ログインดูเหมือนคนที่สั่งให้หยุดการเจรจาคือเซิ่งถิงเชินเขาต้องเดาได้แน่นอนว่าเธออยากทำอะไรด้วยนิสัยที่ต้องเอาคืนของเขา เขามาเมืองเอคงไม่มีเรื่องดีแน่นอนเหมยเหม่ยไม่ได้ยินคำตอบจากหรงซูสักที จากความดีใจเมื่อกี้เปลี่ยนเป็นการเรียกอย่างระวัง “คุณน้าเอเวอลินคะ”หรงซูได้สติกลับมาช่างเถอะถ้าได้เจอลูกสาว เธอยอมอดทน ถึงยังไงตอนนี้ทั้งสองคนก็เป็นคู่แข่งกันอยู่แล้ว ในอนาคตก็ต้องแย่งชิงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น“เหมยเหม่ยมาหาน้าได้แน่นอนจ้ะ” น้ำเสียงของหรงซูอ่อนโยนมากเหมยเหม่ยดีใจขึ้นมาทันที “งั้นก็ดีมากเลยค่ะ ยังไงรอให้หนูกับคุณพ่อถึงเมืองเอแล้ว หนูค่อยติดต่อคุณน้าอีกทีนะคะ”“จ้ะ ได้”หลังวางสายหรงซูผ่อนลมหายใจออกมาพอเก็บมือถือแล้ว ก็เปลี่ยนชุดกีฬาไปออกกำลังกายในห้องฟิตเนสของโรงแรมวันถัดมาตอนเช้าสิบโมงหรงซูกับคนของผู่คังจะทำพิธีเซ็นสัญญาตอนเก้าโมงหรงซูออกจากโรงแรมตรงเวลามุ่งหน้าไปผู่คังเซวียหมิงเจี๋ยกำลังขับรถหรงซูนั่งอยู่เบาะหลัง ในมือถือเอกสาร และกำลังรับสายเกี่ยวกับเรื่องงานเธอเพิ่งจะวางสายจู่ ๆ ตัวรถโยกไปทีหนึ่งหรงซูมองเซวียหมิงเจี๋ย
หยางตงบอก “เชื่อได้แน่นอนครับ ยัยเอเวอลินนั่นได้นั่งตำแหน่งผู้อำนวยการ เหยาเวยหย่วนจะพอใจได้ยังไง เขาอยากอาศัยโอกาสนี้ทำให้เอเวอลินเสียหน้า เจียงหวยซวี่ให้ความสำคัญกับเธอขนาดนั้น ถ้าโปรเจกต์นี้ล้มเหลว ก็ต้องรอดูว่าเธอยังมีหน้าอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปไหม”“แต่ตอนนี้ประธานเซิ่งกลับสั่งให้หยุดกลางคัน ในนั้นต้องเกิดปัญหาขึ้นแน่นอน” ระหว่างที่เขาพูด จู่ ๆ ก็นึกถึงบางอย่าง “ไม่อย่างนั้นก็แสดงว่าเอเวอลินรู้ฐานะของเหยาเวยหย่วนแล้ว เธอเลยใช้แผนซ้อนแผนหลอกใช้เขา”สีหน้าหยางตงเปลี่ยนไปในพริบตา“นี่มัน...”“คุณรีบติดต่อเหยาเวยหย่วน”“ได้ ผมทราบแล้ว”หรงซูกำลังทำงานอยู่ในห้องทำงานครั้งนี้มาเมืองเอไม่เพียงเซ็นสัญญากับผู่คัง สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือตรวจสอบธุรกิจของทางนี้ พานเซิ่งนำข้อมูลและเอกสารในสองปีนี้มาให้หรงซูเปิดดูทีละหน้า สีหน้ายิ่งดูก็ยิ่งย่ำแย่ ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบ เธอไม่พูดอะไรเลยสักคำทั่วทั้งห้องทำงานเงียบเชียบจนได้ยินเสียงเข็มตกพานเซิ่งยืนอยู่หน้าเธอ ท่าทางดูกระวนกระวายไม่สงบขณะนี้เสียงเคาะห้องทำงานดังขึ้น“เข้ามา”เหยาเวยหย่วนเปิดประตูเข้ามา บรรยากาศผิดปกติอย่างชัดเจน พานเ
นอกหน้าต่างมีฝนตกปรอย ๆ ภายในห้องเงียบสงัดไร้สุ้มเสียงไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหนเซิ่งถิงเชินลุกขึ้นออกจากห้องมาถึงวันอังคารช่วงเช้าหลังเซิ่งถิงเชินประชุมเสร็จ ก็กลับไปที่ห้องทำงาน โจวมู่รายงานเรื่องงานและนำเอกสารสำคัญให้เขาเซ็นชื่อเพิ่งสั่งงานโจวมู่เสร็จ เขาก็เอ่ยถาม “ทางหยางตงมีความคืบหน้ายังไงบ้าง?”โจวมู่ตอบ “เดี๋ยวผมจะโทรถามเดี๋ยวนี้ครับ”โจวมู่โทรไปที่เบอร์ของหยางตง ในไม่ช้าก็โทรติดแล้ว เสียงของหยางตงดังขึ้น “ผู้ช่วยโจว”โจวมู่สอบถามเขาเรื่องความคืบหน้าของวันนี้งานที่เซิ่งถิงเชินต้องจัดการในแต่ละวันมีเยอะมาก โปรเจกต์สำคัญของฝ่ายการลงทุนเขาจะคอยติดตามความคืบหน้าโปรเจกต์ของผู่คัง เซิ่งถิงเชินสอบถามสองครั้งแล้วนี่ทำให้หยางตงรู้สึกถึงแรงกดดัน แต่สิ่งที่มากกว่าคือตื่นเต้น ประธานเซิ่งใส่ใจโปรเจกต์นี้มากขนาดนี้ รอให้เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว นี่ถือเป็นผลงานหนึ่งสำหรับเขาหยางตงรายงานอย่างมั่นอกมั่นใจโจวมู่เปิดลำโพงดังนั้นเซิ่งถิงเชินได้ยินคำพูดของเขาชัดเจน“ทางผมสามารถควบคุมเดิมพันในการต่อรองของหรงเอินได้หมดแล้ว การเจรจาในบ่ายนี้ผมเชื่อมั่นว่าจะราบรื่นมากครับ”ระหว่าง
เซวียหมิงเฉิงตอบ “โทรแล้วครับ เหยาเวยหย่วนยังไม่สังเกต”“งั้นก็ดี”“นายจับตาดูเขาให้ดี มีเรื่องอะไรก็โทรมาหาฉัน”“ครับ”ต่อมาเซวียหมิงเจี๋ยขับรถพาหรงซูกลับโรงแรมระหว่างทางกลับโรงแรมเสียงสั่นของมือถือหรงซูดังขึ้นเธอหยิบมือถือขึ้นมา วินาทีที่เห็นเบอร์โทรก็อึ้งไปครู่หนึ่งต่อให้ผ่านไปห้าปีแล้วเธอยังจำเบอร์มือถือของเขาได้ในทันทีหลังนิ่งไปหลายวินาทีหรงซูกดปุ่มรับสาย แล้วแนบกับใบหู พลันได้ยินเสียงแหบแห้งของเหมยเหม่ยเรียก น้ำเสียงน่าสงสารเหลือเกิน “คุณน้าเอเวอลิน”เสียงนี้ชัดเจนว่าเพิ่งจะร้องไห้มาหรงซูได้ยินหัวใจก็บีบเกร็งตามไปด้วย “เหมยเหม่ยร้องไห้เหรอ?”วันนี้เป็นวันเสาร์เหมยเหม่ยคิดว่ารอเวลาสองทุ่มจะดูรายการที่เธอเป็นพิธีกร แต่สุดท้ายพิธีกรเปลี่ยนเป็นคนอื่น เหมยเหม่ยไม่เห็นหรงซู เลยไม่พอใจทันที ทั้งร้องไห้ทั้งอาละวาดเซิ่งถิงเชินรอให้เหมยเหม่ยใจเย็นลง แล้วเอามือถือออกมาโทรหาเธอเหมยเหม่ยถาม “ทำไมวันนี้ไม่เห็นคุณน้าเอเวอลินในทีวีคะ?”หรงซูรู้ว่าวันเสาร์เหมยเหม่ยจะเฝ้าหน้าจอทีวีเพื่อดูเธอ บางทีอาจเพราะแม่ลูกเชื่อมใจถึงกันจริง ๆ เธอรับรู้ถึงความรักที่เหมยเหม่ยมีให้เธ
หรงซูให้เซวียหมิงเจี๋ยโทรหาเหยาเวยหย่วน “คุณบอกเขานะ ถ้าอีกยี่สิบนาทีฉันยังไม่เห็นเขา ให้เขาเขียนหนังสือลาออกทันที”หลังเซวียหมิงเจี๋ยตอบรับ ก็โทรไปหาเหยาเวยหย่วนยี่สิบนาทีต่อมาเหยาเวยหย่วน หวงหลิง และพานเซิ่งทยอยปรากฏตัวที่บริษัทปีนี้เหยาเวยหย่วนอายุสามสิบเก้าปี รูปร่างผอมเพรียว สวมแว่นตา ดูผอมบางสุภาพ แต่หางตาที่แคบยาวเกินไป ทำให้ดูก็รู้ว่าเป็นคนฉลาดพอเหยาเวยหย่วนเห็นหรงซูก็รีบขอโทษ “ผอ.หรง ต้องขอโทษจริง ๆ นะครับ วันนี้ผมกับหัวหน้าหวงนัดเจอกับคนของทางผู่คัง เลยไม่ได้บอกคุณล่วงหน้า อีกเดี๋ยวผมจะรายงานรายละเอียดให้ทราบครับ”หรงซูแสร้งยิ้ม “ใช่เหรอ ดูเหมือนฉันคงจะเข้าใจรองผอ.เหยาผิด อีกเดี๋ยวฉันต้องตั้งใจฟังเนื้อหาที่คุณจะรายงานให้ดี”เหยาเวยหย่วนรีบตอบรับ “แน่นอน แน่นอนครับ”“งั้นก็นั่งเถอะ”เหยาเวยหย่วนนั่งลงบนเก้าอี้ ดวงตาหลุบต่ำ ในแววตาคือความเหี้ยมเกรียมที่ปิดไม่มิดการประชุมเริ่มขึ้นเวลาเกือบสองชั่วโมงที่ถกเถียงกัน ทุกอย่างถือว่าราบรื่น ระหว่างนั้นหรงซูแสดงความชื่นชมต่อหลายความคิดของเหยาเวยหย่วน เขาว่าอะไร หรงซูก็เห็นด้วย แสดงออกชัดเจนว่าเชื่อใจเขาหลังการประชุมจบ
เพราะเจียงหวยซวี่โทรบอกเธอล่วงหน้าสองวันนี้เจียงอวี่พาหยาหย่าออกไปเที่ยวนอกเมือง ไปที่วัดแห่งหนึ่ง ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก จึงไปขอเครื่องรางปลอดภัยให้เธอโดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าเธอจะไปดูงานคุยโปรเจกต์ที่เมืองเอ พอดีมาทันเวลาก่อนขึ้นรถไฟความเร็วสูง เลยให้เธอรอให้ได้ เพื่อให้เธอพกเครื่องรางไปด้วยหรงซูจึงรออยู่ที่ทางออกสถานีสิบนาทีต่อมาได้รับข้อความจากเจียงอวี่ว่ามาถึงสถานีแล้วผ่านไปอีกหลายนาทีหรงซูเงยหน้ามอง บังเอิญได้เห็นคนที่ไม่อยากเห็นที่สุดเข้าพอดีเซิ่งถิงเชินชายหนุ่มสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว เผยให้เห็นเส้นสายกล้ามแขนที่แข็งแรงและได้รูป มือหนึ่งล้วงกระเป๋า บนข้อมือคือนาฬิการาคาแพง กางเกงขายาวสีดำห่อหุ้มสองขาที่เรียวตรงและยาว สวมแว่นกันแดดสีดำ เผยให้เห็นใบหน้าอีกครึ่งที่หล่อเหลา บุคลิกเยือกเย็นเข้าถึงยากฝีเท้าที่มั่นคงมีน้ำหนักก้าวยาว ๆ ไปข้างหน้าหรงซูอดไม่ได้จึงกลอกตาใส่เขา แล้วละสายตาไปทางอื่น ถือว่าเขาเป็นอากาศธาตุแต่เธอสามารถรับรู้ได้ สายตาของเซิ่งถิงเชินกำลังมองเธอพอดีกับตอนนี้เจียงอวี่เข็นกระเป๋าเดินทางออกมา หยาหย่านั่งอยู่บนกระเป๋าหรงซูรีบเดินเข้าไปหา
หัวใจหรงซูสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้เธอรีบหรี่ตาลง เบนสายตาไปมองกล่องกำมะหยี่ในมือเธอใกล้จะถูกเซิ่งถิงเชินไล่ออกจากบ้านเต็มทีที่คุณนายใหญ่พูดแบบนี้ หรือว่ายังไม่รู้เรื่องที่เซิ่งถิงเชินเตรียมจะหย่ากับเธอ?คงเป็นไปได้ว่าเซิ่งถิงเชินยังไม่ได้บอกคนในบ้าน แต่นั่นก็ไม่สำคัญแล้วคุณนายใหญ่เซิ่งคุยเล
บริษัทการลงทุนหรงเอินเป็นบริษัทที่เจียงหวยซวี่ก่อตั้งขึ้นมากับมือในช่วงไม่กี่ปีมานี้เติบโตอย่างรวดเร็ว มูลค่าตลาดทะลุห้าแสนล้าน เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทในประเทศที่สามารถต่อกรกับอวิ๋นซานได้ทั้งสองฝ่ายแข่งขันกันอย่างดุเดือดมาตลอดหลายปีตอนแรกเจียงหวยซวี่ตั้งใจอยากให้เธอไปทำงานที่หรงเอิน
วันต่อมาเผยหลานหัวพาหรงซูไปสตูดิโอโยคะพอนึกถึงว่าเมื่อวานเจออันชิงเยว่ที่นี่ และเธอก็มาเรียนที่นี่เหมือนกัน หรงซูก็รู้สึกต่อต้านขึ้นมาอันชิงเยว่แย่งสามีของเธอไป แต่คนที่กลัวการเผชิญหน้ากลับเป็นตัวเธอเอง เธอไม่กล้าแม้แต่จะพูดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเมียน้อย หรงซูไม่อยากเจอเธอ แต่จ่ายเงินไปแล้ว ก็ทำ
หรงซูกำลังนอนพักอยู่บนเตียง มือปิดไว้บนท้องน้อย รับรู้ถึงการดิ้นของลูกน้อย อารมณ์ของเธอค่อย ๆ สงบลงในสมองคิดถึงคำพูดของเซี่ยอันหมิงวกไปวนมา เซิ่งถิงเชินเกลียดเด็กในท้องเธอมากจริง ๆต่อให้คุณนายใหญ่เซิ่งให้ความสำคัญกับเด็กคนนี้ แต่รอให้คุณหนูอันคลอดหลานของตระกูลเซิ่ง ลูกของเธอยังมีความสำคัญมากน้อย







