تسجيل الدخولประธานหูยิ้ม แล้วรีบบอกว่า “เอเวอลิน วันนี้คุณเองก็เหนื่อยแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ!”“ค่ะ”หรงซูบอกลาเจียงหวยซวี่เซิ่งถิงเชินพูดคุยกับซูชิงจือไม่กี่คำจากนั้นทั้งสองก็ออกจากห้องจัดเลี้ยงเมื่อเดินไปถึงหน้าลิฟต์เซิ่งถิงเชินรับถุงและกระเป๋าถือในมือเธอไป “เอาให้ฉันเถอะ!”หรงซูยังไม่ทันได้ตั้งตัว ชายหนุ่มก็ยื่นมือมาเอาไปโดยตรงแล้ว เธอจึงชำเลืองมองเขา พอประตูลิฟต์เปิด“ไปกันเถอะ!”หรงซูละสายตากลับมา ไม่มีแก่ใจจะถือสาเขา แล้วก้าวเข้าไปในลิฟต์ เซิ่งถิงเชินเดินตามเข้าไปด้วยทั้งสองเข้าลิฟต์ลงไปชั้นล่างพอขึ้นมาบนรถระหว่างทางกลับเซิ่งถิงเชินถามเธอเกี่ยวกับคำถามในงานครั้งนี้หรงซูคุยเรื่องงานกับเขาสองสามคำหลังจากนั้นภายในรถก็เข้าสู่ความเงียบเป็นเวลานานสี่สิบนาทีต่อมารถโรลส์รอยซ์เข้าจอดในโรงจอดรถใต้ดินของวิลล่าในเฉียนสุ่ยวิลล์เหมยเหม่ยยังปรับอาการเจ็ตแล็กไม่ได้ ระหว่างกลับก็นอนบนเครื่องมาตลอดทาง ขณะนี้นอนอยู่บนเตียงและกำลังเล่นตุ๊กตาขนฟูในมือ พร้อมฮัมเพลงไปด้วยพอประตูเปิดเหมยเหม่ยหันหน้าไปมอง พอเห็นว่าเป็นแม่ เธอลุกขึ้นจากเตียงอย่างดีใจ พร้อมพูดอย่างตื่นเต้น “คุ
“ลองดูสิ”หรงซูปรับอารมณ์เสร็จแล้ว ใช้สองมือรับรองเท้ามาเจียงหวยซวี่นำรองเท้าส้นสูงที่เธอถอดออกใส่เข้าไปในกล่องรองเท้า แล้วใส่ถุง เมื่อเห็นเธอสวมรองเท้าเสร็จแล้ว จึงถาม “พอดีไหม?”หรงซูยิ้มแล้วตอบรับ กล่าวว่า “พอดีค่ะ”เซิ่งถิงเชินมองทั้งสองเงียบ ๆซูชิงจือหันไปพูดกับเซิ่งถิงเชิน “ถิงเชิน นายมานี่หน่อย”เซิ่งถิงเชินเก็บสายตากลับมา หันมองซูชิงจือต่อมาทั้งสองหันหลังจากไป“เพิ่งมาจากสนามบินเหรอ?” ซูชิงจือกล่าวเซิ่งถิงเชินตอบรับหนึ่งคำหลังจากเขาส่งเหมยเหม่ยกลับบ้าน ก็มาที่นี่โดยตรงซูชิงจือหยุดฝีเท้า แล้วชำเลืองมองเขา กล่าวว่า “การกระทำของนายเหมาะกับคู่สามีภรรยาสองคนที่รักกันและกัน ไม่อย่างนั้นมีแต่จะทำให้อีกฝ่ายอึดอัด”ริมฝีปากบางของเซิ่งถิงเชินยกขึ้น ยื่นมือไปหยิบแก้วเหล้าด้านข้าง เงยหน้าดื่มหนึ่งคำ กล่าวว่า “ระหว่างสามีภรรยา ไม่เหมาะสมหรือไง?”ซูชิงจือละสายตากลับมา สายตาหยุดมองที่อื่น เขาไม่ได้พูดอะไรอีกบรรยากาศเงียบไปสองวินาทีปลายนิ้วเซิ่งถิงเชินลูบแก้ว นิ้วมือขยับเล็กน้อย สายตาล้ำลึกมองดูเหล้าที่กำลังแกว่งไปมา เขาเอ่ยถาม “คิดจะร่วมงานกับเจียงหวยซวี่เหรอ?”ซูชิงจื
หลูเสวี่ยกับผู้บริหารของอวิ๋นซานเดินเข้าไปหาเซิ่งถิงเชิน“ประธานเซิ่ง”เซิ่งถิงเชินมองพวกเขา แล้วพยักหน้าเบา ๆ เนื้อหาของอีเวนต์ในวันนี้ หลูเสวี่ยจะจัดทำเป็นข้อมูลอย่างละเอียดหนึ่งชุดส่งให้เขาผู้บริหารสองคนกำลังพูดคุยกับเซิ่งถิงเชินหนึ่งในนั้นเหมือนเอ่ยขึ้นโดยไม่ตั้งใจ “วันนี้ประธานซูคุยกับประธานเจียงอย่างเข้าขากันมากนะครับ”การสัมมนาในวันนี้ สำหรับสำนวนเชิงวิชาชีพของเจียงหวยซวี่ วันนี้ซูชิงจือยืนอยู่ฝั่งเขาอย่างเต็มที่ แสดงออกว่าเห็นด้วยอย่างยิ่งใครไม่รู้ยังนึกว่าระหว่างทั้งสองร่วมงานกันอย่างแน่นแฟ้นสำหรับทางอวิ๋นซาน การกระทำแบบนี้ของซูชิงจือ เหมือนจะไม่ค่อยเห็นแก่หน้าอวิ๋นซานและประธานเซิ่งของพวกเขาเซิ่งถิงเชินได้ยินคำพูดของผู้บริหาร ใบหน้าหล่อเงียบขรึมเดาอารมณ์ไม่ถูก เขาช้อนตามองไปทางทั้งสามคน แล้วก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าบุคลิกของเขาโดดเด่นสะดุดตามากเกินไปเพียงปราดเดียวหรงซูก็มองเห็นร่างที่สง่าโดดเด่นท่ามกลางผู้คนซูชิงจือหันไปมองเซิ่งถิงเชินที่เดินเข้ามาใกล้ พูดเสียงเรียบ “กลับมาแล้วเหรอ”เซิ่งถิงเชินตอบรับเสียงเบา แต่สายตากลับหยุดที่หรงซู สายตาค่อย ๆ เลื่อนลง แล้
ซูชิงจือจะมาร่วมงานอีเวนต์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อเห็นเขาคนจำนวนไม่น้อยเป็นฝ่ายเข้าไปทักทาย หลังเกิดเรื่องตระกูลหลี่ นับว่าทำให้ทุกคนได้เห็นถึงฝีมือและความกล้าหาญของซูชิงจือหลังซูชิงจือทักทายผู้คนเสร็จ ในไม่ช้าสายตาก็กวาดมองไปทางเจียงหวยซวี่และหรงซู จากนั้นก้าวเข้าไปหาทั้งสองคนเขาจับมือกับผู้บริหารหลายคนของอวิ๋นซานก่อน จากนั้นหันมองเจียงหวยซวี่กับหรงซู “ประธานเจียง คุณเอเวอลิน”เจียงหวยซวี่จับมือกับเขา “ประธานซู”ทั้งสองคนมีธุระคุยกันคนของอวิ๋นซานเลยขอตัวก่อนหนึ่งในผู้บริหารหันมองพวกเขาโดยไม่รู้ตัวแวบหนึ่ง แล้วกล่าวอย่างสงสัย “ทำไมดูเหมือนซูชิงจือกับเจียงหวยซวี่จะสนิทกันมากเลยนะ”ต้องรู้ว่าซูชิงจือกับประธานเซิ่งของพวกเขาสนิทกันมาก ว่ากันตามหลักไม่น่าจะสนิทกับคนของหรงเอินขนาดนี้“เรื่องนี้ก็ไม่แน่ใจ อาจจะแค่พูดคุยกันละมั้ง!”อีเวนต์ดำเนินไปจนถึงประมาณห้าโมงเย็น ทั้งงานดำเนินไปอย่างราบรื่นและจบลงอย่างสมบูรณ์ ระหว่างนั้นสิ่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือสุนทรพจน์ที่ยอดเยี่ยมของซูชิงจือไม่ว่าเขาจะเป็นคนอย่างไรความสามารถทางธุรกิจของเขาถือว่าประสบความสำเร็จแน่นอน หากไม่พู
คุณนายใหญ่เซิ่งยกถ้วยน้ำชาบนโต๊ะขึ้น ปลายนิ้วลูบขอบถ้วยเบา ๆ ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความผิดหวัง “ตอนนี้เธอแค่รู้สึกว่าตัวเองเก่งแล้ว ปีกกล้าขาแข็งแล้ว ถึงได้กล้าแข็งกร้าวต่อหน้าถิงเชิน ต่อหน้าตระกูลเซิ่งขนาดนี้”พ่อบ้านอู๋เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวอีก “จากสถานการณ์ในตอนนี้ คุณชายถิงเชินคงไม่ยอมหย่ากับคุณหรงง่าย ๆ หรอกครับ”คุณนายใหญ่เซิ่งถอนหายใจ กล่าวอย่างจนใจ “ครั้งนี้ถิงเชินจัดงานวันเกิดให้เหมยเหม่ยที่ออสเตรเลีย ประกาศฐานะของหรงซูต่อหน้าสาธารณชน ถึงจะไม่เป็นข่าวครึกโครมในประเทศ แต่ก็สามารถดูออก ว่าเขาไม่คิดจะหย่า โลกนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้ ถ้าตอนแรกให้ทั้งสองคนหย่าขาดกันสิ้นเชิง ตอนนี้ก็คงไม่มีเรื่องกลุ้มใจแบบนี้”เรื่องที่เธอเป็นห่วงที่สุด ไม่ใช่หรงซูไม่ยอมทำตาม ไม่ยอมอยู่ข้างกายถิงเชินอย่างสงบเสงี่ยม ครั้งนี้เรื่องของตระกูลหลี่เป็นข่าวดังกระฉ่อนไปทั่ว ยากจะรับประกันว่าครั้งหน้าหรงซูจะไม่ก่อเรื่องที่ทำลายชื่อเสียงถิงเชินอีกนี่ต่างหากถึงจะเป็นเรื่องที่เธอกังวลหรงซูขึ้นรถ ออกจากบ้านใหญ่ตระกูลเซิ่งครั้งนี้คุณนายใหญ่เซิ่งเรียกเธอมาคุย เธอจะฟังไม่ออกได้ยังไงว่ากำลังตักเตือนเธอดูท่
หรงซูเงียบและไม่ตอบรับสายตาคุณนายใหญ่เซิ่งหยุดที่เธอ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกดดันที่ไม่อาจหลีกหนี เอ่ยถามเสียงเอื่อย “เรื่องระหว่างเธอกับถิงเชิน วันนี้ฉันอยากลองฟัง ว่าตกลงในใจเธอคิดยังไงกันแน่”หรงซูสบตาคุณนายใหญ่เซิ่งกล่าวว่า “คุณนายใหญ่ถามความเห็นฉันโดยเฉพาะ ทำให้ฉันดีใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่ว่าคุณนายใหญ่แค่ถามไปอย่างนั้น หรือว่ามีแผนบางอย่างแล้วคะ?”เธอเข้าใจจุดยืนของตัวเองดีเกินไป สำหรับคุณนายใหญ่เซิ่ง ความคิดของเธอไม่สำคัญเลยดวงตาแก่ชราของคุณนายใหญ่เซิ่งล้ำลึกขึ้นเล็กน้อย กล่าวว่า “เรื่องระหว่างถิงเชินกับเธอ คนเป็นย่าอย่างฉันเข้าไปแทรกแซงไม่ได้แล้ว แต่ว่าเรื่องตระกูลหลี่ หรงซู ความจริงเธออยากเห็นถิงเชินจัดการเรื่องนี้ใช่ไหม?”หรงซูมองคุณนายใหญ่เซิ่ง เห็นได้ชัดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในตระกูลสีตอนนั้น คุณนายใหญ่เซิ่งรู้อย่างแจ่มแจ้งแล้วในฐานะนายหญิงของตระกูลใหญ่ จะมองไม่เห็นความคิดในใจของผู้หญิงคนหนึ่งอย่างทะลุปรุโปร่งได้ยังไงหรงซูไม่ปฏิเสธ “นั่นสิค่ะ! พอฉันจำหลี่อันน่าได้ ฉันก็อยากดูว่าต่อหน้าฉัน เซิ่งถิงเชินจะจัดการเรื่องนี้ยังไง จะแตกหักกับตระกูลหลี่ เพื่อรักษาชีวิตแต่งงา







