Home / รักโบราณ / หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่ / ๘ หรงฟู่กุ้ยสตรีโง่เขลาพร้อมใจมอบประโยชน์ให้เพื่อความรัก

Share

๘ หรงฟู่กุ้ยสตรีโง่เขลาพร้อมใจมอบประโยชน์ให้เพื่อความรัก

last update Last Updated: 2025-12-31 21:48:59

หรงฟู่กุ้ยสตรีโง่เขลาพร้อมใจมอบประโยชน์ให้เพื่อความรัก

หรงซินเยวี่ยนกลับมาถึงจวนก็ตรงไปที่เรือนบิดาในทันที วันนี้นางต้องรู้ให้ได้ว่าสิ่งที่เมิ่งกวังฮุยพูดนั้นเป็นความจริงหรือไม่ หรือเขาแค่ขู่นางไปเท่านั้น

“คุณหนูขอรับ นายท่านเชิญด้านในขอรับ”

พ่อบ้านเหยาที่รออยู่หน้าเรือนใหญ่เชิญนางเข้าไปด้านใน ดูจากสีหน้าของพ่อบ้านชราแล้วนางยังเดาสถานการณ์ไม่ออกจึงรีบเดินเข้าไป

“เยวี่ยนเอ๋อร์มาแล้วหรือ”

หรงซินเยวี่ยนดึงรอยยิ้มมาประดับใบหน้า ย่อกายลงทำความเคารพหรงกงหมิง หวังปิงหลิง เผิงทูทูตามลำดับ

หรงกงหมิงนั่งตั่งตัวเดียวกับฮูหยินใหญ่ซึ่งคั่นเอาไว้ด้วยโต๊ะน้ำชา เผิงทูทูในฐานะเมียรองนั่งเก้าอี้แยกจากทั้งสอง เมื่อหรงซินเยวี่ยนทำความเคารพเสร็จแล้วก็เข้าไปนั่งเก้าอี้ข้างมารดาที่รินชาใส่ถ้วยให้นางแล้วยื่นมาให้

“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”

เผิงทูทูทำเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น ดวงตาสำรวจใบหน้าบุตรสาวก่อนที่จะหันไปทางสามีเมื่อเขาเริ่มเกริ่นเข้าสู่ประเด็นแล้ว

“การค้าวันนี้ราบรื่นดีกระมัง”

“กระแสตอบรับค่อนข้างดีเจ้าค่ะ คาดว่าสามวันนี้สิ่งที่ขายดีที่สุดในร้านเห็นทีจะเป็นจอมนางเคียงบัลลังก์”

ปลายเสียงหรงซินเยวี่ยนติดหัวเราะเบา ๆ นางย่อมดูออกว่าคำถามเหล่านี้เพียงเกริ่นนำเท่านั้น

ที่นางไม่รีบให้บิดาเข้าประเด็นเพราะอยากขอเวลาทำใจด้วยเช่นกัน

“ดีแล้ว เจ้ามีหัวการค้าพ่อก็วางใจ เมื่อใดที่เจ้าออกเรือนไปแล้วย่อมไม่ลำบาก เงินจะทำให้เจ้ามีทางเลือกมากขึ้น ว่าแต่ช่วงนี้มีบุรุษบ้านใดเข้าตาหรือไม่”

หวังปิงหลิงที่กำลังจิบชาอยู่สำลักทันทีเพราะไม่คิดว่าสามีจะหลุดคำพูดนี้ออกมา

“ท่านพี่ มีอย่างที่ไหนเจ้าคะ สตรีต้องตาบุรุษ หากใครได้ยินเข้าจะคิดว่าบุตรสาวตระกูลหรงเป็นคนเช่นไร”

หรงกงหมิงกระแอมแก้สถานการณ์แล้วใช้คำพูดใหม่ ซึ่งคำพูดนี้เองที่เป็นการเข้าเรื่องอย่างเป็นทางการ

“เมื่อเช้านี้กวังฮุยกล่าวว่าจะส่งแม่สื่อมาที่บ้าน หากเจ้ายินดีแต่งให้เขา จะมาส่งของหมั้นให้ด้วยตนเอง พ่อไม่ได้รับปากเพราะเห็นใจกุ้ยเอ๋อร์ ไม่คิดว่าพี่สาวเจ้าจะยินยอมพร้อมใจ ที่สำคัญยังกล่อมแม่ใหญ่เจ้าให้ทำตามความปรารถนาของนางด้วย”

ดูจากสถานการณ์แล้วคงรอให้ข้าพยักหน้า

“ท่านพ่อ แม่ใหญ่ ท่านแม่เห็นว่าอย่างไรเจ้าคะ”

“ความเห็นของพวกเราไม่สำคัญ พ่อตามใจเจ้า หากไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง หากแต่งไปแล้วอยากหย่า พ่อก็ตามใจเจ้าอีกเช่นกัน”

ตามใจข้าหรือตามใจพี่หญิงใหญ่

“...พี่หญิงใหญ่บอกท่านพ่อหรือยังเจ้าคะ นางจะให้ข้าหย่าหลังจากที่แต่งเข้าจวน”

หรงกงหมิงหันไปมองหน้าหวังปิงหลิง นางก็วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ กล่าวโดยไม่ปิดบังความจริง

“บอกแล้ว เพราะเช่นนี้จึงถามความเห็นของเจ้าก่อน แม่ใหญ่เห็นใจพี่หญิงของเจ้าและเห็นใจเจ้าเช่นกันที่ชีวิตการแต่งงานไม่เป็นเหมือนสตรีทั่วไป”

แม่ใหญ่กล่าวไม่ผิด หากฮ่องเต้ไม่ได้สวรรคตในเร็ววันนี้ หากยืดเวลาไปเก้าปีสิบปี พี่หญิงใหญ่ก็ล่วงเลยวัยดอกไม้แรกแย้มไปแล้ว ยากจะมีบุรุษดี ๆ คนใดมาทาบทาม

“กล่าวตามตรง หากพี่หญิงของเจ้าออกจากวังแล้วมีบุรุษที่ยังเฝ้ารอจะแต่งงานกับนางเป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง และน่ายินดีขึ้นไปอีกหากเจ้าจะได้แต่งงานสักครั้งหนึ่ง ให้ได้สัมผัสความรู้สึกของการเป็นภรรยาใครสักคน ทดแทนความรู้สึกที่เจ้าไม่อาจมีบุตรเป็นของตนเอง”

แม่ใหญ่บทจะพูดก็พูดได้ดีนัก ทำข้าใจเต้นระริก

“เรื่องนี้…ขอเวลาข้าคิดได้หรือไม่เจ้าคะ ตอนนี้ข้ามีความสุขมาก การแต่งงานเกี่ยวพันกับความสุขในชีวิตข้า หากการแต่งงานครั้งนี้พรากความสุขของข้าไป ข้ายินดีเป็นสตรีที่ไม่ได้ออกเรือนเจ้าค่ะ”

หรงกงหมิงกับหวังปิงหลิงเงียบไปเพราะสะท้อนใจในคำพูดนี้ ต่างจากเผิงทูทูที่มุมปากผุดรอยยิ้มให้กับการกระทำของบุตรสาว หรงซินเยวี่ยนทันได้เห็นสีหน้าของมารดา ดวงตาหลุบลงต่ำซ่อนความรู้สึกนึกคิดในใจ

ข้าไม่ตกลงง่าย ๆ แน่เมิ่งกวังฮุย ทุกอย่างที่เจ้าได้มาง่ายเกินไป

หลายวันผ่านไปใกล้ถึงเวลาที่หรงฟู่กุ้ยจะต้องเข้าวังหลวงแล้ว

หรงซินเยวี่ยนที่ไม่ได้สนิทกับพี่สาวมากนักแต่ก็ไม่ได้ห่างเหินกันเสียทีเดียวมาหานางที่เรือนส่วนตัวเพื่อมอบของใช้ส่วนตัวที่ท่านตาส่งมาให้นางจากรั่วหยางมอบให้พี่สาวเพื่อเป็นของขวัญสำหรับการไปใช้ชีวิตในอีกสถานที่หนึ่ง

“ชาดสีใหม่งามนัก หากฝ่าบาทยังทรงพระเยาว์อยู่ ได้ครอบครองเครื่องประทินโฉมเหล่านี้ก็คงดีต่อการแก่งแย่งชิงดีไม่น้อย แต่อย่างไรก็ดี การเป็นสนมในวังครั้งนี้จะให้เสียหน้าตระกูลหรงไม่ได้ ข้าจะใช้ให้ดี”

หรงฟู่กุ้ยหันไปสำรวจตัวเองในกระจกอีกครั้ง พยักหน้าพอใจกับสีปากในตอนนี้เป็นอย่างมาก

“แม้สตรีวังหลังในตอนนี้จะลดการแข่งขันกันลงบ้างแล้ว แต่ข้าก็ขออวยพรให้พี่หญิงใหญ่กลับออกมาจากที่นั่นด้วยสภาพเหมือนตอนที่เข้าไป”

“หึ! กลัวข้าตายอยู่ในนั้นหรือ”

หรงซินเยวี่ยนยิ้มร้าย ยอมรับตามตรง

“ใช่! ลำบากให้ครอบครัวต้องมาคอยช่วยแก้แค้นให้อีก ท่านตาของพี่หญิงใหญ่มีกำลังทหารมากมาย หากเจ็บแค้นราชวงศ์จนยกทัพจับศึกขึ้นมาจะว่าอย่างไร”

“เจ้าอ่านบทละครมากเกินไปแล้วน้องรอง ขยายกิจการเปิดโรงงิ้วเพิ่มดีหรือไม่ ดูท่าจะชิงคณะงิ้วอันดับหนึ่งได้สักวัน”

หรงฟู่กุ้ยกล่าวไปอย่างนั้น ไม่ได้คิดอันใดมาก ไม่นึกว่าจะเห็นแววตาเป็นประกายของหรงซินเยวี่ยน

“ข้าพูดเล่น เจ้าเก็บเอาไปคิดจริงจังเชียวหรือ”

“น่าสนใจ หากข้ามีสิทธิ์ในโรงเตี๊ยมแล้วหากเพิ่มเวทีการแสดงงิ้วสลับกับเล่านิทาน นอกจากจะได้ขายหนังสือแล้วยังได้ขายตั๋ว ขายอาหารในโรงเตี๊ยมด้วย ชักสนุกแล้วสิ”

พูดถึงการทำธุรกิจแล้วหรงซินเยวี่ยนก็จมในความคิดของตัวเอง คิดแผนธุรกิจขั้นตอนที่หนึ่ง สอง สามเรียงลำดับเอาไว้ในหัว

นางดูมีไฟในการใช้ชีวิตยิ่งนัก ไม่เหมือนข้าที่…

หรงฟู่กุ้ยที่เห็นท่าทางมีชีวิตชีวาของน้องสาวก็รู้สึกว่าตนเป็นสตรีน่าเบื่อยิ่ง

“ชีวิตข้านอกจากเรื่องความรักแล้วก็ไม่ได้คิดเรื่องอย่างอื่น ไม่เหมือนเจ้าที่ยังมีเรื่องการค้าอยู่ในหัว หาวิธีสร้างรายได้ หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองโดยไม่หวังพึ่งพาบิดาหรือสามี หากเจ้าแต่งให้ฮุยเกอ เขาจะต้องหลงรักเจ้าแน่”

หรงซินเยวี่ยนหลุดจากภวังค์ความคิด

“พี่หญิงใหญ่จะเกลี้ยกล่อมให้ข้าแต่งให้เขาหรือเจ้าคะ ดูก็รู้ว่าเจ็บปวดไยยังเสนอเช่นนี้”

“น้องรอง ที่จริงข้ารู้ว่า…”

หรงฟู่กุ้ยหยุดพูดเพียงเท่านั้นแล้วเงียบไป

หรงซินเยวี่ยนหรี่ตาสำรวจอารมณ์ในดวงตาพี่สาวก็พบอารมณ์ที่หลากหลาย

“รู้ว่าอันใดเจ้าคะ”

หรงฟู่กุ้ยส่ายหน้า เปลี่ยนใจไม่พูด

“ช่างเถิด อย่างไรข้าก็ยังหวังว่าเจ้าจะแต่งให้เขา”

“อะไรทำให้พี่หญิงใหญ่มั่นใจว่าวิธีการนี้จะดี ที่คาดเดาไม่ได้ก็คือสายลมและหัวใจของมนุษย์ พี่หญิงใหญ่ไม่กลัวหรือว่าข้าจะไม่ยอมหย่ากับเขา ไม่ว่าจะเสียหน้าก็ดีหรือกลายเป็นวันหนึ่งข้าตกหลุมรักเขาจนไม่อยากพรากจากก็ดี ได้ยินแบบนี้แล้วยังมั่นใจในตัวเขาและข้าอีกหรือไม่”

หรงฟู่กุ้ยดวงตาไหววูบ

“เจ้าชอบฮุยเกอหรือถึงคิดว่าวันหนึ่งความชอบจะเปลี่ยนเป็นความรัก”

หรงซินเยวี่ยนส่ายหน้า

“ข้าไม่รู้อนาคต แต่หากถามตอนนี้คือไม่ เพราะเช่นนี้ข้าจึงปฏิเสธทุกคนที่จะเกลี้ยกล่อมให้ข้าแต่งงานกับเขา”

หรงฟู่กุ้ยน้ำตาคลอ สีหน้าฉายความเศร้าอย่างที่หรงซินเยวี่ยนไม่เคยเห็นมาก่อน

“ที่จริงข้ารู้ว่าฮุยเกอไม่ได้ชอบข้า เขาเข้าหาข้าก็เพื่อหาโอกาสได้แสดงฝีมือต่อหน้าท่านตา จากนายกองวันนั้นสู่รองแม่ทัพในวันนี้ แม้จะอาศัยฝีมือเขาแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าท่านตาก็มีส่วนช่วยสนับสนุนเพราะเห็นข้ารักเขา หลานสาวคนเดียวของแม่ทัพหวังจะแต่งให้นายกองได้อย่างไร”

นางรู้ว่าโดนหลอกใช้แต่ก็ยังรักเขา นี่…

“พี่หญิงใหญ่โง่เพียงนี้”

หรงฟู่กุ้ยไม่โกรธน้องสาว เพราะแม้แต่นางเองก็ยังคิดว่าตนโง่ แต่ทำอย่างไรได้ สุดท้ายนางก็แพ้เสียงหัวใจของตัวเอง รักเขาจนสุดหัวใจ

“ทุกคนรู้ว่าใครเข้าหาเราเพราะผลประโยชน์หรือเข้าหาเราด้วยความจริงใจ แต่อยู่ที่ว่าเราจะยอมให้เขาเข้ามาหาผลประโยชน์หรือไม่”

“ซึ่งพี่หญิงใหญ่ก็ให้ผลประโยชน์เขาจนตราบเท่าอนาคต ได้ยินคำพูดพี่หญิงใหญ่เมื่อครู่ข้าถึงคิดอะไรขึ้นได้ ท่านกลัวว่าแม่ทัพหวังจะไม่พอใจเมิ่งกวังฮุยที่แต่งสตรีอื่นแทนที่พี่หญิงใหญ่หรือเจ้าคะ”

ใบหน้างามพยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ

“ใช่ หากให้เหตุผลนี้กับท่านตาไปต้องเข้าใจแน่”

หรงซินเยวี่ยนส่ายหน้าให้สตรีที่กำลังลุ่มหลงในความรักและทุ่มเทขนาดนี้

“พี่หญิงใหญ่ทุ่มเทให้เขาแล้วทำไมต้องลากข้าเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย พี่หญิงใหญ่จะได้ประโยชน์อันใดจากการทุ่มเทให้เขาเจ้าคะ”

“ความหวัง มีเพียงทำวิธีนี้ถึงจะมีความหวัง น้องรองจงนำคำพูดของพี่ไปบอกเขา แล้วเขาจะได้รู้ว่าใครทุ่มเทเพื่อเขามากที่สุด ควรค่าแก่การที่เขาจะมอบความรักใคร”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๗ หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้น(จบ)

    ๕๗หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้นหลายเดือนผ่านมานี้หรงซินเยวี่ยนพยายามดื่มยาและตรวจร่างกายกับหมอซุนเป็นประจำ ยาที่มีรสขมพอดื่มบ่อย ๆ ลิ้นก็เริ่มชินแต่นางก็ไร้วี่แววว่าจะตั้งครรภ์!หมอซุนกล่าวว่านางกดดันตัวเองมากเกินไป ยิ่งเครียดขึ้นไปอีกเพราะการตรวจวัดชีพจรที่บ่อยขึ้นแล้วมีผลว่านางยังไม่ตั้งครรภ์ดังนั้นนางจึงเลิกให้หมอซุนตรวจวัดชีพจรปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ“คุณหนูเจ้าคะ ขบวนนายท่านผู้เฒ่ามานั่นแล้วเจ้าค่ะ ดูจากสัมภาระแล้วต้องขนของมาให้คุณหนูแน่”“ท่านตาบอกว่าจะเอาของมาฝากด้วย ถ้าทั้งสิบเกวียนนี้คือของฝาก จวนแม่ทัพของเราคงไม่มีที่เก็บแล้ว…ไปเถอะ!”หรงซินเยวี่ยนทำหน้ากลุ้มใจก่อนที่จะเดินนำเสี่ยวรุ่ยลงไปยังด้านหน้าประตูเมืองหอคอยเพื่อต้อนรับท่านตาที่มีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมนางเสียทีเมื่อลงมาด้านล่างหอคอยก็เห็นว่าสามียืนเอามือกอดดาบเอาไว้ท่าทางสงบนิ่ง สวนทางกับหัวใจที่สั่นระรัวเพราะความตื่นเต้น“หยุด~”คนบังคับรถม้ารั้งบังเหียนม้าเอาไว้ เกวียนบรรทุกของทั้งสิบคันค่อย ๆ หยุดการเคลื่อนไหวหลานเขยที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเดินเข้าไปต้อนรับท่านตาของภรรยาที่เพียงเปิดหน้าต่างรถม

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๖ ด้วยคำอธิษฐานนี้

    ๕๖ด้วยคำอธิษฐานนี้เมิ่งกวังฮุยลาดตระเวนแบบมีจุดมุ่งหมายมาที่ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง ด้วยชุดเกราะเต็มตัวของแม่ทัพทำให้เขาคิดอยู่ว่าจะหาเรื่องเข้าไปในร้านนางอย่างไรไม่ให้ดูสะดุดตาคนในร้าน จนกระทั่งเด็กในร้านคนหนึ่งเห็นเขาเข้าพอดีนางรีบเดินเข้ามาหาเขาแล้วทำการคารวะ“ท่านแม่ทัพมาหาฮูหยินหรือเจ้าคะ”“ฮูหยินเล่า”เขาไม่โกหกว่าตั้งใจมาลาดตระเวนแล้วผ่านมา แต่ก็ไม่ได้บอกเด็กในร้านว่าตั้งใจมาหาฮูหยินตอนเขาตั้งคำถามสายตาก็มองเข้าไปด้านในร้าน เผลอชะเง้อคอมอง เหล่าพลทหารที่ติดตามมาด้วยมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กับท่าทางนี้รู้ในทันทีว่าการเดินลาดตระเวนก็แค่ข้ออ้าง!“ฮูหยินไปลอยโคมกับเสี่ยวรุ่ยเจ้าค่ะ ไปได้สักพักหนึ่งแล้ว เดี๋ยวก็คงกลับมากันแล้วกระมัง”“อ้อ”เมิ่งกวังฮุยรับคำสั้น ๆ แล้วเดินนำพลทหารไป ท่าทางเขายังเหมือนทหารที่ลาดตระเวนเช่นเคย ทว่าหากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าชายหนุ่มกวาดสายตามองโดยรอบเผื่อจะเห็นฮูหยินของตนหรือจะอยู่ที่ทะเลสาบ“พวกเจ้าไปลาดตระเวนตามเส้นทางที่วางแผนไว้”“ขอรับ”ทหารรับคำสั่งจากเสียงเข้มเสียงผสานที่ชายหนุ่มรีบสั่งเช่นนี้เพราะไม่อยากให้เหล่าทหารได้เห็นท่าทางของเขายามที่อยู่กั

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๕ ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของ

    ๕๕ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของเทศกาลโคมลอยสำหรับคนอื่นคือจุดนัดพบระหว่างกันที่ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบคู่รักหรือนักขายหรงซินเยวี่ยนในฐานะที่เป็นแม่ค้า เตรียมสินค้าเอาไว้ขายให้ชาวเมืองลุ้นยิ่งนักว่าสินค้าจะขายได้หรือไม่เหนือสิ่งอื่นใด นางหวังว่าร้านค้าจะมีชื่อเสียงขึ้นจากเทศกาลโคมลอยในครั้งนี้ อย่างน้อยก็เป็นการประชาสัมพันธ์ร้านค้าความสัมพันธ์ในด้านคู่รักของนางไม่สร้างภาระทางใจให้กัน เพราะเมิ่งกวังฮุยก็ยุ่งอยู่กับการพิสูจน์ตัวเองงานนี้นอกจากจะเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจัดการดูแลความเรียบร้อยปลอดภัยให้แก่เมืองได้ดี ชาวเมืองก็จะยอมรับเขาในฐานะแม่ทัพคนใหม่ได้มากขึ้น…จะได้ไม่ดูถูกว่าเป็นแม่ทัพหน้าอ่อนอีก!“…ฟูจวิน ชุดนี้เหมาะกับข้าหรือไม่เจ้าคะ”สาวงามเอ่ยถามสามีด้วยความเอียงอาย ในใจหมายมาดว่าสามีจะยอมจ่ายเงินซื้อชุดที่ครบเครื่องทั้งศีรษะจรดเท้าให้…แล้วเขาก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง!“หากเจ้าอยากได้ ฟูจวินจะซื้อให้เจ้า”ภรรยาสาวฉีกยิ้มหวานเมื่อได้ยินคำพูดนี้จนกระทั่งถามราคาที่มากถึงสามสิบตำลึงเงิน ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็นจืดเจื่อน หันไปส่งสัญญาณให้สามีแล้วส่ายหน้าเบา ๆหรงซินเ

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๔ ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง

    ๕๔ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสองหรงซินเยวี่ยนกับเสี่ยวรุ่ยเงยหน้าขึ้นมองร้านค้าเบ็ดเตล็ดที่ขายทั้งผ้า เครื่องประดับ เครื่องเขียนรวมถึงหนังสือ สองสาวจะไม่ตะลึงเลยหากไม่เห็นป้ายหน้าร้านตัวอักษรโต ๆ“ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”หรงซินเยวี่ยนยกมือปิดปากด้วยไม่คิดว่าท่านตาจะเตรียมการทุกอย่างให้หมดแล้วแผนธุรกิจที่นางสู้อุตส่าห์คิดมาสามวันสามคืน สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้“คุณหนู นายท่านผู้เฒ่ารักคุณหนูมากเลยเจ้าค่ะ”“ข้ารู้สึกว่าตัวเองถูกรักก็ตอนนี้ เขียนว่าสาขาสองเช่นนี้ หากคนสงสัยถามว่าสาขาหนึ่งอยู่ที่ใดแล้วทราบว่าอยู่เมืองหลวง ใครจะไม่อยากใช้ของที่มาจากเมืองหลวงกัน นับเป็นการตลาดอย่างหนึ่ง”หลงจู๊เห็นสตรีอายุน้อยสองคนอยู่นอกร้าน ไม่เข้ามาด้านในเสียที เมื่อพิศดูลักษณะท่าทางแล้วคุ้นตาจึงเดินเข้ามาหาทั้งสอง“ขอถามแม่นาง ใช่คุณหนูรองหรงซินเยวี่ยน ฮูหยินแม่ทัพเมิ่งหรือไม่”หรงซินเยวี่ยนส่งยิ้มเป็นมิตรให้หลงจู๊“ข้าหรงซินเยวี่ยน ท่านคงเป็นเจี่ยหลงจู๊กระมัง ผู้ดูแลร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”“คารวะคุณหนู ข้าน้อยเจี่ยจี้รับหน้าที่ดูแลร้านมาหนึ่งเดือนแล้วขอรับ”เป็นอีกครั้งที่หรงซินเยวี่ยนยกมือขึ้นปิดริมฝีปากคงมิใช่

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๓ ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขา

    ๕๓ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขาณ ค่ายทหารทัพประจิม“…ค่ายประจิมงานเหมือนกับค่ายทั่วไป ที่ข้าอยากจะส่งมอบให้ก็คือแผนที่เหล่านี้ จุดที่ควรเน้นการคุ้มกันเป็นพิเศษ รายละเอียดปลีกย่อยหูหลี่จะเป็นคนช่วยเจ้าเอง ส่วนนี่…” หยิบกล่องไม้ขึ้นมาแล้วยื่นให้เมิ่งกวังฮุยชายหนุ่มรับมาเปิดดูก็เห็นว่าเป็นตราประทับเคลื่อนพลของค่ายประจิมสองมือยกขึ้นคารวะแม่ทัพผู้เฒ่าทันทีที่อีกฝ่ายไม่ยึดติดในอำนาจ ส่งมอบกำลังทหารให้โดยไม่ยึดติดเรื่องเล่าการเปลี่ยนผ่านส่งมอบกำลังทหาร เมิ่งกวังฮุยย่อมได้ยินมาบ้างว่าต่อให้จะได้รับพระราชโองการจากฝ่าบาทก็ยังมีการเล่นลิ้น เดิมทีเขาคิดว่าการมารับตำแหน่งครั้งนี้จะยากตั้งแต่วันแรกเสียแล้ว“ฮูหยินน้อยเป็นอย่างไรบ้าง”เมิ่งกวังฮุยเผลอเลิกคิ้ว แม่ทัพเซียวจึงเผยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนาง“ที่จริงข้ากับนางไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว กับตาเฒ่าเผิงต่างหากนับว่าเป็นสหายที่เคยดื่มสุราพูดคุยกันอย่างถูกคอ เมื่อทราบว่าหลานสาวจะย้ายตามสามีมาที่นี่ก็ฝากให้ข้าดูแล เดือนหน้าข้าถึงจะย้ายกลับรั่วหยาง ระหว่างนี้ข้าจะดูแลเจ้าสองสามีภรรยาให้เต็มที่”ที่แท้ท่านตาของนางก็มากรุยทางเอาไว้ให้แล้ว คืนนี

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๒ เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิง

    ๕๒เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิงสามวันผ่านไปในที่สุดขบวนเดินทางของแม่ทัพประจิมคนใหม่ก็เคลื่อนเข้าสู่เมืองหน้าด่านที่ไม่จัดว่าเจริญเท่าเมืองหลวงแต่ก็ไม่ได้กันดารถึงขนาดใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไม่ได้เมืองนี้มีชาวเมืองอาศัยราวหนึ่งหมื่นบ้าน เป็นทั้งของครอบครัวทหารและชาวบ้านทั่วไป มีเส้นทางน้ำ ที่นาหลายพันไร่ ชาวเมืองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมากกว่าการค้าขาย ทหารของค่ายนี้จึงไม่อดอยาก เสบียงพร้อมสำหรับทหารทุกคนความเสี่ยงสองอย่างที่ค่ายประจิมเผชิญ หนึ่งเมืองนี้เป็นที่รับน้ำ สองชายแดนติดกับแคว้นที่การเมืองไม่มีเสถียรภาพ เกิดการกบฏเปลี่ยนผู้นำแคว้นเป็นว่าเล่น เคราะห์กรรมจึงมาตกอยู่ที่ประชาชนทหารเฝ้าเมืองต้องเข้มงวดตรวจคนเข้าเมืองเพื่อไม่ให้คนลักลอบเข้ามาทำเรื่องผิดกฎหมายเมื่อมาถึงหน้าเมือง เมิ่งกวัยฮุยก็ยื่นป้ายประจำตัวให้แก่ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเมือง ทันทีที่ทหารทราบว่าเป็นแม่ทัพคนใหม่ก็ทำการคารวะ เรียกความสนใจจากชาวเมืองที่กำลังต่อแถวเข้าเมืองให้หันมามองเขาเป็นตาเดียว“นี่นะหรือแม่ทัพคนใหม่ ไยดูอ่อนเยาว์เช่นนี้”“นั่นสิ เหมือนคุณชายมากกว่าเหมือนแม่ทัพ หน้าขาวแบบนี้จะมีฝีม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status