้นมาในทันใด ใช่แล้ว! ยังมีเวินจ่านอีกคน! เขาหวนนึกถึงคำพูดของกู้อวี่หนิง เวินจ่านคงกลัวว่าอีกไม่นานซูย่างต้องสืบสาวมาถึงตัวแน่ จึงได้พยายามหาวิธีทำให้กู้อวี่หนิงกลายเป็นแพะรับบาปแบบนี้ฝู่เฉินซีทอดถอนใจ ก่อนพูดกับซูย่างด้วยความรู้สึกผิด “ซูย่าง เรื่องก่อนหน้านี้กู้อวี่หนิงทำไม่ถูกจริง ๆ ฝ่ายหยาฮุ่ยเองก็ผิดต่อคุณมาก แต่ตอนนี้หยาฮุ่ยเข้าไปอยู

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 396

    จ้าวเสี่ยวชีตะลึงงันไปชั่วขณะ “งื้อ ลู่ซี เธอสวยจังเลย”“เลี่ยนชะมัด”หลินลู่ซีเองก็เมามายไม่ได้สติผ่านไปอีกสิบกว่านาที สภาพของหลินลู่ซีก็ไม่ได้ดีไปกว่าจ้าวเสี่ยวชีเท่าไหร่นัก ทั้งคู่เมาแอ๋ แต่จ้าวเสี่ยวชียังพอมีสติหลงเหลืออยู่เล็กน้อย จึงเรียกรถแท็กซี่ หลังบอกที่อยู่ของตัวเองเสร็จสรรพก็ผล็อยหลั

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 319

    ถนนชิงพ่าน ซูย่างเดินทอดน่องภายใต้ร่มเงาแมกไม้ สถานที่แห่งนี้มีคฤหาสน์หลังหนึ่งซึ่งเคยเป็นบ้านของเธอกับพ่อแม่ แต่หลังบุพการีจากไป เธอก็ไม่เคยกลับมาที่นี่อีกเลย และเนื่องจากในบ้านไม่มีคน จึงไม่มีผู้ใดรอคอยเธอไม่ชอบการต้องยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวในคฤหาสน์อันว่างเปล่า เพราะมันมีแต่จะทำให้รู้สึกจุกอกเท่า

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 192

    ฝู่เฉินซีสูดหายใจเข้าลึก "อืม มีคนมาพาตัวลูกสาวเธอไปแล้วน่ะ""ทีนี้จะทำยังไงต่อดีครับ?""คุณกลับไปก่อนเถอะ"ตอนนี้ฝู่เฉินซีเองก็หัวหมุนไม่น้อย ขืนกลับบ้านไปแม่เขาก็คงเอาแต่ซักไซ้ไม่จบไม่สิ้น หรือต่อให้ไม่กลับบ้าน ท่านก็คงระดมโทรมาไม่หยุดแต่ที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ เขาพบว่าคนของตระกูลหรงกำลังเคลื

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 103

    ทั้งหลินจิ่น ศาสตราจารย์เวิน และกรรมการคนอื่น ๆ ต่างก็ประหลาดใจเมื่อได้รับข้อสอบชุดใหม่ เพราะมันไม่เหมือนชุดที่พวกเขาเพิ่งได้มาเมื่อเช้านี้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนมีเวลาทำข้อสอบเพียงสิบนาที แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ สุดท้ายมีผู้ผ่านเข้ารอบเพียงสี่สิบคนเท่านั้นหรงอินผ่านเข้ารอบ ส่วนฝู่หยาฮุ่ยตกรอบ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status