LOGINเซิ่งถิงเชินยืนอยู่กับที่ นัยน์ตาสีดำขลับจ้องมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินจากไปเขม็ง บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนน่าหวาดหวั่นระหว่างทางกลับหรงซูได้รับโทรศัพท์จากเจียงหวยซวี่ แม้จะเป็นวันหยุด แต่ทั้งคู่ต่างก็เป็นคนบ้างานเขาเองก็เพิ่งจัดการงานเสร็จและได้รับข่าวหรงซูถึงเพิ่งรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ตเมื่อช่วงบ่ายการเคลื่อนไหวของฝั่งเซิ่งถิงเชินรวดเร็วจริง ๆ นี่ทำให้เธอได้เห็นถึงเล่ห์เหลี่ยมแห่งทุนนิยมของเขา ในเวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ เขาก็สามารถลบร่องรอยทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเองออกไปได้จนหมดสิ้นแต่ท้ายที่สุดแล้วใครกันที่ต้องการประกาศเรื่องนี้ให้ผู้คนได้รับรู้ในวงกว้าง“ทางฝั่งเซิ่งถิงเชินไม่ได้มาหาเรื่องเธอใช่ไหม!”หรงซูในตอนนี้ใจเย็นลงอย่างสมบูรณ์แล้ว เธอตอบว่า “ไม่ค่ะ”“ก็ดีแล้ว แต่เสี่ยวซู ทำไมจู่ ๆ เธอถึงทำแบบนี้ล่ะ?”หรงซูสูดลมหายใจเข้า แล้วตอบว่า “มันอัดอั้นตันใจน่ะค่ะ ถ้ามีโอกาสแล้วไม่ระบายออกมา คนที่ต้องเจ็บปวดก็มีแค่ฉันคนเดียว”เธอพูดอย่างอ้อมค้อมมากพอแล้ว ยังไงซะเธอก็ยังต้องนึกถึงประธานหู จะดึงคนอื่นเข้ามาเดือดร้อนด้วยจริง ๆ ไม่ได้ทั้งสองคนคุยกันสองสามประโ
ซูชิงจือชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองผู้เป็นแม่ของตัวเอง น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “ใช่ครับ คนแบบเซิ่งถิงเชินยังยอมรักษาการแต่งงานเอาไว้เพื่อลูกของตัวเองเลย”ซูจิ่นซีมองดูสีหน้าของลูกชาย เธอเบือนหน้าหนี และไม่ได้พูดอะไรอีกซูชิงจือเดินตรงขึ้นไปชั้นบนจนกระทั่งภาพยนตร์จบลงในเวลาสามทุ่มครึ่งเหมยเหม่ยเอนตัวพิงเก้าอี้หลับไปแล้วเมื่อออกมาจากโรงภาพยนตร์เซิ่งถิงเชินอุ้มเหมยเหม่ยเอาไว้ในมือของหรงซูถือกระเป๋านักเรียนใบเล็กของเหมยเหม่ยและดอกกุหลาบหนึ่งช่อดอกกุหลาบช่อนี้คือตอนที่เพิ่งจะเดินเข้าห้างสรรพสินค้า มีคนขายดอกกุหลาบอยู่ริมถนน เหมยเหม่ยยืนกรานจะให้เซิ่งถิงเชินซื้อมามอบให้เธอให้ได้จนกระทั่งมาถึงลานจอดรถใต้ดินพอออกจากลิฟต์หรงซูก็โยนดอกกุหลาบในมือทิ้งลงถังขยะไปอย่างไม่ไยดีเซิ่งถิงเชินปรายตามองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นก็ดึงสายตากลับมาเมื่อเดินมาถึงข้างรถเซิ่งถิงเชินวางเหมยเหม่ยลงบนคาร์ซีทให้เอนตัวนอน ยืดตัวขึ้นยืนตรงแล้วหันไปมองหญิงสาวที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะพูดกับเธอเป็นประโยคแรกของวันว่า “ขึ้นรถ”หรงซูวางกระเป๋าเป้ของเหมยเหม่ยเข้าไปในรถ แล้วเอ่ยว่า “ไม่เป็นไร”พูดจบ
หรงซูรีบก้าวเดินไปหาเหมยเหม่ย เหมยเหม่ยวิ่งเข้าไปกอดเธอ หรงซูโน้มตัวลงเล็กน้อยแล้วลูบศีรษะของเหมยเหม่ย ก่อนถามว่า “ทำไมเหมยเหม่ยถึงมาอยู่ที่นี่คนเดียวล่ะจ๊ะ?”เหมยเหม่ยใช้มือทั้งสองข้างดึงมือของหรงซู เดินออกไปข้างนอกพลางพูดว่า “คุณพ่อรอพวกเราอยู่ข้างนอกค่ะ คุณน้าเอเวอลินพวกเรารีบไปกันเถอะ”เมื่อออกมาจากอาคารบริษัทริมถนนมีรถโรลส์รอยซ์คันหนึ่งจอดอยู่คนขับรถลงจากรถ เดินเข้ามาเปิดประตูรถ พอเดินเข้าไปใกล้ หรงซูก็เห็นชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างพิงพนักอยู่ภายในรถ มองเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างที่มีสันกรามคมชัด สวมเสื้อเชิ้ตสีดำ ปลายขากางเกงสูทรีดเรียบกริบไร้รอยยับ สวมรองเท้าหนังทำมือพื้นบางสีแดง รูปร่างสูงโปร่งหล่อเหลาเซิ่งถิงเชินวางแท็บเล็ตในมือลง หันหน้ามองออกไปนอกประตูรถ“คุณน้าเอเวอลิน พวกเรารีบขึ้นรถกันเถอะค่ะ”หรงซูยืนนิ่งอยู่ข้างนอกรถไม่ขยับ เธอทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ จับไหล่ของเหมยเหม่ยเอาไว้ แล้วถามว่า “เหมยเหม่ยจะพาน้าไปไหนจ๊ะ?”เหมยเหม่ยตอบว่า “มีภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องใหม่เพิ่งเข้าฉาย คุณน้าเอเวอลินกับคุณพ่อไปดูเป็นเพื่อนหนูนะคะ”หรงซูพูดว่า “วันนี้ก็เย็นมากแล้ว พรุ่งนี้น้าค่อยไปดูเ
ก่อนหน้านี้บังเอิญเจอกันแล้วตีเทนนิส เอเวอลินทำร้ายคนของเซิ่งถิงเชินโดยไม่ตั้งใจ แม้หลังจากนั้นเซิ่งถิงเชินจะไม่ได้ทำอะไร แต่ตอนหลังสุดยอดการประชุมด้านการเงินที่เอเวอลินเป็นพิธีกร คำพูดที่เซิ่งถิงเชินพูดกับเธอเชือดเฉือนมากหากดูตามนี้ทั้งสองคนเคยมีเรื่องบาดหมางกันจริง หรงซูยิ้มจาง ๆ แล้วปฏิเสธ “ฉันกับประธานเซิ่งไม่มีเรื่องขัดแย้งกันค่ะ”เมื่อเธอพูดแบบนี้ประธานหูก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อไปแต่เขายืนยันว่าคำถามสองข้อสุดท้าย ของการสัมภาษณ์ในวันนี้เธอห้ามเขียนใส่ในรายงานประธานหูยืนกรานหนักแน่นหรงซูเองก็ไม่อยากต่อต้านประธานหูต่อไป“ฉันทราบแล้วค่ะ”“ได้ งั้นคุณไปทำงานต่อเถอะ!”หรงซูกลับไปที่ห้องทำงาน และทำงานต่อไปโดยที่ไม่ได้รับผลกระทบใดระหว่างนั้นเธอได้รับสายโทรเข้าจากซ่งเหยียน“เสี่ยวซู วันนี้เห็นการสัมภาษณ์ของเธอแล้วนะ เธอเก่งมาก ถ่ายทอดสดแฉผู้ชายสารเลวอย่างไม่ไว้หน้า น่าเสียดายที่ไม่ได้ดูตอนต่อ”ใครก็ดูออกว่าสถานการณ์ตอนนั้นถูกตัดการออกอากาศ หรงซูต้องด้นสดแน่นอนหรงซูตอบ “นี่ยังไม่เท่าไหร่เลยนะคะ”“หลังจากนั้นซูชิงจือได้พูดอะไรหรือเปล่า?”หรงซูตอบ “ไม่ได้พูดอะไรค่ะ แล้วเดินอ
แต่หลังจากรีบเปลี่ยนไปถ่ายทอดช่องอื่นแล้วหรงซูยังคงนั่งอยู่ ขณะรอคอยคำตอบของซูชิงจือซูชิงจือมองหรงซู ในดวงตาดำขลับคือความมืดหม่นที่มองไม่ออกทีมงานเดินเข้าไป แล้วบอกกับทั้งสองคน “ประธานซู คุณเอเวอลิน การสัมภาษณ์จบแล้ว”ซูชิงจือเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืนก่อน แล้วยิ้มให้หรงซูอย่างสุภาพบอกว่า “คุณเอเวอลิน ผมขอตัวก่อนนะครับ”หลังซูชิงจือลงจากเวที ผู้กำกับรีบเข้าไปขอโทษขอโพยซูชิงจือเองก็เป็นแขกที่ทางรายการเชิญมาอย่างยากเย็น และเป็นคนที่ล่วงเกินไม่ได้ด้วยท่าทีที่ซูชิงจือมีต่อผู้กำกับถือว่าสุภาพ “ไม่เป็นไร” บนใบหน้าไม่มีอารมณ์โกรธแต่อย่างใดผู้กำกับมองเขา บุคคลระดับนี้มักจะไม่แสดงออกทางสีหน้า ภายนอกไม่ถือสา แต่ลับหลังอาจจะลงมือทำบางอย่างหรือเปล่าก็ไม่แน่เขาส่งซูชิงจือออกจากห้องส่งพอผู้กำกับกลับมา ก็มองหรงซูแล้วถาม “คุณเอเวอลิน ทำไมเมื่อกี้ถึงได้ถามคำถามที่เป็นเรื่องส่วนตัว แล้วยังลากเซิ่งถิงเชินเข้ามาเกี่ยวครับ? คุณน่าจะรู้ว่าเซิ่งถิงเชินเป็นใคร?”แม้ผู้กำกับจะไม่พอใจมาก แต่น้ำเสียงก็ยังเกรงใจหรงซูพูดอย่างใจเย็น “ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ฉันรับผิดชอบเองค่ะ”เอเวอลินเองก็เป็นคนที่ประธา
เซิ่งถิงเจ๋อส่งหรงซูกลับตระกูลหรงเซิ่งถิงเจ๋อกล่าว “วันที่สิบหก ฉันจะไปนิวยอร์กพร้อมเธอ”หรงซูชำเลืองมองเขาเซิ่งถิงเจ๋ออธิบาย “ก่อนหน้านี้เกมที่เพิ่งคิดค้นได้รับผลตอบรับที่ดีมากในอเมริกาเหนือ ครั้งนี้เลยบินไปร่วมกิจกรรมเกมที่จัดขึ้นที่นั่น แล้วแวะเอารางวัลกลับมาด้วย”หรงซูยิ้มแล้วบอก “งั้นควรแสดงความยินดีกับนายหน่อยแล้ว”เซิ่งถิงเจ๋อยิ้ม “ไว้ไปถึงทางโน้นค่อยเลี้ยงข้าวเธอนะ”“ได้”งานของหรงเอินที่หรงซูต้องทำแบบออฟไลน์จัดการไปพอสมควรแล้ว โปรเจกต์ใหญ่สองโปรเจกต์ที่ทำสำเร็จในระหว่างนี้ ต่อไปจะมีทางซ่งเหยียนคอยติดตามความคืบหน้าวันนี้ยังมีการสัมภาษณ์อีกหนึ่งงานที่เธอต้องเป็นพิธีกร นี่เป็นงานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วแขกรับเชิญครั้งนี้ไม่ใช่ใครอื่น เป็นซูชิงจือนั่นเองในสถานที่ทำงานท่าทีที่หรงซูปฏิบัติต่อซูชิงจือ ไม่ต่างจากแขกรับเชิญคนอื่น ๆ“ประธานซู สวัสดีค่ะ เชิญนั่ง”ซูชิงจือพยักหน้า แล้วยิ้ม “สวัสดีครับ”ทั้งสองคนจับมือกันจากนั้นนั่งลงหรงซูเข้าสู่ประเด็น เริ่มต้นเนื้อหาการสัมภาษณ์ในวันนี้หลังจากประเด็นสำคัญในการสัมภาษณ์จบลงจู่ ๆ หรงซูก็ถามคำถามที่เฉียบคมหนึ่งคำถาม




![คลั่งรักนายมาเฟีย [SM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


