Share

๒ เหตุผลเดียว

Penulis: วอลจู
last update Tanggal publikasi: 2025-06-23 17:26:44

“พ่อ!”

นิ้วมือเล็กอวบของเด็กน้อยชี้ไปยังบุรุษผู้หนึ่งที่นั่งอยู่กลางห้องโถงใหญ่ระหว่างทางเดิน ใบหน้าเล็กแย้มยิ้มกว้างเสียจนตาหยี ทั้งยังเปล่งเสียงใสเรียกอีกฝ่ายด้วยความดีใจเกินจะกักเก็บไว้ “พ่อ!”

“พ่อ!”

ชู่ว์~~

“อาหยวน...เบาเสียงลงหน่อยได้หรือไม่” ไป๋เสี่ยวหรันเอ่ยพลางลูบหลังลูกชายเบาๆ หวังกล่อมให้เจ้าตัวน้อยสงบเสียงลง

“ป๋อ! พ่อ!!”

!!!

ทว่าสุดท้ายกลับไร้ประโยชน์…

ไป๋เสี่ยวหรันถึงกับสะดุ้งอีกครั้ง ราวกับว่ายิ่งนางห้ามปราม บุตรชายในอ้อมแขนก็ยิ่งส่งเสียงดังยิ่งกว่าเดิมจนดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ เหล่าสาวใช้ต่างปรายสายตาหันมามองเป็นตาเดียวกัน

เซี่ยเจิ้นหยวนในอ้อมกอดมารดาพลันหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดีด้วยความสนุกสนาน “พ่อๆ!”

นางหันไปมองบุตรชายด้วยสายตาเอ็นดูแฝงความหนักใจเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบหน้าลงกระซิบใกล้หูอาหยวนด้วยน้ำเสียงหวานพลางข่มขู่ “หากเจ้าเอาแต่ร้องเสียงดังเช่นนี้...แม่เกรงว่าบิดาของเจ้าคงจะไม่พอใจเอาได้ พอถึงตอนนั้นแม่ก็ไม่อาจช่วยเจ้าได้แน่อาหยวน”

ใบหน้าเล็กของเด็กน้อยขมวดคิ้วมุ่นไม่พอใจคล้ายกำลังถูกขัดใจ ทั้งแววตาและนิ้วมือยังคงยืนยันหนักแน่นชี้ไปยังบุรุษในห้องโถงใหญ่อย่างไม่ลดละ จากนั้นจึงเหลียวกลับมามองมารดา

“พ่อ!”

ไป๋เสี่ยวหรันถึงกลับถอนหายใจเฮือกใหญ่กลับความดื้อรั้นของบุตรชายก่อนจะจับมือน้อยๆ ของบุตรชายให้ลดลง

“ใช่แล้ว...บุรุษผู้นั้นคือบิดาของเจ้า”

เซี่ยเจิ้นหยวนพยักหน้าอย่างมั่นใจ ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที “พ่อ! พ่อ...ข้า!”

ดูท่าแล้วบุตรชายของนางคงไม่คิดจะยอมแพ้หรือล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆ แน่

ไป๋เสี่ยวหรันพลางกระชับอ้อมกอดแน่นก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปอีกทางแทน

นางพูดกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เอาเถิด…ดูท่าแล้วเจ้าจะง่วงงุนไม่น้อย มิสู้เรากลับจวนไปดื่มนมอุ่นๆ และนอนบนเตียงนิ่มๆ ดีกว่าหรือไม่”

เกรงว่า...หากอาหยวนยังคงส่งเสียงเจื้อยแจ้วเช่นนี้อีก บุรุษผู้นั้นคงหน้าตึงคิ้วขมวดมุ่นมาหาเรื่องนางไม่ช้าก็เร็วเป็นแน่

แม้ว่าอาหยวนจะเป็นบุตรชายแท้ๆ ของเซี่ยเว่ยหลงแล้วอย่างไรเล่า…เขาหาได้สนใจสิ่งใดนอกจากตัวเอง

ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น เขาไม่เคยอุ้มหรือเอ่ยคำใดที่แสดงถึงความรักใคร่ออกมาแม้เพียงน้อยนิดและในทางกลับกันนั้น…ไม่ว่าสีหน้าหรือท่าทีกลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน

ไป๋เสี่ยวหรันมองดูบุตรชายที่ไร้เดียงสาเติบโตขึ้นท่ามกลางความเย็นชาของบิดา…นางปวดใจไม่น้อย

และยิ่งกว่านั้นแล้ว นางไม่สามารถทนมองอาหยวนต้องผิดหวังในสิ่งที่ควรได้รับจากบิดามิใช่เรียกร้องราวกันคนแปลกหน้า

“ไม่!” อาหยวนพลันส่ายหน้าอย่างเอาแต่ใจ

ภายในใจของเขายังคงอยากอยู่กับบิดาไม่น้อยแต่ทว่ากับไม่เคยได้รับโอกาสนั้น

“อาหยวน…”

ไป๋เสี่ยวหรันกดเสียงต่ำ ดวงตาคู่งามจ้องมองบุตรชายในอ้อมแขนตาเขม็ง จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “หากเจ้าเป็นเด็กดื้อไม่ยอมฟังเช่นนี้…แม่จะไม่รักอาหยวนแล้ว”

ราวกับว่าคำขู่นี้สามารถทำลายความดื้อรั้นของอาหยวนลงได้ในพริบตา

ริมฝีปากเล็กเบะลงทันที “อึก…”

เหตุใดมารดาถึงได้กีดกันเขาออกจากบิดา…!?

ดวงตาเล็กๆ ของเซี่ยเจิ้นหยวนสั่นระริกคล้ายจะร้องไห้

ไป๋เสี่ยวหรันเม้มปากแน่นก่อนรีบเบือนหน้าหันหนีไปทางอื่นแทน นางไม่อาจทนมองท่าทีเสียใจของบุตรชายได้จากนั้นจึงเอ่ยออกมาเสียงเรียบแต่แฝงความเด็ดขาดเอาไว้ “อย่าได้ร้องไห้ออกมาอันขาด…เป็นบุรุษไม่ควรยินยอมให้น้ำตาไหลออกมาง่ายๆ”

“ฮึก!...” อาหยวนเงียบไปทันที เขาพลางซุกใบหน้าน้อยๆ ลงบนอกของมารดาคล้ายกำลังออดอ้อน

เขารักมารดายิ่งกว่าสิ่งใด

และหากวันใดนางบอกว่าไม่รักเขาอีกแล้ว…คงได้ร่ำไห้จนแทบขาดใจแน่แท้

“เป็นเด็กดีเช่นนี้…แม่จึงจะรักเจ้าให้มาก” ไป๋เสี่ยวหรันพูดเสียงแผ่วเบา พลางลูบศีรษะของบุตรชายเบาๆ อย่างอ่อนโยน

 

ในขณะเดียวกัน บรรยากาศอีกฝั่งภายในห้องโถงกลับเงียบงันราวกับไร้ผู้คน ไม่มีแม้แต่ผู้ใดกล้าจะเอ่ยออกมาแม้แต่สักครึ่งคำ เมื่อมองเห็นสีหน้าของผู้เป็นนายสงบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดออกมาเลยสักนิด สายตาคมกริบดูลึกล้ำ ใบหน้าหล่อเหล่าเรียบเฉยไร้อารมณ์ใดๆ ปรากฏออกมา…

ภายใต้ความเงียบนั้น ไม่มีผู้ใดรู้ว่าบุรุษตรงหน้ากำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่

นางคิดจะทำอันใดกันแน่…?

เรียกร้องความสนใจอยู่รึ!?

เซี่ยเว่ยหลงจ้องมองไปยังสองแม่ลูกที่ยืนอยู่ด้านนอกห่างออกไปไม่ไกล เขาทอดสายตาเพ่งมองนานอยู่ครู่หนึ่งทว่ากับไม่ได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดๆ ออกมา

“…”

“เหอะ!”

ท่ามกลางความเงียบที่เต็มไปด้วยความอึดอัดและกระอักกระอ่วนเป็นจางเหวินที่แค่นเสียงขึ้นมาอย่างดูแคลน

เขาพลางเหลือบสายตามองตามบุรุษตรงหน้าผู้นี้จากนั้นจึงละปรายมองไปทางนั้นเช่นเดียวกัน มุมปากหนาพลันเหยียดยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยันทันที

เห็นได้ว่าสายตาของเซี่ยเว่ยหลงกำลังจับจ้องมองภรรยาและบุตรชายอยู่ จางเหวินพลางส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา

มองดูแล้ว…ในสายตาของคนผู้นี้ ไป๋เสี่ยวหรันและอาหยวนมีความสำคัญมากเพียงใด แต่ไฉนกลับโง่งมทึ่มทื่อไม่รู้จักถนุถนอมเอาไว้กันเล่า..!?

“หากจะมองไม่กระพริบตาเช่นนี้…ไฉนไม่เดินไปเสีย”

พอได้ยินน้ำเสียงทุ้มเอ่ยดังขึ้น เซี่ยเว่ยหลงได้สติคืนมาก่อนจะละสายตาหันกลับมามองสหายแทน “เสียงดังน่ารำคาญเอาแต่เรียกร้องความสนใจไม่หยุด” เขาเอ่ยเสียงเรียบหาได้รู้สึกอันใด

จางเหวินได้ยินแล้วจึงหัวเราะร่อออกมาก่อนจะพูดด้วยถ้อยคำและน้ำเสียงประชดประชันอีกฝ่าย “เหอะ! เช่นนั้นก็รีบๆ ลงนามหย่าให้นางเสียอย่าได้ยืดเยื้อเสียเวลา เช่นนั้นแล้วจวนสกุลเซี่ยคงเงียบสงบน่าอยู่มากกว่านี้”

“หย่างั้นหรือ…?”

เซี่ยเว่ยหลงเลิกคิ้วขึ้นอย่างเย้ยหยัน มุมปากหนากระตุกยกยิ้มร้าย สายตาคมกริบดูเย็นยะเยือกมิต่างจากก้อนน้ำแข็ง “แม้แต่ความตาย...ก็พรากนางไปจากข้าไม่ได้”

ให้เขาปล่อยให้นางไปงั้นหรือ?

ไม่มีวัน!...หากเขาไม่อนุญาตต่อให้จะเป็นสวรรค์หรือปรโลกก็อย่าหวังจะเอานางไปจากเขาได้!

“เพ่ย! แท้จริงเจ้าต้องการสิ่งใดจากนางกันแน่เซี่ยเว่ยหลง!” จางเหวินอดกลั้นไม่ไหวจนต้องสบถออกมา น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความโกรธเคืองคับแน่นในอกอย่างชัดเจน

หลานชายของเขาช่างน่าสงสารเสียจริงที่บิดาเช่นนี้!

“ยามนั้น...จวนสกุลเซี่ยเสียเงินทองไปไม่น้อยเพื่อสู่ขอสตรีเพียงผู้เดียว ข้าจะยอมขาดทุนโดยไม่ได้อะไรเลยน่ะหรือ” น้ำเสียงของเขานิ่งเฉยแต่มันกลับเต็มไปด้วยความดูแคลน

นับตั้งแต่วันนั้น…ชีวิตนางเป็นของเขาแล้ว

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หย่ารักสามีไร้ใจ   ๓๐ จวนสงบสุข

    ผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่า…เมิ่งหานเฟิ่งผู้เป็นพี่ชายของนางจะตกหลุมรักไป๋เสี่ยวหรันเข้าอย่างจังเมิ่งซือซือทอดสายตาจ้องแผ่นหลังกว้างของเมิ่งหานเฟิ่งอยู่นานครู่หนึ่ง นางไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเพียงแค่มองเงียบๆ พลันปล่อยให้ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัวไปมาอย่างไม่อาจควบคุมแต่ทว่าเมิ่งหานเฟิ่งกลับนิ่งราวกับรูปปั้น มิได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อยและดูจากท่าทางแล้ว…เขาคงไม่รู้เสียด้วยซ้ำกระมังว่านางกำลังยืนมองอยู่หลายวันแล้วที่บรรยากาศในจวนสกุลเมิ่งเงียบสงบเกินควรและยิ่งไปกว่านั้น เมิ่งหานเฟิ่งกลับมีทีท่าซึมลงในแต่ละวัน เงียบงันจนคนในจวนเริ่มสังเกตเป็นกังวลอยู่มาก“เข้าไปดูอาการพี่ชายเจ้าหน่อยเถอะซือซือ” น้ำเสียงแผ่วเบาของเมิ่งฮูหยินกล่าวขึ้นอย่างหนักใจ นางละสายตาจากบุตรชายก่อนจะปรายหันมามองบุตรสาวข้างกายอย่างวิงวอนนับตั้งแต่ไป๋เสี่ยวหรันและอาหยวนตัดสินใจกลับไป…ไม่ว่าผู้ใดในจวนต่างรู้สึกใจหายทั้งสิ้นทว่าบุตรชายของนางดูเหมือนจะมากไปเสียหน่อย…เมิ่งฮูหยินมองแวบเดียวก็สามารถหยั่งรู้ถึงจิตใจของอีกฝ่ายได้แล้วว่า…มีใจรักใคร่ลึกซึ้งต่อแม่นางไป๋เสี่ยวหรันแน่เมิ่งซือซือพยักหน้าหงึกๆ พลางถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจ

  • หย่ารักสามีไร้ใจ   ๒๙ ภรรยาเป็นใหญ่

    บรรยากาศภายในจวนสกุลเซี่ยเงียบงันอึมครึมไร้ชีวิตชีวานานหลายวันนับตั้งแต่ฮูหยินและคุณชายน้อยได้จากไปพร้อมกับหนังสือหย่า...ภายหลังจากนั้นมาอารมณ์ของนายท่านก็แปรปรวนยิ่งกว่าฟ้าฝนปลายฤดูใบไม้ผลิเสียอีกเหล่าสาวใช้ในจวนต่างอยู่กันหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่มีผู้ใดกล้าเอื้อนเอ่ยวาจาใดออกไปแม้แต่สักครึ่งคำราวกับว่าสวรรค์ยังเมตตา...ยามนี้ฮูหยินและคุณชายน้อยปรากฏอยู่ตรงหน้าในจวนอีกครั้ง พวกนางมองเห็นแล้วล้วนแต่ตื่นตระหนกตกใจกันทั้งสิ้นทว่ากลับไม่มีผู้ใดเอ่ยถ้อยคำใดออกมา นอกเสียต่างพากันถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอกคล้ายก้อนหินที่ทับอยู่ในอกมานานถูกยกออกแท้จริงแล้ว…นายท่านเซี่ยก็หาได้เย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งหรือไร้หัวใจไม่รู้สึกอันใด เพียงแต่ไม่รู้จักวิธีถนอมสตรีเท่านั้น…จนกระทั่งสูญเสียไปจึงค่อยรู้ความสำคัญของฮูหยินว่ากันตามตรงแล้ว พวกนางต่างพากันคาดไม่ถึงจริงๆ ว่านายท่านจะตามฮูหยินและคุณชายน้อยกลับมาจนได้ฮูหยินถึงขั้นตัดสินใจหนีออกไปอย่างแน่วแน่เช่นนี้…มองดูแล้วคงไม่ง่ายแน่ทว่าวันนี้…นานท่านเซี่ยพาคนทั้งคู่กลับมาได้แล้วไป๋เสี่ยวหรันหวนกลับมายังจวนสกุลเซี่ยอีกครั้ง ใบหน้าของนางปรากฏรอยยิ้มจางๆ สา

  • หย่ารักสามีไร้ใจ   ๒๘ ตามนาง

    “ไม่ได้ขอรับ! นายท่านได้โปรดกลับไปเถอะ” น้ำเสียงทุ้มของคนงานชายเอ่ยขึ้นด้วยความหนักใจอยู่มาก แท้จริงแล้วเขาไม่รู้ว่านายท่านเซี่ยผู้นี้มีเรื่องเร่งด่วนอันใดถึงได้เร่งเร้าให้เปิดประตูจวนอยากจะเข้าไปนัก เขาเองก็ลำบากใจอยู่มาก…หากผู้เป็นนายไม่ออกคำสั่ง เขาจะทำอันใดได้ เซี่ยเว่ยหลงยืนนิ่ง สายตาคมกริบเพ่งมองบานประตูจวนที่ยังคงปิดสนิท เขาพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แต่หาใช่เพราะความโกรธทว่ากลับเป็นความเหนื่อยล้าในใจ นึกไม่ถึงว่าหลังจากวันนั้นที่เขาถูกขับไล่ออกมา…ผู้ใดเล่าจะคาดคิดว่าพอหวนกลับมาอีกครั้ง จวนสกุลเมิ่งจะปิดประตูสนิทต่อให้มีเรื่องเร่งด่วนเพียงใดก็ให้คุณชายเมิ่งเป็นผู้ตัดสินใจ เหอะ! หากรอให้บุรุษผู้นั้นตัดสินใจ เขาไม่ผมหงอกหัวขาวโพลนไปทั้งหัวหรอกหรือ…!? “ข้ามาตามภรรยา…” เซี่ยเว่ยหลงเอ่ยออกมาเสียงเรียบ สายตาคมกริบยังคงจ้องมองบานประตูจวนที่ปิดสนิท เขาคิดว่าอย่างไรแล้ว…นางคงอยู่ข้างหลังไม่ยอมออกมาเป็นแน่ “อย่างไรก็ไม่ได้ขอรับ!” ทว่าคนงานผู้นั้นยังคงตอบเสียงหนักแน่นและแน่วแน่ เดิมทีเซี่ยเว่ยหลงไม่ได้มีความอดทนมากนัก หากไม่มีเรื่องสำคัญอันใด เขาก็คงไม่ต้องแบกหน้าอดทนรอคอยอย่างใจเย็

  • หย่ารักสามีไร้ใจ   ๒๗ สะสางความในใจ

    ยามพลบค่ำ จู่ๆ ฝนกลับตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักโดยไม่ได้บอกกล่าวราวกับว่าพายุห่าใหญ่ได้แผ่ไปทั่วผืนฟ้า ทั้งที่ตลอดวันยังมีแสงแดดยังส่องสาดส่องไปทั่วบริเวณจนอากาศอบอ้าวแทบหายใจไม่ทั่วท้องแต่เพียงชั่วพริบตา…ท้องฟ้ากลับถูกเมฆครึ้มบดบังจนไร้แสงอาทิตย์ สายลมเย็นเฉียบพัดโชยมาพร้อมกลิ่นฝนที่เคล้าโชยมากับหยาดน้ำสีใสนับพันสายไป๋เสี่ยวหรันยืนอยู่ใต้ชายคา เงยหน้ามองหยาดเม็ดฝนที่รินไหลลงเทจากขอบหลังคาอย่างเหม่อลอย นัยน์ตาคู่งามดูราบเรียบแต่กลับแฝงความเศร้าและหม่นหมองเอาไว้อย่างปิดไม่มิดนี่ก็ผ่านมาแล้วสองสามวัน…นับตั้งแต่เซี่ยเว่ยหลงบุกมานางถึงจวนสกุลเมิ่งโดยไม่ทันตั้งตัวแม้ว่านางจะเป็นฝ่ายขับไล่เขาไปแล้วอย่างไร แต่ภายในใจของไป๋เสี่ยวหรันกลับปั่นป่วนเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ยากจะสลัดทิ้งไปได้…น้ำเสียงทุ้มแผ่วเบาแฝงด้วยความอ่อนโยนและเจือไปด้วยความรู้สึกผิดยังคงวนเวียนดังก้องอยู่ในหูของนางซ้ำๆเพื่อนางแล้ว…เซี่ยเว่ยหลงยินยอมทำเพียงนี้เลยหรือ!?“เสี่ยวหรัน…”“…”“ไป๋เสี่ยวหรัน!” น้ำเสียงของเมิ่งซือซือดังขึ้นกว่าเดิมแข่งกับเสียงฝน นางยื่นมือออกไปแตะไหล่ของไป๋เสี่ยวหรันอย่างแผ่วเบาพลันทำให้อีกฝ่าย

  • หย่ารักสามีไร้ใจ   ๒๖ ข้ออ้าง

    อวิ๋นเออร์เมื่อได้ยินถ้อยคำนี้ของเซี่ยเว่ยหลงแล้ว…นางพลันหยุดชะงักไปชั่วขณะคล้ายกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน รอยยิ้มบนใบหน้าคนงามเจื่อนลงทันที“ท่าน...หมายความว่าอย่างไรกันเว่ยหลง” น้ำเสียงหวานของนางสั่นเครือเจือไปด้วยความสับสนยามนี้นางไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยว่าเหตุใดเซี่ยเว่ยหลงถึงเอ่ยถ้อยคำเช่นนั้นออกมาเขาสมควรจะยินดีใจมิใช่หรอกหรือ…!?นางละทิ้งทุกสิ่งและกำลังจะหย่าสามีเพื่อย้อนคืนมาหาเขา มายืนเคียงข้างเขาดังเช่นในอดีต แต่ว่าสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงสายตาเย็นชาไร้ความรู้สึกเท่านั้นจางเหวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเหลือบสายตาปรายมองเซี่ยเว่ยหลงที่ยืนนิ่งสงบ สายตาคมกริบเรียบเฉยไร้ความโกรธเกรี้ยวหรือยินดีแม้แต่น้อยเซี่ยเว่ยหลงทอดสายตามองผ่านสตรีตรงหน้าออกไปราวกับมองไม่เห็น เขาค่อยๆ ละสายตากลับมาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาและหนักแน่น“ความหมายของข้านั้น…ฮูหยินได้โปรดกลับไปไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนเสียก่อนเถิด เรื่องบางอย่างหากตัดสินใจลงไปแล้วย่อมไม่อาจย้อนคืนมาแก้ไขได้อีก” เซี่ยเว่ยหลงเข้าใจลึกซึ้งแล้ว…ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น อวิ๋นเออร์ก็ยิ่งขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “เซี่ยเว่ยหลง…ข้าและท่

  • หย่ารักสามีไร้ใจ   ๒๕ ความหลังที่ลืมเลือน

    เมิ่งหานเฟิ่งเดินเข้าไปใกล้ ฝ่ามือหนายื่นออกไปเกลี่ยเรือนผมที่พลิ้วปิดใบหน้าของนางอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบหลุบต่ำมองสตรีตรงหน้าด้วยความอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงทุ้มต่ำเขาย่อมมองออกว่าสตรีตรงหน้ารู้สึกอย่างไรกันแน่“มีผู้ใดบ้างหากต้องการสิ่งใดแล้วจะไม่เห็นแก่ตัว” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา “ข้าเองก็อยากจะเห็นแก่ตัวให้มากกว่านี้…อยากจะเหนี่ยวรั้งเจ้าเอาไว้ไม่ยอมให้กลับไปอีกไป๋เสี่ยวหรัน”หากเขาทำเช่นนั้น รั้งนางเอาไว้จะเห็นแก่ตัวมากไปหรือไม่เมิ่งหานเฟิ่งไม่ได้ตาบอดจนมองไม่ออกว่า…ข้างในหัวใจของไป๋เสี่ยวหรันนั้นยังคงมีเซี่ยเว่ยหลงอยู่เต็มเปี่ยม มิหนำซ้ำคนทั้งคู่ยังมีสายใยร่วมกันคือบุตรชายหนึ่งคนต่อให้ตัดใจก็ใช่ว่าจะตัดขาดได้จริงพอได้ยินถ้อยคำนั้น ไป๋เสี่ยวหรันก็เงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาคู่งามช้อนสบกับเมิ่งหานเฟิ่งพอดี “คุณชายเมิ่ง” นางย่อมมองออกว่าเมิ่งหานเฟิ่งรู้สึกอย่างไรแต่ทว่า…“ขอโทษเจ้าค่ะ” น้ำเสียงหวานเอื้อนเอ่ยเบาแฝงด้วยรู้สึกผิดไม่น้อยในใจของนางไม่อาจเปิดที่ว่างให้ผู้ใดได้อีกยกเว้นเพียงคนผู้นั้น…เซี่ยเว่ยหลง ทั้งที่เขาเคยใจร้ายถึงเพียงนั้นแต่ทว่าเหตุใดนางถึงยังตัดใจจากเขาไม่ได

  • หย่ารักสามีไร้ใจ   ๖ เส้นด้ายแดงขาดสะบั่น

    “เซี่ยเว่ยหลง…จริงๆ ข้าเสียดายไม่น้อย” น้ำเสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาแฝงความเหนื่อยล้าเอาไว้อย่างชันเจน ไป๋เสี่ยวหรันลอบหายใจเฮือกหนึ่งคล้ายกลับกำลังอดกลั้นอารมณ์ที่ปะทุขึ้นคับแน่นอยู่ในอก“ไป๋เสี่ยวหรัน…” เซี่ยเว่ยหลงส่ายหน้าไปมาปฏิเสธ เขาไม่ต้องการได้ยินถ้อยคำใดจากนางอีกแล้ว ฝ่ามือหนาคว้ามือของนางมากอบก

  • หย่ารักสามีไร้ใจ   ๕ แม้ว่าจะไร้วาสนาก็จะฝืนโชคชะตา

    ยามไฮ่ (21.00 – 23.00 น.)จางเหวินเจอเซี่ยเว่ยหลงอีกครั้ง เขาก็สังเกตได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ ไม่เช่นนั้นเจ้าคนผู้นั้นจะเอาแต่นั่งดื่มสุราจอกแล้วจอกอย่างเงียบงันโดยไม่ปริปากเอ่ยอันใดออกมาได้อย่างไรตลอดหลายชั่วยามที่ผ่านมา!“เหอะ!” เขาแค่นเสียงออกมา สายตาจ้องมองอีกฝ่าย

  • หย่ารักสามีไร้ใจ   ๔ รั้งไว้ไม่ยอมปล่อยไป

    เหล่าสาวใช้ที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต่างตัวแข็งทื่อราวกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ เมื่อได้ยินถ้อยคำเยือกเย็นเจือด้วยความรุนแรงของเซี่ยเว่ยหลง ไฉนพวกนางจะคาดคิดเล่าว่านายท่านจะกล้ากล่าววาจาเชือดเฉือนฮูหยินได้ถึงเพียงนี้โดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้นช่างเห็นใจฮูหยินไม่น้อย!เมื่อก่อนนั้นแม้ว่านายท่านจะไม่ชอบฮูหยินแล

  • หย่ารักสามีไร้ใจ   ๓ ประชดประชัน

    “มารดามันเถอะ! เซี่ยเว่ยหลง”พอได้ยินประโยคนั้นแล้ว จางเหวินตวาดดังลั่นพลางสูดลมหายใจลึกคล้ายกับกำลังตั้งสติและระงับโทสะที่เดือดพล่านอยู่ในอก สายตาคมกริบหรี่มองเซี่ยเว่ยหลงด้วยความไม่พอใจ “นางคือภรรยาของเจ้า…หาใช่สิ่งของที่จะชั่งน้ำหนักหากำไรหรือขาดทุน!”ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จู่ๆ จางเหวินคิดว่าอยา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status