LOGINเซิ่งถิงเชินอุ้มเธอขึ้นจากเตียง แล้วพาไปที่ห้องนอนอีกห้อง เปิดไฟในห้องทั้งหมด ห้องนอนทั้งห้องสว่างไสวเหมือนตอนกลางวันสองมือของหรงซูกอดหัวเข่าไว้แน่น แล้วซบหน้าเข้าไปตรงซอกขา ร้องไห้สะอึกสะอื้นเซิ่งถิงเชินนั่งอยู่ขอบเตียง ยื่นมือไปลูบหัวไหล่ของหญิงสาว ทว่ามือของเขาเพิ่งจะสัมผัสเธอ หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นทันทีพร้อมตีมือเขา ดวงตาแดงก่ำจ้องเขาบอกว่า “อย่าแตะต้องฉัน!”เซิ่งถิงเชินเก็บมือกลับมา น้ำเสียงสงบนิ่งพูดด้วยความเหนื่อยล้า “ก็ได้ ฉันจะไม่แตะเธอ”กระนั้นอารมณ์ของหรงซูกลับยิ่งรุนแรงขึ้น แทบจะตะโกนซักไซ้เขาว่า “เซิ่งถิงเชิน คุณมีสิทธิ์อะไรมาดูถูกฉันขนาดนี้? ! ตกลงฉันทำผิดต่อคุณตรงไหน? คุณมีสิทธิ์อะไรที่อยากทำอะไรก็ทำ คุณมีสิทธิ์อะไรมากำหนดชีวิตของฉัน ฉันจะหย่า คุณไปอยู่กับอันชิงเยว่สิ ฉันจะหย่ากับคุณ คุณรู้หรือเปล่า? !”เซิ่งถิงเชินมองเธอทันใดนั้นเธอก็เริ่มดึงทึ้งผมตัวเองด้วยความเสียใจและพังทลาย“ฉันเสียใจแล้ว ฉันเสียใจจริง ๆ ฉันไม่น่าไปหาคุณเลย ฉันควรจะคลอดเหมยเหม่ยเพียงคนเดียว ฉันไม่น่าไปหาคุณเลย”เซิ่งถิงเชินโน้มตัวไปข้างหน้า สองมือจับข้อมือเธอไว้ เพื่อควบคุมการกระทำของเธอ
ชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายเดินตามเธอหรงซูยืนหยัดเดินไปได้สักระยะ เธอไม่ล้มลง ใบหน้าจึงเผยรอยยิ้มแห่งความยินดี เธอหันมองโดยไม่ตั้งใจ จึงสบเข้ากับดวงตาลุ่มลึกคู่นั้นของชายหนุ่ม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแสงสุดท้ายสาดส่องหรือเปล่า ทำให้เขาดูอ่อนโยนเป็นพิเศษเขากล่าว “ไม่ต้องใจร้อนเกินไป ค่อย ๆ เดิน”หรงซูถอนสายตากลับมา แล้วตอบรับหนึ่งคำ“ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว พวกเรากลับกันก่อนดีกว่า!”เซิ่งถิงเชินยื่นมือไปอุ้มหญิงสาวขึ้นแล้วเดินย้อนกลับไป เขาวางเธอลงบนรถเข็น จากนั้นย่อตัวนั่งลง ใช้มือปัดทรายใต้ฝ่าเท้าเธอจนสะอาด“คุณ...”หรงซูจักจี้ฝ่าเท้า อยากจะหดขากลับมา แต่ว่าขาของเธอไม่มีแรงเลย ข้อเท้าก็ถูกชายหนุ่มจับเอาไว้แน่นเหมยเหม่ยย่อตัวนั่งลง แล้วใช้กระโปรงตัวน้อยเช็ดเท้าให้แม่“เหมยเหม่ย กระโปรงสกปรกแล้ว” หรงซูรีบห้ามเหมยเหม่ยมองแม่แล้วบอกว่า “คุณพ่อจะซื้อกระโปรงตัวใหม่ให้หนูเองค่ะ”เซิ่งถิงเชินสวมรองเท้าให้หรงซูเรียบร้อย ก็อุ้มเหมยเหม่ยไปที่ริมหาดแล้วล้างขาเธอจนสะอาด จู่ ๆ เหมยเหม่ยนึกสนุกขึ้นมาอีก จึงกระโดดย่ำน้ำกระเซ็น แล้วหัวเราะคิกคักเซิ่งถิงเชินอุ้มเธอเล่นอยู่ครู่หนึ่ง“เอาละ ไม่ต้องเล่นแล
ขณะนั้นภายในห้องมีเสียงเปิดประตูดังขึ้นเหมยเหม่ยยื่นหัวน้อย ๆ เข้ามา แล้วเรียกเสียงเบา “คุณแม่คะ”แต่เมื่อเห็นว่าภายในห้องไม่มีแม่อยู่ ขณะที่เธอกำลังสงสัย ก็ได้ยินเสียงพ่อดังขึ้น “อยู่ตรงนี้”เหมยเหม่ยรีบวิ่งเร็ว ๆ ไปทางระเบียง “คุณพ่อคะ คุณแม่คะ”เหมยเหม่ยโผเข้าไปในอ้อมกอดแม่ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองแม่ตาละห้อย “คุณแม่ ยังมีตรงไหนรู้สึกไม่สบายอีกไหมคะ?”หรงซูลูบหัวน้อย ๆ ของเหมยเหม่ย แล้วพูดเสียงอ่อนโยน “ตอนนี้แม่สบายดีมาก”ตอนอาการเธอกำเริบ เซิ่งถิงเชินไม่ให้เหมยเหม่ยเห็น มีเพียงหลังจากเธอฉีดยาระงับประสาทนอนหลับแล้ว เซิ่งถิงเชินถึงให้เหมยเหม่ยมาอยู่เป็นเพื่อนเธอแต่เหมยเหม่ยรับรู้ได้ว่าแม่ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วเหมยเหม่ยกอดเอวหรงซูเอาไว้แล้วซบลงบนท้องน้อยของเธอ “เหมยเหม่ยจะอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ตลอดไปค่ะ”มือของหรงซูลูบไล้เส้นผมที่อ่อนนุ่มของเหมยเหม่ยเบา ๆ ตอนบ่ายเซิ่งถิงเชินเล่นว่าวกับเหมยเหม่ยบนสนามหญ้า ส่วนหรงซูนั่งดูพวกเขาอยู่บนม้านั่งยาวริมทะเลสาบ“คุณแม่ คุณแม่ ดูสิคะว่าวบินขึ้นสูงมากเลยค่ะ!”เหมยเหม่ยกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจหรงซูเงยหน้ามองว่าวที่บินขึ้นไปบนท้องฟ
อาการแบบนี้ของเธอไม่เหมือนว่าถูกกระทบกระเทือนเป็นครั้งแรก ยิ่งเหมือนอาการกำเริบซ้ำเซิ่งถิงเชินมองดูภาพบนหน้าจอ หลังผีเสื้อบินออกจากมือของเธอ เธอหยัดตัวค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง เลิกผ้าห่มออกแล้วนั่งตรงขอบเตียง ปล่อยให้ผมยาวกระเซิงร่วงหล่น ลมแผ่วเบาพัดปลายผมจนพลิ้วไหว เธอนั่งเงียบอยู่อย่างนั้น ภายใต้ชุดนอนกระโปรงสีขาว ร่างดูแบบบางเป็นพิเศษผ่านไปสักครู่ขณะเธอลุกขึ้นจะเดินไปที่หน้าต่าง ทว่าเธอลุกขึ้นเดินไปได้เพียงสองก้าว สองขาอ่อนแรงทำให้ล้มลงบนพื้นโชคดีที่บนพื้นล้วนปูด้วยพรมขนแกะสีขาวอ่อนนุ่มหมอมองดูภาพจากกล้องวงจรปิด กล่าวว่า “อาการทางร่างกายจำเป็นต้องใช้เวลาค่อย ๆ ฟื้นฟู”เซิ่งถิงเชินลุกขึ้นออกจากห้องควบคุม หมอตามมาด้วยหรงซูนั่งอยู่บนพรม สองมือยันพื้นพยายามจะลุกขึ้นขณะนั้นประตูห้องถูกเปิดออก หรงซูหันหน้าไปมอง เห็นชายหนุ่มที่เข้ามาจากประตู ตอนเห็นเขา หรงซูชะงักไปก่อน แต่ไม่มีพฤติกรรมแสดงออกถึงอารมณ์ที่รุนแรง เพียงมองเขาอย่างสงบนิ่งเซิ่งถิงเชินเดินมาตรงหน้าเธอ แล้วก้มตัวช้อนอุ้มหญิงสาวบนพื้นขึ้นมาเซิ่งถิงเชินวางเธอให้เอนตัวอยู่บนเก้าอี้หวายที่ระเบียง แสงแดดอ่อน ๆ สาดลงบนร่า
หลังเงียบไปชั่วครู่น้ำเสียงทุ้มต่ำของเซิ่งถิงเชินกล่าวขึ้นช้า ๆ “ถ้าไม่เหมาะสม ฉันจะส่งเธอกลับไปเอง”หลังคุยสายเสร็จเซิ่งถิงเชินก็โทรไปหาอีกหมายเลขหนึ่ง แล้วสั่งการ “รีบจัดการไฟล์ตที่จะบินไปออสเตรเลียให้เรียบร้อย”เหมยเหม่ยถูกรับกลับบ้านก่อนเวลาตอนสองทุ่มรถเบนท์ลีย์สีเงินคันหนึ่งค่อย ๆ จอดหน้าประตูใหญ่วิลล่า ทั่วทั้งวิลล่ามองไม่เห็นแสงไฟแม้แต่น้อยเขาลงจากรถแล้วเดินไปกดกริ่งประตูแม่บ้านมาเปิดประตูอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นซูชิงจือ “คุณซูคะ”ซูชิงจือถาม “เซิ่งถิงเชินอยู่บ้านไหม?”แม่บ้านกล่าว “คุณผู้ชายพาคุณหนูกับคุณผู้หญิงไปแล้วค่ะ”ได้ยินแบบนั้นซูชิงจือขมวดคิ้วอย่างลืมตัว จากนั้นเขาหันหลังขึ้นรถ เอามือถือออกมากดโทรหาเซิ่งถิงเชิน สายโทรติดอย่างรวดเร็ว“เซิ่งถิงเชิน นายจะพาเสี่ยวซูไปไหน?”น้ำเสียงเซิ่งถิงเชินราบเรียบเป็นพิเศษ กล่าวว่า “ชิงจือ ไม่ต้องเป็นห่วงขนาดนั้น ฉันแค่พาเธอไปรักษา ไม่ทำอะไรเธอหรอก รอให้เธอหายดี ฉันก็จะพาเธอกลับมาเอง”“นายจะพาเธอไปรักษาที่ไหน?”เซิ่งถิงเชินไม่ปิดบัง “ออสเตรเลีย ถ้านายอยากมาหาเธอก็มาได้ตลอดเวลา”ซูชิงจือเงียบไปครู่หนึ่ง ถามว่า “ตกลง
เซิ่งถิงเชินรอจนกระทั่งแม่บ้านพาหมอประจำครอบครัวมาหลังหมอดูอาการเสร็จ กล่าวว่า “คุณผู้หญิงน่าจะได้รับการกระทบกระเทือน จนเกิดภาวะเครียดเฉียบพลัน และมีอาการทางกายชั่วคราว หากอาการรุนแรง อาจนำไปสู่ภาวะบุคลิกแตกแยก ตอนนี้จำเป็นต้องได้รับการบำบัดทางจิตใจโดยเร็วครับ”ต่อมาหมอฉีดยาระงับประสาทให้หรงซูหนึ่งเข็ม สีหน้าตึงเครียดของหรงซูค่อย ๆ ดีขึ้น ลมหายใจก็สงบลงหลังจากหมอจากไปเซิ่งถิงเชินให้แม่บ้านคอยดูแลให้ดี จากนั้นลงไปที่ห้องรับรองปีกตะวันตกชั้นล่างเจียงหวยซวี่รออยู่ชั้นล่าง เมื่อเห็นเซิ่งถิงเชินปรากฏตัว ขณะทั้งสองสบตากัน บรรยากาศทั่วทั้งพื้นที่ราวกับหยุดนิ่งไปเสียอย่างนั้นเซิ่งถิงเชินหยุดฝีเท้าเจียงหวยซวี่ถาม “ตอนนี้ อาการเสี่ยวซูเป็นยังไงบ้าง?”เซิ่งถิงเชินกล่าว “ประธานเจียงเป็นห่วงเกินขอบเขตหรือเปล่าครับ?”เจียงหวยซวี่โต้กลับด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “คนที่หลายปีมานี้ไม่เคยเป็นห่วงความปลอดภัยของเสี่ยวซูเลย ตอนนี้มีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์ว่าคนอื่นเป็นห่วงเกินขอบเขตหรือเปล่า?”เซิ่งถิงเชินจ้องเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยบรรยากาศทั้งเงียบและกดดันหลังเงียบไปครู่หนึ่งเจียงหวยซวี่น้ำเสียงเ







